facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.1 (1/2) [ เจ้าวาฬเดียวดาย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.1 (1/2) [ เจ้าวาฬเดียวดาย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 50.5k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2562 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.1 (1/2) [ เจ้าวาฬเดียวดาย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

1

เจ้าวาฬเดียวดาย

โรคซึมเศร้า ไม่ใช่ความเศร้าธรรมดา แต่มันคือความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง อาจมีปัจจัยมาจากพันธุกรรมหรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดในชีวิต เช่น ปัญหาการเงิน การสูญเสียของรัก คนรัก หรือการอยู่คนเดียว ฯลฯ


...

เคยรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวไหมครับ เหมือนวาฬตัวเดียวที่อยู่ใต้ท้องทะเลลึก

มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากเลยใช่ไหม

ไม่เป็นไรนะ...คุณมีผมเป็นเพื่อน

เพราะผมเอง ก็กำลังรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน



สายลมอ่อนพัดเอากลิ่นหอมของกุหลาบโชยมาจากซุ้มที่เนรมิตขึ้นให้นักเรียน ม.6 เดินลอดเข้าไปเก็บความทรงจำในโรงเรียนก่อนต้องอำลา


งานปัจฉิมนิเทศเป็นวันสุดท้ายที่น้องๆ จะมีโอกาสได้มอบดอกไม้แสดงความยินดี รวมถึงให้ของขวัญหรือจดหมายบอกรักรุ่นพี่ที่แอบชอบ เพื่อนๆ หลายคนหอบช่อดอกไม้เต็มอ้อมแขน บ้างก็มีตุ๊กตาตัวใหญ่เท่าเจ้าตัวอุ้มอยู่เต็มกอด บ้างก็มีมงกุฎดอกไม้สวมอยู่บนศีรษะ แต่ในมุมหนึ่ง...ใครคนหนึ่งมีเพียงพวงมาลัยดอกดาวเรืองและดอกกุหลาบสดอีกเพียงไม่กี่ดอกที่ถืออยู่ในมือขณะที่ดวงตาคู่หวานทอความรู้สึกอ้างว้าง


หายากนักที่ใครในโรงเรียนนี้จะชอบเขา


แทบจะไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมกับหลานชายคนเดียวของผอ.โรงเรียนจอมเฮี้ยบ หน้าโหด อยู่ในโหมดโกรธตลอดเวลา เพราะแม้จะจ่ายค่าเทอมแพงแค่ไหนกฎก็ย่อมเป็นกฎ ใครทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ระดับความยืดหยุ่นแทบจะเป็นศูนย์ เอฟเฟกต์เลยพลอยมาตกที่เขา เพื่อนไม่คบ พี่ไม่ยุ่ง น้องไม่มองหน้า ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนี้มาสามปีแบบที่แทบจะนับคำพูดได้ มีแค่คุณครูในรายวิชาต่างๆ เท่านั้นที่คอยพะเน้าพะนอเอาใจเป็นอย่างดี ซึ่งมันก็น่าจะเป็นผลมาจากการที่เขาใช้นามสกุลเดียวกันกับผอ.อีกนั่นแหละ


‘เด็กนั่นเข้ามาเรียนที่นี่ได้เพราะเส้นของป้า’


ใครๆ ก็ต่างร่ำลือกันแบบนั้น


ถึงเพื่อนจะไม่คบก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะกล้ารุมแกล้งเขา เพราะกลัวว่าหากทำอะไรไม่ถูกใจ ‘ยายเจ๊’ ก็จะมาสั่งลงโทษเอาได้ง่ายๆ อีกอย่างคราวก่อนที่มีคนไปสกัดขาเจ้าวาฬจนล้มหน้าคะมำ ‘ยายเจ๊’ ก็เรียกเด็กคนนั้นไปอบรมชุดใหญ่ไฟกะพริบจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ของโรงเรียนอยู่เกือบเดือนเกี่ยวกับหลานชายของคนที่คุณก็รู้ว่าใครที่เติบโตมาบนหอคอยงาช้าง ใครก็แตะต้องไม่ได้ คนตัวเล็กจึงกลายเป็นสิ่งที่ ‘เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง’ ไปโดยปริยาย ถูกเฟดออกมาจากกลุ่มเพื่อนแบบเงียบๆ และเจ้าตัวเองก็ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ให้ผู้เป็นป้ารู้แต่อย่างใด เพราะเมื่อเดินผ่านหน้าคุณป้าของเขา ทุกคนก็กลายเป็นเพื่อนสนิทหยิกแก้มกันเล่นได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น


ตบท้ายเมื่อเดินคล้อยหลังมาแล้วว่า ‘อย่าคิดว่าอยากสนิทด้วยนะ ก็แค่อยู่เป็น’


เขายิ้มให้กับตัวเอง แบบนี้มันก็ไม่ได้ต่างจากเจ้านั่นตรงไหนเลย


ร่างบางก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่ตั้งวอลเปเปอร์เป็นรูป ‘วาฬ 52 Hz’ วาฬที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก เพราะเสียงของมันไม่เคยส่งไปถึงเพื่อนๆ อยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางท้องทะเลลึกสีครามที่มืดหม่นน่ากลัว ไม่มีฝูง ไม่มีคู่รัก


นั่นก็เพราะว่ามันพิเศษเกินไป


วาฬปกติจะสื่อสารกันผ่านทางคลื่นเสียงที่มีความถี่ประมาณ 12-25 Hz แต่เจ้าวาฬบาลีนตัวนี้ดันมีความถี่เสียงสูงถึง 52 Hz อาจเพราะมันเป็นวาฬที่ผสมข้ามสายพันธุ์ เลยมีลักษณะที่ไม่เหมือนใคร ไม่สามารถติดต่อกับวาฬตัวอื่นได้ และไม่มีวาฬตัวไหนรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันเลย


ในครั้งแรกที่คนตัวเล็กอ่านเรื่องราวของมัน เขาร้องว้าวออกมาอย่างทึ่งๆ...แกเป็นวาฬตัวพิเศษเชียวนะ มีชีวิตรอดมาเพียงลำพังตั้งยี่สิบปีได้ยังไงกัน แกต้องเข้มแข็งขนาดไหนกว่าเรือดำน้ำของสหรัฐฯ จะไปพบเข้า...พร้อมกับยกนิ้วโป้งชื่นชมความยอดเยี่ยมให้กับมันจากใจจริง


แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว การพิเศษเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี


เหมือนเขา...


หลังจากย้ายมาจากโรงเรียนเก่าและเข้าเรียนในแผนก Gifted ของโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ ไอคิว 135 ของเขาก็เป็นปัญหาที่สองรองจากปัญหาหลานไข่ในหินของผอ. เพราะพอเก่งเกินไปเพื่อนก็หมั่นไส้ พอเพื่อนขอลอกข้อสอบแล้วเขาไม่ให้ลอกก็ถูกพูดจาเหน็บแนม จนดูเหมือนว่าความพิเศษของเขาจะเป็นปัญหาไปหมดทุกอย่างจนน่าอึดอัด


ถ้าตอนนี้เขามีโอกาสได้ยืนอยู่ต่อหน้าวาฬตัวนั้น ก็คงจะเดินเข้าไปกอดมันแล้วนั่งจับเข่าคุยกันสักหน่อย...ไงพวก อยู่คนเดียวมาตั้งยี่สิบปี เหงาแย่เลยสิ ของฉันแค่สามปียังแทบแย่เลย ฉันเข้าใจแกนะ เพราะงั้นเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ...อะไรเทือกนั้น


ใบหน้าที่เห่อร้อนเพราะแดดตอนบ่ายเริ่มแดงขึ้นนิดๆ ริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่นเป็นเส้นตรง หยิบทิชชูออกมาซับเหงื่อที่ขมับให้ตัวเอง กระนั้นก็ยังนั่งทำกิจกรรมที่สนามฟุตบอลร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆ ไปจนกว่าจะหมดช่วงสุดท้ายของวัน การจับมือเป็นวงกลมร้องเพลงโรงเรียน แลกของขวัญกัน ฟังคำกล่าวอำลาจากตัวแทนรุ่น กินเลี้ยงก่อนจะแยกย้าย และแน่นอน เขาก็คงได้นั่งกินข้าวคนเดียวอีกแล้ว


ไม่มีคนในครอบครัวแม้สักคนเดียวสามารถรับรู้ได้เลยว่า เหตุการณ์ที่ก่อความเครียดครั้งใหญ่ในชีวิตของเด็กอายุ 16 ปี จะทำให้การนอนหลับที่เคยฝันดี กลายเป็นฝันร้ายแทบทุกคืน












“เกาะไหล่กันมาอย่าให้หลุดนะคะน้องๆ ตามพี่มาทางนี้เลย”


เสียงแจ้วๆ ของรุ่นพี่ในภาควิชาวาริชศาสตร์ทำให้ร่างเล็กยิ้มได้ เขาถูกผ้าปิดตาเอาไว้และกำลังเกาะไหล่เพื่อนคนอื่นเหมือนขบวนรถไฟเดินตามรุ่นพี่ข้างหน้าไปอย่างไม่รู้จุดหมาย แม้ทุกคนจะเคยผ่านกิจกรรมรูปแบบนี้มาแล้วตอนเข้าค่ายลูกเสือ แต่พอมาเจออะไรแบบนี้อีกครั้งตอนอายุสิบเก้าก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี


“เปิดตาออกได้จ้า”


มือเรียวรีบดึงผ้าปิดตาของตัวเองออกแล้วมองไปรอบๆ เขาอยู่ที่สนามหญ้าแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่หน้าคณะตัวเอง มองไปอีกทางเจอป้ายสีเงินแปะตึกสูงห้าชั้นอยู่ตัวเบ้อเร่อว่า ‘Education’ เจ้าตัวถึงได้ร้องอ้อ...มาถึงฐานของคณะศึกษาศาสตร์แล้ว


ตั้งแต่เช้ายังไม่มีใครกล้าทักเขาเลย และเขาก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงกับเพื่อนใหม่ เลยได้แต่นั่งนิ่งๆ และส่งยิ้มให้คนอื่นในบางครั้ง จนกระทั่งมีคำสั่งให้จับคู่ ใครหลายคนมองมาทางเขาแต่ก็ไม่กล้าเข้ามา และเจ้าตัวเล็กก็หันซ้ายหันขวาไม่รู้จะจับคู่กับใคร คนอื่นจับคู่กันได้หมดแล้ว


“เจ้าวาฬ มาคู่กับเรา”


ใบหน้าขาวเนียนหันขวับไปตามเสียงเรียก มีเพื่อนตัวเล็กหน้าขาวกว่าคออีกคนหนึ่งโบกมือให้และกำลังวิ่งมาหาเขา คิ้วเรียวเลิกขึ้นนิดๆ เป็นคำถามว่ารู้จักกันด้วยเหรอ จนผู้มาเยือนชี้มือมาที่ป้ายชื่อสีฟ้าครามที่ห้อยคออยู่


“ชื่อเจ้าวาฬใช่ไหม”


“อ๋อ ใช่ครับ นายเอ่อ...ต้นข้าว” อ่านชื่อจากป้ายชื่อเช่นเดียวกัน


หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักตอนมีคนแปลกหน้าเข้ามาทัก วูบหนึ่งแววตาคู่หวานเจือแววความลังเลใจ เพราะหลังจากที่เป็นโรคนี้เขาก็เริ่มเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยพูดจากับใคร เสียความมั่นใจเวลาเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง  พอมีเพื่อนใหม่เข้ามา การรวบรวมความกล้าตอบรับออกไปจึงไม่ง่ายนัก


คนถูกทักบีบมือตัวเองแน่น แต่พอเห็นแววตาเป็นมิตรของคนตรงหน้าแล้วถึงคลายลง บางทีการมีเพื่อนเป็นคนสดใสแบบนี้ อาจดึงความสดใสของเขากลับคืนมาได้บ้างก็ได้


“จริงๆ แรกเกิดแม่ตั้งชื่อว่าต้น แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว ชื่อต้นข้าว”


‘เจ้าวาฬ’ หัวเราะนิดหนึ่ง พอรู้ตัวว่าเสียมารยาทก็ก้มหัวขอโทษ เพื่อนคนแรกในมหาวิทยาลัยมาแล้ว จะไม่ต้องเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารักต่อไปอีกแล้วล่ะ ;-)


ถ้ามีโอกาสดีๆ คราวหน้า เจ้าวาฬจะไปช่วยต้นข้าวเลือกรองพื้น


“รู้รึเปล่า ฮอตใหญ่นะเราอะ”


“หืม”


“มีแต่คนมอง เขาซุบซิบกัน อยากเข้ามาคุยด้วยกันเต็มเลย แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาน่ะสิ นั่งก้มหน้าไม่ยอมสบตาใครอย่างนั้น”


“ร...เหรอ เราไม่รู้จะเริ่มเข้าหาคนอื่นก่อนยังไง”


“เรื่องเข้าหาก่อนน่ะ เราถนัด” เพื่อนใหม่ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “เอาไว้จะสอนให้นะ”


ร่างบางหัวเราะท่าทางนั้นของอีกฝ่าย ต้นข้าวดูจะป๊อปปูลาร์ไม่น้อยเหมือนกัน เห็นได้จากการที่มีรุ่นพี่เข้ามารุมปะแป้งกันเต็มเลย เจ้าตัวเองก็ยืดให้ปะ แถมคนไหนหล่อก็ปะเขาคืนอีกต่างหาก คนเป็นบัดดี้เลยหัวเราะชอบใจ รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย


“ดูแลคู่ของตัวเองเอาไว้นะคะ น้องสองคนจะเป็นบัดดี้กันจนกว่าจะจบการรับน้องรวมของมหา’ลัยวันนี้น้า”


ไม่ค่อยมีใครฟังเสียงเล็กๆ ที่ตะโกนมาจากโทรโข่งเท่าไหร่ เพราะต่างคนก็ต่างทำความรู้จักเพื่อนใหม่และเหล่มองรุ่นพี่หน้าตาดีต่างคณะ จนกระทั่งมีเสียงนกหวีดเป่าให้แต่ละคู่วิ่งไปหาลูกบอลที่จะซ่อนตัวอักษรเอาไว้ภายใน คู่ไหนหาตัวอักษรที่เรียงเป็นชื่อมหาวิทยาลัยได้ก่อนจะชนะและได้รางวัลเป็นขนมปังปี๊บรูปตัว A B C


ภายใต้ข้อแม้ที่ว่า ถ้ารุ่นพี่เข้ามาขอคุยด้วยต้องหยุดการค้นหาทันที


“เร็วเจ้าวาฬ เรามีเวลาไม่มาก” ต้นข้าวหวีดเสียงแหลมและฉุดมือเพื่อนตัวเล็กพอๆ กันให้วิ่งตรงไปที่พุ่มไม้อย่างกระตือรือร้น เจ้าวาฬพลอยเออออไปกับเพื่อนด้วย เพราะไม่รู้ว่ารุ่นพี่จะเข้ามาหยุดเวลาพวกเขาตอนไหน ตอนนี้ยังพอมีเวลาเลยต้องรีบหาลูกบอลให้ได้มากที่สุด


“ขอปะแป้งหน่อยครับ”


“โอ๊ย พี่ คือหนูกำลังหา...” ต้นข้าวร้องจิ๊อย่างขัดใจและดึงหน้าตัวเองออกมาจากพุ่มไม้ กำลังจะต่อว่าต่อขานรุ่นพี่ต่างคณะที่ถือถังสีเตรียมโปะมาที่หน้าของพวกเขาเต็มที่ ทว่าอยู่ดีๆ เสียงก็หายไปไหนไม่รู้ มือต้องเอามาจับไหล่ของเจ้าวาฬเอาไว้เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้ม


“ด...ได้ค่ะ ปะเลยค่ะ”


เจ้าวาฬหัวเราะเพื่อนที่โดนสีสาดโครมเข้าเต็มๆ ก่อนจะถูกรุ่นพี่ดึงไปเต้นไก่ย่างอยู่หน้ากลอง เจ้าตัวก็ยอมไปแต่โดยดี แถมยังส่งสายตาชนิดที่เจ้าวาฬแปลออกมาได้ว่า...รุ่นพี่หล่อมาก หล่อจนตาพร่า หล่อหัวทิ่มหัวตำ หล่อไม่เกรงใจใครหน้าไหนทั้งนั้น


เจ้าวาฬที่ตอนนี้เป็นบัดดี้กันแล้วก็ต้องเดินมาเต้นกับเพื่อนด้วย รุ่นพี่คนเดิมเดินมาหาเขาและพูดประโยคเดียวกัน


“ขอปะแป้งหน่อยครับ”


“ได้ครับ” น้องปีหนึ่งยิ้มเก้อๆ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อไม่ให้สีเข้าตา ทว่าสีไม่ได้ถูกสาดโครมมาที่เขาเหมือนกับเพื่อน แต่เป็นนิ้วเย็นๆ ของรุ่นพี่หลายคนที่ต่างมารุมปะแป้งเขาอย่างเบามือจนจั๊กจี้ พอนึกว่าคงหมดแล้วจึงลืมตาขึ้นมาแล้วก็พบว่าตัวเองคิดผิด


ยังเหลืออีกหนึ่งคน...


พี่คนนั้นถือถังสีเขียวอยู่ในมือ ห้อยป้ายชื่อสีเขียวซึ่งไม่ใช่สีของคณะวิทยาศาสตร์แต่อ่านตัวหนังสือไม่ค่อยออกว่าชื่อพี่อะไรเพราะแป้งมันเลอะป้ายไปหมด ร่างบางตาโตนิดหน่อยเพราะพี่เขาก้มหน้าลงมาหาจากระดับความสูงที่ต่างกันไม่น่าจะน้อยกว่าสิบเซ็นต์ ดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยว มีลักยิ้มนิดๆ ตัดผมทรงอันเดอร์คัตมัดด้วยหนังยางสีดำทรงบันครึ่งหัว โครงหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไม่ได้ต่างอะไรจากประติมากรรมชั้นสูงแบบที่เขาเคยเห็นในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเลย


เจ้าวาฬกำชายเสื้อตัวเองแบบไม่มีสาเหตุ หัวใจเต้นตึกๆ ในวินาทีที่พี่เอ่ยปากขอปะแป้ง และใช้ปลายนิ้วเย็นๆ จุ่มถังสีก่อนจะเขียนข้อความเป็นคำว่าอะไรไม่รู้บนหน้าผากของเขา เจ้าตัวหูอื้อตาลายไปหมด พอเขียนเสร็จพี่ก็ยิ้มกว้างให้และยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้โดยที่เจ้าตัวยังหน้าเหวออยู่


เสียงแชะของกล้องทำให้สติที่เลือนหายกลับเข้าร่าง พอจะขอดูรูปถ่ายพี่คนนั้นก็รีบใช้นิ้วถูๆ บนหน้าผากเขาเพื่อลบข้อความออก แล้วก็ป้ายลงมาอีกครั้งเป็นรูปหนวดแมว แถมยังยืนจ้องหน้าเขาแล้วยิ้มให้อยู่แบบนั้น เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากๆ เพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ให้...คนมองก็ใจสั่นได้เลย


ใจสั่นจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว


พอได้รับอนุญาตให้ไปหาลูกบอลตัวอักษรต่อได้ ต้นข้าวก็รีบเข้ามาดึงเขาไปแล้วก็ยืนกรี๊ดๆ ใส่ พร่ำเพ้อพรรณนาว่ารุ่นพี่คนนั้นหล่ออย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนจะลืมเรื่องรางวัลขนมปังปี๊บไปเสียแล้ว


“พี่เค้าเขียนว่าอะไรอะแก”


เจ้าวาฬทำหน้าเจื่อนๆ “เราจะมองเห็นหน้าผากตัวเองได้ยังไงอะต้นข้าว”


“เออจริง เราก็มองไม่ทันอะ พี่เค้าลบไวเวอร์ แต่เราอิจฉาเจ้าวาฬจริงๆ นะ พี่คนนั้นหล่อมากเลย โอ๊ยๆ ฉันอยากได้เค้า”


“ใจเย็น” ร่างเล็กปรามเพื่อนเบาๆ ก่อนจะรีบหาลูกบอลต่อ สุดท้ายคู่ของเขาก็หาตัวอักษรได้จนครบ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คู่แรกก็เถอะ แต่อย่างน้อยการหาได้ครบก่อนหมดเวลาก็ทำให้ไม่ถูกลงโทษ


รุ่นพี่มายืนเรียงหน้ากระดานกันเพื่อบอกทางให้พวกเขาเดินไปยังฐานต่อไปซึ่งเป็นฐานของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ตอนนี้แป้งและสีถูกล้างออกจากตัวไปบ้างแล้วบางส่วน และตอนที่เดินสวนกับรุ่นพี่เพื่อจับมือกันก่อนเปลี่ยนฐาน ก็ทำให้ได้รู้ว่าอาการตาพร่าถึงสองครั้งติดกันในวันเดียวมันเป็นยังไง


“น้องเจ้าวาฬ”


“น่ารักจังครับ”


“ย้ายมาเรียนคณะพี่ไหม”


หลายๆ เสียงตะโกนแซวจนคนโดนแซวปั้นหน้าไม่ถูก รู้แค่ว่าหน้าร้อนไปหมดจนต้องหลุบตาลงแล้วกลั้นยิ้ม รุ่นพี่คนเดิมตรงหน้ายิ้มให้และใช้ฝ่ามือหนาขยี้กลุ่มผมนิ่มของเขา แป้งสีขาวๆ ร่วงกราวลงมา แถมปลายนิ้วโป้งก็ไล่มาสะกิดแป้งที่แตกระแหงอยู่ข้างแก้มออกให้ด้วย


เจ้าวาฬมองที่ป้ายชื่อของรุ่นพี่คนนั้นและพยายามจำข้อมูลให้ได้ไวที่สุด รู้สึกรักไอคิว 135 ของตัวเองก็วันนี้ เพราะตัวเลขแค่ไม่กี่ตัวถูกบันทึกเข้าไปในสมองของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ


พระจันทร์ยิ้ม คณะศึกษาศาสตร์

(ฝ่ายสันทนาการ)

081-741xxxx


ดวงตากลมโตของเจ้าวาฬเงยหน้าขึ้นมองพี่คนเดิมที่ยังไม่ปล่อยมือเขาไปไหนจนพี่ข้างๆ เขาต้องตีมือให้ปล่อยได้แล้ว คนตัวเล็กเผลอหัวเราะและเดินเรียงแถวเพื่อไปยังฐานของคณะต่อไป ภาพที่พี่เขายิ้มให้แล้วลักยิ้มบุ๋มลงข้างแก้มยังตรึงตรา ถ้าบอกว่าเป็นเดือนคณะ เดือนมหา’ลัย เขาก็เชื่อ บอกว่าเป็นเดือนจริงๆ ที่อยู่บนท้องฟ้ายังเชื่อเลย


คนเราจะเกิดมาดูดีขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน ถ้าไม่ใช่เพื่อเอาไว้ทำให้สาวๆ หวั่นไหว


สาวๆ คณะวิทยาศาสตร์โบกมือลารุ่นพี่สุดหล่อกันตาละห้อย เจ้าวาฬหันกลับมามองรุ่นพี่สุดหล่ออีกครั้ง เขากำลังยืนแตะมือกับน้องๆ ทีละคนอย่างอารมณ์ดี บางครั้งก็หยิบโทรโข่งมาร้องเพลงไปด้วย นี่เขาไม่ได้กลั้นยิ้มจนปวดแก้มแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ





TBC.

สวัสดีค่ะ :) น้องจะตีพิมพ์แน้ว~ กับธัญวลัยเน้อ มีทั้งแบบพรีออเดอร์ทางเว็บทั้งทางงานหนังสือเลยน้า ฝากน้งล่วยยย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว