ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 ลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม

ชื่อตอน : บทที่ 19 ลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2563 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 ลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม
แบบอักษร

 

>>> BM มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเมนต์จาก รีดส์ทุกคนนน <<< 

 

"ฝ่าบาท ท่านเสนาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะฮ่ะ" 

หานกงกงเอ่ยกระซิบบอกเกาจงที่ตอนนี้ยังคงอยู่ข้างกายไป๋หู่ตลอดเวลา แม้แต่ยามอ่านฎีกาก็ยังให้องครักษ์นำเข้ามาภายในตำหนักนี้ และหลังจากที่เทียนสือเข้ามาหาในคืนนั้นก็ผ่านมาได้สามวันแล้ว โดยไป๋หู่ยังคงหลับไม่ได้สติรวมถึงบางครั้งก็แสดงอาการเจ็บปวดออกมาให้คนที่คอยดูแลรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย โดยที่หมอหลวงก็ยังคงพยายามค้นหายาแก้พิษอยู่แต่ก็ยังคงไร้วี่แวว 

".." เกาจงมิได้เอ่ยตอบ เพียงแต่พยักหน้าตอบกลับเพียงเท่านั้นโดยที่ตัวเองยังคงนั่งอยู่ข้างไป๋หู่ มือข้างหนึ่งกุมมือเรียวของร่างบางไว้ส่วนอีกข้างถือฎีกาอยู่ในมือ 

ครืดดด 

"ถวายบังคมฝ่าบาท" เทียนสือเอ่ยทันทีที่เข้ามา 

"ท่านมีเรื่องใด" เกาจงเอ่ยถาม 

"กระหม่อมคิดว่ากระหม่อมคิดหายาแก้พิษให้องค์ชายได้แล้ว" 

"เช่นนั้นรึ" เกาจงตอบเสียงเรียบ ไม่แม้แต่ตกใจหรือยินดีกับสิ่งที่ได้ยิน 

"หากกระหม่อมสามารถรักษาองค์ชายได้ กระหม่อมจะได้สิ่งใด" เทียนสือมิแปลกใจนักที่เห็นอาการเกาจงหลังจากได้ยินที่ตนเอ่ยบอก  

"แล้วท่านต้องการสิ่งใด" เกาจงยังคงถามเสียงเรียบพร้อมวางฎีกาในมือที่เพิ่งอ่านจบ พร้อมกับหยิบอันใหม่ขึ้นมาอ่านต่อ 

"กระหม่อมต้องการขอบางสิ่งบางอย่างจากพระองค์" 

"หากสิ่งนั้นมิใช่การทำร้ายผู้ใด และไม่ผิดต่อผู้ใด รวมถึงไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับไป๋เอ๋อร์ ข้ายินดี" 

"หากเช่นนั้นกระหม่อมเกรงว่าจะมอบยาให้องค์ชายมิได้" 

"แล้วแต่ท่าน เพราะข้าเชื่อว่าหมอหลวงคงหายาแก้พิษได้เร็ววันนี้" 

"หึ ๆ ๆ ฝ่าบาทช่างตรัสได้น่าขันยิ่งนัก พระองค์ก็ทรงทราบว่าพิษดอกหยางติ้งหว่างมิมีผู้ใดคิดค้นได้นอกจากหมอเทวดาหู่เชาเท่านั้น และไม่เคยมีผู้ใดโดนพิษชนิดนี้การหายาถอนพิษยิ่งไม่มีทางทำได้" เทียนสือเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน 

"แล้วเหตุใดท่านถึงคิดค้นยาถอนพิษได้" เกาจงถามกลับพร้อมกันเงยหน้าจากฎีกาที่กำลังอ่านอยู่และส่งสายตาไปยังเทียนสือราวกับต้องการสื่อถึงบางอย่าง 

"..." ไร้เสียงตอบจากเทียนสือ 

"เอาเถอะหากท่านไม่ได้ต้องการอยากช่วยไป๋เอ๋อร์ข้าเองก็ไม่บังคับท่าน" 

"ฝ่าบาททรงกำลังจะบอกว่า ไม่รับข้อเสนอของกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ" 

"เปล่า เพียงแต่ข้าไม่สามารถรับปากท่านได้ในเรื่องที่ท่านจะเอ่ยขอต่างหาก ส่วนท่านจะช่วยไป๋เอ๋อร์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความเมตตาของท่าน" 

"องค์ชายจะรู้สึกอย่างไรกัน... หึ ๆ ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมทูลลา" เทียนสือเอ่ยค้างไว้เพียงเท่านั้นราวกับต้องการให้เกาจงเข้าใจเองพร้อมทั้งเอ่ยลาทันที 

"ก่อนท่านไป ข้าอยากให้ท่านตรวจร่างราชโองการที่ข้าเพิ่งตัดสินใจให้สักครู่ ข้าอยากทราบความคิดเห็นของท่าน" เกาจงเอ่ยตัดบทก่อนที่เทียนสือจะเอ่ยลา พร้อมกับมองไปยังร่างราชโองการที่วางอยู่บนโต๊ะ ที่ยังขาดเพียงตรามังกรประทับลงเท่านั้น 

"..." เทียนสือชะงักไปสักครู่ ก่อนจะปรายตามองสิ่งที่วางไว้บนโต๊ะข้างเกาจง และเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่เกาจงต้องการจะสื่อ จึงได้เดินมาหยิบร่างราชโองการอ่าน 

"ฝ่าบาท..." เมื่อเทียนสือได้อ่านร่างราชโองการจบก็เอ่ยเรียกเกาจงด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมพร้อมทั้งแผ่ไอสังหารออกมาอย่างลืมตัว ทำให้เกาจงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยทันที 

"แม่ทัพบูรพาหานตงเพิ่งปราบโจรได้ และยังไร้คู่ครองที่เหมาะสม.." เกาจงเอ่ยโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่ท้ายประโยคกับจ้องมองเทียนสือราวต้องการสื่อถึงบางอย่างเช่นกัน 

"..." ไร้การตอบรับมีเพียงแววตาที่ลุกโชนขึ้นเท่านั้น 

"ท่านเห็นว่าอย่างไร" เกาจงเอ่ยถามต่ออย่างไม่สนใจแววตาและไอสังหารที่คนตรงหน้ายังคงแผ่กดดันออกมาไม่หยุด 

"..."  

"ข้าว่าท่าน่าจะพอได้ยินมาบ้าง ว่าแม่ทัพบูรพาหานตงนั้นหมายตาผู้ใดอยู่" เกาจงยังคงเอ่ยต่ออย่างไม่รู้สึกอะไร 

"หากท่านแม่ทัพร้องขอ ข้ากะ.." / "ทำเช่นนั้นมิได้!!!" เทียนสือเอ่ยขัดก่อนที่เกาจงจะเอ่ยจบ แววตาวาวโรจน์ขึ้นหลายส่วนอย่างไม่ปิดบัง 

"เหตุใดจะทำมิได้" เกาจงยกยิ้ม และเอ่ยถามต่อทันที 

"พระองค์ควรถามความสมัครใจ หากอีกฝ่ายมิได้มีใจชอบพอ มิเท่ากับบังคับจิตใจอย่างนั้นหรือ" เทียนสือเอ่ยเสียงเข้ม 

"หากข้าเอ่ย มีหรือหลวนชุนจะปฏิเสธท่านก็รู้ แล้วท่านเล่าคิดเห็นอย่างไร" 

"เจ้าควรถามความสมัครใจ..เกาจง" ในที่สุดเทียนสือก็หมดความอดทน เพราะการใช้คำแทนตัวเองและเอ่ยนามโดยตรงของเกาจง นั้นเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งแต่ตอนนี้เทียนสือหาได้สนใจไม่ ยังคงกดดันเกาจงอย่างไม่ลดละ 

"หึ ๆ รู้สึกท่านจะสนใจความรู้สึกของหลวนชุนนัก แต่ท่านคงไม่ลืม นั่นคนของข้า.." 

"..." 

"หากท่านมิได้มีเหตุอันสมควรใดแย้ง ข้าจะประทับตราและ." / "พระองค์ทรงประสงค์สิ่งใด" เทียนสือเอ่ยเสียงเย็นพร้อมกับมือที่กำร่างราชโองการในมือแน่น 

"ท่านลองเสนอดู สิ่งใดที่คุ้มค่ากับการทำให้ข้ายกเลิกราชโองการนี้ได้" 

"...." 

"..." 

ร่างสูงทั้งสองที่มีโครงหน้าคล้ายคลึงกัน แววตาเย็นเฉียบราวเป็นดวงตาดวงเดียวกัน ทำเพียงจ้องซึ่งกันและกันเท่านั้น 

"กระหม่อมจะมอบยาถอนพิษให้องค์ชายไป๋หู่เพื่อแลกเปลี่ยน" เทียนสือเอ่ยสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกลับไป 

"เพียงเท่านั้นคงไม่พอ" เกาจงเอ่ยต่อ 

"แลกชีวิตของดวงใจพระองค์ มีอะไรที่ไม่เพียงพออีก" เทียนสือรีบเอ่ยแย้งทันที 

"ชีวิตคนที่ข้ารัก แลกกับชีวิตการแต่งงานของหลวนชุนย่อมมีค่าเท่ากัน แต่สิ่งที่ต้องแลกกับการตระบัดสัตย์ของข้า แลกด้วยอะไร" เกาจงเอ่ยราวกับผู้กุมชัยไว้ในมือ 

"ประสงค์สิ่งใด" เทียนสือเอ่ยเสียงเข้มไม่ลดละ 

"ราชโองการจะถูกฉีกก็ต่อเมื่อไป๋เอ๋อร์ฟื้นขึ้นและหายดีเท่านั้น" เกาจงเอ่ยตอบ 

"..." 

"การถอนพิษดอกหยางติ้งหว่างคงไม่ใช่แค่กินยาแล้วจะหายดี ท่านบอกจะมอบยาให้แต่มิได้บอกว่าจะรักษาให้" เกาจงเอ่ยพร้อมกับปรายตามองมือเทียนสือที่กำร่างราชโองการแน่น 

 "ราชโองการการแต่งงานของหลวนชุนจะไม่เกิดขึ้น ต่อให้แม่ทัพบูรพาหานตงเอ่ยขอ ข้าก็จะไม่ประทานให้ แต่ไป๋เอ๋อร์ต้องหายดีเท่านั้น" เกาจงเอ่ยความต้องการ 

"ได้ กระหม่อมจะดูแลและรักษาองค์ชายด้วยตัวเอง และจะรักษาจนองค์ชายหายดี พระองค์ทรงพอพระทัยรึไม่พ่ะย่ะค่ะ" เทียนสือรับคำเสียเพราะตอนนี้ใบหน้างามของอีกคนลอยขึ้นมาทันที หากต้องโดนบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้มีใจให้ก็ว่าโหดร้ายแล้ว แต่การถูกบังคับจากผู้ที่มีใจให้นั้นโหดร้ายยิ่งกว่า ตนจึงจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอนี้เสีย 

"ถ้าอย่างนั้น ท่านควรวางร่างราชโองการนั้นไว้ แล้วเริ่มข้อแลกเปลี่ยนของเรากันดีกว่า" เกาจงเอ่ยพร้อมจ้องไปยังร่างราชโองการที่เทียนสือกำแน่นอยู่ 

พรึบ ปึก 

"กระหม่อมต้องการหมอหลวงเป็นผู้ช่วยเหลือด้วย" เทียนสือนำร่างราชโองการไปวางไว้ที่พานเช่นเดิมพร้อมเอ่ยขอผู้ช่วยในทันที 

"หานกงกง เรียกหมอหลวงมา" เกาจงเอ่ยบอกกงกงคนชนิดทันที 

 

หลังจากหานกงกงส่งขันทีคนหนึ่งไปเรียกบรรดาหมอหลวง เวลาผ่านไปสักพักเมื่อหมอหลวงสามคนมาถึงการรักษาก็เริ่มต้นขึ้นทันที เกาจงถอยออกจากเตียงเพื่อให้สามารถรักษาไป๋หู่ได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่เกาจงก็ยังไม่ได้ออกไปจากห้องบรรทมของตัวเองแต่อย่างไร เพื่อเฝ้าดูวิธีการรักษาที่ไม่เคยมีผู้ใดทำได้เว้นแต่ผู้ที่มีฐานะเป็นอาแท้ ๆ ของตนที่กำลังลงมือรักษา 

เวลาในการรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยอาการของไป๋หู่เหมือนจะดีขึ้น แต่ยังคงไม่ได้สติอย่างเดิม 

"ทูลฝ่าบาทตอนนี้องค์ชายได้รับยาถอนพิษจากเอ่อ.. ทะ ท่านเสนาแล้ว กระหม่อมตรวจดูชีพจรพบว่าการเต้นของชีพจรเริ่มดีกว่าทุกวันไม่เต้นช้าหรือเร็วเหมือนเดิม แต่ก็ยังมีอาการอยู่บ้างแต่ไม่มากดังนั้นอาการเจ็บปวดขององค์ชายก็จะลดลงด้วยพ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงเป็นผู้เข้ารายงานต่อเกาจง เพราะเทียนสือไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดแถมตั้งแต่หมอหลวงเข้ามาก็เจอกับบรรยากาศกดดันระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน และเมื่อจบการรักษาตนจึงต้องรายงานผลการรักษาเอง 

"เมื่อไหร่ไป๋เอ๋อร์จะฟื้น" เกาจงเดินไปที่เตียงแล้วมองดูร่างบางที่ตอนนี้ดูหายใจสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อน 

"ถ้าได้รับยาถอนพิษ และรักษาตามวิธีของท่านเสนากระหม่อมคาดการว่าองค์ชายคงฟื้นในเร็ววันพ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงเอ่ยต่อ 

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเจ้ากลับไปพักได้เลย" เกาจงเอ่ยบอกหมอหลวง 

"พวกกระหม่อมขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยจบ ก็พากันออกไปจากห้องบรรทม 

พรึบบ 

"กระหม่อมขอตัว ทูลลาฝ่าบาท" เทียนสือลุกสะบัดตัวหันหลัง พร้อมเอ่ยโดยไม่ทำความเคารพ จากไปในทันที 

"..." เกาจงแค่มองตามแผ่นหลังของผู้เป็นอาเพียงเท่านั้น 

 

หลายวันต่อมา 

การรักษาไป๋หู่เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยเทียนสือเป็นผู้ให้การรักษา และมีหมอหลวงคอยช่วยเหลืออยู่ทุกครั้ง อาการของไป๋หู่ดีขึ้นมาก จากที่เคยซีดเซียวตอนนี้ใบหน้ากลับมามีเลือดฝาดบ้างเล็กน้อย จากที่เคยกระสับกระส่ายหายใจติดขัดตอนนี้ร่างบางมีลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอดี มีเพียงการหลับใหลเท่านั้นที่ยังคงเหมือนเดิม ไป๋หู่ยังไม่เคยตื่นจากการนิทราเลย 

"เหตุใดไป่เอ๋อร์ยังไม่ฟื้น" เกาจงเอ่ยถามเพราะเห็นว่าการรักษาสามารถบรรเทาอาการทุกอย่างลงแล้ว แต่ยังไม่มีท่าทีว่าคนงามจะฟื้น 

"มิน่าจะเกินสองถึงสามวันนี้องค์ชายจะฟื้น แต่การฟื้นอาจทำให้ร่างกายขององค์ชายไร้เรี่ยวแรงสักระยะเพราะการหลับใหลไปนานหลายวัน แถมพิษในตัวยังไม่ได้หายไปทั้งหมดต้องรักษาต่อเนื่องไปอีกจนกว่าพิษจะไม่มีเหลือในร่างกาย" เทียนสือเอ่ยตอบเกาจง พร้อมทั้งมองร่างที่ตอนนี้ยังนอนนิ่งอยู่ 

"ไป๋เอ๋อร์จะหายดีใช่ไหม" เกาจงเอ่ยถามราวกับไม่ต้องการคำตอบ นิ้วเรียวคอยไล้ไปตามใบหน้างามที่ยังสนิทอยู่ 

"..." เทียนสือเองก็ไม่เอ่ยสิ่งใด ได้แต่ยืนมองคนทั้งสองเท่านั้น 

"ท่านอาจำตอนที่ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์ช่วงแรก ๆ หรือหรือไม่" เกาจงเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบนิ่งปกติ แต่สายตายังจดจ้องร่างบนเตียง 

"ข้าจำได้เสมอมาเกาจง เจ้าเป็นคนสำคัญของข้า ไม่ว่าอะไรข้าก็จะทำเพื่อเจ้านั่นเป็นสิ่งที่ข้าปณิธานมาตลอดจวบจนบัดนี้" เทียนสือตอบกลับน้ำเสียงฟังดูอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง 

"ท่านสอนข้าหลายอย่าง จนข้ากลายเป็นฮ่องเต้ในทุกวันนี้" เกาจงโต้ตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเช่นกัน 

"ครอบครัวของเราข้าเหลือเพียงเจ้าเกาจง ข้าไม่ยอมให้ใครมาทำลายเจ้าเด็ดขาด" 

"ใช่เราเหลือกันแค่เท่านี้ ข้ารักท่านดุจบิดาข้า เพราะมีท่านถึงมีข้าอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นข้าถึงหลับตาหนึ่งข้าง ยอมหูหนวกอีกหนึ่งข้างทุกครั้งที่ท่านลงมือกระทำสิ่งใด เพราะข้ารู้ว่าทุกครั้งที่ท่านทำ ท่านทำเพื่อข้าและเพื่อต้าเหยี๋ยน" 

"..." เทียนสือเงียบเพื่อรอฟังว่าหลานชายตนจะสื่อสิ่งใด 

"รวมถึงครั้งนี้เช่นกัน แต่ข้าจะยอมครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายท่านอา" เกาจงเอ่ยพร้อมกับหันหน้ามามองผู้เป็นอา 

"..." 

"จากนี้ไปเรื่องของไป๋เอ๋อร์ หากท่านลงมืออีก ข้าก็จะลงมือเช่นกัน" 

"หึ ๆ เจ้าจะลงมือเรื่องใด จะสั่งประหารข้าเพราะความผิดข้าก็ยินดี หากเจ้าไม่ต้องการข้าแล้วข้าก็ยินดีออกจากวังไป ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรข้าก็ไม่โต้แย้ง แต่ข้าต้องกำจัดทุกอย่างเพื่อไม่ให้เจ้ามีจุดอ่อน จนศัตรูนำจุดอ่อนนั้นมาบีบบังคับเจ้า ข้าไม่มีวันยอมเกาจง" เทียนสือเอ่ยเสียงเย็นทันที 

"หึ ๆ ท่านเป็นสอนข้าเองท่านอา หากศัตรูเราเก่งกาจเรื่องการรบเราก็ต้องเก่งกาจทั้งการรบและกลยุทธ์ หากศัตรูเก่งกาจด้านปัญญาเราก็ต้องเก่งกาจทั้งปัญญาและเล่ห์กล ท่านลืมไปแล้วหรืออย่างไร" 

"เจ้าหมายความว่ายังไง" 

"ก็ถ้าหากท่านยังทำร้ายดวงใจของข้า ข้าก็จำต้องทำร้ายดวงใจของท่านให้ยิ่งกว่า" 

"เจ้าจะทำร้ายตนเองหรืออย่างไร ก็ในเมื่อคนที่สำคัญกับข้าก็มีเพียงเจ้า" เทียนสือถามด้วยความฉงน 

"ท่านอา แต่ก่อนนั้นใช่ ที่ข้าเป็นคนสำคัญเพียงคนเดียวของท่าน แต่ในเวลานี้นอกจากข้าท่านยังมีอีกคนที่ท่านห่วงใยเขายิ่งกว่าสิ่งใด ยอมลงมือทำทุกอย่างเพียงแค่คิดว่าเขานั้นมีใจให้ผู้ใด ท่านก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนผู้นั้นสมหวังโดยไม่สนใจความรู้สึกของตัวท่านเองว่าเจ็บปวดเพียงใด" เกาจงเอ่ยตอบกลับ 

"..." 

"อย่าปฏิเสธเลย ท่านรู้ทุกอย่างทุกย่างก้าวของข้า แล้วท่านคิดว่าข้าจะไม่รู้สิ่งใดเกี่ยวกับท่านเลยหรือ" 

"..." 

"หากท่านแตะต้องไป๋เอ่อร์ ข้าก็จะทำให้คนคนนั้นของท่านตายทั้งเป็นเช่นกัน" 

"..." เทียนสือมองหน้าหลานชายด้วยอารมณ์คุกรุ่น 

"ท่านเป็นคนสอนข้าเองท่านอา แล้วท่านก็เคยบอกข้าเองว่าข้า 'ลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยม' ของท่าน ท่านย่อมรู้ว่าข้าทำอะไรได้บ้าง" เกาจงเอ่ยเตือนครั้งสุดท้ายแล้วกลับไปมองร่างบางบนเตียงอีกครั้ง 

"พรุ่งนี้เช้าข้าจะเขามาดูองค์ชายใหม่ เจ้าเองก็พักผ่อนด้วยเกาจง" เทียนสือใช่ว่าจะไม่รู้สึกต่อสิ่งที่ตนมองเห็นและสัมผัสได้ จึงได้เอ่ยลาเพื่อให้คนทั้งสองได้พักผ่อนและมีเวลาส่วนตัว 

ครืด 

"ตื่นเถอะไป๋เอ๋อร์ เจ้าจะเป็นคนขี้เซาแบบนี้มิได้รู้หรือไม่ หากเราเข้าพิธีอภิเษกแล้วเจ้าต้องดูแลคนมากมายนักภายในวังหลัง เจ้าต้องช่วยพี่ดูแลบ้านเมืองเจ้าจะมานอนเป็นเด็กขี้เซาแบบนี้ไม่ได้หรอกนะไป๋เอ๋อร์" เกาจงเอ่ยกับไป๋หู่หลังจากที่เทียนสือออกไปแล้ว ตอนนี้เกาจงหวังเพียงให้ดวงใจของตนตื่นและหายจากการบาดเจ็บนี้เสียที 

"..." 

"พี่ให้เจ้านอนวันนี้วันสุดท้ายนะ พรุ่งนี้เจ้าต้องตื่นมาหาพี่เจ้าได้ยินไหม" เกาจงเอ่ยกระซิบที่ข้างหูไป๋หู่พร้อมจูบที่ขมับแล้วขึ้นนอนข้างกอดร่างบางแล้วหลับไปพร้อมกัน 

 

เช้าวันถัดมา 

"อืออออ" เสียงแหบแห้งราวกระซิบผ่านลำคอของร่างที่นอนอยู่ ดวงตาที่งดงามกะพริบตาอย่างช้า ๆ เนื่องจากแสบดวงตาจากแสงแดดจากภายนอกและเมื่อสามารถปรับสายตาได้แล้วก็เริ่มมองไปทั่ว 

"ตื่นแล้วหรือ เด็กขี้เซาของพี่" 

 

 

TBC. 

>>> อุแหมะ คึ คึ คึ <<< 

BM 

ความคิดเห็น