facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

20th Shoot : น้องปุณย์ของพี่ศร

ชื่อตอน : 20th Shoot : น้องปุณย์ของพี่ศร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2562 20:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
20th Shoot : น้องปุณย์ของพี่ศร
แบบอักษร

20th Shoot

น้องปุณย์ของพี่ศร​



น้องปุณย์’s Part



“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

“ขอบคุณมากนะครับ” ผมยกมือไหว้พี่ๆที่มาช่วยกันขนของวันนี้

วันนี้พี่แทนแจ้งเรามาล่วงหน้าหลายวันแล้วว่าจะให้คนมาขนของในห้องของพวกผม ของที่พี่แทนว่าก็คือโต๊ะ เตียงนอนและตู้เสื้อผ้าอีกสองชุดที่ทิ้งว่างไว้นานแล้ว พี่แทนบอกผมว่าไหนๆก็ไม่มีคนใช้ก็ย้ายไปให้ห้องอื่นที่จำเป็นต้องใช้ดีกว่า พี่แทนยังพูดติดตลกไว้ด้วยว่ายังไงก็คงไม่มีใครอยู่กับพี่ศรได้อยู่แล้วนอกจากผม จะว่าไปก็จริงของพี่แทนนั้นแหละ สายตาดุๆกับใบหน้านิ่งๆที่เดาอารมณ์ไม่ได้ของพี่ศร ขนาดผมยังแอบกลัวแล้วคนอื่นจะไปอยู่ได้ยังไง

แต่ยังไงซะพอผ่านมาได้แล้วตอนนี้ถึงได้รู้ว่าพีศรน่ะจริงๆแล้วเป็นคนที่น่ารักมากๆเลยล่ะ

“พี่จะทำอะไรครับ” หลังจากไปส่งพี่ๆที่มาขนของเสร็จฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้ว ขนกันตั้งแต่ช่วงกลางวันจนเย็น แอบเกรงใจพี่ๆเขาเหมือนกัน แต่พอกลับเข้ามาในห้องก็เห็นพี่ศรกำลังดันเตียงของผมที่จากเดิมตั้งอยู่ห่างจากเตียงของพี่เขาให้เขาไปชิดติดกัน

“ก็ย้ายเตียงไง”

“ผมรู้ แต่ผมหมายถึง…ทำไมพี่ต้องเลื่อนเตียงไปชิดกันขนาดนั้นด้วย” ถึงจะเหลือกันแค่สองเตียงแต่จริงๆไม่ต้องติดกันเป็นเตียงเดียวแบบนั้นก็ได้มั้ง

“เตียงติดกันน่ะดีแล้ว ห้องจะได้เหลือพื้นที่กว้างขึ้นไง”

“แต่…”

“มึงจะนอนตรงไหน” กำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่พี่ศรก็พูดตัดบทขึ้นมาก่อน

“ครับ?” ผมขมวดคิ้วสงสัย

“กูถามว่ามึงจะนอนฝั่งไหน ริมนั้นหรือริมนี้” พี่ศรชี้นิ้วไปที่เตียงสองเตรียงตรงหน้าที่ตอนนี้ถูกพี่ศรจัดมาชิดจนกลายเป็นเตียงเดียวกันไปแล้ว

“ผมไม่รู้ ผมอยากนอนแบบเดิม”

“ไม่ได้! เลือกมาเลยห้ามงอแง” อะไรเล่า อยู่ดีๆก็มาเสียงดุใส่อ่ะ ก็ผมไม่อยากนอนเตียงเดียวกับพี่ศรจริงๆนี่น่า

ก็….หัวใจผมมันยังไม่พร้อม

“ผมนอนฝั่งเดิมก็ได้ครับ” จนสุดท้ายผมยอมตอบออกไปเสียงอ่อยๆพี่ศรถึงได้ยอมกลับมายิ้มมุมปากอีกครั้ง

“มานั่งนี่มา” พี่ศรตบลงเบาๆที่เตียงนอนเป็นเชิงสั่งให้ผมเดินเขาไปหา 

ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะค่อยๆนั่งลงข้างๆอีกคน

“มะ…มีอะไรเหรอครับ”

หมับ!

จนแขนหนักๆของพี่ศรโอบมาที่เอวผมถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง

“พี่จะทำอะไร”

“กอดไง”

“ผมรู้แล้ว แต่…”

“ช่วยพี่เขาขนของมาเหนื่อยๆ ขอกอดหน่อย ได้กอดมึงแล้วกูหายเหนื่อย”

“…” ได้ยินแบบนี้ผมได้แต่ก้มหน้าหลุบมองต่ำ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันสักหน่อย ผมไม่ใช่เครื่องดื่มชูกำลังนะที่มากอดแล้วหายเหนื่อยนะ

“เขินอีกละ”

“อะไรเล่า! ก็พี่น่ะ…”

ฟอด!

“…”

“หายเหนื่อยแล้ว” 

พะ…พี่ศรหอมแก้มผมงั้นเหรอ ใช่! เมื่อกี้พี่ศรหอมแก้มผม

ไอ้พี่ศรบ้า มาพูดให้ผมไม่กล้าสบตาแล้วยังจะมาขโมยหอมแก้มผมอีก แบบนี้ไม่ได้แล้วนะผมไม่ยอมจริงๆด้วย

“พี่ศร” ผมเงยหน้าขึ้นมองค้อนอย่างไม่ยอม

“มีอะไร” แต่พี่ศรก็ทำหน้าตายียวนกลับ

“เมื่อกี้พี่หอมแก้มผมเหรอ”

“เปล่านี่”

“เปล่าที่ไหนก็พี่หอม”

“เหรอ จำไม่ได้แล้ววะ”

“ก็พี่หอม…”

ฟอด!

และในจังหวะที่ผมเผลอเพราะกำลังหน้ามุ่ยโกรธพี่ศรอยู่นั้น ใครอีกคนก็ฉวยโอกาสหอมเข้ามาที่แก้มของผมอีกแล้ว คราวนี้ผมตกใจและเบิกตากว้างเพราะพี่ศรฝังปลายจมูกไว้ที่แก้มผมนานกว่าครั้งแรกอีก

“เนี่ยพี่หอมแก้มผม” ผมรีบเบี่ยงหน้าหลบ ยกมือขึ้นปิดแก้มทั้งสองข้างไว้ไม่ให้พี่ศรรุ่มร่ามหรือจู่โจมผมอีก

“เออ หอมจริงๆด้วย” อีกคนยอมรับหน้าตาย

“พี่ศร พี่แกล้งผมเหรอ”

“หึ!”  สายตาและรอยยิ้มพี่ศรตอนนี้บ่งบอกชัดเลยว่าเขากำลังพอใจที่แกล้งผมได้ ผมทั้งพยายามขืนตัวและพยายามแกะมือพี่ศรที่โอบกอดเอวผมอยู่ แต่แรงมดอย่างผมจะไปสู้อะไรพี่ศรได้ นอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรยังถูกพี่ศรออกแรงดึงตัวผมให้โน้มลงไปซบอกพี่เขาอีก

“พี่แกล้งผมอ่ะ” ผมพูดเสียงเบาอย่างไม่พอใจ

“ไม่ได้แกล้งสักหน่อย กูบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยู่ใกล้มึงแล้วกูหายเหนื่อย”

“ไม่ต้องเลย พี่ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ขออีกนิดไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้” ว่าแล้วผมก็พยายามขืนตัวออกจากแรงกอดของพี่ศรอีกครั้ง แต่เรื่องมันก็วนมาแบบเดิม แบบที่ผมสู้แรงพี่เขาไม่ได้แถมพี่ศรยังยังทำหน้ายียวนใส่ผมอีก

“ได้…พี่ไม่ยอมปล่อยใช่ไหม  นี่แนะ!” และแล้วทางเลือกที่แสนจะปัญญาอ่อนที่สุดก็ถูกผมงัดออกมาใช้ ในเมื่อใช้กำลังก็ไม่ได้ ขมขู่ก็ไม่ได้ผมก็ต้องใช้วิธีเดียวที่ผมคิดได้ตอนนี้คือการยื่นมือพี่จี้เอวพี่ศรให้จั๊กกะจี้

แต่ทว่าใครอีกคนกับไม่ได้มีอาการหรือรู้สึกอะไรเลย พี่ศรเอาแต่ส่งสายตานิ่งๆมองมาทางผม

“พี่ไม่จั๊กกะจี้เหรอครับ” ผมถามเสียงอ่อย ค่อยๆชักมือตัวเองกลับ

“กูไม่ได้บ้าจี้ อีกอย่างแรงแค่นี้กูไม่รู้สึกหรอก ถ้าจะให้จั๊กกะจี้มันต้องแบบนี้”

“อ๊ะ! พี่ผมไม่เอา อ๊ะ! พี่ศรอย่า…” จากที่ผมควรจะเป็นคนทำให้พี่เขาจั๊กกะจี้ ตอนนี้กลายเป็นผมเองที่ดิ้นและหัวเราะอย่างกับคนบ้าเพราะโดนพี่ศรจี้ที่เอวไม่หยุด

“ยอมยัง”

“ยอมแล้วครับผมยอมแล้ว”

“ไอ้อ่อน”

“อะไรเล่า” ผมเงยหน้าขึ้นมองค้อนให้คนที่ยืนยิ้มอย่างได้ใจอยู่ตอนนี้ พี่ศรนะพี่ศรแรงก็เยอะกว่าผมตั้งเยอะ เล่นจี้มาที่เอวผมเต็มแรงไม่ออมมือบ้างเลย ทั้งจั๊กกะจี้ทั้งเจ็บ ถ้าไม่บอกยอมแพ้พี่ศรก็คงไม่หยุดหรอก แบบนั้นมีหวังตัวผมได้หักแน่

“ขนของจัดห้องมาทั้งวันไปอาบน้ำได้แล้วไปเจ้าเด็กมอมแมม”

“ชิ!” ผมยู่จมูกใส่ วันนี้พี่ศรขนของเยอะกว่าผมอีก ผมน่ะแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ จะจับนั้นที่ศรก็ห้ามที จะช่วยยกอะไรก็โดนดุไปหมดแบบนี้ยังจะมาบอกว่าผมมอมแมมอีก ตัวเองนั้นแหละเหงื่อออกแล้วยังไม่ยอมไปอาบน้ำอีก

จังหวะนั้นเองที่พี่ศรหันหลังให้ผมทำท่าเหมือนจะเอี้ยวตัวเดินไปอีกทาง ความคิดชั่วร้ายก็แล่นขึ้นมาในหัว ผมไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านพ้นไปง่ายๆหรอกคราวนี้ผมต้องแกล้งพี่ให้ได้เลย

“อ๊ะ!” แต่ไวกว่าความคิดผมก็คือพี่ศรนี่แหละ ผมพุ่งตัวออกไปยังไม่ได้ถึงสองก้าวเลยมั้ง จู่ๆพี่ศรก็หันมาคว้าจับมือผมไว้ อีกคนที่แข็งแรงกว่าผมมากก็ออกแรงรั้งตัวผมให้เข้าไปใกล้จนเราแนบชิดกัน

เอ่อ…แนบชิดในที่นี้คือแนบชิดมากๆจนมือผมคว้าจับไปทั่วอย่างหาที่พึ่ง จนกระทั้งไปคว้าโดน…ตรงนั้น

“…”

“…”

ต่างคนต่างเงียบ ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจรีบชะงักมือออกจากตรงนั้น ตอนนี้ผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้วนอกจากพื้นห้องสีขาวขุ่นที่ผมกำลังเอาแต่ก้มหน้ามองมันตอนนี้ สมองตื้อไปหมด เรี่ยวแรงก็ไม่รู้หายไปไหนจะดันตัวเองออกจากอ้อมกอดพี่ศรยังทำไม่ได้เลย

“เมื่อกี้ทำอะไร” เสียงทุ้มต่ำของพี่ศรเอ่ยถาม ผมสะดุ้งตัวโยนได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมตอบ ใครจะไปตอบกันเล่าว่าเมื่อกี้พึ่งจะจับ…ตรงนั้นมาน่ะ

“ทำอะไรไว้รับผิดชอบด้วยนะ” เสียงกระซิบพูดดังขึ้นให้ได้ยินอีกครั้ง

“ระ…รับผิดชอบเหรอครับ”

“อืม ก็มึงจับจนมันตื่น” แค่พี่ศรพูดผมก็หน้าแดงอายจะอยากจะม้วนตัวหนีพออยู่แล้ว ยิ่งอีกคนมาจับมือผมไปวางสัมผัสตรงนั้นอีกทีผมยิ่งตกใจจนต้องรีบชะงักมือกลับ

ตรงนั้น…มันขายใหญ่ขึ้นมาจริงๆด้วย

“พี่ศรปล่อยผมนะครับ” ผมพยายามขืนตัวออก ออกแรงผลักหน้าอกพี่ศรให้ออกห่างแต่เหมือนจะดันเท่าไหร่พี่ศรก็ไม่ขยับเลย

“มาแกล้งกูแล้วจะชิ่งหนีนี่นะ”

“ผมไม่ได้แกล้ง…ผมหมายถึงไม่ได้จะแกล้งแบบนั้น”

“จะยังไงก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้มันตื่นขึ้นมาแล้วจะทำยังไง”

“ผะ…ผมไม่รู้ครับ” ผมปฏิเสธเสียงเบา

หลังจากนั้นไม่นานผมก็ถูกพี่ศรค่อยๆประคองแก้มทั้งสองข้างอย่างเบามือ เงยหน้าขึ้นสบสายตาอีกคนด้วยหัวใจที่เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา ลมหายใจอุ่นร้อนไม่ต่างจากอุณหภูมิรอบๆห้องตอนนี้ของพี่ศรรดลงบนต้นคอผมก่อนที่พี่ศรจะโน้มลงมาฝั่งปลายจมูกและกดจูบที่ต้นคอผม

“พี่…!” ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ “พี่จะทำอะไรครับ”

“ก็จะทำให้เจ้านี่มันสงบไง” ผมแทบจะเป็นบ้าเพราะพี่ศรไม่พูดเปล่า เขาก้มลงมองส่วนแข็งแกร่งของตัวเองที่ตอนนี้เหมือนมันจะเพิ่มขนาดขึ้นไม่หยุด

“ไม่เอาครับ” ผมจะหันหนีแต่ถูกพี่ศรรวบตัวไว้แล้วกอดแน่น

“ไม่รักกูแล้วเหรอ” พี่ศรจ้องตาผมนิ่ง แววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้นทำให้ผม…ใจอ่อน

“แต่ผมยังไม่เคยนี่ครับ” ผมบอกเสียงเบา

“ก็เดียวกูช่วยทำให้เคย”

“…”

“เดี๋ยวก็เก่ง”

“พี่อะ!” ผมทุบลงไปตรงแผงอกคนทะลึ่งแรงๆ พี่ศรเวอร์ชั่นนิ่งๆขรึมๆไม่รู้หายไปไหน ผมไม่คุ้นกับเวอร์ชั่นที่รุกผมหนักๆแบบนี้เลยสิน่า

“รักกูไหม”

“ระ…รักครับ”

“รังเกลียดกูไหม”

“มะ…ไม่ครับ”

“ถ้างั้นก็อย่าปฏิเสธนะ” น้ำเสียงอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยได้ยินจากปากพี่ศรมาก่อนเอ่ยมาให้ผมต้องหน้าแดงเล่น ตามมาด้วยการที่พี่ศรกดจูบลงบนกลีบปากผมอีกครั้ง

ผมยืนแข่งทื่อเป็นก้อนหินโดยอัตโนมัติ ไม่มีคำพูด ไม่มีการขัดขืนอะไร ยอมปล่อยไปตามการชักนำของอีกคนแต่โดยดี เสื้อตัวบางของผมถูกถอดออก ของพี่ศรก็เช่นกัน เพียงแต่ว่า…พี่ศรเขาถอดเสื้อผ้าของตัวเองหมดเลย อุณหภูมิที่แก้มผมคงจะพุ่งเกินค่ามาตรฐานไปหลายร้ององศา พี่ศรตอนนี้ดูเซ็กซี่จนผมแทบจะบ้าอยู่แล้ว เป็นนักกีฬายิงธนูนี่มันต้องหุ่นดีขนาดนี้เลยหรือไง

“มองอะไร” ผมสะดุ้งกับคำถาม

“ปะ…เปล่าสักหน่อย ผมหันหน้าหนี”

“หึ!” รับรู้ได้ถึงแรงกระตุกยิ้มของอีกคน

“เหวอ!” ผมถูกพี่ศรช้อนตัวขึ้นอุ้มไว้อย่างไม่ทันตั้งตัว ผมซุกหน้าลงแนบออกอีกคนอย่างหมดทางหนี แขนทั้งสองข้างเอื้อมไปคล้องคอพี่ศรไว้โดยอัตโนมัติเพราะกลัวตก  พี่ศรอุ้มผมมาวางไว้ที่เตียงอย่างเบามือ ผมมองตามทุกการกระทำของเขาอย่างลืมตัวจนตอนนี้รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกอีกคนขึ้นคร่อมตัวไว้ซะแล้ว

“มึงน่ารักมากเลยรู้ไหม”

“…” จะไปรู้ได้ไงเล่า ผมรู้แต่ว่าตอนนี้พี่ศรเลิกจ้องผมด้วยสายตาแบบนั้นสักทีได้ไหม ผมอายไปหมดแล้วนะ 

เพียงไม่นานผมก็ต้องเม้มปากแน่นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือพี่ศรค่อยๆถอดกางเกงของผมออกทั้งชั้นนอกชั้นใน ปราการด่านสุดท้ายที่ปกปิดตัวผมไว้จากสายตาน่าอายของพี่ศรถูกปลดเปลื้องออกไปแล้ว

“ขนาดกำลังน่ารัก”

“อะไรเล่า” ผมงอแงเสียงเบา ไม่รู้ว่าพี่ศรหมายถึงอะไรที่ทะลึ่งหรือเปล่า “อืออ…พี่ศร” ผมเม้มปากแน่นพยายามกลั้นไม่ให้เผลอร้องเสียงดังเมื่อพี่ศรขบเม้มลงมาที่ยอดอกของผม มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

มันเย็นวาบแต่ร้อนลุ่ม

มันเปียกชื่นแต่นุ่มสบาย

                มัน…มัน…ผมอธิบายไม่ถูก ทั้งที่ใจและหัวสมองอยากจะขัดขืน อยากจะร้องห้าม แต่ร่างกายกลับไปให้ความร่วมมือพี่ศรด้วยการแอ่นช่วงอกรับกับรสสัมผัสจากเขาซะอย่างนั้น

                น่าอายชะมัดเลย

                พี่ศรไล่จูบและฝังปลายจมูกไปทั่วทั้งร่างกายของผม ไล่จากต้นขา จุดอ่อนไหวที่หน้าท้อง ช่วงอก ซอกคอ และตอนนี้มาถึงปากของผมที่ถูกพี่ศรครอบครองกดจูบไว้สักพักจนผมเริ่มชาไปหมดแล้ว ลิ้นร้อนของพี่ศรสอดแทรกเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าของไม่หยุด ผมพยายามเม้มปากสู้ แต่ยิ่งสู้พี่ศรก็ยิ่งออกแรงดูดดึงและขบเม้มแรงขึ้นจนผมต้องยอมแพ้

                “อึก!” ผมสะดุ้งตัวโยน เบิกตากว้างอย่างตกใจ อยากจะร้องออกมาเสียงดังก็ทำไม่ได้เพราะยังถูกพี่ศรไล่ฉกจูบอยู่ไม่หยุด นิ้วมือเรียวของพี่ศรค่อยๆดันเข้ามาในช่องทางด้านล่างของผม จากหนึ่งนิ้ว เพิ่มขึ้นทีละนิ้วจนผมหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

                ตอนนี้ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงลมหายใจของตัวเองกับเสียงดูดดึงแสดงความเป็นเจ้าของจากปากของพี่ศร มือทั้งสองข้างยกขึ้นเกาะไหล่พี่ศรไว้แน่นอย่างหาที่พึ่ง พี่ศรผละจูบออกเปิดโอกาสให้ผมได้หอบหายใจ จ้องตากันสักพักก่อนที่พี่ศรจะเริ่มขยับนิ้วของเขาอีกครั้ง

                “อื้อออ…” ผมส่งเสียงประท้วง

                “ไหวไหม” พี่ศรจูบขมับผมหนักๆหนึ่งทีก่อนจะเอ่ยถาม

                ผมพยักหน้าตอบแม้จะลังเล ใจอยากปฏิเสธเพราะความกลัว แต่อีกใจก็ยอมรับว่าผมมีความสุขที่ถูกพี่ศรสัมผัสแบบนี้ และเหมือนจะได้คำตอบที่พึงพอใจเพราะพี่ศรยกยิ้มให้ผมทีนึงก่อนจะเริ่มรุกรานร่างกายผมด้วยการพรมจูบไปทั่วทั้งตัวอีกครั้ง

                “พี่ศร…” ผมตกใจผวาเข้ากอดอีกคนไว้แน่น พี่ศรเปลี่ยนจากนิ้วมือมาเป็นอะไรอีกอย่างที่แข็งแกร่งกว่า อุ่นร้อนกว่า ขนาดของมันทำให้ผมคับแน่นไปหมด ขยับตัวหนีก็ไม่ได้เพราะแค่ลองบิดตัวนิดเดียวก็มีอาการจุกแล้ว

                “อย่างเกร็ง”

                “ผะ…ผมอึดอัด อ๊ะ!” แล้วพี่ศรก็ดันความแข็งแกร่งนั้นเข้ามาทีเดียวจนหมด

                “ทนหน่อยนะ จะทำเบาๆแล้วกัน” ผมสบตาเข้ากับสายตาอบอุ่นของพี่ศรที่มองมา แรงสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นที่แก้มกับการจูบขมับแรงๆทำให้ผมต้องยิ้มรับ

                “อื้อ!” แต่ถึงจะตอบตกลงไปแล้วก็เถอะ พอพี่ศรเริ่มขยับตัวผมก็ต้องกลั่นเสียงร้องเอาไว้อย่างอดทนอีกครั้ง ความคับแน่นส่งให้ผมต้องเชิดหน้าขึ้นเพื่อรับความเคลื่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้นตรงช่วงล่างนั้น “พะ…พี่ศร” แต่ถึงจะพยายามอดทนอย่างถึงที่สุดแล้ว พอถูกแรงกระแทกเข้าตรงจุดหนึ่งผมเหมือนถูกไฟช็อตไปทั้งตัว ผมสะดุ้งกระตุกตัวเกร็ง เรียกชื่อยังไงพี่ศรก็ไม่ยอมหยุดเลย ทั้งออกแรกทุบกำปั้นที่หน้าอกแกร่งของพี่ศรก็แล้วแต่พี่ศรก็ไม่ยอมหยุด สุดท้ายผมก็ต้องเกร็งตัวขึ้นซุกหน้ากับแผงอกแกร่งของพี่ศรอย่างหาที่พึ่ง

                “เจ็บเหรอ” สุดท้ายพี่ศรก็ยอมหยุดขยับ

                “ฮึก…” ถึงตอนนี้ผมก็พูดไม่ออก ไม่ใช่ไม่อยากพูดแต่ตอนนี้ผมพูดอะไรไม่ออก พอแรงขยับที่ช่วงล่างหยุดลงผมทำได้แค่หอบเอาอากาศหายใจเข้าไปเติมในปอดอย่างเหน็ดเหนื่อย

                “ไม่ร้องนะ”

                “…”

                “ไม่อยากเห็นน้ำตามึงเลย ขอโทษนะถ้าทำให้เจ็บ”

                “…”

                “ให้หยุดไหม”

                น้ำเสียงอ่อนโยนของพี่ศรที่ถามมามันทำให้ผมไม่อยากปฏิเสธ ผมส่ายหน้าแทบคำตอบออกไปทำให้พี่ศรยกยิ้ม

                “ถ้างั้นเจ็บตอนไหนก็บอกนะ”

                “ครับ” ผมพยักหน้ารับ                 แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างอ่อนโยน พี่ศรไม่รวดเร็วและรุนแรงกับผมเหมือนตอนแรก ทุกๆการสัมผัสมันดูอ่อนโยนไปหมดจนผมสบายใจ ช่วงล่างเริ่มขยับตามแรงของพี่ศรอีกครั้ง แต่ที่แปลกออกไปคือในครั้งนี้ผมไม่รู้สึกกลัวเลย นั้นก็เพราะพี่ศรคอยปลอบประโลมผมอย่างห่วงใยอยู่ตลอด

                จนสุดท้ายผมถูกจับให้มานั่งคร่อมตัวพี่ศรไว้ในท่าทางที่น่าอาย ทุกการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นโดยที่ช่วงล่างของเรายังคงเชื่อมต่อติดกันอยู่ พี่ศรรูดรั้งส่วนแข็งแกร่งของผมเพียงไม่กี่ครั้งผมก็ต้องเชิดหน้าแล้วปลดปล่อยสิ่งน่าอายออกมาจนเลอะหน้าท้องพี่ศรไปหมด

                “เป็นไง” พี่ศรกระซิบถาม

                “ผม…” จะให้ผมตอบยังไงเล่า

                “ตากูบ้างนะ”

                “อืออ…”

                พี่ศรจับสะโพกของผมให้ขยับตามความต้องการของเขาอีกครั้ง ผมเชิดหน้าขึ้นสูงอีกครั้งเมื่อจังหวะถูกเร่งให้เร็วขึ้น จนสุดท้ายก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่ถูกฉีดเข้ามาภายในตัว ทั่วทั้งห้องตอนนี้มีแค่เสียงหอบหายใจของเราสองคนกับสายตาร้อนแรงที่พี่ศรมองมาเท่านั้น

                “ปุณย์” เสียงมทุ้มต่ำของพี่ศรกระซิบเรียก

                “คะ…ครับ”

                “ขออีกรอบนะ”

                “อื้อออ…พี่ศร” 

                แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามความต้องการของพี่ศรโดยมีผมที่ปากอยากจะบอกปฏิเสธแต่ร่างกายกลับยินยอมและให้ความร่วมมือกับพี่ศรเป็นอย่างดีตลอดทั้งคืน

                กว่าจะผ่านเหตุการณ์เมื่อคืนนี้มาได้เล่นเอาผมแทบจะฟุบหลับไปทันทีที่พี่ศรยอมวางมือ พี่ศรเหมือนเพลิงร้อนแรงที่ลุกโชนแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ ไม่ว่าผมจะร้องห้ามสักเท่าไหร่พี่ศรก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย แบบนั้นเลยไม่แปลกที่ผมจะตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเวียนหัวและปวดระบมไปทั่วทั้งตัวแบบนี้

                พี่ศรนะพี่ศรไม่อ่อนโยนกับผมบ้างเลย

                “ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ่มต่ำดังขึ้นจากคนที่กำลังถือถังน้ำใบเล็กเดินเข้ามา พี่ศรวางถังน้ำลงที่โต๊ะตัวเล็กบนหัวเตียงก่อนจะบิดผ้าขนหนูผืนเล็กให้หมาด “เช็ดตัวหน่อยนะ ตัวมึงรุมๆเดี๋ยวจะไม่สบายเอา เมื่อคืนเช็ดให้ไปแล้วรอบนึง”

                “ก็พี่นั้นแหละ” 

                “อะไร” พี่ศรพูดกลั้วหัวเราะ

                “ก็พี่ศรไม่อ่อนโยนกับผมเลย ผมถึงเป็นแบบนี้ไง” ผมมุ่ยหน้าใส่

                “นี่กูก็พยายามถนอมมึงแล้วนะ ตัวก็บางจับทีกูก็กลัวว่าจะหัก”

                “ผมจะโป้งพี่แล้วนะ”

                “โกรธเหรอ” พี่ศรโผเข้ามากอด ช้อนตัวผมขึ้นนั่งก่อนจะรั้งตัวผมให้ซุกลงตรงอกหนาของเขา “อย่าโกรธนะ จะรับผิดชอบเอง โอเคไหม”

                “…” อีกคนกดจูบลงมาที่แก้มผมซ้ายทีขวาทีอย่างอ่อนโยน ค่อยๆยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมและท้ายทอยของผมอย่างเบามือ

                “เป็นแฟนกันนะ” ก่อนที่พี่ศรจะพูดคำนึงที่ทำให้ผมหัวใจพองโต “ขี้เกียจจีบแล้ว ขอเป็นแฟนเลยดีกว่า”

                “…”

                “ตกลงไหม”

                ผมเม้มปากแน่นอย่างลังเล มองไปบนใบหน้าหล่อของอีกคนอย่างใช้ความคิด ยอมรับว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่ผมคิดไม่ถึงเลย ที่จริงคือผมไม่เคยคิดถึงมันด้วยซ้ำ ผมต้องการแค่ได้แอบรักพี่ศรอยู่ห่างๆ แค่ต้องการมาอยู่ใกล้ๆมาเห็นพี่ศรยิงธนูด้วยตาตัวเองสักครั้งก็แค่นั้น

                แต่นี่…พี่ศรกำลังขอผมเป็นแฟน ที่จริงผมควรจะดีใจ ควรจะรีบตอบตกลงเป็นแฟนเขา แต่ทำไม…ปากผมถึงรู้สึกหนักอึ้งสมองรู้สึกตื้อตันไปหมด

                “ขมวดคิ้วแบบนี้จะปฏิเสธใช่ไหม”

                “ผม…”

                “ห้ามปฏิเสธนะ เป็นเมียกูแล้วห้ามปฏิเสธด้วย”

                “ผมเป็นเมียพี่ตอนไหน”

                “ก็เมื่อคืนไง จะให้ย้ำไหมละ”

                “อื้อ…” พูดจบพี่ศร ก็ทำท่าจะฉกจูบมาที่ผมอีกแล้ว ผมออกแรงดันตัวของพี่ศรออกอย่างสุดความสามารถ “พี่ศรไม่เอาแล้วครับ ผมยังเจ็บอยู่เลยนะ”

                “ตอบมาก่อนว่าจะยอมเป็นแฟนไหม ถ้าไม่ยอมเป็นแฟนกูจะจับกดจริงด้วย”

                “พี่อ่ะ!”

                “ตอบมาเร็ว”

                “ก็ได้ครับ เป็นก็ได้”

                ทุกอย่างหยุดนิ่งลง ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพี่ศร อีกคนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับสิ่งที่ผมพึ่งบอกไป

                “เมื่อกี้มึงพูดว่าไงนะ”

                “ผมยอมเป็นแฟนพี่แล้วครับ”

                “ว่าไงนะ”

                “ผมบอกว่าผมยอมเป็นแฟนพี่แล้วครับ”

                “ว่าไงนะ”

                เฮ้อ! ผมถอดหายใจเสียงดัง ยังไม่ทันแก่เลยหูตึงซะแล้วเหรอ

                “ผม…บอก…ว่า…ผม…เป็น…แฟน...พี่…แล้ว…ครับ  อื้อออ…!”  ผมแกล้งตะโกนเสียงดังใส่คนหูตึง แต่ยังพูดไม่ทันจบดีพี่ศรก็กดจูบลงมาที่ริมฝีปากผมแน่น รู้ตัวอีกทีก็ถูกคนตัวสูงขึ้นคร่อมร่างไว้แล้ว

                แล้วคนเอาแต่จัดก็จัดการผมซ้ำรอยเดิมที่เคยทำไว้เมื่อคืน

                ไหนบอกว่ายอมเป็นแฟนแล้วจะไม่ทำอะไรไงเล่า ไอ้พี่ศรบ้า!




___________

น้องปุณย์โดนพี่ศรจับกินแล้วจร้าาา #รักตรงเป้า 


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว