ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -18- จับให้ได้

คำค้น : น่ารัก,ฝาแฝด,สมการเวหา,ณิดา,ทัพเวหา,ชิล,อ่านสบาย,ตลก,บ้าบอคอแตก

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 783

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2562 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
-18- จับให้ได้
แบบอักษร

หนึ่งสัปดาห์เวียนผ่านไป การแข่งขันจับปลามาถึง ชาวบ้านห้อมล้อมแห่มุงดูเยอะกว่าเมื่อตอนแข่งครั้งแรกเสียอีกกระมัง อาจเพราะปลัดนพใจดีเปิดสระปลาให้คนมาจับกินได้หลังเมฆาแข่งจบ นับเป็นข้อได้เปรียบซึ่งเพิ่มความนิยมในตัวเมฆาไปอีกหลายเท่า พ่อลูกคู่นี้ช่างชอบการถูกจ้องมอง ชอบเป็นจุดสนใจ คงไม่แปลกที่มีข่าวลือว่าอีกไม่กี่ปีเมฆาจะลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล

ณิดาคาดว่าเมฆาต้องได้รับชัยชนะ เขาต้องได้ตำแหน่งมาครองเพราะปลัดนพได้ปูทางไว้อย่างราบรื่นเสียขนาดนี้

“เอาๆ ล่ะ เมื่อพี่น้องมารวมตัวกันครบ ทางผมก็ได้เตรียมอาหารของว่างให้ทานกันอย่างอิ่มหนำ ให้ถือว่าวันนี้เรามาร่วมสนุก เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้ร่วมมือกันกับทางไร่อัญชันจัดงานแข่งขันกระชับมิตร เราสองฝ่ายอยากให้พี่น้องคนบ้านเราอยู่ดีกินดี  ผมมีความเห็นว่า...”

ณิดาพ่นลมหายใจรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับ บ่อปลากลางทุ่งกลายเป็นลานหาเสียงไปโดยปริยาย ปลัดนพพูดนานจนทัพเวหาต้องขยี้หูส่วนเมฆาก็ยิ้มอวดฟันขาวไม่เหน็ดเหนื่อยจนเหงือกแห้ง ไม่ต้องบอกว่าสีหน้าของพ่อกับแม่ของเธอเป็นอย่างไร

ณิดาพร่ำขอร้องให้ยกเลิกการแข่งไปตั้งนานแล้วไม่มีใครยอมฟัง ดูสิว่ามันลุกลามเอิกเกริกคล้ายงานวัดเข้าทุกที นี่ถ้ามีชิงช้าสวรรค์กับเวทีหมอลำก็ครบเครื่องแล้วล่ะ

เกมนี้เป็นเกมจับปลาที่เมฆาคิด ส่วนเกมต่อไปถึงตาทัพเวหา เขากระซิบบอกเธอล่วงหน้าว่าจะแข่งคิดเลขเร็ว ณิดาค่อยหายใจโล่งอกหน่อยว่ามันจะไม่บานปลายมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

“เอาล่ะ ใครจับปลาได้น้ำหนักรวมมากที่สุดจะชนะเกมรอบนี้” เสียงพ่อบอกกติกาผ่านโทรโข่งให้ได้ยินโดยทั่วกัน “ให้เวลาสิบยี่สิบนาทีนำปลาที่จับได้ใส่ในถังจากนั้นผมจะชั่งน้ำหนักต่อหน้าทุกคนเพื่อความยุติธรรม เอ้าเริ่มได้!!”

ปี๊ด!!!

เสียงนกหวีดดังจากนั้นเมฆาและทัพเวหาก็วิ่งลงบ่อโคลน การจับปลาในหนองนี้เริ่มแรกเดิมทีมีน้ำเต็มหนอง ทางปลัดนพได้สูบน้ำออกไปจนเกือบหมดเหลือเพียงเล็กน้อยพอให้ปลาได้มุดลงโคลน พ่อได้เตรียมแห สวิง รวมถึงอุปกรณ์จับปลาอื่นๆ ให้สองหนุ่มเลือกให้ตามใจเท่าที่อุปกรณ์จัดสรรไว้ให้เท่านั้น ทัพเวหาจึงอดเอาอุปกรณ์แปลกๆ ที่เขาประดิษฐ์ไว้เองมาเล่นสนุกด้วย

“เห้ย! ไอ้เมฆแกจะมาจับตรงนี้ทำไมวะ ไปจับที่อื่นสิโว้ย”

“ก็ตรงนี้ปลามันชุมนี่หว่า ไม่มีกติกาว่าให้จองพื้นที่สักหน่อย ไม่พอใจแกก็ไปหาที่อื่นสิวะ!”

ผลัก!!

เสียงทะเลาะกันตามด้วยทัพเวหาผลักเมฆาลงโคลน หนุ่มกำยำล้มร่างเปื้อนโคลนจนถึงคอ เมฆาไม่ยอมเลอะคนเดียวเขาลุกขึ้นไปลากเอวทัพเวหาจับทุ่มลงด้วย

“ไอ้เมฆ นี่แกจะเอาใช่ไหม!”

“แกทุ่มฉันก่อนนะไอ้เวย์!”

“เร็วๆ ค่ะ ผ่านไปห้านาทีแล้วนะคะ!” ณิดาร้องทักให้พวกเขาเลิกเล่นมวยปล้ำกันเสียที

สองหนุ่มถอดเสื้อเปลือยร่างกายท่อนบนตอนนี้เปรอะไปด้วยโคลนสีเทาลามจนถึงต้นคอ ใบหน้าถูกโคลนกระเด็นใส่ไม่น้อยแต่ยังไม่บดบังความหล่อเหลา แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าพวกเขารีบจับรีบเสร็จก่อนที่แดดสว่างจ้าจะเผาผิวแสบร้อนจนต้องทาครีมกันแดดซ้ำ

“รับทราบครับหนูนิด!”

ทัพเวหาร้องบอกแล้วปล่อยแขนเมฆาก่อนจะก้มหน้าก้มตาจับปลา ทางด้านเมฆาเองก็เลิกเล่นสนุกหันมาเอาจริงเสียที

“คุณเวย์สู้ๆ คุณเวย์สู้ตาย คุณเวย์ไว้ลายสู้ตายสู้ๆ”

เสียงเชียร์จากป้าน้าอาทีมไร่อัญชันส่งเสียงกระหึ่มข้างสระ พอทัพเวหาจับปลาได้หนึ่งตัวก็เฮ จับสองตัวก็เฮ เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ กดดังฝั่งเมฆาเต็มที่

“นายเมฆยอดเยี่ยม! นายเมฆยิ่งใหญ่! นายเมฆเกรียงไกร! คว้าชัยนายเมฆ!”

เพลงเชียร์กีฬาสีตอนมัธยมมีประโยชน์ก็วันนี้ กองเชียร์ฝั่งเมฆาไม่น้อยหน้า ลูกน้องปลัดนพเป็นผู้ชายเสียงดังขึงขัง โห่ร้องทีทำเอาขนลุก งานนี้ไม่มีใครยอมใคร

ทีมชอบพนันก็ลงขันกันสนุกเพราะจำนวนปลาที่เห็นนั้นสูสีกันมาก ทัพเวหาจับปลามาเทลงถัง ไม่นานเมฆาเองก็เทลงด้วยจำนวนที่มากไม่แพ้กัน

สองหนุ่มมองตากันก่อนจะวิ่งลงหนองน้ำอีกรอบ

“เหลือเวลาห้านาที!”

เสียงพ่อประกาศเพิ่มความลุ้นระทึก ตอนนี้ยังไม่ชั่งน้ำหนักหากมองด้วยตาเปล่าพอประมาณได้ว่าเมฆาจับได้จำนวนมากกว่า แต่ทัพเวหาจับได้ปลาตัวใหญ่ เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วทัพเวหาอาจจะชนะก็ได้

“สู้ๆ นะคะ!” ณิดาตะโกนเชียร์อีกแรง เธอเองก็พลอยลุ้นไปด้วย

ลำโพงตัวเขื่องเปิดเพลงหมอลำดังลั่นทุ่ง คนแก่นั่งกินเหล้ากันก็เริ่มเมามายออกมาร้องรำใต้ต้นไม้

น้ำที่สูบออกจากสระผ่านท่อสูบน้ำนั้นถูกปล่อยเจิ่งนองบนที่นาอีกฝั่ง เด็กเล็กพากันเล่นน้ำสนุกสนานเพราะน้ำสูงเพียงเข่า บรรยากาศช่างเต็มไปด้วยความหรรษายกเว้นณกมลที่หน้าบึ้งเข้าไปทุกที

“พี่มลร้อนหรือเปล่าคะ เข้าไปในเต็นท์กับแม่ดีไหม” ณิดาบอกด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าพี่สาวจะทนแดดไม่ไหว

“หนูนิดเชียร์ใครก็ร้องบอกชื่อไปเลยสิจ๊ะ” ณกมลไม่ตอบคำถาม เธอมองออกไปยังสองหนุ่มในหนองน้ำ “จะเชียร์คุณเวย์ก็ร้องดังๆ จะเชียร์พี่เมฆก็เลือกสักอย่างสิ”

ณิดายิ้มจางๆ เคอะเขิน “หนูนิดก็อยากให้กำลังใจทั้งสองคนนั่นแหละค่ะพี่มล”

“เหรอ พี่นึกว่าหนูนิดเลือกฝั่งคุณเวย์เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วเสียอีก”

“โถ่...พี่เมฆก็พี่ชายทั้งคน ไม่เชียร์ได้ยังไงคะ” ณิดาหัวเราะคิกคักปิดท้าย

“เรื่องเมื่อหลายวันก่อน พี่ต้องขอบใจคุณเวย์มากนะที่เขาพาไปโรงพยาบาล” ณกมลอมยิ้ม “คุณเวย์เป็นคนดีนะหนูนิด พี่ว่าอีกไม่นานคุณเวย์ต้องชนะใจแม่ได้แน่ๆ”

ณิดาเอียงคอมองใบหน้ามีความสุขของพี่สาวพร้อมกับขยับร่มบังแดดให้

“เรื่องชนะใจคงไม่ใช่หรอกค่ะ” ณิดาเงียบไปสักพักก่อนเอ่ยอธิบายเพิ่ม “แม่ไม่ชอบที่พี่เวย์เป็นคนต่างถิ่นค่ะ แม่คงคิดว่าพี่เวย์เขาจะพาหนูนิดไปอยู่ไกล อาจจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ อาจจะเป็นนิวยอร์ก ไม่รู้สิคะ หนูนิดคิดว่าแม่คงอยากให้หนูนิดแต่งงานกับพี่เมฆก็เพราะพี่เมฆเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกันมากกว่า”

“แต่ถ้าพี่เป็นคนไป ก็คงไม่เป็นไรสินะ” ณกมลบอกเสียงเบา แต่ณิดาก็ได้ยินถ้อยคำนั้นชัดเจน

“พี่มลหมายความว่ายังไงคะ”

“ถ้าพี่ไปอยู่ที่ไกลแม่คงไม่ว่าอะไร แต่หนูนิดคงไม่ได้ ลูกสาวคนเล็กแม่ทั้งห่วงทั้งหวงจริงๆ น่ะสิ” ณกมลยิ้มพร้อมเอ่ยอธิบาย

“ไม่หรอกค่ะพี่มล” ณิดาหันไปคว้าแขนณกมลแล้วซบไหล่พี่สาว “แม่ก็เป็นห่วงเราทั้งคู่เท่ากันนั่นแหละค่ะ แต่ที่แม่ห้ามหนูนิดแบบนี้เพราะแม่ยังไม่รู้ว่าโลกเราแคบนิดเดียว ไปมาหาสู่กันง่ายไม่เหมือนสมัยก่อน สักวันแม่ต้องเข้าใจเรื่องของพี่เวย์ ถ้าหนูนิดต้องไปอยู่ไกลหนูนิดดูแลตัวเองได้จริงๆ นะคะ”

ณกมลยังมือขึ้นลูบหัวน้องสาวเบาๆ “หนูนิดเก่งจริงๆ สมัยเด็กๆ ยังอ้อนพ่ออ้อนแม่ไม่กล้าไปโรงเรียนคนเดียวอยู่เลย ทุกวันนี้กล้าออกจากบ้านแล้วสินะ”

“พอพี่มลขึ้นประถม หนูนิดก็ต้องไปเรียนอนุบาลคนเดียว ตอนนั้นกลัวจริงๆ นะคะ” ณิดาย่นจมูก

“เรานี่ติดพี่จริงๆ สินะ ของเล่นก็ชอบมาแย่งพี่เล่นตลอดเลย อาหารที่พี่ชอบเราก็แย่งพี่กินเสียหมด ดูสิทุกวันนี้ตัวสูงกว่าพี่ซะแล้ว” ณกมลเอียงคอหลบณิดาที่พยายามหอมแก้มอ้อนพี่สาว

“หนูนิดอยากเล่นอยากอยู่กับพี่มลนี่คะ ก็หนูนิดไม่ค่อยมีเพื่อน แม่ไม่ให้ออกไปเล่นนอกบ้าน ดีนะคะไปโรงเรียนยังมีเพื่อนบ้าง ไม่งั้นหนูนิดคงไม่มีใคร” ณิดาเปลี่ยนจากกอดแขนณกมลเป็นกอดเอว “ถ้าไม่มีพี่มลหนูนิดคงเหงาแย่”

“ถ้าพี่ขอของที่หนูนิดชอบบ้างล่ะจะยอมให้พี่ไหม ไม่ใช่ว่ารอแย่งพี่อย่างเดียวเหมือนเด็กๆ หรอกนะ” ณกมลเอียงคอถาม

ณิดาไม่ทันคิดครวญอย่างลึกซึ้งถึงความหมายนั้น เธอหยักหน้าหงึกหงัก

“ได้สิคะ วันนี้เราไปดูเสื้อที่ห้องหนูนิดไหมคะ หนูนิดไปช้อปปิ้งสัปดาห์ก่อนซื้อเสื้อผ้ามาเยอะเลย มีกำไลแบบที่พี่มลชอบด้วยกะว่าจะให้วันเกิดพี่มล แต่อดใจไม่ไหวแล้ว”

“ทุกวันนี้ซื้อของเก่งเชียวนะเรา”

“ทำงานหาเงินได้แล้วก็ขอซื้อรางวัลให้ตัวเองบ้างสิคะ” ณิดายิ้มแก้เก้อ “หนูนิดแบ่งเงินเดือนให้พ่อกับแม่แล้ว ก็เลยอยากให้ของขวัญพี่มลที่ดูแลหนูนิดด้วย”

ณกมลเป็นข้าราชการ เงินเดือนปรับตามวาระการงาน หากแต่ณิดาทำงานเอกชน แม้จะเป็นงานในไร่แต่อัศนัยก็ไม่เคยมองข้าม ณิดาได้รับโบนัสสมกับที่เธอทำงานหนัก เงินเดือนค่าตอบแทนก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน พ่อแม่ชมหนักหนาแต่ไม่รู้เลยว่าตัวเลขสองฝั่งทำให้เกิดข้อเปรียบเทียบระหว่างพี่น้อง

“นายเมฆ! เห้ย! ส่งคนไปดูนายเมฆเร็ว!!”

ณิดาหันขวับไปทางหนองน้ำทันทีที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากฝั่งลูกน้องเมฆา

“กรี๊ด!!”

เสียงกรีดร้องดังมาจากริมหนองน้ำทัพเวหาโยนอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาเป็นคนที่ถึงตัวเมฆาก่อนใครเพื่อน

“อ้าก”

เมฆาส่งเสียงก่อนที่ทัพเวหาจะรวบตัวเมฆาแบกขึ้นหลัง เขาตะโกนบอกทุกคนพร้อมชี้นิ้ว “จับงูไปให้หมอด้วย”

ณิดาเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรีบวิ่งไปใกล้ริมหนองน้ำที่สุด ใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ ทางด้านปลัดนพเองก็วิ่งเข้ามาดูลูกชายเช่นกัน

“งูกัดเหรอคะ!”

“ใช่”

ทัพเวหาแบกเมฆาขึ้นมาริมสระ ลูกน้องชายฉกรรจ์รีบเข้าไปรับต่อทันที แต่ทัพเวหายกมือห้าม เขาขอเชือกเส้นยาวแล้วจัดการรัดต้นขาเมฆาเหนือรอยงูกัดไว้ด้วยความคล่องแคล่ว ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นคนที่มีสติที่สุดในเหตุการณ์

“ลูกพี่ๆ ๆ ทำใจดีๆ ไว้ลูกพี่” ลูกน้องเมฆาต่างพากันร่ำไห้ลนลาน “ผมจะดูดพิษให้ลูกพี่เอง!”

“ห้ามดูดเด็ดขาด!” ทัพเวหาตะโกนลั่น “รีบเตรียมรถไปโรงบาลสิโว้ย อยากให้มันตายเร็วขึ้นหรือไงวะ!!”

“อ่อ...” เหล่าชายฉกรรจ์มองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะมองปลัดนพ

“พวกแก...ไปสตาร์ทรถสิวะ!!”

คำสั่งปลัดนพถือว่าเป็นคำสั่งขาด ทุกคนรีบวิ่งขึ้นไปเตรียมการ ลูกน้องเมฆาเข้าพยุงตัวคนเจ็บ พ่อแม่เธอแห่กันตามไปโรงพยาบาลกันเสียหมด ปลัดนพบอกให้ชาวบ้านที่เหลือจับปลาต่อด้วยความระมัดระวังก่อนจะรีบตามหลังไป

ณิดาเข้าไปประคองทัพเวหา เธอเห็นเขากุมแขนอีกข้างไว้ ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความกังวล

“พี่โดนงูกัดด้วยเหรอคะ!”

ทัพเวหาแสร้งอ่อนแรงรีบโอบรัดเธอทันที คราวนี้ดูก็รู้ว่าแสดงละคร ใบหน้าหวานตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นถอนหายใจโล่งอกที่เขาไม่ได้เจ็บจริง หากทัพเวหาลองไปทดสอบเล่นบทพระเอกคุณชายอ่อนแอดูบ้างท่าจะดังเปรี้ยงปร้างเอาการ

“อื้ม...เจ็บจัง...หนูดูดพิษให้พี่หน่อยสิ”

“พี่เวย์ ปล่อยนะคะ หนูเลอะโคลนหมดแล้วเนี่ย”

“งูกัดพี่จริงๆ รีดพิษให้พี่หน่อยนะครับ”

“แน๊ะ! ยังจะเล่นอีก!! เรารีบตามไปดูพี่เมฆกันเถอะค่ะ”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว