ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กอดครั้งที่3 (100%)

ชื่อตอน : กอดครั้งที่3 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2562 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่3 (100%)
แบบอักษร


image

น้องอยากอ้อน









โอ้ยยยยยยย!!!!!

ผมทิ้งสาระร่างที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงลงบนโซฟาอย่างค่อยๆ ที่ทิ้งแรงไม่ได้เพราะปวดสะโพกมาก เดินยังไม่เป็นท่าเลย

มองสภาพร่างตัวเองในกระจกบานใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ

ไม่ต้องพูดปลอบใจตัวเองก็คงรู้ว่าเมื่อคืนนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะดูจากท่าเดินที่แทบจะเดินเป็นปกติแบบคนทั่วไปไม่ได้

เดินขาถ่างขนาดนี้ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ว่าโดนขุดทองมา ถึงเมื่อคืนจะเมามากแต่ก็พอจะจำได้ลางๆว่าไปเจอพี่วินมา แต่หลังจากนั้นก็ปะติดปะต่อเรื่องไม่ถูกแล้ว

ฮื้อออออออ

อย่าบอกนะว่ามันเป็นเรื่องจริง!!!

แล้วผมจะแบกหน้าไปมองพี่วินยังงายยยยยยยย

จะแอบเอาขนมไปให้พี่วินยังงายยยยยยยย

ก๊อก ก๊อก!!

ผมค่อยๆลุกจากโซฟาเดินไปที่ประตูเพื่อเปิดประตูให้กับผู้มาเยือนคนใหม่

“ไหมมีอะไร?”ผมถามและเปิดประตูให้กว้างขึ้น

“เหนื่อยว่ะ ขอเข้าไปหน่อย”ใยไหมเดินแทรกตัวเข้ามาในห้องของผม

“ไปทำอะไรมา”ผมปิดประตูและเดินไปนั่งกับใยไหมที่โซฟา

อ้อยยย!!! สงสารตูดตัวเอง

“สอนพิเศษไง แม่งเรื่องมาก สอนเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ จะเอาคอสเพิ่มอย่างเดียว”บ่นพร้อมเอนหัวลงบนพนักพิงและหลับตา

ใยไหมต้องไปสอนพิเศษให้ญาติ เอ่อ เรียกญาติดีไหมนะ ไม่ใช่ญาติกันหรอกมั้งต้องเรียกว่าลูกของเพื่อนแม่จะถูกกว่า

“เออ แกเป็นอะไรปะเห็นเดินแปลกๆ”ใยไหมหันมาถามผม

“ห๊ะ!!! อ่ะ....อะไร ไหนแปลกไม่มี”พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด แต่เหมือนว่าจะทำไม่ได้

“หมอก...”พูดพร้อมหลี่ตาให้เล็กและมองมาทางผม

“อ่ะ....เอ่อ คือว่า”จะบอกดีไหมว่ะเนี่ย

ผมเกาหัวตัวเองและก้มหน้ามองเท้าตัวเอง

มองหน้าใยไหมไม่ได้หรอก รายนั้นจับผิดคนโกหกเก่งสุดๆ แต่ถึงผมจะโกหกเนียนยังไง ในไหมก็รู้ทันตลอด

“คือ เมื่อคืนอ่ะ หมอกเจอพี่วิน”ผมตอบทั้งที่ไม่ได้หันไปมองหน้าใยไหม

“แล้ว???”

“เรานอนกับเค้าอ่ะ”

“ห๊ะ!!! ไอหมอกเมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”ใยไหมจับไหล่ผมให้หมุนไปหาตัวเอง

“เราหนีกลับมาก่อนที่พี่เค้าจะตื่น”หนีกลับมาก่อนจริงๆนั่นแหละ ใครจะกล้าอยู่ต่อหล่ะ ตื่นเช้ามาแล้วมีคนที่แอบชอบมานอนแก้ผ้าอยู่ข้างๆพร้อมกับสะโพกที่ล้าจากเหตุการณ์อะไรก็ไม่รู้ เป็นใครก็ต้องหนีออกมาปะ

“แล้วไปเจอกัน ไปนอนด้วยกันได้ไง”ใยไหมถามต่อ

“เมื่อคืนพี่ปลายโทรมา เลยออกไปรับโทรศัพท์ แล้วเข้าผิดห้องไปเจอพี่วินกำลัง...”ผมเงียบลงทั้งที่พูดไม่จบ

“แล้วยังไงต่อ...”

ไม่ต้องให้พูดต่อใยไหมก็พอจะเดาสถาณการณ์ตอนนั้นออกได้ เพราะรู้ว่าพี่วินเป็นคนยังไง

“จำไม่ได้แล้ว ตื่นมาก็ปวดเมื่อยตัว แล้วก็เจอพี่วินนอนอยู่ข้างๆ เราตกใจเลยรีบออกมา”ผมบอก

“เดี๋ยวนะ เค้ามีแต่ฟันแล้วทิ้ง แต่แกโดนฟันแล้วทิ้งเนี่ยนะ”

“มันตกใจนี่ อย่าบอกไอซุงนะ”ผมหันไปห้าม

ถ้าขืนไอซุงรู้ผมตายแน่ๆ เพราะมันต้องไปบอกพี่ปลายแล้วพี่ปลายต้องไปบอกแม่ ฮืออออ

“ไม่รับปากแต่จะพยายาม”ใยไหมพูด”แล้วเป็นไงบ้างเจ็บมากไหมเดี๋ยวไปซื้อยามาให้”

“ขอบใจ เมื่อคืนไม่น่าเมาเลยเนอะ”

“ถ้าแกไม่เมาแล้วจะได้เจอพี่วินหรอ”ใยไหมลุกขึ้นยืนและหันไปคุ้ยถุงทั้งหลายแหล่ที่ใยไหมถือมาด้วย

“เจอครั้งแรกก็เสียตัวเลยน่าภูมิใจตรงไหน”ผมเอนหลังพิงพนักโซฟา

“แล้วทำไมหน้าซีดขนาดนั้นอ่ะ”ใยไหมหันมาถาม

“ท้องเสียอ่ะ วิ่งเข้าออกห้องน้ำตั้งแต่เช้าแล้ว”

นี่ก็จะบ่ายแล้ว ตั้งแต่กลับมาช่วงสายๆจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย

“นี่ฉันซื้อข้าวมาให้ เดี๋ยวจะออกไปหาซื้อยามาให้ กินข้าวรอไปก่อน”ใยไหมวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!!!

“ไอซุงแน่ๆ เดี๋ยวฉันไปเปิด”ใยไหมเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดประตู

“ไอหมอก!!!! มึงหายไปไหนมาทั้งคืน กูตามหาให้วุ่น แล้วนี่กลับมายังไงห๊ะ!!! ออกไปรับโทรศัพท์ที่เมืองนอกหรือไงออกไปแล้วไม่กลับมาอ่ะ โทรไปก็ไม่รับโทรศัพท์กู เป็นห่วงมึงรู้ไหมห๊ะ!!!!”ไอซุงเดินเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อนพร้อมพูดประโยคยาวเหยียดที่ฟังแทบจะไม่ทัน

“เมื่อคืนกูเมาแล้ว ขืนเข้าไปนั่งกินต่อนะ กูเสร็จพี่จ้าแน่ๆ”ก็เลยเสร็จพี่วินแทนเลยไง หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

“โทรบอกกูดิจะได้มาส่ง”มันนั่งลงข้างๆผม

“กูลืม”ผมพูด

นี่ใยไหมมันออกไปตั้งแต่ตอนไหนเนี่ยทำไมทิ้งผมให้อยู่กับไอซุงแค่สองคนถ้ามันโมโหแล้วฆ่าผมขึ้นมาใครจะเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ห๊ะ!!!

“มึงเพิ่งกลับหรอ”ผมถามมัน

“เออ เพิ่งตื่นอ่ะ แล้วนี่เป็นอะไร ทำไมหน้าซีด”ไอซุงคุ้ยถุงที่วางอยู่บนโต๊ะหาของกินไปด้วย

นี่ขนาดมึงห่วงกูมึงยังเมาจนเพิ่งจะตื่นเลย ถ้ามึงไม่ห่วงกูนะซุงป่านนี้กูโดนฆ่าหั่นศพแล้ว

ถึงเมื่อคืนจะโดนข่มขืนแต่ไม่ฆ่าก็เหอะ

“ท้องเสีย”ตอบเบาๆเหมือนคนไม่มีแรง

“กูมีเกลือแร่ที่ห้อง เดี๋ยวไปเอามาให้”พูดจบก็หยิบขนมออกจากถุงมาห่อนึงก่อนจะลุกเดินออกไป

โอ้ย!!!! ข้าศึกโจมตีอีกแล้ว

.

.

.

.

.

.

(“อยู่ไหนแล้วครับ”)

“ร้านหนังสือครับ พี่ปลายถึงไหนแล้ว”หยิบหนังสือตรงหน้าพลิกดูไปมา ก่อนจะเก็บกลับเข้าที่เพราะไม่ถูกใจ

“อยู่ข้างหลังคนตัวเล็กครับ”เสียงกระซิบข้างหูชวนขนลุก

ผมหันหน้ามาดูเจ้าของเสียงที่รู้ว่าเป็นใครอยู่แล้ว ก่อนจะมองหน้าคนตัวสูงตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ

“เป็นอะไรครับ”ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น

“ผมหิวแล้ว”พูดพร้อมเบะปากทำท่าเหมือนเด็กที่กำลังโกรธ

“โอเคครับ หายโกรธพี่นะครับ ดูสิพี่ซื้ออะไรมาฝากด้วย”ยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลในมือให้ผม

ผมรับมาเปิดดูด้านในก็พร้อมเบิกตากว้างและเงยหน้ามองผู้ชายตรงหน้า

“ให้ผมหรอ??”พูดด้วยเสียงที่กระตือรือร้นเป็นพิเศษ

“ให้เด็กขี้งอนครับ”ฉีกยิ้มกว้างตอบกลับมา

“พี่ปลาย.....”ผมเรียกชื่อพี่ชายที่น่ารักของตัวเองพร้อมกับมองหน้าเขาไปด้วย

“หือ??”ครางรับทั้งที่ยังยิ้มหวานอยู่

“กอดหน่อยครับ”อ้าแขนให้คนตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มสดใส

“ครับๆ”พูดพร้อมหัวเราะเล็กๆแต่ก็ก้มลงมากอดผม

รักพี่ปลายจัง

ผมมีพี่ปลายเป็นพี่ชายเพียงคนเดียวและผมก็คือน้องเล็กสุดของบ้าน ไม่แปลกที่ผมจะค่อนข้างอ้อนพี่ชายคนนี้เป็นพิเศษเพราะผมอยู่กับพี่ปลายมากกว่าพ่อกับแม่เสียอีก ทำไมหน่ะหรอเพราะพ่อกับแม่ชอบหนีไปเที่ยวกันสองคนแล้วทิ้งผมไว้หน่ะสิ

นึกถึงแล้วก็เคืองขึ้นมาเลย แบบนี้ต้องโทรไปงอแงใส่

ผมขอพี่ปลายซื้อหนังสือกลับไปอ่านที่หอซักสามสี่เล่มก่อนจะเดินไปร้านอาหารที่พี่ปลายจองโต๊ะไว้แล้ว

“พี่ปลายจะบินไปไหนครับ?”พูดพร้อมคีบแซลม่อนชิ้นโตเข้าปาก

“จุ๊ๆ ความลับครับ”พี่ปลายตอบพร้อมรอยยิ้ม

“ผมมีเรื่องสงสัย”วางตะเกียบในมือลงและจ้องคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสายตาจริงจัง

“มีเรื่องอะไรห๊ะคนตัวเล็ก”ยื่นมือมายีผมของผมเล่นเหมือนเด็กๆ

“พี่ปลายทำงานผิดกฎหมายใช่ไหมครับ”พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง

แววตาพี่ปลายวูบไหวเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มให้ผมอย่ารวดเร็วพร้อมหัวเราะออกมา

“ทำไมถามแบบนั้นหล่ะครับ”ตอบทั้งที่ยังยิ้มอยู่

“ผมหาประวัติพี่ปลายไม่เจอ”ตอบความจริงออกไป

ใช่...ผมให้ซุงหาประวัติส่วนตัวของพี่ปลาย แต่มันบอกว่าหาไม่ได้เพราะข้อมูลของพี่ปลายไม่มีอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งก็คือพี่ปลายอาจเป็นคนมี่มีประวัติเป็นความลับรัฐบาลอาจปิดบังข้อมูลไว้ แต่ถ้าไม่ใช่ พี่ปลายอาจจะทำงานผิดกฎหมายจึงต้องเอาชื่อตัวเองออกเพื่อที่จะได้ไม่สามารถหาข้อมูลของพี่ปลายได้หากมีอะไรผิดพลาดในการทำงาน

ถามว่าทำไมซุงมันรู้เพราะมันก็คิดจะเอาชื่อตัวเองออกจากระบบหลังจากเรียนจบ เพราะมันเป็นแฮกเกอร์ บางวันเข้าไปหามันในห้องยังเห็นมันแฮกกล้องวงจรปิดมหาลัยดูเล่นๆอยู่เลย

มันบอกว่าดูเล่นๆ

อืม เชื่อว่าดูเล่นๆ

“จะเอาประวัติพี่ไปทำอะไรครับ”พี่ปลายยังคงยิ้มให้ผม

“เอาไปเขียนรายงานครับ เค้าให้เขียนประวัติครอบครัวแล้วผมไม่รู้ว่าพี่ปลายทำงานอะไร”ผมตอบและก้มลงคีบทูน่าชิ้นโตมาใส่ปากอีกคำ

“ให้ซุงหาให้หรอครับ”

พี่ปลายแม่งจะยิ้มอะไรนักหนาวะ ดูก็รู้ว่าไม่ได้เต็มใจจะยิ้มเท่าไหร่นัก

“ผมหาเองครับ ไอซุงมันไม่ยอมช่วยงานมันเยอะ”ที่จริงไอซุงหาอ่ะถูกแล้ว แต่พูดไม่ได้

ดีนะที่ไอซุงมันคิดคำตอบให้ ไม่งั้นชีวิตไอซุงพังแน่ๆ

“แล้วเรารู้ได้ไงว่าชื่อพี่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎร เรารู้จักหรอ?”

อันนี้ไม่ได้เตรียมมาหว่ะ

ผมยังคงมองพี่ปลายด้วยสายตานิ่งๆและคีบเนื้อปลาเข้าปากอีกคำ

ผมเป็นคนเก็บอาการเก่ง ดูยากมากว่าผมคิดอะไรอยู่ ไอซุงมันบอกผมว่าอย่างนั้นแหละ ดังนั้นเวลาผมคิดจะโกหกอะไรก็เลยดูออกค่อนข้างยาก นกเว้นใยไหมไว้คนเดียวเหอะ จะบอกว่าไอซุงมันโง่เรื่องดูคนอื่นก็ถูกนะ

“ผมไม่ได้โง่นะ”ตอบพร้อมเงยหน้าขึ้นมอง

“พี่แค่อยากมีความลับบ้างไม่ได้หรอครับ”ก้มหน้าลงคีบแซลม่อนเข้าปากและมองผมไปด้วย

“แม่รู้ไหมครับ”ถามออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆ

“รู้ครับ”ตอบพร้อมรอยยิ้ม

รู้ก็ยังให้ทำเนี่ยนะ แม่ทำไมไม่ห้ามหล่ะ

“แล้วจะเลิกทำเมื่อไหร่ครับ”ผมยังคงถามต่อ

“เราเรียนจบเมื่อไหร่พี่จะเลิกทำทันทีเลย สัญญาครับ”ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าผม

“ถ้าผิดสัญญาผมโกรธ”ผมพูดก่อนจะยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวนิ้วใหญ่ๆตรงหน้า

“ครับๆ”ยื่นมืออีกข้างมายีหัวผม

ผมมันยุ่งหมดแล้วว้อย ทำไมยีเก่งจัง







-ต่อ-

“ซุง...มึงหาข้อมูลพี่ปลายให้กูอีกหน่อยนะ”ผมนั่งเกาะแขนมันเขย่าไปมาท่าทางอ้อนๆ

“ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวเค้ารู้ว่ากูเป็นคนหาขึ้นมาจะยุ่ง”ไอซุงปฏิเสธ นิ้วมือก็นังคงรัวอยู่บนแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊คไปด้วย ไม่รู้ว่ามันทำอะไรเห็นแต่ตัวหนังสือภาษาประหลาดวิ่งเต็มหน้าจอไปหมด

“ไม่รักเค้าแล้วหรอซุง”ผมยังคงอ้อนมันต่อ

“ขนลุกไอหมอก”มันตอบแต่ก็ไม่ได้สนใจผมเลยซักนิด

ผมเบะปากใส่มันทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่เห็นก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องของมันกลับไปที่ห้องของตัวเอง

ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหลังจากที่ปิดไฟหมดแล้วก่อนจะค่อยๆหลับตาลง พร้อมกับคิดแผนการว่าจะเอาอะไรมาล่อให้ไอซุงยอมหาข้อมูลของพี่ปลายให้อีก

เท่าที่รู้ข้อมูลไอซุงมา...

มันมีพี่ชายหนึ่งคนชื่อซัน น้องชายชื่อซีน พ่อแม่มันเป็นเจ้าของร้านเพรชหลายสาขาในห้างดัง

อืมบ้านมันรวยจะพูดงี้ก็ได้

พี่ซันเรียนจบปริญญาตั้งแต่อายุ18เพราะเรียนเทียบเอา ส่วนน้องมันยังอยู่ม.5

ไม่เห็นมีอันไหนเอามาหลอกล่อมันได้เลยวะ!!!

คิดแล้วก็หงุดหงิด แม่งไม่มีเรื่องน่าอายเลย

“อย่าให้กูรู้เรื่องน่าอายมึงนะซุง จะแฉให้รู้ทั้งมหาลัยเลย!!!!”ผมตะโกนลั่นก่อนตะพลิกตัวแล้วหลับตาลงนอน

.

.

.

ห้าว~~~~

ผมกำลังนั่งโง่ๆอยู่ที่ตึกคณะ ที่โต๊ะรับสมัครนักแสดงละครเวทีที่จะเริ่มการซ้อมเร็วๆนี้แล้ว โดนปีนี้พิเศษกว่าปีไหนๆเพราะเปิดโอกาศให้กับนักศึกษาทุกคณะในมหาวิทยาลัยได้ลงสมัครเข้ารับการคัดเลือกได้ ผมก็เลยต้องมานั่งเฝ้าโต๊ะเช็ครายชื่อผู้เข้าสมัครที่มารายงานตัววันนี้

วันนี้จะมีการคัดเลือกนักแสดงรอบสุดท้ายแล้ว มีผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกบทละประมาณ5-6คน แต่ละคนก็หน้าตาดีๆทั้งนั้น

อ้อ! ปีนี้พิเศษกว่าปีอื่นๆอีกอย่างด้วยก็คือละครเวทีที่เล่นเป็นแนวชายชาย ซึ่งกว่าจะทำเรื่องได้ก็นานพอควรโดยรุ่นพี่ที่ทำเนี่ยได้ยื่นข้อสนับสนุน LGBT ทำให้คณะครูอาจารย์ไม่ได้ขัดอะไร เพราะต้องการเปิดโอกาสให้เพศที่สามด้วย แต่กว่าจะได้มาก็ยกหาเหตุผลร้อยแปดพันข้ออะนะ

“แม่งเอ้ย!!!!”ผมหันหน้าไปที่ที่มาของเสียงก็เจอพี่ใบหม่อนเดินเกาหัวตัวเองออกมาจากห้องคัดเลือกนักแสดง

“เป็นอะไรพี่หม่อน”ใยไหมหันไปถาม

“ไม่มีใครเล่นบทนายเอกได้เลยอะดิ ใครเล่นพี่ก็ว่ามันยังไม่ใช่อ่ะ แต่มันต้องส่งรายชื่อวันนี้แล้วไง ปวดหัวเลยเนี่ย”บ่นซะยาวเหยียดแล้วก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

“นั่งก่อนไหมครับ”ผมลุกออกจากเก้าอี้ตัวเองเพื่อที่จะให้พี่หม่อนนั่ง

“หมอก”พี่หม่อนเรียกผมเมื่อหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ได้ไม่นานนัก

“ห๊ะ!!!”ผมมองหน้าพี่หม่อน

“ว่างไหม?”

“จะให้ผมไปซื้อน้ำให้กินหรอ เดี๋ยวผมไปตอนนี้เลย”ผมทำท่าจะเดินออกมา

“ไม่ใช่”พี่หม่อนพูดต่อ

“ขนมหรอ จะกินขนมใช่ไหม”ผมถามต่อ

ส่ายหัวเป็นคำตอบ

อะไรของพี่หม่อนวะ ไอนู่นก็ไม่เอาไอนี่ก็ไม่เอา ถ้าเป็นคนอื่นผมเดินหนีไปแล้ว แต่นี่พี่ผมต้องเจอหน้ากันอีกปีทำแบบนี้ไม่ได้

“ไปเป็นนักแสดงให้หน่อย”

“ห๊ะ!!! พี่บ้าป่าว ผมจะไปแสดงได้ไง”ผมโวยวายลั่น

“ได้ดิ นะหมอกนะ ไปเล่นให้หน่อย ฉันเห็นหน้าไอพวกที่เข้ารอบแล้วก็ไม่ถูกโฉลกเท่าไหร่ แถมพระเอกที่ได้มาดูเข้ากับแกด้วย”พี่หม่อนเงยหน้ามองผม

“ใครครับ?”ถามออกไป

“เด็กบริหาร...”

เหี้ย!!! เด็กบริหารด้วย ไม่อยากรู้จักเด็กบริหารเว้ย!!!!

“ชื่อเรย์....”

“ห๊ะ!!! เรย์?? พี่เรย์เพื่อนพี่วินอะนะ”ใยไหมหันมาถามพี่หม่อน

“ใช่ รู้จักหรอ”พี่หม่อนหันไปถามใยไหมต่อ และใยไหมก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

“ผมไม่เล่น!!!!!”

ขืนถ้าผมเล่นนะผมก็จะสนิทกับพี่เรย์เพราะต้องซ้อมบทด้วยกันทุกวัน แล้วถ้าสนิทกับพี่เรย์แล้วก็มีความเสี่ยงสูงที่จะได้เจอพี่วิน แล้วถ้าได้เจอพี่วินแล้วก็เสี่ยงอีกว่าพี่วินจะจำผมได้

ฮื้ออออออ ชีวิตอันสงบสุขของผม

“ไม่ได้!!!”ใยไหมพูดเสียงดังลั่น

ไหมแกจะไล่ฉันไปเจอกับจระเข้ไม่ได้

“ใช่หมอก หมอกต้องเล่นเพราะมันไม่มีคนแล้ว”พี่หม่อนพูดเสริม

ม่ายยยยยอาวววววววว

อยากกลับไปตอนม.6จะเลือกมหาลัยใหม่ ฮืออออออ






100%

—————————————

#วินหมอก

มาอัพนิยายย้อมใจกับข้อสอบ pat1

ต่อแล้วนะคะ

ขอบคุณทุกกำลังใจ

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจ

😂😂😂😂







ความคิดเห็น