ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

บทที่ 16 ข้อตกลง

ชื่อตอน : บทที่ 16 ข้อตกลง

คำค้น : BTS , kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.พ. 2562 05:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 ข้อตกลง
แบบอักษร

XVI

ข้อตกลง



​“เด็กๆ มาดื่มนมเร็ว”

          สองพี่น้องละสายตาจากโทรทัศน์ที่กำลังฉายการ์ตูนยามเช้าไปหาคุณแม่ เมื่อได้ยินคำสั่งเสียงทุ้มนุ่มก็กระโดดลงจากโซฟา วิ่งตื๋อออกมาจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องรับประทานอาหาร แทฮยองอมยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กๆกับพ่อนัมจุน พอส่องเข้าไปก็เห็นแทยุนกับเจคกำลังนั่งตักคุณตาคนละข้าง ระดมหอมแก้มจนได้ยินเสียงจุ๊บรัวๆ แบคฮยอนที่เห็นก็ยิ้มตามและเริ่มอยากแกล้งหลานทั้งสอง

          “ไม่เห็นมาหอมแก้มอาแบคบ้างเลย ไม่รักอาแบคแล้วเหรอ” แบคฮยอนมุ่ยหน้าพูดน้ำเสียงงอนๆ ทำให้สองพี่น้องต้องวิ่งมาเอาใจผู้เป็นอา จองแก้มกลมของใครของมันก่อนหอมคนละฟอดใหญ่ๆจนแบคฮยอนทนไม่ไหวกับความน่ารัก ดึงหลานเข้ามากอดเสียจมอกทำเอาเด็กๆหายใจไม่ออก “ทำไมถึงน่ารักน่าฟัดยังงี้นะพวกเธอเนี่ย!”

          “อะ... อาแบคฮะ ผมหะ... หายใจไม่ออก”

          “อาแบคปล่อยก่อน...”

          “ไม่เอา อาจะกอดไว้งี้แหละ มาให้หอมซะดีๆ... ฟอดดด”

          “ไม่เอาน่าแบค หลานเขาต้องดื่มนมนะ” ซอกจินเดินถือยากิโซบะมาเสิร์ฟให้กับสมาชิกในครอบครัว แบคฮยอนที่ได้ฟังจึงต้องจำใจปล่อยหลานๆที่น่ารักอย่างเสียดาย “แทแท น้ำเดือดแล้วนะ คุณจองกุกตื่นหรือยัง?”

          ร่างบางยิ้มเจื่อน “แทยังไม่ได้ไปปลุกเลยฮะ”

          “งั้นก็ไปปลุกซะนะ เดี๋ยวได้ต้มน้ำใหม่พอดี”

          “ฮะ”

          แทฮยองย้ายตัวออกมาจากหน้าประตูห้องรับประทานอาหาร เดินขึ้นบันไดเพื่อไปปลุกผู้เป็นสามีซึ่งป่านนี้ยังไม่ขุดตัวเองจากที่นอน ไม่นึกเลยว่าหลังจากแต่งงานแล้วอีกฝ่ายจะขี้เซาได้ขนาดนี้ บางทีเขาก็แอบคิดว่าช่วงนี้สามีทำตัวไม่เหมือนแต่ก่อนเลย ดูขี้เกียจขึ้นอย่างไรไม่รู้

          “พี่กุกฮะ ตื่นได้แล้ว น้ำเดือดแล้วนะ”

          คำตอบที่ได้มาคือความเงียบ แทฮยองจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปแบบเงียบเชียบและถือวิสาสะ และสิ่งแรกที่เขาเห็นคือสภาพนอนแผ่หลาเหมือนศพขึ้นอืดของจองกุก หนำซ้ำยังโชว์ซิกแพคขาวๆได้อย่างน่าหมั่นไส้

          เขาก้มลงมองพุงตัวเอง ก่อนพองแก้มด้วยความอิจฉา “พี่กุกตื่นเร็ว เช้าแล้วน้า”

          อีกคนไม่ตอบ กลับครางเสียงขัดใจในลำคอพร้อมพลิกตัวนอนตะแคง

          “เฮ้อ...”

          ร่างบางถอนหายใจเสียงผะแผ่ว เดินเอื่อยไปยืนข้างเตียงก่อนเขย่าตัวสามีเบาๆ ไม่จำเป็นต้องรุนแรงเพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว แต่ถ้ายังอิดออดอยู่... ก็ไม่แน่

          “ตื่นได้แล้วพี่กุก มัวแต่นอนกินบ้านกินเมืองอยู่นั่นแหละ”

          “อือ...” คนถูกปลุกยกผ้าห่มมาคลุมโปง “วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ”

          “แต่น้ำเดือดแล้วนะ” เขาหย่อนสะโพกลงบนขอบเตียงเพราะเริ่มเมื่อยขา

          “ชงให้พี่หน่อยสิ”

          แทฮยองถอนใจอีกครั้ง ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบกาแฟแบบไหนแต่เขาก็มีสิ่งที่ต้องทำเช่นกัน และประเด็นคือเขายังไม่หายงอนจากเรื่องเมื่อคืน จึงไม่อยากตามใจให้มาก

          “ชงเอง แทขี้เกียจ”

          หลังจากที่ปฏิเสธเสียงแข็ง เขาก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากสามีอีกเลย เส้นบนขมับเริ่มเต้นตุบหน่อยๆ มือเรียวจึงกระชากผ้าห่มออกอย่างแรงจนเห็นร่างสูงกำลังนอนขดเป็นเม่น

          “ลุกเร็วตาแก่ จะไปแล้วนะ”

          พูดเสร็จก็ทำท่าลุก แต่อีกคนดึงมือไว้ทำให้ต้องนั่งต่อ “เดี๋ยวสิ... ทำไมดูหงุดหงิดจัง”

          จองกุกถามเสียงอื้ออึงแหบๆ แต่แทฮยองยังคงฟังออก

          “ไม่ได้หงุดหงิด”

          “แล้วเรียกพี่ว่าตาแก่เนี่ยนะ”

          “ก็แก่จริงไหมล่ะ” ร่างบางแอบยิ้มขำกับอาการสะลึมสะลือของสามี เขายื่นนิ้วอ่อนไปแคะขี้ตาก้อนโตให้ก่อนดีดทิ้งไปทางอื่น “งั้นแทจะไปชงกาแฟมาให้ แต่พี่ต้องอาบน้ำแต่งตัวรอนะ”

          “ทำไมต้องรีบอาบน้ำในวันหยุดด้วย?”

          “จะไปไหมเดทอ่ะ”

          พอได้ยินก็รีบถีบผ้าห่ม ดีดตัวผึงเป็นสปริง “ไป”

          แทฮยองยิ้มกริ่มอย่างพอใจในผลลัพธ์ ก่อนลุกขึ้นเดินไปยังประตู เขาเลื่อนสายตามองไข่ในตะกร้าขณะดึงลูกบิด “พี่กุก เมื่อไรเด็กๆจะฟักออกมาเหรอ?”

          คนถูกถามเดินไปทางตะกร้าพลางถอดเสื้อ ทำเอาร่างบางใจเต้นแรงเผลอมองตามหุ่นล่ำแน่น กับแผ่นหลังกำยำซึ่งให้ความรู้สึกอยากถูกปกป้องในยามที่ได้มอง

          “น่าจะใกล้แล้วล่ะ ทำไม? แทยุนกับเจคเหงาเหรอ”

          “เปล่าฮะ” เขาก้มหน้าเพื่อซ่อนพวงแก้มแดงระเรื่อ “แทแค่กลัวว่าไข่จะเสีย”

          จองกุกโน้มตัวลงยื่นหน้าเข้าไปหาตะกร้า เพื่อเงี่ยหูฟังเสียงบางอย่างซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน

          ตึกตัก...

          เขาคลี่ยิ้มบางเมื่อได้ยินเสียงชีพจรแผ่วๆภายในไข่ ยืนยันได้ว่าเด็กๆยังอยู่ดี ไม่มีฟองไหนเน่าหรือเสีย เขาจึงหมุนหน้าไปหาภรรยาเพื่อบอกข่าวดี

          “พวกเขาสบายดี ไม่ต้องห่วง”

          “พี่กุกรู้ได้ไง?”

          จองกุกจิ้มใบหูตัวเองแทนคำตอบ แทฮยองใช้เวลาคิดไม่กี่วินาทีก็พยักหน้าเข้าใจ เขาแทรกตัวออกจากห้องและปล่อยให้สามีทำธุระส่วนตัวไป ระหว่างที่เดินลงบันไดได้มีเสียงโทรเข้าดังลอดจากกระเป๋ากางเกง มือเรียวล้วงหยิบโทรศัพท์ก่อนกดรับสายเพื่อนตัวเล็ก

          “โหลชิม แปลกจังนะที่วันนี้ตื่นเช้า”

          เขาได้ยินเสียงโอดครวญหลังจากพูดค่อนแคะใส่คนในสาย

          “เป็นคำทักทายที่ฟังดูระรื่นหูมากเลยแทแท”

          “ขอบคุณที่ชม” เขาหัวเราะคิกคักพลางเดินเข้าไปในครัว

          “มะเหงกหนิ ขอบคงขอบคุณอะไรกัน” จีมินถอนใจก่อนพูดต่อ “ที่ชิมโทรมาเนี่ย เพราะจะถามว่าได้บอกเรื่องที่เราคุยกันให้คุณจองกุกฟังหรือยัง”

          แทฮยองเบ้ปากขณะรื้อหาซองกาแฟในลิ้นชักเคาน์เตอร์ และด้วยนิสัยที่ชอบทำอะไรรวบรัด – หรือมักง่ายก็ไม่รู้ – จึงวางโทรศัพท์บนไหล่โดยใช้หูแนบไว้ไม่ให้ลื่นตก ส่วนสองมือก็หาแก้วและฉีกซองโรยผงกาแฟใส่

          “ยังอ่ะ”

          “อ้าว ทำไมไม่บอกล่ะ อย่าบอกนะว่าลืม” น้ำเสียงของร่างเล็กเริ่มมีความหงุดหงิดเจือปน แต่ก็แค่เล็กน้อยทำให้ร่างบางไม่ทันสังเกต

          “เปล่าลืม”

          “งั้นทำไมถึงยังไม่บอกล่ะคร้าบ ถ้าไม่ได้ลืม”

          “ก็แค่...” แทฮยองทำปากจู๋บ่นงึมงำคนเดียว จีมินไม่ได้ยินจึงเค้นถาม

          “ก็แค่ว่าอะไร”

          ก็แค่งอนพี่กุกอยู่นี่นา อยากให้ง้อบ้างอะไรบ้างก็ไม่เห็นมี ผู้ชายอะไรแข็งกระด้างที่สุดเลย และถ้าจะให้หายงอนพี่กุกง่ายๆล่ะก็... อย่าหวัง ชิ! เขาบ่นอุบอิบถึงสามีในใจพลางโรยผงน้ำตาลทรายไปหนึ่งซอง แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องโรยแค่ครึ่งซองเพราะสามีชอบสูตรเข้มข้น จึงชักสีหน้าเซ็งพร้อมทำไหล่ตกกับความสะเพร่าของตน เยี่ยมเลย แทฮยอง เฮ้อ...

          “ถ้าให้เดา” ปลายสายพูดเสียงเบาลงแต่จริงจังขึ้น “แทกำลังทะเลาะหรือไม่ก็งอนให้คุณจองกุกอยู่ใช่ไหม”

          “นี่ชิมมีสัมผัสที่ 6 เหรอ”

          จีมินพ่นเสียงหัวเราะทางจมูก “โธ่ แท... มันก็มีให้เดาแค่ไม่กี่อย่างอ่ะ อีกอย่างตอนที่เราคบกันแทก็เป็นงี้ประจำ” ร่างเล็กชะงักค้างเพราะเผลอพูดเรื่องอดีต “เอ่อ... ไงก็เหอะ สรุปคืองอนอะไรให้คุณจองกุกล่ะ”

          แทฮยองหน้าแดงซ่าน ก็เรื่องที่งอนมันไม่ใช่เรื่องทั่วไปน่ะสิ เขาจึงกระดากอายไม่น้อยที่จะพูด “ช่างเถอะ ก็แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆอ่ะ”

          “เล็กๆน้อยๆ?” จีมินทำเสียงสูง รู้ได้เลยว่ากำลังประชด “คำว่าเล็กๆน้อยๆของแทสุดท้ายก็ใหญ่โตอยู่ดีแหละ ชิมรู้จักแทดี... บอกมาเถอะ มีเรื่องอะไรก็มาปรึกษาชิมได้ ถึงจะเป็นปัญหาเล็กๆแต่ถ้ามันสะสมไปเรื่อยๆจนทนไม่ไหวก็อาจส่งผลต่อชีวิตคู่ได้นา ไม่เคยได้ยินเหรอ ทางที่ดีลองจูนเข้าหากันก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่ดีกว่า นะ”

          ร่างบางกลับกลอกตา เขาเห็นด้วยก็จริงแต่ก็ยังติดคำว่าอายอยู่ดี “ว้าก!” ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ไหลตกพื้นระหว่างที่เขากดน้ำใส่แก้ว ตารีเรียวเบิกโต ฟันกัดเข้าที่ริมฝีปากล่างด้วยความคร่ำเครียด “ฉิบ... ไก่แล้วไง”

          เขาย่อตัวลง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คสภาพ

          “ใครทำโทรศัพท์ตก พ่อไม่ซื้อใหม่ให้นะเฮ้ย”

          เสียงผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้าดังทะลุจากห้องรับประทานอาหาร – ห้องครัวกับห้องรับประทานอาหารอยู่ติดกัน – แทฮยองลองกดเปิดเครื่องดู ปรากฏว่ายังติดอยู่แถมหน้าจอยังไร้รอยขีดข่วน ช่างโชคดีเหลือเกิน เขาผ่อนลมหายใจนึกโล่งอกและไม่ได้ตอบคุณพ่อ

          “ฮัลโหลชิม โทษที”

          “เกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้เสียงดังมากเลย”

          “เอ่อ คือ... แททำโทรศัพท์ตกน่ะ แหะๆ”

          เขาหัวเราะแห้งๆจนได้ยินเสียงร้องหึในลำคอกลับมา

          “ซุ่มซ่ามจริงๆเล้ยเจ้าแท ตกลงจะบอกได้ยังว่างอนเรื่องไรกัน”

          แทฮยองกระอักกระอ่วน เขาตัดสินใจหยุดชงกาแฟสักครู่เพื่อตั้งใจคุย เนื่องจากเข็ดหลาบกับเหตุการณ์เมื่อกี้ “ไม่มีอะไรหรอกน่า มันก็แค่---”

          “อีกแล้ว ชักช้าเสียเวลา บอกมาเร็วๆ” ร่างเล็กเริ่มทนไม่ไหวกับความพิรี้พิไรของเพื่อนตัวบาง “ถ้าไม่ยอมบอก ชิมก็จะตื๊ออยู่ยังงี้แหละ”

          อยากจะพูดออกไปว่าขี้เผือกจังเลย แต่ก็คงไม่ใช่“มันค่อนข้างน่าอายอ่า...”

          “บอกมาเหอะน่า”

          “คือ---”

          “จะไปอายอะไร ขนาดแทยังเคยบอกความลับชิมเลย จำไม่ได้เหรอที่แทเคยบอกว่าเคยฉี่ใส่กางเกงในตอนอยู่อนุบาลสามอ่ะ นับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้”

          พูดซะแทไม่เหลือความอายเลยนะ “โอเค บอกก็ได้” ร่างบางใช้มืออีกข้างหยิบช้อนคันเล็กมาคนกาแฟ “ชิมกับพี่ยุนกิเคยมีปัญหาเรื่องเซ็กส์ป่ะ?”

          คนฟังทำเสียงประหลาดใจก่อนร้องอ๋อ “เรื่องนี้นี่เอง”

          “ก็นั่นแหละ คือเมื่อคืนนี้อ่ะพี่กุกเขามาขอมีอะไรด้วย ซื้อถุงยางมาแล้วล่ะแต่ว่ามันแตก แทบอกให้พอแต่พี่เขาก็ยังทำต่ออ่ะ”

          แทฮยองไม่รู้หรอกว่าตอนนี้คนในสายหน้าแดงก่ำแค่ไหน “อ่าฮะ ไงต่อ”

          เขายกมือป้องปากพร้อมเล่าแบบกระซิบเพราะไม่อยากให้คนในบ้านได้ยิน “ตอนนั้นมันก็ไม่ได้โกรธอะไรมากหรอก เลยบอกให้พี่เขาปล่อยข้างนอก แต่สุดท้ายก็...”

          เมื่อได้ยินร่างบางถอนหายใจจึงพูดแทน “ปล่อยในสินะ”

          “ใช่! แทก็เลยโกรธ คือเรื่องอื่นพี่เขาไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกนะ แต่พอเป็นเรื่องนี้ทีไรคือโคตรเอาแต่ใจทุกที! แทไม่ชอบเลยอ่ะ...”

          “โอ๋ๆ ใจเย็นๆนะแทของชิม”

          “แทควรทำไงดี? แทแค่อยากให้พี่กุกลดความ...” อา เกือบพูดคำว่าหื่นแล้วไหมล่ะ “เอาแต่ใจลงบ้างอ่า”

          “อืม ชิมว่า---”

          “ผัวเขาต้องกลัวเมียไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่กุกถึงไม่กลัวแทบ้างล่ะ”

          จีมินหลุดขำพรืด “ฮะๆ! ไปเอาความคิดนั้นจากไหน หืมแท?”

          “ก็มัน...”

          “ผู้ชายเขาไม่ได้กลัวหรอก เขาแค่ยอมเราเท่านั้นแหละ แต่กับบางเรื่องก็ไม่ได้ยอมเสมอไป” อีกฝ่ายยังคงกลั้นขำ “ชิมเข้าใจแทนะ เพราะยุนกิก็เป็นงี้เหมือนกัน บอกให้พอก็ไม่พอ”

          แทฮยองตาเป็นประกายวาว “ชิมกับพี่ยุนกิ!”

          “ใช่ พวกเราได้กันแล้ว อุ๊บ... นี่ชิมพูดอะไรไปเนี่ย”

          “พี่ยุนกิเขาเป็นไงบ้าง ฮอตมะ? เขานุ่มนวลหรือเปล่า? หรือว่ารุนแรง?”

          “เดี๋ยวๆ นี่ลามมาถึงเรื่องชิมได้ไงเนี่ย วกกลับเข้าเรื่องแทก่อน”

          “อู้ว ลัลล้า...”

          “อะไร ลัลล้าอะไร”

          “เปล๊า” เขาตอบเสียงสูงอย่างแซวๆ

          จีมินถกประเด็นขึ้นมาพูดต่อเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ปัญหาของแท ชิมว่ามันต้องพูดกันแบบเปิดอกไปเลยอ่ะ เรื่องแบบนี้ถ้ารอให้อีกฝ่ายแก้ไขเองหรือยอมแทบ้าง บอกเลยว่าอีกนาน"

          “ไม่มีวิธีอื่นเหรอชิม?”

          “อายที่ต้องพูดกันตรงๆเหรอ ไม่ต้องอายหรอกนี่สามีภรรยากันนะ ก็ลองบอกๆดูว่า... เนี่ย... แทไม่ชอบที่พี่ทำยังงี้น้า ลดตรงนี้บ้าง เปลี่ยนให้แทอีกนิดนึง และก็ลองสร้างข้อตกลงกันดู ค่อยๆพูดค่อยๆจากัน บอกเหตุผลด้วยว่าทำไมถึงต้องการแบบนี้”

          “คิดว่าพี่เขาจะยอมแทจริงเหรอ?” ร่างบางพูดเสียงเศร้า แต่มือกลับตักกาแฟขึ้นมาชิม แหวะ*! ขมเป็นบ้า*

          “ก็ไม่รู้สิ มันเป็นเรื่องยากนะที่ปีศาจอย่างคุณจองกุกจะกลัวมนุษย์อย่างแท แต่คนรักซะอย่างก็น่าจะมียอมๆบ้างแหละ ไม่แน่น้า อาจจะหนักกว่าผู้ชายทั่วไปก็ได้”

          “อยากให้เป็นงั้นจังเลย...”

          “ชิมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแทเป็นคนกลัวผัวอ่ะ ฮ่าๆๆ!”

          แทฮยองหน้าแดง ควันออกหู “ไม่ได้กลัวสักหน่อย! แค่โกรธแล้วพี่เขาไม่กลัว”

          “ก็แททำตัวไม่น่ากลัวเองหรือเปล่า...”

          “ทำอยู่... มั้ง”

          “แทแทคนกลัวผัว แทแทคนกลัวผัว กิ๊วๆ”

          ขอให้เจ้าหมูชิมกลัวพี่ยุนกิด้วยเถิด “พอเลย แทจะวางสายละ”

          “โอ๋เอ๋ๆ ชิมแค่หยอกเอง” ร่างเล็กหลุดหัวเราะคิกคัก รู้สึกดีใจเล็กๆที่ได้เอาคืน “เคลียร์กันแล้วก็อย่าลืมบอกเรื่องนั้นให้คุณจองกุกฟังล่ะ”

          “โอเค ขอบคุณสำหรับคำปรึกษานะ”

          “ยินดีครับผม มีอะไรก็โทรหาชิมได้นะ”

          “อืม บ๊ายบาย”

          “บายยย”

          ร่างบางวางสาย เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนเดินถือแก้วกาแฟขึ้นชั้นบน ตอนที่เดินผ่านห้องรับประทานอาหารก็แอบขำลูกๆที่ยัดเส้นยากิโซบะใส่รูจมูก และทำเสียงแก่ๆเหมือนคุณลุงที่มีหนวดยาวเฟิ้ม จนโดนซอกจินเอ็ดดุในความซุกซนขณะที่นัมจุนกับแบคฮยอนระเบิดขำก๊าก ช่างเป็นเช้าที่สดใสจริงๆ

          เขาเคาะประตูห้องนอนเชิงขออนุญาต แถมไม่แน่ใจด้วยว่าคุณสามีแต่งตัวเสร็จหรือยัง เมื่อบานประตูเปิดออกโดยฝีมือคนข้างใน จึงยื่นแก้วกาแฟซึ่งมีกลุ่มควันบางลอยคลุ้งไปให้

          “ขอบใจจ้ะ” จองกุกตอบเสียงนุ่มพลางรับแก้วจากมือเรียว และสายตาอันเฉียบคมทำให้เขาเห็นเล็บที่เริ่มยาวของภรรยา “หืม... เล็บยาว”

          แทฮยองยกมือขึ้นมาดู “ลืมตัดน่ะฮะ” เขายิ้มแหย “ขอใช้เวลาสักเดี๋ยวได้ไหม แทมีเรื่องจะมาคุยกับพี่กุก”

          “เข้ามาก่อนสิ”

          ระหว่างที่เดินผ่านร่างหอมๆกลิ่นสบู่ของอีกฝ่าย เขาก็กลืนน้ำลายเอื้อกด้วยความประหม่าหนำซ้ำใจเต้นไม่เป็นส่ำ

          ร่างสูงปิดประตูพลางจิบกาแฟไปอึกหนึ่ง แต่เป็นต้องย่นคิ้วเพราะรสกาแฟที่ต่างไปจากเดิม ร่างบางเห็นจึงยอมสารภาพขณะทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง

          “คือแท... เผลอใส่ซองนึงไปเต็มๆอ่ะ”

          คิ้วเข้มของจองกุกขมวดเข้าหากัน ขับให้นัยน์ตากลมดูดุคมจนแทฮยองรู้สึกหนาวๆที่กลางหลัง เย็นไว้ เราไม่ใช่คนกลัวผัว...

          กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง และแก้วที่ครอบใบหน้าหล่อครึ่งหนึ่ง ทำให้ภรรยาตัวน้อยไม่ทันเห็นรอยยิ้มเอ็นดูที่ผุดขึ้นชั่วขณะ จองกุกกลบสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งอย่างรวดเร็ว เขาวางแก้วไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือพลางเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบกรรไกรตัดเล็บ ก่อนเดินไปคว้าถังขยะใบเล็กติดตัวมาด้วย

          “แล้วมีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่เหรอ” เขาถามขณะย้ายมานั่งข้างๆ วางถังขยะไว้บนพื้นระหว่างกึ่งกลาง

          แทฮยองไม่ตอบ กลับดูสามีคว้ามือข้างหนึ่งไปถือไว้ เขาใจกระตุกวูบที่รู้ว่าอีกคนจะตัดเล็บให้ ความเง้างอนที่มีจึงค่อยๆลดลงตามอารมณ์

          “อ่า... เรื่อง...” เขาเกาจมูกเพราะความเคอะเขิน “เรื่องนั้นอ่ะ”

          “เรื่องนั้น?”

          “เรื่องเมื่อคืน...”

          จองกุกหลุบตา กลับมามองเล็บเรียวสีชมพูสะอาดที่กำลังบรรจงตัด เมื่อเศษเล็บหล่นใส่ถังขยะข้างเท้า เขาก็หันด้านหยาบเพื่อฝนเล็บภรรยาให้เข้ารูปเป็นทรงโค้งสวย แทฮยองมองทุกการกระทำอันอ่อนโยนนั้นเหมือนคนเหม่อลอย เพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้นอกจากแม่จิน แม้แต่จีมินก็ยังไม่มีเลยสักครั้งที่อาสาตัดเล็บให้ จองกุกในตอนนี้เหมือนพี่ชายเขาอีกคนเลย

          “ไม่พูดต่อแล้วเหรอ”

          ร่างบางกะพริบตาถี่ๆหลังจากได้สติ “คือความจริงแล้ว แทอยากจะขอร้อง...”

          “ว่า”

          เขาเม้มปากแน่น “พี่ช่วยเพลาๆเรื่องเซ็กส์ให้แทหน่อยได้ไหม”

          จองกุกหยุดชะงัก ช้อนสายตาแวววามพลางยกยิ้ม “เรื่องนี้เองเหรอที่แทหงุดหงิดให้พี่”

          แทฮยองยิ้มแห้ง สามีของเขาดูออกอีกแล้ว... แถมไม่พูดออกมาด้วย

          ผู้เป็นสามีสั่นส่ายหัวพร้อมยิ้มขำขัน คงเหนื่อยใจกับเขาไม่น้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะลูบเล็บซึ่งเพิ่งฝนไปให้กลับมาเรียบกริบ จากนั้นก็เริ่มตัดอีกนิ้ว

          “แต่จะดีมากถ้าพี่หยุดมีไปพักใหญ่... สักปี สองปี”

          เขาเผลอพูดความต้องการที่แท้จริงออกไป แต่ไม่นึกเสียใจกับคำพูดนั้น ร่างสูงที่ฝนเล็บนิ้วชี้ให้อย่างประณีตก็ช้อนตามองนิ่งๆ รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อพลันเลือนหาย เหลือไว้เพียงแววตาหม่นหมองที่คอยแต่หลุบลง ท่าทางจะพูดจี้ใจดำคุณสามีเข้าให้แล้ว

          “แทไม่อยากมีลูกกับพี่ขนาดนั้นเลย?”

          นั่นไงล่ะ สามีกำลังเล่นบทงอนกับเขา คิดว่าสงสารเหรอ... ก็นิดหนึ่ง

          “ไม่ใช่ว่าไม่อยากมี” เขาเริ่มพูดชี้แจงแถลงไข “แต่ว่าพี่กุก ลูก 18 คนแทว่าก็แทบแย่แล้วนะ”

          “กลัวเนื้อที่บ้านไม่พอสำหรับเด็กๆเหรอ งั้นเราย้ายไปที่อื่นก็ได้”

          “เปล่า...”

          “และพี่ก็ช่วยดูแลลูกอยู่หนิ คนที่กกไข่คือพี่เองไม่ใช่เหรอ”

          ร่างบางถอนหายใจกับคำพูดล้ำเลิกทวงบุญคุณนั้น “ก็ใช่ แต่คนที่อุ้มท้องเป็นเดือนคือแทนะ”

          คราวนี้จองกุกเงียบและก้มหน้าลงไปตัดเล็บต่อ คงรู้สึกผิดหวังในตัวเขามาก

          “ฟังนะพี่ แทรู้ว่าพี่อยากมีลูกมาก แต่... แทยังไม่พร้อมและก็ยังเรียนอยู่ด้วย”

          จองกุกยังคงปิดปากเงียบ ไม่ใช่เพราะความเง้างอด หากเป็นเพราะอยากตั้งใจฟังเหตุผลของภรรยา และตัวเขาก็ใจกว้างมากพอถึงแม้จะรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ

          “เพราะงั้นพี่กุก ช่วยเห็นใจแทหน่อยนะ” เขาพูดเสียงอ่อยลง “ขอสักเรื่องที่พี่ยอมแทบ้างได้ไหม”

          ร่างสูงยู่ปากอย่างไม่จริงจังเท่าไรนัก

          “นะฮะพี่กุก”

          “แต่พี่ก็ยอมแทมาตลอดแล้วนะ”

          แทฮยองผงะเล็กน้อยก่อนนิ่งคิด เป็นความจริงที่อีกฝ่ายยอมเขาทุกเรื่องและยอมมาตลอด แต่มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่เจ้าตัวจะเอาแต่ใจเป็นพิเศษ จองกุกน่าสงสารก็จริง ทว่าเขายังเรียนอยู่ ขอแค่ผ่านพ้นช่วงวัยเรียนไปก่อน เขาจะยอมตามใจสามีเลยจริงๆ

          “ก็แทเรียนอยู่อ่า เรียนจบมหา’ลัยแล้วค่อยว่ากันน้า...”

          “เรื่องนั้นพี่เข้าใจ ไม่ต้องมีเด็กอีกก็ได้ถ้าแทไม่ต้องการ แต่ให้หยุดมีอะไรกันตั้งสองปีเลยเหรอ”

          “พี่กุกทนไม่ได้?”

          จองกุกสั่นศีรษะ

          “งั้นมาตกลงกัน แต่แทขอตั้งเองนะ”

          อีกฝ่ายเท้าศอกกับขาพร้อมเอากำปั้นรองคาง ดวงตาจ้องเป๋งไปที่ภรรยาอย่างตั้งใจฟัง

          “ข้อแรก ถ้าพี่อยากมีอะไรด้วยต้องไปซื้อยาคุมให้แท”

          คนฟังพยักหน้า

          “ข้อสอง ตอนเป็นงูห้ามกัด มันเจ็บนะรู้ไหม”

          จองกุกยิ้มขำแต่ก็ยอมตกลง “ได้สิ”

          “ข้อสาม ถ้าแทบอกให้หยุดก็ต้องหยุด”

          “อันนี้พี่จะพิจารณาตามความสมควรนะ”

          ร่างบางกลืนน้ำลายกับสายตาเจ้าเล่ห์ของสามี “ข้อสี่ มีเซ็กส์เดือนละ 3 ครั้ง”

          เขาชูสามนิ้วขึ้นมา จองกุกที่ได้ฟังก็แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

          “แค่ 3 ครั้งเนี่ยนะ!?”

          เขายิ้มหวาน ลดนิ้วออกสองนิ้ว “งั้นเหลือ 1”

          “โธ่ ไม่เอาน่าแท...”

          “งั้นก็ไม่ต้องมี”

          “โอเคๆ พี่ยอมแล้ว” จองกุกยกมือไหว้ขอโทษถึงเหนือศีรษะ “3 ครั้งก็ 3 ครั้ง แต่ขอร้องอย่าใจร้ายกับผัวเลยนะเมียจ๋า...”

          แทฮยองมองตาค้าง เผลอกระตุกยิ้มมุมปากแวบหนึ่ง

          “และก็ช่วยหายโกรธพี่ด้วยน้า นะๆคนดี”

          ร่างสูงทำตาอ้อนพลางบีบนวดต้นขาอย่างเอาใจ ทำเอาแทฮยองหันหน้าหนีไปยิ้มร้ายคนเดียว พอควบคุมความดีใจได้ก็หันกลับมาทำหน้าเก๊กขรึม

          “แทจะหายโกรธก็ต่อเมื่อพี่ไปซื้อยาคุมมาให้”

          “ครับผม ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”

          เห้ย จะไปจริงดิ งั้นขออีกหน่อยนึงละกัน “และก็... ซื้อช็อกโกแลตให้ด้วย”

          “ครับๆ ทราบแล้วครับเมีย” จองกุกเดินคอตกไปหยิบกระเป๋าเงินบนโต๊ะหัวเตียง “แต่ขอกำลังใจหน่อยได้ไหมอ่า”

          “กำลังใจอะไร?”

          อีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาพลางพองแก้มป่องข้างหนึ่ง

         “ขืนยังชักช้าอยู่ แทจะถือว่าที่เราตกลงกันไว้เป็นอันยกเลิก”

          จองกุกถึงกับสะดุ้ง “รออยู่ตรงนี้นะ ห้ามไปไหนนะ เดี๋ยวพี่ไปแป๊บเดียวจริงๆ! และก็ฝากเฝ้าไข่ด้วยนะแท”

          “อืม”

          และแล้วคุณสามีก็วิ่งจู๊ดออกจากห้องด้วยความไวแสง แทฮยองยิ้มขำรู้สึกสะใจ ก่อนนั่งไขว่ห้างตัดเล็บรอสามีอย่างสวยๆบนเตียง


          ความรู้สึกตอนผัวยอมเป็นยังงี้นี่เอง บารมีเมียนี่ศักดิ์สิทธิ์อย่างที่เขาว่าจริงๆ



​To be continued

​_____________________________

ทำไมถึงรู้สึกว่าแทแทผู้น่ารักกำลังจะหายไป? เสียชื่อพญางูหมดเลยจองกุกเอ๊ย แต่ก็ยอมๆเมียไปเหอะนะ ถือว่าสงสารเด็กละกัน55555 เอาใจเด็กหน่อย (นี่มันเข้าข่ายโชตะค่อนชัดๆ -.,-)

ความคิดเห็น