email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 16

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 56.9k

ความคิดเห็น : 96

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 16
แบบอักษร

“ส้มบอกกูมามีไร…” ปูนมันถาม 

“…” ส่วนผมได้แต่เม้มปากมองหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งมันเป็นสายที่โทรเข้ามาทันทีที่กดเข้าไปอ่านข้อความจากเจ้าตัว หากไม่รับก็คงเป็นคนผิดอีกแน่ ๆ สุดท้ายเลยต้องรับพร้อมกับสูดหายใจเข้าไปในปอดลึก ๆ  

(ออกมา…) เสียงเรียบดังขึ้นทำให้ได้ยินอย่างชัดเจนจนผมจำต้องเม้มปากหนักกว่าเดิม ทำไมพี่ไทเกอร์ต้องเป็นคนนิสัยแบบนี้ด้วย ทำไมชอบทำให้ผมกลัว ทำไมชอบขู่น้อง 

“บอกมาก่อนว่าพี่มีอะไร?”  

(กูบอกให้ออกมา รถจอดอยู่หน้าร้าน) ได้ยินจึงหันไปมองหน้าร้านพร้อมหัวใจที่สั่นไม่เป็นจังหวะมาได้สักพักแล้ว ไม่รู้เพราะอะไรแต่รู้สึกเหมือนเรื่องไม่ดีมันกำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ 

เกิดขึ้นถี่เกินไปแล้วนะ!  

‘ทำไมมึงซวยจังวะส้มตำ เฮ้อ...’ ได้แต่บ่นในใจพร้อมกับตาที่กวาดมองไปนอกร้านเพื่อหารถของคนปลายสาย 

สักพักบีเอ็มคันคุ้นตาก็วิ่งมาจอด ตัดสินใจไม่พูดอะไรต่อและเจ้าของสายก็กดตัดไปเหมือนจะไม่รอฟังอะไรจากผมอีก ความรู้สึกในอกมันยังบอกไม่ได้ว่าต้องรู้สึกยังไง แต่แน่ ๆ คือไม่โอเค จริง ๆ คืองอนตั้งแต่ไม่ทักไม่โทรมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ 

“กูต้องคุยกับพี่ไทเกอร์ นี่เงิน เดี๋ยวเล่าให้ฟังอีกที” วางเงินให้ปูนมันพร้อมกับลุกขึ้นสะพายกระเป๋า นี่ผมต้องทิ้งปูนมันอีกแล้วอะ แต่ยังไงก็ต้องคุยกับพี่ไทเกอร์ให้รู้เรื่อง ถึงแม้จะทะเลาะกันก็ตาม 

“เดี๋ยวส้ม… ทำไมหน้าดูเครียด ๆ เรื่องสำคัญหรือเปล่า?”  

“ไม่รู้ แต่กูกลัวพี่เขาใจร้ายใส่ว่ะ” ต้องโดนดุแน่เลย 

“…” ปูนมันขมวดคิ้วก่อนผมจะรีบสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกไปนอกร้าน ข้างนอกแดดแรงจนต้องหรี่ตาลง สาวเท้าตรงไปยังรถของคนตัวสูงแล้วจึงเปิดประตูฝั่งข้างคนขับออกเบา ๆ ใบหน้าคมไม่หันมามองนอกเสียจากเอาแต่มองไปข้างหน้า 

“รีบ ๆ” เสียงเรียบดังขึ้นผมจึงเม้มปากแล้วขึ้นไปนั่งบนรถก่อนจะปิดประตู สักพักรถจึงได้เคลื่อนออกไป ไม่รู้ทำไมบรรยากาศมันดูกดดันแบบนี้ จริง ๆ ควรผ่อนคลายไม่ใช่เหรอ ข่าวในอินเทอร์เน็ตก็มีมาเพิ่มอีกละ ใครทำไมขยันขยี้จังอะ ฮืออ… 

ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วก็มีแต่เรื่องแต่ราวเข้ามาไม่หยุดเลยนะ ไม่น่าเกิดมามีภาพลักษณ์แบบนี้เลย มีแต่คนอิจฉาจนมีแต่เรื่องซวย ๆ เกิดขึ้นบ่อย ๆ ผมไม่ได้ไปทำใครก่อนเลยนะเว้ย แต่ก็มีแต่คนพร้อมขยี้ เกิดอะไรขึ้นนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เอาอะ 

สันขวาน!  

“พี่ไม่ทักไม่โทรมาหาส้มเลยนะตอนเช้า ไปไหนมา? หรือไม่ยุ่งอะ?” ในเมื่อพี่ไทเกอร์ไม่ยอมพูดอะไรผมจึงตัดสินใจเริ่มบทสนทนาในครั้งนี้ 

“…” เงียบ... 

ดูก็รู้ว่าเจ้าของรถกำลังโมโหกับอะไรบางอย่างมา ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกไม่โอเคเลยจริง ๆ ไม่ชอบเลยที่พี่ไทเกอร์เงียบแบบนี้ มันเหมือนผมกำลังจะถูกดุในเวลาต่อมา 

“แล้วจะดุส้มเรื่องไรอีก?” ทำได้เพียงเม้มปากถาม หันไปมองใบหน้าคมเจ้าตัวก็เอาแต่มองไปข้างหน้า พี่ไทเกอร์โมโหแล้วจะดูน่ากลัวจนผมไม่อยากเจอหรือคุยด้วย รู้ว่าเสือตัวโตกำลังเก็บอารมณ์ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยหลังจากนั้น 

“เมื่อกี้มึงอยู่กับใคร? แล้วทำไมต้องให้มันกอด กูเคืองตั้งแต่ไอ้เด็กนั่นแล้วนะ มึงจะแจกกอดอะไรบ่อยจังวะส้ม”  

“…” ทำไมต้องทำเป็นไม่พอใจใส่ แล้วทีตัวเองจับมือกับผู้หญิงที่เลิกกันไปแล้วล่ะ ถ่านไฟเก่ายังร้อนเหรอ?  

“อ่อ… พอกูไม่ได้ทักหรือโทรไปเลยได้โอกาสหาผัวใหม่ว่างั้น?”  

“แล้วทีพี่ล่ะ จะกลับไปเอาเมียเก่าเหรอ?”  

“อย่าเถียงกูนะส้ม…”  

“ส้มไม่ได้เถียง แล้วต้องจับมือกันขนาดนั้นเลยเหรอฮะ!?” ใจจริงอยากจะรีบเคลียร์ ๆ ไปให้จบ ๆ แต่ดูพี่ไทเกอร์ก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน แล้วทำไมผมต้องบอกก่อน ใช้อารมณ์อีกแล้วนะ คิดว่าตัวเองตัวโตกว่าแล้วจะขู่น้องได้ฝ่ายเดียวใช่ไหม 

คนนิสัยไม่ดี!  

“…”  

“จะดุจะว่าส้มก็แล้วแต่พี่ ส้มสู้พี่ไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เอะอะก็เอาแต่คิดว่าส้มจะไปหาผัวใหม่ ถ้าส้มไปให้คนอื่นเอาจริง ๆ พี่อย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน” ถึงแม้จะไม่อยากทำเลยก็ตามเพราะไม่มีใครถูกใจไปมากกว่าเจ้าตัว 

แต่ดูพี่ไทเกอร์ตอนนี้สิ!  

“อย่ายั่วโมโหกูนะส้ม…”  

“แล้วพี่เป็นอะไรทำไมต้องมาหงุดหงิดใส่ส้ม หรือเพราะถูกเมียเก่ายุยงอะไรมาอีกล่ะ?”  

“ปากดีนะมึงอะ…”  

“…”  

“เถียงเก่งฉิบหาย” ผมตัดสินใจไม่หันไปมองร่างสูง เพราะยอมรับว่าก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นแล้วเหมือนกัน อุตส่าห์คิดถึง ทำไมต้องหงุดหงิดใส่ด้วย เกิดเป็นส้มตำมันไม่น่าเอ็นดูเลยเหรอ คนเชื่อใจก็หาได้ยาก ชื่อเสียงแย่ ๆ ยังเยอะอีกต่างหาก 

“ขับไปส่งส้มที่คณะ ส้มมีเรียนต่อ”  

“…” เงียบ… 

“พี่ไทเกอร์!”  

“เงียบ!!!”  

เฮือก… 

“…” เสียงตะคอกกลับที่ดังกว่าทำให้ผมถึงกับสะดุ้ง หัวใจมันกระตุกวูบเพราะอีกคนไม่เคยตะคอกใส่ดังขนาดนี้มาก่อนเลย นี่ก็ในรถด้วย ใจถึงกับแป้วจนน้ำตาแทบเล็ด 

ทำไมต้องเสียงดังใส่ขนาดนั้นด้วยอะ ผมทำได้เพียงเม้มปากหันหน้าออกไปมองนอกกระจก พี่ไทเกอร์คงไม่ใช่แค่เห็นรูปผมกับพี่โอแน่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นมันต้องยุยงอะไรสักอย่าง มันต้องทำให้ผู้ชายคนนี้โมโหจนไม่อยากจะเชื่อใจผมแล้วแน่ ๆ  

พี่ไทเกอร์ชอบโมโหหรือหงุดหงิดได้ง่าย ๆ ถ้าหากเป็นเรื่องของผม ใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่คนที่ผมรักหวงตัวเองมากแค่ไหน แต่บางทีข้อดีนี้มันกลับทำให้ผมกลัว อยากให้พี่ไทเกอร์เก็บอารมณ์ไว้ได้บ้างอะ จัดการกับมันก่อนไม่ได้เลยหรือไง 

ไม่งั้นเมื่อวานผมจะพยายามเก็บความโกรธไว้ทำไม เพราะบางทีมันอาจทำให้ทะเลาะกันแบบนี้ หงุดหงิดจนอยากจะเอามาหาเรื่องด่าหรือทุบพี่ไทเกอร์ โชคดีที่ระงับไว้ได้ก่อน บ่นให้ปูนมันเรื่องใช้แต่อารมณ์ไม่พอยังมาเจอผัวตัวเองอีก 

พระเจ้าคงสร้างผมให้มาอยู่กับคนอารมณ์โมโหได้ง่าย ๆ  

เฮ้อ... 

“มะ ไม่ต้องมาเอากันอีกเลยนะ” พยายามบอกเสียงแผ่วเพราะกลัวเจ้าตัวจะดุใส่ 

ยังจำได้ดีตอนถูกผู้ชายคนนี้จับได้ว่าแอบมอง แถมมีอีกหลาย ๆ ครั้งที่ร่างสูงพยายามเก็บอารมณ์จากความโกรธแล้วหลุดออกมาให้ได้เห็น ถ้าผมถูกทำร้ายผมจะร้องไห้! จะไม่ให้พี่เขาเยอีกเลยด้วย!  

“เป็นเมียกูแล้วมึงไม่มีสิทธิ์ไปให้ผู้ชายคนอื่นแตะตัวบอกหลายครั้งแล้ว กูจะไม่งี่เง่าก็ได้ แต่แค่แดกข้าวมันไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำอะไรขนาดนั้นเลย มึงคิดว่าถ่ายหนังโรแมนติกกันอยู่หรือไงวะ?” หันมาถามเหมือนประชด 

“…” ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น 

“เดี๋ยวมึงได้ถูกกูจับกระแทกแล้วถ่ายเป็นหนังโป๊แทนส้มตำ”  

“จะ จอดรถเดี๋ยวนี้เลยนะพี่ไทเกอร์!”  

“…”  

“ฮืออ ส้มมีเรียนนะ” อาจารย์ต้องด่าแน่ ๆ เลย โอ๊ยทำไมถึงเป็นแบบนี้ 

“มีเรียนหรือจะไปหาผัวใหม่เอาดี ๆ”  

“พี่มันใจร้าย… เสียใจที่อุตส่าห์ชมว่าเยดุเยอึดเยทน ไม่ต้องมาเยกันอีกเลยนะ…”  

“หึ ๆ มึงห้ามกูได้เหรอวะ?”  

“…” คนบ้า! คนใจร้าย! ไม่คุยด้วยแล่ว 

“กูถามเป็นครั้งสุดท้าย ว่ามึงนั่งกับใครทำไมต้องให้มันกอด”  

“พี่จะคิดยังไงก็แบบนั้นแหละ ส้มตำมันร่านไง ก็น่าจะหาของใหญ่ ๆ ไว้ขย่มเรื่อย ๆ เหมือนข่าวลือนั่นแหละ”  

“อยากให้กูใจร้ายจริง ๆ ใช่ไหมส้มตำ?” เสียงเรียบดังขึ้นแต่ผมไม่สนใจ ไม่กล้าขึ้นเสียงหรือเถียงไปตรง ๆ กลัวเจ้าตัวตะคอกด่ากลับแล้วรับไม่ได้ แค่เมื่อกี้ครั้งเดียวก็น่ากลัวมาก ๆ แล้ว เกือบร้องไห้เลยนะ 

สักพักรถก็มาจอดที่คอนโด พี่มันต้องจับผมเอาเหมือนในหนังแน่ ๆ ลงโทษแบบเดิมไม่เอาอีกแล้ว ได้เรียนรู้แล้วไม่อยากจะเจ็บตูดอีกแล้ว! เคก็ใหญ่… ฮืออออ ไม่ได้แน่ ๆ ส้ม เปิดประตูได้ผมจึงวิ่งหนีทันที 

“ส้มตำ! เชี่ยทำไมถึงดื้อจังวะ” พยายามวิ่งให้เร็วที่สุด และสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเข้าป้อมไปหาพี่ยามหน้าคอนโด วิ่งซะจนเหนื่อยอ่อนเลยได้แต่หายใจหอบอยู่หลังพี่ยาม เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะชะงักจนลุกขึ้นมายืนมองผมก่อนจะหันไปมองคนมาใหม่ 

“พะ พี่ช่วยด้วย ผะ ผู้ชายคนนั้นเขาจะทำร้ายผม”  

“หือ? อ้าวคุณไทเกอร์…” เดี๋ยว ๆ รู้จักกันด้วยเหรอ?  

ผมมองคนตัวสูงที่ยืนเท้าสะเอวมองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ ยอมรับว่าวิ่งมาก็เหนื่อยมาก ๆ แล้ว ถ้าโดนจับไปได้ต้องแย่แน่ ๆ แล้วนี่อย่าบอกนะว่ารู้จักกัน?  

“แฟนผมมันดื้อครับ”  

“อ่อ… นี่เหรอ? ไม่อยากจะคิดเลยว่ามีแฟนเป็นผู้ชาย ตกใจหมดผมก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้น”  

“พะ พี่อย่าไปเชื่อผู้ชายคนนั้นนะ!”  

“ฮ่า ๆ เข้าใจครับว่าผู้ชายคบกันเลยอาจจะต้องมีเขินมีอายกันบ้าง แต่ไม่เป็นไรพี่ก็มองเป็นเรื่องปกติไปแล้ว” ได้ยินผมถึงกับยิ่งชะงัก ทำไมพี่ยามไม่เข้าใจอะไรเลยอะ! แล้วดูเสือตัวโตกำลังกระตุกยิ้มชอบใจ 

“เดี๋ยว ๆ ไม่ใช่นะ!” ผมพยายามมองหาทางออกอื่นแต่มันก็มีเพียงแค่ทางเดียวคือทางที่เสือตัวโตขว้างอยู่ แล้วมึงจะวิ่งเข้ามาทำปลาทูอะไรอิส้ม!  

ฮือออ… ไอ้พี่ไทเกอร์บ้า!  

“ว่าแต่นี่ไม่มีเรียนเหรอครับ?”  

“อ่อ… ไม่มีครับ” มีสิ!  

อีกอย่างคุยกับพี่ยามก็มองพี่ยามสิ ทำไมต้องมองผมที่พยายามมองหาทางออกทางอื่นด้วย เอ๊ะหน้าต่าง เห็นหน้าต่างเล็ก ๆ ที่เป็นกระจกผมจึงรีบคว้าเก้าอี้พี่ยามไปวางแล้วเปิดกระจกจะกระโดดหนี 

ส้มตำจะไม่ยอมถูกจับ!  

หมับ!  

“อ๊ะ! ปล่อยนะไอ้เสือบ้า!” วงแขนกว้างคว้าเข้ามาที่เอวแล้วยกผมตัวลอยจนต้องดิ้นแรง ๆ ก่อนเจ้าตัวจะวางผมลงแล้วคว้าต้นแขนเข้าหาพร้อมแรงบีบมหาศาลจนผมนิ่วหน้าเจ็บ นั่นทำให้รู้ว่าต้องหยุดฟังและเม้มปาก มันต้องเป็นรอยแดงแน่ ๆ เลย ทำไมต้องใจร้ายกับน้องด้วย!  

“มันอยากกินขนมครับ แต่ผมไม่ซื้อให้”  

“อ่อ… ฮ่า ๆ ๆ มีงอแงน่ารงน่ารักน่ะครับ ธรรมดาเมียผมก็แบบนี้”  

‘พี่ยาม!’ ฮืออออ… ทำไมเป็นกันแบบนี้ 

แรงของเสือร้ายลากผมที่หน้าจ๋อยออกไปจากป้อมยาม พยายามขัดขืนแต่ก็ถูกดึงจนจะล้มอยู่รอมร่อ เข้ามาในคอนโดก็มีพนักงานต้อนรับผมจึงไม่กล้าโวยวาย บรรยากาศข้างในเปิดแอร์ลอยเข้ามากระทบหน้า ต่างกับข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด จนในที่สุดก็เข้ามาในลิฟต์ 

“ขะ ของก็เล็ก เยก็ไม่เป็น แถมยังใจร้าย…” บ่นพร้อมพยายามดึงมือออกจากการจับกุมของคนตัวสูง แต่ถามว่าพี่ไทเกอร์สนใจไหมก็ไม่ แรงคนหรือแรงอะไรทำไมถึงได้มากขนาดนี้ 

“…” มองผมด้วยสายตานิ่ง ๆ  

“ปล่อยส้มเลยนะ ไม่เอาแล้ว ไม่อยากมีผัวแล้วด้วย ไม่อยากมีคือใครหน้าไหนก็ไม่เอาแล้วด้วย ถ้ามีแล้วจะเป็นแบบนี้” หันไปบอกคนตัวสูงเสียงแผ่ว ใบหน้าคมทำเพียงหันมามองหน้าด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนประตูลิฟต์จะเปิดออกผมจึงถูกลากออกไป 

“ปล่อยส้มนะ… ส้มเจ็บแขน” ทำไมต้องเอาแต่บีบก็ไม่รู้ มันเจ็บมากเลยนะ 

“…” ไม่พูดอะไรแถมยังไม่ปล่อยอีกต่างหาก 

พี่ไทเกอร์หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาเปิดประตูแล้วเหวี่ยงผมเข้าไปในห้องไม่แรงมากแต่ก็เกือบเสียหลักล้ม ทำไมไม่อ่อนโยนเลยฮะ! ? ก่อนเจ้าตัวจะปิดประตูวางคีย์การ์ดไว้บนชั้นวางของ แล้วหันมาปลดเนกไทมองผมด้วยสายตานิ่ง ๆ  

สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ผมเดาไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าพี่ไทเกอร์กำลังคิดอะไรอยู่ แต่รู้ ๆ คือมันต้องมันไม่ดีต่อผมแน่ ๆ อะ 

“ของเล็กเหรอ?”  

“…”  

“เยไม่เป็นด้วย?”  

“…”  

“หึ ๆ” คิ้วดกบนใบหน้าหล่อเลิกขึ้นก่อนจะกระตุกยิ้มพลางเดินเข้ามาหาเรื่อย ๆ จนผมต้องถอยหลังหนี ทำไมต้องปลดเนกไทออกด้วย แล้วคำพูดเมื่อกี้มัน… 

“ยะ หยุดเลยนะ! ส้มไม่เอาด้วย จะกลับไปเรียนแล้ว”  

“…” ไม่สนใจแถมยังเอาแต่จะเดินเข้ามาหา สิ่งเดียวที่เราทำได้คือต้องอ้อนแล้วนะส้มตำ เราแค่ต้องบอกทุกอย่างไป หากทำแบบนั้นมันอาจทำให้พี่ไทเกอร์อ่อนโยนกับเรามากขึ้นกว่าเดิม 

หมับ!  

“ฮืออ… พี่ไทเกอร์อย่าดุส้มนะ ไม่ดื้อแล้ว จะไม่เถียงแล้วด้วย ส่วนคนที่นั่งด้วยคือพี่ชายแท้ ๆ ของส้ม มาทำธุระด้วยนิดหน่อยและกลับไปแล้ว” รีบขยับไปสวมกอดคนตัวโตแล้วใช้หน้าถูอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าทันที บอกไปทุกอย่างเพราะกลัวจะโดนทำร้าย เจ้าตัวยังคงนิ่งจนผมต้องผละออกมามองหน้าแล้วเม้มปาก 

“…” สายตานิ่ง ๆ ยังมองลงมาตาไม่กะพริบ นั่นทำให้ต้องเม้มปากมากกว่าเดิม พยายามทำใบหน้าออดอ้อนให้ได้มากที่สุดแล้วนะ ไม่น่ารักเลยเหรอ บอกไปทุกอย่างแล้วด้วยอะ ต้องฟังแล้วนะ 

ใจอ่อนให้น้องหน่อย~ 

“ดะ ดีกันนะ… เคไม่เล็กแล้ว เยดุด้วย เป็นผัวส้มคนเดียวด้วย”  

“แล้วทำไมเพิ่งบอก?” ได้ยินคำถามผมจึงได้ซุกหน้าลงที่อกแกร่งอีกครั้งพลางถูไปมาเบา ๆ  

“เพราะงอนพี่ไทเกอร์...”  

“…”  

“แต่ตอนนี้ไม่งอนแล้วนะ ดีกันนะ” ผละออกมาอ้อนอีกครั้งอย่างนึกหวังว่าพี่ไทเกอร์จะใจอ่อน ทำไมถึงเอาแต่มองด้วยสายตานิ่ง ๆ ด้วยอะ 

“อยากให้หายโกรธไหม?” ถามพร้อมกับยกมือขึ้นมาสัมผัสที่ค้างของผมเบา ๆ แล้วกระตุกยิ้ม 

“อื้ม...”  

“หึ งั้นหันหลังแล้วเอามือไขว้หลังกูถึงจะหายโกรธ”  

“หือ? จะ จริงนะ” ผมเลิกคิ้วก่อนจะระบายยิ้มให้แล้วหันหลังเอามือไขว้หลัง สักพักก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมามัดข้อมือจนต้องขมวดคิ้วอยู่คนเดียว 

“อะ โอ๊ย…” แรงมัดแน่น ๆ ทำให้เผลอร้องออกมาเล็กน้อยก่อนพี่ไทเกอร์จะมัดเสร็จผมจึงหันไปมองด้วยใบหน้าสงสัย 

“มัดส้มทำไมอะ จริง ๆ ส้มคิดไว้แล้วว่าถ้าพี่หายโกรธ จะไปหยิบขนมที่ซื้อมาไว้ในครัวเมื่อวันก่อนมากินด้วยกัน ถ้ามัดแบบนี้ส้มจะกินไม่ได้นะ อีกอย่างนี่กี่โมงแล้วก็ไม่รู้ ส้มมีเรียนด้วย” พยายามมองหานาฬิกาในห้อง อีกอย่างวิชาต่อไปอาจารย์โหดด้วยนะ 

“สะ ส้มลืมเอากระเป๋าในรถพี่ไทเกอร์มา ปูนมันจะโทรหาไหมอะ”  

“…” ทำไมพี่ไทเกอร์ไม่คุยด้วยเลยอะ แงงงง… ไหนบอกจะหายโกรธ แล้วจะมัดข้อมือผมไว้ทำไม มันเจ็บ ๆ ขัด ๆ นะ 

สักพักคนตรงหน้ากลับถอดเสื้อออกโชว์หุ่นแน่น ๆ ซิกซ์แพ็กงาม ๆ จนผมเลิกคิ้ว แต่ที่ยิ่งทำให้ชะงักคือมือหนาที่เลื่อนไปปลดเข็มขัดและถอดกางเกงสแล็คของเจ้าตัวออกเหลือเพียงชั้นในสีขาวยี่ห้อดัง เดี๋ยว ๆ อย่าบอกนะที่มัดมือผมคือ… 

หมับ!  

“อ๊ะ!” มือหนาคว้าเข้ามาจับที่แขนแล้วออกแรงดึงผมเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะผลักลงบนเตียง ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กางเกงผมก็เช่นกัน คนใจร้ายขยับมาปลดเข็มขัดออกแล้วดึงกางเกงผมลงพร้อมชั้นใน ซ้ำยังไม่อ่อนแรงจนรู้สึกเจ็บ รู้ตัวอีกทีท่อนล่างก็เปลือยเปล่าหมดแล้ว 

“ที่กูพูดมาตลอดทางไม่ได้เข้าใจเลยใช่ไหม?”  

“คะ คนใจร้าย…”  

“สรุปอยากมีผัวหรือไม่อยากมี ไม่เห็นหัวผัวมึงคนนี้เลยใช่ไหม?” ประโยคคำถามนั้นเปล่งออกมาพร้อมเรียวขาผมที่ถูกอ้าออกจนต้องเม้มปากเพราะขัดขืนไม่ได้ มือทั้งสองข้างก็ถูกร่างของตัวเองนอนทับไว้อยู่ด้านหลัง 

ก้มลงไปมองยังของที่ปากบอกว่าเล็กเพราะงอนตอนนี้ถูกมือหนาจับชักขึ้นชักลงเสียจนขยายใหญ่พร้อมใช้งาน ร่างสูงแทรกกายเข้ามาอยู่ระหว่างขาแล้วโน้มหน้าลงมาใกล้ ๆ ให้อะไร ๆ สัมผัสกันจนผมต้องหันหนี 

“งอน?”  

“ไม่คุยกับพี่ไทเกอร์แล่ว”  

“…”  

สวบ… 

“อะ อึก… อื้อออ…” ท่อนเอ็นใหญ่เสียดแทงเข้ามาพรวดเดียวจนมิดลำไม่มีการเบิกทางใด ๆ เลยทั้งสิ้น 

ความอึดอัดทำให้ผมกระเสือกกระสนเบ้หน้าหนี สองมือสากจับกระชับที่เอวถลกเสื้อผมขึ้นแล้วออกแรงขยับเนิบ ๆ ไม่ได้เร็วอย่างที่คิด แต่ผมแทบจะขาดใจเพราะความเสียวและอึดอัด 

“อื้ออ…”  

“สรุปไอ้หมอนั่นคือใคร?”  

“ยะ ยุ่ง…”  

สวบ!  

“อะ โอ๊ย… สะ ส้มเจ็บนะ อื้อ...” ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้ ผมโดนคนตัวสูงหลอกใช่ไหมเนี่ย ใบหน้าคมซุกลงมาไซ้ที่ซอกคอพร้อมออกแรงกระแทกหนักขึ้นเรื่อย ๆ  

ยอมรับว่าไม่โอเคแต่บทรักของพี่ไทเกอร์มีเหรอที่ส้มตำคนนี้จะไม่มีอารมณ์ร่วม เจ้าตัวพลิกผมให้นอนคว่ำหน้าแล้วแอ่นสะโพกเข้าหาพลางจับกระแทกหนัก ๆ ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกรวบมัดไว้ 

ชึ่บ!  

“กูอยากจับมึงกระแทกหนัก ๆ ฉิบหาย อื้ม…”  

“อะ อ่า~” แล้วนี่ไม่แรงเลยใช่ไหม?  

แค่นี้ร่างผมก็ถลาตามแรงขยับของสะโพกสอบแล้ว ถึงจะไม่แรงเหมือนทุกครั้งและไม่รู้ว่าทำไม แต่พี่ไทเกอร์ก็ยังเยดุในความคิดของผม หมายถึงความคิดผมตอนที่ไม่งอน 

“ยังดีที่ง้อเมื่อกี้ให้ใจอ่อน”  

สวบ… 

“อะ เอาอารมณ์ อื้อ… มะ มาลงที่ส้ม”  

“…”  

“คนนิสัยไม่ดี”  

สวบ!  

“อ่า~” แรงกระแทกเน้น ๆ ทำให้ต้องครางเสียงหลง 

ความถี่รัวเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ มันถี่ยิบเสียจนสมองผมเริ่มไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ผ่านมา รู้แค่ว่าเอ็นใหญ่ที่คาอยู่ในร่างเสียดสีกับผนังอุ่นในรูสวรรค์ทำให้รู้สึกเสียวจนกลางกายผมขยายขึ้นอัตโนมัติ 

เพียะ!  

“โอ๊ย… จะ เจ็บ… อื้ออ…”  

“จำ…”  

“อ่า อะ อื้อ…”  

เพียะ!  

“อะ อึก…” ฝ่ามือหนักฟาดลงที่สะโพกผมแรง ๆ สองรอบ 

แรงกระแทกก็เหมือนจะไม่อ่อนโยนเหมือนตอนแรกแล้ว ต้องการให้ผมจำเหรอ? จำอะไร? ตัวเองนั่นแหละที่ต้องจำ!? ให้โทรมาหากันตอนเช้าไม่ใช่ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น 

มันน่าโมโหไหมล่ะ?  

“ปะ ไปไหนมา? อ่า~”  

“เอาเรื่องคนที่มันตบเมีย”  

“…” เอาเรื่องคนที่มันตบเมีย? อย่าบอกนะว่าที่พี่ไทเกอร์ไปหาพี่ปลื้มใจเพราะจะไปด่าที่พี่เธอตบผม? ทำไมถึงไม่บอกตั้งแต่แรก คิดว่าตัวเองหึงเป็นคนเดียวหรือไง 

“สะ ส้มอยากขย่มของพี่”  

“…”  

“อะ อื้อ… ยะ หยุดก่อน… สะ ส้มจะนั่งเทียนใหญ่ ๆ” เหมือนคนตัวสูงจะหยุดตามคำขอแล้วถอดท่อนเอ็นออก 

“กะ แก้มัดให้ส้มหน่อย…” หันไปใช้สายตาอ่อยบวกอ้อนแบบสุด ๆ ตาคมมองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ แต่คงอารมณ์ค้างอยู่สินะ เนกไทที่มัดข้อมือผมถูกปลดออก ก่อนจะหันไปดันร่างแกร่งลงบนเตียงแล้วขึ้นไปนั่งคร่อม 

ไม่ให้คนตัวสูงอารมณ์ขาดจึงได้นั่งทับท่อนเอ็นใหญ่ในทันที ยิ่งท่านี้มันยิ่งทำให้ส่วนหัวของไทเกอร์น้อยสอดเข้ามาลึกมากขึ้น ทั้งใหญ่ทั้งยาวนั่นคือสิ่งที่ทำให้ส้มตำภิรมย์เป็นไหน ๆ  

“อื้ม…”  

“อื้อออ… สะ เสียวไหม?” ผมเริ่มออกแรงขยับให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือเลื่อนมาดันซิกซ์แพ็กแกร่งแล้วขย่มตอแข็งจนได้ยินเสียงเสียดแทงเข้าออกประสานกับเสียงคำรามของเสือร้าย 

มันทำให้รู้สึกพอใจจนมีแรงในการขยับสะโพก เราสองคนสบตากันด้วยสายตาที่หื่นกระหาย แรงราคะผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด ความเสียวซ่านแพร่กระจายไปทั่วรูสวรรค์ 

“ยะ ใหญ่ อะ อื้ออ…”  

“โคตรน่าเอาเลยเมียกู… อื้มส์…”  

“สะ ส้มดีใจ อะ อ่า…”  

สวบ ๆ ๆ  

“อึก อืออ…” แรงกระแทกสวนทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นเผยอปากเพราะเสียว 

รู้สึกว่าเตียงมันยุบขึ้นยุบลงตามแรงของการกดสะโพกที่ผมทำ ลึกเข้ามาอีกพี่ไทเกอร์ ลึกเข้ามาให้ถึงจุดกระเส่าของส้มตำคนนี้ เสียวเหลือเกิน ความสุขสมจากเอ็นใหญ่ที่คาร่างทำให้ไม่อยากนึกงอนคนตัวสูงอีก 

เพียะ!  

“…”  

“อะ อื้อ… ตะ คอกใส่ส้ม อ่า…” มือผมฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อไม่แรงมากแต่ก็พอที่จะทำให้เจ้าตัวเจ็บ แต่ถามว่าเสือดุได้หยุดกระแทกท่อนเอ็นสวนขึ้นมาไหมก็ไม่ 

ซ้ำยังเหมือนจะถูกใจเจ้าตัวอีกต่างหากที่เล่นแรง เห็นริมฝีปากบนใบหน้าหล่อก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบแลกลิ้น พี่ไทเกอร์ไม่อ่อนโยนแม้แต่บทจูบ ลิ้นสากเกี่ยวพันลิ้นกับผมเสียจนสู้ไม่ไหว 

“อื้อ…” ยอมอยู่เฉย ๆ ครางออกมาจากลำคอ เสียงน่าอายดังขึ้นเรื่อย ๆ ได้ยินกันเพียงแค่สองเราในห้องห้องนี้ 

ไม่รู้ว่าแอร์ถูกเปิดตอนไหนแต่มันทำให้ได้ฟีลไปอีกแบบ ผมผละใบหน้าออกมาไซ้ซอกคอของพี่ไทเกอร์ แต่ที่ทำให้ชะงักขึ้นร่างสูงกลับเอนตัวขึ้นมานั่งจนผมต้องกอดรอบคอแกร่งไว้ 

มือสากทั้งสองข้างจับสะโพกอวบทั้งสองลูกผมบังคับขึ้นลงอย่างเอาแต่ใจ เสียดแทงเข้ามาเรื่อย ๆ จนเสียวเสียจนต้องกัดฟันลงที่ไหล่แกร่ง ซ้ำฟันซี่คมยังขบเม้มที่ซอกคอผมก่อนเราทั้งสองจะซุกหน้าสูดดมกลิ่นของกันและกันอยู่แบบนั้น 

“สะ ส้มจะแตกแล้ว”  

“พะ พร้อมกัน… กูไม่ไหวว่ะครั้งนี้ 

พรึบ!  

“อ๊ะ!” ร่างผมถูกพลิกให้นอนคว่ำอีกครั้งตามด้วยแรงขยับสะโพกมหาศาล ร่างกายโยกตามแรงกระแทกหนัก ๆ พี่ไทเกอร์ไม่อ่อนโยนเสียจนผมทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำกามออกมาพร้อม ๆ กับแรงกดกระแทกครั้งสุดท้ายของเจ้าตัว 

ร่างแกร่งทรุดตัวนอนทับร่างผมไว้เราสองคนหายใจหอบ กิจกรรมรักเมื่อกี้ไม่ได้หนักหน่วงอย่างที่คิด แต่ขึ้นชื่อว่าเอากันส้มตำก็พร้อมจะมีความสุขได้ทุกเมื่อ 

“ยะ อย่าเพิ่งเอาออก”  

“…”  

“ส้มชอบเวลาของพี่มันอยู่ในร่าง อุ่นดี…”  

จุ๊บ… 

“กูติดมึงว่ะส้ม… กูหึงกูหวงกูไม่อยากให้มึงมองใครนอกจากกู”  

“…” พูดให้เขินอีกแล้ว!!!  

“กูเชื่อใจมึงรู้ใช่ไหม? ที่ชอบดุไปเหมือนไม่เชื่อใจก็เพราะกูหงุดหงิด และมึงแม่งเถียงเก่งฉิบหาย”  

“ส้มลีลาเด็ดมะ?”  

“…”  

“ชอบมากเลยนะเวลาถูกของพี่ยัดเข้ามาลึก ๆ จนถึงจุดจุดหนึ่งที่ทำให้ส้มเสียวจนสติแทบเตลิด ส้มรู้ว่าพี่ต้องรู้สึกฟิน เวลาของใหญ่ ๆ ยาว ๆ แทงเข้ามาในรูส้ม อือออ… ชอบอะ”  

“อะ อือ… ชอบก็ชอบ”  

“…”  

“ส้ม…” เรียกด้วยน้ำเสียงแบบนี้อีกแล้ว 

ผมชอบจังที่คนตัวสูงเรียกชื่อของตัวเองด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น มันทำให้อยากตรงเข้าไปจับอวัยวะสืบพันธุ์อันใหญ่โตเท่าห่อไอเฟลของพี่เขาชักขึ้นชักลง ล้อเล่น! หมายถึงตรงเข้าไปกอด 

“หือ~”  

“มึงน่ารักว่ะ…”  

“…” ได้ยินหน้าผมถึงกับร้อนผ่าว ต้องซุกไว้กับหมอนอีกแล้วววว ชมกันด้วยน้ำเสียงเหมือนไร้อารมณ์แบบนี้เหรอ?  

“ย้ายมาอยู่กับกูได้ไหม?”  

“ฮะ?”  

“ย้ายมาอยู่กับกูเถอะขอร้อง กูติดมึงจริง ๆ”  

“พะ พี่ไทเกอร์ จะ… จริงเหรอ?” ผมพยายามดิ้นจนเจ้าตัวต้องถอนเคออกจนผมสามารถลุกขึ้นมานั่งมองด้วยใบหน้าเหมือนจะร้องไห้ พี่เขาบอกให้มาอยู่ด้วยกันเหรอ!?  

“สะ ส้ม…”  

“…” มองหน้าผม 

“ส้มจะถูกเอาทุกวันจริง ๆ แล้วใช่ไหม!?” จะได้ทำกันทุกท่าแบบไม่ต้องรอพี่ไปหาที่หอแล้วใช่ไหม 

“เฮ้อ…”  

“ถะ ถ้ามาอยู่ด้วยส้มจะทำกับข้าวให้พี่ไทเกอร์กินด้วย จะทำความสะอาดห้อง จะคอยชักว่าว ขย่มเทียน อมกระปู๋ใหญ่ ๆ จะทำทุกอย่างให้ไทเกอร์น้อยมีความสุขเลย!” แค่คิดว่าตัวเองเป็นภรรยามาอยู่กับสามีแค่นี้ก็แทบจะร้องไห้แล้ว 

ฮือออ… 

เราจะได้เป็นเมียเต็มตัวเต็มตนแล้วใช่ไหมอะ! ?  

“ไหนมากอดกูหน่อยดิ” คนตัวสูงเปลี่ยนเป็นนั่งขัดสมาธิแล้ว แต่ร่างของเราทั้งสองยังอยู่ในสภาพเหมือนเดิม เจ้าตัวเปลือยกาย ส่วนผมมีแค่เสื้อที่หลุดหลุย นั่งไม่อายเดี๋ยวส้มจับเอานะ!  

หมับ!  

“อื้อออ…” ขึ้นไปนั่งตักแกร่งแล้วกอดเลยแหละ 

พี่ไทเกอร์น่ารัก~ 

“วันนี้กูไม่ได้เยดุเหมือนที่มึงชอบ โอเคใช่ไหม?”  

“คิดไปเองอะ เยแบบไหนก็เยมาเถอะขอแค่พี่ไทเกอร์เย ทุกอย่างก็ดูโรแมนติกแล้วอะ…”  

“…”  

“คนอะไรเคใหญ่!”  

“…”  

“อื้ออ…” อุ่นอะ ผมกอดคนตัวสูงไว้แล้วใช้หน้าถูไหล่แกร่งอย่างนึกดีใจ รักพี่ไทเกอร์มาก ๆ เลย 

“แล้วโกรธไหมที่รุนแรงแถมยังตะคอกใส่ ด่ามึงอีกด้วย เรียนก็ไม่ได้เรียนเพราะกูงี่เง่า”  

“พูดเรื่องอะไรอะจำไม่ได้แล่ว อื้อออ… พาส้มไปขนของหน่อยนะ”  

“…”  

“ดะ ดีใจจนจะร้องไห้แล้วเนี่ย…”  

“เฮ้ออ… ส้มเอ๊ย…” พี่ไทเกอร์ถอนหายใจพร้อมกับกอดผมไว้แน่น 

รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างมันกำลังไหล่ย้อนออกมาจากช่องทาง คงเพราะบ่อยจนชินแล้วมั้งเลยไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัว พี่ไทเกอร์เองก็ไม่เคยรังเกียจเลยสักนิด ถ้าจะเลอะก็เลอะกันทั้งสอง 

“ปลื้มใจบอกว่าหมั่นไส้เลยตบมึง”  

“อืม…” ผมก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าน่าจะเพราะเหตุผลไร้สาระแบบนี้แหละมั้ง 

“มันด่ากู กูก็แม่งโง่ไปให้มันนั่งด่า แถมยังด่ามึงอีก มึงยอมไหมส้มตำ ไปตบมันดิ...”  

“เอ่อ…”  

“ล้อเล่น... กูแค่ดีใจว่ะ จะมีคนมาอยู่ด้วยละ” พี่ไทเกอร์ชอบพูดให้ผมเผลอยิ้มตลอดเลย รู้แล้วว่าดีใจ ผมเองก็ดีใจเหมือนกันนั่นแหละ แค่คิดว่าเราจะได้นอนกอดกันทุกวันก็มีความสุขขึ้นมาแล้วอะ 

“อะไรทำให้หายงอนกูเร็วขนาดนั้นวะ?”  

“หมายถึงอะไร?”  

“ก็เมื่อกี้ยังงอนกูอยู่เลย อยู่ดี ๆ ก็จะขย่มให้” ผละใบหน้าออกมาถามก่อนจะดันผมให้ลงไปนอนหนุนหมอนและกอดกัน 

“พี่บอกไปด่าผู้หญิงคนนั้นให้นี่นา ส้มดีใจเลยอยากขย่มให้”  

“…”  

“ทำไมอะ มันดีไหม พี่เสียวกว่าปกติป่ะ ส้มจะได้ทำให้บ่อย ๆ” อยู่ห้องก็ขย่มดุ้นปลอมบ่อยนะ ถ้าของจริงพี่ไทเกอร์ไมพอใจนี่เสียชื่อเสียงส้มตำหมดเลยนะ 

“เสียว…”  

“ดีใจอะ อื้ออ…” อยากกอดพี่ไทเกอร์ไว้แบบนี้นาน ๆ จังเลย 

จุ๊บ... 

 

 

ไรท์เอ็ม 

คอมเมนต์น้อยคือลงช้า5555 เอาจริงเพราะยุ่งกับหนังสือที่จะเปิดจองและอันที่เพิ่งปิดจองไป 

หวีดน้องได้ที่ #น้องส้มตำคนกาม (หวีดมาเยอะ ๆ จะอ่าน) 

ใครอยากอ่านรวดเดียวไปตำอีบุ๊กน้า 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

ความคิดเห็น