facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Dwight + Moon -Chapter6.-Rewrite 05/12/2018

ชื่อตอน : Dwight + Moon -Chapter6.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.9k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 14:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dwight + Moon -Chapter6.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

Dwight + Moon

(Chapter6.)

“มูน!!!” ดไวท์รีบตามมูนออกจากห้องของเขา

หมับ!!! มือหนาคว้าไปที่แขนเรียว

“ปล่อย” มูนหันมาเผชิญหน้ากับดไวท์และพูดออกมาเสียงลอดไรฟัน

“พี่ขอคุยด้วยได้ไหม” ดไวท์พูดบอกเสียงทุ้ม

“เรามีอะไรต้องคุยกันอีก”

“นะครับ”

“…” มูนถอนหายใจออกมาหนักๆ

“มีอะไรก็พูดมาเลยตรงนี้” มูนพูดเสียงเรียบ สายตาเรียบเฉยหันมองคนตัวสูงตรงหน้านิ่งๆ

“เหนื่อยไหม” ดไวท์ถามเสียงเบา

“…” มูนได้แต่นิ่งเงียบ

“เจ็บหรือเปล่าตอนคลอดเขาออกมา”

“…” ไม่มีคำพูดออกมาจากปากของมูนเลยสักคำ

“ตัดผมเหรอ” ดไวท์ถามพลางจับไปที่ปลายผมของมูนแผ่วเบา

“…” มูนหลบสายตาและเอียงศีรษะเพื่อหลบมือหนา

“มูน” ดไวท์เรียกมูนเสียงทุ้ม

“มีอะไรอีกไหม” มูนถามขึ้น

“พี่ขอโทษ”

“ผมได้ยินคำนี้มาตลอดการเดินทางแล้วละ พอเถอะ” มูนทำท่าจะหันหลังเพื่อเดินกลับห้องตนเอง

“แล้วกลับมากับพี่ทำไม” ดไวท์ถามออกมาเสียงเรียบ

“เพราะถ้าผมไม่กลับ คุณก็ตามเราสองคนพ่อลูกไม่เลิกน่ะสิ ดไวท์!!!” มูนพูดออกมาเสียงลอดไรฟัน

“เพราะอย่างนี้เองสินะ หึ” ดไวท์สบถในลำคอ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว” มูนพูดเสียงแข็ง

“…” ดไวท์จ้องมองใบหน้าหวานไม่วางตา

“หลบไปสิ”

“ก็ไปสิครับ” ดไวท์ขยับหลบให้เล็กน้อย มูนหันมองค้อนให้วงใหญ่ สองมือบางผลักไปที่อกแกร่งเพื่อให้หลบทางตนเอง

“ฟอด!!!” ดไวท์กดจมูกเข้าที่แก้มใสของมูนเสียงดังฟอดใหญ่

“ดไวท์!!! อย่ามาทำรุ่มร่ามกับผมนะ” มูนรีบใช้มือทั้งสองข้างผลักอกดไวท์ให้ออกห่างตัว

ยิ่งมูนไม่อยากอยู่ใกล้ ดไวท์กลับยิ่งเข้าใกล้ตลอด ทำเอามูนถึงกับหงุดหงิดจนเก็บอาการไม่อยู่ มูนผลักอกของดไวท์อย่างแรงจนร่างหนาถึงกับ  เซไปด้านข้างเล็กน้อย

“ฮะๆ น่ารักชะมัด” ดไวท์นึกขำๆ อย่างเอ็นดูท่าทางของมูน

“มายืนทำอะไรกันตรงนี้” เสียงคุ้นหูดังมาจากข้างหลังของคนทั้งคู่ ไมเคิลไม่ทันมองว่าคนที่ยืนกับดไวท์นั้นเป็นใคร

“ป๋า…สวัสดีครับคุณท่าน” มูนรีบผละตัวออกจากดไวท์และเดินเข้าไปหาพ่อบุญธรรมช้าๆ

“…” ดไวท์มองพ่อตัวเองนิ่งๆ

“กล้าดียังไงถึงได้เอาคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน” ไมเคิลพูดออกมาเสียงเรียบ คำพูดของผู้เป็นพ่อทำเอามูนถึงกับนิ่งอึ้ง

“…”

“มูนไม่ใช่คนแปลกหน้าครับ” ดไวท์พูดออกมาเสียงเรียบ เขาจับมือมูนและทำท่าจะพามูนเดินลงไปยังชั้นล่าง

“คนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ฉันถือว่าเป็นคนอื่นหมดนั่นแหละ” ไมเคิลไม่วายพูดตามหลังมา

// เขาโกรธอะไรอย่างนั้นเหรอถึงได้พูดออกไปแบบนั้น ใช่สิ เพราะเขาห่วงลูกชายคนเล็กคนนี้ที่สุด ไมเคิลตามหามูนเหมือนกับที่ดไวท์ลูกชายเขาตามหา เมื่อได้พบหน้ามูนเขาก็รู้สึกโล่งอกราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก เพราะถึงอย่างไรมูนก็ปลอดภัยดี ไม่เหมือนที่เขากังวลมาตลอด…//

“คุณท่าน” มูนครางเรียกพ่อบุญธรรมตัวเองเสียงแผ่ว ไมเคิลหันหลังเดินกลับเข้าห้องโดยไม่หันกลับมาสนใจมูนอีก

“มูน” ดไวท์เรียกมูนเสียงนิ่ง มือหนาจับที่แขนเรียวเบาๆ

“ปล่อย” มูนพูดขึ้นเสียงเรียบ ดไวท์ชะงักไปนิดและคลายมือออกจากแขนของมูน

“อย่าเข้าใกล้ผมอีก” มูนสั่งออกมาเสียงเด็ดขาด

“มูนก็รู้ว่าพี่ทำไม่ได้ แล้วยังจะห้ามพี่เข้าใกล้อีกหรือไงครับ”

“เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณควรทำตั้งแต่แรก” มูนพูดจบก็เดินกลับไปยังห้องพักของเขาทันที

ดไวท์ถอนหายใจออกมายาวพรืดไม่แพ้กัน

ด้านมูนเมื่อกลับเข้ามาภายในห้องร่างบางก็ปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้มและแอบร้องไห้อย่างเงียบๆ

รุ่งเช้าแม่ของดไวท์ลุกขึ้นมาพร้อมแม่บ้านเพื่อเตรียมกับข้าวและของชอบของมูนไว้จนเต็มโต๊ะ

“มูน มานี่สิลูก” ผู้เป็นแม่เรียกมูนทันทีเมื่อเห็นเขาเดินจูงเด็กน้อยเข้ามาในครัว

“สปาเกตตี แด๊ดดี้!!!” เดม่อนเขย่งเท้าเกาะขามูนไว้อย่างกลัวๆ แต่ปากเล็กก็ไม่วายถามถึงของชอบ

“ว่ายังไงนะ” แม่ของดไวท์ถามออกมายิ้มๆ

“สปาเกตตีฮะ” เดม่อนพูดออกมาอีก

“มาใกล้ๆ ย่ามาสิลูก” แม่ของดไวท์ล้างมือแล้วถอดผ้ากันเปื้อนออกเธอนั่งยองๆ และอ้าแขนออกกว้าง

“เดม่อนไปหาคุณท่านสิ” มูนบอกกับลูกชายตัวเองเสียงเบา

“สอนลูกเรียกแบบนั้นได้ยังไงกัน เด็กคนนี้” ผู้เป็นแม่บ่นออกมาเล็กน้อย

“มานี่สิ มาหาย่าเร็ว” แม่ของดไวท์เรียกเดม่อนด้วยน้ำเสียงใจดี

เด็กน้อยปล่อยมือจากการเกาะขาของมูนช้าๆ มูนก็ได้แต่มองนิ่งๆ ปกติ  เดม่อนเข้ากับคนง่ายอยู่แล้วเด็กน้อยแค่อาจประหม่าบ้างเมื่อต้องใกล้ชิดแบบนี้

“น่ารักน่าชังจริงๆ เด็กคนนี้ ว่าไปเขาก็หน้าตาเหมือนกับพ่อของเขาเลยจริงๆ” แม่ของดไวท์พูดขึ้นและลอบมองใบหน้าของลูกชายคนเล็ก

“มูนเหนื่อยไหมลูก” แม่ของดไวท์ถามมูนเสียงสั่นเทา

“ไม่หรอกครับ” มูนพูดบอกเสียงนิ่ง

“แม่จะพูดยังไงดีห๊ะ มูน” แม่ของดไวท์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงฟังแล้วเจ็บปวดไม่น้อย มือบางจับไปที่มือของลูกชายตนเองและบีบเบาๆ

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ ผมไม่เป็นอะไรครับ” มูนพูดออกมาเสียงนิ่ง

“คำว่าไม่เป็นอะไรของมูน รู้ไหมว่าแม่ฟังแล้วเจ็บปวดเหลือเกินลูก”       แม่ของดไวท์พูดเสียงเครือ น้ำตาใสไหลลงอาบแก้มช้าๆ เธอคิดถึงมูนมากจนไม่เป็นอันทำอะไร เพราะตอนอยู่ด้วยกันมูนสนิทกับเธอมาก

“อย่าร้องสิครับ ไม่เอานะครับเดี๋ยวไม่สวยนะครับ” มูนยิ้มออกมาดวงตาสวยคลอด้วยน้ำตาแทบจะร่วงเสียให้ได้

“แด๊ดดี้” เดม่อนเรียกมูนเสียงใส

“ว่าไงครับ” มูนก้มลงถามลูกชายตนเองเสียงเบา

“I'm hungry mhum…mhum (เดม่อนหิวหม่ำๆ)”

เดม่อนทำท่ายกช้อนตักเข้าปากอย่างน่ารัก ทำเอาทุกคนที่เห็นถึงกับหลุดยิ้มในความน่ารักของเด็กน้อย

“โธ่ หิวเหรอลูก มาๆ เดี๋ยวย่าทำสปาเกตตีให้กินเอาไหม” แม่ของ ดไวท์อุ้มเดม่อนขึ้นและถามออกมา เดม่อนพยักหน้าและยิ้มกว้างดีใจ

ไมเคิลเดินลงมาจากด้านบนพร้อมกับดไวท์

“ไปรับเขากลับมาจนได้นะ” พ่อของดไวท์พูดขึ้นและนั่งที่โต๊ะทานข้าว   สาวใช้รินกาแฟให้คนทั้งคู่

“ผมบอกแล้วไงครับ ยังไงผมก็จะตามหาเขาให้เจอ” ดไวท์พูดเสียงเรียบ

“สปาเกตตี” เสียงของเดม่อนดังออกมาจากห้องครัว

“เสียงเด็กที่ไหน” พ่อของดไวท์ถามออกมา เขาลุกจากเก้าอี้และเดินไปยังห้องครัว

“นั่นเด็กที่ไหน” ไมเคิลถามขึ้นเมื่อเห็นว่าภรรยาของเขาอุ้มเด็กน้อยอยู่ไม่ห่างตัว

“คุณท่าน คือ…” มูนก้มหน้านิดๆ และเดินเข้าไปรับเดม่อนมาจากผู้เป็นแม่

“เดม่อนสวัสดีคุณท่านสิครับ” มูนพูดกับลูกชายตนเองเสียงเบา

“สวัสดีครับ” เดม่อนยกมือไหว้ไมเคิลด้วยท่าทางไม่ค่อยถนัดนัก ไมเคิลมองเดม่อนนิ่งๆ

“ไปคุยกับฉันในห้องทำงาน” ไมเคิลพูดขึ้นเสียงเรียบ มูนทำท่าจะอุ้มลูกไปด้วยแต่ดไวท์เดินเข้ามาขวางไว้

“ส่งเขามา พี่ดูให้เอง” ดไวท์พูดขึ้น มูนนิ่งเงียบอยู่แบบนั้น

“มูน” ดไวท์เรียกมูนย้ำอีกครั้ง

“แด๊ดดี้ เดม่อนหม่ำๆ” เด็กน้อยพูดออกมา

“ส่งลูกให้พี่เขาเถอะมูน เดี๋ยวแม่ช่วยดูอีกคน” แม่ของดไวท์ช่วยพูด มูนพยักหน้ารับช้าๆ และส่งเดม่อนให้กับคนตัวโต

“นั่งสิ” ไมเคิลพูดบอกเสียงเรียบ

“คุณท่านสบายดีนะครับ” มูนถามออกมาก่อนแทนที่จะนั่งตามที่ไมเคิลบอก

“เธอนี่ยังดื้อไม่ยอมเปลี่ยน” ไมเคิลพูด มูนถึงกับน้ำตาคลอ

“เด็กโง่ ไม่รู้จักทางกลับบ้านตัวเองหรือยังไง” เสียงทุ้มกล่าวออกมาในที่สุด เขาเป็นห่วงและรักมูนเหมือนลูกแท้ๆ

“ผมขอโทษครับ” มูนพูดเสียงเบา ไมเคิลมองมานิ่งๆ และถอนหายใจออกมาหนักๆ

“ฉันอยากจะลงโทษเธอนัก” ไมเคิลพูดเสียงเข้ม

“ป๋าไม่กล้าลงโทษมูนหรอก” มูนพูดพร้อมกับน้ำตาไหลลงอาบแก้มเนียน

“เด็กคนนี้ยังไงนะ ขี้แยเหมือนเดิมจริงๆ” ไมเคิลลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปลูบผมมูนอย่างเบามือ

“ไปอยู่ไหนมา รู้ไหมว่าพ่อเป็นห่วงแค่ไหน” ไมเคิลถามลูกชายคนเล็กของตัวเอง เขารู้ว่ามูนเป็นเด็กเก่งและเอาตัวรอดได้ แต่ก็อดห่วงมากไม่ได้อยู่ดี

“อยู่ฝรั่งเศสครับ” มูนตอบคำถามเสียงแผ่ว

“ไปทำอะไรที่นั่น”

“ร้านอาหารครับ”

“แล้วเด็กนั่นเป็นใคร” ไมเคิลถามออกมาเมื่อนึกขึ้นได้

“ป๋าหมายถึงเดม่อน…” มูนถามย้ำออกมา

“ก็ใช่น่ะสิ”

“คือ…เดม่อนเป็นลูกของผม” มูนตอบเสียงหนักแน่น

“จะเป็นไปได้ยังไง แล้วแม่ของเด็กล่ะไปไหน”

ไมเคิลขมวดคิ้วและถามออกมาเสียงเครียด มูนน่ะเหรอจะเป็นเด็กใจแตกหิ้วลูกน้อยกลับมาบ้านแบบนี้ เขาไม่อยากจะเชื่อ

“คือ…” มูนอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามพ่อบุญธรรมตัวเองอย่างไรเหมือนกัน

“คืออะไรมูน” ไมเคิลถามย้ำเสียงเริ่มดังขึ้น

“คือผมคลอดเขาออกมาเองครับ” มูนหลุบตาลงต่ำเพราะไม่อยากสบตา  ผู้เป็นพ่อสักเท่าไหร่

“เธอว่าอะไรนะ!!!” ไมเคิลถามออกมาเสียงเครียด

มูนเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ผู้เป็นพ่อบุญธรรมของตัวเองฟัง เรื่องราวที่แสนน่าเหลือเชื่อ แต่ความจริงก็คือความจริง มูนเองก็ไม่รู้จะปกปิดไปเพื่ออะไร ไมเคิลรั้งมูนเข้ามากอดไว้แนบอก มูนปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย

“แล้วตัวต้นเหตุมันรู้เรื่องหรือยัง” ไมเคิลถามขึ้น

“ครับ” มูนตอบรับออกมา

“แล้วเราจะเอายังไง”

“…”

มูนนิ่งเงียบเพราะเขาเองก็ไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องราวเหล่านี้ เขาคิดมาตลอดหลังจากที่คลอดเดม่อนออกมาว่า เขาไม่ต้องการความรับผิดชอบอะไรจากใครทั้งนั้น เพราะเดม่อนคือของขวัญที่พิเศษที่สุดในชีวิตของเขา

“ช่างเถอะ อยู่ที่นี่ห้ามไปไหนทั้งนั้น เรื่องของดไวท์พ่อจะจัดการให้เอง”

“ป๋าครับ ผมไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว” มูนพูดออกมาเสียงเรียบ ไมเคิลมองมูนและถอนหายใจออกมายาวๆ เขารู้ว่ามูนเป็นเด็กอย่างไร ถ้ามูนบอกว่าไม่ก็คือไม่ แต่ครั้งนี้เขารู้ว่าลูกชายตัวดีของเขาต้องรับผิดชอบกับทุกอย่างที่เจ้าตัวได้ทำไว้

“ได้ยังไงหา มูน” ไมเคิลถามออกมา

“นะครับป๋า เชื่อมูนสักครั้ง” มูนพูดขอออกมา ไมเคิลจำต้องยอมให้กับลูกชายคนเล็กของตัวเอง

“พ่อรู้ว่าเราจะจัดการมันได้” ไมเคิลพูดออกมาและเดินนำมูนออกไปจากห้องทำงาน

“แด๊ดดี้” เดม่อนเรียกมูนเสียงลั่น มูนรีบยกนิ้วจรดไปที่ริมฝีปากตัวเองและส่งสายตาดุๆ ให้ลูกชาย

“อย่าเสียมารยาทสิ เดม่อน” มูนดุเด็กน้อยออกมาเสียงเบา ทำเอาผู้เป็นแม่ถึงกับยิ้มขำออกมา

“I’m sorry mhum…mhum (เดม่อนขอโทษ หม่ำๆ)” เด็กพูดเสียงอ่อยอย่างน่ารัก ในมือเล็กถือช้อนคันโตและยกขึ้นทำท่ากินข้าว

มูนนั่งลงที่เก้าอี้และจัดผ้ากันเปื้อนให้เดม่อนอย่างคล่องแคล่วเหมือนที่ทำเป็นประจำ ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะไม่ว่าจะเป็นพ่อและแม่รวมทั้งดไวท์ได้แต่มองอย่างทึ่งๆ มูนเริ่มรู้สึกตัวว่าตอนนี้ทุกสายตามองมาที่ตนเองและลูก

“ขอโทษแทนเขาด้วยนะครับ” มูนพูดขอโทษออกมาเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นไร อย่าคิดมากสิมูน ป๋ากับแม่ยังไม่ได้พูดว่าอะไรเลย” แม่ของ ดไวท์พูดออกมาอย่างใจดี

“ทานข้าวกันเถอะครับ” ดไวท์พูดขึ้น

ทุกคนต่างนั่งทานข้าวพร้อมทั้งมองมูนกับเด็กน้อยไปด้วย ช่างเป็นภาพที่เพลินตาเสียจริง เดม่อนกินข้าวได้เยอะพอสมควรขณะที่มูนก็หัดให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเอง

“ง่ำ กร๊อบ อ๊ะ” เสียงเดม่อนกัดแครอทต้มเสียงดังและร้องครางออกมา ใบหน้าแดงก่ำ ร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น มูนรีบจับไปที่ใบหน้าของลูกตัวเอง

“เดม่อนเป็นอะไรมูน” แม่ของดไวท์ถามออกมาเสียงตกใจ

“ฮึก เจ็บ เดม่อนเจ็บ” เดม่อนพูดพลางคายแครอทออกมา มูนใช้มือรองไว้และหยิบกระดาษทิชชู่ที่วางอยู่ข้างตัวมาห่อเศษอาหารไว้อย่างรวดเร็ว

“อ้าปากสิครับ” มูนพูดบอก เลือดไหลทั่วทั้งปาก เดม่อนกัดปากตัวเองเข้าให้น่ะสิ

“ชู่ว!!! ไม่เจ็บนะครับ” มูนพูดปลอบลูกตัวเอง

เดม่อนแหวะน้ำลายเพราะคาวเลือดในปากตัวเอง ดไวท์รีบยกตัวเดม่อนมานั่งบนตัก

“ไปเอาผ้าเปียกมาให้หน่อย” ดไวท์พูดสั่ง

ผ้าผืนเล็กชุบน้ำถูกนำมาให้ดไวท์ มูนได้แต่ยืนมองนิ่งๆ อยู่แบบนั้น ดไวท์จับไปที่ปลายคางของเดม่อนและใช้มือคว้านไปในโพรงปากของเด็กน้อยช้าๆ

“คายออกมา” ดไวท์สั่งเสียงดุนิดๆ เดม่อนทำตามอย่างว่าง่าย เขาค่อยๆ ใช้ผ้าซับไปที่แผลที่กระพุ้งแก้มของเดม่อนแผ่วเบา

“เจ็บหรือเปล่า” ดไวท์ถามออกมาเสียงเรียบ เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ

“ไกลหัวใจตั้งหลายคืบ แค่นิดเดียวไม่เจ็บหรอก” ดไวท์พูด

เดม่อนนิ่วหน้าเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่คนตัวโตพูดเลยสักนิด

“แด๊ดดี้เป่า” เดม่อนพูดออกมาและชูแขนไปหามูนเพื่อจะให้เขาอุ้ม มูนยื่นหน้าไปใกล้เดม่อนนิดๆ และเป่าไปที่แก้มใสของลูกตัวเองแผ่วเบา

“เพี้ยง หายแล้ว” มูนบอกลูกชาย ทำเอาดไวท์ถึงกับยิ้มออกมาบางๆ     เขาไม่อยากจะเชื่อว่าน้องชายที่ท่าทางแสนเย่อหยิ่งของเขาจะทำอะไรแบบนี้กับเขาก็เป็น

“ยิ้มอะไร” มูนถามเสียงแข็ง ดไวท์หุบยิ้มทันทีและส่งเดม่อนคืนให้

“ทานกันต่อเถอะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” มูนพูดพ่อและแม่พยักหน้ารับ ดไวท์ได้แต่มองมูนเดินออกไปจากห้อง

“มองตาละห้อยเลยล่ะสิ หึ” ไมเคิลพูดออกมาลอยๆ

ดไวท์ไม่พูดอะไร เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ในหัวคิดเพียงแค่จะทำอย่างไรมูนถึงจะใจอ่อนกับเขาสักที

มูนพาเดม่อนออกมาจากห้องทานข้าวและเดินขึ้นมาบนห้องของตัวเอง เขาวางเดม่อนบนเตียงกว้าง เด็กน้อยคลานไปนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย มูนยิ้มและส่ายหัวนิดๆ ให้กับเด็กน้อยที่เมื่อกี้ยังร้องไห้จ้าอยู่เลย

ร่างบางกดเปิดทีวีและเปลี่ยนช่องการ์ตูนให้เดม่อนดู ก่อนจะหยิบขวดนมและเดินไปข้างล่างอีกครั้ง

“ป้าครับ มูนขอน้ำร้อนหน่อยสิครับ” มูนพูดบอกเมื่อเดินเข้ามาภายในครัว

“ทางนี้เลยค่ะ คุณหนู” หญิงสูงวัยพูดบอก

มูนเดินมากดน้ำจากกาน้ำร้อนใส่ขวดนมและเขย่าเพื่อผสมให้เข้ากัน ช็อกโกแลตอุ่นถูกผสมลงไปในขวดนิดหน่อย

“ยังติดขวดนมอยู่เหรอคะ” สาวใช้ถาม

“ครับ พยายามให้ห่างอยู่น่ะครับ” มูนพูดบอกยิ้มๆ

“น่ารักจริงๆ เลยนะคะ” สาวใช้พูดชมในความน่ารักน่าเอ็นดูของทั้งมูนและเดม่อน มูนยิ้มรับและเดินไปที่ตู้เย็น

“ป้าครับ มูนขอขนมปังกับเนยหน่อยได้ไหมครับ”

สาวใช้รีบช่วยกันเตรียมให้อย่างรวดเร็ว มูนอบขนมปังพร้อมเนยและ    โรยชีสลงไปเล็กน้อย พร้อมกับมีผักอีกสองสามอย่าง โบโลน่าและไข่ต้มถูกผ่าและวางไว้ข้างๆ ขนมปัง

“น่าทานจังค่ะ” สาวใช้อีกคนพูดขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้น

“ขอบคุณครับ” มูนพูดบอกและยิ้มหวานให้ทุกคนในห้องครัว ทำเอาเด็กสาวที่ไม่รู้จักมูนเพราะเพิ่งเข้ามาทำงานถึงกับปลื้มเจ้านายใหม่

“คุณมูนสวยมากๆ เลยค่ะ” สาวใช้หลุดพูดออกมาทำเอามูนถึงกับชะงักไปนิด

“พูดอะไรของเธอห๊ะ มีอะไรก็ไปทำสิเด็กพวกนี้” หญิงสูงวัยพูดดุ

“ค่ะๆ รีบไปเดี๋ยวนี้ละค่ะ” เด็กสาวรีบก้มหัวเดินลนลานออกจากห้องครัวไป

“ขอโทษแทนเด็กพวกนี้ด้วยจริงๆ นะคะ คุณหนู” หญิงสูงวัยพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกครับป้า มูนชินแล้ว” มูนพูดออกมายิ้มๆ และยกถาดอาหารขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง

“ทำอะไร” มูนถามออกมาเพราะเขาเห็นดไวท์ยืนเก้ๆ กังๆ ที่หน้าห้องของเขา

“เอ่อ เปล่า” ดไวท์รีบหันมาหามูนอย่างรวดเร็ว

“แล้วมายืนเกะกะอะไรตรงนี้” มูนถามอีก

“พี่เข้าไปได้ไหม” ดไวท์เอ่ยขอ

“…” มูนนิ่งเงียบและเดินสวนดไวท์ไปที่ประตูห้องของตัวเอง ดไวท์รีบเปิดประตูให้มูนอย่างรวดเร็ว

“แด๊ดดี้ หม่ำๆ” เดม่อนยกมือเล็กและกวักเรียกหาขวดนมเมื่อเห็นของในถาดที่มูนถือเข้ามา

“ลงมาจากเตียงสิครับ” มูนสั่งลูกชายตัวเอง เดม่อนดึงผ้าห่มผืนหนาออกจากตัวและคลานวนอยู่บนเตียงเพราะเตียงค่อนข้างสูง เด็กน้อยคลานมาหยุดอยู่ข้างเตียงและมองไปยังดไวท์ เด็กน้อยส่งสายตาให้ปริบๆ มูนเดินมาที่เตียงทำท่าจะอุ้มลูกชาย

“เดี๋ยวก่อน ให้เขาลงมาเอง” ดไวท์พูดบอกทำเอามูนชะงักไปนิด

“ลงมาสิ” ดไวท์พูดกับเดม่อน

เดม่อนพยักหน้ารับและใช้ขาเล็กข้างหนึ่งหย่อนลงมาก่อน มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่น มูนยืนมองอย่างให้กำลังใจ

“แด๊ดดี้” เดม่อนเรียกมูนทันทีเมื่อขาเขาหยั่งไม่ถึงพื้น มูนรีบเข้าไปใกล้แต่ก็ถูกดไวท์ดึงไว้

“เขากำลังจะตก” มูนพูดเสียงลอดไรฟัน

“เขาทำได้น่ะ เชื่อพี่สิ” ดไวท์พูดบอก

เดม่อนซุกใบหน้าลงกับเตียงและตะกายขึ้นไปใหม่เพราะรู้แน่แล้วว่าไม่มีใครช่วยเขาลงไปแน่ๆ แต่ตอนนี้เขาหิวจริงๆ

“หม่ำๆ” เดม่อนพูดอ้อนก็แล้วแต่มูนกับดไวท์ยังเฉย

เด็กน้อยถอนหายใจเล็กๆ และเอียงตัวตะแคงกับที่นอนค่อยๆหย่อนเท้าทั้งสองข้างลงจากเตียงโดยที่ลำตัวยังนาบไปกับที่นอนในท่านอนคว่ำ สองมือเล็กกำผ้าปูแน่นแล้วค่อยๆ ปล่อยตัวไหลลงจากเตียงนอนช้าๆ

มูนถึงกับถอนหายใจยาวพรืดเมื่อเท้าเล็กแตะที่พื้นห้อง เดม่อนหันมายิ้มร่าและเดินไปที่โต๊ะกลางห้อง ไม่ต้องรอให้มูนอุ้มเขาขึ้นเก้าอี้ เด็กน้อยรีบปีนขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยตัวเองทำเอามูนถึงกับนิ่งอึ้ง

“พี่บอกแล้วว่าเขาทำได้” ดไวท์พูดออกมาอย่างนึกภูมิใจ

“ออกไปได้แล้ว” มูนรีบพูดไล่ทันที

“จะไล่พี่ไปไหนล่ะ ลูกกับเมียก็อยู่ที่นี่” ดไวท์พูดพลางสวมกอดมูนจากด้านหลัง

“ปล่อย อย่ามาทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเดม่อน” มูนพูดดุออกมา

“อย่างนั้นพี่ทำลับหลังได้ใช่ไหมครับ” ดไวท์กระซิบที่ริมใบหูเล็ก

“ดไวท์!!! ออกไปเดี๋ยวนี้” มูนพูดเสียงลอดไรฟันทำเอาดไวท์ถึงกับหลุดขำออกมา

“ฟอด!!! พี่รักมูนกับลูกนะครับ” ดไวท์หอมไปที่แก้มใสของมูนเสียงดังฟอดใหญ่ มูนถึงกับนิ่งอึ้งไป

ร่างหนาเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้มูนยืนจมกับการกระทำของเขาอยู่แบบนั้น…


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว