email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 15

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.9k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2563 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15
แบบอักษร

วันจันทร์~ 

“ฮึ้ย! ช่วยน้องหน่อยไม่ได้เลยเหรอ”  

(ทำไมมึงชอบโทรมาใช้กูตลอดเลยวะส้ม ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะโทรหาพี่ตัวเอง พอมีเรื่องจะให้ช่วยนี่ติดต่อมาเร็วฉิบหาย…)  

“แงงง ถ้าไม่ใช้พี่โอแล้วน้องจะใช้ใครอะ อีกอย่างก็ไม่ไช่ร้อยวันพันปีขนาดนั้นป่ะ!”  

(ให้กี่บาท?)  

“ไอ้พี่! จะช่วยน้องดี ๆ ไหมฮะ!?”  

(สัด… แสบแก้วหู จะแหกปากทำปลาทูอะไร)  

“ของที่ต้องใช้ก็ในร้านที่บ้านนั่นแหละ แอบ ๆ ขโมยแม่เอา รูปก็ส่งไปให้แล้ว ทำไมชอบบ่นจังฮะ!?”  

(ใจเย็น ๆ มึง… กูควรเป็นฝ่ายบ่นไม่ใช่เหรอวะ?)  

“ชิส์! ก็น้องขอดี ๆ แล้วนี่นา เคยทำไม่ใช่เหรอ งั้นทำให้หน่อยนะ ๆ ๆ ๆ”  

(แล้วกูจะหาเจอได้ไง?)  

“พี่เขาชอบไปกินข้าวกับผู้ชายหลังมอ ร้านแรกเลยถ้าพี่ขับมาจากฝั่งขวา ที่ดูหรู ๆ สุดในละแวกนั้นอะ เที่ยงนี้ลองไปแอบ ๆ ดูนะ พาเพื่อนพี่ไปด้วย รอบคอบหน่อยก็ดี อย่าให้ใครรู้ว่าเป็นพี่”  

(เออ ๆ กูก็เคยเรียนที่นั่นมึงไม่ต้องอธิบายมาก)  

“งืออออ รักนะ~”  

(ตอแหลว่ะ แต่เออดูคลิปแล้วกูคงจะปล่อยให้น้องตัวเองโดนทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ดูเป็นพี่ที่ดีป่ะวะ)  

“สุด ๆ เลย หล่อก็หล่อ”  

(หึ ๆ ดี ๆ อีกเรื่องแม่ฝากมาเตือนมึงว่าเลิกให้เพจมันลงรูปร่าน ๆ ได้แล้วอุจาดตา เนี่ยกูเห็นหน้าเฟซยังอยากกดรีพอร์ต แต่ต้องเอาไปให้แม่มึงดูก่อน)  

“ไอ้พี่ทำไมปากดี มีน้องน่ารักน่าเอาขนาดนี้ยังมาบ่น แล้วไหนแม่บอกอยากมีลูกผู้หญิง แหม่… พอลูกจะเป็นจริง ๆ ทำเป็นรับไม่ได้”  

(เลิกพล่ามกูรำคาญ)  

“โอ๊ย! งั้นแค่นี้แหละเด้อ รักน้า~ ขอให้หาเมียได้เร็ว ๆ นะพี่โอ”  

(สัด… กูรู้มึงประชด)  

“บ้า~ ทำไมชอบคิดมากอะ”  

(พอ ๆ กูไปซ่อมรถให้ลูกค้าละ รำคาญ!) เอ่ยจบคนปลายสายก็ตัดไปทันที ส้มตำที่เตรียมจะออกไปเรียนแล้วจึงได้ลุกขึ้นเดินไปเช็กร่างกายหน้ากระจก ส่วนคนเมื่อกี้น่ะเหรอ พี่ส้มโอคนเดิมไง~ 

ส้มโอ = พี่ชายสุดหล่อ กวนตีน นักเลงประจำคณะวิศวะฯ จบไปนานแล้ว รอยแผลเป็นบนใบหน้าและลำตัวคือตราของลูกผู้ชายสุดห่ามแบบเขา!  

ตัดภาพมาที่น้องชาย~ 

“ฮะ!? แล้วมันทำอะไรมึงวะ?” ร่างเล็กเดินออกมาจากหอพลางยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูคุยกับเพื่อนเนื่องจากอีกฝ่ายโทรมาคุยเรื่องผู้ชาย 

(มันด่ากูเป็นภาษาอังกฤษ พอแปล ๆ ดูแล้วหมายความว่า ‘นังร่าน’ อะมึง กูไม่ยอม! แต่กูสู้มันไม่ได้ ทำไมมึงชอบมาช้าให้กูรอคนเดียวอีกแล้ววะ อุตส่าห์ขนกล้องมาให้แล้วนะเว้ย!)  

“กูกำลังเดินไป อย่าเร่งได้ป่ะ…”  

(เออคือแม่งเดินมาตีตูดกูจนเพื่อน ๆ นางหัวเราะแล้วเดินหนีอะ อีห่าตูดคนป่ะวะ! ไอ้ฝรั่งนาโร้กกกก)  

“…”  

(กูอยากจับมันเย…)  

“อิสัดปูนไม่ได้ เออแค่นี้แหละ…” ส้มทำได้เพียงด่าเพื่อนก่อนจะตัดสายแล้วรีบสาวเท้าตรงเข้าไปในมหา’ ลัยทันที 

เช้ามาก็มีเรื่องเลย ช่วยไม่ได้ก็พวกเขาหน้าตาดีนี่นา คนเลยอิจฉาแล้วเข้ามาหาเรื่องบ่อย ๆ ร่างบางสาวเท้าตรงไปตามบาทวิถี ไหล่ข้างซ้ายสะพายกระเป๋าผ้าราคาไม่แพงสีขาวดำ แน่นอนว่าต้องมีบางสายตาจับจ้องมาตลอดทางเดิน 

เล่นมีคลิปหลุดกระจายในโลกอินเทอร์เน็ตแล้วสองรอบ คลิปแรกทะเลาะกันกับพี่ไทเกอร์ คลิปที่สองจะมีเรื่องกับพี่ปลื้มใจ กระแสน้องส้มตำคนแซ่บหายไปตั้งแต่จบปีหนึ่ง ตอนนี้กลับเริ่มลุกขึ้นเป็นไฟอีกแล้ว 

ยิ่งร่างเล็กคบกับรุ่นพี่หน้าตาดีปีสี่ยิ่งเป็นกระแสเข้าไปใหญ่ คงต้องรออีกสักพักกว่าทุกอย่างจะสงบ แล้วทุกคนก็จะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ อาจจะมีบ้างที่พูดถึง แต่ก็น่าจะน้อยลงกว่าเดิม 

“ทำไมต้องทำหน้าไม่พอใจใส่กูด้วย” เดินมาถึงที่นั่งประจำ เพื่อนสุดที่เลิฟอย่างปูนก็ทำหน้าเหมือนอยากจะต้อนรับเขาด้วยการตบเข้าที่หน้าเข้าหนึ่งหน เข้าใจว่ามันยิ่งอารมณ์เสียง่าย ๆ อยู่ด้วย 

“มึงรู้จักไอ้บิลใช่ป่ะ?”  

“เดี๋ยว ๆ บิลที่มึงบอกให้กูหาเฟซให้ดูเหรอ” ถามพลางเดินไปนั่งลงอีกฝั่งของม้าหินอ่อน มือขาวขยับไปหยิบกล้อง DSLR ยี่ห้อดังรุ่น 1500D เลนส์ 18-55 ของเพื่อนมาดูและกดปรับอะไรไปต่าง ๆ นานา ของเขาดันตกน้ำพังน่ะสิ 

อีกอย่างคือยังไม่กล้าบอกพี่ชายด้วย เพราะซื้อได้ไม่ถึงสองเดือนเลยด้วยซ้ำ ราคากล้องมันก็ไม่ใช่ถูก ๆ เลยสำหรับเขา ตัวเองก็ไม่ใช่จะรวยเหมือนคนที่นั่งข้างหน้าสักเท่าไร 

“ใช่ ๆ กูเคยอยากได้มันนะ หล่อลูกครึ่ง แต่ดูวันนี้มันมาทำให้กูดูเป็นตัวตลกแถมยังด่าว่ากูร่าน”  

“มึงก็ร่านนี่นา”  

“ส้ม…”  

“อะไรของมึงเนี่ย เช้ามาก็หงุดหงิดเลย” ขอสักวันได้ป่ะที่ไม่มีเรื่องมาให้เครียด 

“มึงแม่ง… ก็มันตีตูดกูให้ชาวบ้านมองเป็นตัวตลกไง” ปูนบอกเสียงเหมือนไม่โอเคจริง ๆ พร้อมหันหน้าหนีไปทางอื่น ตากลมได้แต่มองเสี้ยวหน้าเพื่อนก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ มือนุ่มยกขึ้นสัมผัสไหล่เพื่อนเบา ๆ  

“ปูนมึงฟังกูนะ”  

“...” ฟังแต่ไม่หันมามอง 

“กูจะช่วยอะไรมึงได้วะ ไม่ดิ… มึงคิดว่าพวกเราสองคนจะสู้ใครได้บ้าง?”  

“มึงอย่าพูดเหมือนพวกเราอ่อนแอส้ม ตบคนชนะก็เคยมาแล้ว”  

“กูหมายถึงคนที่เราสู้ไม่ได้จริง ๆ มึงคิดว่ากูกับมึงจะไปสู้ไอ้พวกผู้ชายตัวโต ๆ แบบพวกมันได้เหรอ? อีกอย่างกูรู้นะว่ามึงต้องไปยุ่งมันก่อนมันถึงเข้ามาหาเรื่องมึงอะ”  

“…” ได้ยินปูนจึงหันหน้าหลบ ใช่… เพราะเขาไปอ่อยมันในผับมาแล้วนกเลยทักไปด่าด้วยแชตส่วนตัว ยอมรับว่าทำแบบนั้นเพราะความหงุดหงิด 

“ฝรั่งหล่อน่าเยอีกหลายคนก็มีมึงก็ลองอ่อยเอาดิวะ เคยบอกกูเองไม่ใช่เหรอว่าจะไม่สนผู้ชายที่ไม่สนใจเรา”  

“เฮ้อออ… พอ ๆ ตอนไหนจะไปถ่ายรูปเนี่ย”  

“เออเหลือเวลาเยอะเอาไว้ก่อน แต่มึงอะโอเคใช่ไหม?”  

“…”  

“ไม่งั้นกูจะงอแงนะปูน”  

“อีห่าอย่า กูยอมให้ผู้ด่าดีกว่ามึงงอแงใส่” ได้ยินส้มจึงคลี่ยิ้มให้ก่อนจะลุกเดินกลับไปนั่งที่เดิม อย่างน้อยเพื่อนเขามันก็ไม่ทำหน้าเครียดแล้ว ปกติเวลาหงุดหงิดปูนก็มักจะเป็นแบบนี้ ซึ่งส้มตำได้ชินไปแล้ว 

“เอาจริงมันก็เหมือนจะสนใจกูนะตอนแรกอะแต่เมื่อคืนทำไมถึงเปลี่ยนไปก็ไม่รู้ว่ะ” สบตากันมันก็พอจะทำให้เขามองออกว่าผู้ชายมันสนจริงไหมหรือแค่แกล้งทำเป็นสนใจ 

แล้วทำไมบิลถึงเปลี่ยนไป?  

“กูไม่รู้จะบอกยังไงอะ กูไม่เคยอ่อยหรือเข้าหาผู้ชายก่อนด้วยปูน” เขาเองก็ไม่รู้จะบอกปูนยังไงเพราะตัวเองก็ไม่ค่อยจะถนัดเรื่องพวกนี้สักเท่าไร 

“เออช่างเถอะ ๆ”  

“นั่นแหละ ไม่ต้องไปใส่ใจเลย” บอกปูนก่อนจะหันมาสนใจกล้องตรงหน้า 

“มึงจะยืมกล้องกูไปอีกนานแค่ไหนวะ?” เขาถามไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ยืม ของแค่นี้เขาจะให้มันก็ได้แต่มันไม่ยอมรับก็เท่านั้น แต่ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าทำไมเพื่อนถึงไม่ยอมซ่อมกล้องของตัวเองสักที 

เขายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีเลย คนบ้าอะไรโยนกล้องลงน้ำ มือถือเหรียญกับกล้องพร้อมจะโยนลงไปในน้ำพุ เป็นโมเมนต์ที่จะขอพรแต่เสือกโยนกล้องลงไปพร้อมกับเหรียญ 

ได้พรสมใจเลยมึงเอ๊ย 

“มึงจะด่ากูว่าหน้าด้านที่ใช้แต่ของมึงใช่ไหมล่ะ”  

“อิห่าไม่ใช่ กูจะหวงเพื่อนทำไมวะ”  

“แต่กูก็เกรงใจมึงนะปูน แต่แบบเฮ้อ...” ส้มตำถอนหายใจแล้วทำสีหน้าแอบหนักใจเล็กน้อยจนปูนจำต้องเลิกคิ้วขึ้นสงสัย มันมีอะไรกังวลใจขนาดนั้นเลยหรือไง 

“กูไม่กล้าขอเงินพี่อะ แม่ยิ่งไม่กล้า” ถามว่าขอได้ไหมก็ได้นะ ทั้งสองก็เหมือนจะให้ง่าย ๆ ด้วย แต่กลัวโดนบ่นว่าใช้เงินเปลือง แถมไม่กล้าบอกเหตุผลที่ทำให้กล้องพังด้วย 

จะถูกด่าว่าโง่ไหมอะ 

“ก็บอกแล้วว่าจะให้ยืม”  

“อิสัดไม่เอา มึงก็จะให้ยืมอยู่นั่นแหละ เก็บความรวยไว้ประดับบารมีเถอะ” เขาไม่ชอบยืมเพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนค้างคา อารมณ์เหมือนยืมผู้คนอื่นมาเอาอะไรแบบนี้แหละ เลยไม่เอาใครนอกจากคนที่รักจริง ๆ  

“แต่มึงยืมกล้องกูใช้อยู่นะส้ม อะไรคือบอกไม่ชอบยืม”  

“มันไม่เหมือนกันอะ ทำไมมึงไม่เข้าใจวะ” เถียงกลับจนปูนต้องถอนหายใจให้กับเพื่อน 

“แต่มึงจะยืมกูไปตลอดทั้งเทอมไม่ได้นะส้ม อาจารย์เขาก็บอกแล้วป่ะ แค่ยืมตังค์กูไปซ่อมก็ได้”  

“เออ… เดี๋ยวกูคุยกับพี่กูเอง จะเอาไปซ่อมเย็นนี้แหละ”  

“เออดี กูรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย”  

“มึงพูดเหมือนกูเป็นภาระอะ”  

“เปล่าเลยนะเพื่อนรัก”  

“กูโยนทิ้งแน่!”  

“อะ อิส้ม!”  

“ล้อเล่น มึงบ้าป่ะคนโง่ที่ไหนจะโยนกล้องทิ้งวะ?” ถามปูนแต่ตายังมองจอของกล้องดิจิทัลเพราะเขากำลังเลื่อนดูรูปต่าง ๆ ที่เคยถ่าย 

“เออจริงมึง ใครจะโง่โยนกล้องทิ้งวะ”  

“อื้ม...” ครางตอบ 

“ไม่มี๊เลย ไม่มีใครโง่ทำแบบนั้นหรอก” เสริมต่อแต่ส้มตำเหมือนจะไม่รู้ตัวและไม่สนใจจนเขาต้องกลอกตามองบนแล้วหันไปมองรอบ ๆ ที่ตอนคนเริ่มเยอะแล้ว ถึงแม้ใจจะยังหงุดหงิดเรื่องของชายที่ชื่อบิลเมื่อตอนเช้า แต่เขากลับยังรู้สึกเสียดาย 

“เออส้มกูถามอะไรได้ไหม”  

“ว่ามา...” บอกแต่หน้าไม่ยอมเงยขึ้นมามอง 

“สรุปพี่ไทเกอร์กับอีปลื้มใจไรนั้นยังไง?”  

“ใจเย็น ๆ มึง ไม่ต้องเน้นเสียงขนาดนั้นก็ได้” ปูนเน้นคำว่า ‘อี’ เสียจนเขารู้สึกได้ถึงความหงุดหงิด 

“เออสรุปยังไง?”  

“พี่ไทเกอร์บอกตั้งแต่เลิกกันก็ไม่ได้เข้ามายุ่งอะไรนานแล้วนะ แต่เออทำไมต้องมาตบกูด้วยวะ กูทำอะไรผิดอะ” นี่แหละที่เขายังสงสัย ทำไมรุ่นพี่ต้องมาตบเขาด้วย หรือเพราะว่างเลยอยากตบก็มาตบแบบนี้เหรอ?  

อิผีแบบนี้ไม่ได้!  

“แต่กูเคืองอยู่นะส้ม ถ้ากูโดนตบกูจะใส่ไม่ยั้งเลยมึง”  

“ปูนมึงทำให้กูมองว่ามึงคือเกย์เถื่อนอะ”  

“อิสัด ฮ่า ๆ ๆ ๆ เกย์เถื่อนยังไงอะ ปกติกูก็เรียบร้อยป่ะ แค่ถูกกัดก็กัดกลับแบบนี้ป่ะแฟร์ ๆ อะ” ได้ยินแล้วส้มจึงส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จะพูดอะไร 

เขาคงรั้งเพื่อนคนนี้ไม่อยู่แล้วจริง ๆ  

“บางทีวิธียอมอยู่เฉย ๆ เพื่อทำให้ตัวเองดูฉลาดมันก็ไม่ใช่สไตล์กูด้วยอะส้ม”  

“รู้ไม่ต้องบอกก็ได้มึง”  

“เออก็ตามนั่นแหละ” หากเกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อวานอีกเขาบอกเลยว่าจะไม่หยุดอยู่ที่ผลัก ต้องมีถีบสักสองสามรอบบ้างล่ะ 

“ไปถ่ายรูปกันเถอะ กูนัดดาวคณะไว้แล้ว” ปูนเอ่ยพลางลุกขึ้นสะพายกระเป๋า 

“เดี๋ยว ๆ มึงหมายถึงดาวปีไหน?”  

“ดาวคณะล่าสุดสิวะมึง กูพอรู้จักน้องเลยวานให้ช่วยน่ะ” ในที่สุดก็ได้นางแบบระดับดาวคณะ JC มาง่าย ๆ  

“เออสุดยอดเลยมึง งั้นไปกันเถอะจะได้รีบ ๆ เสร็จ”  

“โอเค!” 

 

 

เวลา 12:07 น. 

#Somtom 

เสียงคนคุยกันจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นอย่างกับผึ้งแตกรัง พวกผมเพิ่งเรียนถ่ายภาพเสร็จเมื่อกี้ ส่วนก่อนหน้าก็ได้ถ่ายรูปของรุ่นน้องที่นัดไว้ วันนี้คงต้องกลับไปตัดต่อรูป แต่งสงแต่งแสงส่งอาจารย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องรีบไปรอพี่ชายตัวเอง 

เหมือนจะเลยเที่ยงมาได้หน่อย ๆ แล้วด้วย จริง ๆ คือเรียนเสร็จแล้วแต่ที่ยังอยู่ในห้องเพราะฟังเพื่อนที่ถ่ายรูปเซียน ๆ บอกว่าต้องทำยังไงถึงจะถ่ายภาพออกมาสวย แต่ผมเหมือนฟังแบบงง ๆ อะ จะโทรไปหาพี่ตอนนี้ได้ไหมนะ อุตส่าห์วานให้ไปช่วยทำอะไรบางอย่างให้ 

อีกคนก็ไม่โทรมาเลย ปกติต้องทักหรือไม่ก็โทรมาคุยด้วยแล้วนะ แต่วันนี้ตั้งแต่เช้าก็ไม่เห็นติดต่อมาเลยจริง ๆ จะงอนแล้วนะ ถึงจะเข้าใจว่าเจ้าตัวยุ่ง ๆ อยู่ก็เถอะ เขาเองก็ไม่ได้โทรหรือทักไปถามด้วยแหละเพราะอยากให้ร่างสูงทักมาก่อนเหมือนทุกครั้ง 

“ปูนมึงเร็ว ๆ หน่อย” มัวแต่คุยกับเพื่อนคนอื่นอยู่ได้ มันหันหน้ามามองก่อนจะรีบสาวเท้าตรงมาหา สะพายทั้งกระเป๋าทั้งกล้อง ผมเห็นจึงได้ดึงมาช่วยสะพาย 

“จะรีบไปไหน พอกูตั้งใจกับการเรียนมึงก็เป็นแบบนี้อะส้ม”  

“เออไว้ค่อยตั้งใจได้ป่ะวะ กูนัดพี่ไว้”  

“พี่ไหน พี่รหัส?”  

“พี่กู” บอกพลางรีบออกเดิน 

“อุ้ย… บอกทีว่าพี่โอจะมาหามึง”  

“อินี่ พี่เพื่อน” มันจ้องจะจับพี่ชายผมกินอยู่นี่แหละ 

เราสองคนเดินออกมาจากตึกคณะแล้วนั่งรถของปูนมันออกไปนอกมอ ถือซะว่ากินข้าวเที่ยงข้างนอกไปเลยเพราะวันนี้มีเรียนอีกทีตอนบ่าย ๆ เอาจริงเหลือเวลาไม่เยอะเลย ขอเข้าเลตได้ไหม ไม่ได้สิอาจารย์โหด 

จะบอกว่าผมกับปูนเคยเข้าสายแล้วแกเช็กขาด มิหนำซ้ำยังพ่นคำด่าโชว์ต่อหน้าคนอื่น คือตัวเองอะก้มหน้ารับฟังดี ๆ พอเห็นปูนมันเหมือนจะด่ากลับเพราะทำหน้าหงุดหงิดเลยต้องหันไปเกลี้ยกล่อมให้อารมณ์มันเย็นลง 

เกือบเอฟแล้วมึงเอ๊ย… 

 

 

#Tiger 

ร้านอาหารหลังมอ~ 

ผมกำลังนั่งรอคนที่นัดให้มาเจออยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งหลังมอ ที่ต้องนัดเพราะจะคุยเรื่องที่มันไปหาเรื่องส้มตำเมื่อวาน ตอนเห็นรอยช้ำบนหน้ามันก็หงุดหงิดมากพอละ ยิ่งเห็นคลิปยิ่งโมโหขึ้นไปอีก 

แต่ผมทักไปบอกให้คนลงมันลบแล้ว ทำแบบนี้คนในคลิปก็เสียหายดิวะ และยังดีที่ลบให้ ไม่รู้ว่ามีที่อื่นอีกไหม แต่ที่รู้ ๆ คือเหลือคลิปที่ผมแบกมันพาดบ่านั่นแหละที่ว่อนเน็ต ช่างแม่ง จะคบกันน้องมันดี ๆ ไม่ได้เลยใช่ไหมวะ 

แล้วนี่ก็มองกันจัง พยายามทำหน้าหงุดหงิดหันหนีไปทางอื่นก็แล้ว ผมไม่ชอบเลยว่ะ แต่ก็ทนมาจนขึ้นปี 4 ปกติอยู่กับเพื่อนก็โอเคกว่านั่งคนเดียวแบบนี้ถ้าอยู่แถว ๆ มอ ยิ่งมีเรื่องของส้มตำมันเข้ามาเกี่ยวข้องคนแม่งยิ่งขยี้ขึ้นไปอีก 

นี่ยังไม่เห็นใครสักคนในครอบครัวผมโทรมาถามนะ ที่แน่ ๆ คงโดนกีดกัน แต่ไม่สนว่ะ จะเป็นใครก็ห้ามผมไม่ได้ 

‘เหรอวะไทเกอร์?’ ได้ข่าวว่าพักนี้เด็กปีสองตัวบาง ๆ ชื่อส้มตำมันห้ามนั่นห้ามนี่มึงยังยอมทำตามไม่ใช่เหรอ?  

สักพักหันไปมองนอกร้านคนที่ผมนัดก็ลงมาจากรถแล้วเดินเข้ามาหา ร้านนี้คนคงไม่เยอะและผมเลือกที่นั่งที่น่าจะคุยได้ส่วนตัวที่สุด 

“นัดมาเพราะคิดถึงเหรอ?”  

“รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอวะ?” ปลื้มมันนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพร้อมแสยะยิ้มส่งมาให้ 

“ก็แค่เกย์เด็กร่าน ๆ คนหนึ่งป่ะ?”  

“…” ได้ยินผมถึงกับต้องกัดฟันกรอด เกย์เด็กร่าน ๆ เหรอวะ? มึงลองรู้จักมันตัวจริง ๆ ก่อนจะตัดสินนิสัยคนอื่นเพียงเพราะฟังข่าวลือดีกว่าไหม 

แม่งกูขึ้น!  

“มันมีดีอะไรขนาดที่นายลืมคนเก่าได้เลยหรือไง?”  

“ปากดี น้องมันไม่ได้ทำให้กูลืมมึง เพราะกูไม่เคยจำ”  

“ปากเสีย…”  

“ใช่… กูปากเสียได้กับผู้หญิงปากเสีย ๆ แบบมึง ถามจริงเข้าไปหาเรื่องน้องมันทำไม?” ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วถามเบา ๆ ข้ามโต๊ะ คิดว่าตัวเองหน้าตาดีเป็นรุ่นพี่แล้วจะกดขี่รุ่นน้องแบบนี้ก็ได้เหรอวะ?  

“นายแคร์เหรอ?”  

“…”  

“ถามจริง ๆ นะ คุยกับน้องมันได้กี่วันถึงได้หวงขนาดนี้ นายแค่อยากหรือเปล่าถึงเอาไม่เลือก”  

“เรื่องของกู เลิกกันก็เพราะตัวเองหลายใจเองนะปลื้ม กูก็เคยรักมึงแต่มึงหักอกกูเอง” ไปไหนกับผู้ชายคนอื่นทั้ง ๆ ตกลงคบกันแล้ว 

กับผู้หญิงตรงหน้าผมคุยมาได้ไม่ถึงอาทิตย์ก่อนจะคบกันจริง ๆ ก็ได้กันไปสองสามรอบ ไม่นานทนไม่ไหวเพราะหมดรักมันเหมือนกัน แม่งไม่เคารพความสัมพันธ์เลยว่ะ แค่อยากเอาว่างั้น?  

“นายมันน่าเบื่อรู้ตัวป่ะ”  

“…”  

“ไม่แปลกที่คบใครแล้วผู้หญิงเขาจะบอกเลิก แล้วนายคิดว่าพอลองคบกับผู้ชายน้องมันจะไม่รู้สึกเหมือนที่ผู้หญิงคนอื่น ๆ เขารู้สึกเหรอไทเกอร์?” ได้ยินผมจึงหันหน้าหนี 

อะไรนักหนาวะ น่าเบื่อหรือเพราะแค่พวกมันอยากได้ผมกันแน่ พยายามทำตัวให้เหมือนกับผู้ชายคนอื่นแล้ว คนที่ไม่พอใจมันก็มีแค่พวกผู้หญิงที่เข้าหาผมนั่นแหละ 

“กูน่าเบื่อหรือมึงแค่อยากถูกเอา?”  

“รู้ตัวเองหน่อย เอะอะก็ทำงาน เอะอะก็เรียน ชวนไปไหนก็ไม่อยากไป นายคิดว่าผู้หญิงเขาอยากทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้เหรอ ใช่ฉันยอมรับว่าแค่อยากได้ แต่นายมันก็ห่วยแตกจริง ๆ นั่นแหละ…”  

หมับ!  

“ปากดีเกินไปแล้วนะ” ยอมรับว่าโคตรหงุดหงิดที่โดนมันด่า ผมรีบเลื่อนมือไปคว้ามือมันแล้วบีบไว้จนคนอื่นหันมามอง น่าเบื่อ? ห่วยแตก? แม่งคิดจะด่ากูอย่างเดียวเลยหรือไง ไม่ได้ดูสันดานตัวเองเลยเหรอก่อนมาด่าคนอื่น 

“รับความจริงไม่ได้เหรอ?”  

“…”  

“หึ ๆ เดี๋ยวน้องมันก็เบื่อนาย”  

“อย่าทำให้กูทนไม่ได้นะปลื้ม ถ้ากูน่าเบื่อหรือห่วยแตกในสายตามึง มึงก็เลิกยุ่งกับกู และที่สำคัญอย่ายุ่งกับน้องมันเด็ดขาด”  

“ปล่อย…”  

“กูจะไม่อ่อนโยนกับคนที่เข้ามายุ่งกับของรักของกู” บอกมันเสียงจริงจังพร้อมออกแรงบีบมากขึ้นจนมันเม้มปาก 

“รู้ไหมที่ตบไปเพราะอะไร?”  

“…”  

“เพราะหมั่นไส้ไงล่ะ หึ ๆ เด็กร่านทำตัวมีกระแสได้ตลอด นี่ถามจริงไม่รู้เหรอว่าน้องมันเอาผู้ชายมั่วแค่ไหน? ไปอ่านดูคอมเมนต์ในคลิปนะ บางคนเขาก็ดีใจที่เหมือนมีฉันไปตบแทนให้”  

“…”  

“โอเค… ก็ไม่ได้จะเข้าไปยุ่งอีกหรอกนะ บอกแล้วว่านายมันห่วยแตก สักวันเดี๋ยวก็โดนเด็กร่าน ๆ มันหลอกเอาแล้วทิ้ง” มันสะบัดมือผมออกก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากร้าน 

ส่วนผมเหรอกลับต้องเอาแต่ก้มลงมองโต๊ะเพราะรู้สึกเจ็บ แม่งเอ๊ย กูก็เจ็บเป็นไหมที่มาพูดแบบนี้ น่าเบื่อ? ห่วยแตก? ไม่แปลกที่ผู้หญิงบอกเลิก? อีกอย่างคือระวังส้มตำมันหลอก? ไม่หรอกว่ะ เด๋อ ๆ เอ๋อ ๆ แบบนั้นเหรอจะหลอกผมเป็น 

แล้วแม่งยังด่าน้องมันอีก… 

“กรี๊ดดดด…” เสียงกรี๊ดดังขึ้นลั่นหน้าร้านผมจึงเงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะเห็นเป็นคนที่เพิ่งคุยด้วยเสร็จยืนอยู่ 

มองไปไกล ๆ เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมีคนนั่งสองคนใส่หมวกกันน็อกกำลังขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมรีบลุกสาวเท้าออกไปมองก่อนจะได้หยุดชะงักเพราะไอ้หมอนั่นมันดันเดินมาหาปลื้มก่อน คนใหม่ที่ปลื้มมันคุยด้วย 

‘สัด…’ กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมาเตะจมูกจนผมต้องยกมือขึ้นมาปิด ลดสายตาลงไปมองถุงกับน้ำบนพื้น 

ใช่แน่ ๆ ปลาร้าแน่ ๆ ถุงอย่างใหญ่สัดเอ๊ย ยืนมองสองคนตรงหน้าที่เหมือนจะทะเลาะกันก่อนจะไม่สนใจแล้วเดินออกไปขึ้นรถ ไม่ใช่เรื่องของผมนี่นา จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่างมัน 

วันนี้ผมยังไม่ได้โทรหรือทักไปหาคนตัวเล็กมันเลยด้วย ไม่รู้จะงอนอีกไหม แต่ที่แน่ ๆ คือรู้สึกโล่งขึ้นเยอะเลยที่ได้เตือนคนที่มันตบเมียตัวเอง แต่ถามว่าผมเจ็บไหม ก็โคตรเจ็บเลยว่ะครับ ทำไมถึงได้ถูกแต่มันด่าอยู่ฝ่ายเดียว 

เฮ้อ... 

เมื่อวานผมไม่โอเคเลยจริง ๆ ที่ส้มไม่เลือกจะไม่บอกผมตั้งแต่ตอนเกิดเหตุว่าถูกผู้หญิงคนนี้ตบหน้า แถมผมยังถูกเพื่อนมันบ่นให้อีกต่างหาก รวม ๆ ก็เหมือนจะบอกว่าผมปกป้องส้มมันไม่ได้แล้วจะบอกว่ารักทำไม พอได้ยินแบบนั้นแม่งโคตรเคืองเลยว่ะ 

ไม่ได้คิดด่าน้องมันกลับหรอกนะครับ แต่หงุดหงิดตัวเองที่แม่งเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าไปตบหน้าส้มตำมันเลยด้วยซ้ำ เข้าใจแล้วว่าทำไมน้องมันถึงเอาแต่พูดถึงเรื่องชื่อเสียงลบ ๆ อยู่บ่อย ๆ เพราะแบบนี้เองใช่ไหม 

ผมแค่อยากคบกับใครสักคนที่ผมรักแล้วอยู่เงียบ ๆ กันสองต่อสองไม่ได้เลยเหรอวะ หรือต้องรอเวลาไปสักพักอะไรบ้า ๆ แบบนี้มันถึงจะผ่านไปสักที ไม่ได้เชิญให้พวกมึงมาเลยนะ ออกไปสักที่ไอ้เหตุการณ์แย่ ๆ แบบนี้ กูเหนื่อยฉิบหาย 

แต่ละวันกับงานที่อาจารย์สั่งเหมือนไม่อยากให้จบก็จะตายอยู่ละ ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก พยายามเงียบและไม่เข้าไปยุ่งกับสังคมคนดัง ๆ ในมอแล้วก็ดันเสือกมีคนเอารูปไปลงอีก อยู่กับน้องมันก็มีถูกแอบถ่าย 

มันจะอะไรขนาดนั้นวะ! ?  

อีกอย่างคำพูดของปลื้มใจที่บอกว่าส้มตำหลายใจและแม่งจะเอาผมแล้วทิ้งแค่คิดก็เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาละ เอาจริง ๆ ต่อให้ผมจะมั่นใจในตัวน้องมันมากแค่ไหนแต่พอได้ยินอะไรแบบนี้มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้เลยว่ะครับ อยากระบายฉิบหาย 

แต่ก็นั่นแหละแม่ง ก็ดูจะงี่เง่าเกินไปอีกนั่นแหละ ยิ่งถูกส้มตำมันมองว่าใช้แต่อารมณ์อยู่ด้วย... 

 

#Somtum 

พวกเรานั่งกินข้าวกันจนจะเสร็จแล้วแต่ยังไม่เห็นพี่ชายผมมาสักที อีกอย่างนี่มันเลยเที่ยงครึ่งมาแล้วนะ ไม่รู้ว่าเรื่องที่ให้ไปทำจะสำเร็จไหม พอดีที่บ้านเปิดร้านขายส้มตำ ร้านค่อนข้างใหญ่นะจะบอกให้ 

แม่เป็นหัวหน้าและมีลูกน้องภายในร้าน นึกออกเลยได้ให้พี่โอเอาถุงปลาร้าไปปาใส่คนที่ตบหน้าเมื่อวาน นี่น่าจะเป็นวิธีที่น่ารักที่สุดแล้ว ถึงปลาร้าจะมีค่ามากกว่าการเอามาทำเรื่องแบบนั้นก็ตาม 

“มึงกูอิ่มแล้ว”  

“กูก็อิ่ม แต่ทำไมพี่กูไม่มาสักทีวะ”  

“มะ มึง! นั่นไงมาแล้ว…” ปูนมันบอกผมจึงหันไปมอง 

อื้อฮือ… 

หนุ่มหล่อตัวสูงในสภาพชุดกางเกงยีนส์ขาดเข่าสีดำ สวมเสื้อยืดสีดำ แจ็กเกตสีดำ อะไรดำไปหมดยกเว้นผิวที่ขาวเหมือนกันกับผิวของผมที่เดินเข้ามาในร้านขายอาหารตามสั่งหน้ามออย่างกับนักเลงประจำถิ่น 

เห็นแล้วทำให้น้องชายคนนี้ดีใจจนอยากจะลุกขึ้นไปกอดเพราะมักทำแบบนี้บ่อย ๆ แต่พี่มันดันยกมือขึ้นเบรกจนต้องหุบยิ้มแล้วเจ้าตัวก็เดินมานั่งลงข้าง ๆ  

“เสร็จเรียบร้อย”  

“พี่โอ~ หวัดดีครับ” เสียงหวาน ๆ ของปูนมันดังขึ้นผมจึงต้องหันไปมอง แหม่ยิ้มจนหน้าบานเลยนะมึง 

“พี่แน่ใจนะว่าถูกคน?”  

“ใช่”  

“ฮือออ… ขอบคุณน้า~”  

“ส้มในร้าน” ก่อนพี่ผมจะเบรกปูนมันดันเบรกขึ้นซะก่อน จะให้กูอ้อนพี่ตัวเองไม่ได้เลยหรือไง ไม่เห็นหน้ามาหลายอาทิตย์แล้วนะ ยังดูหล่อเหลา หน้าตาก็ชวนหาเรื่องตลอด 

“มึงอ้วนขึ้นป่ะส้ม?”  

กึก… 

“พะ พี่มึงพูดดี ๆ” ผมถึงกับต้องก้มลงมองดูตัวเอง อ้วนจริงเหรอ? กินน้อยลงแล้วนะ!  

หมับ!  

“ล้อเล่นว่ะ” วงแขนกว้างกอดคอแล้วดึงผมไปจนชิดร่าง แล้วไม่อ่อนโยนเลยนะไอ้พี่คนนี้ กลิ่นเหงื่อก็แบบ 

“อื้อ… ปล่อยก่อน เหม็นเหงื่อ”  

“แดกไม่รอกูเลย…”  

“พูดเบา ๆ ดิ” คนอื่นหันมามองหมดแล้วเนี่ย นิสัยห่าม ๆ ไม่กลัวชาวบ้านชาวเมืองควรพอได้แล้วป่ะจบไปนานแล้วอะ แล้วดูนักศึกษาแต่ละคนหันมามองที่โต๊ะผมกันเต็ม พี่มันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนคนอื่นหันหนีอย่างกับคุมที่นี่ 

“ทำไม?” เสียงดังอีกละ 

“เกรงใจหน้าน้องหน่อย” แขนยาวยังคงยกขึ้นพาดพนักเก้าอี้ผมจนเหมือนกอด เอาจริงถ้าใครไม่รู้ว่านี่คือพี่ชายผมก็คงมองว่าเป็นแฟนกัน แต่ผมรักพี่ชายตัวเองมาก ๆ เลยนะ มีอะไรช่วยเหลือตลอด คือยอมน้องตลอดอะ 

“แล้วนี่ปูน?”  

“ชะ ใช่ครับ…”  

“อ่อ… ส้มมันร่านป่ะ?”  

“พี่โอ… ไม่ได้ให้มาคุยเรื่องนี้นะ เออส้มมีอะไรจะบอกด้วย” ใบหน้าคมหันมาขมวดคิ้ว 

“ส้มทำกล้องตกน้ำอะ”  

“ฮะ?”  

“อื้อ… ยังไม่ซ่อมเลย ของตังค์ซ่อมหน่อย”  

“เดี๋ยว ๆ มึงให้กูทำ-”  

“พี่พูดเบา ๆ ได้ป่ะ” ผมถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปาก จะพูดดังทำไมเนี่ย! หัดอายคนอื่นซะบ้าง 

“เพื่อนกูมันรอนานแล้ว จะเอากี่บาททักมาบอกในไลน์เดี๋ยวโอนให้”  

“ละ ไลน์เหรอ~” เสียงหวาน ๆ ของปูนมันดังขึ้นอีกรอบผมจึงหันไปมอง หน้าหวานซะจนผมอยากปาช้อนใส่หน้า มึงอยากได้ไลน์พี่กูใช่ไหมฮะ!?  

“กูไปละ…”  

“ขอบคุณพี่มาก ๆ เลยน้า~”  

“เออ...” ดังอีกละ จะพูดดังไปไหนวะ ผมมองตามหลังพี่ตัวเองที่เดินออกไปนอกร้าน แถมคนที่หันมามองตอนแรกถึงกับหันหนีกันเป็นเกรี้ยว ไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าตัวน่ากลัวแค่ไหน 

“อีห่า… สเปกกูเลยมึงเอ๊ย”  

“พอเลยมึงพี่เพื่อน”  

“หล่อแบบแบด ๆ อะมึงงงง...” ส่ายหน้าไปมาก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ มีคนกล่าวถึงในคอมเมนต์อะไรอีกเนี่ย ผมจึงกดเข้าไปอ่านก่อนจะชะงักเมื่อเป็นข่าวจากเพจจอมเสือกของมหา’ ลัย 

“ชะ เชี่ย…”  

 

Rxxc gossip 

Today at 12:39 

‘เอ๊ะ… ยังไง ๆ คงไม่หรอกมั้งแก…’  

(แนบ 2 รูปภาพ รูปแรกไทเกอร์นั่งกับปลื้มใจ รูปสองคือส้มตำกับผู้ชายคนหนึ่งกำลังกอดกัน) 

 

 

“อะไรวะ?” เสียงปูนมันดังขึ้นแต่ผมยังคงชะงัก เอาแต่ดูรูปภาพในโพสต์ พยายามซูมภาพของอีกคนที่นั่งกับผู้หญิงคนนั้นแล้วได้แต่เกิดคำถามในใจ 

ดูของตัวเองมันก็เหมือนจะเพิ่งถูกถ่ายได้แป๊บเดียว ใครถ่ายวะ? เงยหน้าขึ้นไปมองรอบ ๆ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัวเพราะตอนนี้ในใจมันมีหลายความรู้สึกตีวนอยู่ ก่อนจะยิ่งชะงักเมื่อคนที่ไม่ได้โทรมาหรือทักมาตั้งแต่เช้าส่งข้อความมาหา 

 

พี่ไทเกอร์: บอกกูมาว่าไม่ได้อยู่กับผู้ชาย 

 

 

ไรท์เอ็ม 

มาแล้วววววววววว 

#น้องส้มตำคนกาม 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

Line official @rightm (มี@) 

ความคิดเห็น