ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มารักกันอีกครั้ง

ชื่อตอน : มารักกันอีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2562 00:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มารักกันอีกครั้ง
แบบอักษร

​16.00

หลังจากที่ธนทัตถ่ายซีนของตัวเองเสร็จหมดแล้วเขาก็มานั่งในรถก่อนจะต่อสายโทรหานริศรา

"ฮัลโหล"คนปลายสายรับ

"ยัยตัวแสบ ฉันเองนะ ตอนนี้เธออยู่ไหน"

"คอนโดฉันสิ ทำไม สรุปมีอะไร" 

"เดี๋ยวก็รู้ อีกไม่เกิน20นาทีฉันจะไปรอรับหน้าคอนโด เตรียมตัวไว้ละ"

"ฮะ! อะไรนะ นี่นายยัง.." ยังไม่ทันที่นริศราจะพูดจบเขาก็ตัดสายทิ้งเสียก่อน

ด้านนริศราก็หัวเสียให้คนที่โทรมา

"นี่ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ ใอ้บ้าเอ้ย!" เธอโยนโทรศัพท์ลงเตียงก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หาชุดใส่ออกไปข้างนอก เธอเลือกชุดสบายๆเป็นกางเกงยีนขายาวสีดำ เสื้อครอปสีขาว ทำใงได้ในเมื่อเขามัดมือชกแบบนี้ก็คงต้องไป ไม่งั้นเขาอาจจะสติแตกขึ้นมาหาเธอที่ห้อง ซึ่งมันไม่เป็นการดีกับตัวเธอ เธอแต่งหน้าใหม่ด้วยการเขียนคิ้ว ทาแป้ง แล้วทาลิปมันเปลี่ยนสี ทำให้ปากดูชมพูนิดๆ ก่อนจะออกจากห้องเธอก็ไม่ลืมหยิบแมสกันฝุ่นกับหมวกติดมือมาด้วยเผื่อเอาไว้ใส่ปกปิดใบหน้าเวลาเจอคนเยอะๆ เธอไม่เคยมีข่าวฉาวหรือซุ่มคบใคร เลยเลือกทำแบบนี้ไว้เพื่อป้องกันตัวเอง

15นาทีผ่านไป

"เธออยู่ไหน?"

"อยู่ในลิฟต์ กำลังลงไป"

"โอเค ฉันรอเธออยู่ด้านหน้าคอนโดแล้ว" เขาพูดจบก็วางสายไป

นริศราใช้เวลาไม่ถึง2นาทีเดินมาที่รถเขาแล้วขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ 

"นายจะพาฉันไปไหน" เธอถามเขาทันทีที่ขึ้นมาบนรถ

"ไปดูหนัง"

"ห้ะ! คนเยอะจะตาย นายคิดได้ไงเนี่ย"

"เยอะแล้วไง ก็ฉันอยากดูหนัง แล้วก็อยากพาเธอไปดูด้วย"

"แล้วถ้าพวกนักข่าวหรือปาปารัสซี่มาเห็นล่ะ นายจะให้ฉันตอบนักข่าวว่าไง"

"ก็บอกไปสิว่าคบกันฉัน"

"จะบ้าหรอ ฉันไม่ได้คบกับนายสักหน่อย อย่ามามั่วนิ่มนะ"

"สักวันก็ต้องคบอยู่แล้ว ก็บอกไปเลยจะกลัวอะไร"

"กลัวอะไรหรอ ก็กลัวแม่ฉันรู้ไง! แล้วอีกอยากฉันไม่เคยบอกว่าจะคบกับนายสักหน่อย ที่ฉันจำได้คือบอกว่า'จะคิดดู'อีกที" เธอเน้นคำให้เขาเข้าใจ

"แต่ฉันถือว่าเธอตกลงแล้ว ฉันคบกับเธอแล้ว ถ้านักข่าวถาม ฉันก็จะบอกว่าฉันคบกับเธออยู่ ส่วนเรื่องแม่เธอฉันบอกแล้วว่าฉันจะบอกท่านเอง"

"นายนี่มัน.. ฮึ่ยย!"เธอโมโหเขาแต่ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่หงุดหงิดตัวเอง

หลังจากนั้นทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันอีก เธอหันไปมองนอกหน้าต่างรถ ไม่ได้สนใจเขาอีก ส่วนธนทัตได้แต่ลอบมองเธอด้วยหางตาดูการแต่งตัวของเธอ แต่งตัวอะไรของเธอกันนะ จะว่าดูดีมั้ย ก็สวยอยู่ แต่เสื้อบ้าบออะไร เอวมันลอยขึ้นไปสะขนาดนั้น ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ได้แต่ถอนหายใจแรงๆ เมื่อถึงที่หมายเขาจอดรถ นริศราเปิดประตูกำลังจะก้าวลงจากรถ เขารั้งแขนเธอไว้แล้วหยิบเสื้อกันหนาวสีดำให้เธอใส่

"อ่ะ ใส่ไป"

"ไม่เอาอะ" เธอปฏิเสธแล้วก้าวลงจากรถ

เขาเห็นดังนั้นจึงรีบลงรถตามไป แต่มือก็คว้าเสื้อคลุมมาด้วย เขาเดินมาฝั่งของเธอก่อนจะยื่นเสื้อให้เธออีกครั้ง

"ใส่ซะ เสื้อเธอมันทั้งบางทั้งสั้นในโรงหนังมันหนาว"

เธอยืนมองเสื้อนิ่งๆ ไม่พูดแต่ก็ไม่ยอมใส่

"จะใส่เองดีๆ รึจะให้ฉันใส่ให้" เขาพูดพร้อมกับเดินเข้าไปชิดเธออีก นริศรารีบคว้าเสื้อมาใส่

"รู้แล้ว! งั้นฉันเข้าไปก่อนนะ ซื้อตั๋วเสร็จแล้วโทรบอกฉันละกัน" เธอบอกพลางใส่เสื้อคลุมที่เขาให้ เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่มีภาพหลุดเธอจึงเลือกเดินเข้าไปก่อน ทำทีไปเดินเล่น แล้วให้เขาไปซื้อตั๋วหนัง เมื่อซื้อเสร็จให้โทรบอกเธอว่านั่งตรงไหน แล้วเธอจะไปซื้อตั๋วที่นั่งข้างเขาเอง 

"อย่าตุกติกล่ะ ไม่งั้นแม่เธอจะรู้ความจริงก่อนที่เราจะเป็นข่าวสะอีก" เขากำชับ

"รู้แล้วน่า" เธอพูดพลางหยิบแมสขึ้นมาใส่แล้วเดินหันหลังให้เขาไป

20นาทีต่อมา

เธอเดินเข้ามาในโรงหนังกวาดสายตาหาที่นั่งของตัวเอง เมื่อเจอแล้วเธอทิ้งตัวนั่งที่ข้างธนทัต เขาหันมามองเธอแวบนึงก่อนจะถอดแว่นกันแดดออก แล้วเอื้อมมือมาดึงแมสปิดหน้าของเธอ

"เห้ย! ทำไรน่ะ" เธอตกใจ

"เบาๆสิ เดี๋ยวคนอื่นก็หันมามองหรอก ฉันแค่อยากเห็นหน้าเธอชัดๆ อีกอย่างฉันไม่อยากนั่งดูหนังข้างคนป่วย" เขายักคิ้วให้เธอก่อนจะเก็บแมสของใส่กระเป๋ากางเกง

"แต่ฉันไม่ได้ป่วย"

"แต่เธอใส่แมสเหมือนคนป่วย เลิกเถียงแล้วนั่งเงียบๆได้แล้ว คนเริ่มเยอะแล้ว" เขาบอก เธอหันมองรอบข้างเห็นคนเยอะจึงยอมเงียบ

19.30 

หลังจากดูหนังจบธนทัตก็พานริศรามาส่งที่คอนโด แต่เธอขอแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อก่อน เขาจอดให้เธอลง ส่วนตัวเองนั่งรออยู่ในรถ 5นาทีผ่านไปนริศราก็กลับมาที่รถ 

"ไปได้แล้ว"

"เธอไม่หิวหรอ นี่มันได้เวลามื้อเย็นแล้วนะ" เขาพูดพลางมองนาฬิกาดิจิทัลหน้ารถ

"ไม่อะ ฉันไม่ค่อยกินข้าวเย็น ส่วนใหญ่กินสลัด ถ้าหิวตอนดึกก็กินโยเกิร์ต"

"แล้วเธอมีแล้วหรอ สลัดน่ะ"

"ฉันทำกินเองที่ห้อง ถามทำไม"

"เปล่า ฉันนึกว่าเธอจะไปซื้อจะได้พาไป"

"ไม่ต้อง ฉันอยากกลับห้องแล้ว อยากนอน พรุ่งนี้ต้องไปกองแต่เช้า"

"อื้ม" 

ธนทัตใช้เวลาขับรถมาคอนโดสิบนาที

"ส่งแค่นี้แหละ นายก็กลับไปได้ละ"

"ให้เดินไปส่งไม่ได้หรอ"

"ไม่ได้ แค่นี้ฉันก็ระแวงนักข่าวพอละ อย่าให้มีข่าวหิ้วผู้ชายขึ้นคอนโดเลย น่าเกลียด"

"ก็ได้ งั้นถ้าถึงบ้านแล้วฉันจะโทรหานะ"

"ตามใจ ถึงฉันห้ามนายก็โทรมาอยู่ดีนิ" เธอพูดแล้วเดินเข้าคอนโดไป

เมื่อถึงห้องเธอจัดการทำอาหารเย็นทันที เริ่มจากหาผักในตู้เย็นแล้วต้มไข่ไก่1ฟอง เธอง่วนอยู่กับการทำสลัดประมาณสิบนาทีก่อนจะเดินมาทิ้งตัวทานสลัดที่โซฟาหน้าทีวี เธอเปิดทีวีดูไปพลางๆ เมื่อทานเสร็จเธอนั่งย่อยอยู่พักนึงก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ วันนี้เธอรู้สึกเพลียอยากนอนเป็นพิเศษ เพราะวันนี้ถ่ายงานเสร็จกลับมาคอนโดได้แค่2ชั่วโมงก็ถูกธนทัตลากออกไปดูหนัง

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ขณะที่กำลังเคลิ้มหลับ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น 

"ฮัลโหล" เธอพูด

"ฮัลโหล ยัยตัวแสบ นอนรึยัง" 

"กำลังจะนอน แล้วมาโทรอะไรตอนที่คนจะนอนห้ะ! ไหนบอกถึงแล้วจะโทรมาไง"

"ฉันทานข้าวกับคุณพ่อแล้วก็แม่เล็กอยู่น่ะ เลยพึ่งขึ้นมาบนห้อง" เขาให้เหตุผล

"งั้นหรอ แล้วมีอะไรอีกมั้ย ฉันง่วงแล้ว"

"อันที่จริง ฉันมีเรื่องจะบอกเธอนะ"

"เรื่องอะไร"

"ฉันคุยกับแม่เล็กแล้วเรื่องของเรา"

"ว่าไงนะ!"เธอเด้งตัวจากหมอน ตาแจ้งขึ้นมาทันที "นายว่าอะไรนะ?"

"ฉันคุยกับแม่เล็กแล้ว ฉันบอกว่าเราชอบกัน ถ้าเราจะคบกันแม่เธอจะว่าอะไรมั้ย"

"แล้วแม่ฉันว่าไงบ้าง" เธอตั้งใจฟังอย่างกับไม่เคยมีอาการง่วงมาก่อนหน้านี้

"แม่เล็กบอกว่าเขาแล้วแต่เธอ เขาให้เธอตัดสินใจ แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าเราคบกันเธอต้องกลับมาอยู่บ้าน แล้วหมั้นกับฉัน บอกกับนักข่าวว่าเราคบกันมาตั้งแต่เราเรียนมหาลัย ก่อนที่พ่อฉันกับแม่เธอจะแต่งงานกัน แล้วพอรู้พ่อแม่เราต้องแต่งงานกันจึงต้องปิดเรื่องที่เราคบกันไว้"

"ทำไม?"

"เพื่อเป็นการลบคำครหาว่าแม่เธอต้องการเอาเธอเข้ามาหุบสมบัติครอบครัวฉัน และเพื่อปกป้องเธอไม่ให้เสียชื่อเสียงในวงการ" เมื่อเขาอธิบายมาถึงตรงนี้ก็เข้าใจทันทีว่าแม่ของเธอห่วง เธอมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจคือถ้าเธอคบกับเขาจะมีอะไรยืนยันว่าหาเขากับเธอมีเหตุให้เลิกกันไปจะยังกลับมาเป็นพี่น้องกันได้อีก เธอกลัวครอบครัวจะไม่เหมือนเดิม กลัวว่าแม่ของเธอจะไม่สบายใจ

"ริศา..ริศาเธอฟังฉันอยู่รึเปล่า" เมื่อเห็นเธอเงียบไปเขาจึงเรียกเธอ

"ฟังอยู่ ฉันฟังอยู่"

"ฉันทำมาขนาดนี้แล้ว เธอจะกลับมารักฉันอีกได้มั้ย?"

"วะ..ว่าไงนะ" เธอถึงกับไปต่อไม่ถูกเมื่อเขาถามมาตรงๆแบบนี้

"ฉันถามว่าเธอจะกลับมารักฉันอีกครั้งได้มั้ย เราจะรักกันได้มั้ย?"

"ฉัน..ฉันไม่รู้สิ ฉันกลัว กลัวว่าถ้าเราคบกันแล้วถ้าวันไหนเราไปต่อกันไม่ได้ ฉันจะทำให้แม่เสียใจ ฉันจะทำให้ครอบครัวไม่เหมือนเดิม"

"ฉันจะไม่เลิกกับเธอ ไม่ว่าจะยังไง เธอไม่ต้องเชื่อคำพูดฉัน แต่ให้รู้ไว้ว่าฉันไม่เคยทำเพื่อผู้หญิงคนไหนเท่ากับเธอ ก่อนหน้านี้ฉันผลักไสเธอ ไม่เห็นค่าเธอ แต่วันนี้ฉันต้องการเธอ ฉันทำทุกอย่างเพื่อให้มีเธออยู่ข้างๆ ฉันพร้อมจะทิ้งทุกอย่างขอแค่มีเธออยู่ตรงนี้"

"หมายความว่ายังไง"

"ถ้าเราคบกันแล้วสังคมไม่ยอมรับสิ่งที่เราเป็นฉันจะออกจากวงการ"

"นายจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ" 

"ฉันไม่กลัวว่าใครจะมองยังไง แต่ที่ฉันกลัวคือเธอเลือกที่จะมองข้ามฉันไป ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันผิดที่มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอ แต่วันนี้ฉันรู้ว่าเธอมีค่าเกินกว่าจะเสียไป เพราะฉนั้น ได้โปรดกลับมารักฉันอีกครั้งเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะทำมันให้ดีเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้"

"แล้วถ้าฉันปฏิเสธนายละ"

"ฉันก็คงหายไปจากเธอละมั้ง คงออกจากวงการ ไปเมาให้ลืมโลกที่ไหนสักที แล้วก็ไม่กลับมาให้เธอเห็นหน้าอีกเลย"

"แล้วฉันจะทนความคิดถึง กับความเป็นห่วงที่มีให้นายได้หรอ"

"หมายความว่าไง?"

"ก็หมายความว่าถ้านายหายไป ฉันก็จะตามหานาย ไกลแค่ไหนฉันก็จะลากคอนายกลับมา"

"เพื่ออะไร?"

"เพื่อให้นายกลับมาบอกรักฉันอีกครั้ง"เธอพูดออกไป พอเขาเงียบจึงนึกเขินเลยอมยิ้มไว้แล้วเรียกคนในสาย

"นี่! ทำไมเงียบไปละ" 

"ฉันรักเธอ" คำพูดถัดมาของเขาทำให้อาการเขินก่อนหน้าดูเล็กน้อยลงไปทันที เธอยิ้มออกมาจนหุบไว้ไม่อยู่ ก่อนจะตอบปลายสายไป

"ฉันก็รักนาย" เธอไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่เธอแค่ใช้ความรู้สึกนำทาง ใจเธอตอนนี้รู้ดีว่าถ้าเขาหายไป ตัวเธอเองจะเสียใจแค่ไหน กว่าเขาจะรักเธอได้ขนาดนี้ เธอก็เสียใจมานับครั้งไม่ถ้วน หากจะลองเสี่ยงดูอีกสักตั้ง ถ้าโชคดีเธอจะกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด แต่ถ้าโชคร้ายเธอก็แค่เสียใจอีกครั้ง เพราะฉนั้นเธอขอกลับไปรักเขาอีกสักครั้งให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย


ปล. จบลงแล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามจ้าาา








ความคิดเห็น