ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 22:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

ตอนที่ 1

หวังมู่เฟยรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างเหมือนจะถูกแยกชิ้นเนื้อออกเป็นชิ้นๆ เขามั่นใจว่าตัวเองตายแล้ว ตายอย่างอนาจเพราะความเหลวไหลของเขากับญาติพี่น้องที่โลภมากอยากได้สมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขา

หวังมู่เฟยตายเพราะโจรชั่วกลุ่มหนึ่งที่เขารู้ดีว่าถูกญาติว่าจ้างมา ถึงแม้จะรู้ว่าวันนี้จะมาถึงแต่หวังมู่เฟยไม่คิดว่าพวกเขาจะลงมือรวดเร็วขนาดนี้ พ่อกับแม่เขาเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกได้ไม่ถึงสัปดาห์เสียด้วยซ้ำไป แต่เป็นเขาที่อ่อนแอเอง รักชอบผู้ชายแล้วยังวิ่งไล่ตามใช้ชีวิตไปวันๆทั้งที่อายุยี่สิบปีแล้วแท้ๆ หวังมู่เฟยเสียใจที่ไม่เคยทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ทั้งยังปล่อยให้ญาติวางแผนฆ่าเขาเอาสมบัติของพ่อกับแม่ไปง่ายๆอีก เขาทั้งแค้นทั้งชิงชังตายตาไม่หลับ

แต่หวังมู่เฟยผู้เหลวไหลก็ไม่ตายง่ายปานนั้น เขาสามารถหนีออกไปได้ก่อนเวลาเล็กน้อยแต่เพราะห่วงสมบัติของตระกูลที่พ่อทิ้งเอาไว้คอยบอกคอยสอนตั้งแต่เด็กว่ามันสำคัญมากเพียงไหน หวังมู่เฟยจึงย้อนกลับไปเอาปิ่นไม้ประจำตระกูลอันนั้น ได้ของมาไว้ในมือแล้วแต่ชะตากรรมของเขาก็หนีไม่รอดอยู่ดีจนได้ เพราะช้าไปก้าวหนึ่งเขาเลยตายอย่างน่าอนาจทั้งที่ยังมีความแค้นความเสียใจอยู่เต็มอก!

หวังมู่เฟยลืมตาขึ้นช้าๆรับรู้ได้ว่าร่างกายของตัวเองแตกหักไปทั้งตัวขยับเขยือนเล็กน้อยก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามตั้งสติพร้อมกับสำรวจรอบกายอย่างอดทนอดกลั้น รอบด้านเป็นพื้นที่เย็นสบายโล่งกว้างที่หวังมู่เฟยไม่เคยเห็น ด้านข้างเป็นสระน้ำใสสีฟ้าระยับพร้อมต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ยืนต้นอยู่ริมสระ นอกจากนั้นก็ยังพบกระท่อมหลังเล็กหลังหนึ่งอยู่ไม่ไกล หวังมู่เฟยตอนนี้นอนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นนั่นเอง

ความมึนงงเข้าโจมตีไม่รู้ว่าทำไมตัวเองยังไม่ตายแล้วยังโผล่มาพื้นที่นี้อีก หวังมู่เฟยนอนนิ่งทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใช้ความรู้สึกเจ็บปวดสำรวจตัวเองตอนนี้อย่างยากลำบาก กระดูซี่โครงเขาหักไปหลายซี่พร้อมอวัยวะภายในที่บอบช้ำอย่างหนัก เขาพยายามยกแขนขึ้นก่อนจะพบว่ามันหนักอึ้งพร้อมรอยเขียวม่วงช้ำน่ากลัวเต็มไปหมด หวังมู่เฟยรู้สึกว่าช่องทางด้านหลังของเขาเจ็บหนักฉีกขาดเหวะหวะเจ็บปวดแสนสาหัส

เหมือนว่าร่างกายนี้ถูกข่มขืนจนตาย

ไม่รอให้หวังมู่เฟยได้คิดอะไรอีกจู่ๆผลไม้สีแดงก่ำขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือก็ตกลงมาจากต้นไม้ที่เขานอนอยู่ด้านใต้ ผลไม้ลูกนั้นกลิ้งตกลงมาอยู่ใกล้เขาเพียงเอื้อมมือหยิบ หวังมู่เฟยพยายามเหลือบมองดูก่อนจะชงักไปเพราะผลไม้สีแดงก่ำผลนั้นมันชั่งยั่วยวนเสียเหลือเกิน รอบด้านเปล่งแสงสีทองอ่อนจางออกมาเหมือนจะตะโกนบอกหวังมุ่เฟยให้กินมันเข้าไป รีบหยิบมันเข้าปากเดี๋ยวนี้!

อาศัยความพยายามและแรงเฮือกสุดท้ายหยิบผลไม้ลูกเล็กเข้าปากก่อนจะเคี้ยวสองสามครั้งกลืนมันลงคอไป หลับตานอนนิ่งอยู่แบบนั้นหลายนาทีก่อนที่ความเจ็บปวดสายหนึ่งจะเข้าจู่โจม หวังมู่เฟยทำได้เพียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดทรมานกับอาการดังกล่าว กลิ่นเหม็นคาวโชยออกมาจากตัวเขาไม่ขาดสายพร้อมกับความทรมานที่ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น เขาอยากจะขาดหายใจตายๆไปเสียด้วยซ้ำ

แต่ความเสียใจความแค้นที่สุมอกก็ไม่สามารถทำให้หวังมู่เฟยยอมแพ้ได้ ในเมื่อยังไม่ตายเขาก็ต้องทำให้พ่อกับแม่ที่อยู่บนสวรรค์ภูมิใจและไม่เสียใจที่ให้กำเนิดเขาออกมา เขาไม่อยากทำพลาดอีกแล้ว

เวลาผ่านเนิ่นนานในความรู้สึกของหวังมู่เฟย แต่เวลาที่แท้จริงนั้นเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ลมหายใจของหวังมู่เฟยยิ่งนานยิ่งแผ่วเบาขาดห้วง ในที่สุดความเจ็บปวดทั้งหลายก็หายไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกว่าร่างกายเหมือนได้เกิดใหม่ อวัยวะภายในและกระดูกซี่โครงกลับมาเป็นปกติและดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

ปัง! เสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวของหวังมู่เฟย ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงพละกำลังและบางอย่างไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ขยายเส้นสายพวกนั้นพร้อมไหลเวียนไม่มีหยุดจนเสียงดังกล่าวดังขึ้นในหัวเขาไม่หยุด ก่อนหวังมู่เฟยจะรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองผ่านขอบเขตบางอย่างและไม่ใช่คนธรรมดาสามัญอีกต่อไป

ของเหลวสีดำหนืดเหม็นคาวซึ่งออกมาจากรูขุมขนของเขาเจิ่งนองส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์จนหวังมู่เฟยทนไม่ไหวลุกขึ้นมุ่งตรงไปยังสระน้ำในที่สุด แม้จะประหลาดใจกับอาการทั้งหลายที่หายดีของตัวเองอยู่บ้างแต่จากการอ่านนิยายกำลังภายในผ่านตาบ่อยๆและความจริงที่เขาได้ตายไปแล้วก็ทำให้หวังมู่เฟยพอเข้าใจอะไรบางอย่างได้บ้าง

ล้างเนื้อล้างตัวสะอาดสะอ้านจึงได้เห็นเงาสะท้อนในสระพร้อมความตื่นตะหนก หวังมู่เฟยไม่รู้ว่าเขาเข้ามาอยู่ในร่างกายของใครกันแน่ ใบหน้างดงามนี้ไม่ใช่ของเขาแน่นอน หวังมู่เฟยไม่ได้ไว้ผมยาวเหมือนสตรีแบบนี้ จุดนี้เขาควรจะเอะใจได้ตั้งนานแล้วแต่ก็ถูกความเจ็บปวดแสนสาหัสในตอนนั้นปิดบังไปจนหมดสิ้น

ผิวของหวังมู่เฟยขาวผ่องนุ่มนวลเรียบเนียนไร้รอยตำหนิ เปล่งปลั่งประกายจนสตรียังอับอายแต่ร่างกายนี้คือบรุษ! ปานแดงขนาดเท่าอัญมณีเม็ดเล็กบนข้อมือขวาที่เคยซีดจางก็เปลี่ยนเป็นแดงเข้มจัดดั่งหยดโลหิต ใบหน้างดงามหวานล้ำไร้ที่เปรียบเปล่งประกายบริสุทธิ์ขาวสะอาด ดวงตาสีดำขรับแวววาวพร้อมหางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อย

ริมฝีปากเล็กมีสีแดงเรื่อสุขภาพดี จมูกรับกับใบหน้าจนทุกอย่างลงตัวดั่งเทพธิดาผู้บริสุทธิ์จากสรวงสวรรค์ลงมาเยือนโลกมนุษย์

หวังมู่เฟยแน่ใจว่าร่างกายงดงามนี้เปลี่ยนแปลงไปมากหลังจากกินผลไม้ลูกนั้นเข้าไป ปรับเปลี่ยนร่างกายทุกส่วนให้ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างเดิมอาจจะดูดีอยู่บ้างแต่เขามั่นใจว่าไม่ขนาดนี้แน่นอน ดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา และชาวบ้านที่ดูดีขาวผ่องนั้นเป็นไปไม่ได้ ทุกคนที่เกิดเป็นชาวบ้านธรรมดาต้องทำงาน และคนทำงานกลางแดดกลางลมจะผิวพรรณดีแบบนี้ได้ยังไง?

ผ้าป่านที่หวังมู่เฟยสวมใส่อยู่ไม่สบายตัวอยู่บ้างแต่เขาต้องปรับตัวให้ได้ ไม่ใช่คุณชายหวังคนเดิมอีกแล้ว และถ้าเขาอยากสบายก็ต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่มีพ่อกับแม่ให้พึ่งพาอีกต่อไป ซ้ำยังได้เข้ามาอาศัยร่างกายคนอื่นทั้งที่เป็นชาวบ้านธรรมดาอีก โชคของเขาไม่ค่อยดีนัก อีกทั้ง ดูเหมือนร่างกายนี้จะถูกข่มขืนจนตาย!

ยังดีที่ร่องรอยไม่มีเหลือแล้ว ช่องทางด้านหลังของเขาก็สมานรักษาตัวเองปิดสนิทเหมือนกับไม่เคยมีสิ่งใดได้ล่วงล้ำเข้าไปมาก่อน เห้อ! ถึงเขาจะชมชอบบุรุษแต่พบเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าไปก็สะเทือนใจไม่น้อย ถูกทารุณกรรมจนร่างกายบอบช้ำอย่างหนักขนาดนั้น คนต้องมีเรี่ยวแรงขนาดไหนหรือมีกี่สิบคนกัน

หวังมู่เฟยนิ่งทำใจยอมรับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเหมือนดั่งนิยายอยู่เป็นนาน เมื่อชื่นชมรูปโฉมของตัวเองจนพอใจหวังมู่เฟยจึงเดินเข้าไปในกระท่อมหลังน้อย ภายในไม่มีสิ่งใดมาก มีเพียงโต๊ะไม้หนึ่งตัวและเก้าอี้อีกหนึ่งตัวเท่านั้น บนโต๊ะมีตำราวางอยู่สามเล่มด้วยกัน แม้จะเก่าเพียงใดแต่ก็ยังมีสภาพที่สมบูรณ์

เล่มแรกตัวอักษรบนปกเขียนไว้ว่า'ตระกูลหวัง' หวังมู่เฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจไม่คิดว่าจะบังเอิญเป็นแซ่ของเขาพอดี มือเรียวงามขาวผุดผ่องพลิกเปิดตำราดูภายในก่อนจะตกตะลึงเย็นวาบไปทั้งกายพร้อมความตื่นตะหนกตกใจ

ตำราเล่มนี้คือบันทึกของตระกูลหวังผู้ฝึกฝนกำลังภายในออกท่องโลกกว้างใหญ่ทั้งสามพันโลก หน้าแรกกล่าวถึงปิ่นไม้แสนธรรมดาที่เป็นสิ่งของตกทอดประจำตระกูล ปิ่นไม้ไม่ได้สามัญอย่างที่คิด มันทำมาจากต้นมายาสวรรค์ล้านปี ผู้เป็นนายของมันจะได้ครอบครองมิติแห่งหนึ่ง ผู้ครอบครองจะต้องหยดเลือดลงบนปิ่นไม้ และคนผู้นั้นจะต้องเป็นผู้มีสายเลือดตระกูลหวังเท่านั้น!

เรื่องราวประติดประต่อกันจนหวังมู่เฟยขนลุกไปทั้งกาย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขามาอยู่ที่นี้ แต่ไม่รู้ว่าผิดพลาดอะไรเขาถึงมาอยู่ในร่างกายของผู้อื่น และยังตำราเล่มนี้กับสกุลหวังที่ไม่เข้ากันสักนิดกับโลกที่เขาอาศัยอยู่ ไม่คิดว่าบรรพชนของสกุลหสังจะฝึกฝนกำลังภาพใน แต่..

เอ๊ะ! ไม่ใช่ว่ายามนี้ภายในร่างกายของเขาเหมือนมีบางอย่างไหลเวียนอยู่หรอกหรือ คล้ายไหลเวียนตามเส้นเลือดแต่ก็ไม่ใช่ ยังมีบางจุดเหมือนบ่อขนาดใหญ่แถวบริเวณท้องน้อยที่กักเก็บกระแสบางอย่างที่ไหวเวียนในกายของเขาให้ไปรวมกันที่นั่นอีก จุดตันเถียน? เอาจริงหรือนี่! เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีวันนี้ด้วย

บันทึกนี้ยาวนานไม่น้อย แม้ไม่ครบสามพันโลกแต่ก็มีเป็นสิบๆโลกที่คนผู้นี้ได้ไปเยือน หวังมู่เฟยระงับความแตกตื่นก่อนจะย้ายมาสนใจตำราเล่มที่สองต่อ ตำราเล่มนี้เป็นตำราเคล็ดวิชาระดับหก วิชาเข็มสยบภพ เคล็ดวิชาประจำตระกูลหวังที่มีเพียงสายเลือดสกุลหวังเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาติให้ฝึกฝน

หวังมู่เฟยเปิดอ่านเพียงผ่านเท่านั้นแต่ก็ตกตะลึงจนตาค้างแข็งกับความร้ายกาจของมัน วิชาเข็มนี้ทั้งใช้ช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นและใช้เอาชีวิตผู้อื่นได้อย่างโหดเหี้ยมไร้ปรานี เขาอ่านเพียงคร่าวๆก็พอรู้ว่าตระกูลหวังมีจุดเด่นในเรื่องการแพทย์ และการคาดเดาของเขาก็ถูกต้องเมื่อตำราเล่มสุดท้ายคือตำราสมุนไพร มีทั้งแนะนำสมุนไพรต่างๆ วิธีหลอมโอสถ และยังมีวีธีฝังเข็มอีกด้วย

กว่าจะเรียกสติของตัวเองให้กลับมาจากความตื่นตะลึงราวฝันไปได้อีกครั้งก็ใช้เวลาหลายชั่วยามพร้อมกับนั่งอ่านตำราทั้งสามเล่มเพื่อทำความเข้าใจพื้นฐานบางส่วน หวังมู่เฟยถอนหายใจยาวยอมรับในที่สุดว่ามันคงเป็นโชคชะตาของเขา ตอนที่เขาถูกยิงโลหิตคงไปถูกปิ่นไม้ที่เขาถืออยู่เข้าจนเขามาอยู่ในมิติแห่งนี้ ส่วนร่างกายของเขานั้น เรื่องนี้ไม่อาจหาข้อสรุปได้จริงๆ

หวังมู่เฟยไม่มีอาการอยากรับประทานอาหารแม้แต่น้อย แต่เขารู้สึกอ่อนเพลียอยู่มากจึงดื่มน้ำในสระไปไม่น้อยเพื่อเพิ่มกำลัง น้ำในสระในบันทึกกล่าวไว้ว่ามันคือสระธาราสวรรค์ ช่วยเพิ่มพูนกำลัง ลดความเหนื่อยล้า รักษาอาการบาดเจ็บภายใน หากดื่มพร้อมกับฝึกฝนกำลังภายในจะทำให้เลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็ว การใช้โดยตรงเช่นนี้มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เมื่อแข็งแกร่งระดับหนึ่งแล้วธาราสวรรค์ก็จะใช้ไม่ได้ผล แต่กลับใช้ร่วมส่งเสริมการหลอมโอสถให้มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ในมิติแห่งนี้มีสระธาราสวรรค์อยู่ภายใน หากไม่ใช่เพราะสกุลหวังเป็นสกุลนักหลอมโอสถหรือแพทย์โอสถแล้วจะมีสระมหัศจรรย์แห่งนี้เป็นของตัวเองได้อย่างไร? การคงอยู่ของมันก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโอสถ!

แต่ยามนี้หวังหมู่เฟยดื่มมันเข้าไปเขายังคงรับรู้ถึงความวิเศษของมันอยู่ ความเหนื่อยล้าหายไปและกำลังก็เพิ่มขึ้นมาก

เพียงคิดว่าอยากจะออกไปอย่างมิติแห่งนี้จู่ๆรอบด้านก็เปลี่ยนไป หวังมู่เฟยกลับมาปรากฎตัวขึ้นที่ชายป่าแห่งหนึ่ง เขาตกตะลึงจนใบหน้างามหวานบิดเบี้ยวไม่น้อย มองซ้ายทีขวาทีจนแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ลองนึกว่าจะกลับเข้าไปในมิติแห่งนั้นอีกครั้งหวังหมู่เฟยก็พบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่ข้างสระธาราสวรรค์อีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นเช่นไรเขาจึงออกมาโผล่ที่ชายป่าที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง

อาภรณ์สีน้ำเงินซีดจากผ้าป่านเนื้อหยาบที่สวมใส่อยู่ฉีดขาดไม่น้อยแต่ก็ยังสวมใส่ได้อยู่ หวังหมู่เฟยผิดหวังเล็กน้อยที่ด้านในมิติแห่งนั้นไม่มีแก้วแหวนเงินทองหรืออาภรณ์ใดๆ เป็นคุณชายเสเพลจนเคยตัว เมื่อมาเป็นชาวบ้านธรรมดาเช่นนี้เป็นต้องหดหู่เป็นธรรมดา จากอาภรณ์ที่สวมใส่ ที่บ้านคงไม่มีเงินทองอะไร แล้วยังดูเหมือนจะไม่ใช่ยุคสมัยที่เขารู้จักอีก อีกทั้ง หวังหมู่เฟยยังไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอีกด้วย สวรรค์! ในนิยายไม่ใช่อย่างนี้นิ!

หวังมู่เฟยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับความรันทดของตนเอง แผนแรกของเขาคือการเอาตัวรอดให้ได้ในโลกกำลังภายในแห่งนี้ที่คนแข็งแกร่งเป็นผู้ชนะและเป็นกฎเกณฑ์ ต่อไปคือการหาเงินเพื่อที่เขาจะได้กลับมาเสเพลกินๆนอนๆได้เหมือนเดิม

ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ในตอนนี้หวังมู่เฟยไม่ใช่คนธรรมดาอีกแล้ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกำลังภายในที่แข็งแกร่ง ในโลกแห่งนี้แบ่งระดับพลังออกเป็นสิบระดับเรียกขั้นนี้ของลมปราณว่าเลี่ยนชี แต่หวังมู่เฟยที่กินผลหยกเทพสวรรค์เข้าไปกำลังภายในของเขาสูงกว่าระดับสิบของโลกใบนี้ไปแล้ว เขาอยู่ในขั้นที่สองคือขั้นจู้จี ในขั้นจูจี้เองก็มีการแบ่งระดับย่อยอีกสิบระดับเช่นกัน ตอนนี้หวังมู่เฟยอยู่ในขั้นจู้จีระดับสอง

ความจริงในบันทึกตำราสมุนไพรผลหยกเทพสวรรค์เมื่อคนปกติกินเข้าไปจะทำให้พวกเขามีลมปราณเพิ่มขึ้นไปถึงขั้นที่สามหรือขั้นหนิงม่ายเลยทีเดียวและยังช่วยปรับเปลี่ยนร่างกายทุกส่วนให้ดีที่สุดอีกด้วย แต่ไม่ทราบเพราะเหตุอันใดหวังมู่เฟยจึงมีลมปราณเพียงขั้นจูจี้เท่านั้น ผลไม้ชนิดนี้เป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง มันจะออกผลหนึ่งผลทุกๆหนึ่งหมื่นปีเท่านั้น นับว่าบรรพบุรุษตระกูลหวังมีโชควาสนาอย่างยิ่งที่มีต้นหยกเทพสวรรค์ยืนต้นใหญ่โตท้าชะตาอยู่ในมิติแห่งนั้น

ขั้นพลังลมปราณนั้นซับซ้อนอย่ายิ่ง ในโลกใบเล็กอันเยาว์วัยแห่งนี้เชื่อว่าลมปราณมีเพียงสิบระดับเท่านั้น และหากเกินเลยจากระดับสิบไปแล้วผู้คนจะเรียกผู้นั้นว่าเป็นเทพเซียน ซึ่งหวังมู่เฟยก็เป็นเทพเซียนอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งต้องขอบคุณบรรพบุรุษตระกูลหวังอย่างยิ่ง ทั้งสามพันโลกนั้นเขาทำความเข้าใจอย่างยากลำบาก สามพันโลกมีอยู่ด้วยกันสี่เผ่าพันธุ์นั่นคือ เทพอสูร เทพปีศาจ เทพเซียน และมนุษย์

มนุษย์นั้นเกิดมาอ่อนแอที่สุด อาศัยอยู่ในโลกใบเล็กทั้งเก้าร้อยยี่สิบสามใบ ระดับการฝึกฝนสูงสุดคือเลี่ยนชี่ขั้นที่สิบ เมื่อไปถึงขั้นจูจี้ก็มักจะออกจากโลกใบเล็กไปที่โลกแห่งเทพเซียนซึ่งมีมากว่าเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดโลกเพื่อไขว่คว้าหาพลังอำนาจและยกระดับการฝึกฝนลมปราณของตัวเองให้สูงส่งยิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนเทพอสูร เทพปีศาจและเทพเซียนนั้นตั้งแต่เกิดมาจากท้องมารดาพวกเขาก็มีลมปราณขั้นจูจี้แล้ว หากเทพเซียนผู้ใดเกิดมามีลมปราณขั้นเลี่ยนชีจะถูกเนรเทศมาที่โลกมนุษย์เพราะสร้างความอับอายให้วงศ์ตระกูล เทพอสูรและเทพปีศาจนั้นแน่นอนว่าไม่เคยให้กำเนิดผู้ที่มีขั้นเลี่ยนชีมาก่อนเพราะโลหิตและเนื้อของพวกเขาพิเศษอย่างยิ่ง

            คงจะเกิดความวุ่นวายไม่น้อยกับความเลี่ยมล้ำของขั้นลมปราณที่ห่างชั้นกัน โลกใบเล็กของพวกมนุษย์จึงมีกฎของจักรวาลของมันในตัวเอง หากผู้ใดที่ไม่ใช่คนที่กำเนิดในโลกใบเล็กจะไม่สามารถเข้ามาในโลกใบเล็กได้ ต่อให้เข้ามาได้ขั้นพลังต้องอยู่ในขั้นเลี่ยนชีเท่านั้นหรือถูกกดข่มลมปราณเอาไว้ให้อยู่ในขั้นนั้น ส่วนผู้คนที่เกิดในโลกใบเล็กสามารถเดินทางเข้าออกโลกใบเล็กได้อย่างอิสระ แต่หนทางก็ไม่ราบลื่นนักเพราะอันตรายต่างๆมากมายที่คอยขวางกั้น จำเป็นต้องอยู่ในขั้นจูจี้จึงจะดี แต่ไม่ใช่ว่าคิดอยากจะออกไปก็ออกไปได้หรือเข้ามาได้เพราะเส้นทางเชื่อมแห่งนั้นจะเปิดขึ้นทุกๆห้าสิบปีเท่านั้น

            หวังมู่เฟยไม่ทราบแล้วว่าโลกใบเล็กนี้ผู้คนจะทราบเรื่องพวกนี้หรือไม่ ที่เขาทราบเพราะอ่านบันทึกของตระกูลหวัง และบันทึกเล่มนั้นก็ผ่านมานานกว่าหมื่นปีแล้วเสียด้วย ทุกอย่างคงไม่เหมือนเช่นเดิมอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย และมีอีกเรื่องที่ทำให้เขาสับสนซับซ้อน ในทั้งสามพันโลกนี้นั้นแบ่งเพศสภาพออกเป็นสามแบบด้วยกันคือ บุรุษ สตรีและเกอ

บุรุษมีอัตราการเกิดอยู่ที่หกส่วนสิบของประชากร สตรีนั้นมีอัตราการเกิดอยู่ที่สองส่วนสิบซึ่งถือว่าน้อยมากเสี่ยงต่อการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ดังนั้นจึงเกิดเกอขึ้นมาซึ่งมีอัตราส่วนของการเกิดอยู่ที่สองส่วนสิบเช่นเดียวกัน เกอนั้นคือบุรุษที่สามารถตั้งครรภ์ได้ดั่งสตรี เกอมักจะมีปานสีแดงก่ำขนาดเท่าอัญมณีเม็ดเล็กอยู่บนร่างกายเป็นสัญลักษณ์ของเกอ ยิ่งสีแดงเข้มเท่าใดยิ่งดีสามารถให้กำเนิดบุตรที่มีร่างกายแข็งแรงและมักจะได้พรสวรรค์การฝึกฝนลมปราณจากบิดาผู้ให้กำเนิดโดยตรง เพราะเหตุนี้เกอที่มีสัญลักษณ์สีแดงเข้มดั่งโลหิตจึงล้ำค่ามาก แต่หากเกอผู้นั้นมีสัญลักษณ์ที่มีสีแดงจืดจางการให้กำเนิดบุตรนั้นก็มักจะสามัญดั่งสตรีที่ต้องอาศัยโชคและชะตาเพื่อให้บุตรที่เกิดมามีพรสวรรค์สูงส่งหรือพอมีพรสวรรค์เล็กน้อยในการฝึกฝนลมปราณให้กับสามี หากเป็นเกอที่เป็นชาวบ้านเรื่องนี้นับว่าไม่เป็นอันใด แต่หากเป็นเกอที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ชีวิตคงไม่ดีอย่างแน่นอน

หวังมู่เฟยเป็นเกอ เป็นเกอที่มีสัญลักษณ์สีแดงเข้มดั่งโลหิตอยู่บริเวณข้อมือขวา ซึ่งน่าจะถูกผลหยกเทพสวรรค์เปลี่ยนมันให้ดีที่สุด แม้ชีวิตก่อนเขาจะชมชอบบุรุษ แต่การตั้งครรภ์คลอดบุตรนั้นเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย หวังมู่เฟยจึงรู้สึกสับสนงงงวยอยู่บ้างเมื่อในอนาคตเขาอาจจะให้กำเนิดเด็กทารกตัวอ้วนกลม



***********************


ตอนที่หนึ่งมาแล้วจ้า ยินดีต้อนรับสู่เรื่องใหม่ของอาร์เองงงงง ตอนแรกก็เหมือนเดิม....ข้อมูลเยอะเหมือนเดิม บทสนทนาน้อยเหมือนเดิม เป็นข้อเสียของอาร์เองที่ชอบเขียนบทบรรยายมากกว่าบทพูด T___T

ใครที่ตามมาจากเรื่องน้องเต่าก็ขอบคุณมากจ้า อยู่ด้วยกันไปนานๆ 555 ฝากทำแบบทดสอบของอาร์ด้วยเด้อ อาร์จะเม้นเอาไว้เพราะแปะลิ้งค์ในนี้ไม่ได้ เป็นแบบทดสอบการเขียนนิยายของอาร์เอง จะได้เอาไปปรับปรุง




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว