email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 13

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.5k

ความคิดเห็น : 94

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2563 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 13
แบบอักษร

2 วันผ่านไป~ 

วันพุธ 

เวลา 12:05 น. 

“มึงจะไปไหนหรือเปล่าปูน”  

“ก็กะจะกลับห้องเลย มีไรวะ?”  

“เปล่า ๆ กูต้องรอพี่ไทเกอร์อะ อีกสักพักเลยแหละ” ส่องร่างบางคุยกันอยู่หน้าตึกคณะ ขณะนี้ทั้งสองเรียนเสร็จแล้ว นักศึกษามากหน้าหลายตาต่างพากันเดินผ่านกันไปมาอย่างวุ่นวาย 

“งั้นเดี๋ยวกูนั่งรอด้วย ไปนั่งตรงนั้นดีกว่า” ปูนเอ่ยพลายหันไปมองยังจุดที่มีโต๊ะและเก้าอี้ว่างให้นั่ง 

“ได้ ๆ” ส้มตำเอ่ยก่อนจะพากันเดินไป 

“คือจริง ๆ มันก็เที่ยงแล้วนะ พี่ไทเกอร์จะพาไปกินข้าวแล้วไปส่งหองี้เหรอ?”  

“เออมึงจะไปด้วยไหม พี่เขามีเรียนตอนบ่ายด้วยอะ แต่บอกจะมารับไปกินข้าวด้วยแล้วจะไปส่งที่หอก่อนกลับมาเรียนต่อ” ถึงแม้ไม่อยากให้รุ่นพี่ลำบาก แต่เขาก็ไม่อยากจะปฏิเสธเจ้าตัวเลยจริง ๆ  

เพราะมีความสุขที่ได้เจอกันด้วยนี่นา 

“กูไม่ค่อยหิวว่ะ แต่พี่เขาดูพยายามจังวะ หอมึงก็แค่นี้เองอะ”  

“เออจริง ๆ เกรงใจพี่เขามากมึง แต่กูก็ดีใจนะ”  

“กูเข้าใจ แล้วมึงแน่ใจใช่ไหมว่าพี่เขาไม่ได้แบบแค่อยากจะได้มึงไรงี้” เขามองออกว่าส้มตำเปลี่ยนไปจริง ๆ หลังคบกับรุ่นพี่คนนั้น อีกอย่างเพื่อนเขามันเป็นคนที่ชอบให้ใจคนอื่นไปโดยไม่คิดจะเผื่อไว้ เขาแค่กลัวมันเจ็บ 

ไม่ใช่แค่ในเรื่องของความรัก แต่ในอีกหลาย ๆ เรื่องที่มันมักจะหวังเกินไปจนบางทีผิดหวังก็เจ็บหนักจนซึมไปหลายอาทิตย์ เขาไงที่เหนื่อยให้กำลังใจ เหนื่อยแต่ก็ใช่จะไม่อยากปลอบใจคนแบบมัน  

“ตอนแรกไม่ค่อยนะ แต่หลัง ๆ มากูรู้สึกเหมือนพี่เขาจริงจังด้วยว่ะ มันรู้สึกได้จริง ๆ กูไม่ได้อยากพูดเว่อร์ ๆ เพราะหลงพี่เขามึงเก็ตไหมปูน แต่เพราะแบบกูรู้สึกได้จริง ๆ” เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ นะ 

“กูเข้าใจ ๆ”  

“แต่ก็ใช่ว่ากูจะไม่เผื่อใจไว้”  

“มึงเผื่อใจเหรอวะ?” เอ่ยถามแต่ส้มตำกลับแสดงสีหน้าไม่มั่นใจ เขารู้ว่ามันต้องเป็นแบบที่เขาคิด ยังไงปากของมันก็ไม่ตรงกับใจอยู่ดี 

“มึงไม่เผื่อใจแน่ ๆ ส้ม กูเพื่อนมึงนะ ทำไมจะมองไม่ออก”  

“กูไม่รู้อะ เฮ้ออ…”  

“อีดอก มึงก็เป็นแต่แบบนี้อะ” เห็นหน้าเพื่อนแล้วปูนรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ  

“ปูนมึงกลับเลยก็ได้ พี่ไทเกอร์ทักมาบอกกูว่าจะออกมาแล้วอะ”  

“อ้าวสรุปแล้วกูมานั่งแค่นี้เองเหรอวะ?”  

“หรือมึงจะนั่งนานกว่านี่ล่ะ?” ถามกลับแต่ปูนกลับไม่สนใจ เขาลุกขึ้นสะพายกระเป๋าแล้วเอ่ยลาเพื่อนสนิทก่อนจะเดินออกไป เพราะยังไงก็ต้องรีบไปหาใครสักคนเหมือนกัน 

ส้มตำมองตามหลังเพื่อนก่อนจะมองไปเห็นน้องรหัสตัวสูงกำลังเดินมาแต่ไกล แต่นั้นกลับทำให้เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นสงสัยเพราะตำแหน่งที่เจ้าตัวกำลังตรงมามันเหมือนกำลังตรงมาหาเขา และมันก็ใช่แบบนั้นจริง ๆ  

“สวัสดีครับ~”  

“ปืนไม่ได้ไปกินข้าวเหรอ?” เอ่ยถามพร้อมกับทำท่าจะนั่งลงแต่กลับต้องชะงักเมื่อถูกเด็กตัวสูงดึงเข้าไปกอดไว้แน่น 

“คิดถึงพี่รหัสผมจังครับ~” เอ่ยเสียงหวาน 

“ปะ ปืน…” ส้มตำทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกดึงเข้าไปกอด มือนุ่มพยายามดันออกอย่างรวดเร็ว ปกติไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาดึงเขาเข้าไปกอดในที่สาธารณะแบบนี้เลยนะ 

“ไอ้ปืน! เร็ว ๆ” เสียงเรียกจากเพื่อนของเจ้าตัวทำให้ทั้งสองหันไปมอง 

“เดี๋ยวผมไปกินข้าวก่อนนะครับ ไว้ค่อยคุยกันนะ” เอ่ยก่อนจะเดินออกไป ปล่อยให้ส้มตำมองตามหลังด้วยใบหน้าแอบงง ๆ ดีนะที่แถวนี้มีแต่ผู้ชายนั่งอยู่เลยไม่ค่อยมีใครสนใจเพราะมัวแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ 

อะไรคือเดินเข้ามาทักแล้วดึงเขาไปกอดแล้วบอกคิดถึง? เมื่อวานเจ้าตัวไม่ได้มาเรียนแล้วทำไมต้องบอกเขาด้วย อีกทั้งยังเรียกเขาว่าพี่รหัสได้เต็มปากเต็มคำทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนไม่เคยเอ่ย  

มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องรหัสคนนี้?  

“ส้มตำ…”  

เฮือก… 

“พะ พี่ไทเกอร์” เสียงเรียกนิ่ง ๆ ทำให้ส้มตำสะดุ้งก่อนจะหันไปมองแล้วพบกับร่างสูงเข้ามายืนซ้อนหลังอยู่ในระยะประชิด  

“…” มองร่างเล็กด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

“ส้มรอไม่นานเลย เราไปกันเถอะ” ด้วยความที่เคยชินกับคำถามส้มตำจึงเลือกที่จะตอบก่อนที่ร่างสูงจะเอ่ยถามคำถามเดิม 

เมื่อกระชับกระเป๋าสะพายข้างแล้วตั้งท่าจะเดินไปยังรถรุ่นพี่กลับยังเอาแต่มองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ จนเขาจำต้องเลิกคิ้ว แต่ยังไม่เอ่ยถามอะไรพี่ไทเกอร์ก็ออกเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ 

“พี่ไทเกอร์เรียนบ่ายโมงใช่ไหมอะ เหลือเวลาอีกไม่นานเลย เราจะไป-”  

“ไอ้หมอนั่นใคร?” เสียงเรียบดังขึ้นทำให้ใบหน้าหวานหันไปเลิกคิ้ว  

ตอนนี้พี่ไทเกอร์เอาแต่นั่งพิงเบาะสตาร์ทรถไว้แต่ไม่ยอมขับออกไป และนั้นมันยิ่งทำให้ส้มตำรู้สึกใจไม่ดี คำถามเมื่อกี้คือหมายถึงน้องรหัสเขาใช่ไหม?  

“พี่หมายถึงใครอะ”  

“ยังจะถามอีกเหรอวะ?” เอ่ยเสียงนิ่ง 

“…” ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเริ่มรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจจากคนตัวสูง 

“ทำไมปล่อยให้มันกอดขนาดนั้น แถมยังต่อหน้าคนอื่น ๆ วะส้ม?”  

“นั่นน้องรหัสส้มนะ”  

“น้องรหัส?”  

“…”  

“เพราะมันเป็นน้องรหัสมึงเลยให้กอดได้แบบนั้น?” ขยับใบหน้าเข้ามาถามใกล้ ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้รู้สึกกดดันจนส้มตำต้องเม้มปาก เขากลัวพี่ไทเกอร์โหมดนี้ เขาไม่อยากเห็นสีหน้าแบบนี้ 

“ชะ ใช่ ๆ แค่น้องรหัส”  

“…” ตาคมเอาแต่มองใบหน้าใสที่แสดงสีหน้ากลัวบวกกังวลก่อนจะขยับไปนั่งดี ๆ แล้วค่อย ๆ ขับรถออกไป ส้มตำจะรู้ไหมว่าตอนนี้อารมณ์โกรธในอกเสือนั้นมีมากแค่ไหน  

ในใจคิดไว้ว่าอยากจะมาเจอคนตัวเล็กเร็ว ๆ อยากพาไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันและอยากจะไปส่งที่หอ คิดไว้ว่าหากได้คุยกับร่างเล็กที่น่ารัก ๆ เด๋อ ๆ ด๋า ๆ มันจะทำให้หัวใจเขากระชุ่มกระชวย แล้วมีแรงเรียนต่อในตอนบ่าย 

แล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้… 

มันทำให้เขาหมดอารมณ์ แต่เพราะหงุดหงิดไปก็มีแต่จะทำให้ร่างบางกลัว เขาไม่ชอบสีหน้ากังวลของส้มตำ ไม่ชอบทำให้ส้มตำกลัวเลยจริง ๆ แต่หากเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ก็มักจะเผลอดุรุ่นน้องทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ทำแบบนั้น 

เขาควรเลือกที่จะอยู่เงียบ ๆ  

“กูจะไปส่งที่หอแล้วจะกลับไปเรียน”  

“…” เมื่อได้ยินริมฝีปากบางจึงเม้มเข้าหากันแล้วหันหน้าออกนอกกระจก เขาหวังว่าจะได้รับประโยคเปลี่ยนใจจากรุ่นพี่แต่กลับไม่มีเลยแม้แต่น้อย 

พี่ไทเกอร์มาส่งเขายังหอแล้วขับกลับไปเหมือนปากบอก ในใจของส้มตำนั้นกังวลไปหลายต่อหลายเรื่องจนอยู่ไม่เป็นสุข ถึงแม้จะขึ้นมาบนห้องแล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดและไม่พอใจบนใบหน้าของร่างสูง 

เขาไม่ได้ทำอะไรให้ร่างสูงไม่พอใจเลยนะ 

ยอมรับว่าเมื่อกี้มันอาจเป็นภาพที่ทำให้รุ่นพี่ไม่พอใจ แต่เขาจะปฏิเสธไปยังไงในเมื่อมันก็ไม่ได้มีอะไรจริง ๆ รุ่นน้องก็แค่ดึงเขาเข้าไปกอดแล้วบอกว่าคิดถึง จะให้บอกรุ่นพี่ไปแบบนี้หรือยังไง 

มันจะยิ่งไม่แย่ไปกว่าเดิมเหรอ?  

เขาหวังแค่ว่าอีกไม่นานพี่ไทเกอร์จะหายโกรธและกลับมาคุยกันเหมือนเดิม แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากเรื่องวันนั้นพี่ไทเกอร์ก็เหมือนจะเมินเฉยหรือเงียบใส่เขาตลอด ทำเหมือนงอนเขาไม่หาย 

พยายามคุยด้วยก็ตอบห้วน ๆ สั้น ๆ เหมือนไม่เต็มใจจะตอบจนเขารู้สึกท้อแต่ก็ได้แต่ทนและให้กำลังใจตัวเองไว้ไม่ให้ร้องไห้เพราะเรื่องแบบนี้ จนมันเลยมาถึงเย็นวันศุกร์ที่เจ้าตัวขับรถมาส่งเขาที่หอเหมือนตอนวันพุธและเมื่อวาน 

“…” บนรถไร้ซึ่งเสียงของการสนทนาและเต็มไปด้วยความอึดอัด ใบหน้าใสเอาแต่หันออกไปมองนอกกระจก ส่วนคนขับรถก็เอาแต่มองไปข้างหน้า 

“พี่จะกลับห้องเลยใช่ไหม?”  

“อืม…”  

“…” เมื่อได้รับคำตอบส้มตำจึงไม่ได้ถามอะไรต่อจนรุ่นพี่มาส่งเขาที่หอแล้วขับออกไปโดยไม่ได้คิดจะถามอะไรเขาสักคำ 

ความรู้สึกเสียใจเริ่มผุดขึ้นมาในอก กลั่นกรองออกมาเป็นความหน่วงทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว พี่ไทเกอร์เย็นชากับเขาเกินไปจนรู้สึกอยากร้องไห้ เพราะเรื่องนั้นใช่ไหมถึงได้งอนเขาไม่หาย 

มันผ่านมาสองวันแล้วนะ… 

เขานอนไม่หลับเพราะรุ่นพี่มาสองวันเต็ม ๆ ถ้าหากไม่พอใจทำไมยังมารับมาส่งเขาแล้วไม่พูดอะไรด้วย อกเขามันแทบจะระเบิดอยู่แล้วนะ หรือเขาควรจะทักไปง้อรุ่นพี่ดี?  

ส้มตำกลับขึ้นมาบนห้องพลางคิดว่าทำไมตอนนี้ตัวเองถึงไม่ได้ไปนั่งอยู่ด้วยกันกับพี่ไทเกอร์ที่คอนโดของเจ้าตัว เขารู้มาจากเพื่อนของร่างสูงอีกทีว่าช่วงบ่ายวันนี้ไม่มีเรียนเพราะอาจารย์ได้ยกคลาส 

ส่วนเขาก็ไม่มีเรียนช่วงบ่ายอยู่แล้ว เราสองคนว่างตรงกันแต่กลับไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนที่คิดไว้ มันทำให้ส้มตำรู้สึกเสียใจมากจริง ๆ  

เวลาผ่านไปจนจะหกโมงกว่า ๆ ร่างเล็กที่เผลอหลับไปตั้งแต่ทำงานค้างเสร็จประมาณช่วงสี่โมงค่อย ๆ ตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกอะไรบางอย่างไหลเข้ามาในอกอีกครั้ง มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยจริง ๆ  

คิดอะไรไม่ออกจึงได้ทักไปถามความคิดเห็นจากเพื่อนสนิท แต่เพราะปูนยุ่งจึงตอบได้ไม่เยอะอะไรนัก แต่ประโยคจากปูนประโยคนั้นกลับทำให้เขาคิดมากจนตัดสินใจเดินไปเปิดโน้ตบุ๊กจะหาอะไรดูคลายเครียด 

เบื่อมึงหรือเปล่า คือประโยคที่ปูนถามเขาในแชตเมื่อกี้  

พี่ไทเกอร์เบื่อเขาหรือเปล่าเหรอ?  

เขาไม่ชอบความรู้สึกนี่เลยจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้สาเหตุแต่ก็คิดว่ามันไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะทำให้พี่ไทเกอร์ถึงขั้นเปลี่ยนไปขนาดนี้ เขามั่นใจในตัวของรุ่นพี่มากเลยนะ มั่นใจจนรู้สึกได้ว่าพี่ไทเกอร์นั้นจริงจัง 

หรือเพราะยุ่งกับงาน?  

‘เลิกคิดมากได้แล้วส้ม… เราแค่ต้องง้อพี่เขา’ ส้มตำพยายามสลัดความคิดทิ้งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงไปล้างหน้าล้างตาแล้วกลับมานั่งดูหนังเพื่อคลายเครียด และแน่นอนว่ามันทำให้เขารู้สึกโอเคขึ้นจริง ๆ  

หลังหนังจบก็ได้นั่งหาไอจีคนชื่อบิลที่ปูนวานให้ช่วยหาจนในที่สุดก็เจอ ตากลมดูเวลาบนจอคอมตอนนี้จะสามทุ่มได้แล้วแต่เขากลับยังไม่ได้อาบน้ำหรือกินข้าวเย็นเลยด้วยซ้ำ 

“เฮ้ออ…” ทำไมดูหนังจบไปได้สักพักความรู้สึกแบบนั้นมันถึงค่อย ๆ กลับมาในอกอีกแล้ว ตอนนี้รุ่นพี่จะทำอะไรอยู่นะ 

 

 

LINE 

20:45 

 

ส้มตำ : (ส่งรูปคนชื่อบิลถกเสื้อขึ้นโชว์ซิกซ์แพ็ก)  

ส้มตำ : ปูนคนนี้ป่ะ 

ส้มตำ : ที่มึงเล่าให้ฟังอะ 

ไทเกอร์ : … 

ส้มตำ : เชี่ยย 

ส้มตำ : บ 

 

“ส้ม! อิโง่! ฮือออออ…” ทำไมเขาถึงได้ส่งผิดแชต แล้วส่งไปให้ใครไม่ส่งดันส่งไปให้คนที่กำลังงอนเขาอยู่ หัวใจสั่นระรัวด้วยความตกใจ 

 

ไทเกอร์ : ใคร 

ไทเกอร์ : มันคือใคร 

ไทเกอร์ : ครั้งนั้นยังไม่พอใช่ไหมวะ?  

ส้มตำ : พี่ไทเกอร์เข้าใจผิดนะ 

ส้มตำ : คืนคนนี้ปูนมันชอบ 

ส้มตำ : ส้มเลยหารูปให้มันดู 

ไทเกอร์ : เออ 

ไทเกอร์ : เรื่องของมึง 

 

“ฮือออ ทำไมถึงได้ตอบมาแบบนั้น!” อีกอย่างทำไมเขาถึงได้เด๋อขนาดนี้ เรื่องมันจะยิ่งวุ่นวายขึ้นอีกแล้วนะเนี่ย พี่ไทเกอร์ก็ไม่ใจอ่อนเลยจริง ๆ  

 

ส้มตำ : (ส่งอีโมจิร้องไห้)  

ส้มตำ : อย่างอนได้ไหม 

ส้มตำ : งอนมาสองวันแล้วนะ 

ไทเกอร์ : ไม่ได้งอน 

ส้มตำ : โทรได้ไหม 

ส้มตำ : (ไม่ตอบรับ)  

ส้มตำ : (ไม่ตอบรับ)  

 

 

“…” พี่ไทเกอร์ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเขาเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้  

 

ส้มตำ : (ไม่รับสาย)  

ส้มตำ : … 

 

“คนบ้า!” ครั้งนี้พี่ไทเกอร์ตัดสายเขาทิ้งเลย ทำไมถึงได้เป็นคนแบบนี้ จากที่เสียใจเขาเริ่มหงุดหงิดจนอยากจะร้องไห้แล้วนะ ริมฝีปากบางเม้มเขาหากัน ตาก็จ้องแต่จอโทรศัพท์ 

 

 

ไทเกอร์ : ทำงานอยู่ 

ส้มตำ : อืม 

ส้มตำ : อธิบายไปแล้วก็ไม่เชื่อ 

ส้มตำ : ไม่คุยกับพี่ไทเกอร์แล้วแหละ 

ส้มตำ : พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องทักหรือโทรมาเลยนะ 

ส้มตำ : ไม่ต้องมาหาด้วย 

ส้มตำ : เสาร์อาทิตย์เลย 

ส้มตำ : คนขี้งอน!  

ไทเกอร์ : อืม 

 

 

“…” และนั่นก็คือคำตอบสุดท้ายก่อนที่เขาจะทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาคาโต๊ะทำงาน 

ร่างเล็กฟุบหน้าลงบนโต๊ะพร้อมกับเสียงสะอื้นดังขึ้นเป็นระยะ เขารู้สึกไม่โอเคที่พี่ไทเกอร์เป็นแบบนี้ มันเหมือนว่าตัวเองกำลังจะถูกรุ่นพี่ทิ้ง จะไม่มีพี่ไทเกอร์ให้กอดอีกแล้วใช่ไหม แล้วทุกอย่างที่ผ่านมามันคือเรื่องโกหกใช่หรือเปล่า?  

เขาทุ่มเททุกอย่างให้รุ่นพี่หมดแล้วนะ ทุ่มเทให้เกือบทุก ๆ อย่างแล้วจริง ๆ เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อ 2 วันก่อนมันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลยนะ รูปของผู้ชายที่ส่งผิดเมื่อกี้ก็ด้วย 

“ฮึก…” ส้มตำไม่รู้จะทำอะไรแล้ว เขาเอาแต่นั่งอยู่ในห้องแล้วร้องไห้จนเวลาผ่านเลยไปเกือบจะห้าทุ่ม คนที่หยุดร้องเอาแต่นั่งเหม่อลอยจ้องโทรศัพท์กลับเริ่มทนไม่ไหวอีกครั้งเมื่อเพื่อนสนิทโทรมาหา 

(ฮัลโหลมึง เออกูว่างล่ะ ไหนเป็นไงเล่าดิ)  

“…” เมื่อได้ยินเสียงของปูนร่างบางจึงเม้มปากกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา 

(ส้มมึงได้ยินกูไหมเนี่ย…)  

“ฮึก กูกลัว ฮืออ…”  

(เชี่ยแล้วมึงจะร้องไห้ทำไมวะ เลิกร้องเลยนะอิห่า เป็นอะไรค่อย ๆ คุย) ปูนแอบชะงักไม่น้อยเมื่อได้ยินเสียงร้องจากปลายสาย  

“กะ กูโอเค ฮึก แค่ ฮือออ…”  

(โอ๊ยอย่าร้องดิวะ เงียบ ๆ ก่อน มึงแม่งก็เป็นแบบนี้อะ เฮ้อ…) เขากะแล้วว่าเพื่อนต้องเป็นแบบนี้ อีกอย่างก่อนหน้าเขาก็ยุ่ง ๆ เรื่องอื่นด้วยเลยทิ้งมันให้อยู่กับความคิดเล็กคิดน้อยคนเดียว 

“ฮึก กะ กูกลัวพี่เขาทิ้ง กลัว…”  

(มึงอย่าคิดไปเองดิวะ อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าพี่เขาจะทิ้ง)  

“ฮือ กะ กูไม่รู้ กูต้องร้อง ฮึก…”  

(…) ปูนไม่รู้จะห้ามยังไงนอกเสียจากถอนหายใจแล้วปล่อยให้เพื่อนร้องไห้ออกมาเกือบจะ 5 นาที ส้มตำเอาแต่บ่นไม่รู้เรื่องรู้ราวให้เขาฟังเหมือนเด็กงอแงตามแบบฉบับของมันจนเขาเครียดไปตาม 

“ดะ เดี๋ยวกูทักไป” เอ่ยจบก็ตัดสายจากปูนไปเพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องมานั่งฟังเขาร้องไห้ ส้มตำพยายามทำใจกลั้นน้ำตาก่อนจะพิมพ์เหตุการณ์ทุกอย่างที่ปูนยังไม่รู้ส่งไปให้ 

ตั้งแต่เรื่องวันนั้นที่น้องปืนเข้ามากอดเขาจนมีเรื่องกับพี่ไทเกอร์อย่างงั้นอย่างนี้ จนมาถึงวันนี้ที่เขาเผลอส่งรูปผิดไปให้เจ้าตัว ไม่รู้ว่าเพราะดวงตกหรืออะไรถึงได้เป็นแบบนี้ แต่เขาเหนื่อยจริง ๆ เขาไม่อยากทำอะไรเลย 

มันเหมือนไม่มีอารมณ์จะใช้ชีวิตต่อ 

แต่เขาไม่ได้อยากตายนะ!  

สรุปแล้วปูนก็บอกให้เขานอนพักผ่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้ายังไม่โอเคจะมารับไปอยู่ด้วย ยังไงก็วันเสาร์ ส้มตำทำงานเสร็จแล้วเมื่อตอนบ่ายจึงไม่มีอะไรให้กังวลไปมากกว่าเรื่องของชายหนุ่มที่เขารัก 

รักหมดหัวใจ… 

เวลาผ่านไปจนถึงหกโมงเช้าคนที่ตั้งใจว่าจะนอนกลับนอนไม่หลับ สภาพที่ไม่ได้อาบน้ำและกินข้าวตั้งแต่เมื่อวานเพียงแค่ล้างหน้าแปรงฝันในชุดลำลองลงมาหาเพื่อนที่ขับรถมารับทำให้ปูนตกใจไม่ใช่น้อย 

ใบหน้าใสหันไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งหลับตาอยู่เบาะข้างด้วยความเป็นห่วง ส้มตำกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว เพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่อยากมีความรักเพราะมันอาจทำให้เขาเจ็บ 

เขาไม่ต้องการเจ็บเหมือนเพื่อนคนนี้… 

“ส้มถึงแล้ว”  

“อื้อ…” ลืมตาพร้อมกับครางตอบก่อนจะกอดของที่ถือมาด้วยไว้แน่น 

“ส้ม…”  

“หือ?” หันมาเลิกคิ้วด้วยใบหน้าเพลีย ๆ เสียจนปูนอยากเอ่ยด่า ตาก็บวมแดงเพราะร้องไห้  

“มึงจะถือตุ๊กตาลงมาจากห้องทำไม?” เมื่อได้ยินคิ้วสวยจึงขมวดเข้าหากันพร้อมกับก้มลงมองตุ๊กตาน้องคุตัวโตที่กอดอยู่ในอกด้วยความงง ก่อนริมฝีปากจะค่อย ๆ เม้มเข้าหากัน 

“กูหยิบกระเป๋ามาไม่ใช่เหรอ”  

“…”  

“ทำไมถึงเป็นน้องคุ…” เอ่ยเสียงแผ่วจนปูนที่ได้ยินเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่งแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ  

นึกภาพเมื่อก่อนหน้าที่มันเดินเหมือนซอมบี้กอดตุ๊กตาออกมาจากหอแล้วขึ้นมาบนรถ ตาก็จะปิด ๆ เหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้วเขารู้สึกเพลียแทน สรุปคือจะสถานการณ์ไหนก็ยังเด๋อได้อีกเพื่อนคนนี้ 

“ปูนแมวใครอะ” ขึ้นมาบนห้องก็เห็นลูกแมวตัวน้อย ๆ นอนอยู่บนโซฟา ส้มตำจึงรีบเดินเข้าไปเกาพุงน้องอย่างรวดเร็ว เห็นแล้วปูนจึงส่ายหน้าไปมา 

“เพื่อนบ้านอะ ฝากให้ดูให้…”  

“มึงง น่ารักอะ อยากเลี้ยงแมว”  

“เออเลี้ยงตัวเองให้รอดก่อนไหม” ปูนเดินไปนั่งลงบนโซฟามองเพื่อนที่มันนั่งเล่นกับน้องแมวเหมือนเด็ก ลืมไปแล้วหรือไงว่ามันเพิ่งเสียใจกับเรื่องอะไรมา 

“อย่าพูดกูจะร้องไห้ อีกอย่างคือเบื่อพี่ไทเกอร์! จะไม่คุยด้วยเลย…”  

“…” มอง 

“กูเหนื่อยด้วย ขอนอนตรงนี้นะ”  

“นอนบนเตียงก็ได้ มึงจะนอนกับแมวเหรอ?”  

“อื้ออ… ขอผ้าห่มได้ไหมอะ” หันมาเอ่ยขอเสียงแผ่ว 

“เออ ๆ” เขาไม่อยากขัดใจเพื่อนจึงได้เข้าไปเอาผ้าห่มมาให้มันนอนบนโซฟา และไม่นานก็หลับไปพร้อม ๆ กับแมว 

ส้มตำเป็นคนที่นอนง่าย จากที่รู้จักกันมาคือถ้าให้นอนตรงไหนเพื่อนของเขามันก็จะหลับได้ไม่ยากและไม่เรื่องมาก แต่จะงอแงเหมือนเด็กหากมีคนดุหรือบ่นก็เท่านั้น คงติดนิสัยที่ใช้กับพี่ชายมา บางครั้งมันก็น่ารำคาญสำหรับเขาจนต้องด่าออกไป 

พอมันงอนเขาก็ต้องง้ออีกนั่นแหละ 

เฮ้อ… 

ปูนเข้าไปนั่งทำงานค้างในห้องทำงานปล่อยให้แมวสองตัวนอนหลับอยู่บนโซฟา เขาใช้เวลาอยู่ในนั้นสักพัก แต่ก็มีออกมาเข้าห้องน้ำหรือหาอะไรทานเล่นในห้องครัวบ้างจนเวลาเลยเก้าโมงครึ่งไปแล้ว 

“หือ?” คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นรายชื่อของคนที่ส่งข้อความมาในไลน์  

เขาจำได้ว่าเมื่อวันก่อนรุ่นพี่ที่เป็นแฟนของเพื่อนที่มันนอนหลับอยู่ได้ขอไลน์เขาไว้ติดต่อเรื่องของมัน แต่ก็ไม่เคยทักมาถามอะไรจนวันนี้ โทรศัพท์ยี่ห้อแพงจึงถูกยกขึ้นมากดอ่านแชตแล้วเตรียมตอบ 

 

 

LINE 

09:30 

 

 

ไทเกอร์ : ปูนๆ  

 

 

10 นาทีผ่านไป 

 

ปูน : พี่มีอะไรหรือเปล่า 

ไทเกอร์ : (ส่งรูปผู้ชายที่ส้มตำส่งมาให้เมื่อวาน)  

ไทเกอร์ : คนนี้ใคร แล้วส้มตำมันเกี่ยวข้องอะไรด้วยไหม 

ปูน : หืม 

ปูน : คนนี้ชื่อบิล 

ปูน : ปูนชอบ 

 

 

เขาไม่แปลกใจเลยที่รุ่นพี่จะทักมาถามเรื่องนี้ เพราะเมื่อวานส้มตำมันก็ส่งรูปมาให้เขาดูแล้วบอกถึงเรื่องที่ส่งรูปผิดแล้วถูกรุ่นพี่งอน เขาอยากด่าแต่ก็ไม่อยากจะซ้ำเติมให้มันเสียใจจึงได้แค่ปลอบใจ 

แต่ไหน ๆ โอกาสก็มาแล้วเขาขออธิบายให้รุ่นพี่เข้าใจเลยแล้วกัน ดูได้จากข้อความที่เจ้าตัวส่งมาก็พอจะรู้ว่ากังวลถึงได้ถามว่าส้มตำได้เกี่ยวข้องกับผู้ชายในรูปไหม แต่อย่างน้อยเขาก็ได้บอกไปแล้วว่าเขานี่แหละที่ชอบคนในรูปไม่ใช่ส้มตำ 

 

 

ปูน : พี่ด่ามันเหรอ 

ไทเกอร์ : เปล่า 

ไทเกอร์ : ทำไม 

ปูน : มันทักมาคุยเรื่องพี่ 

ปูน : ปูนเลยโทรไป 

ปูน : แต่มันก็เอาแต่ร้องไห้ 

ปูน : ไม่ยอมพูดอะไร 

ไทเกอร์ : … 

ไทเกอร์ : ขอบใจ เดี๋ยวพี่คุยเอง 

 

ยอมรับว่าเมื่อวานที่โทรไปหาส้มตำแล้วได้ยินมันร้องไห้เขารู้สึกผิดในฐานะเพื่อนสนิทมากจริง ๆ เพราะยุ่งเลยไม่ได้สนใจตอนที่ส้มตำทักมาบอกว่าพี่ไทเกอร์ดูเปลี่ยนไป ซ้ำเขายังพูดให้เพื่อนกังวลอีกต่างหาก ทั้ง ๆ ที่ส้มตำไม่เคยพูดให้เขากังวลเลยสักครั้ง 

ทุกครั้งที่มีเรื่องให้เครียดมันก็มักจะเป็นห่วงเขาเสมอ เพราะฉะนั้นเขาถึงได้คิดว่าส้มตำคือเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ต่อให้มีความลับต่อกันบ้างแต่ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรก็ไม่เป็นเป็นไร 

 

ปูน : มันอยู่กับปูนนะตอนนี้ 

ปูน : นอนหลับอยู่ 

ไทเกอร์ : หืม?  

ปูน : ใช่ๆ  

ปูน : เมื่อคืนมันนอนไม่หลับ 

ปูน : เลยโทรมาบอกให้ปูนไปรับแต่เช้า 

 

 

สรุปก็เป็นอย่างที่เห็น ลงมาก็หยิบของมาผิด จะถือกระเป๋ามาเสือกกอดตุ๊กตาน้องคุตัวโต ๆ มาด้วย ใจหนึ่งก็เอ็นดูอีกใจหนึ่งก็หงุดหงิดที่เพื่อนเขามันเอ๋อ แต่เอออย่างน้อยมาถึงก็ไม่ได้งอแงอะไรให้เขารำคาญ แล้วก็นอนหลับกับแมวไปง่าย ๆ  

ปูนเล่าให้รุ่นพี่ฟังว่าส้มตำเป็นยังไงบ้างแล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่ห้องของเขา แล้วเจ้าตัวก็ดูเหมือนจะเข้าใจ 

 

ไทเกอร์ : เฮ้อ 

ไทเกอร์ : ส่งรูปให้ดูหน่อย 

ปูน : แปป 

 

 

1 นาทีผ่านไป 

 

 

ปูน : (ส่งรูปส้มตำนอนกับแมวไปให้ดู)  

ไทเกอร์ : นอนโซฟาเหรอ 

ปูน : ใช่ๆ  

ไทเกอร์ : ทำไมไม่ให้นอนบนเตียง 

ไทเกอร์ : จะสบายไหม 

ปูน : เอ่อ 

ปูน : ปูนก็ให้มันไปนอนบนเตียงอะ 

ปูน : แต่มันไม่ไป 

 

ประโยคที่ส่งมาใครจะดูไม่ออก ทำเป็นงอนเพื่อนเขาแล้วมาทำเป็นถามว่าทำไมให้นอนโซฟา โอ๊ย! เขาเกลียดผัวเมียคู่นี้เลยจริง ๆ แต่จะทำอะไรได้นอกเสียจากกลอกตามองบนด้วยความหมั่นไส้ 

จากที่ฟังส้มตำเล่ามันก็เหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรถึงขั้นต้องงอนมันมาจนถึงวันศุกร์เลยนี่นา ผู้ชายคนนี้มันน่าทำให้ขาดใจเสียจริง ๆ  

 

ไทเกอร์ : เลี้ยงแมวเหรอ 

ปูน : เปล่าๆ  

ปูน : ปูนไม่ชอบแมวเท่าไหร่ 

ปูน : แต่เพื่อนบ้านฝาก 

ไทเกอร์ : อ่อ 

ปูน : เออแต่ส้มมันก็เล่นด้วยนะ 

ปูน : จนหลับไปด้วยกัน 

ไทเกอร์ : ขนจะไม่เข้าจมูกมันเหรอ 

ไทเกอร์ : ทำไมไม่เอาไปนอนที่อื่น 

 

“...” เป็นครั้งแรกที่อยากจะเตะแมวตกโซฟา ไม่ใช่ลูกแมวตัวน้อย ๆ นะเพราะเขาไม่ใช่คนอำมหิตขนาดนั้น แต่แมวที่ว่าอยากเตะมันชื่อส้มตำ ทำมาเป็นห่วงเป็นใยกัน เขาอยากจะแหม่ไปถึงดาวอังคาร 

 

ไทเกอร์ : ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ 

ปูน : เห็นบอกงั้นนะ 

ไทเกอร์ : มันเช้าแล้ว 

ไทเกอร์ : ข้าวก็ไม่กินให้ตรงเวลา 

ปูน : ... 

ไทเกอร์ : หาหมอนให้มันหน่อย 

ไทเกอร์ : ทำไมมีแต่ผ้าห่ม 

ปูน : เอ่อ 

ปูน : พี่ใจเย็นๆ นะ 

ปูน : ห่วงมันเหรอ 

 

หลังจากถามประโยคนั้นรุ่นพี่กลับเอาแต่เงียบไม่ยอมตอบข้อความ แต่ถามว่าอ่านไหมก็อ่าน ปากหนักจังเลยพ่อคุณ! ปูนแอบขำให้กับท่าทางของพี่ไทเกอร์ก่อนจะรีบส่งข้อความไปอีก 

 

ปูน : ขำพี่ว่ะ55555555 

ไทเกอร์ : ... 

ปูน : เออไม่ต้องห่วง 

ปูน : มันไม่ตายหรอกอยู่กับปูนอะ 

ไทเกอร์ : อืม 

ไทเกอร์ : ฝากด้วย 

ไทเกอร์ : เดี๋ยวไปรับกลับ 

ไทเกอร์ : อย่าบอกมันว่าพี่คุยด้วย 

ไทเกอร์ : อย่าบอกด้วยว่าจะไปรับ 

ปูน : ได้ๆ  

ไทเกอร์ : ขอบใจ 

 

 

“เฮ้อ...” ร่างเล็กถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินออกไปดูเพื่อนกับแมวตัวน้อยที่อยู่ด้านนอก เมื่อเห็นทั้งสองยังหลับอยู่จึงไม่ได้เขาไปกวนแต่อย่างใด แต่เขาควรเก็บความลับที่คุยกับรุ่นพี่ไว้ใช่ไหม ยังไงคงต้องให้ทั้งสองเคลียร์กันเอง 

เขามองออกว่าพี่ไทเกอร์ไม่ได้เบื่อหรือจะเลิกสนใจส้มตำ แต่แค่ปากแข็งทำเป็นงอนก็เท่านั้น แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ทักมาถามเขาที่เป็นเพื่อนกับแฟนตัวเองอยู่ดี ปูนกระตุกยิ้มส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ 

ก่อนออกจากห้องเขายังไม่ได้อาบน้ำเลยนอกเสียจากล้างหน้าแปรงฟัน ยอมรับว่ารีบเพราะกลัวเพื่อนเป็นอะไร แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็โล่งอกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความรักของตัวเองแต่กลับรู้สึกยินดีกับเพื่อนที่มันจะไม่เสียใจแล้ว 

“...” ปูนมองตัวเองในกระจกที่กำลังยิ้มก่อนที่ความคิดบางอย่างจะบอกให้สมองของเขาปฏิเสธความรู้สึกแบบนี้แล้วสลัดมันทิ้งออกจากหัว รอยยิ้มบนใบหน้าใสค่อย ๆ หายไปกับความสุขเล็ก ๆ ภายในใจ เหลือเพียงความว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก  

เขาจะไม่ยอมมีความรักเด็ดขาด ไม่กับใครทั้งนั้น ขนาดผู้ชายที่เพิ่งเข้ามาหายังทำให้เขารู้สึกไม่โอเค กับคนอื่น ๆ ก็คงไม่เช่นกัน เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองหลงละเมอไปกับรักเด็ดขาด หากมีอารมณ์ก็แค่อยากจะเอากันเสร็จแล้วก็แยก 

จะไม่มีการสานสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น 

 

ณ เวลาเที่ยวกว่า ๆ  

ปูนลงมารับรุ่นพี่ที่บอกจะมารับเพื่อนของเขากลับแล้วพาร่างสูงเข้ามาในลิฟต์ ตอนนี้ส้มตำยังไม่รู้สึกตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ เหมือนจะเพลียเพราะเรื่องเมื่อวานถึงได้หลับยาวแบบนี้ 

“เหมือนมันเพลียนั่นแหละพี่ ตอนนี้เลยยังไม่ตื่น”  

“อืม... เดี๋ยวพี่จะพามันกลับเลยนะ” ไทเกอร์ในชุดกางเกงวอร์มขายาวสีเทากับเสื้อยืดธรรมดาเอ่ย 

“พาเพื่อนปูนกลับไปก็ไม่ใช่พามันไปมีเรื่องนะพี่ ส้มมันชอบให้คนเอาใจ เรียกง่าย ๆ ว่ามันขี้เอาแต่ใจ แต่เรื่องที่มันจะเอาแต่ใจก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย บางทีก็อยากให้อยู่เป็นเพื่อน บางทีก็อยากให้กินอันนั้นอันนี้ด้วย แต่ถ้าขัดใจมันก็จะงอนได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ”  

“...” ร่างสูงทำได้เพียงรับฟังแต่ในใจกลับรู้สึกเอ็นดูแฟนของเขา เพราะสิ่งที่ร่างเล็กตรงหน้ากำลังเดินนำออกไปจากลิฟต์มันไม่ได้ต่างไปจากที่เขาเจอกับตัวเองเลยจริง ๆ บางทีส้มตำก็อยากให้เขากอด บางทีก็อยากให้คุยด้วย เหมือนอยากให้เขาเอาใจ 

แค่คิด ๆ ก็ทำให้เผลอยิ้มออกมาแล้ว 

“อื้ออ...” ส้มตำครางเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองถูกอุ้มขึ้น สองแขนเรียวกอดรอบคอแกร่งแล้วขี่หลังชายผู้เป็นแฟนที่เขาไม่อยากจะคุยด้วยลงไปยังข้างล่าง ปูนลงมาส่งรุ่นพี่จนถึงรถ เพื่อนเขามันก็ไม่คิดจะลืมตาขึ้นมามองเลยจริง ๆ  

“ปกติมันก็เป็นงี้แหละพี่ เหมือนเด็กอะ เฮ้อ... ปูนอายว่ะ” เขาแม่งละอายใจแทนเพื่อนจริง ๆ ทำไมมันต้องมาทำตัวแบบนี้ให้รุ่นพี่ได้เห็นด้วย 

“หึ... พี่ชินแล้ว ยังไงขอบใจมาก” เอ่ยก่อนจะขับรถออกไปแล้วตรงกลับคอนโดของตัวเองทันที  

“หึ... ก็เด็กของกูคนเดียวนี่แหละ”  

 

เวลา 14:25 น. 

เปลือกตาหนักค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ หลังจากความเหนื่อยล้าครอบงำเขาจนไม่อยากจะลืมตาตื่น แต่ตอนนี้เขารู้สึกมีพลังมากพอแล้ว ถามว่ามากแค่ไหน ก็มากพอที่จะทุบตีเสือใจร้ายให้เจ็บได้นั่นแหละ!  

ภาพที่เห็นคือเพดานของห้องนอนสีขาวมีหลอดไฟสวยงามอยู่ตรงกลาง ทำให้รู้สึกสบายตัวกว่าตอนแรกที่เผลอหลับ แอร์ในห้องเย็น ๆ แต่มีความอุ่นจากอะไรบางอย่างทำให้เขาหลับตาลงอีกครั้งพลางตวัดแขนไปกอดแล้วขยับเข้าไปใช้ใบหน้าถูเบา ๆ  

“อื้อ...” ครางอย่างมีความสุข สักพักถึงได้ขยับออกมาลืมตามองแล้วพบกับตาคมที่กำลังมองมายังเขา ส้มตำไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจอะไรนอกเสียจากหลับตาลงอีกครั้งแล้วค่อย ๆ ลืมขึ้นมามองให้ชัด ๆ  

“พะ พี่ไทเกอร์!” เมื่อรู้ตัวว่าเจ้าของอกอุ่น ๆ เมื่อกี้ที่เขาถูคือใครมือนุ่มจึงดันร่างหนาออกพร้อมกับลุกขึ้นนั่งเม้มปากมองชายตัวสูงที่กระตุกยิ้มมองมายังเขาด้วยใบหน้าไม่พอใจ 

“เป็นไร ตกใจอะไรขนาดนั้น?” ถามกลั้วขำ 

“ยะ อย่ามาขำนะ! คนใจร้ายไม่เชื่อส้ม แถมยังไม่ยอมคุยกับส้ม”  

“...”  

“ส้มจะแจ้งตำรวจว่าพี่ลักพาตัวส้มมา!”  

“แต่มึงยอมมาเองเลยนะ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายใจพร้อมกับลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย 

“มะ ไม่จริง! ส้มไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่ ๆ พี่ไทเกอร์ใส่ร้าย” เถียงกลับแต่ไทเกอร์กลับไม่พูดอะไรนอกเสียจากเดินอ้อมมาหาคนตัวเล็กยังอีกฝั่งจนส้มตำต้องถอยไปอยู่ตรงกลาง 

“หึ ๆ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นพร้อมกับมือหนาคว้าไปที่เท้าขาวของส้มตำไว้แล้วขึ้นไปกอดคนตัวเล็กจนส้มตำโวยวายดิ้นในอ้อมกอด 

“ปล่อยเลยนะ!”  

“คิดถึง...”  

“…” เอ่ยข้าง ๆ กกหูจนส้มตำต้องเม้มปาก 

“กูงานยุ่งจนรู้สึกเครียดมึงยังทำให้งอนอีก” อารมณ์เขายิ่งขึ้นได้ง่าย ๆ ด้วยเพราะงานมันเยอะ พยายามไม่ให้มีเรื่องแต่ก็ดันไปเห็นภาพกระตุ้นต่อมโมโห 

“ส้มเบื่อพี่ไทเกอร์แล้ว จะกลับห้อง จะไม่คุยด้วย”  

“ดื้อแบบนี้ผู้ชายไม่ชอบนะ” เอ่ยเสียงหวานพร้อมแอบหอมแก้มนุ่ม 

“อะ ไอ้พี่ไทเกอร์บ้า!”  

กึก!  

“โอ๊ย...” ศอกที่แทงมาจากด้านหน้าทำให้ไทเกอร์จุกถึงขั้นปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมกอด ส้มตำจึงได้หลุดออกไปนั่งมอง เห็นพี่ไทเกอร์ทำเป็นหลับตาใช้มือกดที่หน้าท้องแล้วขดตัวร้องทรมานเขาจึงได้ขมวดคิ้ว 

“จุกจะตายอยู่แล้ว โอ๊ย...” ได้ยินคิ้วสวยยิ่งขมวดเข้าหากัน 

“พะ พี่ไทเกอร์โกหก”  

“ส้มกูจุก...” เสียงทรมานแผ่วออกมาอีกครั้งจนร่างบางที่ตั้งใจจะหนีต้องขยับเข้าไปดึงมือหนาออกแล้วเลิกเสื้อร่างสูงขึ้น ตากลมสำรวจลอนของกล้ามท้องแกร่งด้วยใบหน้าแอบตกใจ เขากลัวว่าตัวเองจะทำให้รุ่นพี่ได้รับบาดเจ็บจริง ๆ  

ส่วนไทเกอร์กำลังมองใบหน้าใสที่เอาแต่มองหน้าท้องเขาแล้วจับดูด้วยใบหน้าแสนจริงจัง มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มแล้วค่อย ๆ หัวเราะออกมาให้ส้มตำได้ยิน ร่างบางขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วหันไปมองคนหัวเราะ 

“...” เขาขำไม่ออกเพราะเมื่อกี้รู้สึกเป็นห่วงพี่ไทเกอร์จริง ๆ เป็นห่วงทั้ง ๆ ที่ควรจะงอนที่ถูกรุ่นพี่เมินเฉยใส่ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันพร้อมกับน้ำใส ๆ ไหลออกมาจากดวงตาจนไทเกอร์ชะงักลุกขึ้นมาดึงรุ่นน้องเข้าไปกอด 

“จะร้องไห้ทำไม หยุดเลยส้ม” เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะชะงักที่อยู่ดี ๆ รุ่นน้องก็ร้องไห้ ที่ขำเพราะทนความน่ารักของรุ่นน้องไม่ไหวจริง ๆ  

“ฮึก… สะ ส้มเหงาแค่ไหนสองวันที่ผ่าน ฮือออ...”  

“ขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว จะไม่เมินเฉยอีกแล้ว อย่าร้อง ๆ กูไม่ชอบให้มึงร้องไห้นะส้ม” เอ่ยพลางลูบแผ่นหลังบางเบา ๆ ร้องเพราะอย่างอื่นได้ไหม ไม่ใช่ร้องเพราะเขาทำให้ส้มตำเสียใจ 

เขารู้สึกผิด… 

“พะ พี่ไทเกอร์ จะ ใจร้ายกับส้ม ฮึก…”  

“ยอมรับผิดแล้วไง หยุดร้องได้แล้วครับ”  

“...” ส้มตำไม่เอ่ยอะไรนอกเสียจากยกมือขึ้นกอดร่างสูงกลับแล้วซุกหน้าไว้ที่อกอุ่น ๆ จนน้ำตาเปื้อนเสื้อของรุ่นพี่ ไทเกอร์หอมหัวรุ่นน้องหลาย ๆ ครั้งพลางลูบหลังอย่างปลอบโยน 

“ไม่เคยคิดจะทิ้งมึงเลยส้ม ต่อไปไม่ต้องคิดว่ากูจะทิ้งมึงอีกนะ มันจำเป็นต้องทำเพราะกูมีงานจริง ๆ ไม่อยากดุมึงด้วย”  

“งั้นก็หยุดเมินเฉยส้มเลยนะ” เขากลัวจริง ๆ นะ เขาไม่ชอบให้พี่ไทเกอร์ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน 

“เข้าใจแล้ว” ผละร่างเล็กออกมาเช็ดน้ำใส ๆ ออกจากแก้มนุ่มให้เบา ๆ  

“ส้ม... คิดถึงพี่” เอ่ยพร้อมขยับเข้าไปกอดแล้วดันรุ่นพี่ลงไปนอนให้เขาเกยคางบนอกแกร่ง ไทเกอร์ไม่ได้ว่าอะไรนอกเสียจากปล่อยให้ร่างเล็กนอนทับแล้วกอดเขาไว้แบบนั้น 

“ขอโทษ… เพราะตอนนั้นกูไม่อยากโมโหแล้วใช้ความรุนแรงกับมึง ถึงได้ยอมห่าง”  

“ไม่เอา ส้มเคยบอกแล้วทำไมถึงลืม ส้มบอกว่าจะทำอะไรส้มก็ได้แต่อย่าออกห่างจากส้ม”  

“เข้าใจแล้วครับ”  

“อื้ม…”  

 

 

ไรท์เอ็ม 

มาแล้วววววววววว 

#น้องส้มตำคนกาม 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

Line official @rightm (มี@) 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว