facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 18-2 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย

ชื่อตอน : ตอนที่ 18-2 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18-2 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย
แบบอักษร

​ความสว่างเริ่มเข้ามา ยูจองไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแต่ก็พบกับยามเช้าแล้ว ไว้ค่อยนอนบนเครื่องบินก็ได้… ฮยอนซู ผู้จัดการของยูจองกับซูจีที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเป็นสไตลิสต์ของเธอกำลังช่วยจัดของแล้วเดินออกมาจากบ้าน เนื่องจากขอกับทางสายการบินไว้ว่าจะขึ้นเครื่องโดยใช้ทางพิเศษตามเวลาที่แจ้งไว้ พวกเขาจึงต้องไปถึงสนามบินให้เร็วกว่านั้น ถ้าเหมือนกับตอนอื่นๆ เธอก็คงจะแต่งตัวตามแฟชั่นสนามบิน แวะไปร้านเสริมสวยก่อนแล้วค่อยไปสนามบิน ทักทายแฟนๆ ที่ไปส่งรวมถึงมีเวลาให้ถ่ายรูปด้วยดันก่อนจะออกเดินทาง แต่วันนี้เป็นการเดินทางที่ต้องไปอย่างเงียบๆ เธอทิ้งรถแวนที่เคยใช้เป็นประจำ แล้วนั่งรถตู้ที่ใช้สำหรับพนักงานเวลาออกไปทำงานข้างนอกแทน ยูจองรู้สึกทุกข์ใจเพราะอะไรหลายๆ อย่าง สภาพจิตใจก็ยุ่งเหยิง แต่เธอก็ตั้งใจจะไม่แสดงออกทางสีหน้าแล้วพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่สดใสให้มากที่สุด

* * *


ขณะที่ยูจองกำลังเดินทางไปสนามบิน ข่าวการหมั้นกันอย่างลับๆ ของยูจองที่ทุกคนนึกว่าถูกชเวจีฮุนเขี่ยทิ้งกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังผู้หล่อเหลากว่านักแสดงก็ถูกเปิดเผยออกมา ประเทศเกาหลีใต้ก็เริ่มขยับขึ้น สื่อทั้งหลายต่างให้ความสนใจกับข่าวพิเศษของมินอาจนไร้สติกันไปหมด ภาพใบหน้าของอูฮยอนที่เคยถูกปกปิดด้วยเซ็นเซอร์ในรูปของยูจองกับจีฮุนกลับถูกลบเซ็นเซอร์ทิ้ง กลายเป็นตัวเอกและขึ้นเป็นข่าวคู่กับยูจองที่ผูกกันไว้ด้วยหัวใจ รูปที่ถูกถ่ายในวันที่อูฮยอนย้ายเข้าบ้านแล้วยูจองก็มาหาพร้อมกับความรักอันซาบซึ้งก็ถูกบันทึกลงไปในข่าวด้วย ช่างเป็นภาพคู่รักที่ดูอ่อนโยนยิ่งกว่าชายหญิงคู่ใดๆ ในโลก

<ชเวจีฮุนที่เป็นตัวละครเอก แท้จริงแล้วเป็นตัวประกอบ>

<ยุนยูจองมีผู้ชายตัวจริงอยู่แล้ว>

<รักแรกแห่งชาติ ยุนยูจอง ในที่สุด กลายเป็นรักแรกของชายคนหนึ่ง>

<คู่รักของนักแสดงแห่งชาติ อัจฉริยะหนุ่มผู้อบอุ่น คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา>

รวมถึงความคิดเห็นมากมายของชาวเน็ตที่ยังคงขยับอยู่ด้านล่างเนื้อหาข่าวอย่างต่อเนื่อง

‘โห...วิชวลระดับนักแสดง’

‘หืม? ผู้อำนวยการแผนกผิวหนังที่ฉันเคยไปรักษาเหรอ’

‘ยุนยูจองไปดูแลผิวพรรณแล้วสปาร์คกันเหรอ’

‘ไม่ใช่เศรษฐี ไม่ใช่คนดัง เป็นความรักที่บริสุทธิ์และเรียลน่ะเหรอ’

‘ไม่รู้ว่าจะมีทรัพย์สินมากมายขนาดไหน แต่หน้าตามาเป็นอันดับหนึ่งสุดๆ’

‘สาเหตุที่ย้ายจากคลีนิกใหญ่ไปโรงพยาบาลเอกชนเล็กๆ ก็เพราะยุนยูจองนี่เอง ต้องการหลบหลีกสายตาผู้คนก็เลยย้ายไปสินะ’

‘สาเหตุที่ยุนยูจองผิวดีสินะ’


* * *


แชกยองเช็กดูข่าวอยู่ภายในห้องทำงานและชี้แจงคำแนะนำเกี่ยวกับการตอบรับให้กับเหล่าพนักงาน

“ทำเป็นไม่รู้เรื่องจนกว่ายูจองจะถึงอเมริกา ติดต่อซูจีกับฮยอนซูแล้วเตือนให้เป๊ะอีกครั้ง ถึงอเมริกาแล้วก็อย่าให้มีปล่อยช่องว่าง อัดตารางงานไปให้แน่นที่สุด”

เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุดหย่อนจนหูแทบแสบร้อนภายในตึกยูจองเอนเตอร์ แชกยองภูมิใจที่กลยุทธของพวกเธอแสดงประสิทธิภาพได้อย่างราบรื่น ใช่แล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่แก้ไขคำคัดค้านของชาอูฮยอนเท่านั้น


* * *


อูฮยอนยังคงหลับใหลไม่รู้เรื่องราวของโลกภายนอก และเมื่อนาฬิกาชี้ไปที่หกนาฬิกาสามสิบนาที เสียงปลุกกับเสียงออดก็ดังขึ้นพร้อมกัน เขาปิดเสียงนาฬิกาปลุกทันทีก่อนจะลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย แต่เสียงออดก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“หรือว่า... ยุนยูจองอีกแล้วเหรอ”

อูฮยอนจึงรีบใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปข้างนอกเพื่อเช็กจออินเตอร์โฟนว่าคนที่มาหาเขาเป็นใคร แต่ใบหน้าที่ปรากฎในจออินเตอร์โฟนกลับเป็นประธานชา อูฮยอนคิดว่าเป็นยุนยูจองคงดีเสียกว่า เขาหายใจเข้าลึกๆ อยู่สองสามครั้ง และใช้สายตาหันไปมองห้องนั่งเล่นเหมือนตรวจตราแล้วเปิดประตูออกไป เลขาแทจุนกับเลขาคนอื่นก็ยืนเรียงแถวกันอยู่หน้าลิฟต์ เนื่องจากเป็นวิลล่าหรู ในชั้นหนึ่งจึงมีเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น จึงไม่มีการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้ เลขาหลายคนถือกล่องใหญ่ๆ เข้ามาวางไว้ในบ้านเขา ก่อนที่ประธานชาจะตามเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยเหมือนเป็นบ้านตัวเอง แต่เมื่อเห็นพวกเลขาเปิดกล่องใหญ่นั้นแล้ว อูฮยอนก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา เป็นของขวัญที่สมกับเป็นประธานชามากจริงๆ มันคือรูปปั้นเสือทองคำแท้

“ถ้าแกมีรูปปั้นเสือหรือวางรูปเสือไว้ใกล้ๆ ก็น่าจะดีอยู่นะ ทองคำแท้ไม่ได้เห็นง่ายๆ ที่ไหน อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้มันสกปรกล่ะ วางไว้ให้อยู่ในสายตาเลยก็ดี”

พวกเลขาปิดประตูเดินออกไป อูฮยอนจึงลองตั้งสมาธิคิดดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในเช้าวันนี้ หรือเพราะลูกสาวคนเล็กของคังฮันกรุ๊ปเหรอ ใช่แล้ว คงอย่างนั้นแหละ แต่มาก็ดีแล้ว จะได้เผชิญหน้าแล้วจัดการทุกอย่างให้เด็ดขาดชัดเจนไปเลย

“พ่อเดินทางมาไกลขนาดนี้ ไม่คิดจะเอาชามาให้สักแก้วเหรอ”

“แค่ผมยอมเปิดประตูมาเจอหน้าแบบนี้ ทั้งๆ ที่มาไม่บอกไม่กล่าวด้วยซ้ำ มันก็เป็นการต้อนรับและเป็นมารยาทที่ดีที่สุดของผมสำหรับประธานชาแล้วครับ แล้วมีเรื่องอะไรอีกล่ะครับ”

“ถามเพราะไม่รู้จริงๆ น่ะเหรอ หรือลองเชิงฉันอยู่ ทำตัวไม่สะทกสะท้านมากแบบนี้ฉันยิ่งสับสนนะ มันเกิดข่าวใหญ่เมื่อตอนเช้าตรู่ แกคบกับนักแสดงหญิงคนนั้นจริงๆ น่ะเหรอ”

ประธานชายื่นหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาให้ ตรงหน้าอูฮยอนที่กำลังยืนอย่างไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“นักแสดงหญิงที่ชื่อยุนยูจองเนี่ย เป็นแฟนแกจริงๆ ใช่ไหม”

อูฮยอนอ่านข่าวเดทของตัวเองกับยูจองด้วยความสับสนอย่างมากจนไม่อยากจะเชื่อสายตา

“ฉันจะมาดูเจ้าหมอคนที่บอกปฏิเสธการแต่งงานกับฮเยจู แล้วก็จะมาดูการต่อต้านที่น่าเอ็นดูของลูกชายเวลาเจอหน้าพ่อด้วย... ก็เลยมาหา”

“คุณคังฮเยจู ไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับผมหรอกครับ ผมไม่มีความคิดจะแต่งงานกับใครทั้งนั้น แล้วข่าวนี้ก็ไม่ใช่ความจริงด้วย”

“อย่างน้อยแกก็ไม่ได้พูดเพื่อเล็งธนูมาหาพ่อหรอกใช่ไหม”

“ผมฟังคำที่บอกให้ใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอยู่อย่างเงียบๆ มาเยอะ แล้วก็ใช้ชีวิตหลบเลี่ยงไม่ต่อสู้หรือเผชิญหน้ากับใครมาตลอด แต่ครั้งนี้จะให้แก้ไขมันเงียบๆ ก็ยากอยู่นะครับ ยังไงซะก็ต้องแก้ไขอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วก็กลับไปเถอะครับ ยังไงก็ช่วยจัดการให้ไม่มีเรื่องคุณคังฮเยจูด้วยนะครับ”

“ตอนนี้ไม่ต้องใช้ชีวิตเงียบๆ เหมือนตายไปแล้วก็ได้ แกหนีออกไปจากเรื่องสกปรกแบบนี้ไม่ได้ ก็แค่ปล่อยมันไว้ อย่ามาพูดว่าจะแก้ไขเลย”

“มันเป็นเรื่องของผม ผมจะแก้ไขเองครับ”

“เด็กที่ชื่อยุนยูจองน่ะ... ถ้าไม่นับเรื่องด่างพร้อยที่ทิ้งไว้ล่าสุดแล้ว ชื่อเสียงก็ดี ยอดเยี่ยมทั้งในฐานะนักแสดงแล้วก็ผู้หญิงคนหนึ่งเลยนี่นา สะอาดสะอ้านด้วย”

“แค่คนเอาไปพูดว่าผมมีคนไข้ที่เป็นนักแสดงหญิงเยอะ มันก็เข้าใจผิดกันแล้วครับ”

“อยู่ในช่วงรุ่งโรจน์แถมหน้าตาดีขนาดนี้ มันก็ต้องมีข่าวลือข่าวฉาวกันอยู่แล้ว ใครๆ เขาก็เข้าใจทั้งนั้น แค่ทำปัญหาเรื่องผู้หญิงให้มันสะอาดก็พอแล้ว”

“เพิ่งเคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเองครับ ผมจะรีบแก้ข่าวให้เร็วที่สุด จะไม่ทำให้ส่งผลกระทบกับท่านประธานและบริษัทหรอกครับ ไม่ต้องเป็นกังวล แล้วก็เชิญกลับไปได้แล้วครับ”

“เรื่องแก้ไขเนี่ยฉันสั่งพวกผู้เชี่ยวชาญไปแล้ว แกก็แค่ไปอธิบายสถานการณ์ให้ฮเยจู แล้วก็รีบจัดการให้มันเหมาะสมเสีย”

“ไม่ได้ยินที่ผมพูดเลยเหรอครับ ผมไม่คิดจะเป็นคนของบริษัทชเวโก และไม่แต่งงานกับคุณคังฮเยจูด้วยครับ ถ้าคิดจะปฏิเสธเล็กๆ น้อยๆ ใส่ผม ก็ช่วยอยู่แบบไม่รู้ไม่ชี้ทีนะครับ”

“ฉันรู้ว่าการเปิดเผยการกำเนิดว่าเป็นทายาทของชเวโกกรุ๊ปมันเป็นเรื่องลำบาก แต่นั่นก็เป็นโชคชะตาของแก ยอมรับมันซะเถอะ”

“ไม่ครับ โชคชะตาของผมคือผมถูกทอดทิ้ง ถูกซุกซ่อน ใช้ชีวิตอยู่เหมือนไม่มีตัวตน จะเด็ดใบไม้ป่ามาปลูกในสวนดอกไม้ เดี๋ยวมันก็ตายครับ ใบไม้ป่าก็ปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ในป่าเถอะนะครับ ได้โปรด”

“ฉันจะไม่ทำให้แกเหี่ยวเฉา จะไม่ทำให้ตาย ขอแค่เชื่อใจฉันแล้วตามมาเถอะ การแต่งงานหรือปัญหาเรื่องทะเบียนทุกอย่างจะดำเนินไปตามกำหนดการ เรื่องนั้นแกก็ต้องรู้ไว้”

“ถ้าเป็นว่าผมเป็นลูกจริงๆ แล้วมาสั่งให้ผมเชื่อฟังคำพูดแบบนี้ ผมก็จะลองชนกับท่านประธานดูสักตั้งครับ ผมไม่สามารถทำตามความต้องการนั้นได้”

 “ถ้าบอกปัดไม่ชอบฮเยจูเพราะเด็กที่ชื่อยุนยูจองล่ะก็ แกรีบไปจัดการซะนะ ไม่อย่างนั้น ยุนยูจอง เด็กนั่นคงได้เจ็บตัวแน่ๆ”

อูฮยอนอดกลั้นความโกรธเอาไว้พร้อมทั้งกำหมัดแน่นจนสั่นระริก เขาไม่อยากยืนเผชิญหน้าและโต้ตอบด้วยวาจาอีกต่อไปแล้ว

“เลิกคิดอะไรไร้สาระและกลับไปได้แล้วครับ ถ้าจะปิดหูไม่ฟังที่ผมพูดแล้วยังจะพูดต่ออยู่ฝ่ายเดียว เราก็คงไม่มีอะไรที่ต้องคุยกันแล้วครับ”

“งั้นฉันไปล่ะ”

ประธานชาคิดว่าถึงกระตุ้นอูฮยอนต่อไปอีกก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นจึงเดินออกไป หลังจากที่ประธานชากลับไปแล้ว อูฮยอนจึงค้นดูข่าวที่เกี่ยวข้องบนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ยุนยูจองก็รู้เรื่องข่าวที่ปล่อยมานี้ด้วยเหรอ เพราะจะลงข่าวแบบนี้ เมื่อวานเลยโทรศัพท์มาหางั้นเหรอ แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกับคำถามว่าช่วยมาเป็นคนรักแค่สามเดือนได้ไหมนี่ แถมยังตัดสายทิ้งไปอีก

แค่เท่านั้นเธอก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าคำตอบของอูฮยอนคืออะไร แล้วลงข่าวแบบนี้โดยไม่ปรึกษากันได้อย่างไร เขาคิดว่าตัวเองคงมองยูจองผิดไปแล้ว เข้าใจว่าเธอเหมือนคนที่จิตใจดีและใสซื่อบริสุทธิ์ก็เลยดูแลเอาใจใส่ แต่กลับตอบแทนน้ำใจของคนอื่นแบบนี้เหรอ ถ้าเป็นอย่างนี้คงต้องเจอคนอย่างเขาแล้วล่ะ


ความคิดเห็น