facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 18-1 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 18-1 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 17:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 18-1 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย
แบบอักษร

ตอนที่ 18 ทำไมผมต้องเป็นคู่หมั้นของคุณยุนยูจองด้วย

ไม่คิดเลยว่าอีกคนจะตัดสายไปโดยที่ไม่ตอบอะไรสักคำ ยูจองโยนโทรศัพท์ที่ดับไปแล้วลงบนเตียงก่อนจะดิ้นไปทางนู้นทีทางนี้ที มันน่าขายหน้าและน่าอับอายมาก ไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าหน้าของเธอแดงขนาดไหน ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเกิดมีใครจับได้ขึ้นมายูจองก็คงจะอยากตายไปเลย มันน่าอายเท่ากับตอนที่ได้ยินข่าวประกาศแต่งงานของจีฮุนในงานแถลงข่าว ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าจะยอมรับความจริงเกี่ยวข่าวเดทกับจีฮุนเลยด้วยซ้ำ รู้สึกเสียใจและศักดิ์ศรีของตัวเองก็พังทลายไปหมด… เหมือนความรู้สึกของยูจองตอนนี้ปะปนไปด้วยความรู้สึกอีกเป็นร้อยๆ อย่าง

เธอทั้งกังวลและรวบรวมความกล้าซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่าจะได้โทรศัพท์ไปหาเขาได้ ตารางงานการถ่ายทำทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ละครที่เริ่มถ่ายล่วงหน้า การโปรโมทภาพยนตร์ที่ใกล้จะเข้าฉาย และโฆษณาที่ถูกเลื่อนออกไปมันต้องใช้เวลาประมาณสามเดือนได้ หากตารางงานนั้นเสร็จสิ้น เธอจะไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเริ่มเตรียมผลงาน คงต้องยอมรับการจากลาที่ห่างไกลของความสัมพันธ์ที่ดูเป็นธรรมชาตินี้ แค่ทำเป็นคบกันเพียงสามเดือนเท่านั้น ทำตัวเป็นคู่รักกัน เธอจึงลองขอร้องให้อูฮยอนช่วยเหลือเพื่อให้ตัวเธอสามารถข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยดู

เพราะมันเป็นเวลาสามเดือน เขาจะยินยอมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าอ้อนวอนและสัญญาว่าจะชดใช้บุญคุณแน่นอนเขาจะช่วยหรือเปล่าก็ไม่รู้อีก แต่อูฮยอนก็เป็นคนมีน้ำใจและความรู้สึกเอาใจใส่อย่างลึกซึ้ง แม้จะดูเหมือนหยาบกระด้างและเย็นชาก็เถอะ ที่ผ่านมาเขาเองก็ช่วยเธอไว้เยอะ ยูจองจึงคาดหวังว่าอูฮยอนคงจะยื่นความกรุณามาให้เธออีกสักครั้งหนึ่ง

แต่ไม่เลย เธอเดาไม่ได้เลยว่าเขาจะปฏิเสธอย่างเมินเฉยและเย็นชาได้ขนาดนี้ โอเค ยอมรับก็ได้ มันคงเป็นคำขอร้องที่ทำให้ฝั่งตรงข้ามอึ้งจนพูดไม่ออกมากขนาดนั้นที่จู่ๆ เธอก็โทรไปหาเพื่อขอให้เขาทำตัวเป็นคนรักของเธอแค่สามเดือน… อูฮยอนจะสับสนมากแค่ไหนกัน ใช่ แต่เธอจะขุ่นเคืองเขาไม่ได้นะ เธอต้องขอโทษที่โทรศัพท์ไปหาแบบนี้สิ ตอนนี้ยูจองว่าจะลืมให้หมดทุกอย่างก่อนแล้วหลับไปซะ จึงเอนตัวนอนลงบนเตียงแล้วหลับตา

* * *


ภายในตัวอาคารยูจองเอนเตอร์ ห้องประธานบริษัท มินอาและแชกยองกำลังนั่งเผชิญหน้าทานข้าวกล่องและหารือกันอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไรให้อูฮยอนเปลี่ยนใจ

“ถ้าเป็นเรื่องที่ตัดสินใจแล้ว ฉันเองก็จะผลักดันให้ถึงที่สุดเลยเหมือนกัน พูดตามตรงเรื่องนี้ มันก็มีหลายๆ ส่วนที่รู้สึกผิดต่อคุณชาอูฮยอน เพราะดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ”

“ยิ่งเป็นการแก้ข่าว จังหวะเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญเลยค่ะ ต้องทำให้มันเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว คืนความน่าเชื่อถือที่หายไป มันถึงจะดึงดูดความสนใจได้ค่ะ ถ้าไม่งั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย”

“ฉันก็รู้นะ แต่จะให้ประกาศออกไปว่าคนที่ปฏิเสธตัดเยื่อใยกันขนาดนั้นเป็นคู่หมั้นนี่มันจะดีแน่เหรอ คุณชาอูฮยอนเขาจะยอมอยู่เฉยๆ รึไง”

“ตลอดเวลาเจ็ดปีที่ฉันไล่ตามทำข่าวผู้คนมาทุกรูปแบบ คุณชาอูฮยอนเป็นคนที่จิตใจเปราะบางและมีน้ำใจมากค่ะ ถึงเขาจะทำเป็นเย็นชา เชื่อคำพูดของฉันแล้วปล่อยข่าวเถอะค่ะท่านประธาน”

“คุณชาอูฮยอนโดนแบบนั้น ส่วนไอ้เลวชเวจีฮุนนั่นก็จะอยู่เฉยๆ โดยไม่โดนข่าวคราวอะไรเลยเหรอ”

“กับคุณชาอูฮยอน ไม่ว่าจะหาจุดอ่อนยังไงก็ไม่เจอสักทีจนฉันยอมแพ้แล้วค่ะ แต่ชเวจีฮุนมีข้อด้อยข้อเสียเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดเลย เจอเรื่องที่ไม่สามารถปริปากแก้ตัวได้ด้วยเหมือนกันค่ะ เดี่ยวคืนนี้ฉันจะยืนยันหลักฐาน ถ้าเป็นตามที่คิดก็จะปล่อยแล้วปิดปากเงียบเลยค่ะ”

แชกยองหลับตารวบรวมความคิดเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะตบโต๊ะแล้วลุกขึ้น

“ได้ ทำตามที่นักข่าวจูพูดนั่นแหละ ถ้าจะพลิกผันสถานการณ์ก็ต้องพลิกมันไปเลย”

“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะตัดต่อภาพให้ดีแล้วเขียนข่าวให้อึ้ง จนทำให้คุณยุนยูจองกลายเป็นนางเอกผู้มีความรักอันบริสุทธิ์และน่าประทับใจให้ได้สักครั้งเลยค่ะ”

มินอาและแชกยองสร้างเป้าหมายอย่างแน่วแน่ ก่อนจะตบมือไฮไฟว์กันทั้งสองข้างด้วยความปรองดอง


* * *


ไม่ว่ายูจองจะพยายามข่มตาหลับสักเพียงไหน แต่ในหัวกลับค่อยๆ แจ่มใสมากขึ้นกว่าเดิม เธอจึงพลิกผ้าห่มแล้วลุกขึ้นเพื่อทำโยคะ จะได้นอนหลับสบาย ลองนับเลข ท่องชื่อประเทศ ชื่อเมืองหลวงก็แล้ว ใช้แรงสุดฤทธิ์เพื่อจะทำให้ตัวเองหลับให้ได้ คิดขึ้นมาได้ว่าหากฟังเพลงก็อาจจะง่วงนอนกว่าเดิมเลยจะไปเปิดเครื่องเล่นเพลง แต่กลับได้ยินเสียงกดรหัสประตูบ้าน ซึ่งตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในสภาวะที่จะสนทนากับใครทั้งนั้น ยูจองจึงดับไฟทันทีแล้วทำเป็นหลับ เธอนอนคลุมโปง แชกยองเปิดประตูห้องนอนของยูจองแล้วเดินเข้ามาเปิดไฟ

“รู้นะว่ายังไม่หลับ มาคุยกันหน่อยสิ”

ยูจองจึงโผล่หัวออกไปแล้วลุกขึ้นนั่ง แชกยองมองมาเห็นสร้อยคอคล้องแหวนของยูจองแล้วก็ตกใจ

“เจอสร้อยแล้วเหรอ ไหนว่าหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที”

“อืม วางทิ้งไว้ในห้องน้ำน่ะ นี่ พี่... ไม่ต้องไปขอร้องเรื่องฉันกับคุณชาอูฮยอนอีกแล้วนะ ห้ามเด็ดขาดเลย เขาไม่เอาด้วยหรอก”

“ลองขอร้องไปแล้วเหรอ เธอพูดไปแล้วสินะ แล้วเขาบอกว่าอะไร ไม่เอาเหรอ”

“เปล่า ไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ก็รู้สึกแบบนั้นแหละ”

“ตอนนี้เธอก็อย่าเพิ่งไปสนใจอะไรมาก ตั้งใจแสดงไปก่อน เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง”

“เข้าใจแล้ว ฉันขอโทษพี่มากๆ กับทุกๆ ากอบไปแล้วเหรอ เธอ ลข จำูจอวได้ด้วยเหมือนกันค่ะนุดเลยเหมือนกันเลยนะ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี... คนที่จะช่วยจัดการเรื่องนี้ คนที่ฉันคาดหวังและเชื่อใจ ก็มีแค่พี่คนเดียว... ฝากด้วยนะ”

“ฉันก็ต้องทำอยู่แล้วสิ แต่ว่ายูจอง ระหว่างที่พี่จัดการเรื่องนี้น่ะ เธอไปอยู่ที่เม’กาก่อนนะ พวกตารางงานเดี๋ยวฉันจะปรับให้ เธอบินพรุ่งนี้เลย”

“บรรยากาศเป็นแบบนี้แล้วทำแบบนั้นได้เหรอ มันไม่ดูเหมือนกำลังหลบหนีหรอกเหรอ”

“ความสามารถของฉันจะทำให้มันดูไม่เป็นแบบนั้นเอง ฉันติดต่อทุกอย่างที่เม’กาไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งประชุมกับผู้กำกับและนักเขียนบทละคร ทั้งถ่ายนิตยสาร ให้สัมภาษณ์กับสื่อ”

“ทำแล้วเหรอ”

“เธอก็รู้นิสัยฉันนี่ ไปทำให้ตารางงานมันเสร็จลงด้วยดีแล้วค่อยกลับมา ฉันจะได้จัดการที่นี่ให้สะอาดเรียบร้อย”

“เข้าใจแล้ว เอาอย่างนั้นก็ได้ ออกเดินทางกี่โมงล่ะ”

“ขึ้นเครื่องพรุ่งนี้เช้าตอนเจ็ดโมงครึ่ง”

“พรุ่งนี้เช้าเหรอ?!”

ยูจองคิดว่ามันเร่งรีบเกินไปมาก แต่เธอก็ทำตามที่แชกยองต้องการแล้วจัดของสัมภาระลงกระเป๋าเดินทาง


* * *


มินอาเปิดโหมดหลบซ่อนกับนักข่าวนัมซุ่มอยู่ในซอยบ้านหรูหรามีระดับและกำลังรอใครสักคนอยู่ ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีกล้องวงจรปิดอยู่ค่อนข้างเยอะ คนนอกจึงเข้าออกก็ไม่ได้ พวกเธอเช่ารถยนต์คันหรูมาจอดทิ้งไว้อำพรางตัวเพื่อไม่ให้เป็นที่เตะตา นักข่าวนัมซ่อนตัวโดยการคลุมผ้าสีดำและวางเพียงแค่กล้องเอาไว้จนขาจะเป็นตะคริว ส่วนมินอานั่งคุดคู้อยู่ใต้เก้าอี้ สังเกตด้านนอกจากกล้องส่องทางไกลสำหรับตอนกลางคืน

“บ้านใหญ่โตมโหฬารมากจริงๆ ชีวิตของชเวจีฮุนนี่มันสุดยอดสมบูรณ์แบบสุดๆ เลยนะครับ ใช่ไหมครับรุ่นพี่”

“ใช้ชีวิตโอ้อวดขนาดนั้นคงไม่ต้องสร้างกะลาแล้วมั้ง เดี๋ยวฉันจะเปิดเผยทุกอย่างเอง...”

“รุ่นพี่ รุ่นพี่! มีผู้หญิงสองคนเข้าไปในบ้านชเวจีฮุนด้วยครับ นางแบบเหรอ หุ่นแบบ วู้ว….”

หญิงสาวทั้งสองคนที่มีรูปร่างดีกำลังเดินเข้าไปยังบ้านหลังใหม่ของชเวจีฮุน

“ตอนนี้ยังเห็นอะไรแบบนั้นเข้ามาในสายตาอีกเหรอ หยุดดื่มด่ำแล้วไปตั้งกล้องถ่ายได้แล้ว”

“ชเวจีฮุนไม่ได้บ้าไปแล้วเหรอครับ ตีหัวยุนยูจองผู้เป็นสุดยอดของโลกใบนี้ไปจนถึงประกาศแต่งงานกับเศรษฐี แต่กลับเรียกผู้หญิงมาเล่นที่บ้านหลังที่เป็นเรือนหอโดยไม่เกรงกลัวได้ยังไงครับ”

“ก็ตอนนี้คู่หมั้นไปทำงานอยู่ต่างประเทศน่ะสิ พรุ่งนี้ถึงจะกลับ ก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะยังไงก็ต้องดิ้นรนหาทางสนุกอยู่แล้ว”

“รุ่นพี่จะปล่อยข่าวโดยที่คุณชาอูฮยอนไม่ได้ยินยอมจริงๆ เหรอครับ ถ้าเขาเอาเรื่องขึ้นมาพวกเราคงถูกฝังทั้งเป็นแน่ๆ”

“ยังไงซะ ข่าวเดทของยุนยูจองเราก็คาดคะเนผิดก่อนจะโดนฝังทั้งเป็นอยู่แล้วไง อย่างนี้ก็ตาย อย่างนั้นก็ตายอยู่ดี มันก็ต้องลองดูถึงจะต้องเสี่ยง แล้วก็ต้องช่วยคุณยุนยูจองด้วย... แต่คุณชาอูฮยอนไม่น่าจะเอาเรื่องหรอกหน่า โหงวเฮ้งดูไม่ใช่แบบนั้นเลย”

“โหงวเฮ้งแบบนั้นมันมีที่ไหนล่ะครับ”

“มีสิ ฉันใช้ชีวิตเป็นนักข่าววงการบันเทิงมาถึงเจ็ดปี เขาไม่ได้หวั่นไหวเลยสักแอะ ก็ดูไม่เลวเลยนะ”

นักข่าวนัมย้ายที่หาตำแหน่งให้จับภาพเข้าไปภายในตัวบ้านได้แล้วส่องดูเข้าไปข้างในด้วยกล้อง อยู่ๆ เขาก็ยกน้ำขึ้นดื่มพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้น

“รุ่นพี่ ไอ้หมอนี่มันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นจริงๆ ด้วยครับ วา... ผมใจสั่นจนถ่ายต่อไม่ได้แล้วอะ รุ่นพี่ รุ่นพี่ถ่ายหน่อยนะครับ นั่นมันเกินสิบเก้าบวกจนจะยิ่งกว่าสี่สิบเก้าบวกแล้วครับ”

“เหรอ ไหนอะ”

หลังจากมินอาจ้องมองเข้าไปในกล้อง เธอเปิดแล็ปท็อปแล้วส่งข่าวเดทของยูจองและอูฮยอน

“ถ้าหลักฐานมันขนาดนั้นแล้วชีวิตนักแสดงของชเวจีฮุนก็อาจจะสิ้นสุดได้ แต่เพราะมันเป็นการถ่ายเพื่อใช้ปิดปาก ฉันจะยอมให้ก่อนแล้วกัน ไอ้คนสารเลว”


* * *

ความคิดเห็น