email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes {0} 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2562 14:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes {0} 100%
แบบอักษร

Diamond eyes

#ดมอบีนยอง

{0}

    "ว้าว" ห้ามเสียงความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นผ้าผืนใหญ่โตที่ทอเรียงรายโบกสะบัดโดดเด่นจากร้านริมนอกสุดของตลาด

            แม้จะไม่สามารถเข้าไปเดินในตลาดได้แต่ว่าการได้ลงมาตรงช่วงที่มีตลาดใหญ่แบบนี้ก็ทำให้จีนรู้สึกคุ้มค่าแล้ว

            ยิ่งอีกสองสัปดาห์จะมีการจัดการแข่งขันโคล์ดสโตนระหว่างเมืองเพิร์ลกับเมืองนอร์ธ เพราะเป็นการแข่งขันที่ใหญ่โตที่สุดซึ่งจัดเพียงแค่สิบปีต่อหนึ่งหน ทำให้ไม่ว่าตรงไหนของอาณาจักรเฟนเรียร์ก็คึกคักไปหมด

            กระทั่งตลาดของเมืองลินน์ที่ถูกกั้นจากเมืองอื่น ๆ ด้วยเทือกเขาและป่าฝนเทาแห่งนี้ก็ด้วย

            แต่หากถามจีนแล้วล่ะก็ไม่ว่าจะได้เห็นอะไรก็ตามในชุมชนของเมืองลินน์ ไม่ว่าจะตอนไหน มันก็น่าตื่นเต้นทั้งหมดนั่นล่ะ

            "นี่จีน พวกข้าจะเข้าไปในตลาดนะ" เสียงของโอเมก้าอีกสี่คนที่ลงมาทำธุระให้ครูใหญ่พร้อมกันหันมาบอกด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างจากที่จีนเป็น

            "เจ้าจะฝากซื้ออะไรไหมจีน" ต่างกันก็เพียงแต่ว่าจีนทำได้แค่มองตาเป็นประกายจากข้างนอกนี้เท่านั้น

            "ไม่ล่ะ ข้าจะเดินเล่นรออยู่แถวนี้นะ" ตอบไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ทั้งที่จริงแล้วจีนอยากรู้ อยากเห็น อยากได้อะไรมากมาย มากจนเลือกฝากไม่ถูกจนได้แต่บอกปัดไป

            เพื่อนโอเมก้าร่วมชั้นเรียนทั้งสี่จับจูงมือกันเข้าไปในฝูงชน รอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะอย่างน่าเอ็นดูพวกนั้นทำให้เบต้าและอัลฟ่าหลายคนหันมามอง

            ดวงตาคมพวกนั้นมองเผื่อมาถึงด้านหลังที่เหลือร่างน้อยอีกคนยืนอยู่ มือขาวรีบกระชับผ้าคลุมให้ปิดบังใบหน้าและทรวดทรงองค์เอวของตนมากขึ้น พวกนั้นจึงหันกลับไปสนใจการค้าขายตรงหน้าต่อ

            จีนแอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            ตากลมโตมองลอดช่องว่างของหมวกชุดคลุมสีดำ ใช้เวลาดื่มด่ำไปกับการแอบมองเข้าไปในตลาดที่แสนน่าสนใจทว่ามีคนเยอะมากเกินไป

มีทั้งเบต้าและอัลฟ่ามากเกินกว่าที่จีนจะเข้าไปทำให้วุ่นวาย เขาจำได้ดีว่าก่อเรื่องได้ง่ายแค่ไหน

            สวยงามและยั่วเย้าราวกับต้องคำสาป

            คือคำนิยามที่ครูใหญ่ประจำโรงเรียนบนยอดเขาเมืองลินน์มอบให้กับ แองเจลโล ปาร์กเกอร์ หรือ จีน  

            จีนคิดว่าตัวเองเป็นโรคบางอย่าง หากไม่ถูกปรุงแต่งทั้งตัวด้วยสมุนไพรอำพรางกลิ่น แม้จะอยู่เฉย ๆ แต่เขาสามารถทำให้อัลฟ่าที่เข้าใกล้เกินกว่าห้าสิบเมตรเกิดอาการคลั่ง และปลุกเร้าอารมณ์เบื้องลึกของเบต้าได้อย่างมากเช่นกัน เพราะร่างกายส่งฟีโรโมนที่มากเกินไปออกมา

            มันเป็นสิ่งที่จีนและครอบครัวไม่เคยรู้จนเมื่อตอนที่เขาอายุหกขวบ เป็นครั้งแรกที่ท่านพ่อท่านแม่จะไม่อยู่บ้าน ท่านจึงหาพี่เลี้ยงซึ่งเป็นอัลฟ่าหนุ่มที่ไว้ใจได้คนหนึ่งมาช่วยดูแล

            และยังไม่ทันที่รถของท่านทั้งสองจะพ้นขอบรั้วก็ต้องเข้ามาดูจีนที่ส่งเสียงร้องโวยวาย

            ร่างน้อย ๆ ของเด็กหกขวบหนีเอาไปอยู่ในตู้เก็บไม้กวาดในขณะที่พี่เลี้ยงแสนสุภาพกลายเป็นโรคจิตที่พยายามจะงัดเข้าไปด้านใน

            วันนั้นจีนเสียขวัญอย่างมากและเหตุการณ์จำพวกนั้นก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ ไม่ว่ากับอัลฟ่าหรือเบต้าคนไหน เพศใดก็ตามที่ได้เข้าใกล้จีน ยกเว้นท่านพ่อที่เป็นอัลฟ่าหญิงและท่านแม่ที่เป็นเบต้าหญิงเท่านั้นที่ไม่โดนผลพวงไปด้วย

            ท่านพ่อกับท่านแม่เล็งเห็นอันตรายมหันต์ที่จะเกิดขึ้นกับจีน จึงพยายามพาหลีกหนีจากอัลฟ่าและเบต้า สุดท้ายจีนก็ต้องมาอยู่ที่โรงเรียนสำหรับโอเมก้าโดยเฉพาะ โรงเรียนที่หลังขอบรั้วนั้นจะมีเพียงโอเมก้าที่เข้าไปได้ ที่แห่งนี้เสี้ยมสอนทุกตำรับตำราไม่ต่างจากโรงเรียนทั่วไป ทั้งการปรุงยา การเรือน หรือแม้แต่กลยุทธ์ออกรบจับศึก ไม่ให้โอเมก้าผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลร่ำรวยและสูงส่งที่ถูกพาเข้ามาขัดเกลาที่นี่น้อยหน้าใคร แม้จะต้องวัดเทียบเคียงปัญญากับอัลฟ่าก็ตามที

โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาเมืองลินน์ ด้านหน้าถูกกั้นด้วยกำแพงหนาหลายชั้น ส่วนด้านหลังนั้นก็เป็นเหวลึกชันที่แม้แต่อัลฟ่ายามปลดปล่อยพลังทั้งหมดก็ไม่อาจจะปีนขึ้นมาได้

            การอยู่ที่โรงเรียนบนยอดเขานั้นก็ดี ท่านพ่อกับท่านแม่จะคอยมาเยี่ยมอยู่เสมอ และจีนแน่ใจได้ว่าตัวเองจะปลอดภัย

            แม้จะทำให้คนอื่นไม่ปลอดภัยก็ตาม ตั้งแต่การฮีทตามธรรมชาติเกิดขึ้นครั้งแรกในคืนเดือนเพ็ญเมื่อเขาอายุสิบหกปีเต็ม และนั่นก็ทำให้โอเมก้าข้างเคียงเกิดอาการฮีทตาม ตีวงกว้างออกไปจนวุ่นวายทั่วโรงเรียน

            สุดท้ายก็ต้องพกถุงสมุนไพรระงับอาการฮีทและดับกลิ่นโอเมก้าติดตัวอยู่เสมอ ต่อให้อยู่ท่ามกลางโอเมก้าก็ตาม เพื่อให้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้

            แม้ต้องอยู่โยงแต่ในโรงเรียนตลอดเวลา ปิดเทอมก็ไม่ได้กลับบ้าน ทว่าจีนก็ไม่ใช่คนสมองทึบที่ไม่รู้อะไร หนังสือนับหมื่นนับพันในหอสมุดช่วยให้เขารู้ว่าที่อื่นเป็นยังไง อาณาจักรเฟนเรียร์กว้างขวางมากแค่ไหน แถมยังออกไปนอกแผ่นดินนี้ผ่านทางทะเลได้ด้วย

            จีนได้รู้อะไรมากมายผ่านหนังสือพวกนั้น แต่ก็ยอมรับว่าเหงาไม่น้อย

            เพราะฉะนั้นการได้ลงมาเดินเล่นในเมืองลินน์ ในช่วงที่ปลอดความเสี่ยงการฮีทมากที่สุดเดือนละหนึ่งวัน มันมีค่ากับจีนมากที่จะได้ตื่นเต้นกับโลกภายนอก

            แต่ต่อให้ประโครมทั้งตัวด้วยสมุนไพรระงับอาการฮีท สมุนไพรกลบกลิ่นโอเมก้า และกลิ่นปรุงแต่งเลียนแบบเบต้าอีกเป็นกระบุง ทว่าก็ต้องอยู่ให้ห่างจากคนอื่น ๆ ไว้ นอกจากโอเมก้าที่พกผงป้องกันการฮีทที่ลงมาพร้อมกัน ซึ่งพวกนั้นน่ะจะลงมาบ่อยแค่ไหนก็ได้ถ้าทำเรื่องขอครูใหญ่ลงมา

            ไม่เหมือนกับแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ผู้น่าเศร้าคนนี้

            "เฮ้อ" ถอนหายใจเมื่อคิดถึงชีวิตต้องคำสาปที่แสนน่าเบื่อของตัวเอง เป็นแบบนี้มาจนอายุสิบเก้าแล้ว ไม่รู้ว่าจะเป็นไปถึงเมื่อไหร่ หรืออาจจะเป็นไปจนตลอดชีวิต

            จะไม่มีทางลดทอนฟีโรโมนพวกนี้ลงได้บ้างเลยหรือ อย่างน้อยได้เดินตลาดอย่างผู้อื่นเขาสักครั้งก็ยังดี

            ใบหน้างอง้ำลงเพราะความหม่นหมองในใจโผล่ออกจากผ้าคลุมออกมาเล็กน้อย เพราะแถวนี้เป็นทางกลับโรงเรียนที่ปลอดผู้คนซึ่งแออัดกันอยู่แต่ในตลาดจีนจึงไม่ได้ระวังมากนัก

            "หือ" จมูกโด่งรั้นย่นเข้าเมื่อได้กลิ่นคาวเลือดจากจุดที่ตนเดินผ่าน

            "อะ น น้ำ " เสียงแหบต่ำแผ่วเบาทำให้ร่างนุ่มนิ่มหมุนไปรอบตัวด้วยความระแวง ดวงตากลมโตกวาดมองหาจุดเริ่มต้นของเสียง

            เสียงที่จีนแน่ใจว่าเป็นเสียงคน และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งนั้นทำให้รู้สึกว่านิ่งนอนใจไม่ได้

            "น น้ำ" เสียงดังมากขึ้นเมื่อเรียวขาก้าวย่ำออกจากทางถนนเข้าไปในหมู่ต้นไม้ มือผอมคว้าเอาไม้ท่อนเหมาะมือไว้ด้วยเผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่ทันตั้งตัว ต่อให้มั่นใจในฤทธิ์ยาปิดกั้นกลิ่นฟีโรโมนที่แทบจะอาบย้อมมาก็ตาม

            แต่จะประมาทไปก็ไม่ได้หรอก

            เมื่อเสียงแหบนั้นหายไป จีนเลือกก้าวเดินตามกลิ่นเลือดที่เข้มข้นมากขึ้น

            มากขึ้นในทุกก้าว จนที่สุดก็เจอต้นเหตุของกลิ่นนั้น

            "...." ไม่น่าแปลกใจที่กลิ่นโลหิตจะชัดเพียงนี้ เมื่อมีแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่กลางแผ่นหลัง ส่วนตามแขนขาที่ชุดสีดำขาดวิ่นราวกับผ้าขี้ริ้วก็เห็นบาดแผลกระจายอยู่จนทั่วคลุกเคล้าด้วยดินโคลนและใบไม้ที่ทำให้ทั้งเนื้อตัวร่างใหญ่โตนั้นมอมแมมจนน่ากลัวว่าแผลจะติดเชื้อจนทำให้สิ้นใจได้เร็วกว่าการทนพิษบาดแผลไม่ไหว

            สิ่งที่ยังบ่งบอกว่าไม่ใช่เพียงซากศพไร้ชีวิต คือเสียงหายใจโรยรินที่ได้ยิน

            จีนไม่คิดว่านี่เป็นการแกล้งทำอย่างแน่นอน แผลพวกนั้นคือของจริง

            ชายผู้นี้กำลังจะตาย

            "ท่าน ท่านแข็งใจไว้นะ" ร่างน้อยคุกเข่าลงเคียงใกล้ มือปลดหมวกของเสื้อคลุมลงจนเผยใบหน้าหวานจิ้มลิ้ม มือขาวทั้งสองพยายามจะงัดร่างสูงใหญ่ที่นอนคว่ำกองพื้นอยู่ให้พลิกขึ้นมา

            ใช้ความพยายามมากล้นจนเหนื่อยหอบในที่สุดจีนก็ทำได้ เทินเส้นผมยุ่งเหยิงและใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราเปรอะฝุ่นโคลนบนตักของตัวเอง นอกจากกลิ่นสาปโคลนและกลิ่นคาวเลือดมีกลิ่นบางอย่างหอมแหลมขึ้นมา ทว่าความตระหนกก็มีมากเกินกว่าจะใส่ใจ

            "อะ อั่ก" เสียงร้องดังขึ้นมาจากร่างสูงใหญ่เมื่อแผลที่หลังถูกกดทับจากน้ำหนักของตน

            "ข้าขอโทษ ท่านเจ็บใช่หรือไม่ที่ต้องนอนหงายทับแผล แต่ข้าไม่มีแรงพอจะพยุงท่านไหว ข้าขอโทษนะ อดทนหน่อยนะ" เสียงนุ่มของจีนร้องบอกอย่างร้อนรน นิ้วเรียวยาวรีบควานหาขวดน้ำที่พกติดตัวมาพร้อมกับสมุนไพรหลายแขนงในถุงผ้า ซึ่งตนไปเอาตามที่ครูใหญ่ฝากฝังออกมา

            "นี่น้ำนะ ส่วนนี่คือยาสมานแผล ตัวนี้ก็แก้อาการติดเชื้อได้อย่างดี ส่วนนี่แก้อาการไข้ได้ นี่ท่านก็ควรกิน นี่ก็ด้วย" จีนหยิบนั่นหยิบนี่ที่คิดว่าพอช่วยซากศพใกล้ตายนี้ให้มีชีวิตต่อไปได้ออกมาจนได้สมุนไพรขยุ้มใหญ่ในฝ่ามือ

            "ท่านกินได้ไหม"

            "น น้ำ" เสียงร้องขอแผ่วเบาจีนเลือกที่จะค่อย ๆ เทน้ำใส่ปากของชายผู้นั้นทีละนิด ทีละนิดเพื่อให้ดื่มได้มากที่สุด

            "ท่านดีขึ้นหรือยัง ท่านต้องกินยาพวกนี้นะมันจะช่วยท่านได้" จีนพยายามขยำขยี้สมุนไพรในมือจนเหลือขนาดเล็กลงเกือบครึ่งคล้ายยาลูกกลอนเม็ดโต พยายามบิใส่เข้าไปในปากของคนเจ็บแต่เพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้รับยาได้เชื่องช้าจนจีนกลัวว่าชายผู้นี้จะตายเสียก่อนกินยาเสร็จ

            จะทำอย่างไรดี เขาไม่อยากให้ใครต้องตาย

            โดยเฉพาะตายเพียงลำพังแบบนี้

            "ท่าน ข้าขอโทษนะ แต่ข้าสาบานเลยว่าข้ากลั้วปากด้วยน้ำแอปเปิ้ลแลขัดถูฟันทุกครั้งหลังลิ้มลองของอร่อย" พึมพำบอกเสียงแผ่วก่อนจะกลั้นใจใส่ยาทั้งก้อนเข้าปากตัวเอง เคี้ยวตัวยาจนแหลกละเอียด

            ปลายนิ้วเรียวบีบปลายคางแข็งแรงของคนเจ็บจนริมฝีปากอ้าออก แตะริมฝีปากอิ่มของตัวเองชิดกับปากหยักบางที่เลอะเปื้อนด้วยคราบเลือดและคราบฝุ่นอย่างไม่นึกรังเกียจ

            ใช้ปลายลิ้นค่อย ๆ ส่งตัวยารสเผื่อนเข้าไปในโพรงปากของคนเจ็บ ที่รับตัวยาและกลืนตามลงไปอึกแล้วอึกเล่าอย่างว่าง่าย

            แม้มีรสฝาดทั่วโพรงปากแต่จีนก็รีบเปิดฝากระบอกน้ำป้อนคนเจ็บต่อทันที น้ำหยดแล้วหยดเล่าช่วยผลักดันตัวยาให้เข้าสู่ร่างกายสูงใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น

            "ท่าน ท่านเป็นยังไงบ้าง"

น้ำกับยานี่น่าจะได้ผล เมื่อจีนเห็นว่าเปลือกตาที่ปิดแน่นสนิทมาตลอดกำลังขยับลืมขึ้น และใต้แพรขนตานั้นทำให้จีนนิ่งงันจนลืมหายใจ

            ดวงตาแวววาวเป็นประกายราวกับเพชรล้ำค่าที่ถูกเจียระไนมาอย่างพิถีพิถันและดวงตาคู่นั้นดำสนิทราวกับฟ้ายามราตรีไม่มีแม้พื้นที่ตาขาวให้ได้เห็น ทำให้ตาเรียวคมคู่นี้เหมือนดั่งเพชรสีนิลสูงค่า

            หากดวงตาดุจดังอัญมณีในยามบาดเจ็บหนักเช่นนี้

            อัลฟ่า ชายผู้นี้เป็นอัลฟ่าอย่างแน่แท้

            "....." สัญชาติญาณที่บอกให้หลีกหนีอัลฟ่าให้ห่างไกลทำให้จีนขยับตัว ทว่าก็เชื่องช้ากว่าปกติมากนักเมื่อเอาแต่จดจ้องมองดวงตาคู่นั้นที่มองสบอยู่ด้วยความสนใจ

            ".. ข...จ ...ล ...." ริมฝีปากหยักกระซิบพูดบางอย่างแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง จนจีนอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปใกล้เพื่อให้ได้ยิน

            "ข้า ...จ ...มะ ...ล ...เจ้า"

            ใกล้ริมฝีปากนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจับถ้อยความจากเสียงพยางค์ปนลมหายใจให้แน่ชัด

            มากขึ้น

            "ข้า จะ ไม่ ลืม เจ้า"

            จนมากพอ

            "โอ๊ยย" จีนร้องเสียงหลงพร้อมดีดตัวลุกขึ้นจนคนที่นอนพิงตักร่วงหล่นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บจี๊ดด้านหลังลำคอ

            ตาโตเบิกกว้างอย่างตระหนกเมื่อเห็นเชือกที่ใช้มัดพันรอบคอเพื่อป้องกัดการฝังคมเขี้ยวอยู่ในมือของชายผู้บาดเจ็บตรงหน้า

            ถูกกัด เขาถูกอัลฟ่ากัดที่คอ

            "ไม่ ไม่นะ" ความตื่นกลัวหวั่นวิตกทำให้แองเจลโล ปาร์กเกอร์วิ่งตรงออกมาทันทีอย่างรวดเร็ว มือผอมกดบาดแผลจากรอยที่ถูกขบกัดไว้จนแน่น น้ำตาเอ่อล้นกบดวงตายามที่วิ่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต

            ความตกใจกลัวที่ทำให้จีนลืมไปว่าได้ทอดทิ้งอัลฟ่าร่างสูงใหญ่ที่บาดเจ็บไว้ลำพังกลางผืนป่า

            อัลฟ่าผู้บาดเจ็บซึ่งทันทีที่มีเรี่ยวแรงก็ขบกัดตีตราไว้บนลำคอระหงของโอเมก้าต้องสาปแห่งยอดเขาเมืองลินน์

            ตีตราจองไว้เป็นของตน เพียงแค่ของตนเท่านั้น




เจอกันครั้งแรกอัลฟ่าตาเพชรสภาพเป็นพี่ซาก(ศพ)ก็กัดคอน้องคนสวยเลยเหรอจ๊ะ 

ทำไมชีวิตน้องจีนแลดูอันตราย ถถถถ

อธิบายเพิ่มเติม คือ ช่วงเวลาที่เกิดตอนที่ 0 ขึ้นนี้ เกิดก่อนหัวขโมยตัวจ้อยเอเบิลไปขโมยแผนที่คุณอัลฟ่าสกุลเจมส์ใน อบอ  และเกิดก่อนตอน 0 ของท่านมาร์คกับคุณกันต์ใน รบอ นะคะ เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าเกิดก่อน การพบปะกันของคุณหมาป่าแจ็คกับคุณลอเรน ใน ซวอ 

สรุปคืออินโทรนี้ตามลำดับ ทล เกิดขึ้นก่อนทุก ๆ เรื่องค่ะ ถถถถถ

แต่ว่าก็สามารถอ่านได้เลย เรียงก็ได้ไม่เรียงก็ได้

เพราะจะไขว้ๆกันหน่อย แวบๆไปแวบๆมาแบบนี้แหละ ถถถถ

ดึกแล้วรู้สึกพูดจาไม่รู้เรื่องนิดนึง  หรือว่าไม่นิด 55555

สุดท้าย ก็ขอฝาก ปจ นี้ และ พี่ซากกับน้องสวยไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ

อย่าทิ้งให้น้องเดียวดายนะคะนะ 5555

มีแท็กด้วยแหละเรื่องนี้ ถอดมาจากชื่อเรื่องเลยยยย ไดมอนด์อายส์ ติดแท็กมาได้เลยๆ เราชอบ ๆ อยากรี ๆ อยากอ่าน ๆ

#ดมอบีนยอง


?

ความคิดเห็น