facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 17-3 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 17-3 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17-3 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ
แบบอักษร

อูฮยอนหยิบเครื่องดับเพลิงสองถังและกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่บนรถออกมาก่อนจะวิ่งไปยังฝั่งที่เกิดเพลิงไหม้ มีเปลวไฟเกิดขึ้นที่ตู้คอนเทนเนอร์ ผู้คนกำลังสาดน้ำเพื่อดับไฟ ซึ่งในระหว่างนั้นสายตาเขาพลันหันไปเห็นชายหญิงวัยกลางคนรูปร่างซอมซ่อทำท่าทางเหมือนจะวิ่งเข้าไปในเพลิงไฟ และมีหลายคนกำลังห้ามไม่ให้พวกเขาเข้าไปข้างใน

“ลูกสาวของเราอยู่ข้างในนั้นครับ เราต้องพาเธอออกมานะครับ”

“อึนบยอล! อึนบยอลของพวกเรา ทำยังไงดี!!”

“เปลวไฟรุนแรงมาก ถ้าเข้าไปตอนนี้คุณทั้งสองคนจะเป็นอันตรายนะครับ”

“ต่อให้ผมตายก็ต้องพาลูกสาวออกมาให้ได้ครับ จะให้ผมยืนมองลูกกำลังจะตายเฉยๆ เหรอครับ ปล่อยเถอะครับ ช่วยปล่อยผมด้วยครับ”

ถึงอูฮยอนจะรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ไฟไหม้ แต่เขาก็กัดฟันใช้เครื่องดับเพลิงดับไฟและทำให้ผ้าเช็ดหน้าเปียกน้ำเพื่อจะเข้าไปข้างใน ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มาถึงคว้าตัวอูฮยอนไว้แล้ววิ่งเข้าไปข้างในด้วยกัน แข้งขาของอูฮยอนรู้สึกอ่อนแรง แต่เขาก็อดทนจับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไว้ หลังจากนั้นไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็อุ้มเด็กหญิงชุดนักเรียนที่กำลังอ่อนปวกเปียกทะลุออกมาจากเพลิงไฟ อูฮยอนจึงวิ่งไปยังจุดที่นักเรียนหญิงนอนอยู่เพื่อพิจารณาสภาพรูม่านตาและระดับการหายใจกับแผลไฟไหม้

“ผมเป็นหมอครับ เธอกำลังช็อกจากการขาดอากาศหายใจและไฟไหม้จนเกิดอาการหมดสติครับ”

อูฮยอนเปิดกล่องปฐมพยาบาล เขายกคอของเด็กสาวแล้วหยิบเครื่องช่วยหายใจแบบพกพาให้เชื่อมเข้าด้วยกัน

“ต้องขยายหลอดลมและช่วยจ่ายอากาศออกซิเจน ใครก็ได้ช่วยปั๊มอันนี้ให้หน่อยครับ!”

พ่อของเด็กสาวรีบวิ่งมาจับเครื่องช่วยหายใจ และแม่ของเธอก็วิ่งเข้ามาจับศีรษะของเด็กสาวไม่ให้เคลื่อนไหวเพื่อช่วยอูฮยอน อูฮยอนจัดการหยิบอุปกรณ์และยารักษาออกมา แล้วหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

“แผลไฟไหม้ร้ายแรงมากครับ ก่อนอื่นต้องฆ่าเชื้อและปฐมพยาบาลด้วยซิลเวอร์ ซัลฟาไดอะซีน* กับผ้าก๊อซไว้ก่อนนะครับ แล้วค่อยทรานเฟอร์ไปรักษากับโรงพยาบาล ไปด้านนู้นเถอะครับ”

“คุณหมอคะ ลูกสาวของเราจะรอดใช่ไหมคะ อึนบยอลของเราจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

“ผู้ปกครองใช่ไหมครับ มันอาจจะเหลือรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ไว้ แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตหรอกครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

“อึนบยอลของเราฝันอยากเป็นนางแบบ มีแผลเป็นน่าเกลียดทิ้งไว้บนตัวผู้หญิงอย่างนี้จะทำยังไง…”

แม่ของเด็กสาวน้ำตาล้นเอ่อเปียกชุ่มไปทั้งใบหน้า

“เทคนิคการแพทย์สมัยนี้ดีขึ้นมากแล้ว ถึงอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ก็สามารถรักษาได้ครับ ผมเองก็รักษาแผลไฟไหม้รุนแรงมาประมาณสามปีนะครับ”

“หน้าตาหล่อเหลาดูดีขนาดนี้มีแผลเป็นไฟไหม้ด้วยเหรอคะ”

“ก็ลำบากไปผ่าตัดนู้นนี้ถึงต่างประเทศเป็นร้อยครั้ง แต่เพราะได้พบคุณหมอที่ดีก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยน่ะครับ”

“เพราะอย่างนั้นถึงได้มาเป็นหมอสินะคะ”

“ครับ ผมอยากคืนในสิ่งที่ผมได้รับก็เลยมาเป็นแพทย์ด้านผิวหนังครับ”

ผู้มีพระคุณที่ช่วยรักษาแผลเป็นจากเปลวไฟที่อูฮยอนเคยประสบเจอในเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อตอนยังเด็ก ก็คืออาจารย์ผู้มอบรางวัลอาสาสมัครให้กับอูฮยอนเมื่อไม่นานมานี้ เพราะศาสตราจารย์จินซูฮวานที่เขาได้พบหลังจากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยการแพทย์ อูฮยอนทั้งรักษาแผลเป็นและเลือกเส้นทางของการเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ซึ่งถือเป็นการท้าทายและการเรียนรู้สำหรับอาจารย์เองด้วย ท่านจึงช่วยเขาโดยไม่รับค่ารักษาเลยสักครั้ง ถ้ามีใครถามชื่อพ่อของอูฮยอน เขาก็จะพูดชื่อของอาจารย์ไป เพราะท่านคือผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับอูฮยอนจึงถทอว่าเป็นบิดาอย่างแม้จริง แม่ของเขาทิ้งชื่อที่เรียกว่า ‘มินซอก’ และนามสกุลตามแม่ไป เปลี่ยนชื่อมาใช้นามสกุล ‘ชา’ คนที่ตั้งชื่อให้เขาว่าอูฮยอนก็คืออาจารย์ แม่ไม่ยอมเปลี่ยนความหมายของชื่ออย่างเด็ดขาด จึงขอร้องให้อาจารย์เกลี้ยกล่อมเขา อาจารย์จึงคิดชื่อตามความหมายของแม่และตั้งชื่อให้ว่าอูฮยอน ถ้าไม่ใช่เพราะการโน้มน้าวของอาจารย์ อูฮยอนก็คงจะใช้ชีวิตอยู่เป็น ‘นามินซอก’ ที่มีบาดแผลจากเหตุการณ์ไฟไหม้นั้นจนถึงตอนนี้


* * *


ถ้าเขาไม่ออกเดินทางก่อนสองชั่วโมงก็คงมาถึงงานแต่งงานครั้งที่ห้าของแม่ไม่ทัน เขาเรียกรถพยาบาลของโรงพยาบาลที่อาจารย์อยู่และส่งไปตัวอึนบยอลไป หลังจากนั้นก็มาถึงงานได้อย่างไม่สายและรักษาเวลาเอาไว้ได้ แม่ที่บอกว่าจะแค่ทานอาหารกันง่ายๆ ใส่ชุดแต่งงานและแต่งหน้าเจ้าสาวอย่างทุ่มเทอย่างที่ใครเห็นก็มองว่างดงามกำลังทำหน้าเสียใจอยู่

“แม่ ผมจะพูดอีกครั้งหนึ่งนะ แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะครับ”

“รู้แล้ว แม่กับพ่อเราสาบานได้เลย”

“ที่จะสู่ขอลูกสาวคังฮันกรุ๊ปเนี่ย ผมไม่มีความคิดที่จะทำเลยสักนิด อย่าทำให้ลูกสาวผู้เลอค่าของบ้านคนอื่นดูไร้ค่าเลยนะครับ ฝากบอกท่านประธานชาด้วย ถ้าเมินเฉยความเห็นของผมและยังสั่งไปเรื่อยๆ อีก ผมจะออกไปจากประเทศเกาหลี ไม่ได้เจอและอยู่กับแม่อีกตามที่ภรรยาของประธานชาต้องการ บอกไว้ให้เขารู้ด้วยนะครับ”

อูฮยอนส่งสารให้กับมารดาพลางมองดูคู่รักข้าวใหม่ปลามันแล้วเดินออกจากสถานที่จัดงาน เขาไม่ได้พูดอะไรหลายๆ อย่างออกไปอย่างใจคิด ทำได้แค่ฝากเนื้อฝากตัวแบบนั้นแล้วจับมือทักทายสามีเด็กของแม่แทน มันเป็นประสบการณ์ครั้งที่ห้าแล้ว แต่การสนิทสนมกับสามีของแม่ยังคงเป็นเรื่องที่ยากและน่าอึดอัดใจอย่างมาก


* * *


อูฮยอนมีความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงและความคิดมากมาย เขาปั่นจักรยานหันไปมองฝั่งแม่น้ำฮัน ลมจากแม่น้ำที่เย็นยะเยือกพัดมาโดนผิวกาย หัวสมองก็ปลอดโปร่งจนรู้สึกดีแต่วันนี้วิธีนี้มันไม่ได้มหัศจรรย์เลย ปั่นไปได้สักพักหนึ่งก็ยังเหลือความคิดอยู่มากมาย นึกถึงตอนที่ตัวเองปฏิเสธคำขอของแชกยองไปอย่างใจดำแล้วก็มีเสียงร้องไห้ที่เศร้าโศกกับใบหน้าอันเหนื่อยล้าของยูจองโผล่ขึ้นมาด้วย ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ตัดเยื่อใยไม่ให้เหลือ ให้กำลังใจว่าทำดีแล้วกับตัวเอง และคิดซะว่าเขาก็รู้จักผู้หญิงคนนั้นได้ไม่นาน... โอเวอร์จริงๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ดีกว่า แต่ถึงจะตัดสินใจแบบนั้นแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้นเลยสักนิด อูฮยอนจอดจักรยานไว้แล้วนั่งดื่มเครื่องดื่มหน้าร้านสะดวกซื้อ จากนั้นก็ได้ยินเสียงคนข้างๆ พูดคุยกัน

“รักษาความบริสุทธิ์มาได้ถึงอายุเกินสามสิบนี่ทำอะไรอยู่เหรอ พอเจอผู้ชายที่มายุ่งวุ่นวายชีวิตส่วนตัวก็ได้รับแต่สิ่งแย่ๆ มาทั้งนั้น... ไม่ใช่ยุนยูจองที่เพิ่งเป็นอยู่ตอนนี้รึไง”

“ถึงภายนอกเธอจะทำเป็นใสซื่อแต่ยุนยูจองน่าจะเจ้าเล่ห์กว่านะ ต้องล้มชเวจีฮุนได้สิ”

“คู่หมั้นเศรษฐีอายุถึงสี่สิบจนคิดว่ารับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมได้นี่ ถ้ายุนยูจองคิดจะจีบก็ต้องจีบผู้ชายที่โอเคกว่านี้สิ ทำไมถึงเป็นชเวจีฮุนได้ล่ะ ข่าวลือก็ไม่ได้ดีเลยนะ...”

“ลองนึกที่เขาล้มทั้งยุนยูจอง ลูกสาวเศรษฐีได้ทั้งนั้นนี่ ความสามารถในการตกผู้หญิงของชเวจีฮุนก็ไม่เลวเลยนะ”

“รักแรกแห่งชาติจะมาเป็นคนทั่วไปเหรอ ผิดหวังในตัวยุนยูจองอย่างแรงเลยอะ”

“ยุนยูจองนี่ต้มจนเละแล้วยื่นให้หมาจริงๆ เลยนะ ไม่รู้ว่าเธอเซ่อซ่าหรือน่าเวทนากันแน่”

ถ้าไม่ได้ยินก็คงไม่รู้ แต่ให้ฟังเฉยๆ อีกต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ ถึงจะเป็นข้อแก้ตัวแต่ก็ต้องช่วยเธอเสียหน่อย อูฮยอนดึงเก้าอี้เข้าไปใกล้ๆ แล้วหาช่องว่างแทรกเข้าไปในนั้น

“ชเวจีฮุนนี่เป็นตัวร้ายฉลาดเอาเปรียบจริงๆ เลยนะ เล่นก็เล่นทั้งหมด สิ่งที่ได้รับก็ได้รับทั้งหมด หนีก็หนีได้สบายๆ เลยไม่ใช่เหรอ”

 “ยุนยูจองก็โง่อยู่คนเดียวเลยสิ ขนาดนี้คงไม่ใช่ใสซื่อบริสุทธิ์แล้วนี่มันซื่อบื้อ”

“ไม่รู้ถึงขอบเขตนี้ได้ยังไงกัน เทพธิดาสีขาวอะไร...เป็นแค่คนโง่ที่หลงรักผู้ชาย ปล่อยให้เขาดูดทั้งน้ำจืดน้ำเค็มหมดแล้วก็ถูกเขี่ยทิ้งล่ะสิไม่ว่า”

อูฮยอนคิดว่าจะทนสักนิดกับคนพูดของคนอื่นที่ไม่ได้รู้ดี ตั้งใจจะพูดคำๆ หนึ่งออกไปก่อนจะลุกพรวดขึ้น ในตอนนั้นเขาลุกขึ้นแล้วขี่จักรยานหายไป ซึ่งสำหรับอูฮยอนแล้วมันไม่ใช่แค่คำพูดคำหนึ่งเท่านั้น แต่เขาโมโหมาก รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม เมื่อลากจักรยานแล้วค่อยๆ เดินไปริมแม่น้ำก็นึกถึงที่ยูจองเคยพูด

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหายให้ ทำผิดอะไรไว้ก็ไม่เคยรู้เลย เคยโดนดุด่าและสาปแช่งโดยที่รอบข้างไม่มีใครไหมคะ มันเจ็บปวดยาวนานแค่ไหน เปล่าเปลี่ยว หวาดกลัวจนตัวสั่น... ก็คงไม่รู้สินะคะ”

จะไม่รู้ได้ยังไง...อูฮยอนเข้าใจอย่างดีเลยกับหัวใจที่หวาดกลัว ไม่ยุติธรรม และเศร้าโศกเช่นนั้น

“ยั่วยวนสามีคนอื่นแล้วหลงรักเหรอ น่าขำอยู่นะ แกน่ะ เกิดมาจากความรักที่อัปลักษณ์และสกปรก การมีอยู่ของแกมันเป็นเรื่องผิดบาป แม่ของแกกับแกน่ะ เป็นพวกปีศาจที่หว่านความซวยแล้วเหยียบย่ำสวนดอกไม้ของฉัน! ไปตายซะ!”

คำก่นด่าของคยองอึนที่เขาทำเพียงแค่ลืมตาฟังในวัยเด็กช่วงก่อนจะเข้าโรงเรียน อูฮยอนรู้ถึงความเจ็บปวดของผู้คนที่ประสบกับเรื่องเช่นนั้น การเมินเฉยต่อยูจองจึงเป็นเรื่องที่ลำบากยิ่งกว่าเดิม ถึงกระนั้นก็เหมือนกับความตั้งใจและบทสรุปว่ามันไม่สามารถรวมเข้าด้วยกันได้กับเรื่องแบบนี้ ถ้ามันดึงดูดความสนใจผู้คนจนเป็นการแจ้งเกิดของอูฮยอน… อูฮยอนก็ไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่เลย ไม่สิ ไม่สามารถอยู่บนแผ่นดินนี้ได้ เขาทำใจให้สงบแล้วจะขี่จักรยานต่อ แต่ในตอนนั้นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เบอร์โทรศัพท์ที่เขาไม่รู้จัก...อูฮยอนคิดว่าจะไม่รับ แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นแม่ที่ไปฮันนีมูนอยู่หรือเปล่า จึงรับสายโทรศัพท์

“คุณชาอูฮยอน ยุนยูจองเองนะคะ”

ความคิดมากมายที่คิดอยู่คนเดียวก็โผล่ขึ้นมาในคราเดียว พร้อมกับสายโทรศัพท์ของยูจองที่อูฮยอนไม่ทันคาดคิด จนทำให้ใบหน้าเริ่มแดง

“รู้เบอร์ผมได้...”

“บอกว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินแล้วถามกับโรงพยาบาลมาน่ะค่ะ ขอโทษนะคะ”

“มีอะไรเหรอครับ”

“ก็รู้นะคะว่ามันเป็นคำขอร้องที่ไม่ได้มีความเกรงใจอะไรเลยจริงๆ แต่ฉันไม่มีความมั่นใจจะไปขอร้องแบบนี้ต่อหน้าโดยตรงก็เลยโทรมาหาแทนน่ะค่ะ ช่วยมาเป็นแฟนฉันแค่สามเดือนไม่ได้เหรอคะ แค่สามเดือนเท่านั้น...”

อูฮยอนตอบอะไรออกไปไม่ได้เลย และขืนฟังต่อไปมากกว่านี้ก็รู้สึกเหมือนจะหวั่นไหว เขาจึงตัดสายทิ้งไป



* ซิลเวอร์ ซัลฟาไดอะซีน (Silver Sulfadiazine) ยาปฏิชีวนะในกลุ่มยาซัลฟา ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและยีสต์ ใช้ทาบนผิวหนังบริเวณที่มีแผลไหม้รุนแรง เพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจายไปยังผิวหนังโดยรอบ หรือเข้าสู่กระแสเลือดจนอาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดตามมาได้

[cr; https://www.pobpad.com/silver-sulfadiazine-ซิลเวอร์-ซัลฟาไดอะซี]

ความคิดเห็น