facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 17-1 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 17-1 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 17-1 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ
แบบอักษร

ตอนที่ 17 พวกเรามาคบกันสักสามเดือนไหมคะ


อูฮยอนมองจากดาดฟ้าตึกลงไปข้างล่าง ถ้ายืนดูจากสวนบนดาดฟ้าของโรงพยาบาลเดิมก็จะเห็นรถยนต์และตึกมากมาย วิวทิวทิศน์ตอนกลางคืนที่สวยหรู ชีวิตของอูฮยอนก็เหมือนขึ้นมาอยู่บนที่สูงเท่ากับความสูงของตึกสามสิบชั้น แต่ตอนนี้ตึกอาคารรอบด้านกลับบางตาลงเหมือนหลบซ่อนอยู่ จะมองลงไปหรือหันไปรอบๆ ก็ไม่เห็นอะไร ความรู้สึกที่กำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกห้าชั้นนี้ที่รายล้อมไปด้วยตึกอื่นๆ จนมองเห็นท้องฟ้าได้ลำบากต้องแหงนหน้าเงยขึ้นไปจนปวดคอ ก็รู้สึกเหมือนถูกผลักหลังให้ตกลงไปที่พื้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีสภาพไม่มีที่ไปจากความโหดเหี้ยมและจิตใจอันโหดร้ายของภรรยาประธานชา แต่เมื่อเจอแบบนี้หลายครั้งเข้าก็เหมือนจะเริ่มมีความอดทนและไม่สะทกสะท้านแล้ว แต่เรื่องที่เกี่ยวกับประธานชามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น บาดแผลที่ยังไม่หายดีมันแสบร้อนเข้ากระดูกของเขาจนอาการหนักขึ้น บาดแผลที่ได้รับจากพวกเขายังไม่หายสนิทเลยสักนิด แล้วจู่ๆ ก็มีผู้หญิงที่ชื่อยุนยูจองวิ่งเข้ามาเหมือนเป็นชนวนจุดไฟให้น้ำมันรินรดตรงนั้น ชีวิตของอูฮยอนจึงบิดเบี้ยวไปหมด

เขารู้สึกทุกข์ทนและอึดอัดใจ อูฮยอนเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกับถอนหายใจ เขามองเห็นป้ายโฆษณาเครื่องสำอางของยูจองที่ติดอยู่กลางแจ้งของตึกฝั่งตรงข้าม ถ้าเป็นเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้จะมีป้ายโฆษณาติดอยู่หลายสิบป้ายก็มองไม่เห็น แต่เพราะว่าเป็นคนรู้จักแล้วมันจึงทำให้เขาเห็นได้อย่างชัดเจน ความสัมพันธ์ของคนเรามันช่างน่ากลัวขนาดนี้ เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาก็อยู่อย่างสงบสุขแล้วทำไมอยู่ดีๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาในชีวิต ประธานชาที่วิตกกังวลว่าจะมีใครในโลกรับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ของอูฮยอน ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ออกมายอมรับว่าอูฮยอนเป็นสายเลือดของตัวเองและยื่นความเป็นมนุษย์นี้ให้ อูฮยอนรู้สึกไม่ยุติธรรม เคียดแค้น และอึดอัดใจ

เขาเดินเข้ามาในห้องตรวจพร้อมกับความรู้สึกที่จมดิ่ง แชกยองยืนรออูฮยอนอยู่เหมือนถูกลงโทษ เมื่ออูฮยอนเปิดประตูเธอก็นั่งคุกเข่าลงไป ถ้ามันจะสามารถช่วยยูจองได้ในสถานการณ์เช่นนี้ แชกยองก็ทำได้ทุกอย่าง

“ยูจองเป็นเด็กที่มีอะไรให้เห็นอีกมากมายในฐานะนักแสดงนะคะ ช่วยหน่อยเถอะค่ะ ไม่ใช่แค่คบกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่มันเป็นปัญหาที่จะติดไปในอนาคตและชีวิตของศิลปินคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์เลยนะคะ”

“ยอมรับอย่างจริงจัง แล้วเผชิญหน้าต่อสู้มันด้วยความสามารถทางการแสดงเถอะครับ นั่นมันไม่ใช่กิจกรรมอาสาเลยด้วย สิ่งที่คุณยุนยูจองทำไว้ ทำไมต้องให้ผมมาจัดการด้วยล่ะครับ”

“แล้วตอนนั้นที่ผ่านไปบนพรมแดง หน้าร้านสะดวกซื้อ ย้ายไปอยู่บ้านที่ชเวจีฮุนเคยอาศัยท่ามกลางบ้านมากมายหลายหลัง ถ้าจะเรียกว่ามันเป็นโชคชะตา ก็เป็นโชคชะตาที่มหัศจรรย์มากจริงๆ นะคะ”

“ก็แค่โชคชะตาที่ทับซ้อนกันไม่กี่ครั้ง ผมไม่ได้ทิ้งความหมายอะไรไว้ให้หรอกนะครับ”

“งั้นพวกเรามาแลกเปลี่ยนกันเถอะค่ะ พูดสิ่งที่คุณต้องการมาเลย ฉันจะทำทุกอย่างที่ทำได้ไม่ว่ามันคืออะไรค่ะ มันเป็นเรื่องฉุกเฉินมากเลยค่ะ”

 “มันก้ต้องเป็นการรีบเร่งทั้งสองฝ้าย ถึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือหรือการแลกเปลี่ยนก็ตาม แต่น่าเสียดายนะครับ เพราะผมเองก็ไม่มีอะไรที่อยากได้เลย ไม่ได้รีบร้อนอะไรเลยด้วย รบกวนออกไปเถอะครับ ตอนนี้เลย”

แชกยองลุกขึ้นแล้วฝากฝังกับอูฮยอน

“ใช้โอกาสนี้ก็เปิดกิจการใหม่ดูเป็นไงคะ คุณต้องการจะใช้เท่าไหร่ฉันจะให้เองค่ะ ถ้ามีข่าวลือว่าเป็นโรงพยาบาลประจำของยูจอง แม้กระทั่งคนไข้จากต่างประเทศก็อาจจะมารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งเลยก็ได้นะคะ”

“ผมไม่มีความต้องการแบบนั้น อะไรที่มันมากไปก็ปวดหัวและน่ารำคาญครับ ผมต้องเข้าตรวจ คุณช่วยออกไปเถอะนะครับ”

แชกยองบีบบังคับก่อนจะออกมาจากตรงนั้น

“แล้วฉันจะกลับมาอีกค่ะ ช่วยลองคิดดูสักครั้งนะคะ”

ถึงจะถามเป็นร้อยรอบ อูฮยอนก็จะตอบเหมือนเดิมว่าอย่ามาอีกและล็อกกลอนประตูไว้


* * *


แชกยองกระวนกระวายใจกับท่าทีเด็ดเดี่ยวของอูฮยอน เธอเรียกมินอามาประชุมเตรียมแผนรับมือ

“ยูจองของพวกเราเป็นนักแสดงระดับโลก แค่แฟนคลับอย่างเป็นทางการในประเทศก็เกินยี่สิบล้านแล้ว... เป็นแฟนกับยูจองแป๊บเดียวมันไม่ได้รู้สึกเป็นเกียรติหรอกเหรอ มีอะไรให้น่ากลัวขนาดนั้นกัน ศักดิ์ศรีในตัวเองก็ดูป่วยๆ...”

“อย่างนั้นฉันว่ามันก็น่าสนใจกว่าเดิมนะคะ ในเวลาแบบนี้เก้าในสิบคงกัดไม่ปล่อย แล้วก็ยิ่งพุ่งชนยิ่งกว่าเดิม... แต่พวกเราก็เจอคนที่เหลืออีกหนึ่งคนแล้วนะคะ ฉันจะลองหาจุดอ่อนของคุณอูฮยอนที่สำคัญกว่าเดิมดู ท่านประธานก็ช่วยโน้มน้าวคุณยูจองทีนะคะ”

ยูจองกำลังฝึกซ้อมบทละครภาษาอังกฤษอยู่ในห้องซ้อม แม้จะเป็นนักแสดงระดับโลก แต่หากตั้งใจจะรับบทบาทในฮอลลีวูดก็ต้องผ่านออดิชั่นอยู่ดี ยูจองเคยไปออดิชั่นที่อเมริกามาเป็นร้อยครั้งได้แล้วละมั้ง ออดิชั่นไปด้วย ฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย ก็เริ่มคุ้นเคยขั้นตอนของคนพวกนั้นแล้ว เธอเคาะประตูฮอลลีวูดอยู่เป็นเวลาสามปีก็ได้รับบทนักแสดงนำหญิง การจำบทละครมากมายทั้งๆ ที่เป็นภาษาของบ้านเกิดของตัวเองก็ลำบากอยู่แล้ว ยิ่งภาษาอังกฤษก็ยากอย่างไม่ต้องพูดถึงเลย จึงไม่มีหนทางอื่นนอกจากหมั่นฝึกซ้อม

“I am broken hearted sucker girl. You have broken me all the way dawn. If when your mind is made up. Really don't know love at all. But love is all around.”

ยูจองโฟกัสอยู่กับบทสุดท้ายที่เริ่มเข้ามาใกล้ๆ อย่างจดจ่อ

“Really don't know love at all. But love is all around. แม้จะไม่รู้ว่าความรักคืออะไรเลยแม้แต่นิด แต่ความรักก็อยู่ในทุกๆ ที่…”

แชกยองมองดูยูจองกำลังฝึกซ้อมด้วยสีหน้าสงสาร เธอเปิดประตูห้องเดินเข้ามา รู้สึกเหมือนเห็นยูจองกำลังติดพันอยู่กับการแสดงเพราะอยากจะลืมทุกอย่างไปชั่วขณะ

“เธอก็รีบฟื้นฟูความรู้สึกไวๆ แล้วเริ่มต้นใหม่กัน ฉันไปเจอคุณชาอูฮยอนมาแล้ว เขาบอกจะลองคิดดูก่อน”

“อย่ามาโกหก ฉันก็เคยเจอเขามาแล้ว เขาไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย พี่น่ะ บริหารจัดการเก่งแต่การแสดงเป็นศูนย์เลย”

“ไม่ได้โกหกนะ ถึงจะไม่ได้ยินยอมโดยดี แต่เขาบอกจะลองคิดดู”

“เลิกทำให้คนรำคาญด้วยสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เพราะกำลังช่วยฉันเถอะ ทุกคนเห็นใจฉันกันหมดแล้ว ยอมรับมันแล้วเราก็พุ่งชนออกไปกันเถอะนะ”

“คนหัวอ่อน คนโง่ ของไร้ค่า คำพวกนั้นเรียกว่าเห็นใจงั้นเหรอ เมินเฉยมันไปแล้วก็รอให้โดยหัวเราะเยาะใส่ใช่ไหม กำหนดการณ์เปิดตัวภาพยนตร์เลื่อนออกไปแล้ว ประชุมเรื่องหนังที่เคยมีอาทิตย์นี้ก็เลื่อนแล้ว บริษัทร่วมลงทุนก็คงจะถอนเธอออกเหมือนกัน”

“ก็บทมันต้องเป็นนางเอกโรแมนติกคอมเมดี้ที่ผู้ชายต่างหลงใหลนี่ จะให้นักแสดงที่มีข่าวว่าถูกผู้ชายเขี่ยทิ้งมาแสดงนำมันก็คงเข้าไม่ถึงอารมณ์น่ะสิ”

“เอเจนซี่ที่อเมริกาติดต่อมาแล้ว ถ้าไม่จัดการกับมันอย่างรอบคอบเขาก็อาจจะเปลี่ยนสัญญาได้”

“ทำไมล่ะ ที่อเมริกามันเป็นหนังลึกลับนี่หน่า ฉันเตรียมตัวมาตั้งสามปีนะ มันเรื่องอะไรกัน”

“จะเกาหลีหรือเม’กา นักแสดงน่ะ ภาพลักษณ์ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว”

ผลงานที่ยูจองสั่งสมมาด้วยความพากเพียรตลอดเวลาสิบห้าปีกำลังสั่นไหวถึงขนาดนี้จนหมดคำพูด ที่ผ่านมาเธอรักษาคำสั่งเสียของแม่และคิดเพียงแค่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่รักไปนานแสนนาน หากไม่ทำตามคำทำนายของมารดาก็อาจจะตายได้ ไม่เคยลองคิดว่าตัวเองจะทำการแสดงต่อไปอีกไม่ได้เลย เมื่อออกไปเจอหน้ากล้อง ชีวิตที่ใช้ไปเรื่อยก็ดูเหมือนไม่มีความหมาย… ยูจองรู้สึกเปราะบางลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ถ้าฉันเป็นคนพูด ถ้าฉันขอร้อง คุณชาอูฮยอนจะเปลี่ยนใจไหม”

“ฉันก็รับประกันไม่ได้ แต่ลองทำในสิ่งที่พวกเราทำได้ทั้งหมดก่อนเถอะ ยูจอง”


* * *

ความคิดเห็น