Mia ,เมีย (กำลังรีไรใหม่)
ตอนที่1 อุบัติเหตุ( รีไรท์)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่1 อุบัติเหตุ( รีไรท์)

 

กรุงเทพฯ

     เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มอยู่ภายในเดอะวันผับ บริเวณโซน วีไอพี ที่ประจำของสองหนุ่ม บนโต๊ะเต็มไปด้วยเครื่องดื่มจำพวกวิสกี้ราคาแพงสมฐานะ

หลุยส์ ลูเซียโน่ กับ แม็กซ์ เดม่อน กำลังดื่มเหล้าอย่างสนุกสนานเป็นประจำเกือบทุกวัน บทสนธนาระหว่างเพื่อนสนิท และที่สำคัญโสด ที่ดังแข่งกับเสียงเพลงต่างพูดคุยปรึกษากันตามประสา

 "หลุยส์ นายนี่โชคดีนะ รูปก็หล่อ  พ่อแม่รวย แถมยังทิ้งสมบัติเงินทองมากมายเอาไว้ให้   โดยที่นายไม่ต้องทำงาน  ก็มีกินมีใช้ใช้ไปตลอดชาติ "   

 แม็กซ์เพื่อนของเขาพูด ในมือถือเเก้วเหล้าดื่มไปด้วย

"แม็กซ์ นายรู้อะไรไหม  ตลอดระยะเวลาสามสิบห้าปีของฉัน   ฉันอยู่ในบ้านหลังใหญ่   ฉันใช้เงินอย่างไม่ต้องกลัวมันจะหมด ฉันเจอพ่อกับแม่ของฉันนับครั้งได้ สามสิบห้าปีของฉัน ฉันเจอพ่อแม่ยังไม่ถึงยี่สิบครั้ง  จนมาถึงตอนนี้  ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ความรักแบบครอบครัวมันเป็นยังไง  นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันชอบความโสดว่ะ  เพราะฉันชินกับการใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียว  ฉันชอบว่ะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร  แถมสนุกดี จะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องแคร์ใคร แล้วยิ่งเป็นสาวๆด้วยนะ ไม่ต้องมีพันธะผูกพันธ์ ต่างคนต่างสนุก "   

  หลุยส์พูดไปยิ้มไป พร้อมกับดื่มไปด้วย

"เฮ้ย!!  หลุยส์... นายพูดแบบนี้  นายเสียใจรึเปล่าว่ะ  ที่พ่อแม่นายตาย" 

แม็กซ์ถามด้วยความสงสัย  เพราะดูหลุยส์จะเฉยๆ ไม่แสดงท่าทีเสียใจสักเท่าไหร่

"อืม.... ก็ไม่รู้ซิ ฉันบอกไม่ถูก หัวใจของฉันมันชาไปหมดแล้ว "     หลุยส์พูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

แต่ในจิตใจลึกๆของเขา นั้นเศร้าโศกเสียใจ  ที่ต้องสูญเสียพ่อกับแม่ไปพร้อมกัน   ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อกับแม่ แต่สายใยของความรัก ความผูกพันธ์มันมีมากเกินคำอธิบาย

"ยังไงฉันก็เเสดงความเสียใจด้วยอีกครั้งนะ เราเลิกเศร้ากันดีกว่าเพื่อน มันผ่านมาสามเดือนแล้ว"  

"อืม!!!ขอบใจมาก นายคือเพื่อนสนิทคนเดียวที่เข้าใจฉัน แม็กซ์" 

      หลุยส์ ลูเซียโน่ สมิท สัญชาติไทย  เชื้อชาติอังกฤษ เขาอยู่ประเทศไทยมาสามสิบห้าปี เพราะพ่อกับแม่เขาทำธุรกิจที่ประเทศไทย และอยู่เมืองไทย  

      ปัจจุบัน หลุยส์เป็นเจ้าของที่ดิน ที่มีอยู่ทั่วแทบทุกจังหวัดในประเทศไทย  ที่ปล่อยให้บรรดาห้างสพรรสินค้าดังๆ เช่าพื้นที่ของเขา พร้อมกับหุ้นส่วนธุรกิจโรงแรมห้าดาวอีกหลายแห่ง ที่เขามีหุ้นส่วน  ทั้งหมดเป็นเพราะพ่อแม่ของเขาสร้างเอาไว้ให้   หลังจากที่พ่อแม่เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกได้เพียงไม่นาน

      พ่อแม่ของหลุยส์ทำธุรกิจอยู่หลายที่  ทำให้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยและไม่ค่อยอยู่บ้าน ทำให้หลุยส์ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับพี่เลี้ยงและน้าของเขา  จนกระทั่งอายุปาเข้าไปสามสิบห้าปี หลุยส์ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ กระทั่งอาบนำ้หลุยส์ยังไม่ทำ เป็นธรรมดาของคนคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดจนเคยตัว  ถึงแม้เขาจะโตจนหมากระโดดเลียตูดไม่ถึงก็เถอะ แต่เขาทำงานสานต่อธุรกิจของพ่อแม่มาตลอดตั้งแต่เรียนจบ ไม่ใช่ว่าจะหวังคอยแต่สมบัติของพ่อแม่อย่างเดียว อาจจะไม่ค่อยเอาใจใส่ แต่ก็ทำได้อย่างดี

 

 "ว่าแต่วันนี้ ไม่ถูกใจสาวสักคนเหรอ ฉันสังเกตุว่าพวกเธอนั่งมองนายตาเป็นมัน"  

แม็กซ์พูดพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ โดยเฉพาะกลางฟลอร์ ที่มีสาวสวยๆยืนเต้นแด๊นซ์กระจาย ภายใต้เเสงไฟหลากสีสันสลับไปสลับมา

 

"ไม่หรอก วันนี้ฉันจะเมาให้เต็มที่ ไม่ต้องกลัว ฉันมีคนมาลากนายกับฉันกลับไปส่งบ้าน กินให้พับหลับคาโต๊ะไปเลย เชียส์" 

 

    เมื่อคนทั้งคู่ดื่มเหล้าจนเมามายหลับคาโต๊ะ   จึงเป็นหน้าที่ของ ดุ๊ก พี่เลี้ยง หรืออีกความหมายคนขับรถของหลุยส์ มาแบกเขาและแม็กซ์ กลับบ้าน เมื่อดุ๊กส่งแม็กซ์กลับถึงบ้านเรียบร้อย ก็รีบขับรถออกจากบ้านแม็กซ์ทันที  เพื่อส่งเจ้านายกลับบ้านต่อ

    หลุยส์พอเริ่มได้สติจากอาการเมา       "ดุ๊ก ถึงยัง ฉันจะอ้วก ขับเร็วหน่อยได้ไหม " 

ถึงแม้หลุยส์จะเมามากมายแค่ไหน แต่หลุยส์เป็นคนรักสะอาด และจะให้เขาอ้วกในรถเขายิ่งไม่ทำ มันไม่ใช่นิสัยของเขา

    ดุ๊กขับรถด้วยความเร็ว     "ผมรีบอยู่ครับ "   ดุ๊ก รีบบอกเจ้านาย

       ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้ารถ   ดุ๊กหมุนพวงมาลัยรถหักหลบ จนไปชนสองแม่ลูกที่ยืนรอรถเมล์อยู่ข้างถนน  "โครม !!  "   ภายในไม่กี่นาที  ทุกอย่างก็เงียบสงบพร้อมด้วยเสียงไซเลนดังสนั่นทั่วบริเวณท้องถนนและหน่วยกู้ชีพ ผู้คนต่างมุงดูกับอุบัติเหตุครั้งนี้

" ขอทางหน่อยครับมีคนบาดเจ็บ "

"บาดเจ็บทั้งหมดสี่คนเลยเหรอไปเร็ว ขอทางหน่อยครับ "  เสียงเจ้าหน้าที่ เสียงไซเลนดังก้องไปทั่วท้องถนน 

 

          สองอาทิตย์ผ่านไป  โรงพยาบาลเอกชน

 ห้องพิเศษ หลุยส์  ลูเซียโน่ สมิท

      "ฟื้นแล้วเหรอหลุยส์ เจ็บตรงไหนบ้าง น้าเป็นห่วงแทบแย่"   น้าลอร่ารีบเดินเข้ามาใกล้หลุยส์

หลุยส์ค่อยๆลืมตาขึ้น จนเห็นคนที่พูดกับเขา เธอคือ ลอร่า วัยห้าสิบห้าปี คนที่อยู่แลเขามาตั้งแต่เกิด เธอคือน้องสาวของแม่หลุยส์ เป็นญาติคนเดียวที่เขารักที่สุดและค่อนข้างให้ความเคารพอย่างมาก

"เอ่อ... ผมอยู่ที่ไหนน้าลอร่า  และอะไร สายน้ำระโยงระยางเต็มไปหมด "

"หลุยส์ใจเย็นๆ  หลุยส์ประสบอุบัติเหตุ น้าตกใจแทบแย่ น้าเป็นห่วงหลุยส์มาก" 

     หลุยส์พยายามคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขา และดุ๊ก คนขับรถคนสนิทของเขาหายไปไหน ในขณะที่หลุยส์กำลังคิดถึงดุ๊ก แม็กซ์เปิดประตู เดินเข้ามาเยี่ยมพอดี 

"สวัสดีครับคุณน้าลอร่า  หลุยส์ นายเป็นไงมั่ง  เจ็บตรงไหนเพิ่มอีกรึเปล่า  นายดีขึ้นแล้วใช่ไหม  หมอบอกว่านายกลับบ้านได้  ฉันไปคุยกับหมอมา  และจัดการเรื่องทุกอย่างให้นายแล้ว "

   หลุยส์ รู้สึกงุนงงกับคำพูดของแม็กซ์  อะไรคือจัดการทุกอย่าง เขาเลยถามแม็กซ์เพื่อให้หายข้องใจ

"อะไรของนายจัดการทุกอย่าง  ฉันงงไปหมดแล้ว" 

 แม็กซ์จึงเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้หลุยส์ฟัง   กับบางสิ่งบางอย่างที่หลุยส์จะต้องรับผิดชอบเมื่อเขาหายดีแล้ว

"นายฟังนะ ดุ๊กขับรถประมาท ขับเร็วเกินไป ทำให้เบรกไม่ทัน  หักหลบไปชนคนที่ยืนรอรถสองคน แม่ลูก  แม่เธอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนลูกสาวบาดเจ็บ  แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ดุ๊ก เอ่อ!!!ตายแล้ว อาการสาหัส ฉันเสียใจด้วย นายควรไปดูผู้หญิงคนนั้นหน่อยนะ และรับผิดชอบต่อเธอ เธอน่าสงสารเท่าที่ฉันรู้  ฉันบอกนายแค่นี้ ที่เหลือนายต้องจัดการ  แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมารับ ตอนนี้ฉันต้องไปก่อน มีธุระต้องไปสะสาง นายโอเคนะหลุยส์"

      หลุยส์ ถึงกับอึ้งกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินจากปากแม็กซ์เพื่อนของเขา และนี่เขาต้องทำอะไร ทำยังไงต่อ เขาสับสน และเด็กสาวอะไร ที่แม็กซ์บอกให้เขารับผิดชอบ หลุยส์จึงถามลอร่า

" น้าลอร่า  เธอเป็นยังไงบ้าง  ผู้หญิงคนนั้น ผมควรไปพบเธอใช่ไหม"

" ใช่  น้าว่าหลุยส์ควรไปพบเธอ แต่เธอออกจากโรงพยบาลไปแล้ว เธอไม่เป็นอะไรมาก นั้นเป็นเพราะแม่ของเธอปกป้องเธอไว้ พรุงนี้หลุยซ์ควรไปเคารพศพแม่ของเธอนะ"

"ครับ ขอบคุณน้าลอร่า" 

 

      เช้าวันรุ่งขึ้น หลุยส์ รีบขับรถออกจากโรงพยาบาลไม่รอใคร แม้กระทั่งแม็กซ์  นั่นเป็นเพราะเขาร้อนใจ และรู้สึกผิดจนไม่น่าให้อภัย ถึงแม้เขาจะนิสัยไม่ค่อยดี แต่บางเรื่องเขาค่อนข้างมีคุณธรรมพอตัว 

      หลุยส์สอบถามจากนางพยาบาลที่ดูแลหญิงสาวจนรู้เรื่อง  ว่าศพแม่ของเธออยู่ไหน  หลุยส์ขับรถไปที่สุสาน เพื่อเคารพศพแม่ของเธอทันที จนถึงที่หมาย หลุยส์เปิดประตูเดินลงจากรถพร้อมช่อดอกไม้ในมือตรงไปที่  หลุมศพเคนเนดี้  พัชรวิทิต

พลันสายตาก็พบกับหญิงสาวพร้อมช่อดอกไม้ในมือ หน้าตาสะสวยบ่งบอกว่าเธอเป็นลูกครึ่ง แต่รูปร่างส่วนสูง เธอคงไม่ได้กินนมในช่วงวัยเจริญเติบโตแน่นอน  เธอนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเหม่อลอย 

หลุยส์เดินเข้าไปใกล้ หญิงสาว  กำลังนั่งลงเพื่อทำความเคารพศพ  เสียงจากหญิงสาวดังขึ้น

"คุณเป็นใครคะ และมาที่นี่ทำไม"

"เอ่อ ผมมาเคารพศพคุณเคนเนดี้ ครับ "    หลุยส์ มองเธอด้วยความสงสัย และอดที่จะถามเธอไม่ได้

"คุณเป็นอะไรกับคุณ เคนเนดี้  ครับ ผมขอโทษที่ต้องถาม"

"และคุณเป็นอะไรกับคุณเคนเนดี้ ฉันก็ต้องขอโทษที่ต้องถาม"  หญิงสาวเอ่ยถามบ้าง

       หลุยส์ถึงกับอึ้ง ผู้หญิงตัวเล็กๆกล้าพูดกับเขาแบบนี้ได้ยังไงไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้หลัก ผู้ใหญ่

" ผม เป็นเจ้านายของดุ๊ก คนที่ขับรถชนคุณเคนเนดี้ " 

ทันใดนั้นนำ้ตาก็พรั่งพรูไหลอาบแก้มหญิงสาว โดยที่หลุยส์นั่งมองอย่างตกใจ หรือว่าเธอจะเป็นลูกสาวของ เคนเนดี้ 

" คุณไปเถอะคะ และอย่ามาที่นี่อีก ฮื่อ....ฉันบอกให้ไปไงไอ้บ้า  อย่ามาที่นี่อีก" 

      หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นยืน เดินไปได้ไม่ถึงสามก้าว เธอเดินชนก้อนหินที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เธอล้มลง  หลุยส์จึงรีบเข้าไปประคองเธอ แต่เธอกลับผลักหลุยส์ออก และนั่งลงมือคลำหาบางสิ่งบางอย่าง 

       หลุยส์ลอบมองอย่างสงสัย ไม่แน่ใจ จนอากัปกริยาและท่าทางของเธอเด่นชัด เธอตาบอด  เป็นไปได้ยังไง ถ้าไม่บอกไม่รู้เลย 

เธอดูปกติทุกอย่าง โดยเฉพาะดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น  ดูมีเสน่ห์  มันสามารถดึงดูด ให้ผู้ชายอย่างเขาหลงใหลได้เลยทีเดียว

"ผมช่วยคุณดีกว่าครับ  ผมไม่เห็นสิ่งที่คุณหาอยู่เลย คุณจะไปไหนเดี๋ยวผมไปส่งให้" 

ไม่มีเสียงตอบโต้ออกจากริมฝีปากของเธอ มือยังคงคลำหาไปเรื่อยๆ จนหลุยส์ทนไม่ไหว เดินเข้าไปอุ้มเธอลอยขึ้นจากพื้น 

หญิงสาวตกใจ  ดิ้นรนขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนของเขา

"ปล่อยฉันลงนะ อย่ามายุ่งกับฉัน "

มือเล็กบางทุบตีไปที่หน้าอกของหลุยส์ เพื่อหวังให้เขาปล่อยเธอลง แต่เปล่าเลย หลุยส์กับพาเธอเข้าไปนั่งในรถ พร้อมกับตัวเขานั่งประจำที่คนขับ 

" ถ้าขืนคุณยังแผลงฤทธิ์บนรถผม เราคงรถคว่ำตายกันทั้งคู่ " 

มันได้ผล เธอเงียบ หลุยส์จึงรีบขับรถออกจากบริเวณสุสาน   บทสนธนาจึงเริ่มขึ้นระหว่างทางเพื่อทำลายความเงียบภายในรถ

"เธอชื่ออะไร " 

แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมพูดกับเขา เธอยังคงนั่งตัวแข็งทื่อ และทอดสายตามองไปข้างหน้า ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นก็ตาม

หลุยส์ จึงเอ่ยปากพูดกับเธออีกครั้ง

" เราควรจะพูดกันดีๆนะ ผมขอโทษแทนคนของผม และก็รู้สึกผิดอย่างที่ไม่ควรได้รับการให้อภัย จากคุณ แต่มันเป็นอุบัติเหตุ ทางรูปคดีก็สรุปผลออกมาแล้ว คุณบอกชื่อของคุณได้หรือยัง"

เธอยังคงเงียบไร้เสียงตอบรับ  ทำให้เขาเริ่มโมโห  เขาจึงแกล้งขับรถฉวัดเฉวียน มันทำให้หญิงสาวตกใจ  "ว้ายยยย!!!"  และทำให้เธอยอมเปิดปากพูดกับเขาจนได้

" เมีย ริฮานน่า เรียก เมีย เฉยๆก็ได้  ถ้าคุณสะดวกใจ เพราะนอกจากพ่อแม่ที่เรียกฉันแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากให้ใครเรียก " 

หลุยส์ได้ยินถึงกับกระแอมไอออกมา กับชื่อ เมีย ของเธอ  

"โอเค เมีย ก็ เมีย     ผม หลุยส์ "

ทันใดนั้นเสียงท้องร้องแสดงอาการหิวโหยของเมียดังขึ้น หลุยส์จึงเป็นฝ่ายเอ่ยถาม 

"ผมหิว เอ่อ !!!เมีย หิวหรือยัง เอ๊ย!!แปลกกับชื่อคุณมาก ผมพยายามจะให้ชิน " 

"ไม่ต้องพยายามให้ชินกับชื่อของฉัน เพราะหลังจากวันนี้เราคงไม่ได้พบกันอีก"  

"โอเคเมีย แต่ตอนนี้ เราต้องไปทานข้าวกันก่อน เพราะฟังจากเสียงร้อง กระเพาะของคุณคงต้องการอาหาร บอกได้เลยว่า เมียหิว"

         หลุยส์รีบขับรถออกจากสุสานไม่นานเขาก็ขับรถถึงที่หมาย

 

     ร้านอาหารเขตชานเมือง

หลุยส์จึงรีบเปิดประตูลงจากรถ  เดินดุ่มๆเข้าไปภายในร้านอาหารทันที เด็กเสิร์ฟเห็นลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน จึงรีบเข้ามาตอนรับ  ด้วยใบหน้ายิ้มที่แย้มแจ่มใส

"สวัสดีครับ กี่ที่ดีครับคุณผู้ชาย  " เด็กเสิร์ฟถามลูกค้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม กว่าเดิม

"สองที่นะ ขอมุมสงบๆ และก็ขอนำ้แตงโมให้คุณผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังผมด้วย ดับความร้อนของเธอก่อน ด่วนเลยนะ" 

"เอ่อ.. ไหนครับคุณผู้หญิง ผมเห็นคุณผู้ชายเดินมาคนเดียว" 

       เด็กเสิร์ฟเกาศรีษะ เพราะไม่เห็นคนที่พูดถึงตามมา ทำให้หลุยส์หันหลังไปดู ไม่มีหญิงสาว นี่เขาพูดแบบไม่มีตัวตน จนหลุยส์ถึงกับอึ้งและสบถออกมาในใจ

"เวรหล่ะ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเธอตาบอดเลย ถ้าตาดีคงแสบยิ่งกว่านี้  " 

      หลุยส์เลยบอกเด็กเสิร์ฟให้จองโต๊ะสำหรับสองที่ไว้ให้  เดี๋ยวเขามา หลุยส์รีบเดินออกมาข้างนอกร้าน ภาพที่หลุยส์เห็นบริเวณลานจอด เมีย ริฮานน่า หรือว่า เมีย กำลังเดินใช้มือของเธอคลำทางมาเรื่อยๆโดนรถ ของลูกค้าคนอื่นๆ ระบบความปลอดภัยดังสนั่นหวั่นไหว ทั่วลานจอดรถ ไม่นานนักเจ้าของรถแต่ละคนก็วิ่งออกมา หลุยส์เห็นท่าจะไม่ดี จึงรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถ ตรงที่เมียยืนอยู่  เสียงพูดตำหนิติเตียนของบรรดาเจ้าของรถต่างต่อว่ามาที่เธอ 

"หนู ทำแบบนี้ได้ไง นึกว่าโจรขโมยรถ แบบนี้เดือดร้อนนะ"  เสียงลูกค้าแต่ละคนที่ต่อว่าเธอต่างๆนา 

  "แล้ว มากับใคร ดีนะ ที่ไม่หนีทำให้วุ่นวายและยังยืนรับผิดอยู่ตรงนี้ " "ใช่ ใช่"

 หลุยส์ยืนติดประชิดเมีย  "เอ่อ  ขอโทษทุกคนครับ ที่ทำให้วุ่นวายคือว่า เธอไม่ค่อยสบายครับ " หลุยส์รีบขอโทษทุกคนเป็นการใหญ่   

"คุณก็บอกกับทุกคนไปซิคะอย่าถือสาคนตาบอด คนพิการอย่างฉัน "

 

หลุยส์โน้มใบหน้าก้มลง กระซิบใกล้ๆใบหูเล็กบาง    "นี่ เมีย เงียบก่อนได้ไหม เดี๋ยวผมจัดการเอง " 

         หลุยส์เอ่ยคำขอโทษขอโพยทุกคนจนสถานการณ์ดีขึ้น บรรดาเจ้าของรถต่างแยกย้าย 

" อย่าก่อเรื่องอีกนะ  ผมหิว เราเข้าไปข้างในกันเถอะ"

"ฉันไม่หิวแล้วอยากกลับบ้าน และคุณไม่ต้องตามมาพบฉันอีกแล้ว "  เมียเดินหนี

หลุยส์เริ่มโมโหหิว  ตัดสินใจอุ้มหญิงสาว      "ไว้ค่อยคุยในร้าน ผมหิวเมีย  เอ๊ย..ผมหิว และถ้าคุณยังพยายามเอาตัวเองกลับบ้าน ผมจะอุ้มคุณเดินเข้าไปในร้าน  ตอนนี้เรามีเรื่องต้องตกลงกัน คุณเมียช่วยทำตัวให้เป็นปัญหาน้อยที่สุดได้ไหม ผมขอร้อง  โอเค นะ เมีย "

 
 
*  ขอบคุณกำลังใจรอบสองคะ

                     

            ไม่ใช่นักเขียนค่ะ เป็นคนที่ชอบวาดวิมานในอากาศ  

    ชอบเพ้อฝัน เลยบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือให้เพื่อนๆได้อ่าน 

    หวังว่าคงสร้างรอยยิ้ม อาจถึงขั้นเพิ่มเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆได้นะคะ   

        ขอบคุณกำลังใจและแรงสนับสนุนที่มอบให้  

         จะคอยปรับปรุงและพัฒนาแบบหัวชนฝาอยู่เสมอ   

                  คลิ้ก facebook  

         พูดคุยทวงถามอัพนิยาย อะไรก็ได้ค่ะที่เพจคลิ้กfacebook 

  

           ผลงานE book  

  

               

# mia,เมีย 

     ลิขิตรักไร้เดียงสา 

     เสน่หาวิวาห์จำยอม  

        ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานค่ะ  

  

  

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น