ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

บทที่ 13 ความกังวลของลิซ่า

ชื่อตอน : บทที่ 13 ความกังวลของลิซ่า

คำค้น : BTS , kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 16:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ความกังวลของลิซ่า
แบบอักษร

XIII

ความกังวลของลิซ่า


สิ่งแรกที่จองกุกสัมผัสได้คือริมฝีปากนุ่มนิ่มที่ระผ่านแก้มสาก เขาลืมตาตื่นขึ้นในเช้าอันสดใส และเป็นเช้าที่วิเศษเพราะได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของภรรยาเป็นสิ่งแรก ความสวยละลานตาอย่างน่าทึ่งราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ดวงตาเรียวที่กำลังส่องแสงระยับในยามที่ปากอิ่มสีกุหลาบฉีกยิ้ม และไฝเม็ดเล็กบนปลายจมูกรั้นทำให้ร่างบางยิ่งน่ารักน่าเอ็นดู

“อรุณสวัสดิ์ฮะพี่กุก”

สัมผัสหยุ่นนุ่มทิ้งตัวลงบนผิวเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันประทับบนริมฝีปาก จูบเสร็จร่างบางก็โปรยยิ้มหวาน ใช้นิ้วเกาคางมนของเขาและกวาดนิ้วโป้งไปตามแนวปากล่าง ช่างซุกซนจริงๆเจ้าจอมดื้อ เขาจึงกัดนิ้วโป้งนั้นเบาๆอย่างสั่งสอนที่บังอาจมาทำตัวน่ารักแต่เช้าให้เขาใจสั่น

“อรุณสวัสดิ์ครับ ที่รักของพี่” เขายื่นหน้าขึ้นไปหอมแก้มคืน แต่แค่ครั้งเดียวก็ทำให้ร่างบางหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ “นอนกับเด็กๆเป็นไงบ้าง ได้เผลอถีบลูกตกเตียงรึเปล่า”

เขาหัวเราะลงลูกคอหลังจากพูดจาหยอกล้อ และก็ได้ไปสะกิดอารมณ์ฉุนเฉียวของภรรยาเข้า ป้าบ! นี่คือเสียงที่แทฮยองตีอกจองกุก “บ้า ใครจะไปถีบลูกกัน มีแต่แทนั่นแหละโดนลูกถีบ อีกแค่ครึ่งตัวก็จะได้ไปนอนพื้นแล้ว”

ร่างสูงส่งเสียงประหลาดใจ “ได้นอนริมเหรอ?”

เขาถามขณะลูบผมม้าบางๆของอีกฝ่ายที่ลู่ลงปรกตาคู่สวยตามแรงโน้มถ่วง “ใช่ เพราะแทต้องคอยเดินไปปิดไฟและก็อ่านนิทานให้ลูก”

โอ... อ่านนิทานงั้นเหรอ ลองนึกภาพสิ ภาพที่แทฮยองกำลังอ่านนิทานบนเตียงโดยมีเด็กๆคอยทำหน้าตื่นเต้น นอนฟังเสียงทุ้มอุ่นแสนละลื่นหูที่เล่านิทานก่อนนอน จองกุกจินตนาการได้เลยว่ามันต้องเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นมากแน่ๆ ทำเอาเขาอยากมีส่วนร่วมเลยทีเดียว

“หวานใจของพี่เนี่ยช่างเป็นคุณแม่ที่ดีจริงๆ ทีหลังก็มาอ่านนิทานให้พี่ฟังบ้างสิ”

จองกุกโอบร่างบางที่นอนเหยียดบนตัวเขา ยื่นหน้าขึ้นไปใช้จมูกไถกับจมูกอีกคน พอทำท่าจะจูบก็โดนมือเรียวปิดปาก

“หืม... จะให้อ่านนิทานหรือทำอย่างอื่นกันแน่ฮะ คุณสามี” แทฮยองหรี่ตาลง ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน

ร่างสูงทำหน้าเสียดาย “แหม่ แทนี่รู้ทันพี่อีกแล้ว”

“โธ่ แทคงเชื่ออยู่หรอกว่าผู้ใหญ่อย่างพี่กุกจะอยากฟังนิทานน่ะ อ้อ และก็ตอนที่แทไปโรงเรียน พี่อย่าลืมดูแลแทยุนกับเจคนะ จำไว้ว่าพาออกไปเล่นข้างนอกได้แต่ก็อย่าลืมสอนหนังสือให้ลูกด้วย ให้ลูกรู้จักการอ่านและพัฒนาทักษะการเขียน พ่อของแทกำลังคิดเรื่องโรงเรียนให้แทยุนกับเจคอยู่”

“ให้พี่สอนเด็กๆเล่นดนตรี หรือเย็บปักถักร้อย หรือทำอาหารไหม” จองกุกเอ่ยอย่างล้อเลียน

“ได้สิ ถ้าพี่กุกสามารถ” แทฮยองก็เอ่ยอย่างประชดประชัน แต่ไปในทางหยอกเย้า “ถ้าพี่ไม่พอใจเรื่องหาโรงเรียน ก็เลือกให้เด็กๆเรียนแบบโฮมสคูลก็ได้นะ เดี๋ยวแทจะไปบอกพ่อให้”

“ไม่เป็นไร โรงเรียนนั่นแหละดี เด็กๆจะได้เรียนรู้การเข้าสังคมและการปรับตัวเข้ากับคนอื่น พี่อยากให้โลกของพวกเขาเปิดกว้างบ้าง”

ร่างบางยิ้มอย่างเห็นด้วย “แทก็เหมือนกัน แทอยากให้ลูกมีเพื่อนเล่นเยอะๆ” เพราะเขาไม่ต้องการให้ลูกมีชีวิตที่โดดเดี่ยวเหมือนกับเขา และเขาจะมีความสุขมากหากรู้ว่าเด็กๆเข้ากับคนอื่นได้อย่างดี “โอ๊ะ! ใกล้ได้เวลาแล้ว แทไปโรงเรียนก่อนนะฮะ”

เขารีบขยับตัวลุกหลังจากมองเวลาบนนาฬิกาแขวนผนัง แต่กลับถูกวงแขนหนาดึงให้กลับมานอนชนท้องด้วยกันเหมือนเดิม

“อะไรอีกล่ะฮะ” แทฮยองถามด้วยน้ำเสียงติดเง้างอน

“เดี๋ยวก่อน พี่มีอะไรจะถาม”

“ถามว่า?”

สายตาของจองกุกดูจริงจังมากขึ้นรวมถึงน้ำเสียง “ได้เลิกคุยกับเด็กคนนั้นตามที่พี่บอกรึเปล่า”

ร่างบางตอบแบบไม่ทันคิดเพราะความเร่งรีบ “คุยฮะ”

“ว่าไงนะ”

เวรล่ะ นี่เขาพูดอะไรออกไปเนี่ย “ปะ เปล่าฮะ แทเลิกคุยแล้ว”

แทฮยองสั่นศีรษะรัว แต่จองกุกมั่นใจมากว่าไม่ได้หูฝาด “พี่บอกแล้วใช่ไหม ทำไมแทถึงไม่ทำตามที่พี่บอกล่ะ” 

นี่มันเป็นเช้าที่ซวยจริงๆ แววตาของร่างสูงฉายความไม่พอใจและดูน่ากลัวกว่าวันนั้นอีก ไม่เข้าใจเลย ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ชอบที่เขามีเพื่อนอย่างลิซ่า เขาก็ไม่ได้ไปเกลือกกลั้วกับคนไม่ดีที่ไหนเสียหน่อย ก็แค่เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่กล้าหาญมากเท่านั้น เขาชักสงสัยแล้วสิว่าเซนส์ของสามียังดีอยู่หรือเปล่า และเขาก็อยากตบปากตัวเองที่ทำให้เรื่องยุ่งวุ่นวายเสียเหลือเกิน

“คือแท...” เขาหลบตาพร้อมกล่าวอ้ำอึ้ง สายตาของร่างสูงเป็นดั่งใบมีดที่คอยทิ่มแทงและทำให้สติเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“บอกเหตุผลมาซิ ทำไมถึงเป็นเด็กไม่ดีแบบนี้”

น้ำเสียงของอีกฝ่ายกดต่ำเหมือนคุณพ่อที่พร้อมจะตีก้นลูก แทฮยองกลัวสิ่งนั้น จึงได้แต่เงียบและก้มหน้างุดอย่างอับจน

“ถ้าผิดสัญญากันแบบนี้ ก็อย่าหวังให้พี่พาไปที่ถ้ำงูนั่นเลย”

แทฮยองหูผึ่งรีบเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอ้อนวอนพร้อมส่ายหน้า “ไม่นะพี่กุก”

“ไม่มีโอกาสให้เด็กเลี้ยงแกะหรอกนะ” จองกุกลุกขึ้นพลางดันตัวภรรยาออก เขานั่งบนขอบเตียงและกำลังทำท่าจะลุก

ร่างบางพุ่งปราดไปกอดแขนแน่นๆนั้นไว้ “งื้อ แทขอโทษ พี่กุกพาแทไปที่นั่นหน่อยน้า นะฮ้า”

จองกุกหันมามองด้วยสายตาเรียบนิ่งเมื่อโดนเขย่าแขน เขาส่งเสียงหึ ยกยิ้มมุมปากอย่างเสแสร้ง

“แทสำนึกแล้ว ขอโอกาสให้แทได้ไหม ได้ไหมฮะ”

เขายิ้มปิดปากเหมือนให้ความหวัง แต่สุดท้ายก็... “ไม่”

“ฮึก พี่กุกอ่า” แทฮยองเบ้ปาก ทำท่ากระซิกเพื่อเรียกคะแนนสงสาร แต่จองกุกใจแข็งกว่าที่คิด

เขาส่ายหน้าไปมา ค่อยๆดึงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ยังลุกไม่ทันเต็มความสูงก็ถูกกระชากให้ไปนอนหงายโดยมีร่างบอบบางขึ้นคร่อม

“พี่กุกยอมแทหน่อยสิ...”

ภรรยาตัวน้อยยังคงตีหน้างออย่างน่าสงสารพร้อมจิ้มท้องสามีแบบอ้อนๆ จิ้มแล้วจิ้มอีก ทว่าอีกคนไม่เห็นใจเขาเลย ท่าทางจะโกรธจริงๆ แล้วรอยยิ้มที่แสนประชดนั่นก็ยิ่งทำให้เขาอยากเอาชนะ

“พี่กุกกก”

ร่างสูงเงียบ คว้าโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะหัวเตียงมาเล่นรอ นี่สามีดูถูกเขางั้นเหรอ! ไม่รู้จักฤทธิ์คิม แทฮยองคนนี้เสียแล้ว

แทฮยองจิกตา แต่ไม่อาจบอกได้ว่าอยู่ในอารมณ์โกรธหรือเจ้าเล่ห์ คราวนี้เขารุกหนักกว่าเดิมเพื่อทำให้สามียอมศิโรราบ ด้วยการแนบตัวกับร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของอีกฝ่าย แอ่นสะโพกขึ้นสูง ก่อนจะถูหน้าอกเข้าไปหาใบหน้าหล่ออย่างช้าๆ เคลื่อนไหวอย่างเย้ายวน สะโพกแนบลงกับความเป็นชายของสามีเมื่อแผ่นอกทั้งสองประสานกัน

จองกุกละสายตาจากหน้าจอ ก็เจอะเข้ากับแววประกายซุกซนในดวงตาฉ่ำหวาน คล้ายๆอยากบอกให้รู้ว่า อย่าให้คิมแทคนนี้ต้องเอาจริงเชียว

“ถ้าแททำให้พี่พอใจ บางทีพี่อาจจะพาไปก็ได้นะ” เขายักคิ้วอย่างท้าทายขณะยกแขนรองศีรษะ

ร่างบางได้ยินก็ตาลุกวาวอย่างมีความหวัง ปากอิ่มคลี่ยิ้มพอใจ เขาใช้นิ้ววาดบนแผ่นอกที่โผล่พ้นจากคอเสื้อพลางบดสะโพกไปมาสลับซ้ายขวาเบาๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนที่ดุนดันขึ้นมา จึงหยัดกายลุกและถูท่อนล่างตัวเองกับความแข็งขืน จองกุกสูดปากเสียงแผ่วก่อนจับยึดสะโพกอวบไว้ เด้งสวนเอวขึ้นไปจนได้ยินเสียงครางกลับมา

“อ๊ะ” แทฮยองพยายามประคองสติไว้ไม่ให้คล้อยตามอีกฝ่าย ตัดสินใจคลานลงจากร่างล่ำสันและเริ่มร่นขอบกางเกงขายาวไม่เว้นแม้แต่อันเดอร์แวร์ กระทั่งความเป็นชายดีดผงาดขึ้นมาเหมือนพร้อมรบ เขาจึงก้มลงเป่าลมหายใจร้อนขณะที่มือรูดสาวไปตามโคน “ถ้าแททำแล้วพี่กุกต้องพาแทไปที่ถ้ำงูนะ”

“อืม ได้สิยาหยี แต่ตอนนี้ช่วยรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเองก่อนนะ” จองกุกเลียปาก ทำตัวสบายๆพลางชมลีลาลิ้นของภรรยา “รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง”

“รู้ฮะ ก็พี่กุกเคยสอนแท”

“ดี งั้นเริ่มเลย โชว์ให้พี่เห็นซิว่าฝีมือพัฒนาไปถึงไหนแล้ว”




“นี่ จีม เลิกทำหน้าบูดให้กิสักทีดิ เห็นแล้วมันตลกนะรู้ไหม”

ร่างเล็กยิ่งขมวดคิ้วหนักเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดของแฟนหนุ่ม ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งทานข้าวเช้าที่โรงอาหารกลางอยู่ แต่อาการเจ็บตรงช่องทางทำให้ข้าวต้มพาลไม่อร่อยตาม และคนที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนตรงหน้า เขากระแทกช้อนลงกับชามอย่างแรงเพราะไม่มีอารมณ์ทาน

“ก็ใครกันล่ะที่ทำให้จีมเป็นแบบนี้! จีมบอกว่าให้หยุดก็ไม่หยุด” ประโยคหลังเขาพูดเสียงเบาเพราะกลัวนักเรียนคนอื่นได้ยิน ยุนกิยิ้มขำกับแก้มกลมแดงๆของแฟนตัวเล็ก

“ก็นึกว่าชอบ เลยจัดให้ยาวๆไง แล้วใครน้าที่บอกให้กิทำเร็วๆแรงระ---”

“ถ้ายังไม่หยุดพูดจะเอาช้อนนี่ตีปากเลย” ขู่ไม่พอ ยังถือช้อนทำท่าจะตีอีก ดุตัวแม่จริงๆแฟนเขา

“เปลี่ยนจากช้อนเป็นปากจีมได้ไหมอ่ะ”

“กวนประสาท” ร่างเล็กส่งเสียงจิ๊ก่อนลงมือทานข้าวต้มในชามให้หมด เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 10 นาทีก็จะได้เวลาขึ้นเรียนคาบแรก

“จีมิน!” ทันใดนั้นได้มีเสียงแหลมใสของนักเรียนสาวคนหนึ่งดังขึ้น ร่างเพรียวบางนั้นเดินมาหาพวกเขาพลางชักสีหน้าไม่สู้ดีเหมือนมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ

“มีอะไรเหรอ ยูรี?”

“คือช่วยไปเอาการบ้านที่อาจารย์ตรวจเสร็จแล้วมาแจกคืนแทนฉันหน่อยได้ไหม วันนี้ฉันต้องกลับบ้านน่ะ ที่บ้านมีธุระเร่งด่วนอยากให้ฉันกลับทันที” หล่อนทำหน้าออดอ้อนพร้อมกระชับกระเป๋าสะพายทำท่าประกอบให้เขาเชื่อ

“อ่อ ได้สิ ก่อนคาบแรกใช่ป่ะ?”

“อืม ใช่ ขอบใจมากนะ ฉันต้องรีบไปแล้ว พ่อโทรตาม”

“บาย ยูรี เจอกันนะ!”

หล่อนหันมาเงียบใส่ครู่หนึ่งก่อนโบกมือกลับ “บายจ้ะ หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ”

จีมินย่นคิ้วเล็กน้อยเพราะรู้สึกตะหงิดในคำพูดนั้น แต่ก็ไม่ได้นึกใส่ใจอะไรจึงลงมือทานข้าวต้มต่อโดยมียุนกิคอยแย่ง “ย่าห์! ของตัวเองมีก็ไม่กิน”

“ก็ของจีมมีหมูสับอ่ะ”

“เฮ้อ...”




แทฮยองเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาในห้องเรียนหลังจากสับเปลี่ยนรองเท้า วันนี้ภายในห้องก็ยังเงียบเหงาเหมือนเดิม แต่ก็นึกโล่งใจที่ต่อไปนี้จะไม่ได้เจอสายตาจิกกัดของจังมีแล้ว หล่อนย้ายออกจึงทำให้บนโต๊ะรวมถึงใต้เก๊ะว่างเปล่า นั่นก็หมายถึงชีวิตเขาจะได้กลับมาสงบสุขหลังจากต้องทนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเป็นเวลาร่วม 5 ปี... ใช่แล้ว เขาอยู่ห้องเดียวกับจังมีตั้งแต่สมัยม.ต้นปีหนึ่ง คิดดูว่ามันทรมานแค่ไหน

เขาพาร่างตัวเองมาที่โต๊ะตัวเอง แต่พอเห็นสภาพที่เปลี่ยนไปของลิซ่าทำให้เขาต้องวางกระเป๋าก่อนจะทันได้แขวนกับตะขอ ลิซ่าเองก็มีท่าทีตื่นตกใจเมื่อได้เห็นเขา

“เกิดอะไรขึ้นลิซ หน้าไปโดนอะไรมา?!”

ตาเรียวไล่สำรวจรอยฟกช้ำสีม่วงคล้ำๆบนมุมปากสวย รวมถึงแผ่นพลาสเตอร์ที่ปะติดบนแก้มจนดูรกไปหมด ไหนจะขอบตาแดงก่ำที่เหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืนนั่นอีก จะให้เขานิ่งดูดายได้อย่างไร

“นี่ นาย...” ลิซ่าไม่ตอบคำถามร่างบาง กลับถลันลุกพรวดรีบฉุดอีกฝ่ายออกไปนอกห้องด้วยกัน ทำเอาคนถูกดึงแขนสะดุ้งตกใจ

“มีอะไรลิซ ค่อยๆคุยกันสิ!”

เมื่อออกมายืนอยู่บนโถงทางเดินซึ่งไร้ผู้คน ลิซ่าก็ปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระและหันมาทำหน้าจริงจัง

“ทำไมนายถึงยังมาโรงเรียน? ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้อยู่กับคุณจองกุกหรือไม่ก็ย้ายออกไปเลย!”

แทฮยองพยายามทำใจกล้า “ก็จะให้ย้ายได้ไงเล่าในเมื่อพ่อของฉันยังไม่พูดเรื่องนี้เลย”

“นายก็พูดออกไปสิ! บอกไปว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ อยากย้ายโรงเรียน ที่นี่มันห่วย ที่นี่มันมีแต่พวก---”

จู่ๆเธอก็เงียบไป แทฮยองก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

ลิซ่ากระแทกลมหายใจอย่างหัวเสีย “งั้นวันนี้ก็อย่าอยู่ห่างจากฉัน โอเค๊? พวกนั้นจะได้ไม่สงสัย”

“พวกไหน?”

เธอกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย “จะพวกไหนก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าถ้าฉันไม่อยู่หรือมีเรื่องที่ต้องแยกกันให้ไปอยู่ติดกับยุนกิไม่ก็จีมินซะ ถ้านายยังอยากให้ชีวิตตัวเองปลอดภัย และไม่ว่าจะยังไง ห้ามอยู่คนเดียวตามลำพังเด็ดขาด ไม่ว่าแถวนั้นจะมีอาจารย์หรือนักเรียนก็ตาม เพราะเราไว้ใจคนในโรงเรียนนี้ไม่ได้แล้ว เข้าใจไหม”

“.....”

“รับปากฉันสิแทฮยอง”

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอ้อนวอนและความกลัว ทำให้เขาต้องรีบตบปากรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ “โอเค”

“สัญญากับฉันนะ”

“อืม...”

“และตั้งแต่อาทิตย์หน้าก็ไม่ต้องมาโรงเรียนอีกนะ หรือถ้ามา ก็ต้องพาคุณจองกุกมาด้วย เข้าใจ?”

แทฮยองพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ว่าแต่แผลเธอ... ตกลงว่าไปโดนอะไรมา มีคนทำใช่ไหม ใคร?”

สีหน้าของลิซ่ากลับมาราบเรียบอย่างรวดเร็ว “มันไม่สำคัญหรอก ห่วงตัวนายก่อนแล้วค่อยมาห่วงฉันดีกว่า”

ร่างบางได้แต่ยืนงงขณะที่อีกฝ่ายเดินจากไป แต่ยังก้าวได้ไม่เท่าไรก็หันกลับมาลากเขาให้ตามไปด้วย ระหว่างเดินกลับห้องก็ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา มีเพียงความเงียบและความสงสัยเท่านั้นที่เวียนวนอยู่รอบๆ อย่างที่พี่กุกบอกจริงด้วย ลิซ่าดูไม่น่าไว้ใจต่างจากตอนแรกที่เจอกันมากเลย




“อยู่ไหนน้อ การบ้านม.5 ห้อง B”

จีมินกำลังรื้อสมุดนักเรียนที่กองเป็นพะเนินเทินถึกบนโต๊ะอาจารย์วิชาเคมีให้พังน้อยที่สุด ส่วนยุนกิก็แยกขึ้นไปเรียนแล้ว เพราะได้ข่าวว่าอาจารย์ท่านนั้นเข้มงวดเรื่องเวลามาก เมื่อหาบนโต๊ะไม่เจอจึงก้มลงหากองที่เหลือบนพื้น แต่ก็อีหรอบเดิม คราวนี้เขาลองมุดเข้าไปใต้โต๊ะที่มีกองสมุดถูกมัดรวมกันเป็นตับข้างๆรองเท้าส้นสูง โชคดีที่ไม่มีอาจารย์สักคนอยู่ในห้อง ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะโดนกล่าวหาว่าเป็นพวกขี้ขโมยก็ได้ เพราะท่าทางเหมือนเสียขนาดนี้

ทว่าในขณะที่กำลังง่วนหาสมุดการบ้านอยู่นั้น ได้มีคนอื่นนอกจากเขาเข้ามาในห้องพักครู ฟังจากเสียงส้นรองเท้าน่าจะเป็นผู้ชายกับผู้หญิงมาด้วยกัน

“นี่ก็ผ่านมานานแล้วนะ” หญิงสาวคนหนึ่งเกริ่นขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “คุณนิ่งนอนใจแบบนี้ได้ยังไง คุณปล่อยให้เธอต้องรอ แถมแผนที่คุณบอกว่าเวิร์คก็ไม่เห็นได้เรื่องสักนิด ลิซ่าลูกสาวของยองฮวาก็ทำพลาด ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ฉันขอบอกไว้เลยนะ เธอจะต้องโกรธมากแน่ที่คุณผิดคำพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก!”

พอได้ยินคำว่าลิซ่า ต่อมความอยากรู้ก็ทำงานทันที ร่างเล็กหยุดการกระทำทุกอย่างและหันมาซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะเพื่อดักฟังแทน

เสียงหัวเราะลงคอของชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะมีอายุมากกว่าดังขึ้นต่อ “คุณน่ะใจร้อน ทั้งคุณทั้งเธอ ผมก็บอกอยู่ว่าของแบบนี้มันต้องใช้เวลา”

“ฉันสาบานได้เลย ถ้าคุณไม่ใช่ที่ปรึกษา ป่านนี้คุณถูกไล่ไม่ก็ถูกฆ่าปิดปากไปนานแล้ว และทีนี้จะทำยังไงล่ะ เวลาก็เหลือน้อยเต็มที ความอดทนของเธอก็เริ่มถึงขีดสุดด้วย ไหนจะพวกตำรวจที่มาตามสืบคดีอีก รู้ยังงี้แล้วคุณจะยังใจเย็นอยู่อีกไหม คุณแจจิน!”

จีมินเบิกตากว้าง ผอ.แจจินเหรอ มีความเกี่ยวข้องอะไรกับลิซ่ากันนะ แล้วเรื่องที่พวกเขาพูดมันคือเรื่องอะไรกัน ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องที่คนดีเขาทำเสียด้วย จะยักยอกเงินโรงเรียนเหรอ? หรือค้าประเวณี? หรือยาเสพติด? โรงเรียนนี้ไม่ได้สะอาดอย่างที่เขาคิดเสียแล้ว พระเจ้า! ถ้าเขารอดออกไปจากตรงนี้ได้ล่ะก็ เขาจะเป็นคนแรกเลยที่จะบอกแทฮยองให้ถอยห่างจากลิซ่า รวมถึงย้ายโรงเรียนด้วย

“คุณไม่รู้อะไรซะแล้ว ถ้ามันจนตรอกขนาดนั้น เราก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสิ”


โอกาส? โอกาสอะไร?


“คุณแน่ใจนะ จะให้ฉันเชื่อในคำพูดของจิ้งจอกอย่างคุณได้ยังไง” น้ำเสียงของหล่อนลดความกระด้างลง “แล้วคุณจะเอาอะไรเป็นเครื่องรับประกัน”

“นี่คุณต้องการเครื่องรับประกันด้วยเหรอ ไม่เอาน่าจีซัง ถ้าคุณเป็นผม คุณจะรู้ว่าขอแค่รอเวลาและเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมเท่านั้น ทั้งแม่ทั้งลูกก็ไม่หนีไปไหนหรอก”

“หึ ก็ขอให้มันเป็นอย่างที่คุณพูดละกัน ถ้ายัยเด็กนั่นไร้ประโยชน์ขนาดนั้นก็ฆ่าทิ้งซะเถอะ จะได้สาแก่ใจยองฮวาด้วยไง”

“เฮ้อ ใจร้ายจริงน้า”

ทันใดนั้นได้มีอาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเรียกพวกเขาให้ไปประชุมด่วน จีมินจึงค่อยๆออกมาจากที่ซ่อนและเริ่มทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

“ลิซ่า...”




​To be continued

​_______________________________

จีมินจะสงสารลิซ่าไหมน้า แต่ที่แน่ๆไปบอกแทเถอะว่าโรงเรียนนี้มันไม่ปลอดภัย5555 ตอนหน้าจะได้เห็นสองสามีภรรยาสวมบทบาทเป็นนักสืบแล้วนะ ใครอยากเห็นมั่งงง

ความคิดเห็น