facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13 NC

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.8k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2562 00:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 NC
แบบอักษร

หัวใจขายฝาก

บทที่ 13




จอมภพมีนัดเรียนการแสดงแปดวัน ในหนึ่งเดือนก่อนเปิดกล้อง ร่วมกับเพื่อนนักแสดงอีกหลายคน เขาโล่งใจอยู่บ้างเมื่อระหว่างนั้นชานนท์ไม่ได้แสดงออกถึงความสนิทสนมเป็นพิเศษมากนัก ทำให้พอวางใจได้บ้าง ความคิดอคติที่มีต่ออีกฝ่ายก็ลดน้อยลงไปด้วย การร่วมงานกันจึงไม่น่าจะมีปัญหา


ความสัมพันธ์กับปาณัทก็ดีขึ้นตามลำดับ เวลาว่างระหว่างเรียนจอมภพมักจะออกแบบผลิตภัณฑ์ตามที่ปาณัทบอกความต้องการเก็บไว้ แล้วค่อยนำไปให้เสี่ยหนุ่มพิจารณาอีกครั้ง เรื่องบนเตียงทั้งคู่ก็มีเวลาให้กันสม่ำเสมอ ความเร่าร้อนและหวานฉ่ำไม่เคยลดน้อยลงเลย


เวลาผ่านไปหลายเดือนที่ได้อยู่ด้วยกันนับตั้งแต่บิดาเสียชีวิต จอมภพคิดว่าเขากำลังตกหลุมรักปาณัทเข้าเสียแล้ว ชายหนุ่มเพิ่งเข้าใจความหมายของมัน เขาเริ่มเข้าใจภวัตที่ในอดีตรักมารดาของเขามากแค่ไหน และเหตุใดจึงเสียใจนักเมื่อคนที่รักทิ้งไป


“เปิดกล้องเมื่อไหร่”


ปาณัทเอ่ยถามในคืนหนึ่งหลังจากจอมภพเล่าให้ฟังว่าเรียนการแสดงจบลงแล้ว จอมภพนอนกอดร่างโปร่งของปาณัทไว้หลวมๆขณะตอบคำถาม


“เปิดกล้องวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้แล้วครับ จนถึงตอนนี้ผมยังไม่มั่นใจเลยว่าจะแสดงได้”


จอมภพถอนหายใจ ทั้งที่ครูสอนการแสดงบอกว่าเขาทำได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก แต่เขาก็ยังกังวล ปาณัทหัวเราะเบาๆพลางลูบแขนของจอมภพอย่างอ่อนโยน


“ผมเชื่อว่าจอมทำได้อยู่แล้ว คนเก่งเสียอย่าง จอมจะต้องดังจากเรื่องนี้แน่ๆ ขนาดยังไม่เริ่มถ่ายทำก็เริ่มมีแฟนคลับแล้วนะ”


จอมภพทำตามที่ปาณัทแนะนำ เขาลบแอคเคาน์ทวิตเตอร์และเฟสบุ๊คเดิมทิ้งแล้วสร้างใหม่ ทันทีที่ข่าวเปิดตัวนักแสดงปรากฏ เขาก็เริ่มมีคนมาติดตาม เมื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัยก็ตกเป็นเป้าสายตาจนเริ่มชิน ปาณัทบอกให้เขายิ้มให้มากกว่านี้ เงยหน้าสบตาผู้คนและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จะมัวเงียบขรึมอย่างก่อนหน้านี้ไม่ได้


“ดังแล้วจะลืมผมไหมนะ”


วงแขนที่กอดอยู่หลวมๆกระชับรัดแน่นทันที จอมภพยิ้มบางๆพลางสบตาอีกฝ่ายด้วยประกายลึกซึ้ง


“อย่ามาทำเป็นตัดพ้อหน่อยเลยครับ พี่เปาก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนแบบนั้น”


ปาณัทเอียงคอมองยั่วเย้า สองแขนยกคล้องคอชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าก่อนเอ่ยปากเสียงนุ่ม


“ตอนนี้ยังไม่ลืมไง อีกหน่อยดังแล้วอาจจะลืมตาแก่ที่คอยอยู่ที่บ้านก็ได้”


จอมภพดันร่างที่กอดอยู่ให้พลิกหงาย เขาจ้องมองใบหน้าที่เอาชนะหัวใจของเขาได้ราบคาบ


“พี่เปายังไม่แก่ คนอายุสามสิบอย่างพี่เปายังแข็งแรงและทำให้ผมต้องการได้เสมอ”


พูดจบจอมภพก็บดจูบที่ปากหวาน ปาณัทเผยอปากรับด้วยความเต็มใจ นับวันเขาก็ยิ่งหลงเสน่ห์จอมภพจนไม่อาจถอนใจ ในบางคราวเขาก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ อายุที่ห่างกันถึงสิบปี ไหนจะชื่อเสียงที่จอมภพเริ่มมี แม้จะมั่นใจว่าจอมภพไม่ใช่คนดังแล้วลืมตัว แต่ใครจะรู้เล่าว่าอาจมีปัจจัยอื่นที่เกิดขึ้นอีก


แต่ตอนนี้ ตอนที่จอมภพกำลังปรนเปรอบทรักให้เขา ปาณัทไม่ควรจะคิดสิ่งใดอีก นอกจากปล่อยตัวปล่อยใจแล้วเดินตามจอมภพไปสู่ความหฤหรรษ์ที่รออยู่เบื้องหน้า









วันเปิดกล้องที่มีพิธีบวงสรวงมีผู้คนมาร่วมงานมากมาย ทั้งทีมงาน ผู้สื่อข่าวและกลุ่มแฟนคลับของซีรี่ส์เรื่องนี้ที่มาคอยให้กำลังใจห่างๆ ชานนท์ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อมองเห็นความโด่งดังในอนาคต


“จอม มานี่ มายืนตรงนี้แล้วยิ้มให้แฟนคลับหน่อย”


จอมภพถูกชานนท์ดึงมาให้แฟนคลับถ่ายรูป เสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้นพร้อมกับทั้งคู่ที่กลายเป็นจุดรวมความสนใจ


“กรี๊ดดด เหมาะกันมากเลยค่าคู่นี้ จอมนิค”


“สนิทกันขนาดนี้ มีอะไรพิเศษไหมเอ่ย”


ชานนท์เป็นฝ่ายชิงตอบคำถาม เขาโปรยยิ้มสู้กล้องอย่างคนมีประสบการณ์


“นิคกับจอมสนิทกันเพราะเราเรียนการแสดงมาด้วยกันครับ อย่าคิดมากกันนะ แสดงละครด้วยกันเฉยๆ”


จอมภพฝืนยิ้ม เขาถือโอกาสที่ผู้กำกับเรียกถ่ายซีนแรกเดินกลับ ชานนท์ยังเดินเคียงข้างไม่ยอมห่าง


“เราสองคนต้องสนิทกันให้มากนะจอม เขาเรียกว่าแฟนเซอร์วิส รู้หรือเปล่าว่าเราเป็นคู่จิ้นในโซเชียลแล้วนะ ขนาดเพิ่งเริ่มถ่ายทำเอง ถ้าซีรีส์ออนแอร์แล้วต้องดังมากแน่ๆ”


“ทำไมต้องมีแฟนเซอร์วิส”


คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เขาไม่ค่อยชอบการกระทำแบบนี้เท่าไหร่นัก ชานนท์ยังคงยิ้มอย่างใจเย็น


“พวกแฟนคลับเขาต้องการแบบนี้ เราก็ต้องตอบสนองให้สิ ทำไปเถอะน่าจอม ชื่อเสียงเงินทองทั้งนั้น เห็นแฮชแท็กในทวิตเตอร์บ้างหรือเปล่าว่าชื่อของเราสองคนมีคนทวิตจนติดเทรนด์ เราเห็นนะว่าทวิตของจอมน่ะ คนฟอลโลว์เพิ่มจากหลักร้อยเป็นหลักหลายพันแค่ข่าวว่าเล่นเป็นพระเอกเรื่องนี้ คอยดูเถอะถ้าออนแอร์เมื่อไหร่ รับรองคนติดตามพุ่งเป็นหลักหมื่นแน่ๆ แล้วตอนนั้นจอมจะรู้ว่าการที่เราทำแบบนี้มันมีประโยชน์แค่ไหน”


จอมภพขมวดคิ้ว  นี่สินะวงการบันเทิง อะไรก็ดูเป็นการแสดงไปเสียหมด


บิ๊ก ผู้กำกับเรียกทีมงานมารวมตัว ต่อจากนี้การถ่ายทำจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เขาชี้แจงว่าเพราะนักแสดงเป็นหน้าใหม่เกือบทั้งหมดจึงได้คิวการทำงานมาเต็มที่และเนื้อเรื่องมีแค่สิบสองตอน การถ่ายทำจึงน่าจะใช้เวลาไม่เกินสองเดือนก็จะเสร็จสิ้น และวันนี้ถ่ายทำแค่ฉากง่ายๆเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นการทำงานก็เริ่มต้นขึ้น








ชายหนุ่มกลับถึงบ้านในตอนค่ำ เมื่อไปถึงเขาเห็นปาณัทกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางใบย่อม และเมื่อปาณัทมองเห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง คำทักทายเสียงใสก็ดังขึ้น


“กลับมาแล้วหรือจอม เป็นยังไงบ้าง ทำงานวันแรกตื่นเต้นไหม ขอโทษนะที่ผมไปด้วยไม่ได้”


จอมภพเดินตรงเข้ามา เขาสวมกอดร่างโปร่งไว้จากด้านหลังเกยคางไว้กับไหล่และเอ่ยถามด้วยความสงสัย


“พี่เปาจะไปไหนครับ”


“ลืมบอกจอมว่าต้องไปจีนกับเจ้ปลา ไปเรื่องงานของที่บ้านน่ะ”


ปาณัทตอบเสียงนุ่ม ครอบครัวของเขามีธุรกิจหลายอย่างที่แยกกันดูแลเด็ดขาด และยังมีธุรกิจกงสีที่พี่น้องช่วยกันทำงานด้วย


“ไปกี่วันครับ”


 “อาทิตย์นึง ฝากจอมเฝ้าบ้านด้วยนะ”


ไม่รู้ทำไมถึงใจหาย ระยะหลังจอมภพไม่ค่อยได้ห่างปาณัท เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่อยู่หลายวันชายหนุ่มเริ่มรู้สึกไม่อยากห่างปาณัทเลย แต่เพราะเป็นเรื่องงานจะให้จอมภพทำตัวเป็นเด็กงอแงย่อมไม่เป็นการดี เขาดึงปาณัทให้หันมาสบตา


“มีค่าฝากไหมครับ จะได้มีกำลังใจเฝ้าบ้านหน่อย”


ปาณัทมองอย่างรู้ทัน ดวงตาหลังแว่นกรอบใสเป็นประกายสว่างไสว


“อยากได้อะไรเป็นค่าฝากล่ะ ต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่ เด็กคนนี้”


ตอนเดินเข้ามาในเขตบ้าน จอมภพยังไม่เห็นรถของปาริชาติจึงรู้ว่าพี่สาวของปาณัทยังไม่กลับ เขาควรใช้เวลาที่ได้อยู่เพียงลำพังกับปาณัทให้เป็นประโยชน์ก่อนที่จะไม่ได้ใกล้ชิดคนในอ้อมกอดหลายวัน


“ผมขอคิดค่าฝากที่ระเบียงห้องได้ไหม พระจันทร์กำลังขึ้นบนฟ้า ผมอยากชมแสงจันทร์กับพี่เปา”


ปาณัทหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ฟังข้อเสนอของจอมภพ ถึงอย่างไรชายหนุ่มก็ยังเป็นวัยรุ่นที่กำลังคึกคะนองแม้จะมีนิสัยเงียบขรึม แต่จะเป็นไรไปเล่าหากปาณัทจะลองลดอายุกลับไปสู่วัยหนุ่มอีกสักครั้ง


“ทะเล้นจริงๆจอม แต่ผมจำเป็นต้องจ่ายสินะ”


จอมภพไม่ได้รอคำตอบ เขารวบร่างโปร่งของปาณัทเข้าสู่วงแขนแล้วอุ้มไปยังระเบียงห้องที่กว้างพอจะวางเก้าอี้ตัวยาวสำหรับนอนเล่นได้ตัวหนึ่งก่อนจะวางลงอย่างนุ่มนวล ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นระเบียงทอดสายตามองปาณัทด้วยนัยน์ตาลึกซึ้งจนเป้าสายตาแก้มแดงเรื่อ


“ทำตาหวานใส่แบบนี้ ผมเขินนะจอม”


ดึงมือเรียวของปาณัทมากุมไว้และจูบที่กลางฝ่ามือ สายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าวัยไม่ละเว้น


“พี่เปารู้ไหม ความดีอย่างหนึ่งของพ่อที่ผมพอจะนึกออก คือส่งพี่เปามาให้ผม”


ปาณัทยิ้มรับ พลางใช้อีกมือปัดเส้นผมที่ตกลงมาระหน้าผากของจอมภพเล่น


“ไม่ใช่ว่าส่งจอมมาให้ผมหรือ”


จอมภพขยับขึ้นไปนั่งหมิ่นที่ขอบเก้าอี้ วางมือแนบแก้มเนียนใสไว้


“อะไรก็ได้ครับ ที่ทำให้เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้”


สบตาซึ่งกันจนแทบลืมหายใจท่ามกลางความมืดที่โอบล้อม มองเห็นแสงจากดวงจันทร์ที่ลอยอยู่ริมฟ้าเป็นฉากหลังก่อนที่จอมภพจะโน้มกายลงมาจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากสีแดงธรรมชาติ ปาณัทเปิดรับให้ลิ้นร้อนเข้ามาแสวงหาความหวาน เสื้อยืดที่เขาใส่นอนถูกดึงออกจากกายในไม่ช้า มือสากของจอมภพลูบไล้กายนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ


“ผมอยากกินพี่เปา”


พึมพำอยู่กับริมฝีปากนุ่ม เปิดโอกาสให้ปาณัทได้สูดลมหายใจเข้าปอดหลังจากถูกจูบเนิ่นนาน ไม่รู้ตัวเลยว่าจอมภพดึงกางเกงขาสั้นที่เขาใส่อยู่ออกตอนไหน รู้แต่ตอนนี้ปาณัทกำลังอวดร่างขาวสว่างให้แสงจันทร์อาบไล้


“ก็กินสิ ไม่ได้ห้าม”


เสียงนุ่มสั่นพร่า ออกปากอนุญาตให้หน้าคมขยับเลื่อนต่ำลงไปสู่จุดอ่อนไหวสีชมพูเพราะเลือดหล่อเลี้ยง จอมภพใช้ปลายนิ้วยึดโคนไว้พลางจูบเบาๆที่ปลายมน ริมฝีปากขยับไล่ขึ้นลงก่อนจะเปิดปากกลืนกิน


“อา...”


ปาณัทพริ้มตาแหงนหน้าพิงไปกับพนักเก้าอี้ มือเรียวสอดขยุ้มกลุ่มผมดกดำของจอมภพเมื่อการกลืนกินนั้นกำลังทำให้เขาเพลิดเพลิน จอมภพไม่ได้เร่งเร้า เขาขยับเนิบนาบเน้นสัมผัสในช่องปากจนปาณัทต้องเป็นฝ่ายสวนเอวเข้าใส่อยู่หลายครั้ง กลีบปากขบเม้มเมื่อสภาวะอารมณ์กำลังพุ่งชัน


“จอมแกล้งผม”


จอมภพหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยินเสียงตัดพ้อ แรงกระแทกใส่ปากครั้งล่าสุดบอกให้รู้ว่าปาณัทใกล้จะถึงไคลแม็กซ์แต่เขายังไม่ยอมในตอนนี้ ชายหนุ่มคลายปากออกทันที


“พี่เปานอนคว่ำนะครับ”


พลิกเอวให้ร่างโปร่งเนียนตานอนคว่ำลงกับเก้าอี้ตัวยาว บั้นทายขาวผ่องอวดสายตาจนจอมภพอดไม่ได้ที่จะบีบเล่น เขาแหวกมันออกจนมองเห็นรูจีบพับสีสวย จากนั้นจึงยื่นหน้าเข้าไปโลมเลีย


“อื้อ...”


ปาณัทกำมือลงกับพนักพิงของเก้าอี้ ความเร็วของปลายลิ้นที่ตวัดสลับกับสอดลึกเข้าไปในรูจีบสร้างความเสียวกระสันมากยิ่งขึ้น เซ็กส์ของจอมภพไม่ใช่แค่เร่งเร้าเอาแต่ใจให้เสร็จสิ้นแต่ชายหนุ่มให้ความสำคัญกับการโลมเล้ากระชากอารมณ์คู่นอนให้กระเจิดกระเจิงก่อนที่จะดึงกลับมาสู่ความสุขสมที่แท้จริง นั่นคือบทรักที่ปาณัทติดใจ


“เสียวครับจอม จัดการผมสักทีเถอะนะ”


เหลียวมองอ้อนวอนด้วยแววตาหวานฉ่ำยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า เขาต้องการจอมภพจนเนื้อตัวสั่นระริก จอมภพเงยหน้ายิ้มรับก่อนจะทรงกายขึ้นดันความแข็งแกร่งที่พร้อมอยู่แล้วเข้าสู่ช่องทางที่เขาจัดการด้วยปากลิ้น ปาณัทขมวดคิ้วรับมันเข้าสู่ร่างจนสุดลำ


“โอ...”


จอมภพยังตื่นเต้นกับช่องทางนี้ในทุกครั้งที่ได้สอดใส่ ราวกับร่างกายของปาณัทเกิดมาคู่กับเขา มันเหมาะเจาะพอดีไม่คับไม่หลวมจนเกินไป ภายในอุ่นร้อนต้อนรับราวกับรอให้เขาได้สัมผัสไปทุกส่วน ยามดึงกายออกหมิ่นเหม่ก็เรียกร้องให้เขาต้องกระแทกเอวเข้าไปสู่ความรัดรึง เขาออกแรงจนเหงื่อชื้นซึมออกทางผิวหนัง มือใหญ่โอบเอวของปาณัทให้คุกเข่าอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวที่กำลังโยกคลอนจากแรงของเขา


“ฮึก จะ จอม ดีจัง”


ปาณัทหันมาเอ่ยพร้อมกับครางไม่ขาดระยะ มองเห็นร่างสูงใช้ขาข้างหนึ่งยันพื้นไว้เป็นหลัก ส่วนอีกข้างวางแนบไปท่อนขาด้านหลังของเขา เอวกับสะโพกแกร่งออกแรงถาโถมขณะที่เจ้าตัวส่งเสียงทุ้มต่ำคล้ายคำรามอยู่ในลำคอ ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยอารมณ์เถื่อนดิบยิ่งมีเสน่ห์ชวนหลงใหล


“จอม ผมจะ ...”


ยังไม่ทันจบประโยค ปาณัทก็ปลดปล่อยพุ่งวาบ เขาหอบหายใจไปพร้อมกับจังหวะที่เร่งเร้าขึ้น จอมภพเงยหน้าส่งเสียงเมื่อดึงกายออกรูดรั้งตนเองก่อนจะปลดปล่อยตามติด เขาถอนหายใจด้วยความสุขสมก่อนจะอุ้มปาณัทขึ้นแล้วลงไปนอนบนเก้าอี้แทน โดยมีปาณัทนอนทับอยู่เบื้องบน จอมภพแหงนหน้ามองพระจันทร์แล้วเอ่ยเย้าปาณัท


“มองไม่เห็นพระจันทร์เลย เห็นแต่ก้นพี่เปา”


“เด็กบ้า”


ปาณัทใช้กำปั้นทุบที่ไหล่แต่จอมภพก็ไม่สะดุ้งสะเทือน ซ้ำยังคว้ามือมาจูบเล่น ทั้งคู่เงียบเสียงปล่อยให้บรรยากาศใต้แสงจันทร์บอกความรู้สึกที่มีต่อกัน


“ผมไม่อยู่หลายวันจอมต้องตั้งใจทำงานนะ”


ปาณัทเอ่ยเสียงอู้อี้ขณะซุกหน้าอยู่กับแผงอกชื้นเหงื่อ


“ไปกองถ่ายให้ตรงเวลา ขยันฝึกซ้อมท่องบทเยอะๆ ถ้าเราตั้งใจทำงานผลงานจะได้ออกมาดี ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ต้องประสบความสำเร็จทั้งนั้น”


“คร้าบ” จอมภพอมยิ้ม เขาลูบไล้ร่างเปลือยในอ้อมกอด “รู้แล้วครับคุณเมีย ผมจะตั้งใจทำงาน มีอะไรจะสั่งสอนอีกไหมครับ”


“จอม!”


ปาณัทเงยหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินสถานะที่จอมภพหลุดปากออกมา


“พูดว่าไงนะ”


“อะไรครับ อ๋อ บอกว่าจะตั้งใจทำงานไงครับ”


“ไม่ใช่สิ อย่าเฉไฉ”


จอมภพมองปาณัทลึกล้ำ เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ริมฝีปากนุ่มแผ่วเบา


“ผมบอกว่าผมจะเชื่อฟังเมียผู้มีพระคุณ พอใจหรือยังครับ”


ปาณัทหายใจแรง หยาดน้ำคลออยู่ในหน่วยตา เขาเป็นฝ่ายจูบจอมภพบ้างจนกระทั่งได้ยินเสียงรถของปาริชาติขับเข้ามาในบ้าน


“คุณปลากลับมาแล้ว” จอมภพกระซิบตอบ “แล้วตอนนี้ยุงก็เริ่มกัดจนจะเป็นไข้เลือดออก เราคงกอดกันตรงนี้ต่อไม่ได้แล้ว”


“ในห้องไม่มียุง มีแอร์ ไม่ร้อน”


ปาณัทกระซิบตอบเช่นกัน จอมภพยิ้มกริ่มก่อนจะอุ้มปาณัทกลับเข้าไปในห้อง เขาวางร่างโปร่งลงบนเตียงนุ่ม


“ไปชมจันทร์ตรงระเบียงก็ไม่เลวนะครับ วันไหนถ้าคุณปลากลับดึกเราไปกันอีกนะครับพี่เปา”


“เด็กบ้า ห่ามจริงๆ”


เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้นก่อนจะหายไปเพราะจอมภพจัดการปิดปากของปาณัทลงอีกครั้ง



TBC

ทำไมชั้นจะต้องไปแอบส่องคนชมจันทร์ที่ระเบียงด้วยวะคะ ฮ่าๆๆๆ

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวด้วยนะคะ 



ความคิดเห็น