facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 24 [50%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 24 [50%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2562 13:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 24 [50%] *แก้ไข
แบบอักษร

​ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 24 

 

ทั้งที่ปกติเป็นฝ่ายหนีมาโดยตลอด พอต้องมานั่งรอคอยแบบนี้มันรู้สึกแปลกๆ ชะมัด ผมนั่งกอดอกจ้องโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงตรงหน้าอย่างหงุดหงิดใจมาร่วมชั่วโมงกว่า ในเมื่อไอ้พี่แทนบอกให้ผมคอยที่คอนโดแต่พอผมหนีกลับมาบ้านพี่มันก็เลยไม่มาตามงั้นสิ ทำไมไม่มีความพยายามเลยวะ หรืออย่างน้อยก็ควรโทรมาหาสิ ไม่ใช่เงียบหายไปเลยแบบนี้ 

ฮึ้ยยยย 

ได้แต่ทิ้งตัวลงนอนดีดดิ้นบนเตียงด้วยความขัดใจ 

หรือผมควรโทรหาพี่มันดีวะ? 

ตาเหลือบมองไปทางโทรศัพท์พลางคว้ามากดไปที่หน้าโทรออก แต่ไม่มีเบอร์ไอ้พี่แทนอยู่ในนั้น เพราะผมไม่ได้โทรหาพี่มันนานมากแล้ว จะว่าไปก็ไม่เคยรับสายพี่มันเลยด้วย ก็คงไม่แปลกหรอกที่มันไม่โทรมา 

แต่จะให้อยู่ๆ โทรไปหามันก็แปลกๆ ใช่มั้ยล่ะ 

แล้วผมควรทำยังไงดีวะ ยุ่งยากจริง 

ความรู้สึกของคนที่เล่นตัวมานานจนเกิดอยากจะหายโกรธ แล้วรอให้เขามาง้อแต่อีกฝ่ายกลับเงียบหายไปมันเป็นอย่างนี้นี่เอง 

ผมนอนกลิ้งตีลังกาไปอีกหลายตลบจนเวลาร่วงเลยไปสามทุ่มกว่า โทรศัพท์ก็ยังคงเงียบกริบ ไม่ใช่พี่มันไปรถคว่ำตายห่าที่ไหนแล้วนะ หรือว่ามันจะไปรอผมบนห้องที่คอนโดวะ แต่มันควรรู้ตั้งแต่เห็นผมไม่อยู่แล้วสิว่าผมจะไม่กลับไป 

เอายังไงดี... 

เวลาแบบนี้ผมควรปรึกษาใครดีวะ 

ว่าแล้วมือก็เลื่อนหน้ารายชื่อไปเจอไอ้เพื่อนตัวดีเข้า ในเมื่อมันรับรู้เรื่องของผมตั้งแต่แรก ก็ต้องเป็นมันนี่แหละที่จะให้คำปรึกษาผมได้ดีที่สุด 

นั่งตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็โทรออกไป รอสายอยู่พักใหญ่ จนเกือบถอดใจอยู่แล้วไอ้คุณชายข้าวปั้นถึงได้รับ 

("ว่าไง ไม่ได้เจอหน้ากูแค่วันเดียวก็คิดถึงจนทนไม่ไหวแล้วเหรอ") เจอเข้าไปประโยคแรกก็อยากวางสายเลยกู คิดถูกหรือคิดผิดวะที่เลือกโทรหามันเนี่ย 

"ตีนกูเนี่ย คิดถึงมึงมากเลย" 

("หูยยย เก็บขาสั้นๆ ของมึงไว้ประดับร่างกายเถอะครับ ว่าแต่โทรหากูมีอะไร... เออเดี๋ยวก่อน กูว่าจะโทรถาม เมื่อคืนมึงหายไปไหนวะ กูเห็นแวบๆ ว่าไอ้พี่แทนลากมึงออกไป") 

ความรู้สึกช้าไปมั้ยมึงเนี่ย 

"แหม ถามกูตอนนี้ สมมติกูโดนใครลากไปจริงๆ ป่านนี้ศพกูคงขึ้นอืดแล้วล่ะเพื่อนรัก เป็นห่วงกูช้าไปหลายชั่วโมงเลยนะสัส" จริงๆ มึงควรตามมาช่วยกูตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไอ้เพื่อนเวร คิดแล้วโมโหจริงๆ 

("แล้วสรุปยังไง กลับไปกับไอ้พี่แทนใช่มั้ย") 

"เออ" ผมตอบกลับไปไม่ค่อยเต็มเสียงมากนัก เพราะความจริงแล้วถ้าไม่ได้พี่มันเข้ามาช่วย ผมก็คงจะตื่นขึ้นมาตอนเช้าพลางร้องไห้กระซิกอยู่บนเตียงคนเดียวแบบฉากในหนังนั่นแหละครับ คงอนาถน่าดู 

("แล้ว...? ") ไอ้ปั้นถามเพื่อให้ผมอธิบายต่อ เอาเป็นว่าผมจะข้ามเรื่องน่าอายไปก็แล้วกัน 

"กูเมาฉิบหาย เหล้าที่ไอ้เหี้ยบอลชงให้ไม่รู้ผสมอะไรมั่ง กูเดินออกมาจะไปเข้าห้องน้ำแต่พี่มันตามมาด้วย เห็นสภาพกูไม่น่าไหวมันก็เลยพากูกลับคอนโด..." 

("เดี๋ยวๆ ") อยู่ๆ ไอ้ปั้นก็ขัดกลางปล้องขึ้นมาเสียก่อน ผมจึงต้องชะงักลง ("มึงไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำ แต่มึงโดนนักล่าแต้มลากไปไม่ใช่เหรอ") 

เดี๋ยวนะ.... แม่งรู้!! ถ้าไอ้ปั้นรู้แสดงว่ามันต้องเห็น แล้วทำไมมันไม่เข้ามาช่วยผมวะ!!! 

"มึงรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นนักล่าแต้ม" ผมถามกลับไปอย่างข้องใจ 

("ชื่อเสียงโด่งดังออกขนาดนั้น คงมีแต่มึงนั่นแหละที่ไม่รู้") 

"แล้วทำไมมึงไม่มาช่วย!! ปล่อยให้เขาลากกูออกไปทำไม มึงรู้มั้ยว่ากูเกือบจะโดนเขาแดกเข้าไปแล้ว" ไอ้เพื่อนทรพี! 

("ก็กูเห็นอัศวินวิ่งตามมึงออกไป") 

อัศวินพ่องง 

"แล้วมึงก็ทิ้งกูไว้กับมันเนี่ยนะ" ทั้งที่ตั้งใจว่าจะโทรมาปรึกษา กลับต้องมาหัวร้อนเพราะเพื่อนไม่สนใจเสียอย่างนั้น ไอ้เชี่ยปั้น เสียแรงที่กูยกให้มึงเป็นเพื่อนดีเด่น กูขอถอนตำแหน่งคืน! 

("ก็กูเห็นเดี๋ยวนี้คุยกันดีแล้วนี่ เลยปล่อยให้เคลียร์กันเองน่าจะดีกว่า ไอ้สองสาวก็เห็นว่าจะรามือแล้วเหมือนกัน") 

ไอ้ปุ้ยกับไอ้ตาลก็จะเลิกยุ่งเรื่องนี้แล้ว? ทั้งที่ไอ้ปุ้ยเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้เนี่ยนะ แต่ละคนเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ แต่ช่างเถอะ คนเริ่มใจอ่อนแบบผมจะไปว่าใครได้วะ 

("ว่าแต่มึงเถอะ โทรหากูมีอะไร กูว่าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้แน่ๆ ") ไอ้ปั้นตัดบทไม่รอฟังความเห็นผม จนชักเริ่มลังเลว่าควรปรึกษามันดีหรือเปล่า แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อย่างน้อยได้ระบายออกให้มันฟังอาจจะดีขึ้นก็ได้ 

สุดท้ายผมจึงเล่าเรื่องที่เพิ่งคุยกับแม่ไปให้มันฟังจนหมดเปลือก ไอ้ข้าวปั้นก็ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีไม่ขัดตอนเลยสักนิด เงียบจนอดคิดไม่ได้ว่ามันอาจจะหลับไปแล้ว จนผมเล่าจบนั่นแหละมันถึงได้ส่งเสียงให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ 

("อืมมมม") และดูท่าว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ("จะว่าไปพี่มันก็แคร์มึงมากอยู่นะ จริงๆ เห็นได้ตั้งแต่ที่มันมาตามมึงต้อยๆ แล้วแหละ กูว่าถึงเวลาที่มึงควรฟังเหตุผลของพี่มันได้แล้วมั้ง") 

"แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะ ก็พอกูอยากฟังแม่งก็เสือกหายหัวทั้งที่ปกติตามตื๊อจะตายห่า" 

("แล้วมึงไม่คิดว่าพี่มันจะมีธุระบ้างหรือไง") 

"ทีเมื่อก่อนมีธุระแค่ไหนยังตามมาเฝ้ากูได้ทุกเช้าเย็น" 

("หัวร้อนนน") 

เออ ผมยอมรับว่าผมหัวร้อน ธุระบ้าอะไรยาวนานขนาดไม่มีเวลาโทรมาหาผมสักนาทีสองนาทีวะ มันไม่ห่วงกันจริงนี่หว่า 

("มึงก็รอหน่อยสิวะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่มันก็แล่นไปหามึงถึงบ้านเองแหละ คุณป้าปลื้มพี่มันจะตายไม่ใช่หรือไง ไม่งั้นไม่ช่วยพูดขนาดนั้นหรอก มีแบ็คใหญ่แบบนั้นพี่มันจะกลัวอะไร ไม่ใช่ป่านนี้โทรคุยกับแม่มึงเรียบร้อยแล้วเหรอ") 

เออ...อาจจะจริง พี่มันอาจจะโทรหาคุณนายสรแทนที่จะโทรหาผมก็ได้ เพราะมันคงคิดว่ายังไงผมคงไม่รับโทรศัพท์ 

หรือผมควรลงไปถามแม่ดี? 

("ใจแข็งมาได้ตั้งนาน พอใจอ่อนขึ้นมาก็รอไม่ได้เลยรึไงไอ้ชิวาว่าน้อย") 

"สัส ชิวาว่าบ้านมึงสิ" 

คุยกับมันแล้วช่วยอะไรได้บ้างมั้ยเนี่ย นอกจากปวดหัวยิ่งกว่าเดิม พาผมหัวร้อนเข้าไปอีก 

("พี่มันก็คงมีธุระสำคัญนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นมันจะปุบปับออกไปทำไมทั้งที่มีโอกาสแล้ว ไอ้พี่แทนมันรอวันนี้มาตั้งนานนะมึง อยู่ๆ มันไม่ถอดใจง่ายดายขนาดนี้หรอก") 

ผมนิ่งเงียบคิดตามที่ไอ้ปั้นมันพูด แล้วก็จริงอย่างที่มันว่านั่นแหละ พี่มันตื้อผมมาได้ตั้งนาน คงไม่ตัดใจปุบปับแบบนั้นหรอก 

("คืนนี้มึงก็นอนซะ เลิกฟุ้งซ่าน รอพี่มันมาง้อพรุ่งนี้นะจ๊ะชิวาว่าน้อย") 

"ชิวาว่าบ้านพ่อมึงสิไอ้เชี่ย!! " 

ผมยังด่าไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำไอ้เพื่อนเวรมันก็ชิงวางสายตัดหน้าไปก่อนแล้ว คนที่หงุดหงิดทำอะไรไม่ได้จึงต้องลงกับหมอนข้างที่วางอยู่ข้างตัว 

เอาเป็นว่าผมจะรออีกหน่อยก็แล้วกัน 

เช้าวันนั้นผมตื่นลงไปทานข้าวเช้าด้วยสภาพอิดโรย เพราะกว่าจะหลับลงได้ก็เกือบรุ่งสางเข้าไปแล้ว มัวแต่คิดเรื่องไอ้พี่แทนนั่นแหละ จนแล้วจนรอดทั้งคืนพี่มันก็ไม่ยอมโทรหาผม ไม่มีแม้แต่ข้อความสักข้อความเดียว 

"ไปอะไรไปอชิ หน้าตาไม่สดชื่นเลย" แม่เอ่ยถามขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปนั่งด้านข้างบนโต๊ะกินข้าว ตรงหน้ามีข้าวต้มกลิ่นหอมควันฉุยของโปรดแต่ผมกลับไม่ค่อยอยากกิน 

นี่มันผิดวิสัยของอชิตะแล้ว! 

"เปล่าครับ" ผมตอบกลับไปเบาๆ ตักข้าวต้มติดปลายช้อนขึ้นมากิน พลางแอบเหลือบมองแม่ไปด้วย ถามแม่ดีมั้ยนะว่าไอ้พี่แทนโทรหาหรือเปล่า แต่คุณนายสรก็มีท่าทางปกติ ไม่พูดเรื่องไอ้พี่แทนขึ้นมาอีกเลย หรือว่าพี่มันจะไม่ได้โทรหาแม่ผมกันนะ 

โอ๊ยยย ปวดหัวจริง 

จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ถาม เพราะทันทีที่ทานข้าวเช้าเสร็จแม่ก็ออกไปทำธุระข้างนอกต่อทันที ทิ้งให้ลูกชายคนนี้ฟุ้งซ่านอยู่ที่บ้านคนเดียว 

จนกระทั่งเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ผมดังขึ้น คนที่นั่งหมดอาลัยตายอยากสะดุ้งสุดตัวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที แต่ชื่อคนที่โทรหาทำเอาผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ 

พี่บูม 

จะว่าไปก็ไม่ได้เจอชาวแก๊งนี้นานมากแล้ว อีกอย่างพวกพี่มันก็ไม่ได้มาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ชมรมผมอีกเลย ไม่เคยโผล่มาป่วนที่คณะผมด้วย แล้ววันนี้มีเรื่องอะไรถึงได้โทรมา พลันในใจคิดไปถึงเรื่องร้าย... 

หรือพี่บูมจะโทรมาบอกว่าไอ้พี่แทนรถคว่ำตาย! 

เฮ้ย!! อชิตะ กูว่ามึงเพ้อแล้ว รีบๆ รับโทรศัพท์เข้าสิวะจะได้รู้สักที 

คิดได้แบบนั้นจึงกดรับสายก่อนที่อีกฝ่ายจะวาง 

"ครับ...พี่บูม" 

("อชิใช่มั้ย") เสียงใสของอีกฝ่ายไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด นั่นแปลว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสินะ 

"ครับพี่ ผมเอง" 

("คุยได้มั้ย พี่มีเรื่องจะคุยด้วย") เอาแล้วสิ ใจเจ้ากรรมเต้นแรงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ไอ้พี่บูมจะโทรมาคุยกับผมเรื่องอะไรวะ 

"ครับ คุยได้..." 

("เรื่องไอ้แทนน่ะ") 

แน่ล่ะ ก็มีอยู่เรื่องนี้เรื่องเดียว 

("พี่ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องของอชิกับไอ้แทนเป็นยังไงบ้างเพราะมันไม่ค่อยเล่าอะไรให้พวกพี่ฟังเท่าไหร่ แถมห้ามไม่ให้พวกพี่ไปหาอชิกับมันอีกต่างหาก คงกลัวพวกพี่จะไปกวนเรานั่นแหละ") 

ผมทำเพียงฟังเงียบๆ พี่บูมจึงเริ่มพูดต่อ 

("ช่วงนี้ไอ้แทนมันเงียบๆ ไม่ค่อยกวนตีนเหมือนเมื่อก่อนจนพวกพี่อดเป็นห่วงไม่ได้ จริงๆ มันไม่ให้พี่ยุ่งกับเรื่องนี้นะ มันบอกว่าจะจัดการเอง แต่ดูท่าว่าตอนนี้พี่คงต้องขอเสือกหน่อยแล้วล่ะ") 

"ครับ" ผมตอบกลับไปสั้นๆ เพราะอยากกดข้ามช่วงเกริ่นบทสนทนาไปเข้าช่วงเนื้อหาสักที 

("อชิไม่ได้กลับมาที่หอนานแล้วใช่มั้ย") แต่อยู่ๆ พี่บูมก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น 

"ก็...นานแล้วเหมือนกันครับ" ผมตอบกลับไปด้วยความไม่แน่ใจ ไม่ได้กลับหอตั้งแต่ที่เริ่มทะเลาะกับไอ้พี่แทนนั่นแหละ แต่มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยล่ะ ในเมื่อตอนนี้พี่มันก็รู้อยู่แล้วว่าผมพักที่ไหน 

("พี่ขอให้อชิกลับไปที่หอหน่อยได้มั้ย บางทีถ้าอชิกลับไปเรื่องราวทุกอย่างมันอาจจะอธิบายง่ายขึ้น พี่ไม่อยากเป็นคนพูดเพราะถ้าไอ้แทนรู้มันคงโกรธ แต่ถ้าอชิไปเห็นด้วยตัวเองคงไม่เป็นไร พี่แค่ช่วยพูดกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ แต่จะให้ดีอชิไม่ต้องบอกมันนะว่าพี่โทรหา") 

อะไรวะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ที่โทรมานี่คืออยากให้ผมกลับหอเท่านั้นเหรอ? แค่กลับหอเนี่ยนะ หรือไอ้พี่แทนจะอยู่ที่นั่น 

"ให้กลับไปที่ห้องผมเหรอครับ" 

("ใช่ มันเอาไปไว้ที่ห้องอชิแล้ว") 

เอาอะไรไปไว้...? เกลียดจริงๆ พวกที่ชอบพูดอะไรเป็นปริศนาเนี่ย 

"เอาอะไรไปไว้ที่ห้องผมครับ" 

("อชิไปดูเองก็แล้วกัน ถือว่าพี่ขอนะ แต่ตอนนี้พี่ต้องวางก่อนแล้ว อชิกลับไปที่ห้องให้ได้นะ!!") พี่บูมทิ้งท้ายไว้เท่านั้นและวางสายไปเลย 

อะไรวะ...? 

แต่เอาเถอะ มาถึงขนาดนี้แล้วผมเองก็ขี้เกียจรอและนั่งเดาเรื่องทุกอย่างเองแล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงขึ้นไปหยิบกุญแจรถบนห้องและขับกลับไปที่หอทันที ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้าตึกอันแสนคุ้นเคย ผมจอดรถพลางกวาดสายตามองไปทั่วลานจอดแต่กลับไม่พบรถของไอ้พี่แทน แสดงว่าพี่มันไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วพี่บูมให้ผมกลับมาหาอะไร อะไรที่พี่บูมบอกว่าอยู่ที่ห้องผม 

ผมไม่รอช้า ตรงขึ้นไปยังห้องของตัวเอง แต่เดินเลยขึ้นไปอีกชั้นเพื่อไปหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง ห้องที่นานๆ ครั้งผมจะขึ้นมาสักทีเพราะพี่มันย้ายสำมะโนครัวลงไปอยู่กับผมที่ชั้นล่าง ห้องที่ในเวลานี้เงียบสนิท บ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่ 

ได้เห็นแบบนั้นผมจึงเดินลงกลับมาที่ห้องของตัวเอง ไขกุญแจเข้าไปด้วยมืออันเชื่องช้า ไม่ว่าสิ่งที่จะเห็นตรงหน้าคืออะไร ผมจะไปขอคำอธิบายทั้งหมดจากพี่มัน จะอาละวาดให้หนักเลยที่อยู่ๆ ก็เงียบหายไปแบบนี้ ไหนไอ้ปั้นบอกว่าพี่มันจะตามผมมาที่บ้านไงวะ แต่เอาเข้าจริงผมก็มาโผล่อยู่ที่นี่แล้วล่ะ ถึงพี่มันไปก็ไม่เจอผมอยู่ดี 

คอยดูนะ ถ้าของที่เจอในห้องไม่ได้ช่วยอะไรผมจะโทรกลับไปด่าไอ้พี่บูม พี่ก็พี่เถอะวะ 

มือหมุนลูกบิดด้วยความเซ็งขณะที่กลิ่นอับและกลิ่นฝุ่นเล่นงานผมทันทีที่เปิดประตูออก เพราะไม่ได้กลับมาทำความสะอาดเสียนานน่ะสิ ผมเดินเข้าไปในห้องที่มีแสงสลัวเพียงเล็กน้อยเพราะม่านทึบปิดไว้ จึงเดินตรงเข้าไปเมื่อเปิดม่านให้แสงสว่างเข้ามาในห้อง แต่เท้ากลับเตะกล่องอะไรสักอย่างบนพื้นจนต้องก้มลงมอง 

ถ้ามองไม่ผิดนี่มันกล่องรองเท้านี่นา ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้วะ 

ผมใช้เท้าเขี่ยมันออกไปให้พ้นทางก่อนจะเดินไปเปิดม่าน เปิดประตูระเบียงให้อากาศระบายออก หมุนตัวกลับมาสะดุดเข้ากับกล่องรองเท้ากลางห้องอีกครั้ง 

กล่องรองเท้าสามกล่อง... 

อะไรบางอย่างฉุกใจผมขึ้นมา อย่าบอกนะว่านี่คือ... 

ขอพนันของไอ้พี่แทน? 

สามกล่อง พี่บูม พี่ฟลุค พี่เปรม พอดีเด๊ะ ไอ้พี่บูมให้ผมกลับมาเจอกับรองเท้าพวกนี้เนี่ยนะ เท่านั้นแหละ... 

โครม! 

ใช่ครับ ผมเตะแม่งกระเด็นกระดอน ในเมื่อเห็นหนามยอกอกวางอยู่ตรงหน้าจะให้ผมหยิบขึ้นมาบูชาหรือไง แล้วไอ้พี่บูมบอกให้ผมมาดูของที่จะทำให้ผมหัวร้อนยิ่งขึ้นไปอีกทำไมกันวะ เสียแรงขับรถมาฉิบหายเลย 

ผมเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหัวเสีย ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังรองเท้าคู่ที่กระเด็นออกมาจากกล่องเพราะบาทาผมพลิกตะแคงอยู่ด้วยความสงสัย 

ทำไมเหมือนจังวะ... 

ทำไมสีกับรุ่นมันเหมือนที่ผมเคยบ่นกับไอ้พี่แทนว่าอยากได้เลย 

 

 

50% 

>>>> 

อ้าวววววว 

ยังไงงงงงงงงงงงงงง 

ปล.ตัวเองง เค้าฝากเพจหน่อยสิคะ ไปไลค์ให้เค้าหน่อยน้า 

https://www.facebook.com/ninyamanee/ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว