facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 14-2 ผู้ชายของยุนยูจอง เปลี่ยนเป็นชาอูฮยอนแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 14-2 ผู้ชายของยุนยูจอง เปลี่ยนเป็นชาอูฮยอนแล้ว

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14-2 ผู้ชายของยุนยูจอง เปลี่ยนเป็นชาอูฮยอนแล้ว
แบบอักษร

พอยูจองดูรูปที่แชกยองเอามาให้เธอก็พบเจอเจ้าของของผ้าพันคอแล้ว เหตุการณ์เมื่อตอนเดินพรมแดง ตรงแขนของอูฮยอนที่โอบกอดยูจองจากทางด้านหลังมีผ้าพันคอกับเสื้อโค้ทพาดอยู่ ถ้าลองมองอย่างละเอียดที่หน้าร้านสะดวกซื้อเอง เธอก็ก่อกวนและสร้างความเสียหายให้กับอูฮยอน แต่ก็ได้รับความช่วยจากเขาเหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่างเลย มันเป็นโชคชะตาสุดพิเศษและน่าขอบคุณ แต่ถึงจะเจอกันตั้งสองครั้งแล้วก็ไม่ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเลย

“น่าจะทิ้งนามบัตรไว้สักแผ่น”

“เขาชื่อชาอูฮยอน เป็นหมอผิวหนังอายุเท่ากับเธอ”

ยูจองมัวแต่ตกอยู่ในห้วงความคิดบ่นพึมพำอยู่คนเดียว จึงไม่รู้ว่าแชกยองเข้ามายืนอยู่ข้างๆ แล้ว และแชกยองก็ตอบเธอเสียงดังขึ้นจนทำให้ตกใจอย่างแรง

“ทำผิดอะไรอีกล่ะ ทำไมตกใจขนาดนี้”

“ก็ส่งสัญญาณบอกกันหน่อยสิว่าเข้ามา”

“ตอนนี้เธอสติหลุดลอยจนไม่ได้ยินอะไรเลยสินะ ฉันเคาะประตูแล้ว นั่นก็น่าจะพอเป็นสัญญาณแล้วนะ”

“พี่ แล้วตอนนี้ต้องทำยังไงต่อล่ะ”

“ไม่นานก่อนหน้านี้ ชเวจีฮุนประกาศแต่งงานกับประธานลีจองรัน โรงแรมพูจา”

“...”

“ถ้าไม่ใช่เธอ ก็คงยังไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครพาเสียบได้ถึงระดับนักแสดงนำแบบนี้หรอก อุส่าทำให้ได้รับการยอมรักในฐานะนักแสดง แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลัง คนทั่วไปฟังก็ยิ่งไม่ชอบแล้ว เธอก็ต้องสู้กลับสิ”

ยูจองเปลี่ยนสีหน้าจากเหลืองเป็นขาวซีดขึ้นมา เธอรู้สึกวิงเวียนและมีอาการคลื่นไส้อยู่ภายใน

“ทำยังไงล่ะ จะให้ประกาศแต่งงานกับไอดอลที่บริษัทเลี้ยงไว้เหมือนที่พี่พูดเหรอ”

“ไม่ใช่ แต่ทำให้คนอื่นเชื่อคล้ายๆ แบบนั้นอีกนิดหน่อย ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอตอนพรมแดงน่ะ ทำให้เขาเป็นคนรักของเธอจริงๆ ไปเลยเป็นไง”

“อะไรกัน กับคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเนี่ยนะ..”

“ก็บอกชื่อไปแล้วเมื่อกี้ไง”

ยูจองรู้สึกอึ้งและเศร้าใจมากกับคำพูดของแชกยอง น้ำตาที่หยุดไปแล้วพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง ทำไมเธอถึงต้องมาอยู่ในสภาพที่ต้องแสดงอะไรแบบนี้ด้วย หรือเธอทำผิดอะไรกันแน่… สำหรับยูจองแล้ว แม้กระทั่งจะหายใจมันก็ยังเกินความสามารถเหมือนมีหลุมใหญ่ๆ อยู่ตรงกลางอก เหมือนโดนกระสุนยิงเข้าใส่...

“อย่าร้องเลย เสียดายน้ำตาเปล่าๆ ถ้าจะร้องให้ผู้ชายอย่างชเวจีฮุนน่ะ มันเป็นความผิดอันยิ่งใหญ่ของฉันเอง ทั้งๆ ที่ควรจะต้องให้โอกาสเธอได้มีภูมิคุ้มกัน แล้วก็ฝึกฝนทั้งเรื่องผู้ชายและความรักบ้างแท้ๆ…”

แชกยองกอดยูจองแล้วตบหลังเบาๆ เพื่อปลอบโยน ยูจองเผยความลับที่ไม่เคยบอกใครเลยสักครั้งจนถึงตอนนี้ให้กับแชกยอง

“แม่... ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ บนรถพยาบาลแม่จับมือฉันตลอดทางไปโรงพยาบาล แล้วให้คำสั่งเสียสุดท้ายไว้ว่าฉันต้องแต่งงานก่อนวันเกิดอายุสามสิบห้าให้ได้ ไม่งั้นจะอายุสั้นเหมือนแม่…”

แชกยองรู้สึกอกสั่นหวั่นไหวกับคำสารภาพของยูจอง เธอเพิ่งรู้ ไม่แม้แต่จะคาดเดาเหตุการณ์แบบนั้นมาก่อนเลย เธอนึกว่าที่ยูจองพูดว่าชีวิตแขวนอยู่บนความเป็นความตาย ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องแต่งงานก่อนอายุสามสิบห้า เพราะยูจองแค่เหนื่อยจากตารางงานที่ยุ่งยากจนอยากจะหลบหนีไป นึกว่ามัวใช้ชีวิตในวงการ เลยแค่อยากมีความสุขแบบธรรมดาทั่วไป ในฐานะผู้หญิงที่ได้แต่งงานคนหนึ่งก่อนที่จะสายเกินไปกว่านี้เท่านั้น เธอไม่รู้และไม่เคยจินตนาการเลยว่าคำพูดนั้นมันจะเป็นคำทายและคำสั่งเสียที่มารดาทิ้งไว้ให้ลูกสาวในช่วงที่ใกล้จะลาจากโลกนี้ไป

แม่ของยูจองอาจจะคาดการณ์ล่วงหน้าหรือคอยดูอนาคตจากโลกหน้าแล้วจึงทิ้งคำทำนายโชคชะตาของผู้คนเอาไว้ แม้จะเป็นแค่ความฝันและไม่เคยพูดกับใครๆ ไปตรงๆ แต่คำทำนายจากแม่ของยูจองไม่เคยผิดพลาด แม่ของเธอรู้เห็นล่วงหน้าเกี่ยวกับความตายของเธอและให้ตระเตรียมเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ เธอไม่เคยพูดสักคำเกี่ยวกับครอบครัว แต่เมื่อถึงเส้นทางสุดท้าย เธอเหมือนได้ฝากฝังเช่นนั้นไว้เพื่อให้ช่วยชีวิตลูกสาวของเธอ

เมื่อวันเวลาเริ่มเข้าใกล้กับอายุที่ถูกทำนายมันช่างน่าหวาดกลัว เพราะความหวั่นวิตกก็เลยเอาแต่พูดว่าจะแต่งงาน จะแต่งงานไปอย่างนั้น ฃจนแชกยองที่ไม่รู้เรื่องนั้นเข้าใจยูจองผิดไป หลังจากแม่เสียชีวิตตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใครเลยสักคน ใช้ชีวิตโอบอุ้มคำทำนายที่มากมายนั้นไว้คนเดียว แม้รู้สึกกระวนกระวายไร้จุดหมายและกังวลมากสักเพียงใดก็ตาม แชกยองไม่สามารถพูดอะไรได้อีกหลังจากฟังคำสารภาพของยูจอง ถ้าคนที่ชื่อชาอูฮยอนเป็นคนที่โอเคอย่างที่นักข่าวจูได้บอกไว้จริงๆ แชกยองก็นึกอยากจะทำให้เขาแต่งงานกับยูจองในตอนเช้าวันพรุ่งนี้ไปเลยก็คงดี เมื่อรู้ถึงคำทำนายของแม่ยูจองแล้ว แชกยองก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของชาอูฮยอนกับยูจองมันไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ธรรมดาๆ เธอคิดถึงขั้นคิดว่าชาอูฮยอนอาจจะเป็นคนที่แม่ของยูจองส่งมาให้เลยก็ได้ ไม่สิ เธออยากจะเชื่อแบบนั้น


* * *


นักข่าวนัมเข้าไปภายในถุงนอนสนามโดยยื่นออกมาแค่ใบหน้า และเอามือที่เย็นเป็นน้ำแข็งไปอังที่รามยอนคัพไว้ให้เริ่มอุ่นขึ้น ก็เริ่มทานมื้ออาหารง่ายๆ ถ้าข้างๆ ไม่มีกล้องวางไว้ล่ะก็ ท่าทางเขาก็เหมือนกับคนเร่ร่อนไร้ที่อยู่เป๊ะเลย ถ้าอยู่กับมินอาการละสายตาออกจากกล้องก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ แต่นักข่าวนัมปรับมุมและทิศทางกล้องให้ตรงกับห้องนั่งเล่นของบ้านจีฮุน และกดปุ่มถ่ายภาพเคลื่อนไหวทิ้งไว้เรียบร้อยแล้ว เขาปักหลักใช้บะหมี่ถ้วยเป็นกับแกล้มและดื่มเหล้าเลยด้วยซ้ำ ทานไปดื่มไปพร้อมๆ กับกอดฮอตแพ็คเอาไว้ แม้ในอากาศที่หนาวเหน็บนี้ก็รู้สึกง่วงได้ จากนั้นนักข่าวนัมก็หลับจนมีเสียงกรน โดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่ามีรถยนต์ขนย้ายของสัมภาระเข้าบ้านมาจอดอยู่หน้าบ้านแล้ว

มินอาสำรวจทุกหนแห่งตามบริเวณใกล้เคียงและโรงพยาบาลที่อูฮยอนอยู่แล้ว ก็สืบมาได้ว่าปัจจุบันของอูฮยอนนั้นก็มีอะไรที่เป็นช่องโหว่อยู่ มารดาคนสวยที่ใกล้จะแต่งงานเป็นครั้งที่ห้าทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยอยู่หลายๆ ทางเหมือนลูกสาววัยแรกแย้ม เขารับเงินเดือนและลาออกจากโรงพยาบาลที่ทำงานไปแล้ว ซึ่งสถานที่ทำงานในปัจจุบันยังไม่แน่ชัด ถ้านั่นเป็นจุดด้อยของอูฮยอน มินอาคิดว่าคงเป็นเพราะแม่ของเขาที่ทำให้อูฮยอนไม่สนใจจะคบหากับใครหรือแต่งงาน มองผู้หญิงเหมือนกับเป็นก้อนหิน ดังนั้นปัญหาเรื่องผู้หญิงของเขาจึงสะอาดเกลี้ยงเกลาหมดจด ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยวีไอพีดื้อดึงจะรักษาแต่กับอูฮยอนจนยอมจ่ายเงินให้มหาศาล ก็รับรู้มาว่าเขาเป็นคนขยันหมั่นเพียรและซื่อสัตย์อย่างมาก เหตุผลที่ทำให้คุณหมอหนุ่มที่ดีงามแบบนี้ออกจากโรงพยาบาลก็ยิ่งทำให้รู้สึกน่าเคารพและประทับใจกว่าเดิม เพราะเขายังดื้อดึงที่จะรักษาคนไข้ที่มีความผิดปกติทางด้านผิวหนังหรือโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งยังลดการนำเข้าของอุปกรณ์เสริมความงามของแผนกผิวหนังและเป็นอาสาสมัครบำบัดรักษาอย่างอุทิศตนทั้งๆ ที่ท่านประธานไม่ชอบ

มินอาแอบสืบข้อมูลอย่างลับๆ ก็รู้สึกเคารพนับถืออูฮยอน เดี๋ยวนี้ หมอแบบนี้ ผู้ชายแบบนี้ยังจะมีอยู่อีกเหรอ แน่นอนว่าต้องลองเจอด้วยตัวเองถึงจะรู้ แต่หลายปีมานี้ในบรรดาผู้คนที่ได้เคยพบเจอกับอูฮยอนก็ไม่มีใครตำหนิหรือต่อว่าเขาเลยสักคน ก็น่าจะลองเชื่อดูสักครั้งดีไหม ถึงจะมีแม่ที่ค่อยสร้างปัญหาเหมือนคนไม่รู้ถูกผิด แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของเจ้าตัวเอง ถ้าไม่มีจุดบกพร่องสักอย่างเดียวแล้วจะเป็นมนุษย์ได้อย่างไรกัน เทวดาแล้วล่ะ มินอาเรียบเรียงเรื่องราวให้อูฮยอนกลายเป็นคู่รักของยูจองจริงๆ ซึ่งถ้าหากถึงขั้นแต่งงานกัน ชีวิตของยูจองก็คงจะประสบความสำเร็จในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว

คาดคะเนผิดแล้วยังเขียนข่าวพลาดอีก เธอต้องทดแทนคำขอโทษที่ทำให้รักแรกแห่งชาติกลายเป็นคนธรรมทั่วไปด้วยการเป็นแม่สื่อที่ทำให้ตกตะลึงเลยสักครั้ง มินอาส่งข้อมูลที่สืบค้นมาเกี่ยวกับอูฮยอนให้แชกยอง ต่อให้ทำทั้งคืนก็ต้องสร้างกลยุทธิ์ด้วยกัน เธอตั้งใจจะใช้อูฮยอนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และต้องลงบทสรุปให้ได้ภายในสามวันนี้ ดังนั้นการรายงานข่าวในวันที่หนึ่ง มกราคม ปีสองพันสิบเจ็ด พวกเธอจะต้องพลิกผันสถานการณ์ให้ได้ แชกยองและมินอาวางแผนในทุกกรณีและสร้างแผนรับมือ เริ่มต้นด้วยการสร้างฉากอันสมบูรณ์แบบที่จะสกัดกั้นทุกข้อสงสัยและคำถามที่คาดการณ์ได้ของพวกนักข่าว


* * *


ระหว่างที่แชกยองและมินอาจดจ่อสมาธิไปกับการสร้างแผนการต่างๆ ยูจองก็เริ่มดื่มคนเดียวพร้อมกับอ่านข่าวทั้งหมดที่เกี่ยวกับยูจองผู้กลายเป็นคนธรรมดา กับข่าวประกาศแต่งงานของจีฮุนไปด้วย ทั้งๆ ที่เธอดื่มไม่ได้ เธอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลไม่เก่งและไม่สามารถเอาชนะมันได้ แล้วก็ไม่รู้รสชาติมันเหมือนกัน แต่ก็ดื่มเข้าไปจนเหลือเป็นแค่เปล่าไปทีละแก้วๆ รู้ตัวอีกทีเธอก็ดื่มไวน์ไปคนเดียวทั้งขวดแล้ว ปกติถ้าเป็นแอลกอฮอล์ขนาดนี้ สำหรับยูจองมันใกล้เคียงกับปริมาณที่อาจทำให้ถึงตายได้ แต่วันนี้ไม่รู้ว่าจะต้องมาเมามาย มองข้ามแอลกอฮอล์ไปเหมือนเป็นหลุมว่างอยู่ด้านบน ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ แล้วก็ส่งเสียงดัง… ยูจองดื่มเหมือนคนไร้สติ เธอลุกขึ้นมาหวีผม แต่งหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า แถมยังพันผ้าพันคอกับใส่หมวกให้มิดชิด เธอเปิดประตูออกไปแล้วหลบเลี่ยงสายตาคนในบริษัทเพื่อเดินออกจากบริษัทไปคนเดียว จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ วิงเวียนแล้วก้าวขึ้นบันไดแต่ดูเหมือนจะเอนตัวนอนลงไป ข้างในพะอืดพะอม รู้สึกเหมือนฟ้ากับดินกลับหัวกลับหางไปหมด แต่ก็ขึ้นแท็กซี่เพื่อไปที่ไหนสักที่นึง


* * *


อูฮยอนทุบหลังตัวเอง เขาย้ายผ้าห่อของที่วางไว้ในห้องนั่งเล่น หยิบเสื้อมาแขวนในตู้เสื้อผ้าแล้วจัดการข้าวของที่เหลือให้เสร็จสิ้น

“สัมภาระของคนๆ เดียวนึกว่าจะจัดการแค่สองสามชั่วโมงก็เสร็จนะเนี่ย เฮ้อ ก็ไม่ได้ย้ายบ้านหลายรอบนี่นา”

อูฮยอนจัดการห้องนั่งเล่นเสร็จแล้วก็ปิดไฟแล้วกำลังจะเดินเข้าไปในห้อง แต่กลับมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นเสียก่อน

"ไม่น่ามีใครมานี่ ใครกัน”

เมื่ออูฮยอนมองหน้าจอของอินเทอร์โฟน เขาก็สับสนจนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร นี่มันยุนยูจอง

“ทำไมเธอคนนั้นถึงมาที่นี่ล่ะ... ไม่รู้เหรอว่าคุณชเวจีฮุนย้ายออกไปแล้ว ติดต่อรปภ. ดีไหมนะ”

เขาตั้งใจจะกดปุ่มเรียกยามรักษาการณ์ แต่ก็ได้ยินเสียงกดปุ่มประตูหน้าบ้านดังติ๊ดๆ ขึ้น พอหันไปดูประตูบ้านแล้วก็พบว่ากลอนประตูไม่ได้ล็อกกุญแจเอาไว้ แล้วเขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสประตูบ้านเลยด้วย ถ้ามันจะเป็นความผิดของอูฮยอนที่จะผลัดไว้ค่อยไปทำก่อนนอน มันก็เป็นความผิดพลาดจริงๆ ก่อนอื่นเลยคงต้องล็อกกลอนประตูแล้วบอกไปว่าชเวจีฮุนย้ายออกไปแล้ว ถ้าทำแบบนั้นเธอจะกลับไปใช่ไหม แต่ในช่วงเวลาที่อูฮยอนรีบวิ่งไปที่ประตูบ้าน ประตูก็ถูกเปิดพรวดแล้วยูจองก็เดินเข้ามา

ความคิดเห็น