email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 9

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 68.5k

ความคิดเห็น : 91

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 9
แบบอักษร

วันอาทิตย์ 11:30 น. 

#Somtum 

ให้ทายว่าตอนนี้ผมโอเคไหม?  

ไม่เลยจ้า... 

รู้สึกไม่โอเคเพราะปวดตัวนี่แหละ เมื่อคืนมีปัญหากับพี่ไทเกอร์นิดหน่อย เลยยอมให้พี่เขาทำโทษซะจนร่างกายพัง ส่วนตอนนี้น่าจะเกือบเที่ยงแล้ว แต่บรรยากาศในห้องยังเย็นสบายเพราะเครื่องปรับอากาศที่ถูกเปิด ชวนให้ไม่อยากลุกไปไหนเลยจริง ๆ  

‘ลุกได้ที่ไหนล่ะ…’ เสือตัวโตต้องดุแน่ ๆ เลยถ้าไม่ยอมฟังคำสั่ง ก่อนหน้านี้พี่ไทเกอร์ก็ปลุกให้ไปกินข้าวกินยา มันไม่อร่อยจริง ๆ เลยไม่อยากทาน แต่กลับโดนดุเฉยเลยอะ ก็คนไม่หิวนี่นา เลยจำต้องฝืนใจกินได้ห้าหกคำ 

จริง ๆ แล้วผมกินเก่งมากเลยนะ แต่พอไม่หิวมันก็ไม่หิวอะ ส่วนตอนนี้กลับขึ้นมานอนบนเตียงแล้ว พี่เขาไปไหนไม่รู้บอกทิ้งท้ายว่าแค่ให้นอนพัก แต่ที่รู้ ๆ คือทำไมไม่มาดูแลเราเลย 

ทำให้น้องไม่สบายเองนะ!  

หรือเพราะมีงานต้องทำเหรอ? อยากลองลุกขึ้นไปดูแต่สังขารไม่เอื้ออำนวยเลยจริง ๆ บอกเลยนะว่าเอากันมันฟิน แต่ถ้าโดนทำหนัก ๆ ขนาดนี้ก็คงได้เดินเซกันพอดี 

‘ทำไงได้ก็พี่ไทเกอร์เยดุขนาดนี้ ถึงจะเจ็บจนเดินเซแต่ก็คุ้ม…’  

ฮืออออ… 

จะว่าไปแล้วทำไมไม่เห็นปูนมันโทรหรือทักมาเลยอะ พักนี้มันมีอะไรทำให้ยุ่ง ๆ หรือเปล่า ปกติเสาร์อาทิตย์นางต้องทักต้องโทรมาหาผมแล้วป่ะ 

กึก… 

“โอ๊ย…” นี่จะพลิกร่างนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ได้เลยถูกม้ะ? เหมือนมันจะอักเสบที่บริเวณช่องทางอะ ทำไงดีวะ หมายถึงทำไงจะกลับไปเอากันกับพี่ไทเกอร์ให้ได้เร็วที่สุด 

‘ขืนเป็นแบบนี้ต้องงดถูกเอาแน่ ๆ เลย’  

‘ฉิบหายแล้วส้ม…’ ทำไงดี ๆ ๆ อีกนานไหมมันจะหาย อยากหายอยากโดนเยแล้วอะ 

เฮ้อออ… 

ทำไมต้องมีข้อจำกัดในเรื่องแบบนี้ด้วยนะ เมื่อคืนตอนพี่ไทเกอร์กระแทกดุ้นยักษ์สุดที่เลิฟเข้ามาแรง ๆ ยอมรับว่าโคตรเจ็บเลย มันเจ็บแบบเสียว ๆ ถึงแม้จะเจ็บกว่าทุกครั้งแต่มันทำให้รู้สึกสะใจจนอยากโดนกระทำอีก แต่ได้ข่าวว่าปากบอกพี่เขาไปเองว่าไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว… 

‘เออใช่… ถ้าทำแบบนั้นอีกต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายเหมือนตอนนี้ งั้นเราก็ต้องพักการถูกเยอีกน่ะสิ!’ ทางเดียวที่จะกลับไปให้พี่ไทเกอร์เยได้อีกคือต้องพักผ่อนให้หายเร็ว ๆ สินะ 

คิดได้ผมจึงยอมข่มตานอน ไม่สิ ไม่จำเป็นต้องข่มตานอนเพราะแค่นี้สมองก็ล้าพออยู่แล้ว ร่างกายเหนื่อยอ่อนพร้อมที่จะจมสู่นิทรา และในที่สุดก็ทำให้ผมไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก 

ทุกอย่างดับมืดไปหมด เหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้ายามกลางคืนอันหนาวเย็น มีเพียงความอบอุ่นจากแสงจันทร์และหมู่ดาวสาดส่องลงมากระทบร่างที่นอนเปลือยเปล่าบนปุยเมฆ 

ผิวของผมเปล่งแสงสว่างจากการสะท้อนขาวเนียนผ่องเสียจนเหล่าเทวดาหลาย ๆ คนยังหลงใหล ในใจทำได้เพียงคิดว่าจงบินลงมาสัมผัสร่างกายผมเสียเถิด แต่ความคิดนั้นกลับต้องดับชะงักเมื่อเทวดาที่หวังให้ลงมาสัมผัสกลับเป็นเสือตัวโตสยายปีกบินเข้าหา 

เสือสี่ขามีปีกได้เยี่ยงใดกัน ร่างกายสูงใหญ่เสียจนผมกลายเป็นเพียงกวางตัวน้อย แผงอกแน่นเต็มไปด้วยขนหนา ๆ หนวดและเขี้ยวคมขยับลงสูดดมกลิ่นระหว่างซอกคอชวนให้รู้สึกเสียววูบวาบ อุ้งเท้าใหญ่กดแขนทั้งสองข้างของผมไว้ไม่ให้ขยับหนีเพียงใช้แรงแค่เล็กน้อย 

ทันใดนั้นเสือตัวโตกลับกลายร่างเป็นมนุษย์บุรุษเพศ ใบหน้าคมสูงหล่อเปลือยกายกำยำชวนให้อยากมองไปถึงไหนต่อไหน เห็นแล้วแรงขับเคลื่อนทางกามารมณ์จึงเกิดขึ้นเสียทันควัน 

แขนเรียวสองข้างตวัดขึ้นโอบกอดรอบคอแกร่งของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล ทำไมถึงคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเช่นนี้ มือสากจับเอวไว้เบา ๆ เหมือนมองผมเป็นสมบัติชิ้นล้ำค่าและไม่กล้าใช้ความรุนแรง ซ้ำส่วนนั้นยังสัมผัสกันจนรู้สึกร้อนไปทั่วร่าง 

“สัมผัสข้ามากว่านี้ได้ไหม…”  

“…”  

“สัมผัสข้าเยี่ยงกวางตัวน้อยเหยื่อของท่าน…” เอ่ยปากร้องขอด้วยใบหน้าที่ต้องการอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มกลับเพียงส่งรอยยิ้มหื่นกระหายเป็นการตอบกลับ ร่างโตสอดกายเข้ามาอ้าเรียวขาทั้งสองข้างของผมออกจนอะไรต่อมิอะไรสัมผัสกันมากกว่าเดิม 

‘สัมผัสนั้น’ สัมผัสที่บอกเราได้ถึงความใหญ่โต 

อื้อออ… 

ใจดวงน้อยทำได้เพียงสั่นระรัวเพราะดีใจจนเนื้อกายเต้นระริก ในสมองอยากเอ่ยขอบคุณชายตัวโตว่า ‘ขอบคุณที่เอากัน…’ แต่จะพร่ำเพรื่อให้เสียเวลาไปก็ไม่ได้ 

สองมือหนาดันขาพับทั้งสองข้างของผมให้อ้ามากกว่าเดิม ก่อนกายใหญ่จะค่อย ๆ สอดเข้ามาในร่างเสียจนผมจำต้องบิดเร้าร่างกายด้วยความเสียว ใบหน้าเหยเกพร้อมเผยอปากสลับกับการกัดฟัน 

ไยไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ เลยนอกเสียจากความเสียวซ่าน แม้สิ่งที่สอดเข้ามานั้นจะใหญ่โตเพียงใดแต่กลับทำให้ผมรู้สึกต้องการมากกว่านั้น สองสายตาสบประสานกันก่อนใบหน้าคมจะขยับลงมาประกบจูบแลกลิ้นอย่างหื่นกระหาย 

ลิ้นสากสอดแทรกแดกดันเข้ามาต้อนเสียจนสมองผมเบลอไปหมด ไม่จำเป็นต้องบอกเลยว่าฟินเสียจนเหมือนลอยบนอากาศ เพราะตอนนี้เป็นจริงแล้ว 

กายใหญ่สอดกระแทกอย่างหนักหน่วง สะโพกสอบหมุนควงท่อนเอ็นใหญ่อย่างชำนาญ หากเปรียบความเชี่ยวชาญนี่เป็นระดับก็คงไม่ได้ต่างไปจากระดับศาสตราจารย์เลยแม้แต่น้อย 

“อะ อ๊า… ระ แรง ๆ”  

“อืม…”  

“อื้ออ…” ครั้นลิ้นร้อนผละออกเสียงเอ่ยขอติดกระเส่าจากผมจึงเปล่งขึ้น 

สองร่างเราเบียดเสียดกันเหมือนงูผสมพันธุ์กันแต่ไม่ใช่ ผมคือกวางตัวน้อยโดนพยัคฆาผู้ใจร้ายขย้ำขยี้ร่างกายก็เท่านั้น แรงมหาศาลพลิกร่างผมให้นอนคว่ำอย่างไม่ไยดี 

มีหรือที่ชายหนุ่มจะอ่อนโยนเสมอไปในเมื่อผมร้องขอให้ทำแรง ๆ แบบนั้น มือสากกดแผ่นหลังผมลงจนสะโพกแอ่นขึ้นสะท้านแสงของจันทรา มันวาวแววเสียจนตาคมแสดงถึงความพอใจเป็นไหน ๆ  

สองมือหนาคว้ากระชับสะโพกอวบไว้ก่อนจะสอดกายเข้าใส่อย่างหนักหน่วง เสียงคำรามทุ้มตำดังขึ้นไม่กี่ครั้งและมันแทบไม่ได้ยิน แต่กลับไม่ได้ปกปิดความสุขสมของเจ้าตัวผ่านใบหน้าได้เลยแม้แต่น้อย 

จงใช้ร่างกายข้าเป็นเครื่องมือปลดปล่อยความหื่นกระหายในใจของท่านเสียเถิด หากมันทำให้ท่านพอใจก็ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งท่านได้แล้ว… 

สวบ ๆ  

แรงกระแทกกระทั้นดุดันเข้าออกเสียจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ความเร็วและแรงทำให้ผมไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว ทำได้เพียงแอ่นสะโพกซุกหน้าลงกับปุยเมฆนุ่ม ๆ อย่างเลือกหนทางไม่ได้ 

บทรักในครั้งนี้ช่างทำให้ดีใจเสียเหลือเกิน… 

“อื้อออ…”  

“กระแทกแรง ๆ”  

“อะ อ่าาา…”  

 

เวลา 14:30 น. 

#Writer 

ร่างสูงที่นั่งทำงานในห้องตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเพลีย ใช่ว่าจะต้องส่งเร็ว ๆ นี้เพียงแต่ทำไว้ให้มันรู้สึกเหมือนไม่มีภาระให้หนักใจก็เท่านั้น 

ปีสี่แล้วก็เป็นแบบนี้แหละ เขาเหนื่อยมากแค่ไหนในแต่ละวัน แต่คงตายไม่ได้เพราะสู้มาขนาดนี้แล้ว ร่างแกร่งเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ แขนทั้งสองข้างยกขึ้นยืดเส้นสายก่อนเปลือกตาเพลียจะปิดลงพักด้วยความล้า 

อยู่ดี ๆ ดันนึกถึงเรื่องก่อนหน้าขึ้นเฉยเลย ทำไมใจต้องรุ่มร้อนขึ้นด้วยก็ไม่รู้… 

 

ก่อนหน้า~ 

“เที่ยงแล้วเหรอวะ…” ไทเกอร์มองเวลาที่ปรากฏบนมุมขวาล่างในจอคอมพร้อมกับบ่นเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าปล่อยคนตัวเล็กไว้ในห้องนอนคนเดียว นึกได้จึงหยัดกายขึ้นยืดเส้นยืดสายเสียจนได้ยินเสียงของกล้ามเนื้อ 

ก่อนจะสาวเท้าออกไปจากห้องทำงานในสภาพชุดกีฬาเนื่องจากใส่แล้วสบายตัว ตรงเข้าไปยังห้องนอนก็เห็นร่างบางกำลังนอนตะแคงข้างมีผ้าห่มคลุมปิดตั้งแต่ช่วงเอวลงไป 

“หึ...” เห็นแล้วมันช่างน่าจับฟัดเสียจริง ๆ ไทเกอร์เลือกที่จะคลานขึ้นขอบเตียงฝั่งด้านหลังของร่างเล็กเบา ๆ  

ในใจหวังแค่จะเช็กดูว่ารุ่นน้องเป็นยังไงบ้างแต่กลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงครางเบา ๆ ลอดออกมาจากปากพร้อมใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้าออกมาไม่ต่างไปจากตอนที่อยู่ใต้ร่างเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่หลับตาก็เท่านั้น 

“อื้อออ สะ เสียว…”  

“ดะ เดี๋ยวอะไรวะ…” เจ้าของใบหน้าคมบ่นเบา ๆ พลางเลื่อนมือจะไปสัมผัสที่ต้นแขนบาง แต่ร่างเล็กกลับพลิกร่างนอนคว่ำแล้วแอ่นสะโพกขึ้นจนเขาชะงัก 

“อื้ออ… ขยับแรง ๆ”  

กึก… 

“เชี่ย…” ตาคมละสายตาไปมองยังสะโพกอวบที่ส่ายไปมาเหมือนเรียกร้อง 

รุ่นน้องบิดเร้าร่างกายเหมือนกำลังโดนสัมผัสอย่างหื่นกระหาย มีเหรอที่เขาจะไม่ชะงัก อีกอย่างไม่คิดหรือไงว่าใจบาป ๆ ก็ไขว้เขวได้เหมือนกัน กะจะปลุกไปกินข้าวกลัวได้แดกน้องมันเสียก่อนแน่ ๆ  

แต่แล้วความคิดกลับต้องหยุดชะงักเมื่อนึกได้ว่าน้องมันป่วยอยู่ ตาคมก้มลงมองส่วนของลูกชายที่นูนขึ้นผ่านเนื้อผ้ากางเกงกีฬา ก่อนจะรีบขยับลงจากเตียงยืนมองภาพตรงหน้าของคนที่อ่อยเขาจนใจสั่น 

ร่างเล็กใส่เพียงบ็อกเซอร์นอนแอ่นสะโพกครางเสียงหวาน ๆ ออกมาคลอ ๆ ผ้าห่มที่คลุมหล่นออกจนเห็นส่วนที่เสื้อมันเปิดขึ้น แล้วไหนจะต้นขาขาว ๆ อีก 

“แม่ง…” ไทเกอร์สบถอย่างหัวเสียก่อนจะรีบออกจากห้อง แล้วรีบกลับเข้าไปในห้องทำงานนั่งลงหน้าจอคอมแล้วจัดการเปิดเว็บไซต์สื่อลามกอันโด่งดังแล้วจัดการกับส่วนของลูกชายทันที… 

 

 

ปัจจุบัน~ 

“…” ไทเกอร์เดินมายื่นพิงกรอบประตูมองคนตัวบางที่ลุกขึ้นนั่งแต่หลับตาพร้อมใบหน้างง ๆ หัวของส้มตำฟูเหมือนเด็กเพิ่งตื่นทำให้นึกเอ็นดู 

แต่มันลุกขึ้นมานั่งหลับตาทำไม?  

เข้ามาก็เห็นนั่งแบบนี้อยู่แล้ว เสื้อตัวโตของเขาบนร่างเล็กก็หลุดลุ่ยเสียจนน่าโมโห เปลือกตาคนเพิ่งตื่นค่อย ๆ ลืมขึ้นมองไปยังรุ่นพี่ที่พิงกรอบประตูอยู่ก่อนจะปิดลงอีกครั้ง เขาหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คืออาการดีขึ้นแล้ว 

เหลือเพียงความปวดราวที่ช่องทางก็เท่านั้น เปลือกตาขาวค่อย ๆ เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมมือนุ่มจับผ้าที่คลุมท่อนล่างออกแล้วก้มลงมองกางเกงบ็อกเซอร์ที่ใส่อยู่จนไทเกอร์ขมวดคิ้ว 

“หือ… ส้มฝันเปียกอะ…”  

“…”  

“แปลกมาก ๆ เลย…” ร่างเล็กบ่นเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยทั้ง ๆ ที่ไทเกอร์อยากจะตรงเข้าไปจับทำโทษให้มันเสียรู้แล้วรู้รอด 

ส้มตำตรวจเช็กร่างกายของเขาก่อนจะเงยขึ้นไปเลิกคิ้วทำหน้าสงสัยใส่ร่างสูงเพราะเห็นเจ้าตัวเอาแต่ยืนกอดอกมองมาที่เขาด้วยใบหน้าเครียด ๆ รอยยิ้มจากใบหน้าหวานจึงปรากฏขึ้นพร้อมสองแขนเรียวยกขึ้นเหมือนขอกอด 

“กอดเร็ว~ ส้มตื่นแล้วนะ”  

“…” เงียบ… 

“พี่ไทเกอร์เป็นอะไรอะ?” ได้ยินร่างสูงจึงถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินมานั่งลงข้าง ๆ ร่างของคนตัวบาง น้องมันจึงรีบขยับเข้ามากอดแขนข้างหนึ่งแล้วใช้ใบหน้าถูเขาเหมือนทุกครั้ง 

“ส้มเหมือนฝันว่ามีอะไรกันกับเสือตัวโต ๆ”  

“เสือที่แปลงร่างเป็นผู้ชาย หน้าคล้าย ๆ พี่ไทเกอร์เลย เอ๊ะหรือไม่ใช่ก็ไม่รู้ แล้วแบบมันก็จับส้มเอาบนเมฆสีขาว ๆ ลอยเอากันฟินมาก ๆ เลยนะ ตื่นมาไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ แปลกอะ...” แปลกจริง ๆ เขาอ่านนิยายเยอะไปเหรอ 

“…” แปลก?  

“กางเกงบ็อกเซอร์พี่ด้วยอะ… น่าอายจริง ๆ”  

“ยังจะอายอีกหรือไง?”  

“หืม?” ใบหน้าหวานเลิกคิ้วสงสัยกับคำถามของรุ่นพี่ แต่เมื่อเห็นพี่ไทเกอร์ไม่พูดอะไรแถมยังเอาแต่มองหน้าเขาจึงไม่สนใจนอกเสียจากยิ้มให้แล้วกอดร่างสูงอีกครั้ง 

“อื้ออ… ขอบคุณที่ดูแลส้มนะ~”  

“…” ยังไม่ได้ดูแลอะไรน้องมันเลย 

“ส้มอยากกลับห้องแล้วอะ…”  

“ทำไม?” เสียงเข้มถามขึ้นจนส้มตำต้องผละออกมามองหน้า ทำไมพอพูดถึงเรื่องจะกลับห้องทีไรพี่ไทเกอร์ต้องทำหน้าเหมือนไม่พอใจตลอดเลย 

“ลำบากพี่มากพอแล้วนะ” ร่างเล็กบอกพลางมองหาโทรศัพท์ ตาคมจึงได้แต่ไล่มองเรือนร่างขาวนั้นด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะหันหนีเพราะมันล่อสายตาเกินไป แต่ความไม่พอใจอ่อน ๆ กลับเริ่มก่อตัวขึ้นอีกแล้ว 

ตื่นมาก็จะกลับเลยหรือไงวะ 

“จะทำไร?”  

“ส้มจะโทรหาปูน”  

“…” โทรหาปูน?  

ปูนคือเพื่อนมันใช่ไหม ร่างสูงไม่ได้ถามอะไรต่อนอกเสียจากนั่งมองคนที่ค่อย ๆ คลานไปหยิบโทรศัพท์อย่างช้า ๆ แล้วกดขึ้นแนบหู 

“ถ้าจะโทรบอกให้มันมารับก็ไม่ต้องโทร…”  

“เอ้า… ทำไมอะ?”  

“จะกลับทำไม?”  

“…” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยิน 

“อยู่กับกูไม่โอเค?”  

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยส้มแค่-”  

(ฮัลโหลครับ…) ครั้นจะบอกรุ่นพี่ไปเสียงจากปลายสายก็ดังขึ้นเสียก่อน แต่น้ำเสียงทุ้ม ๆ นั้นกลับทำให้ส้มตำขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เบอร์เพื่อนเขาไม่ใช่หรือไง 

หมับ… 

“พะ พี่ไทเกอร์!”  

(ฮัลโหล…) เสียงทุ้มจากปลายสายทำให้คนที่แย่งโทรศัพท์จากร่างเล็กไปขมวดคิ้วมองทันที 

“ใคร?”  

(เอ้า… ก็โทรหาใครล่ะครับ?)  

“พี่ไท-” มือหนายกขึ้นห้ามไม่ให้พูดพร้อมทำสายตาเหมือนพร้อมดุจนร่างเล็กต้องเม้มปาก 

“ปูนเพื่อนส้มตำใช่ไหม?”  

(ปูน? เดี๋ยว ๆ ไม่ใช่ล่ะครับ เบอร์ที่โทรมาเป็นของส้มตำใช่ไหม แล้วคุณเป็นใคร?) ประโยคที่ลอดออกมาทำให้ไทเกอร์ยิ่งหงุดหงิด 

ผัว ผัวของส้มตำ... แล้วนายเป็นใคร?” ได้ยินร่างเล็กยิ่งชะงัก 

ผัวเหรอ?  

(ผัวส้มตำ? หึ ๆ ถึงว่าทำไมไม่ยอมให้เอาที่แท้มีผัวแล้ว แต่ขอบอกเลยนะครับว่าผมน่าจะถูกส้มตำชักว่าวให้ก่อนคุณว่ะ แต่ถ้าได้ไปแล้วก็ดีใจด้วยครับ ไม่รู้นะว่าส้มตำจะจริงใจไหม เห็นอ่อย ๆ คนอื่นอยู่ด้วย) เอ่ยจบปลายสายก็ตัดไปทำให้ไทเกอร์อารมณ์ค้าง 

เดี๋ยว ๆ แล้วไหนมันบอกโทรหาปูนวะ เขาจะกดดูรายชื่อที่โทรไปเมื่อกี้อีกครั้ง แต่ด้วยความที่โมโหดันเผลอกดปุ่มปิดหน้าจอ จะกดเปิดดูอีกครั้งก็ต้องใส่รหัส 

แล้วมันบอกว่าถูกคนตัวบางชักว่าวให้ แถมแม่งยังบอกว่าน้องมันขี้อ่อย ยอมรับว่าประโยคเมื่อกี้โคตรทำให้เขาอยากโยนโทรศัพท์ทิ้ง 

“ไม่ดีเลยนะ ทำไมต้องแย่งโทรศัพท์ส้มไปด้วย”  

“ผัวคนไหนของมึงอีก?”  

“…” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยิน แล้วใครรับโทรศัพท์เขายังไม่รู้เลย แบบนี้พี่ไทเกอร์ก็คิดว่าเขาหลอกน่ะสิว่าโทรหาปูน 

“…”  

“อย่าเพิ่งทำหน้าโมโหแบบนั้นได้ไหม ทำไมต้องเชื่อมันก่อนด้วย ตอนส้มได้ยินเสียงส้มก็ไม่รู้ว่าใคร…”  

“…” เขาแม่งจะเชื่อใจน้องมันดีไหมวะ ประโยคจากคนเมื่อกี้แม่งเหมือนบอกว่าน้องมันใจง่ายเลยว่ะ มือหนาโยนโทรศัพท์คืนให้ร่างเล็กเบา ๆ ก่อนจะหันหน้าหนีเพื่อตั้งสติระงับอารมณ์โกรธ 

พอจะโกรธก็โกรธขึ้นได้ตลอดเลยจริง ๆ ทำไมกับน้องมันเขาต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ หงุดหงิดตั้งแต่มันจะขอกลับล่ะ ก็ไหนคุยกันแล้วว่าจะอยู่กับเขาก่อน แล้วประโยคจากไอ้คนปลายสายเมื่อกี้อีก… 

“ส้ม…”  

“…”  

“เอาตรง ๆ มึงใจง่ายไหมวะ?” ใบหน้าคมหันมาถามร่างบางด้วยสีหน้าเหมือนไม่มั่นใจแต่กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพราะต้องการทราบความจริง 

แต่นั่นกลับทำให้ร่างเล็กชะงักเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้ถามคำถามแบบนี้กับเขาด้วยใบหน้าไม่เชื่อใจเลยเหรอ? ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วย ใบหน้าใสจึงเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งในทันที ยอมรับว่าการที่พี่ไทเกอร์ถามเขาแบบนี้มันทำให้รู้สึกเจ็บที่อกข้างซ้าย 

เจ็บมาก ๆ เลยด้วย 

อะไรที่เคยคุยกันไปเมื่อวานเหมือนไม่ได้เกิดขึ้นเลยใช่ไหม รุ่นพี่คนนี้ยังไม่มั่นใจในตัวของเขา ใช่ที่มันยากมาก ๆ ที่จะมีใครสักคนเชื่อใจเขาในขณะที่ตัวเองเป็นแบบนี้ 

แต่เขาโคตรเจ็บเลยอะ... 

“ในห้องห้องหนึ่งที่มีคนอยู่ร้อยคน รวมส้มกับพี่ไทเกอร์ด้วย ยอมรับว่าตั้งแต่แรกหลังจากได้คุยกับพี่จริง ๆ ส้มก็คิดนะ คิดมาตลอดว่าต่อให้เก้าสิบแปดคนในห้องนั้นจะไม่เชื่อใจส้ม มองว่าส้มเป็นคนอย่างงั้นอย่างงี้เพราะคำพูดที่เล่าต่อ ๆ กันหรือภาพลักษณ์ของส้มก็ตาม”  

“…” เงียบ... 

“แต่ส้มคิดว่ามันต้องมีใครคนหนึ่งที่ต้องไม่มองส้มแบบนั้นแน่ ๆ ไม่ว่าจะได้ยินคำบอกเล่าพวกนั้นจากปากใครก็ตาม และคนที่เก้าสิบเก้านั้นมันคือพี่ไทเกอร์…”  

“…”  

“แต่พอพี่ถามแบบนั้น ฮึก… มันกลับทำให้ส้มรู้สึกเหมือนในห้องนั้นไม่มีใครที่แตกต่างกันเลยอะ ไม่มีใครเชื่อใจส้มเลยอะพี่ไทเกอร์…” เอ่ยจบน้ำใส ๆ ก็ไหลออกจากตากลมทันที 

เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับกายบางขยับลงจากเตียงด้วยความยากลำบาก ตาคมยังไม่ได้หันไปมองตามเพราะคิดไม่ออกเลยว่าควรทำอะไร คำพูดจากปากของรุ่นน้องยังคงตีวนอยู่ในสมอง 

จนร่างเล็กเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาที่ใส่มาเมื่อวานเสร็จเขาก็ยังคงเอาแต่มองไปยังจุดจุดเดิมที่รุ่นน้องเคยนั่ง ร่างเล็กเดินอย่างขัด ๆ พร้อมน้ำตาสะพายกระเป๋าตรงไปยังประตู 

เห็นคีย์การ์ดที่วางอยู่ข้าง ๆ จึงหยิบมาเปิดมันออกก่อนจะวางไว้ที่เดิมแล้วรีบออกไปจากห้องตามด้วยเสียงปิดประตูที่ดังขึ้น… 

จำได้เลยว่าเมื่อวานที่ไปเข้าเซเว่นแล้วโดนคนนินทาให้ได้ยิน พอออกมาจากตรงนั้นสิ่งเดียวที่เขาอยากได้รับคือกำลังใจ ทั้ง ๆ ที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่คิดว่ามันจำเป็นเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนที่คนตัวสูงโทรมามันกลับเหมือนสวรรค์กำลังจะส่งคนมาช่วยเยียวยาจิตใจ… 

แต่เขาคนนั้นกลับเหมือนไม่ได้มั่นใจในตัวของเราเลย… 

‘ไม่ผิด...’ ได้แต่เอ่ยในใจพลางสาวเท้าเดินก้มหน้าตรงออกไปยังประตูทางออก พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์มองตามด้วยใบหน้างง ๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้นร้องไห้ 

ใช่ที่พี่ไทเกอร์ไม่ได้ผิดที่จะไม่มั่นใจในตัวเขา ไม่มีใครจะมาเชื่อใจคนแบบเขาได้ง่าย ๆ หรอก รู้ทั้งรู้ว่าภาพลักษณ์ของตัวเองนั้นดูแย่ เหมือนมันเปราะบางที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นง่าย ๆ ยิ่งกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน แต่เขากลับนึกงอนร่างสูงขึ้นเฉยเลย 

ทั้ง ๆ ที่อธิบายไปซะขนาดนั้นแล้ว มันคงง่ายมากใช่ไหมที่ใจของเจ้าตัวจะไขว้เขว 

‘คนใจร้าย...’  

อีกฝ่ายที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงเหมือนหุ่นยนต์ไม่มีแบตเริ่มคิดอะไรได้จึงหันไปมองรอบ ๆ ในใจได้แต่คิดว่าตัวเองได้ทำอะไรพลาดไปอีกแล้ว รอบที่เท่าไรที่เผลอเอ่ยอะไรออกไปเพราะอารมณ์ 

“แม่งเอ๊ย!” ไทเกอร์สบถก่อนจะลุกขึ้นสาวเท้าตรงออกไปยังประตู จอแสดงตัวเลขของจำนวนชั้นที่ลิฟต์อยู่คือชั้นแรก ซึ่งส้มตำน่าจะออกไปแล้ว 

“สัดเอ๊ย…” และมันก็ใช่แบบนั้นจริง ๆ ด้วย 

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณไทเกอร์?” พนักงานต้อนรับเอ่ยถามร่างสูงที่เดินกลับเข้ามาในคอนโดด้วยใบหน้าเครียด ๆ จะไม่ให้เขาทำหน้าเครียดได้ยังไงในเมื่อเผลอเอ่ยอะไรโดยไม่คิดไปอีกแล้ว 

“เห็นผู้ชายตัวเล็กสูงไม่ค่อยมากใส่ชุดนักศึกษาผ่านตรงนี้ไปไหมครับ?”  

“เมื่อกี้เห็นคนหนึ่งค่ะ เหมือนจะร้องไห้แต่ขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วเพราะมีแท็กซี่มาส่งคนพอดีน่ะค่ะ” ได้ยินแล้วเขายิ่งหงุดหงิดให้ตัวเอง 

“อ่อขอบคุณครับ…” เอ่ยก่อนจะเดินกลับเข้าไปในลิฟต์อย่างเซ็ง ๆ ทำไมเขาถึงพูดอะไรไม่คิดก่อนเลยว่ะ 

“เฮ้อออ... สัดเอ๊ย”  

 

ณ ถ้ำเสือ~ 

เวลา 17:10 น. 

“เป็นกูตามไปง้อละ เชื่อใจไม่เชื่อใจไม่รู้ว่ะสำหรับกู ของดีต้องเอาไว้ก่อน”  

“สัดเนม…” ปิงหันไปด่าเพื่อนที่พูดไม่คิด ก็รู้อยู่ว่าหน้าไอ้เจ้าของห้องตอนนี้มันเหมือนพร้อมอาละวาดมากแค่ไหน เสือแยกเขี้ยวนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ จนรอบห้องดูอึดอัด 

“…”  

“แต่เออก็เหมือนที่ไอ้เนมบอก เป็นกูก็คงง้อก่อนว่ะ เพราะแม่งยังไม่มีหลักฐานอะไรเลย มึงควรลองไว้ใจน้องมันก่อน แล้วที่เป็นแบบนี้แสดงว่ามึงจริงจังกับน้องมันแล้วนะเว้ย เป็นเหมือนที่กูพูดไว้ไม่มีผิด” เขาเดาทางเพื่อนได้ง่าย ๆ  

“...” เขาจริงจัง?  

“ขอนอกเรื่องนิดหน่อย กูเคยเห็นเพจดัง ๆ เอารูปน้องมันไปลง จำได้ว่าถ่ายหน้ากระจกมั้ง เหมือนใส่เสื้อโชว์เอวบาง ๆ ขาว ๆ เห็นตอนแรกกูก็คิดว่าผู้หญิงแน่ ๆ พอเห็นหน้าก็ช็อกว่ะ ไม่ได้รังเกียจหรือดูถูก แต่กูช็อกตัวเองที่มองน้องเป็นผู้หญิง…” เนมเอ่ยเมื่อนึกได้ 

“เพจไหน?” เสียงแข็งจากคนที่เงียบมาตั้งแต่แรกเอ่ยถามเพื่อน 

“มึงบอกกูมาดิ…”  

“ใจเย็นไอ้เสือ… มึงจะทำหน้าเหมือนอยากฆ่าคนไม่ได้เว้ย” เนมบอกก่อนจะหันไปกระตุกยิ้มใส่ปิงที่นั่งอีกฝั่ง 

ไอ้เจ้าของห้องมันโทรให้พวกเขามาคุยเรื่องคนคนหนึ่งถึงห้องขนาดนี้แล้วก็พอจะรู้ว่ามันติดเด็กแล้วแน่ ๆ มาถึงหน้ามันก็ดูไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย ตอนแรกทำไมไม่รั้งน้องมันไว้แล้วคุยกันให้รู้เรื่อง 

ไทเกอร์เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์จากปิงมาเลื่อนดูภาพที่ถูกโพสต์ซึ่งในนั้นเป็นรูปของส้มตำยืนอยู่หน้ากระจกใส่เสื้อสีขาวเอวลอยเหมือนของผู้หญิง กางเกงเหมือนจะเป็นกางเกงขาสั้น และสั้นมาก ๆ ด้วย ดีนะที่มันถ่ายไม่เห็นขาขาว ๆ  

‘สัด...’ แค่นี้แม่งก็หงุดหงิดละ ทำไมต้องโชว์วะ เขาต้องคุยกับน้องมันให้รู้เรื่องและตกลงเรื่องลงรูปในโซเชียล แม่งจะลงอ่อยใครกันแน่ เก็บไว้ให้เขาดูคนเดียวไม่ได้เลยหรือไง จะว่าไปยังไม่รู้ไอจีหรือเฟซน้องมันเลยด้วยซ้ำ 

เสือกมีแต่ปัญหาเกิดขึ้นเสียก่อน... 

“โทรศัพท์กูจะแตกแล้ว จะบีบอะไรขนาดนั้น” ปิงเอ่ยจนไทเกอร์ชะงักก่อนจะรีบยื่นไปให้เพื่อนคืนด้วยความหงุดหงิดและก้มหน้าลงเครียดเหมือนเดิม 

“ทำไงดีวะแม่ง กูผิดที่ถามส้มมันแบบนั้น แต่ก็ยังมาหวงมันอีก” น้องมันไม่รู้เลยหรือไงว่าตัวเองมีชื่อเสียงในมอ จะชื่อดีหรือชื่อเสียแต่การลงรูปแบบนี้ไอ้พวกแอดมินเพจก็ต้องเซฟไปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตน่ะสิ 

เหมือนรูปเขาที่ลงในไอจีส่วนตัวหรือถูกแอบถ่าย เคยทักไปบอกหลายรอบแล้วแต่ไม่มีคนฟังเขาเลยปล่อยเลยตามเลย อีกอย่างรูปเมื่อกี้ที่เพื่อนให้ดูคนก็ไลก์เป็นพัน ๆ คนแสดงความคิดเห็นต้องมีด่ามันอีกแน่ ๆ ปากบอกเองแต่ยังลงรูปให้คนอื่นด่า 

‘อยากจับมาคุยกันให้รู้เรื่องฉิบหาย’  

“…” ปิงกับเนมได้แต่มองเพื่อนด้วยสีหน้าเหมือนเห็นใจ จะทำไงได้ จริง ๆ แล้วตอนที่พวกเขารู้ว่าไทเกอร์คุยกับน้องส้มตำก็ช็อกมากพอแล้ว ก็ไอ้หน้าหล่อแม่งคบแต่ผู้หญิงมาโดยตลอดแล้วใครจะไปรู้ว่าอยู่ดี ๆ จะหันมาคบผู้ชาย 

คบเลยก็ติดเลยอีกต่างหาก… 

มันไม่ผิดหรอกที่จะหันมาคบผู้ชาย กลุ่มเขาเองก็ยอมรับเรื่องความหลากหลาย ยังเคย ๆ คุยกันอยู่เลยเรื่องพวกนี้ ว่าถ้าหากใครอีกคนหันไปคบกับผู้ชายจะโอเคไหม แต่ตอนนั้นแม่งยังอยู่กันปีสามเลยไม่ได้สนใจอะไร 

แต่ถ้ารักไปแล้วจะให้ทำไงได้วะ 

“มึงรักน้องมันเหรอหรือเพราะว่าติดใจวะ?”  

“…”  

“ถ้าแค่ติดใจแล้วเสี้ยนเหมือนหวงกายกูว่าปล่อยน้องมันไปเถอะว่ะ” เนมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

เขาเองก็เคยเป็นไงไอ้อาการแบบนี้ หวงผู้หญิงเพราะต้องการเอาให้เบื่อก่อน มันดูเหี้ยจนต้องบอกเพื่อนว่าถ้ามันจะทำก็ปล่อยน้องมันไปเถอะ หมายถึงถ้าไม่อยากให้น้องมันเสียใจ… 

“กูคบใครแม่งถูกบอกเลิกก่อนตลอดเลยนะสัด มึงยังคิดว่ากูคบเพราะเงี่ยนเหรอ?” ใบหน้าคมเงยขึ้นมาตอบด้วยใบหน้าสุดจะทน ไม่ได้คิดว่าตัวเองดูดีเหมือนดารานักร้อง แต่หน้าก็ไม่ได้แย่กลับยังถูกทิ้งทุกครั้ง 

“มึงคบน้องมันแล้ว?”  

“…” คำถามจากเนมทำให้ไทเกอร์ชะงักอีกครั้ง เขาไม่มีอะไรจะเถียงเลยจำต้องก้มหน้าลงเหมือนเดิม ยังไม่คบแต่บอกไปแล้วว่าเป็นผัว บอกไปแล้วว่าอย่าไปแรดกับใครอื่น 

แค่นี้ยังไม่พออีกหรือไง?  

“เฮ้อออ… ปัญหายังไม่ใช่เรื่องนี้หรอก มึงแค่ง้อน้องมันก่อนว่ะไทเกอร์ คิดดิว่าน้องมันชอบอะไร แล้วเวลาง้อต้องง้อมันยังไงถึงจะหายเร็ว ๆ” ได้ยินปิงพูดใบหน้าคมจึงเงยขึ้นไปมองด้วยใบหน้าเหมือนคิดตาม 

“แฟนกูนี่ย่างเนยเลยสัดเอ๊ย แดกเลยหายงอนเลย” เนมเอ่ย 

“พอ ๆ กับแฟนกู หาอะไรเย็น ๆ ให้คุณเธอทานก็เงียบละ เฮ้อออ ต้องเอาใจผู้หญิงว่ะ...”  

น้องมันชอบให้ทำอะไรเวลางอนเหรอ?  

“กอด…”  

“…” ปิงกับเนมถึงกับต้องเลิกคิ้วเมื่อได้ยิน 

“กูต้องกอดมัน”  

“ฮะ?” เจ้าของห้องไม่ตอบนอกเสียจากรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดจนเพื่อนทั้งสองทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจ 

ยังไงเขาต้องรีบไปง้อส้มตำ มันอาจจะกลับหอแล้วก็ได้ อีกอย่างแม่งป่วยอยู่ด้วย จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เขาแม่งทำอะไรลงไปวะ ปากเสียตลอดเลย 

“กอดเหรอวะ อิจฉาว่ะ ทำไมง่ายจังวะ นี่กอดเลยถูกตบเลยไอ้เหี้ย” ปิงบ่น 

“เฮ้ยเดี๋ยว…”  

“อะไรวะ?” อยู่ดี ๆ เนมก็เอ่ยขึ้นจนปิงหันไปถาม ส่วนคนที่เพิ่งออกมาจากห้องในสภาพชุดกางเกงวอร์มขาจั๊มสีเทากับเสื้อยืดสีขาวธรรมดาจึงตรงมาหา 

“โอมันถ่ายรูปน้องมันมาว่ะ ถามว่าใช่น้องคนนี้ไหมที่ไทเกอร์มันคุยอยู่ น้องมันนั่งอยู่ร้านอาหารหลังมอคนเดียว” ได้ยินไทเกอร์จึงรีบคว้าโทรศัพท์จากมือไปดู 

ร่างสูงกดเปิดรูปแล้วซูมดูใกล้ ๆ เมื่อเห็นเป็นส้มตำที่ยังใส่ชุดเดิมนั่นคือชุดนักศึกษาตั้งแต่ออกไปจากห้องจึงได้รีบยื่นโทรศัพท์ให้เนมคืนแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นกดโทรหาเพื่อนอีกคนทันที… 

 

 

ไรท์เอ็ม 

หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยนะครับ รูปเล่มไม่มีนะครับมีแค่อีบุ๊ก ค้นหาใน meb เลยนะ 

#น้องส้มตำคนกาม 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว