email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 บังคับ

ชื่อตอน : บทที่ 4 บังคับ

คำค้น : รักวุ่นวาย...หัวใจมีปัญหา , รักวุ่นวายหัวใจมีปัญหา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 220

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2562 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 บังคับ
แบบอักษร

​รักวุ่นวาย...หัวใจมีปัญหา

บทที่ ๔ บังคับ


            เหมันต์ตื่นแต่เช้าเพราะนอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืน อีกทั้งยังถูกไต้ฝุ่นกอดทั้งคืน เป็นครั้งแรกที่เขาต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้มันรู้สึกไม่ชิน ยิ่งอ้อมกอดอุ่น ๆ ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ

            ร่างบางมองตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ ตามเนื้อตัวมีหยดน้ำเล็ก ๆ เกาะ  เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ร่างกายมีเพียงเช็ดตัวผืนเล็กปกปิดส่วนร่าง และตอนนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เหมันต์ทำความสะอาดช่องปาก ทั้งแปรงฟัง ทั้งใช้น้ำยาบ้วนปาก ทั้งใช้แอลกอฮอล์เช็ดตรงริมฝีปาก ทว่ายิ่งทำเท่าไหร่ก็ไม่สามารถลบลอยความรู้สึกนั้นออกไปได้

            “บ้าที่สุด...ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ”

            สบถกับตัวเองเบา ๆ ใบหน้าหล่อยังคงมีสีหน้าแสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะการถูกล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนและการถูกกระทำชำเราด้วยการจูบ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

            “คอยดูนะวันนี้จะเอาให้เข็ดเลย อยากเป็นมากใช่ไหม รปภ. ตามติดชีวิตคุณหนูน่ะ”

            ไหน ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ทั้งป๊าทั้งม๊าต่างพากันเข้าข้างอีตา รปภ. หมด ซุปตาร์อันดับหนึ่งไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ นอกจากยอม  และที่ยอมก็เพราะว่าแลกกับความสะดวกสบายที่ได้รับ ไม่ใช่ยอมเพราะกลัวหรอกอย่าเข้าใจผิด


            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

          เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น เหมันต์หันไปมองทางประตูแล้วเบ้ใส่ปากด้วยความหงุดหงิด

            “อาบน้ำหรือซ้อมแช่ฟอร์มาลีน...อาบทีเป็นชั่วโมงออกมาได้แล้ว”

            คำพูดของใต้ฝุ่นยิ่งทำให้คนที่ได้ยินอารมณ์พุ่งสูงปี๊ด เหมันต์วางมือจากการแปรงฟัน  แล้วไม่ลืมที่จะเอาชุดคลุมมาใส่ เพราะถ้าเดินออกไปในสภาพที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกายอยู่ จะต้องถูกสายตาคู่นั้นโลมเลียไปทั้งตัวแน่ คิดแล้วก็ขยะแขยง เมื่อสำรวจว่าร่างกายมิดชิดดีแล้ว จึงรีบเดินออกมาจากห้องน้ำ ทันทีที่เปิดประตูก็เห็นว่าไต้ฝุ่นกำลังยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าห้อง

            “มีอะไร จะรีบไปไหนยังไม่สายเลย ส่วนฟอร์มาลีนเอาเก็บไว้แช่ศพคุณเถอะ”

            พูดพร้อมกับเดินออกมาทางห้องแต่งตัว ทว่าถูกจับข้อมือไว้

            “เดี๋ยว...” ไต้ฝุ่นชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่า... “ทำไมต้องเช็ดแรงขนาดนี้ รังเกียจมากเลยเหรอ”

            ริมฝีปากของเหมันต์บวมแดงเพราะเกิดจากการเช็ดอย่างแรง

            “ใช่รู้ไว้ด้วยว่าผมหยะแหยงจะตายอยู่ละ คอยดูนะผมจะทำให้คุณออกไปจากการเป็น รปภ. ประจำตัวผมให้ได้ เพราะผมไม่ต้องการ”

            “ทำเป็นบอกว่าหยะแหยงทีเมื่อคืนก็แอบส่งเสียงครางออกมา คนเรานี่ชอบปากแข็งจริง และผมจะบอกให้รู้ว่าไว้ด้วยว่า ผมมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณ ผมไม่ใช่ รปภ. ส่วนเรื่องที่จะหาวิธีทำให้ผมออกไปจากคุณ...” ไต้ฝุ่นยิ้มเจ้าเล่ห์ “คงอยากเพราะว่าป๊ากับม๊าคงไม่ยอม”

            น้ำเสียงมั่นใจ

            “รู้ได้ไงว่าป๊ากับม๊าจะไม่ยอม แค่ผมพูดว่าคุณทำอะไรกับผมบ้าง แค่นี้ป๊าก็ไล่คุณออกไปแล้ว”

            “ถ้ากล้าบอกป๊าว่าโดนผมจูบก็เอาสิ”

          ไต้ฝุ่นมั่นใจว่าคุณหนูเอาแต่ใจไม่กล้าพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าธารกำนัล

            เออ...แล้วใครมันจะไปบอกป๊าว่าถูกอีตาหมอนี่จูบ เหมันต์ได้แต่พูดในใจ หากแววตาวาวโรจน์ดุจเพลิงที่กำลังลุกไหม้ แสดงถึงความโกรธจัด มองคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ลดละ

            “ไอ้คนเลว...” พูดเสร็จเหมันต์ก็เดินกระทืบเท้าเข้าไปในห้องแต่งตัว แต่ยังไม่ทันถึงห้องแต่งตัวคุณหนูเอาแต่ใจก็เดินถอยหลังกลับมาหาไต้ฝุ่นอีกครั้งเมื่อได้ว่ามีบางสิ่งต้องพูด “อย่าเรียกป๊าผมว่าป๊า ม๊าก็ด้วย เพราะผมไม่อยากใช้พ่อแม่ร่วมกับคุณจำไว้ด้วย”

            ไต้ฝุ่นไม่คิดโต้ตอบอะไรได้แต่ยักคิ้วกวน ๆ ให้ แล้วมองคุณหนูเอาแต่ใจกระทืบเท้าเข้าห้องแต่งตัวไป

ตอนเด็กไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย ทำไมโตมาถึงเป็นแบบนี้ไปได้



            “พร้อมแล้วไปได้”

            เหมันต์บอกให้กับคนที่นั่งรออยู่ตรงโซฟาอย่างหมดทางเลือก ตอนนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งแล้วว่า   อีตา รปภ. ต้องคอยติดไปทุกที่ตามคำสั่งของป๊า

            “แต่งตัวแค่นี้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง นั่งรอจนรากจะงอกออกตูดแล้วเนี่ย ถ้าเป็นต้นไม้ก็คงโตแล้ว”

            “แล้วใครใช้ให้คุณมารอผมไม่ทราบ ถ้าทนไม่ไหวก็กลับไปนอนดูดนมที่บ้าน ไปเดี๋ยวนี้ได้เลยยิ่งดีรำคาญ”

            “ปากดีจริงนะ แต่ผมให้อภัยก็ได้เพราะปากคุณหวานดี หวานจนผมอยากจะดูดอีก”

          คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์

            “ไอ้คนเลว อย่ามาพูดบ้า ๆ แบบนี้กับผมนะ และอย่ามาคิดว่าคนอย่างผมจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน คอยดูนะผมจะหาวิธีกำจัดคุณออกไปจากชีวิตผมให้ได้”

 เหมันต์พยายามควบคุมอารมณ์ เพราะยิ่งโกรธจะยิ่งทำให้ใบหน้ามีริ้วรอย

“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงเวลาพูดแบบนี้...” ไต้ฝุ่นคลี่ยิ้มมุมปาก “แล้ววันนี้คุณจะไปไหน”

“วันนี้ผมนัดกับหมอไว้ จะไปทำทรีทเมนต์ และก็จะไปช็อปปิ้งด้วย”

            “คุณจะไปไหนก็ได้ แต่วันนี้คุณจะไปที่ที่คุณอยากจะไปไม่ได้ เพราะผมไม่ให้ไป...” ไต้ฝุ่นลุกขึ้นยืนบิดขี้เกลียด “วันนี้คุณต้องเข้าบริษัทฯกับผม คุณต้องไปฝึกงาน ส่วนเรื่องข้ออ้างอื่นผมไม่สน”

            “ไม่ได้นะผมนัดกับพี่หมอไว้แล้ว...อีกอย่างคือ...” คนพูดหยุดคิดสายตากรอกไปมาเหมือนกำลังหาข้ออ้างมาอ้าง “คือว่า...คือว่าผมต้องไปออกงานในวันพรุ่งนี้”

            “คุณไม่มีงานอีเวนท์....” ไต้ฝุ่นหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมา แล้วล้วงไปหยิบสมุดจดงานของคุณหนูเอาแต่ใจขึ้นมาโชว์ให้คนที่อยู่ตรงหน้าดู “ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีคุณไม่มีใครจ้างงาน และคาดวาคงจะไม่มีอีกแล้ว และผมก็โทรฯ ไปถามอดีตผู้จัดการคุณมาแล้ว ให้ช่วยเช็คข้อมูลต่าง ๆ ให้หน่อย เขาบอกว่าคุณไม่มีงาน”

            “ดะเดี๋ยวไปเอาสมุดนี้มาได้ยังไง และได้ไงว่าผู้จัดการส่วนตัวผมเป็นใคร”

            เหมันต์เดินเข้าไปเพื่อนที่จะเอาสมุดกลับมา ทว่าคนตัวสูงกว่ายกสมุดชูขึ้นสูงจนคนร่างบางไม่สามารถคว้าถึงได้

            “ผมเป็นคนดูแลคุณ ผมต้องรู้ทุกอย่าง อีกอย่างคุณต้องพูดให้ถูกว่าอดีตผู้จัดการส่วนตัว และถ้าคุณยังไม่เชื่อผมฟังนะ ผมจะจูบคุณตรงนี้แหละ จูบให้หนักกว่าเมื่อคืนอีก”

            “อย่ามาขู่ผมนะ อย่าคิดว่าผมจะกลัวคนอย่างคุณ”

            “คนอย่างผมไม่เคยขู่...” ไต้ฝุ่นเดินเข้าไปใกล้เหมันต์จนร่างชิดกัน “จะลองเดี๋ยวนี้เลยมั้ย  ผมไม่รับประกันนะว่าจะแค่จูบ”

            “อะออกไปเลย...” เหมันต์ผลักคนร่างโตออกจากตัว “อย่าเข้ามาใกล้ผม”

            “จะเชื่อฟังดี ๆ หรือว่าจะต้องให้ใช้กำลังทีนี้เลือกเอา”

            “แล้วจะมาถามทำไมล่ะว่าผมอยากจะไปไหน...ถามทำไม ถามเพื่ออะไร ถ้ามีคำตอบอยู่ในใจแล้วทีนี้ก็ไม่ต้องมาถาม”

            “แสดงว่าจะยอมเชื่อฟังผมดี ๆ”

            “อย่าหวัง”

            “หืม...” ไต้ฝุ่นโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากเกือบชิดกันแววตาที่มองคนตรงหน้าเป็นประกาย “ว่าอะไรนะครับ”

            “เออ...ไปก็ไปแต่อย่าหวังว่าผมจะยอมคุณทุกครั้งนะ”

            พูดเสร็จคุณหนูเอาแต่ใจก็เดินกระทืบเท้าออกจากห้อง ปิดประตูเสียงดังปัง จนคนที่มองตามสายหน้าไปมากับความไม่รู้จักโต

            ไต้ฝุ่นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง และหยิบรูปที่มีเพียงครึ่งเสี้ยวขึ้นมาดู รอยยิ้มจาง ๆ ทว่าดูแล้วอบอุ่น ปรากฏบนใบหน้าคนร่างโต...รูปนี้ยังต้องการอีกครึ่งเสี้ยวที่เหลือมาต่อให้สมบูรณ์แบบ

            “พี่เปลี่ยนไปมากขนาดที่เหมจำพี่ไม่ได้แล้วเหรอ หรือว่าเหมลืมพี่ไปแล้ว”

            เจ้าของรูปพูดกับตัวเองเบา ๆ เมื่อนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับเด็กคนหนึ่ง ว่าจะกลับมาหา เขาไม่เคยลืม แต่ก็ทำให้เขากังวนใจไม่น้อยว่าคนที่เคยรับคำสัญญาไว้จะจำได้อยู่หรือเปล่า...เพราะความเนิ่นนานของเวลาอาจทำให้เหมันต์ลืมไปแล้วก็ได้



            การเข้ามาบริษัทฯของเหมันต์คงนับครั้งได้ ห้องทำงานในตำแหน่งรองผู้บริหารไม่เคยเข้ามาใช้ ครั้งนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาใช้งานจริง ๆ จัง ๆ เอกสารที่อยู่บนโต๊ะวางเรียงรายเยอะแยะไปหมด และไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าที่ผ่านมาใครเป็นคนจัดการเอกสารพวกนี้  แต่ถึงกระนั้นเหมันต์ก็ยังไม่ชอบพอกับการที่ต้องเข้าบริษัทฯมารับผิดชอบงานทั้งหมด ด้วยเหตุผลประการแรกคือไม่ใช่ทางถนัด ประการที่สองคือไม่ได้จบบริหาร และประการที่สามคือรักงานการแสดง สามเหตุผลที่คิดว่าน่าจะเพียงพอแต่คุณ  พงษ์พัฒน์ก็ไม่เคยฟัง

            “ทำไมมันเยอะแบบนี้แล้วจะให้ทำอะไรตรงไหนก่อน ผมต้องบอกก่อนนะว่าผมไม่ได้เรียนทางนี้มา”

            ร่างบางหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม้จะไม่อยากพูดด้วย แต่มันจำเป็นจริง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นเขาต้องถูกหมอนี่บีบบังคับ และหาเรื่องลวนลามร่างกายอีกแน่

          “ก็หัดเข้ามาช่วยงานบ้างสิจะได้รู้ว่าคนอื่นในบ้านเขาเหนื่อยกันแค่ไหน”

            “อย่ามายุ่งเรื่องของผม ที่ผมไม่ได้เข้ามาช่วยงานบริษัทฯก็เพราะว่าดาราดังอย่างผมติดงานจนไม่มีเวลาเข้ามาดูแลธุรกิจเลยต่างหาก”

            “เมื่อไหร่จะเลิกหลอกตัวเองสักทีว่าเป็นดาราดัง คุณต้องใช้คำว่าเคยดัง และต้องทำความเข้าใจใหม่ว่าไม่มีใครจ้างงานคุณแล้วเป็นปี ที่คุณหาย ๆ ไป ไม่เข้าบริษัทฯก็เพราะว่าเอาเวลาไปอ่อยผู้ชาย ต้องพูดแบบนี้ถึงจะถูก”

            “นี่คุณมันจะมากไปแล้วนะ”

            “ไม่เอาสิครับอย่าอารมณ์เสียเดี๋ยวหน้าเหี่ยวนะ แล้วถ้าตีนกาขึ้นไม่รู้ด้วยนะ...” ไต้ฝุ่นเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน มาวางลงตรงโต๊ะรับแขก “เอาเอกสารพวกนี้ใส่แฟ้ม ส่วนเลขหนังสือผมเขียนไว้ตรงหัวมุมเอกสาร เวลาจัดใส่แฟ้มก็ให้ดูตามเลขหนังสือ ใส่ให้ตรงแฟ้มด้วยล่ะ เข้าใจไหม”

            “เข้าใจแต่ไม่ทำ เพราะคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม”

            “ยังจะดื้ออยู่ใช่ไหม...” คราวนี้ไต้ฝุ่นไม่พูดมากเดินเข้ามาจับไหล่เหมันต์ แล้วก้มหน้าลงประจูบทันที ทีท่ารวดเร็วจนเหมันต์ไม่ทันได้ตั้งตัว กำปั้นเล็ก ๆ ทุบตรงอกแกร่งอย่างแรงจนไต้ฝุ่นต้องผละจูบออก “ถ้ายังดื้อไม่ฟังคำสั่งผมอีก จะโดนมากกว่านี้อีก ผมเตือนคุณแล้วนะ”

            “เลวที่สุด ตั้งแต่ผมเกิดมาผมยังไม่เคยเจอใครเลวเท่าคุณมากก่อน”

            พูดพร้อมกับใช้หลังมือเช็ดปากไปด้วย

            “ถ้าไม่อยากโดนเป็นรอบที่สองก็เริ่มงานได้แล้ว ไม่ต้องทำหน้าบึ้งเหมือนเด็กอยากได้ขนม เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้ขนมแต่จะได้อย่างอื่นแทน”

            “ไอ้บ้า”

            เหมันต์ตวาดเสียงดังลั่นห้อง เพราะรู้ว่าไต้ฝุ่นกำลังหมายถึงอะไร...ทำไมชีวิตต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วยนะ ป๊ากับม๊าส่งคนแบบนี้มาดูแลลูกตัวเองได้ยังไง

            “ยังจะโวยวายอีก จะทำหรือไม่ทำ”

            เหมันต์มองไต้ฝุ่นด้วยความเจ็บใจ แววตาที่แสดงออกมามีแต่ความโกรธปนแค้น เพราะไม่เคยมีใครบังคับเขาได้ ไม่เคยมีใครมาออกคำสั่งให้ทำอะไรแบบนี้...หมอนี่เป็นคนแรกที่กล้าทำแบบนี้กับเขา แถมยังใช้วิธีการป่าเถื่อนอีกต่างหาก

            “แล้วต้องเอาใส่แฟ้มไหนยังไงล่ะ”

            ไต้ฝุ่นคลี่ยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ แล้วจับข้อมือคุณหนูเอาแต่ใจให้เดินตามไปตรงตู้เก็บเอกสาร

            “คุณเห็นแฟ้มพวกนี้ไหมมันจะมีตัวเลขบอกอยู่ข้างแฟ้ม...” ไต้ฝุ่นหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาแล้วชี้เลขที่ติดอยู่ตรงสันแฟ้มให้เหมันต์ดู “เวลาใส่เอกสารก็ดูว่าเลขที่อยู่บนหัวมุมเอกสารตรงกับแฟ้มไหมเท่านั้นเอง และอย่าใส่ผิดล่ะ เพราะถ้าเอกสารสลับแฟ้มกัน เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาหรือต้องการใช้เอกสารมันจะหาลำบาก”

            “รู้แล้วน่า...ว่าแต่ทำไมต้องให้ผมเริ่มจากงานแบบนี้ด้วย เลขาก็มีใช้ให้เขาทำสิ ตำแหน่งของผมเป็นถึงรองผู้บริหารเลยนะ”

            “แล้วรู้อะไรบ้างล่ะ นอกจากรู้ตำแหน่งของตัวเอง...” ไต้ฝุ่นเก็บแฟ้มไว้ที่เดิมแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน “รีบ ๆ ทำ ได้ละอย่าเรื่องมาก”

            “เดี๋ยว ๆ คุณมีสิทธิ์อะไรมานั่งที่โต๊ะทำงานผม”

            “สิทธิ์ในฐานะผู้สอนงานคุณ และอย่าสงสัยให้มากรีบทำได้ละ ต้องให้เสร็จภายในวันนี้ด้วยนะ”

            “จะบ้าเหรอเอกสารตั้งเยอะ อย่างน้อย ๆ ก็อาทิตย์หนึ่งนู้นแหละ”

            “สองตะกร้าเล็ก  ๆ นี่เยอะแล้วเหรอ”

            “ใช่เยอะมากด้วย ไม่เคยทำอะไรเยอะ ๆ แบบนี้มาก่อนเลย อ่านบทละครความหนาของเอกสารยังไม่เยอะเท่านี้เลย”

            คนพูดกอดอกมองคนร่างโตอย่างไม่ยอมแพ้

            “จะเอามาเปรียบเทียบกันได้ยังมันคนละอย่างกัน...และถ้ายังจะเถียงอีกนะ จะทำมากกว่าจูบ ผมพูดจริงทำจริง เพราะผมคนจริง”

            น้ำเสียงและแววตาจริงจังนั้นทำให้เหมันต์ต้องจำนนต่อทุกอย่าง

            ไต้ฝุ่นนั่งมองคุณหนูเอาแต่ใจจัดเอกสารใส่แฟ้มอย่างทุกลักทุเล  บางครั้งก็แสดงอาการหงุดหงิดออกมาเมื่อหาแฟ้มไม่เจอ จนต้องโยนเอกสารลงไว้ที่เดิม แล้วหยิบเอกสารอันใหม่ขึ้นมาใส่แทน และบางครั้งก็ต้องดึงเอกสารออกมาใหม่เพราะใส่ผิดแฟ้ม  

            หลังจากที่คิดว่าคุณหนูเอาแต่ใจ คงจะจัดการกับพวกเอกสารพวกนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรตามมา ไต้ฝุ่นจึงจัดการเคลียร์เอกสารที่ทำคั่งค้างไว้

        .

.

.

.

.

คิมหันต์.

ความคิดเห็น