ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

บทที่ 10 เรียนรู้

ชื่อตอน : บทที่ 10 เรียนรู้

คำค้น : BTS kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2562 01:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 เรียนรู้
แบบอักษร

​X

​เรียนรู้



"คราวนี้ลองกะพริบตาซิ" ยูคยอมสั่งจองกุกที่นั่งอยู่บนขอบเตียงหลังจากหยอดของเหลวสีเขียวใส่ตาข้างซ้ายของเจ้าตัว 

ร่างสูงกะพริบตาหลายครั้ง ถึงแม้แผลบนตาซ้ายจะหายไปแล้ว แต่การมองเห็นยังคงไม่ดีขึ้น มันดูสลัวมัวซัวจนน่าหงุดหงิด หงุดหงิดที่เขาไม่อาจเห็นหน้าลูกๆชัดได้

"ต้องรอให้ผ่านไปสักสองสามวันก่อน ถึงจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิม และก็อย่าให้เศษอะไรเข้าตาข้างนั้นล่ะ"

"อืม" จองกุกครางรับเสียงแผ่วก่อนก้มลงไปใช้นิ้วลูบคางลูกสาวบนตัก ส่วนลูกชายก็กำลังเลื้อยขึ้นมาบนไหล่ 

"อ่ะ เอาไปใช้ซะ จะได้ไม่มีปัญหา"

เขารับผ้าคาดตาสีขาวจากยูคยอม มองสำรวจสักพักก็ยกสายของมันขึ้นมาเกี่ยวหูจนตาข้างซ้ายของเขาถูกปิดด้วยแผ่นสี่เหลี่ยม ตอนแรกที่ใส่ก็รู้สึกเคืองๆเพราะเขาไม่เคยใส่พวกหน้ากากหรือของพรรค์นี้เลย 

​"พ่อคะ หนูหิว"

​ใบหน้าหล่อก้มลงหาลูกสาวโดยมีรอยยิ้มบางๆแต้มประดับ "ลูกหิวแล้วเหรอแทยุน"

แทยุน​ผงกหัวทำตาแป๋วอย่างออดอ้อน พาลให้คนเป็นพ่อนึกถึงใครบางคน 

"แล้วลูกล่ะหิวยัง?"

​เจคชูคอขึ้นก่อนงับคอหนาของคุณพ่อเบาๆ 

"แง่บ หิวแอ๊วอั๊บ (หิวแล้วครับ)"

​ขี้อ้อนเหมือนแม่ไม่มีผิดเลย จองกุกคิด "งั้นเดี๋ยวพ่อพาไปหาอะไรกินนะ โอเคไหม"

"โอเคค่ะ!/เออั๊บ! (เคครับ)"

ร่างสูงหันไปหายูคยอมพร้อมอ้าปากเตรียมจะพูด แต่โดนอีกฝ่ายชิงตัดบทก่อน

"เข้าใจแล้ว งั้นข้าจะเฝ้าเด็กๆที่เหลือเอง ไว้ใจได้"

"ขอบใจมากยูค"

"ยินดีเสมอ"




​"พ่อคะ เราจะไปที่ไหนกันเหรอ?"

​ลูกสาวถามขณะเลื้อยตามหลังคุณพ่อจงอาง ตอนนี้พวกเขามาไกลจากบ้านมากแล้ว ด้วยความกังวลเธอจึงถามออกไป ส่วนน้องชายก็เอาแต่เล่นซนด้วยการคาบหางของเธอไว้

​"ไปหาอาหารที่ตัวเล็กพอให้ลูกกินได้"

​"แล้วเราจะได้เจอแม่ไหมคะ หนูอยากเจอคุณแม่ เมื่อกี้พ่อบอกว่าคุณแม่สวยเหมือนนางฟ้า"

​จงอางน้อยทำตาเคลิ้มฝันเมื่อจินตนาการถึงใบหน้าผู้เป็นแม่ ทำเอาจองกุกที่เหลียวมามองลอบหัวเราะในใจ

​"เดี๋ยวเย็นนี้ก็ได้เจอแล้วจ้ะ"

​พญาจงอางเลื้อยนำทางต่อ แทยุนหันไปทำตาดุใส่น้องชายจอมซนที่ยังคาบหางเธอไม่เลิก

​"เจคกิอ่า ปล่อยหางพี่สักทีสิ พี่เลื้อยไม่ถนัดนะ"

​เจคไม่ปล่อย กลับหยุดเลื้อยพร้อมดึงหางผู้พี่ไว้ไม่ให้ขยับ

​"เจคกี้อยากเล่นชักกะเย่ออ่ะ"

​"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นนา... พี่หิว พี่อยากกินข้าวจะแย่แล้ว"

​"แหงะ... แต่ผมอยากเล่นก่อนอ่ะ นะๆ พี่ยุนนะ!"

​แทยุนถอนหายใจ ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน 

​"ปล่อยนะ"

​เธอกระตุกหางคืน แต่เจคกลับดึงไปหาตัวเอง

​"ไม่ปล่อย"

​"ปล่อยยย"

​"ม่ายยยปล่อย"

​"เจคกิอ่า..."

​"แทยุนอ่า~"

"อะแฮ่ม!"

​"!?"

​ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังหยอกกัน จองกุกก็เลื้อยกลับมาและส่งเสียงกระไอกระแอมเพื่อสงบศึก

​"อึ้ก"

​สองพี่น้องกลืนน้ำเอื้อกใหญ่กับสายตาดุดันของผู้เป็นพ่อ

​"จะมาไหม"

​"มะ.. มาค่ะ/ครับ"

​จากนั้นทั้งสองก็เลื้อยตามราชาจงอางไปอย่างเงียบๆ ทิวทัศน์รอบกายเริ่มมีแต่ต้นไม้สูงกับเถาวัลย์ รวมถึงใบไม้แห้งที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้นชวนให้มุดเข้าไปเล่นข้างใน

​"เป็นงูน่ะต้องเงียบเข้าไว้ เพราะเราไม่ได้มีแขนขาและรวดเร็วเท่าสัตว์อื่น เราจึงต้องใช้เทคนิคซุ่มเงียบเพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัว หรือหนีไปได้น้อยที่สุด"

​ลูกจงอางทั้งสองพยักหน้า

​"อ๋อ..."

​"และต้องคอยฟังเสียง ดมกลิ่น รับรู้ความรู้สึกตอนที่ลมปะทะหน้าท้อง ลองดูสิ"

​สองพี่น้องหยุดเลื้อยและจับสัมผัสถึงลมอ่อนๆที่พัดเข้ามาบริเวณเกล็ดใต้ลำคอ ระเรื่อยลงไปถึงหน้าท้อง 

​"รู้สึกไหม"

​"รู้สึกค่ะ/ครับ"

​"นั่นแหละ พอลูกได้กลิ่นที่ลอยมาตามลมเมื่อไร ลูกก็จะรู้ว่าเหยื่ออยู่ที่ไหน และถ้าลูกนิ่งและมีสมาธิพอ ลูกจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน"

​"หู~"

​"งั้นก็แสดงว่าใต้ท้องของเราอ่อนแอมากสินะคะ"

​"ลูกควรใช้คำว่าไวต่อความรู้สึกนะ แทยุน"

​"อุ๊บ... ขอโทษค่ะ"

​"มาเถอะ พ่อได้กลิ่นกบแถวนี้"

จองกุกเริ่มเลื้อยต่อ แต่ก็ถูกเสียงลูกชายรั้งไว้

​"พ่อครับ! เจคกี้อยากขี่หลัง"

​"เอาสิ"

​พญาจงอางหยุดเลื้อยเพื่อให้ลูกชายปีนขึ้นมาอยู่บนหลังคอ ส่วนพี่สาวก็ได้แต่สั่นศีรษะกับความซุกซนของน้อง

สามพ่อลูกเดินทางไปยังริมลำธารเล็กๆ บนขอนไม้นั้นมีลูกกบตัวหนึ่งกำลังยืนอาบแดดอยู่ พวกเขาหยุดเลื้อยและซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาใกล้ๆ

​"ใครจะเป็นคนแรก"

​จองกุกถาม เจครีบชูคอขึ้นอย่างกระตือรือร้น

​"ผมครับ! ผมๆๆ"

​"แทยุนล่ะ?"

​คนถูกถามถอยหลังเล็กน้อยอย่างไม่มั่นใจ

​"เอ่อ... ไว้ทีหลังดีกว่าค่ะ"

​"เจค ลูกพร้อมรึยัง"

​"พร้อมเสมอครับ!"

​"งั้นเปิดก่อนเลยเจ้าตัวเล็ก พ่อกับพี่จะคอยดู"

​มันคือการล่าครั้งแรก เจคตัวสั่นนิดๆด้วยความตื่นเต้นแต่ก็ยอมเลื้อยออกจากที่ซ่อน เขาหมอบตัวราบไปกับพื้นและพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดตามที่คุณพ่อสอน เลือดแห่งนักล่าพุ่งพล่านไปทั่วกาย จงอางน้อยจดจ่ออยู่กับอาหารของตนขณะเลื้อยไปหามันทีละนิด ค่อยๆย่องเงียบจากทางด้านหลัง เมื่อผิวหน้าท้องสัมผัสกับขอนไม้ชื้นซึ่งเต็มไปด้วยมอสสีเขียวแหยะๆ ลูกกบเองก็ได้กลิ่นเจคเช่นกัน แต่มันสายไปเสียแล้ว เจคเข้ามาใกล้เกินกว่าจะหนีพ้น 

ทันทีที่ลูกกบเริ่มกระโดด เขาก็รีบพุ่งทะยานตัวและใช้ขากรรไกรกัดเข้าที่ขาของมัน เขี้ยวน้อยๆดั่งเข็มฝังลึกลงไปในผิวเหนียวลื่น แต่ยังไม่ทันได้ฉีดพิษ เจ้าลูกกบก็กระโดดอีกครั้งจนเจคเผลอทำหลุด หนำซ้ำยังพลัดตกลงไปในน้ำด้วยอย่างไม่ตั้งใจ เพราะแรงกระโดดของเหยื่อมีมากกว่าแรงกัดของเขา

"อ๊บ!"

ลูกกบมุดหนีลงน้ำพร้อมส่งเสียงร้องเหมือนเย้ยหยัน ทำเอาเจครู้สึกเจ็บใจไม่ได้ แต่นั่นยังไม่เพียงพอจะทำให้ความมั่นใจของเขาลดฮวบลง

จองกุกและแทยุนเลื้อยเข้ามาหาด้วยความประหลาดใจ

​"ทำไมถึงพลาดล่ะเจคกิ?"

​เจคค่อยๆเลื้อยขึ้นฝั่งด้วยลำตัวเปียกโชกโดยไม่ตอบคำถามของพี่สาว ผู้เป็นพ่อเห็นดังนั้นจึงเข้าไปเลียทำความสะอาดให้เชิงปลอบประโลม กระทั่งเนื้อตัวของลูกชายกลับมาแห้งสนิท เขาจึงเริ่มถามถึงสาเหตุ

​"เกิดอะไรขึ้น เขี้ยวไม่ทะลุผิวเหรอ?"

​เจคส่ายหน้า ดวงตาหรี่แสงลง หากอยู่ในร่างเด็กผู้ชายก็คงกำลังทำหน้ามุ่ยเป็นตูดลิงอยู่

​"ทะลุครับ แต่ผมว่าตัวเองกัดแรงสุดแล้วนะ"

​จองกุกเงียบไปครู่หนึ่งอย่างวิเคราะห์

​"อ้าปากซิ ขอพ่อดูฟันหน่อย"

​จงอางน้อยอ้าปากตามอย่างว่าง่าย สายตาของจองกุกสอดส่องทั่วโพรงปาก เห็นหลอดลม ลิ้น ฟันซี่เล็กๆกับเขี้ยวเท่าเข็มของลูกชาย ดูไม่มีอะไรแปลก ที่ทำพลาดเมื่อกี้คงเป็นเพราะขากรรไกรของเจคอ่อนแอกว่าลูกงูตัวอื่น แทยุนเองก็อาจเป็นเช่นเดียวกัน

​"แล้วได้ฉีดพิษใส่ไหม"

​"ไม่ครับ ฉีดไม่ทัน"

​เจคก้มหน้าสลดด้วยความรู้สึกอับอาย จองกุกจึงใช้จมูกดุนแก้มเพื่อให้กำลังใจ

​"ไม่เอาน่าลูก ครั้งแรกมันก็ต้องมีพลาดเป็นธรรมดา"

​แทยุนเข้ามาเบียดตัวน้องชายหวังปลอบด้วยอีกคน

​"ใช่ อย่าเศร้าไปเลยนะเจคกิ ค่อยเริ่มใหม่ก็ได้... เนอะ"

​เจคมองสลับไปมาระหว่างคุณพ่อกับพี่สาว และกำลังใจจากทั้งสองทำให้เขามองโลกในแง่ดีขึ้น

​"ผมว่าผมได้กลิ่นหนู"

​"ต้องยังงั้นสิ ไอ้ลูกชาย"

​"งั้นเราไปกันเถอะ ป่ะ!"



แทฮยองกำลังเก็บหนังสือใส่กระเป๋าหลังจากออดหมดคาบสุดท้ายดังขึ้น เมื่อรูดซิปกระเป๋าเสร็จก็ลุกขึ้นยืน สองขาเรียวพาร่างไปหาลิซ่าที่ยืนรออยู่หน้าประตู

"มาแล้วลิซ ตกลงมีเรื่องอะไรจะคุยเหรอ?"

เพราะเด็กสาวหันหลังอยู่ จึงทำให้เขาไม่เห็นว่าเจ้าตัวกำลังยืนกุมขวดเล็กๆเท่าขวดน้ำหอมไว้ เธอเริ่มเปิดฝาทรงกลมอย่างไม่รีบร้อน แต่พอแทฮยองถามก็หยุดชะงักกะทันหัน 

"ลิซ เป็นอะไรรึเปล่า ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็บอกฉันได้นะ ฉันสัญญาว่าจะไม่เอาไปบอกใคร ก็เราเป็น​เพื่อน​กันหนิ ใช่ไหม"

ลิซ่ายืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาสั่นระริกเพราะความรู้สึกรุนแรงบางอย่าง มือบางที่ทำท่าจะเปิดขวดได้เปลี่ยนเป็นหมุนปิดฝากลับเข้าไป เธอเก็บขวดนั้นลงในกระเป๋าสะพายก่อนหันมาทำหน้าเรียบนิ่งใส่ร่างบาง

"กลับบ้านไปซะ แทฮยอง แล้วไม่ต้องมาโรงเรียนอีก อยู่แต่กับคุณจองกุกนะ เข้าใจไหม"

แทฮยองนิ่วหน้าจนผิวบนหว่างคิ้วยับยู่ยี่ "ทำไมเธอถึงพูดยังงั้น?"

"ฉันแค่เตือนนายด้วยความหวังดี... ในฐานะเพื่อน" ลิซ่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนพูดต่อ "ทางที่ดีนายควรย้ายออกไปจากที่นี่จะดีกว่า"

"ทำไมล่ะ เธอรังเกียจฉันเหรอ" ร่างบางชักสีหน้าน้อยใจจนคนเห็นพลอยรู้สึกแย่

"ไม่เลยสักนิด และจะไม่มีวัน" 

"งั้นเธอไล่ฉันทำไม"

เด็กสาวถอนใจพลางเอื้อมไปจับมือเรียวของเพื่อนไว้แน่นๆ "เพราะชีวิตนายกำลังตกอยู่ในอันตรายไง"

แทฮยองยิ่งขมวดคิ้วหนัก "ยังไง?"

"ฉันบอกไม่ได้ แต่นายต้องพาลูกๆของนายหนีไปให้ไกลที่สุด หนีไปต่างประเทศเลยยิ่งดี ฉันช่วยนายได้แค่นี้แหละแทฮยอง... อีกอย่างพวกนักสืบกับตำรวจก็จะแห่กันมาสอบสวนชาวบ้านที่นี่ ถ้าชาวบ้านบอกว่านายอยู่ในเหตุการณ์แถมยังมีชีวิตรอด พวกตำรวจก็จะพุ่งเป้าสงสัยมาที่นาย ทุกคนอาจเข้าใจว่านายอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด รวมไปถึงครอบครัวนายด้วย"

"แต่---"

"ชู่ว... เราต้องเงียบๆไว้" ลิซ่าเอานิ้วอุดปากแทฮยองก่อนหันมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง "รีบกลับบ้านไปซะ เดี๋ยวฉันจะลงไปส่งนายข้างล่าง โอเคนะ"

ร่างบางยังงุนงงไม่หายแต่ก็ยอมพยักหน้า เมื่อได้คำตอบลิซ่าก็เริ่มจูงมือให้มาด้วยกัน เธอเดินไปส่งแทฮยองที่ห้องพยาบาลเพื่อไปหาซอกจินอย่างปลอดภัย




"พี่กุก แทกลับมาแล้ว..."

แทฮยองเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาในห้องนอนก่อนปิดประตูอย่างเงียบเชียบ พอหันกลับมาก็เห็นสามีกำลังนอนดูข่าวอยู่บนเตียง

"ตาไปโดนอะไรมาอ่ะพี่กุก?"

วางกระเป๋าบนเก้าอี้เสร็จก็เดินมาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง เขาไม่เคยเห็นจองกุกใส่ผ้าคาดตามาก่อน

"ก็... นิดหน่อยน่ะ" ร่างสูงไม่รู้ว่าจะแถยังไงจึงทำเป็นไม่ใส่ใจและกลับไปดูข่าวต่อ 

ผิวที่นอนยวบลงเมื่อร่างบางนั่งบนขอบเตียง "ขอแทดูหน่อยสิ"

"ไม่เป็นอะไรหรอกน่า..."

"แทอยากดู"

จองกุกพยายามเอียงหน้าหนีพร้อมกับดันมือเรียวออก "อย่ามากวนสิ พี่ดูทีวีอยู่"

"ก็ให้แทดูก่อนสิ! อย่าดื้อได้ไหม!!"

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบหลังจากผู้เป็นภรรยาตวาดเสียงแข็ง จองกุกเลิกต่อต้านด้วยการค่อยๆลดมือลง

แทฮยองถือวิสาสะแง้มแผ่นปิดตาขึ้น ก่อนเอียงหน้าส่องเพื่อตรวจตรา "ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยหนิ พี่จะใส่ไว้ทำไม?"

ผู้เป็นสามียักไหล่ "ก็ใส่แล้วมันเท่"

"เท่บ้านพี่สิ เดี๋ยวนี้ติดการ์ตูนรึไง"

จองกุกขำเบาๆขณะยกแขนกันฝ่ามือเรียว "และก็... ทีหลังอย่าเสียงดังแบบเมื่อกี้อีกนะ เด็กๆเขาตกใจกันหมดแล้ว"

"เด็กๆไหน?"

"นั่นไง หันหลังสิ"

แทฮยองย่นคิ้ว หันไปทางที่จองกุกเพยิดหน้า ก่อนที่หัวใจดวงน้อยจะเต้นแรงเหมือนเจอรักแรกพบ 

เด็กน้อยชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนมองเขาตาปริบๆ อายุน่าจะราวๆ 6-7 ขวบ เด็กหญิงไล่สำรวจทั่วใบหน้าของร่างบางก่อนฉีกยิ้มจนเห็นฟันกระต่าย

"คุณแม่หนูสวยจัง!"

จู่ๆน้ำตาคนเป็นแม่ก็พาลไหล แทฮยองเอามือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของลูกก็ยิ่งทนไม่ไหว จึงตัดสินใจรีบเข้าไปโผกอดลูกทั้งสองอย่างเต็มรัก

"หยา... แม่ผมขี้แยจัง"

แทฮยองยิ้มขำ น้ำตาไหลอาบแก้มสองฝั่งจนเปรอะแผ่นหลังเล็กของลูก เด็กๆกอดตอบและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข จองกุกที่คอยมองอยู่ก็เผลอยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้

เมื่อเสียงสะอื้นแผ่วๆหยุดลง ร่างบางก็ผละออกมาลูบแก้มลูบศีรษะของลูกอย่างตื่นเต้น

"ลูกแม่น่ารักที่สุดในโลกเลย ไหนขอแม่หอมหน่อยซิ"

จองกุกโพล่งขึ้นระหว่างที่แทฮยองหอมแก้มเด็กๆสองฟอดใหญ่ "แทยุน เจค หอมแก้มคุณแม่ให้ช้ำไปเลยนะลูก"

"เย้!"

"จุ๊บ!!"

แทฮยองถึงกับเอนหลังเพราะเจ้าตัวเล็กทั้งสองพุ่งเข้ามาพร้อมกัน แทยุนกับเจคยึดแก้มคนละฝั่งก่อนระดมจุ๊บไปหลายสิบครั้งจนแก้มคุณแม่เกือบจะช้ำจริงๆ

"คิก พอๆ แก้มแม่เปียกไปหมดแล้วน้า" แค่นี้หัวใจเขาก็ชุ่มมากพอแล้ว ขืนยังโดนหอมแก้มอีก เขาคิดว่าตัวเองได้สำลักความสุขตายพอดี "เจค กับ แทยุน... เป็นชื่อที่เพราะมากเลย"

ร่างบางหันไปชมสามี เพราะแทยุนเป็นชื่อที่เขาเคยพูดไว้ครั้งหนึ่งแบบลอยๆว่า ถ้าได้ลูกสาวก็อยากจะให้ชื่อแทยุน หากเป็นลูกชายก็อยากให้ชื่อจองฮยอน แต่ไม่คิดว่าจองกุกจะจำได้และตั้งชื่อนั้นให้จริงๆ ทำเอาเขารู้สึกเซอร์ไพรส์มากเลยตอนที่ได้ยินชื่อลูกสาวเมื่อกี้

"หนูอยากนอนกับคุณแม่" แทยุนใช้ดวงตากลมโตอ้อนวอนผู้เป็นพ่อ เพราะก่อนที่แทฮยองจะกลับมา จองกุกบอกว่าเธอกับน้องชายต้องย้ายไปนอนอีกห้องหนึ่งเนื่องจากเตียงไม่พอ 

ร่างสูงถอนใจ "พ่อบอกแล้วไงว่าเตียงมันแคบเกินไป"

ร่างบางได้ยินดังนั้นก็หันไปทำหน้าบูดให้สามี "แต่แทอยากนอนกับลูกอ่ะ งั้นคืนนี้แทขอย้ายไปนอนกับลูกนะ ส่วนพี่กุกก็นอนคนเดียวละกัน"

"เอ่อ เดี๋ยวสิ แท---"

"เดี๋ยวแม่ขออาบน้ำก่อนนะ แล้วกินข้าวกันรึยัง?" แทฮยองเดินจูงมือลูกทั้งสองโดยไม่สนเสียงรั้งของจองกุก

"กินแล้วค่ะ!/กินแล้วฮับ"

"แท เดี๋ยว---" 

"โอ๊ะ! ลืมไปเลย มีห้องน้ำอยู่ในห้องนั้นแล้วนี่นา งั้นเราไปอาบน้ำด้วยกันเลยดีไหม ใครอยากให้แม่ถูหลังบ้างงง"

"หนู~/โผมมม!"

"คือ---"

ปัง

ร่างสูงได้แต่นั่งมองบานประตูที่เพิ่งปิดลง ก่อนจะขยี้หัวตัวเองแรงๆพร้อมตะโกนลั่นห้อง

"โว้ยยยยย! หมดกัน แผนอึ๊บเมียกู๊ววววว!!!"




​To be continued

​_____________________________

ได้แต่ยืนมองและสะบัดผ้าเช็ดหน้าให้อย่างสงสาร จองกุกคนถูกเมียทิ้ง2019 5555 ไม่มีอะไรน่าเศร้ากว่านี้อีกแล้ว😂

-แทยุน-

​-เจค-

ความคิดเห็น