email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 เปิดศึก

ชื่อตอน : บทที่ 3 เปิดศึก

คำค้น : รักวุ่นวาย...หัวใจมีปัญหา , รักวุ่นวายหัวใจมีปัญหา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 241

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2562 17:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 เปิดศึก
แบบอักษร

​รักวุ่นวาย...หัวใจมีปัญหา

ตอนที่ ๓ เปิดศึก


          ในห้องนอนสุดหรูตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลสลับขาว ประตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง จัดแบ่งออกเป็นโซนสำหรับห้องแต่งตัว ห้องนั่งเล่น และถัดเข้าไปในสุดเป็นส่วนของห้องนอนซึ่งมีเตียงขนาดคิงไซต์อยู่ตรงกลาง บนเตียงไปเต็มด้วยตุ๊กตาวางอยู่รอบ ๆ ทั้งสองข้าง เว้นตรงกลางไว้ให้ผู้เป็นเจ้าของนอน และมีกระจกใสกั้นทำเป็นผนังห้อง

            เหมันต์นั่งกอดอกอยู่ปลายเตียงด้วยท่าทางหงุดหงิด อารมณ์ร้อนภายในตัวยังไม่มอดดับลง และไม่ว่าจะพยายามใจเย็นแค่ไหนก็ไม่สามารถดับความร้อนในใจที่มีอยู่ได้ เมื่อคิดถึงหน้าไต้ฝุ่นก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดใจ

หมอนั่นนิสัยไม่ดี ไม่น่าคบสักนิด พาคนแบบนี้เข้ามาในบ้านได้ยังไง ไม่รู้ว่าป๊ากับม๊ากำลังคิดทำอะไรอยู่ ทำไมถึงได้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวแบบนี้  ที่น่าโกรธไปยิ่งกว่านั้นคือการที่จะให้อีตา รปภ. มานอนในห้องด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ซุปตาร์อันดับหนึ่งของประเทศรับไม่ได้จริง ๆ

ไม่สิ...เคยดัง

เคยดังก็ได้วะ...ก็เมื่อก่อนดังไงดังมากด้วย ดังจนสาว ๆ กรี๊ดตาม เป็นพระเอกเบอร์ต้น ๆ ที่หลาย ๆ ช่องอยากได้ตัว เพราะว่าแสดงดีอินเข้าถึงบทบาท นี่ไม่ได้อวยตัวเองจนเกินจริงนะ แต่ว่าทุกอย่างประจักษ์ด้วยสายตาคนทั้งประเทศ และที่ว่าเป็นดาราตกกระป๋องก็ไม่จริง เป็นเรื่องไม่จริงเลย เพราะคนหล่อ ๆ แบบเหมันต์ ใคร ๆ ก็ต้องการตัว เพียงแต่ว่าช่วงหลัง ๆ เลือกรับงานเฉย ๆ และงานละครเรื่องสุดท้ายที่ส่งมาให้ก็เมื่อประมาณ...เหมันต์หันไปหยิบนิตยสารซึ่งมีรูปตัวเองอยู่บนปกหนังสือ เมื่อดูวันเวลาที่เคยถ่ายไว้ ก็ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อย

“ก็แค่หนึ่งปีเอง ไม่เห็นจะนานตรงไหน...” ฉะนั้นการหายหน้าไปจากวงการหนึ่งปีไม่ได้หมายความว่าเป็นดาราตกกระป๋องสักกะหน่อย และทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ยังรู้จักเหมันต์เพราะเอกหนุ่มสุดหล่อ เว้นแต่หมอนั่นแหละ “บ้านนอกฉิบ...”

คุณหนูเอาแต่ใจบ่นกับตัวเองพร้อมกับสายตายังคงจับต้องที่นิตยสาร



ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้น ทำให้เหมันต์ละสายตาจากนิตยสารแล้วเงยหน้ามองผู้เข้ามาเยือนและต้องรีบลุกพรวดจากเตียงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร  ทำให้อารมณ์พุ่งทะยานขึ้นสูงสู่ฟากฟ้าประหนึ่งเหมือนจรวดถูกปล่อยไปสำรวจดาวอังคาร

“เข้ามาได้ยังไง”

น้ำเสียงตวาด

“เปิดประตูอ่อยผมซะขนาดนี้”

ท่าทางกวน ๆ ยิ่งทำให้เหมันต์หงุดหงิด วันนี้เป็นวันซวนอะไร อยู่ ๆ ก็ได้มารู้จักกับอีตาล่ำ ป๊ากับม๊าก็ยังเข้าข้างคุณมันอีก แถมยังเรียกมันว่าพี่อีก ฝันไปเถอะว่าจะยอมนับพี่นับน้องด้วย เพราะคนอย่างคุณหนูเหมันต์มีพี่ชายแค่คนเดียวเท่านั้น

“ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้ และอย่ามาทำกิริยาท่าทางแบบนี้ใส่ผม ผมไม่ชอบ”

“ไม่ชอบยังไงไหนลองบอกซิ”

ไต้ฝุ่นเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม

“ต้องให้ได้บอกอีกเหรอพูดไปหมดแล้วหูตึงหรือยังไง หรือว่าสมองเสื่อม คนอะไรหน้าตาก็ดี ไม่น่ามาพิการก่อนวัยอันควรเลย”

คนพูดมือกอดอก ใบหน้าเอียงเล็กน้อย สายตามองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างผู้มีอำนาจ เก็บความกลัวเอาไว้เหมือนกระต่ายกำลังสู้เสือ...ว่าแต่กระต่ายมันกลัวไหมเวลาเจอเสือ คงไม่กลัวหรอกเนอะ

 “เป็นกระต่ายต้องใจกล้า”

 ม๊าสอนมาแบบนี้

ไต้ฝุ่นขยับเท้าเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อกำลังจะขยับเท้าเข้ามาใกล้อีก แต่ต้องหยุดซะงักเพราะคุณหนูเอาแต่ใจรีบพูดขึ้น

“ถ้าคุณเดินเข้ามาใกล้ผมอีกอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ”

พูดขู่ด้วยความกลัว เพราะหมอนี่นอกจากจะร่างกำยำแล้ว ยังชอบทำตัวน่ากลัวอีก นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นหนุ่มรูปหล่อ คนก็คงคิดว่าเป็นโจรป่าไปแล้วล่ะ คนอะไรตัวใหญ่ซะมัด...ส่วนเรื่องความหล่อก็หล่อจริงแหละไม่ขอเถียงแต่หล่อน้อยกว่าซุปตาร์อันดับหนึ่ง...นี่คุณหนูเหมันต์ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ ทุกอย่างประจักษ์ด้วยสายตา ถ้าไม่เป็นความจริงไม่พูดหรอกผิดศีล

 “ทำไมกลัวเหรอครับคุณดาราตกกระป๋อง”

ใต้ฝุ่นยิ้มกวนพร้อมกับยักคิ้วให้

“บอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่ดาราตกกระป๋อง ผมเป็นซุปตาร์ เป็นซุปตาร์อันดับหนึ่งด้วย”

“ผลงานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่น้า....” ใต้ฝุ่นเอามือขึ้นมาทำท่านับนิ้ว “ปีกว่า ๆ หายเข้ากลีบเมฆไปเลย ไม่มีใครกล้าจ้างงาน เพราะค่าตัวแพง และยังเรื่องมากอีก จ้างไปก็ไม่คุ้ม หล่อก็ไม่หล่อแต่ชอบบอกตัวเองว่าหล่ออยู่นั่นแหละ หรือว่ากระจกในห้องมันหลอกคุณ ไปเอากระสโนว์ไวท์มาติดที่ห้องใช่ไหม”

ไม่หล่อแต่น่ารัก...น่ารักกว่าผู้หญิงซะอีก ผิวขาว ๆ ร่างบาง ๆ ใครเห็นแล้วเป็นต้องหลงเสน่ห์ ไต้ฝุ่นไล่สายตามองคนที่อยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาโลมเลียยิ่งทำให้เหมันต์เริ่มหวั่น ๆ กลัวว่าไต้ฝุ่นจะทำอะไรตน ยิ่งช่วงนี้ข่าวคดีฆ่าข่มขืนมีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดคนแก่รุ่นยายยังไม่เว้น จิตใจคนสมัยนี้ยากแท้หยั่งถึง และถ้าหมอนี่ฆ่าข่มขืนเขาขึ้นมาจริง ๆ จะทำยังไง มันเป็นการตายที่เสียเปล่าเอา    มาก ๆ เพราะยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าการได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดมันเป็นอย่างไร แต่ถ้าหมอนี่ข่มขืนแล้วฆ่าก็น่าจะโอเค  กว่าฆ่าแล้วข่มขืน

เอ๋...หรือไม่ดีทั้งคู่ คนหล่อ ๆ จะมาตายอนาถแบบนี้ไม่ได้ แล้วเกิดหมอนี่หั่นศพยัดใส่กระเป๋าไปทิ้งข้างทางล่ะ ไม่ได้นะ...ซุปตาร์อันดับหนึ่งจะมาจบชีวิตอันสมบูรณ์แบบเพราะป๊ากับม๊าพาโจรเข้ามาในบ้านไม่ได้

แต่เดี๋ยวนะทำไมหมอนี่ถึงรู้ว่าไม่มีใครจ้างงานมาแล้วเป็นปี...ไหนบอกว่าเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ แต่ก็ช่างเถอะคงจะศึกษาข้อมูลมาก่อนแล้ว หรือไม่งั้นป๊ากับม๊าก็คงเล่าให้ฟัง ก็เลยไปรับข้อมูลผิด ๆ มา ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ

“ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้นะ ถ้าคุณยังไม่ออกไปจากห้องผม ผมจะโทรฯแจ้งตำรวจให้มาจับคุณในข้อหาบุกรุกยามวิกาล ติดคุกไม่ต่ำกว่าห้าปีนะบอกไว้เลย”

“บุกรุกยังไง...” คนพูดขมวดคิ้ว “ป๊ากับม๊าเป็นคนอนุญาตให้มาเอาลูกชายสุดรักเอง”

“อะเอาอะไรพูดให้มันดี ๆ นะ”

เหมันต์ก้าวถอยหลังหนี หากไต้ฝุ่นเดินเข้ามา

“ผมพูดผิดให้มาช่วยดูแลคุณหนูเหมน่ะครับ”

“ไม่สนิทอย่าเรียกชื่อเล่นผมไม่ชอบ”

“จะเรียก จะเรียกชื่อนี้ ไม่ชอบก็แล้วแต่”

“คุณนี่หน้าด้านที่สุด ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอใครหน้าด้านเท่าคุณมาก่อน”

“ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยเจอใครที่เอาแต่ใจเหมือนคุณมาก่อน”

“อย่ามาพูดว่าผมเอาแต่ใจ คนอย่างผมไม่เคยเอาแต่ใจ...” ไต้ฝุ่นขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น จนเกือบจะชิดกัน ทำให้เหมันต์ปลีกตัวออกทางด้านข้าง “อย่าคิดทำอะไรผมนะ ผมฆ่าคุณแน่”

“ตัวแค่นี้เก่งจริงนะเราอะ ยืนให้เท่าพี่ก่อนมั้ยครับน้อง”

“อย่ามานับพี่นับน้องกับผมนะ ผมมีพี่ชายแค่คนเดียว ส่วนคุณเป็นได้มากสุดก็แค่ รปภ. เพราะป๊าบอกว่าให้คุณมาเป็น รปภ. แต่ผมไม่รับหรอกนะ”

“บอกว่าบอดี้การ์ดไม่ใช่ รปภ. อีกอย่างก็ไม่อยากจะมาเป็นให้หรอกงานการพี่ก็มีทำ นี่เห็นว่าเป็นน้องก็เลยมา และมันก็ไม่ได้มีแค่เรื่องความปลอดของน้องนะครับ แต่ว่าพี่สุดหล่อคนนี้ยังต้องมาสอนงานให้น้องอีก”

คนพูดกอดอกและยักคิ้วให้

“บอกแล้วไงว่าผมมีพี่ชายคนเดียว และผมก็ไม่ยอมฝึกงานกับคุณหรอก”

“ดื้อจริง ๆ เอาเป็นว่าผมสอนงานดีมากนะลองแล้วจะติดใจ เพราะสอนให้ชิดถึงเตียงเลย”

“ไอ้บ้า...อยากอยู่ก็อยู่ไปเลยห้องนี้แล้วไม่ต้องตามมา”

ในขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป ก็ถูกคว้าข้อมือไว้ ทำให้เหมันต์ต้องรีบหันกลับมา สายตามองค้อนด้วยความไม่พอใจ และใจหนึ่งก็กลัวว่าคนตรงหน้าจะทำไม่ดีกับตน...ถ้าหมอนี่เอาจริงขึ้นมาเขาไม่มีทางสู้แรงได้แน่

“ไปอาบน้ำ...” น้ำเสียงดุ “คุณต้องนอนห้องนี้เท่านั้น ถ้าไม่เชื่อฟังกันจะได้เห็นดีกันแน่”

“อย่ามาบังคับผม”

“หรือจะลอง”

ไต้ฝุ่นดันตัวเหมันต์ให้ติดกับผนังห้อง ใบหน้าหล่อก้มลงมาจนริมฝีปากเกือบชนกับเหมันต์ ทำให้เหมันต์รีบเบือนหน้าหนี แล้วผลักคนที่อยู่ตรงหน้าออกไปอย่างสุดแรง

“คนเลว”

“ถ้ายังดื้ออีกจะทำมากกว่านี้ นี่ยังไม่ได้ลงจูบเลยนะ ถ้าลงจูบเมื่อไหร่อย่าคิดติดใจเด็ดขาด”

“ไอ้คนบ้า”

“ไม่ต้องพูดมากไปอาบน้ำได้ละ ถ้าไม่ไปอาบน้ำจะจูบจริง ๆ ด้วย แล้วบอกไว้ก่อนนะคนอย่างผมไม่เคยขู่ใคร พูดจริงทำจริง แล้วมันจะมากกว่าจูบอีก เพราะผมเองก็ชักอยากรู้แล้วเหมือนกันว่า จะแซบกว่าพริกขี้หนูยกสวยเหมือนที่คุยไว้รึเปล่า”

ไต้ฝุ่นคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเดินไปนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ส่วนคุณหนูเหมันต์ได้แต่ยืนนิ่งมองคนร่างโตด้วยความไม่พอใจ แววตาโกรธจัด มือทั้งสองกำหมัดแน่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...น่าเจ็บใจ คอยดูนะจะฟ้องป๊าว่าหมอนี่ป่าเถื่อนแค่ไหน

“เลว”

พูดเสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำไป ไต้ฝุ่นได้แต่ส่ายหน้าไปมา ไม่คิดว่าเหมันต์จะเอาแต่ใจได้ถึงเพียงนี้ เด็กตัวน้อย ๆ ชอบเล่นก่อกองทรายกับวิ่งไล่เจ้าหมาไซบีเรียนชื่อปีโป้ เนื้อตัวมอมแมมทุกวัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ว่านอนสอนง่าย หายไปแล้วหว่า...แล้วไม่คิดว่าโตมาจะน่ารักขนาดนี้

จำพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอเหม...



เหมันต์ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเป็นชั่วโมง เมื่อนั่งทำใจได้แล้วคุณหนูเอาแต่ใจจึงตัดสินใจออกมาจากห้องน้ำ ด้วยชุดนอนเสื้อเชิ้ตสีขาวลายหมูสีชมพูคลุมยาวลงมาถึงหน้าขา ใส่กางเกงบ็อกเซอร์ด้านใน ท่าทางหงุดหงิดไม่หาย กำลังเช็ดผมไปด้วย ผิวขาว ๆ และใบหน้าหล่อออกหวาน ทำให้ไต้ฝุ่นเผลอมองอยู่นาน เหมือนมีอะไรดึงดูดให้เข้าไปอยู่ในห้วงคำนึงของคนตรงหน้า เมื่อนึกได้จึงรีบดึงสติกลับมา

คนบ้าอะไรจะขาวขนาดนี้วะ !

ไม่ได้ตั้งใจมาอ่อยกันใช้มั้ย...

เมื่อเหมันต์เช็ดผมเสร็จจึงเงยหน้าขึ้นมามองผู้ร่วมชีวิต ทว่าไต้ฝุ่นยังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียงเหมือนเดิม สายตาเป็นประกายแปลก ๆ จับจ้องมาที่เขา คนร่างบางจึงเอาผ้าเช็ดตัวมาคุมไหล่ไว้

“มองอะไร”

“มองขา...ขาวดี ไม่ได้มองไหล่คลุมผิดที่ละ”

ไต้ฝุ่นพูดตามความจริง ก็ขาขาวจั๊วะซะขนาดนั้นจะให้ปฏิเสธต่อสิ่งที่เห็นได้ยังไงกันมันผิดศีล...พระท่านสอนห้ามพูดโกหก

“ไอ้คนบ้า ไอ้คนเลว...” และเมื่อมองไปรอบ ๆ ห้องก็พบว่า “ตุ๊กตาหายไปไหน แล้วรูปกงยูล่ะอยู่ไหน”

“ผมให้แม่บ้านเอาออกไปไว้ที่ห้องเก็บของหมดแล้ว รกเปล่า ๆ เดี๋ยวผมนอนไม่สะดวกน่ะ เห็นไหมว่าไม่มีตุ๊กตาเตียงกว้างขึ้นเยอะเลย”

“ไปเอากลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ...” โวยวายเสียงดังลั่นห้อง “ตุ๊กตาผมตัวแพง ๆ ทั้งนั้น ส่วนกงยูก็เป็นรูปที่ผมตามไปขอเซลฟี่ถึงเกาหลี  เขาเป็นไอดอลในการแสดงของผมเลยนะ ไปเอากลับมาเดี๋ยวนี้”

“เสียงอะไรเหรอ...คนพูดหรือตัวอะไรพูดแสบแก้วหูจังฟังก็ไม่รู้เรื่องด้วย สงสัยหูตึงแน่ ๆ ละ...” ไต้ฝุ่นทำไม่สนใจ แล้วลุกขึ้น “ไปอาบน้ำดีกว่า”

“เล่นแบบนี้ใช่ไหม อยากจะเปิดศึกกันจริง ๆ ใช่ไหม...เอาออกไปได้ก็ไปเอาเข้ามาได้แล้วอย่าหวังว่าจะได้นอนเตียงเดียวกับผม”

“ถ้าผมกลับออกมาจากห้องน้ำ แล้วคุณไปเอาตุ๊กตาพวกนั้นกลับมา...ผมปล้ำคุณแน่ไม่เชื่อก็ลองดู”

ไต้ฝุ่นพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนคุณหนูเอาแต่ใจได้แต่มองตามแผ่นหลังแกร่งด้วยความโมโห

คิดว่าคำขู่แค่นี้จะกลัวเหรอ...ไม่มีทาง

เหมันต์เดินออกจากห้องไป แล้วกลับเข้ามาพร้อมกับกลุ่มแม่บ้านที่ช่วยกันพาเหล่าตุ๊กตาและรูปสุดรักสุดหวงกลับมาไว้ที่เดิม...เอาให้มันเห็นดีกันไปเลย อย่าคิดว่าตัวโตกว่าแล้วจะกลัว คนอย่างคุณหนูเหมันต์ไม่เคยกลัวใคร

ก็แค่ รปภ. ที่เป็นลูกเพื่อนสนิทของป๊า เรียนเก่ง จบถึงเมืองนอก หล่อ รวย  กล้ามโต ไม่เห็นจะมีข้อดีสักอย่าง ใคร ๆ ก็มีได้ไอ้กล้ามโต ๆ นี่อะ...ชิ



คุณหนูเอาแต่ใจนอนเล่นโทรศัพท์มือถือเครื่องโปรดอยู่บนที่นอน โดยมีเหล่าเจ้าตุ๊กตาหมูสีชมพูตัวน้อยใหญ่วางเรียงรายอยู่เต็มที่นอน ข้างโต๊ะและบนหัวเตียงนอนมีรูปดาราคนโปรดวางไว้เหมือนเดิม เมื่อไต้ฝุ่นเดินออกมาจากห้องน้ำและเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า...ทุกอย่างเป็นไปตามคาด

ดื้อเอาแต่ใจแบบนี้ ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะไม่งั้นก็ไม่เชื่อฟังกันสักที

เหมันต์เมื่อเห็นไต้ฝุ่นเดินออกมาจากห้องน้ำก็ทำท่าตกใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้ไต้ฝุ่นมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางปกปิดส่วนสงวนไว้ กล้ามแน่นเป็นมัด ๆ เหมือนกล้ามปู ยิ่งตรงหน้าท้องยิ่งจัดเป็นลอยสวย

คนอะไรหุ่นดีเป็นบ้า...เมื่อได้สติคุณหนูเหมันต์จึงละสายตาทำไม่สนใจ ไต้ฝุ่นจึงเดินไปที่ห้องแต่งตัวจัดการเช็ดตัว เป่าผม แล้วใส่ชุดนอน ด้วยเสื้อยืดสีขาว และกางเกงบ๊อกเซอร์ขาสั้น

“บอกไปแล้วนะ ทุกอย่างชัดเจน ขัดคำสั่งกันใช่มั้ย”

น้ำเสียงและแววตาเจ้าเล่ห์ ทำให้เหมันต์รีบลุกขึ้นจากเตียง ทว่าในขณะเดียวกันไต้ฝุ่นรีบเดินไปที่เตียง แล้วผลักคนตัวเล็กให้นอนราบลงไปพร้อมกับขึ้นคร่อมไว้

“ปล่อยนะไอ้โรคจิต”

เหมันต์โวยวายเสียงดังลั่นห้อง พร้อมกับดิ้นไปมา มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นทุบที่อกแกร่ง  ไต้ฝุ่นจึงจัดการจับมือทั้งสองข้างของเหมันต์รวบไว้เหนือศีรษะ ส่วนเท้าก็ถูกล็อกไว้ด้วยขาของไต้ฝุ่น จึงทำให้คุณหนูเอาแต่ใจไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้

“บอกแล้วใช่มั้ยว่ามันรก เต็มที่นอนไปหมดแล้วจะนอนกันยังไง”

“ก็นี่มันเป็นห้องนอนผม คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

“ไม่มีสิทธิ์เหรอ”

ไต้ฝุ่นหันหน้าไปข้าง ๆ แล้วหยิบตุ๊กตาหมูอ้วนสีชมพูโยนลงกับพื้นทีละตัว

“ไอ้บ้าหยุดเดี๋ยวนะ ผมบอกให้หยุดไงเล่า”

“โอ๊ย...” ไต้ฝุ่นร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บ เมื่อถูประทับรอยเขี้ยวไว้ที่หัวไหล่ “ชอบใช้ความรุนแรงจริง ๆ นะ อย่างนี้ต้องสั่งสอนซะให้เข็ด”

เหมันต์ไม่ทันจะได้โวยวาย อยู่ ๆ คนใบหน้าหล่อก็ก้มลงมาประกบจูบแล้วบดเบียดริมฝีปาก ทำให้คนร่างบางตกใจไม่น้อยและพยายามขัดขืน ทว่าไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะมือก็ถูกรวบไว้ ขาก็ถูกล็อกไว้ ไม่มีทางไหนที่จะสู้ได้

คุณหนูอย่างเขาต้องมาเสียจูบแรกให้กับหมอนี่นะ...น่าอายที่สุด

แต่จะว่าไปแล้ว...หมอนี่ตัวหอมดีเหมือนกัน ปากก็ไม่เหม็นด้วย

ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าชอบกับการกระทำอันดิบเถื่อนนี้แต่อย่างใด แต่ม๊าสอนมาว่า

“คิดอะไรก็ต้องพูดออกมาตรง ๆ”

ก็เลยเชื่อม๊าตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

เมื่อเห็นคนตัวเล็กหยุดพยศไต้ฝุ่นจึงถอนจูบออก

“ไอ้เลว เลวที่สุด”

ยังคงโวยวายเสียงดัง

“ชอบมั้ย...นี่แค่เริ่มต้น เพราะถ้าขัดคำสั่งอีกจะมากกว่านี้”

ไต้ฝุ่นคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วคลายมือที่จับข้อมือคนร่างบางไว้ออก ทำให้คนร่างบางเป็นอิสระ และเมื่อเป็นอิสระจากการจับกุม จึงให้ใช้มือผลักคนร่างโตให้ออกไป

“ออกไปนะตัวหนักเป็นบ้า ออกไปสิผมจะรีบไปเอาแอลกอฮอล์เช็ดปาก เชื้อโรคเข้าไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้...น่าขยะแขยงที่สุดเลย แล้วถ้าผมติดโรคขึ้นมาจะทำยังไง ไม่รู้ว่าคุณไปมั่วกับใครมาบ้าง คุณเป็นคนเลวที่สุดเลย”

“อย่างนี้ต้องซ้ำอีกรอบ...” คนพูดไม่รอช้า ประจูบคนหนูเอาแต่ใจอีกครั้ง ลิ้นอุ่น ๆ ค่อย ๆ สอดดุนดันเข้าไป แล้วผละจูบออกเพื่อบอกคนเอาแต่ใจ “ถ้ากัดลิ้นได้จับทำเมียแน่ พูดจริงทำจริงแน่นอนไม่เชื่อลองกัดดูสิ”

จากนั้นก็ก้มลงประกบจูบอีกครั้ง คราวนี้ลิ้นอุ่น ๆ สอดดุนดันเข้าไปจนสำเร็จ ไต้ฝุ่นใช้ลิ้นตวัดเลียเกี่ยวพันกับลิ้นของอีกคนอย่างดูดดื่มพร้อมกับฉกชิมน้ำหวาน แม้จะไม่ได้รับความร่วมมือจากอีกฝ่าย แต่ก็ทำให้ได้ยินเสียงครางอย่างลืมตัวที่เผลอออกมาจากปากคุณหนูเอาแต่ใจ

เหมันต์ได้แต่ใช้กำปั้นเล็ก ๆ ทุบตรงหน้าอกใต้ฝุ่น แต่ก็ไม่สะทกสะท้ายกับคนร่างโต...แค่เจอหมอนี่วันนี้เขาต้องเสียจูบให้ถึงขนาดนี้ และถ้าเจอทุกวันล่ะเขาจะต้องเสียอะไรบ้าง ไม่ไหวแล้วนะเรื่องนี้ต้องบอกป๊า

“เป็นไงบ้าง...” ไต้ฝุ่นผละจูบออกแล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเหมันต์ “อย่าติดใจ ไม่ได้ทำให้ใครง่าย ๆ ถือว่าโชคดีมากเลยนะที่ผมทำให้คุณ และจำไว้ด้วยว่าผมไม่ได้มั่วเหมือนที่คุณคิด”


ปึก

กำปั้นเล็ก ๆ ต่อยที่มุมปากไต้ฝุ่นอย่างแรงจนมีเลือดซึมออกมา เหมันต์ตกใจกับการกระทำของตัวเล็กน้อยแต่หมอนี่สมควรโดน ในข้อหากระทำชำเรา...การจูบแบบดูดดื่มก็จัดว่าเป็นการถูกกระทำชำเรา

“สมน้ำหน้า”

“ขอโทษพี่ก่อน”

น้ำเสียงจริงจัง และแววตาดุ

“ทำไมผมต้องขอโทษคุณด้วยในเมื่อคุณทำไม่ดีกับผม ล่วงเกินผม...คุณรู้มั้ยว่าผมเป็นคนรักนวลสงวนตัวแค่ไหน ตอนนี้เสียหมดเลย หมดเลยจริง ๆ...รู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่นจูบกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน ฉะนั้นคุณสวมควรโดน”

“พี่บอกว่าให้ขอโทษพี่เดี๋ยวนี้”

น้ำเสียงกดต่ำและเน้นย้ำคำเดิม

“ผมมีพี่ชายคนเดียว ฉะนั้นอย่ามาให้ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าพี่...อย่าให้ผมต้องได้บอกเป็นรอบที่ร้อยนะ”

คนพูดยังคงหัวแข็ง

“สรุปจะไม่ขอโทษพี่ใช่มั้ย...” มือหนาลูบตรงหน้าขาคนร่างบางไปมา พร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อลงไปเกือบชิดกัน “จะขอโทษพี่ดี ๆ มั้ย”

มือหนาเลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดตรงเป้ากางเกง

“ขะขอโทษ ขอโทษก็ได้”

ครั้งแรกที่เหมันต์พูดคำว่าขอโทษ เพราะปกติจะผิดหรือไม่ผิดเหมันต์เป็นคนถูกเสมอ และอย่าหวังว่าจะได้ยินคำขอโทษออกมาจากปากคุณหนูเอาแต่ใจ

“ขอโทษก็ได้ แปลว่าขอโทษแบบไม่เต็มใจ”

“จะเอาอะไรอีกเล่า...ขอโทษไปแล้วไงทั้ง ๆ ที่ผมไม่ผิดก็ตาม”

“ขอโทษพี่ดี ๆ พูดให้เพราะ ๆ”

เมื่อเหมันต์ไม่ยอมพูดซ้ำเบือนหน้าหนี มือหนาจึงขยับเข้ามา แล้วค่อย ๆ สอดเข้าไปในกางเกง

“ขอโทษครับ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ดีมาก...ทำตัวแบบนี้สิค่อยน่ารักหน่อย”

ไต้ฝุ่นยิ้มอย่างผู้ชนะ แล้วล้มตัวลงนอนข้างเด็กเอาแต่ใจ หลังจากโยนตุ๊กตาทั้งแม่หมูและลูกหมูลงจากเตียงจนหมด...ผู้ใหญ่ที่ไหนเขาจะเอาตุ๊กตามาวางเต็มเตียงแบบนี้ ตุ๊กตาหมูด้วย

เหมันต์ไม่พูดอะไร ได้แต่นอนตะแคงหันหลังให้ไต้ฝุ่น ทั้งใบหน้าและแววตาโกรธจัด แสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยมีใครมาทำตัวแบบนี้กับเขามาก่อน คนอะไรทำตัวน่าเกลียดที่สุด และอย่าคิดว่าคนอย่างคุณหนูเหมันต์จะยอมแบบนี้ตลอดไป..ไม่มีทาง วันนี้ที่ไม่สู้ต่อแค่เอาตัวรอดเฉย ๆ

จะกำจัดไอ้ล่ำนี้ยังไงดี...คืนนี้คิดวิธีเอาคืนก่อน พรุ่งนี้มึงเตรียมตัวตายได้เลยไอ้ล่ำ...คนเลว !!

​.

.

.

คิมหันต์.

ความคิดเห็น