ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

บทที่ 9 ปกป้อง

ชื่อตอน : บทที่ 9 ปกป้อง

คำค้น : BTS kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2562 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 ปกป้อง
แบบอักษร

​IX

​ปกป้อง



เกือบไปแล้วไหมล่ะ ดีนะที่ห้ามใจตัวเองไว้ได้ทัน จองกุกเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณแม่ถึงไม่เลี้ยงเขาตอนฟักจากไข่วันแรก ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้นี่เอง

เขาถอนหายใจยาวที่สุดในรอบหลายเดือนก่อนแปลงร่างเป็นงูอีกครั้ง ตอนนี้เขาต้องหาอะไรใส่ท้องไว้สักหน่อยเพื่อลดความหิว เพราะหากกลับไปในสภาพทั้งยังงี้ ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าเด็กๆจะไม่ถูกเขมือบโดยฝีมือเขาเอง

จองกุกชูคอเล็กน้อย ลิ้นสองแฉกตวัดอยู่ข้างนอกนานกว่าปกติ เพราะกลิ่นขนนกและกลิ่นฟางแห้งๆได้เรียกความสนใจจากเขา สัญชาตญาณนักล่าถูกปลุกขึ้น พญาจงอางเลื้อยไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เขาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีกลีบดอกท้อสีขาวร่วงกราว สายตาอันเฉียบแหลมจดจ้องรังนกบนกิ่งไม้ไม่กะพริบ เสียงร้องจิ๊บๆของลูกนกเป็นดั่งเชื้อเพลิงที่กระตุ้นความหิวเป็นอย่างดี และผลักดันเขาให้ชูคอสูงขึ้น ใช้หางส่งลำตัวเรียวยาวขึ้นไปบนอากาศ ถ้าใครได้มาเห็นเขาทำอะไรแบบนี้ รับรองว่าได้หัวใจวายกันไปข้าง เพราะตอนนี้ตัวเขายืดสูงถึง 180 เซนติเมตร!

มันเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยสำหรับงูอย่างจองกุก ขึ้นชื่อว่างูก็เป็นนักปีนต้นไม้ที่ดีได้ ปีนเขาล่ะ? ก็ไม่ใช่ปัญหา ว่ายน้ำล่ะ? ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาว่ายน้ำได้เร็วกว่านักแข่งระดับประเทศเสียอีก

ในที่สุด จงอางดำก็พาดคอตัวเองบนกิ่งผอมลีบได้สำเร็จ โคนหางส่งแรงผลักเป็นครั้งสุดท้าย เขาเลื้อยไปตามกิ่งก้านคดเคี้ยวของพุ่มเรือนไม้ ทั้งที่ลำตัวก็ยาวตั้งแปดเมตรกว่า แต่ไม่มีดอกไม้ร่วงหล่นลงมาสักดอก 

"จิ๊บๆๆ!"

นักล่าค่อยๆเลื้อยไปยังกิ่งที่อยู่ถัดขึ้นไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงตวัดลิ้นแผ่วเบาที่ไม่ว่าใครก็แทบไม่ได้ยิน และเสียงของลูกนกก็ดังแข่งกันจนกลบเสียงการเคลื่อนไหวของเขาทั้งหมด

กลิ่นของลูกนกและกลิ่นฟางแห้งยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขาเลื้อยเข้าไปใกล้มากขึ้น โชคดีที่แม่นกกำลังออกหาอาหาร ทำให้อาหารมื้อเล็กๆมื้อนี้ได้มาอย่างง่ายดาย

เขามองเข้าไปในรังที่มีลูกนกสองตัวกำลังอ้าปากส่งเสียงร้องเรียกแม่ เจ้าลูกนกแรกเกิดยังไม่รู้จักความกลัวและสิ่งที่เป็นอันตรายเช่นจองกุก หัวของลูกนกตัวหนึ่งจึงถูกงับด้วยปากใหญ่โตของพญาจงอาง เพียงแค่เขาสะบัดร่างนั้นแรงๆ ลูกนกก็คอหักกึกพร้อมกับเลือดที่หลั่งรินจากการโดนฝังเขี้ยว เมื่อเห็นว่าอาหารเลิกดิ้นขัดขืน เขาก็เริ่มกลืนลงไปทั้งเป็นอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่ลูกนกอีกตัวจะมีจุดจบแบบเดียวกัน ทว่าเพียงลูกนกตัวกระจิ๋วหลิวไม่อาจดับความหิวโหยของจงอางยักษ์ได้




ทางด้านของเจ้าตัวน้อยทั้งสองที่ถูกทิ้งให้เผชิญกับชะตากรรมตามลำพัง งูผู้พี่ซึ่งมีลายบั้งสีอ่อนกว่าคนน้องกำลังยืดตัวแนบกับประตู พยายามแทรกเข้าไปในร่องเล็กๆแต่ก็ไม่ได้ผลเพราะขนาดตัวที่ใหญ่กว่า 

​"พี่ครับ พ่อเขาไปไหน"

​ผู้เป็นพี่สาวหันขวับมาหาน้องที่มีท่าทางกังวลอย่างเห็นได้ชัด

​"พี่ก็ไม่รู้ แต่ไม่ต้องกลัวนะ คุณพ่อไม่ได้ทิ้งเราแน่"

​"ผมอยากเจอคุณพ่อ ผมยังไม่ได้รู้จักชื่อของคุณพ่อเลย..."

​พี่สาวเลื้อยเข้ามาหาน้อง

​"พี่ก็อยากเจอเหมือนกัน แต่ที่เราทำได้ก็คงมีแค่..."

​"รอสินะครับ"

​"อืม..."

​จงอางน้อยสองพี่น้องที่ยังไม่มีทักษะประสบการณ์ใดๆได้แต่ยืนปลอบกัน โดยที่ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องพวกเขาอยู่นานแล้ว

​"น้อง! ระวัง!!"

​​ทันทีที่พี่สาวแผ่แม่เบี้ยและมองไปทางด้านหลัง ผู้เป็นน้องก็รีบถอยมาอยู่กับพี่พร้อมแผ่แม่เบี้ยตามอัตโนมัติ

"ฟ่อ!!!"

สองพี่น้องพยายามขู่เจ้างูสีดำตัวโตที่แผ่พังพานใส่เช่นกัน แต่พังพานของมันมีขนาดกว้างกว่า และบางกว่า ทำให้รู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่งูจงอางเหมือนพวกเขา หากแต่เป็นสายพันธุ์อื่นซึ่งเป็นญาติห่างๆ


งูเห่าพ่นพิษ...


ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเสียเปรียบ ทั้งด้านขนาดตัวและน้ำพิษ รวมไปถึงประสบการณ์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะมันจะทำให้พวกเขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของมัน แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือขนาดตัว 

เมื่องูเห่าตัวดำเมื่อมเขยิบเข้ามาทีละนิด จงอางน้อยขนาดเท่าไม้บรรทัดก็เริ่มถอยรนไปทางประตู แต่ก็ต้องเปลี่ยนทิศเพราะมันเลื้อยมาทางด้านซ้ายเหมือนจ้องจะจับแต่คนน้อง ผู้เป็นพี่สาวจึงเสียสละ สลับตำแหน่งมาอยู่ทางซ้ายแทนน้องชาย

แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขากำลังตกหลุมพรางของมันเสียแล้ว เพราะเอาแต่คอยหนีอยู่ท่าเดียวจนไม่มองดูทาง ทำให้ร่างของน้องชายสะดุดเข้ากับหางที่พันเป็นขดรอไว้อยู่แล้ว เมื่อคนน้องหลุดเข้าไปในกลางขด งูเห่าพ่นพิษก็พุ่งเข้ามางับหัวจงอางน้อยไว้

​"ไม่! ปล่อยเขาไปนะ!!"

​งูเห่าไม่ฟังคำอ้อนวอน มันค่อยๆเขมือบร่างของจงอางผู้น้องเข้าไปถึงกลางลำตัว พี่สาวตาพร่ามัวจากม่านน้ำสีใส ก่อนที่ของเหลวนั้นจะไหลทิ้งลงมาอาบแก้มเล็ก 

"ฟ่อ!"

จู่ๆงูเห่าก็อ้าปากด้วยความเจ็บปวด คมเขี้ยวที่สลักลึกลงไปในหางได้ฉีดพิษเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้มันต้องรีบขย้อนจงอางน้อยออกมาเพื่อต่อกรกับผู้มาใหม่

ร่างของคนน้องที่เต็มไปด้วยน้ำลายหนืดแหยะถูกคายลงกับพื้น เขาขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเพราะความเมื่อยล้าจากการถูกเขมือบ ทำให้ผู้เป็นพี่ต้องรีบบึ่งไปดูอาการและพยายามดันน้องให้ถอยจากลานสมรภูมิ

สองคู่อาฆาตเผชิญหน้ากัน สายตาฟาดฟันเหมือนมีสองสายฟ้าวิ่งปะทะอยู่ตรงกลาง ถึงมันจะเป็นงูเห่าที่ตัวเล็กกว่า แต่จองกุกก็ไม่ประมาทพิษสงของมัน เขาที่เป็นราชาจึงต้องใจเย็นและเลือกที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่าเป็นฝ่ายบุก เพราะหากใจร้อนเมื่อไร ก็เท่ากับว่าเขาวิ่งเข้าหาความตายเสียเอง

"ฟ่อ!!!"

งูเห่าใช้กลยุทธ์การโจมตีด้วยการฉีดพิษจากปลายเขี้ยวใส่พญาจงอาง แรงดันมหาศาลในการพ่นพิษทำให้มันพ่นได้ไกลถึงหัวคู่ต่อสู้ จองกุกรู้ว่ามันเล็งมาที่ดวงตาของเขา เพราะมันเป็นการโจมตีสุดคลาสสิคของพวกงูเห่าพ่นพิษ จึงรีบก้มหัวหลบไปด้านขวาอย่างรวดเร็ว แต่การคำนวณของเขาผิดพลาดเล็กน้อย เพราะรัศมีของพิษนั้นกว้างกว่าที่คิด ทำให้มีน้ำพิษบางส่วนกระเด็นเข้าตาข้างซ้ายเต็มๆ และด้วยฤทธิ์อันร้ายกาจของมันทำให้กระจกตาข้างซ้ายของเขาบวมเป่ง จนมืดบอดในที่สุด 

เมื่อเหลือเพียงตาข้างขวาที่ยังใช้งานได้ พญาจงอางจึงค่อยๆถอยออกมาตั้งหลักใหม่ ความแสบร้อนบนดวงตาทำให้เขาต้องเขย่าหน้าหวังไล่ความเจ็บปวด ขณะที่ลูกทั้งสองซึ่งคอยแอบมองอยู่ใต้เตียงกำลังน้ำตาคลอ สงสารผู้เป็นพ่อจับหัวใจ

จงอางดำไม่ว่อกแว่ก ถึงแม้จะเห็นภาพของลูกน้อยทางหางตาแต่เขาก็ไม่คิดชำเลือง เพราะเขาจะพลาดท่าให้มันเป็นครั้งที่สองอีกไม่ได้ หากดวงตาของเขาบอดสนิททั้งสองข้าง นั่นก็หมายถึงจุดจบ...

คราวนี้เขาลองเปลี่ยนการเคลื่อนไหว ด้วยการเลื้อยไปทางด้านข้างเหมือนหมาที่คอยลอบกัด เมื่องูเห่าเห็นดังนั้นก็ทำตาม สองคู่แค้นเลื้อยเป็นวงกลมอยู่กลางห้อง แต่มันก็เข้าทางจองกุกเช่นเดียวกัน เพราะหากเคลื่อนไหวตลอดเวลาอยู่แบบนี้ ก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้มันเล็งยากขึ้น น้ำพิษก็จะเบี่ยงทิศทางและอาจเปิดโอกาสให้เขาได้สวนกลับ แต่ความคิดอันแยบยลก็ไม่อาจช่วยได้เสมอไป ต้องอาศัยไหวพริบและความว่องไวด้วย

และดูเหมือนงูเห่าจะเพิ่งรู้ตัว มันจึงเลือกที่จะถอยและเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเพื่อเล็งเป้า พญาจงอางยังคงไม่หยุดการเคลื่อนไหว เขาเลื้อยไปด้านข้างช้าๆอย่างดูเชิงรวมถึงสังเกตอาการของมันด้วย

งูเห่าคงลืมไปว่าตัวเองถูกกัดในตอนแรก ลำคอของมันจึงเริ่มอ่อนย้วย ทั้งร่างค่อยๆแข็งชา ลมหายใจติดขัด กระบังลมและปอดเริ่มทำงานช้าลง สายตาพร่าพรายซึ่งยากต่อการเล็ง 

กฎเหล็กในการต่อสู้ของงูก็คือ ใครกัดใครก่อนก็ได้เปรียบไป และมันรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบเข้าให้แล้ว ด้วยความหวาดกลัวจึงทำให้มันตัดสินใจพ่นพิษแบบสุ่มๆหวังกระจายไปทั่วทุกทิศ ราชางูรีบก้มหลบไปในทิศทางตรงกันข้าม และใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าไปงับคอศัตรูอย่างปราดเปรียว ด้วยเวลาเพียงประมาณ 0.7 มิลลิวินาที 

"ฟ่อ!!!"

ขากรรไกรทรงพลังเพิ่มแรงกัดเมื่องูเห่าดิ้นพล่าน เพราะถูกโจมตีที่คอทำให้มันไม่สามารถโต้กลับได้เลย ราชาจงอางสะบัดหัว ฟาดร่างของงูเห่าไปยังผนังอย่างแรงจนคอบางๆถึงกับฉีกขาด แถมเนื้อตัวยังบอบช้ำจากแรงกระแทก และด้วยพละกำลังที่เหนือกว่างูทั่วไปของจงอางดำ ทำให้คอของมันมีแต่แผลเหวอะหวะสีแดงสด เลือดก็เริ่มไหลย้อยลงสู่พื้นหยดแล้วหยดเล่า

งูเห่าถูกฟาดหลายครั้งรวมถึงถูกลากไปตามผนังจนทิ้งรอยเลือดเป็นทาง ยิ่งทำให้เขี้ยวคมแทงลึกเข้าไปถึงสันกระดูก เมื่อจองกุกมั่นใจแล้วว่าคอของมันหัก จึงปล่อยร่างเละเฟะลงกับพื้นเหมือนอย่างที่มันเคยทำกับลูกของเขา 

งูเห่านอนหงายท้องจมกองเลือดตัวเอง มันชักกระตุกด้วยความทรมานก่อนจะสิ้นลมไปในที่สุด จองกุกยิ้มอ่อนอย่างผู้มีชัยในใจขณะที่เลือดบนปากไหลไปตามลำคอเรียวยาว

​"จองกุก ขอโทษที่มาช้า"

​คนถูกเรียกหันไปตามเสียง ยูคยอมในร่างงูเห่าป่ากำลังเลื้อยเข้ามาหาเขา

​"ข้าไปเฝ้าดูแทฮยองกับเด็กคนนั้นอยู่"

​"ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก ก็เจ้าไปทำหน้าที่ที่ข้ามอบหมายให้ เพราะฉะนั้น... อย่าเสียใจกับการกระทำของตัวเองเลย มันไม่ใช่ความผิดเจ้า"

​ยูคยอมนิ่งเงียบไป ก่อนเบนสายตามองลูกจงอางคู่หนึ่งกำลังเลื้อยไปหาผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

​"พ่อครับ..."

​คงจะยังไม่คุ้นชินและยังหวาดกลัวเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่หาย สองพี่น้องจึงลังเลที่จะเข้าหาและหยุดเลื้อยอยู่กลางวงสนทนา จองกุกมองเด็กๆด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนขยับหางไปทางลูกน้อยเหมือนอ้าแขนรอ

"มาหาพ่อซิ... พ่ออยากเห็นลูกชัดๆ"

พอเห็นดวงตาของพ่อที่บอดข้างหนึ่งก็น้ำตาร่วง เด็กๆรีบเลื้อยเข้าไปคลอเคลียกับร่างใหญ่ของพ่อด้วยความโหยหา จองกุกใช้หางดันตัวลูกทั้งสองให้เขยิบเข้ามาใกล้ๆ หากอยู่ในร่างคน ก็คงเป็นภาพที่พ่อลูกกำลังกอดกันกลมอย่างมีความสุข

​"ฮือออ พ่อคะ!"

​"ฮึก... พ่อครับ พวกผมขอโทษ"

​เขาก้มลงไปใช้จมูกไถกับแก้มลูกสาวเบาๆ ก่อนใช้ลิ้นเลียทำความสะอาดให้ลูกชายอย่างอ่อนโยน

​"ชู่ว... พ่ออยู่นี่"

​สามพ่อลูกใช้หัวถูกันด้วยความรักใคร่ ถึงแม้จะต้องเสียตาไปข้างหนึ่งแต่จองกุกไม่นึกเสียใจแม้แต่น้อย การได้ปกป้องชีวิตลูกคือที่สุดแห่งความปราถนาของคนเป็นพ่อ ความรักที่เขามีต่อลูกทั้งสองนั้นมากจนถึงขนาดที่ว่าต่อให้ตายแทนก็ทำได้ นั่นเพราะรอยยิ้มของลูกคือความสุขทั้งหมดของเขา และความปลอดภัยของลูกคือสิ่งแรกที่เขาอยากปกป้อง

ยูคยอมยิ้มในใจให้กับภาพตรงหน้าก่อนเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม

​"ข้ามียารักษาอยู่ที่บ้าน เดี๋ยวจะไปเอามาให้นะ"

​เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กๆก็เงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ ดีใจที่พ่อของพวกเขาจะไม่ตาบอดแล้ว

​"ขอบใจเจ้ามาก ยูคยอม"



​To be continued

​_____________________________

ไม่อยากได้แฟน แต่อยากมีพ่ออย่างจองกุก ;-; อันนี้ความคิดส่วนตัวของไรท์นะ5555

รู้สึกปวดหัวกับฉากสู้กันมากเลย คือจะเขียนอธิบายยังไงให้รีดเข้าใจ ไรท์ก็แก้แล้วแก้อีก ก็หวังว่าจะอ่านกันรู้เรื่องนะ555😂 ตอนหน้าก็ถึงคราวของยัยแทแล้ว มาลุ้นกันว่านางจะเจออะไร อุอิ

ปล. ไรท์คิดว่าไรท์ชอบตอนนี้ที่สุดและก็เขียนออกมาได้มีความสุขที่สุดแล้ว ไรท์ชอบจองกุกในมุมคุณพ่ออ่ะ รู้สึกอยากเป็นพี่สาวเจคเลย แหะ... (ความคิดเห็นส่วนตัว)


ความคิดเห็น