ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

บทนำ



หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเกาะประตูรั้วของคฤหาสน์หลังใหญ่ มองเข้าไปภายในที่กว้างขวาง สวนก่อนจะถึงตัวคฤหาสน์ก็สวยงามราวกับสรวงสวรรค์ เธอมองเหล่าผู้คนกำลังทำงานของตนเองอยู่ ดวงตาอ่อนล้ามีแววแห่งความหวัง แม้จะดูเป็นบ้านที่น่ากลัวเพราะชายชุดดำที่เดินเพ่นพ่าน บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ต้องมีอิทธิพลมาก ใบหน้าซูบโทรมเพราะป่วย ร่างกายผอมแห้งจากการขาดสารอาหาร มือขวาจูงมือเล็กๆ ของเด็กชายน้อยวัยห้าขวบที่สภาพไม่แตกต่างกัน เสื้อผ้าเด็กขาดรุ่งริ่ง ใบหน้า เนื้อตัวมอมแมม ดวงตาอ่อนล้า

สองแม่ลูกช่างน่าเวทนาเหลือเกิน...

“แม่ฮะ หยุดทำไมเหรอ”

“แม่อยากจะขอพึ่งใบบุญของเจ้าของบ้านหลังนี้ เขาอาจจะใจดีรับแม่เข้าทำงาน แล้วหนูขวัญของแม่จะได้ไม่ต้องคอยเดินไปไหนไกลๆ กับแม่แบบนี้อีก แล้วเราจะได้มีเงินใช้ไงครับ” เธอก้มหน้าลงมองลูกชาย เอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มหวาน แม้ว่าจะทรมานร่างกายมากแค่ไหน เธอก็ไม่อยากให้รู้ว่าเธอกำลังอ่อนแอ

เธอกำลังไม่ไหว และเธอก็ไม่อาจจะพาลูกไปทิ้งไว้ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้...เธออยากอยู่กับลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ จนลมหายใจสุดท้าย

“แล้วเขาจะให้แม่อยู่เหรอ”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ต้องลองก่อน”

“หนูเป็นห่วงแม่ แม่ปวดหัวบ่อย หนูไม่อยากให้แม่เดินแล้ว ถ้าหนูตัวโต หนูจะแบกแม่เดินเอง” เด็กน้อยที่เป็นดวงใจของเธอพูดเสียงร่าเริง

แม้จะลำบาก แต่เธอก็เห็นรอยยิ้มของลูกเสมอ

ปิ๊น!! ปิ๊น!!

สองแม่ลูกสะดุ้งเมื่อโดนบีบแตรรถใส่ พอกันมาก็พบกับขบวนรถหรูสีดำ จอดเรียงกันอยู่ห้าคันเพื่อรอเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เธอตั้งสติแล้วประคองทั้งตัวเองและลูกชายให้เดินเลี่ยงออกไป แต่ด้วยร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้เธอล้มลง ลูกชายตัวน้อยเลยพยายามใช้แรงอันน้อยนิดช่วยพยุง

“แม่ฮะ แม่ไหวไหม หนูช่วยนะ ลุกก่อนนะ เขาไล่เราแล้ว” เด็กชายก็เสียงสั่น ปากสั่น เพราะกลัวว่าเจ้าของรถพวกนั้นจะลงมาต่อว่าและทำร้ายตัวเองกับแม่

“แม่...อึก พยายามอยู่ลูก”

เธอพยายามยืนขึ้นทั้งๆ ที่ขาสั่น เรี่ยวแรงไม่มีเพราะไม่ได้ทานข้าวมาหลายมื้อแล้ว พอไม่สำเร็จก็พยายามคลานออกไปให้พ้นประตู ซึ่งกว่าจะไปถึงหญ้าสวยข้างๆ ก็ทำเอาเธอนอนไปอย่างหมดแรง

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ชายในชุดสูทสีดำเปิดประตูออกมาจากรถคันแรกเพื่อถามไถ่อาการ

“ม่ะ...ไม่ค่ะ ขอโทษที่ขวางทาง”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะกลับขึ้นรถไป ชายอีกคนก็ลงมาจากรถคันที่สอง แต่อะไรบางอย่างทำให้เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าเกรงขามกว่ามาก

“เกิดอะไรขึ้น”

“คุณสันต์ครับ พอดีผู้หญิงคนนี้กับลูกชายมาขวางหน้าประตูน่ะครับ ผมเห็นว่าเธอเหมือนจะไม่สบายเลยมาถาม”

“หือ...” ชายที่ดูอายุมากที่ลูกน้องเรียกว่าสันต์เบนสายตามามองสองแม่ลูกที่ตอนนี้คนแม่กลับมานั่งตัวตรงได้แล้ว โดยมีลูกชายคอยใช้มือเล็กๆ นั่นช่วยพัด “พาท่านเข้าไปพักผ่อน เดี๋ยวฉันให้คนมารับทีหลัง”

“ครับคุณสันต์”

ไม่นาน รถทั้งห้าคันก็เคลื่อนตัวเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่

“ดิฉันขออภัยที่ดิฉันกับลูกชายขวางทางเข้านะคะ” เธอพูดพลางยกมือขึ้นไหว้ ใบหน้าอิดโรยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไร ฉันชื่อสันต์ธร เป็นคนของตระกูลเตชโรจนโสภณ เจ้าของบ้านหลังนี้น่ะ เธอกับลูกชายทำอะไรที่หน้าบ้านหรือมีคนที่รู้จักทำงานอยู่ในนี้”

“ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันกับลูกแค่ผ่านมา เห็นว่าบ้านสวยเลยหยุดดูเท่านั้น”

“เธอสองคนมาจากไหน” ถามไปด้วยสายตาก็สอดส่องไปตามร่างกายของสองแม่ลูก ความรู้สึกแรกที่สันต์ธรรู้สึกเลยคือไม่มีพิษภัย

“เราเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ค่ะ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แล้วก็ไม่มีที่ไหนรับทำงานด้วยค่ะ”

สันต์ธรมองแล้วสะท้อนใจ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงแม้ว่าเขาจะทำงานอยู่ในวงการที่ต้องเด็ดขาด แต่ใช่ว่าหัวใจจะตายด้านเย็นชา แล้ว ‘ท่าน’ เองก็บอกให้เขาช่วยเหลือทั้งสองคนด้วย

“มาทำงานให้ตระกูลเตชโรจนโสภณไหม เมื่อสองวันก่อนเพิ่งมีแม่บ้านลาออกไป ตอนนี้เลยหาคนมาแทนอยู่ มีอาหารให้สามมื้อ มีห้องพักให้ แล้วก็ค่าจ้างเดือนละหมื่นสอง ถ้าทำครัวได้ หรือมีฝีมือในการเย็บปัก ถักร้อย ร้อยพวงมาลัย จะได้เดือนละหมื่นห้า ไม่มีวันหยุด แต่ละวันสามารถพักได้ถ้างานตัวเองเสร็จ สนใจไหม”

“ค่ะ สนคะ ดิฉันทำค่ะ ฮึก ขอบพระคุณนะคะที่เมตตา” ไม่ต้องคิดให้มากมายเมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้า เธอรับแล้วขอบคุณทั้งน้ำตาพร้อมกับก้มกราบ เด็กน้อยไม่รู้อะไรก็ทำตามแม่ทันที เรียกร้อยยิ้มเอ็นดูจากชายวัยกลางคนในทันที

“ตามนี้ แล้วจะให้หัวหน้าแม่บ้านสัมภาษณ์อีกทีว่าทำอะไรได้บ้าง ฉันต้องดูแลทั้งสองคนก่อนสภาพแบบนี้คงคุยนานไม่ได้”

“ค่ะคุณสันต์ธร ขอบพระคุณค่ะ”

สันต์ธรโทรให้ลูกน้องเอารถออกมารับ พาสองแม่ลูกเข้าไปในตัวคฤหาสน์ใหญ่โต เด็กน้อยมองไปรอบๆ อย่างตื่นตะลึง ชี้นั่นนี่ให้แม่ดู รถขับอ้อมไปด้านหลังคฤหาสน์ ที่มีบ้านพักสองชั้นเหมือนอพาร์ทเม้นท์อยู่สองตึกใหญ่ๆ มีสวนสวยๆ อยู่ข้างหน้าตึก และรอบๆ ซึ่งเนรมิตมาให้คล้ายกันกับข้างหน้าแต่เล็กกว่ามาก ถึงอย่างนั้นมันก็ดูใหญ่อยู่ดี คนเป็นแม่น้ำตารื้นอีกครั้งเมื่อเห็นบ้านพักคนงานที่อยู่นอกเหนือจินตนาการ ด้านสันต์ธรรู้ว่าเธอคิดอะไรเพราะหันไปมองเด็กน้อยเป็นพักๆ

“เจ้านายของพวกเราคือท่านอัศม์ อัศม์เดช เตชโรจนโสภณ ท่านเป็นผู้นำคนปัจจุบัน นายท่านคนก่อนเสียไปไวมาก ท่านอัศม์ที่ตอนนี้อายุเพียงยี่สิบสองปีก็เป็นผู้นำตระกูลต่อ แล้วก็มีคุณหญิงอัปสร คุณย่าของท่านอัศม์ นายหญิงหรือคุณหญิงน่านฟ้า คุณแม่ของท่านอัศม์ และน้องชายอีกสองท่าน เป็นฝาแฝดกัน คือคุณอินทร์ คุณอัยย์ ท่านทั้งหมดอาศัยอยู่ที่นี่ จำชื่อเจ้านายให้ได้ล่ะ ส่วนของคนงานท่านสั่งให้สร้างบ้านพักให้ดีที่สุด เครื่องอำนวยความสะดวกมีครบทั้งพัดลมและแอร์ ค่าไฟฟ้าแต่ละห้องจะต้องจ่ายเอง ส่วนน้ำใช้ฟรี เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นก็ครบ ดูคล้ายๆ โรงแรม แต่ก็ไม่หรูขนาดนั้น ยังไงท่านก็เห็นคนงานทุกคนสำคัญหมด ทำงานที่นี่ก็ต้องทำตัวดีๆ มีกฎอยู่ไม่กี่ข้อหรอก อย่าทำให้ท่านเดือดร้อน อย่าทะเลาะกันเอง และอย่าทำตัวเป็นโจร”

“ค่ะคุณสันต์ธร ดิฉันจะจำเอาไว้”

“ดีแล้วล่ะ ตึกฝั่งขวาเป็นตึกพักของคนที่ทำงานในพรรค ฉันจะบอกเอาไว้ว่าไม่ใช่พรรคการเมืองอะไร เธอก็น่าจะเดาออกจากชุดพวกนั้น” เธอมองไปยังชายตัวใหญ่ๆ ในชุดสูทสีดำแบบเดียวกัน ที่หูของทุกคนจะมีหูฟังสำหรับใช้รับฟังคำสั่ง

เธอรู้ว่าที่นี่คือที่ของผู้มีอิทธิพลแน่ๆ แต่ถ้าคนที่นี่ใจดี ท่านผู้นั้นก็คงจะมีเมตตามาก

“ทราบค่ะ ดิฉันทราบและไม่ได้กังวลหรือคิดมากอะไร ดิฉันจะทำงานที่นี่เพื่อตอบแทนบุญคุณในความเมตตาที่ได้รับค่ะ”

สันต์ธรยิ้มออกมา ยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้มีความคิดที่ดีมาก คำพูดคำจาไพเราะ รู้กาลเทศะ ก็คงจะผ่านงานมาเยอะพอควร

“ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นที่พักของคนงานที่ทำงานที่นี่ ห้องของเธอและลูกก็อยู่ฝั่งซ้าย ดูเยอะใช่ไหม แต่ทุกคนทำงานตลอดเพราะตึกใหญ่ต้องสะอาดเสมอ สวนก็ต้องดูแล”

“ค่ะ”

เมื่อรถจอดที่หน้าตึกฝั่งซ้าย เธอค่อยๆ พาตัวเองลงจากรถอย่างลำบาก ก่อนจะพาลูกชายของตัวเองลงมาด้วย มองไปรอบๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ

ที่นี่น่าอยู่มาก มากมายจริงๆ

“คุณสันต์ครับ เรียกผมมีอะไรให้รับใช้ครับ” ชายคนหนึ่งรีบพรวดพราดเดินมาหาสันต์ธรหลังจากที่คนขับรถของสันต์ธรไปตามในห้องทำงาน สองแม่ลูกเห็นก็ยกมือไหว้ทันที

“ฉันพาคนงานใหม่มาฝากให้ดูแล มีห้องว่างอยู่เท่าไหร่”

“ตอนนี้มีห้องว่างประมาณห้าห้องครับ ชั้นสองสามห้อง ชั้นล่างสองห้องครับ”

“อืม...เธอกับลูกชายชื่ออะไร มีเอกสารอะไรยื่นให้กอบกิจทั้งหมด” เธอเปิดกระเป๋าผ้าที่มีเพียงเอกสารเท่านั้น แล้วหยิบทุกอย่างส่งไปให้กอบกิจทั้งหมด กระเป๋าเสื้อผ้าและเงินเก็บถูกปล้นไประหว่างการเดินทาง ทั้งสองคนเลยไม่ค่อยได้ทานข้าวเพราะไม่มีเงิน

“ดิฉันชื่อขิม ขนิษฐาค่ะ ลูกชายดิฉันชื่อขวัญ เด็กชายขวัญนพัต”

กอบกิจรับมาแล้วเปิดๆ ดู ก็มีเอกสารยืนยันตัวเองครบถ้วน

“เดี๋ยวผมจะจัดการทั้งหมดให้แล้วจะเอาไปคืนให้ที่ห้อง ว่าแต่อยากพักที่ชั้นไหน” ประโยคหลังหันมาถามหญิงสาว

“ขอเป็นชั้นล่างค่ะ”

“โอเค เดี๋ยวผมจัดการให้”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะกอบกิจ ฝากดูแลขิมกับขวัญด้วย ฉันไปก่อน เดี๋ยวช่วงเย็นๆ จะให้หัวหน้าแม่บ้านไปหาที่ห้อง เธอก็พาลูกไปพักผ่อนก่อน ช่วงนี้ยังไม่ให้ทำงานหรอกนะเพราะเธอสองคนดูจะไม่ค่อยแข็งแรง ฝากตามหมอให้ด้วยนะกอบกิจ”

“ขอบคุณนะคะคุณสันต์ธร หนูขวัญ ขอบคุณคุณสันต์สิครับ”

“ขอบคุณฮับคุณลุง”

“ลูกครับ เรียกคุณสันต์ว่าคุณลุงไม่ได้นะครับลูก” คนเป้นแม่ห้ามรามเมื่อคิดว่ามันเป้นเรื่องไม่เหมาะสม

“ไม่เป็นไรๆ ฉันอนุญาตให้เรียกคุณลุงได้ ลุงไปนะเจ้าตัวเล็ก” มือหยาบลูบผมของเด็กน้อยอย่างเอ็นดู แล้วเดินกลับไปขึ้นรถเพื่อไปยังตึกใหญ่ หญิงสาวหันมายิ้มให้กอบกิจที่ยิ้มต้อนรับอย่างใจดี

“เดี๋ยวผมไปเอาคีย์การ์ดเข้าห้องให้นะครับ ผมเห็นจากบัตรประชาชน พี่เป็นพี่ผมอยู่สองปี ยังไงขอเรียกพี่ขิมนะครับ ส่วนพี่ขิมก็เรียกผมว่ากิจเฉยๆ พอนะ เจ้าตัวเล็กก็เรียกน้ากิจนะครับ”

“จ้ะ...กิจ”

“ค้าบ น้ากิจสุดหล่อ”

“หึหึ ขี้อ้อน”

ไม่นานกิจก็ออกมาจากห้องที่ติดป้ายว่าผู้ดูแล ยื่นคีย์การ์ดห้องให้ พร้อมกับอธิบายกฎเกณฑ์ต่างๆ ไปด้วย ขนิษฐามองไปรอบๆ ความสุขใจที่เกิดขึ้นทำให้ลืมเรื่องเจ็บป่วยไปหมด

“ต้องใช้คีย์การ์ดกับรหัสผ่านครับ อาจจะยุ่งยากหน่อย แต่ท่านอยากให้ปลอดภัยที่สุด เดี๋ยวผมจะเซ็ตรหัสผ่านให้พี่ขิมตั้งนะครับ รับรองผมจะไม่มองเด็ดขาดเลย” แล้วกอบกิจก็ทำอย่างปากว่า เมื่อบอกให้หญิงสาวกดรหัสผ่านที่ต้องการก็หันหลังให้ จนหญิงสาวยิ้มเอ็นดูคนอายุน้อยกว่า

แกรก!

“ว้าว! แม่ฮะ ห้องสวยจังเลย กว้างด้วย งื้อ นี่หนูฝันอยู่เหรอ เย้ๆ หนูจะได้นอนที่แบบนี้จริงเหรอฮะ” เปิดประตูห้องได้ เด็กน้อยก็วิ่งเข้าไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น

“สวยจัง กว้างด้วย หนูขวัญ อย่ากระโดดขึ้นเตียงลูก ตัวหนูสกปรก เดี๋ยวคืนนี้เราจะนอนคันนะครับ”

“คร้าบ”

“ที่นี่ให้เรากินข้าวครบสามมื้อ เลยตัดห้องครัวของแต่ละห้องออกไป พื้นที่ก็เลยเพิ่มขึ้นครับ มีห้องน้ำในตัว เฟอร์นิเจอร์ ทีวี แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น เตียงนอนคิงไซส์ มีหมดทุกอย่าง แค่เอาเสื้อผ้าใส่ตู้พอ ว่าแต่กระเป๋าเสื้อผ้าล่ะครับ?”

ขนิษฐาซึมทันที จนกอบกิจลนลานทำอะไรไม่ถูก แต่รู้ว่าใบหน้าแบบนี้ เธอคงจะเจอเรื่องไม่ดีมาแน่ๆ และคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระเป๋าที่ถามหา

“เป๋าพวกหนู พวกคนไม่ดีมาแย่งไป ใจร้ายมาก เงินกินข้าวพวกหนูก็อยู่ในนั้น เนี่ย หนูกับแม่ไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว” ขวัญนพัตคนลูกเป็นคนตอบให้ มองแม่ที่เหมือนไม่อยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก แต่เจ้าหนูวัยช่างจำก็โกรธเคืองพวกที่ทำเรื่อแย่ๆ กับตนและแม่จนต้องอดและต้องเดินเท้าเพราะไม่มีเงิน

“ฮะ? สองวัน ไม่ได้ละๆ เดี๋ยวผมให้คนเอากับข้าวกับปลามาให้ก่อน แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ พี่กับลูกพักผ่อนในห้องไปก่อนนะครับ อ้อ! ผมจะให้เมียเอาเสื้อผ้ามาให้ใส่ ตัวเธอพอๆ กับพี่ขิมเลย ส่วนของเจ้าตัวเล็กน่าจะใส่ของลูกผมได้ ตัวเท่าๆ กัน”

“ขอบคุณนะกิจ พี่นี่เจอแต่คนดีๆ ทั้งนั้นเลย”

สำรวจห้องได้ไม่นานนักก็มีคนมากดออดหน้าห้อง พอเปิดก็เจอหญิงสาวที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันยืนยิ้มให้ที่หน้าประตู ที่มือมีเสื้อผ้าทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

“กิจให้เอามาให้ค่ะคุณขิม”

“ขอบคุณนะคะคุณ...”

“ดอกไม้ค่ะ เป็นภรรยากิจ จริงๆ เราอายุเท่ากันนะคะ กิจบอกมาน่ะค่ะ ยังไงเรามาเป็นเพื่อนกันก็ได้ บังเอิญที่มีลูกตัวเท่ากันเลย แล้วน้องขวัญอยู่ไหนคะ” คนมาใหม่ส่งของในมือให้ สายตาก็สอดส่องหาลูกชายของเพื่อนใหม่ไปด้วย แล้วก็พบว่าเจ้าตัวเล็กนอนขดที่อยู่พื้นเพราะแม่ไม่ให้ขึ้นเตียง

“หลับไปแล้วค่ะ ขอบคุณดอกไม้มากๆ เราไม่คิดว่าจะมาเจอคนดีๆ แบบนี้เลย”

“พาลูกอาบน้ำ เปลี่ยนชุดเถอะ จะได้นอนบนเตียง กิจเองก็จะเอาข้าวมาให้ คงจะอยู่ครัวกลางอยู่ เลยอาหารกลางวันไปแล้ว แม่ครัวทำใหม่อยู่น่ะจ้ะ ขิมเป็นคนแข็งแกร่งจริงๆ เลยนะ จากนี้ไปก็สบายแล้วล่ะ เพราะท่านอัศม์จะไม่ปล่อยให้คนของท่านต้องลำบาก”

“เป็นบุญจริงๆ ที่ได้เจ้านายที่มีเมตตาขนาดนี้”

“เราไม่กวนแล้ว แล้วเจอกันนะ กิจบอกว่าคุณสันต์ให้ขิมกับลูกพักจนกว่าจะพร้อมทำงานนี่เนอะ ช่วงนี้ก็พักๆ ไปนะ แล้วอย่าเกรงใจเรากับกิจล่ะ เพราะถ้าขิมพร้อมเมื่อไหร่ เราจะสอนงานแบบเร่งด่วนชนิดไม่ให้พักเลย ไปแล้วนะ”

“จ้า”

ขนิษฐายิ้มรับ มองส่งเพื่อนใหม่ แล้วก็ปิดประตูเข้าไปในห้อง สองแขนกอดเสื้อผ้าที่ได้รับ น้ำตาไหลพรากซาบซึ้งในน้ำใจที่ใครๆ ก็ต่างมอบมาให้แก่คนอย่างเธอ

เธอตั้งปฏิญาณกับตัวเองในใจว่าจะขอใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดทำงานทดแทนบุญคุณของตระกูลเตชโรจนโสภณที่ให้ที่อยู่ที่กินแก่เธอและลูกชาย



ทางด้านตึกใหญ่ สันต์ธรก็กำลังรายงานเรื่องของขนิษฐากับลูกชายให้เจ้านายสูงสุดของตนรับฟัง ซึ่งท่านอัศม์ก็ตั้งใจฟัง มือก็ทำการบ้านที่จะส่งอาจารย์ไปด้วย

“อืม...ฝากสันต์ดูแลให้ด้วยก็แล้วกัน ยังไงสองคนนั่นก็คงต้องการพึ่งเราถึงได้มายืนหน้าบ้านแบบนั้น ให้ทำงานที่นี่แหละดีแล้ว ฉันดูออกว่าเธอไม่ได้เลวร้าย คงเจอแต่เรื่องเลวร้าย ไหนจะลูกชายอีก อ้อ...จัดการเรื่องเรียนให้เด็กคนนั้นด้วยนะ ยังไงเด็กก็ควรได้รับการศึกษา ถอนเงินสดสองหมื่นมาให้ฉัน แล้วตามเธอกับลูกชายมาพบที่นี่ด้วย พรุ่งนี้เก้าโมงก็แล้วกัน”

“รับทราบครับท่านอัศม์ แล้วเรื่องการเดินทางไปเรียนต่างประเทศล่ะครับ ท่านเลือกมหาวิทยาลัยเอาไว้หรือยัง ผมจะได้เตรียมพร้อมเรื่องนี้ไว้แต่เนิ่นๆ ครับ”

“กำลังเลือกๆ อยู่ ตอนนี้ก็เพิ่งจบไป จะรีบร้อนทำไม ฉันเหลือโทนิติของที่นี่อีกสองปีนะ ส่วนเรื่องพรรค ก็ตามที่ประชุมวันนี้ว่าจะให้อีกสี่ตระกูลดูแลช่วงที่ฉันเรียนอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้ฉันก็ทำงานปกติ ตอนนั้นสันต์ต้องส่งรายงานความเคลื่อนไหวให้ฉันด้วย พวกคุณลุงเป็นเพื่อนคุณพ่อก็จริง แล้วถึงแม้ตระกูลเราทั้งสี่ตระกูลจะมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอดร้อยกว่าปีก็ตาม ฉันก็ไม่อยากไว้วางใจนักหรอก” ผู้เป็นเจ้านายตอบโดยไม่มองหน้าผู้ฟัง

ท่าทางนิ่งๆ ดูไม่สนใจอะไร กลับสวนทางกับการพูด

“ครับ ผมจะทำตามที่ท่านรับสั่งครับ แต่ผมกำลังนึกห่วงเพราะจะไม่ได้อยู่ดูแลท่านอัศม์อย่างใกล้ชิดตั้งหลายปี”

“ตั้งแต่เกิด ฉันก็อยู่กับสันต์มาตลอด ห่างๆ กันบ้างก็ดีแล้ว”

“ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ท่านอัศม์จะเรียนมากมายขนาดนั้นเลยครับ”

“มันเป็นประโยชน์กับตระกูลนะ ฉันตัดสินใจไปแล้ว และไม่มีทางเปลี่ยนใจง่ายๆ ด้วย ฉันตั้งใจว่าจะเอาใบปริญญาตรีสองใบ โทสอง เอกหนึ่ง ที่สำคัญฉันไม่ได้ฝืน แต่ฉันชอบที่จะเรียน ทุกคณะที่จะเลือกเรียนก็เป็นเพราะฉันชอบทั้งนั้น ดีไม่ดี เราจะได้เจอคอนเนคชั่นใหม่ๆ จากการเรียนหลายๆ คณะก็ได้”

สันต์ธรยิ้มอ่อน เขาเข้าใจดีว่าเจ้านายตัวเองเป็นคนแบบไหน และท่านเองก็เป็นคนมองการณ์ไกลเสมอ ท่านเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่ท่านทำจะเป็นประโยชน์ต่อตระกูลที่สุด...

แม้ว่ายังเด็กนัก แต่ท่านเรียนรู้งานของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยกับนายท่านคนก่อน เหมือนคุณพ่อของท่านอัศม์จะรู้ว่าตัวเองคงอยู่นานจนกว่าลูกชายจะพร้อมด้วยวัยวุฒิไม่ได้ เลยรีบถ่ายทอดงานให้

“ผมมีเวลาอีกสองปีสินะครับ จากนั้นอีกสิบปีผมถึงจะได้รับใช้ท่านอัศม์อีก ผมคงแก่หงำเหงือกแล้วล่ะครับ” คนอายุมากกว่าพูดติดตลก

“ฉันจะกลับมาดูแลพรรคกับธุรกิจทุกปิดเทอมนั่นแหละ ตอนอยู่ที่นั่นก็ยังทำงานเป็นปกติ เพียงแค่ลงพื้นที่ไม่ได้ก็เท่านั้น ทำได้แค่งานเอกสาร ส่วนประชุมก็วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เอา” ตอบคนสนิทเสียงราบเรียบ หยุดทำการบ้านในมือเพราะเสร็จเรียบร้อย

“ฉันจะไปหาคุณแม่ เก็บของด้วย” อัศม์เดชสั่งก่อนที่ร่างสูงสมวัยหนุ่มจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องทำงานด้วยท่วงท่าที่สง่างาม สมกับเป็นผู้นำของตระกูล เตชโรจนโสภณ และผู้นำสูงสุดของพรรคเบญจเตโช

พรรคเบญจเตโช เป็นพรรคมาเฟียที่มีอำนาจมากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคในการทำธุรกิจและคอยจัดระเบียบไม่ให้พวกมาเฟียพรรคอื่น แก๊งอื่น สร้างความเดือดร้อนกับประชนในพื้นที่นั้นๆ ในพรรคจะมีตระกูลอยู่ห้าตระกูลเป็นเสาหลักสำคัญ ผู้นำตระกูลของแต่ละตระกูล จะเป็นผู้นำหลักของพรรค โดยมีอัศม์เดชเป็นผู้นำสูงสุด ซึ่งทั้งห้าตระกูล มีความสัมพันธ์อันดีมาตลอดร้อยกว่าปีที่บรรพบุรุษสร้างพรรคมา

ผู้สร้างตระกูลเตชโรจนโสภณ เป็นผู้ริเริ่มพรรคเบญจเตโช ทำการรวบรวมตระกูลที่มีผู้นำเชื่อใจกันได้ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเป็นเพื่อนกันก่อน จึงค่อยตั้งพรรคอย่างจริงจัง ในตอนแรกมีตระกูลประมาณยี่สิบตระกูลที่ร่วมพรรคชั่วคราว พอทดลองทำงานร่วมกันก็พบว่าผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร แนวทาง เป้าหมายแตกต่างกัน หลายๆ ตระกูลก็ค่อยๆ ถอนตัวออก จนในที่สุดสองปีก็เหลือเพียงห้าตระกูล ทั้งห้าตระกูลมีคำที่หมายถึงไฟอยู่ทุกตระกูล เลยตั้งชื่อพรรคว่า เบญจเตโช หมายถึง เปลวไฟทั้งห้า อันได้แก่ ตระกูลเตชโรจนโสภณ ตระกูลพิชญเดชา ตระกูลอัคคเดชโภคิน ตระกูลเดชหิรัญสกุล และตระกูลเลิศธนเดชาโชติ จากนั้นก็เริ่มต้นพรรค สั่งสมอำนาจ ความยิ่งใหญ่มาเรื่อยๆ จนมาถึงปัจจุบันนี้...





- - - - - - - - - - /S/A/W/A/C/H/I/ \Y\U\K\I\ - - - - - - - - - -

ฝากคอมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ

ฝากเรื่องใหม่เอาไว้ในอ้อมอกด้วยจ้า

แท็ก #ท่านอัศม์หนูขวัญ

แพลนนิยายที่จะแต่งของ Sawachi Yuki

บอกเอาไว้ก่อนนะคะว่าเป็นเพียงแพลนคร่าวๆ เท่านั้นค่ะ ที่โพสก็เพื่อจองชื่อเรื่องเอาไว้ด้วย ฮ่าๆ แล้วก็ไม่ได้จะแต่งเรียงลำดับด้วยนะคะ อยากแต่งเรื่องไหนก็จะแต่ง...

 

เรื่องที่จบแล้ว

1.      Beautiful Boy [Project] สยบรักราชินีซึนเดเระ (ฟลาวน์ X แอล) นิยายวัยเด็กน้อยขาดประสบการณ์สุดๆ

2.      Double Husband มีสามีทั้งที...ได้ฟรีถึงสอง (ดิน X ดรีม X เพลิง)

3.      เสพติดอันตราย...รักผู้ชายพันธุ์โหด (พัฒน์ X ธีร์)

4.    Hidden Love วาโยซ่อนรัก (นอร์ท วาโย)

5.    Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก (ราม อิน,จักร จอม,ขรรค์ เงิน)

6.    พ่อเลี้ยงอาทิตย์ (อาทิตย์ X หมู)

7.    อาณาเขตรัก (เขต X เมฆ)

8.    He is mine ที่ร้าย เพราะนายเป็นของฉัน!!! (พุฒิ เจ็ม)

 

 

Sawachi Yuki

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น