อัพทุกวันอาทิตย์ ฝากติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอนที่ 7 ชินอ๋องเป็นอะไร..?( 100% )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ชินอ๋องเป็นอะไร..?( 100% )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 232

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ชินอ๋องเป็นอะไร..?( 100% )
แบบอักษร

แสงสีทองของวันใหม่เจื้อยแจ้วไปด้วยเสียงนกร้องนานาพรรณ แต่กับชินอ๋องแล้วนั้นทั้งหูซ้ายและหูขวาของเขา กลับไม่ได้ยินเสียงอันไพเราะในยามเช้าตรู่แม้แต่น้อย

เพราะเสียงกรนของคนถ่อยที่แย่งทั้งเตียงนอนและผ้าห่ม ดังสนั่นกลบบรรยากาศไปเสียหมดสิ้น แต่ครั้นชินอ๋องจะขยับตัวตื่นนอน ก็กลัวจะรบกวนเจ้าของเตียงคนใหม่ให้โมโหโทโสขึ้นมาอีก

“คนนิสัยไม่ดี”

ชินอ๋องพร่ำบ่นงุบงิบพลิกตัวคว่ำลงกับผ้าผืนบางที่ใช้ปูนอน สองมือก็ประสานอุดหู พลางคิดว่าครั้งนี้ที่กลับมามีชีวิตรอด คงไม่ใช่เพราะท่านเทพเซียนเอ็นดูเป็นแน่ ข้าอาจจะไปเหยียบเท้าหรือล่วงเกินเทพเซียนโดยไม่ระวังจึงได้มาติดอยู่กับคนถ่อยเช่นติงจื่อเฉิงแบบนี้

หากแต่เป็นชินอ๋องคนเดิม ในสถานการณ์เช่นนี้มันจะเป็นอย่างไรต่อไป เฉินรุ่ยอิงครุ่นคิดจนคิ้วขมวดปมไปมาใต้ผ้าห่มแล้วอมยิ้มเบาๆ

หากเป็นชินอ๋องตัวจริงแล้วนั้น ปานนี้เจ้าติงจื่อเฉิงก็คงนอนราบคาบอยู่บนพื้นจนเลือดกลบปาก ไม่มีปากสุนัขมาคอยแว้งกัดคนอื่นอีก เพียงแค่คิดว่าติงจื่อเฉิงลงไปขอร้องราวกับเด็กน้อยก็ทำให้ชินอ๋องแทบกลั้นขำไม่ไหว

“ไม่นึกว่า..บาดเจ็บความจำเสื่อมยังไม่พอ แถมยังสติไม่ดีอีกหรือชินอ๋อง..?”

คำถามที่ดังขึ้น ทำให้ชินอ๋องหยุดหัวเราะลงที่กำลังจินตนาการว่าได้เตะต่อยติงจื่อเฉิงสลายหายไป

“ตะตะ..ตื่นแล้วหรือ..?”

“ยังมั้ง ที่ยืนอยู่นี้คงเป็นวิญญาณกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรที่จะหลุดจากปากเจ้ามันคงเป็นแต่ของเน่าเสียสินะ” ชินอ๋องที่กำลังตกใจกลัวได้สติเถียงขึ้น

“ใช่ปากกระหม่อมมีแต่ของเน่าเสีย หาใช่ปากพระองค์ไม่ หอมหวนจนหลอกล่อหญิงสาวให้อยู่ใต้อาณัติได้”

“ใครว่าแต่หญิงสาว ตอนนี้ก็มีชายผู้หนึ่งอยู่ใต้อาณัติข้า”

ชินอ๋องลุกขึ้นยืนประจันหน้า การอดหลับอดนอนทำให้เขาใจกล้าขึ้น ชีวิตคนเราสิ่งที่สำคัญคือการกินให้อิ่มนอนให้หลับ ตั้งแต่โดนขมขู่ท้องไส้ของชินอ๋องมักแปรปรวนไม่ย่อยเสมอ แถมยังไม่ได้นอนอีก คราวนี้ต่อให้ต้องทะเลาะกันเขาก็ยอม

“นี่เจ้า”

ติงจื่อเฉิงพุ่งตรงเข้าหาชินอ๋องอย่างรวดเร็วแล้วยกหมัดขึ้น

แต่ทันใดนั้นเอง !!!

เสียงก็อกแก๊กของประตูก็ทำลายอารมณ์ที่คุกรุ่นของเขาไปทั้งหมด เมื่อภาพตรงหน้าปรากฎหญิงสาวแรกรุ่นที่ถือถาดดอกไม้ตรงเข้ามาหลายนาง

“ไปอาบน้ำกันเถิดเพคะ ชินอ๋อง”

ชินอ๋องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากเย็น สถานการณ์แบบนี้มันคงไม่ใช่แค่อาบน้ำเป็นแน่ แล้วอีกอย่าง ภรรยาของชินอ๋องที่กรูกันเข้ามานั้นก็ราว 4-5 คน แล้วยังไม่รวมที่รอที่ห้องอาบน้ำอีก

“นะ นะ เพคะ ให้พวกเราปรนนิบัติเถิดเพคะ”

สองเท้าของชินอ๋องสั่นขึ้นเล็กน้อย แต่พยายามรักษาอาการท่าทีเอาไว้ แม้ร่างกายจะเดินถอยหลังมาเรื่อยๆ

สะโพกพายกลมกลึง หน้าอกเต่งตึงพร้อมใบหน้าที่หมดจดหลายนาง ค่อยๆก้าวเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวชินอ๋องแล้วลูบเบาๆ

“มาเถิดเพคะ พระองค์ พี่หยี่เหยี่ยนรอพวกเราอยู่”

ชินอ๋องดึงมือที่ภรรยาเกาะออกช้าๆ พลางใช้ความคิดในการหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้ พลันสายตาก็หันกลับมาเจอติงจื่อเฉิงเข้าพอดี ที่กำลังนั่งยิ้มเยาะอยู่บนเตียงนอน

ในเวลาแบบนี้ มันควรเป็นพ่อเสืออย่างเขาตีตัวออกห่างไปกับสาวๆ แต่สิ่งที่ติงจื่อเฉิงเห็น ชินอ๋องเหมือนลูกกระต่ายตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัว สุนัขจิ้งจอกจะจับกินอย่างไรอย่างนั้น

ชินอ๋องเป็นอะไรไป...?

หากว่าความจำเสื่อม ก็ไม่น่าจะดูหลีกเลี่ยงผู้หญิงเช่นนี้..?

“ข้าคงไปไม่ได้หรอก ข้านัดดื่มสุราที่หอฟู่ฉางกับคุณชายติงเสียแล้ว”

ชินอ๋องทำเอาคนที่ได้ฟัง อย่างติงจื่อเฉิงนั่งงง จนพูดไม่ออก ในเมื่อครู่นั้นเขาพยายามจะหนีออกไปให้ได้ แต่ตอนนี้กลับเดินมายิ้มหวานดึงแขนเขายิกๆ

“นัด...กับข้า...?”

ติงจื่อเฉิงถามย้ำ นี่ชินอ๋องเป็นบ้าหรือ..?

“ใช่..!! ฮ่าๆๆ สหายข้าไปกันเถอะ อย่างไรสหายก็สำคัญที่สุด”

“......?”

..............


“งดงามยิ่งนัก”

เสียงของติงจื่ิอเฉิงชมไม่ขาดสาย ในขณะที่กำลังชมการแสดงของนางรำอยู่บนระเบียงด้านบนของหอฟู่ฉาง

ส่วนอีกคนหนึ่งที่รีบมาตั้งแต่ยามสาย ทำให้หอฟู่ฉางที่เปิดยามค่ำคืน ต้องเตรียมการแสดงตั้งแต่ตะวันตรงหัวด้วยใบหน้าอิดโรยของสาวงามทั้งหลาย

“งามอย่างไร..? พวกนางที่ถูกเจ้าบังคับแสดงตั้งแต่ยามนี้ เหมือนยังนอนไม่ตื่นด้วยซ้ำ”

“ชินอ๋อง เจ้าเป็นคนพาข้ามานะ” ติงจื่อเฉิงดื่มสุราแล้วกล่าวขึ้นย้ำเตือนคนที่ชวนมาหอนางรำยามกลางวัน

“กะก็ข้าไม่รู้ ว่าหอสุราเปิดยามไหนหนิ” เขาพยายามโกหก แต่ก็ไม่สามารถปกปิดสายตาของคนที่อยู่ตรงข้ามไปได้ ถึงแม้จะเคยไปหรือไม่เคยไป หอร่ำสุราก็เปิดยามค่ำคืน แล้วนี่ยิ่งเป็นชินอ๋องอีก บอกเขาว่าเบื่อเหล่าสนมแล้วมาหาความสำราญยังสมเหตุสมผลมากกว่าเสียอีก

ตอนนั้นที่เขาชวนแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ตั้งใจจะมาจริงๆ คิดว่าประเดี๋ยวค่อยแยกทางกับติงจื่อเฉิงกลางทางเอาก็ได้ แต่เขากลับตามมาเป็นดังเช่นเงาตามตัวแบบนี้ หอฟู่ฉางจึงเปิดการแสดงตั้งแต่หัววัน

“ความสุขของชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ คือการที่ได้รายล้อมไปด้วยสามงามมิใช่รึ..?”

ชินอ๋องฟังคำถามแล้วกรอกสุราใส่ปาก เขาไม่อยากโกหกอะไรมากไปกว่านี้ หากแต่นี้มันไม่ใช่ตัวเขาเลยแม้แต่น้อย งั้นก็คงจะพูดได้เท่าที่จะพูด

“ความสุขจอมปลอมเช่นนั้น ข้าไม่ได้ต้องการมันอีก”

“แปลกยิ่งนัก ชินอ๋องไม่สนใจหญิงสาวงั้นหรือ..?” ท่าทีของติงจื่อเฉิงยียวน จนชินอ๋องแทบอยากจะถีบให้ตกเก้าอี้ไปเสียเดี๋ยวนั้น แต่เขาไม่อยากทะเลาะเพิ่มความวุ่นวายอีก

“คนเราพอเฉียดความตายมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็มีแต่ความสงบเรียบง่ายที่ต้องการ”

“งั้นเจ้าก็ถอนพิษให้น้องข้าสิ”

“หากข้าทำได้...ข้าคงทำไปนานแล้ว”

เสียงดนตรีที่กำลังบรรเลง ไม่ได้กลบเสียงของชินอ๋องไปแม้แต่น้อย

ติงจื่อเฉิงกรอกตาไปมาด้วยความฉงน เขาไม่ได้ฟังผิดไปแน่ ชินอ๋องไม่ได้ปฏิเสธที่จะถอนพิษ แต่เขาพูดเหมือนว่าพิษนั้นถอนไม่ได้

“เจ้าไม่ได้ฟังผิดไปหรอก ในห้องทำงานไม่มีตำราใดใดที่บ่งบอกถึงการถอนพิษเลยแม้แต่น้อย”

ผัวะ !

ความเจ็บปวดสุดท้ายคือความขมที่อยู่ภายในปาก ไหลรินลงคอจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก พร้อมกับแสงภาพสุดท้ายที่ทำให้เขาหวาดกลัว ใบหน้าของติงจื่อเฉิงที่โกรธเกรี้ยวสลับปนเปกับใบหน้าที่แสนว่างเปล่า ยังตรึงในความทรงจำ

ตะวันเคลื่อนคล้อยลับขอบฟ้า กับอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องมารับผลของการกระทำที่ไม่ได้ก่อเองทั้งหมด เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆสลึมสลือลืมตาขึ้นมา

อนึ่งเขาเป็นคนวางยาติงจื่อเฉิงก็ควรรับผิดชอบในส่วนนี้ แต่กับน้องสาวของคนผู้นี้แล้วนั้น เขาไม่เคยทำอะไรผิดต่อนางเลยแม้แต่น้อย

“ประเดี๋ยวข้าจะเดินทางไปบนเขาหยางซาน ไปหาท่านเทพโอสถหยงจิ้ง เรื่องตัวอ่อนของพิษเหมันต์ท่านไม่ต้องกลัวข้าจะทำให้ดีที่สุด”

ติงจื่อเฉิงเมื่อเห็นน้ำตาของคนที่นอนอยู่บนเตียง มือเขาก็เผลอเอื้อมไปชั่วขณะ เพียงเสี้ยววิที่เขาอยากจะเช็ดน้ำตาคนตรงหน้าที่กำลังไหลริน แต่ก็รีบดึงมือกลับ แล้วพยักหน้าเบาๆ ‘เมื่อเช้ายังคิดว่าชินอ๋องเป็นอะไรผิดปกติอะไร แต่ตอนนี้กลับเป็นตัวข้าเองที่ผิดปกติไป’

“ข้าจะไปหุบเขาแห่งนั้นกับเจ้าด้วย ป้องกันเจ้าโกหก”


........

ความคิดเห็น