facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 11-2 ข่าวฉาวของรักแรกแห่งชาติ

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 11-2 ข่าวฉาวของรักแรกแห่งชาติ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 07:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 11-2 ข่าวฉาวของรักแรกแห่งชาติ
แบบอักษร

​อูฮยอนมาถึงหน้าประตูใหญ่และลงจากรถแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าไปข้างในเลยทันที เขาค่อยๆ มองดูรอบๆ บ้าน อูฮยอนอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้นานเท่ากับอายุตัวเอง น้ำใจสุดท้ายที่ประธานชามีให้ตอนที่แม่ยังอุ้มท้องอูฮยอนอยู่ แต่กลับถูกไล่ตะเพิดออกจากบริษัทและรับความขู่เข็ญคุกคามจากภรรยาของประธานชา มันก็คือเงิน แม่คิดถึงลูกอย่างเขาที่อยู่ในท้องจึงไม่ปฏิเสธและรับเงินนั้นมา ถือกระเป๋าหนึ่งใบเล็กๆ หลบลีกสายตาผู้คน ย้ายออกจากบ้านที่เคยอยู่ในกลางดึกเพื่อย้ายมาที่บ้านหลังนี้ มาตราฐานของแม่ก็เป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ยังเป็นคุณหนูอายุเพิ่งจะยี่สิบหมาดๆ แม่กลายเป็นผู้หญิงที่มีลูกทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วยอายุเพียงเท่านั้น ถึงการใช้ชีวิตข้างหน้าจะมืดมน แต่ก็ยังคงงดงาม แม่เอาเงินที่มีมาซื้อบ้านหลังนี้หมดด้วยเหตุผลเดียวว่าลูกจะได้วิ่งเล่นบนพื้นหญ้า

ดังนั้น ที่นี่คือบ้านที่เขาอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ ตั้งแต่ตอนอูฮยอนยังเป็นเด็กที่ไม่รู้ว่าโชคชะตาตัวเองจะได้พบเจอเรื่องราวมากมาย และเมื่อได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างแล้ว ก็คิดว่าถ้าไม่รู้ตั้งแต่แรกก็คงจะดีกว่า แม้แต่ตอนที่เขาหนีมาเพราะถูกลากให้ไปอยู่ที่บ้านประธานชา ตอนที่เหลืออยู่ตัวคนเดียวเพราะแม่ออกจากบ้านไปเพราะการแต่งงานตั้งหลายครั้งหลายหน หรือตอนที่โดยขู่เข็ญพูดจาดูถูกมากมายจากภรรยาของประธานชา บ้านหลังนี้ก็ปกป้องอูฮยอนเหมือนเป็นเพื่อน เหมือนเป็นครอบครัว ที่นี่เป็นทั้งบ้านเกิดและเป็นรั้ว เป็นกำลังใจสำหรับอูฮยอน เขาอยากอยู่บ้านหลังนี้ไปตลอดชีวิต แต่แม่ก็ขายมันทิ้งโดยไม่ปรึกษากันก่อน มันไม่ใช่บ้านที่อูฮยอนซื้อให้แม่หรอก แล้วก็ไม่ใช่บ้านที่ซื้อด้วยเงินที่อูฮยอนรวบรวมทำงานหามาได้ด้วย ถึงจะแค่อยู่ตามแม่โดยที่ไม่รู้อะไร แต่การย้ายออกจากบ้านนี้มันน่าเสียดายมากแล้วเขาก็ไม่ชอบเลย

อูฮยอนใช้มือลูบทั้งกำแพงและประตูบ้าน ปลอบโยนทั้งบ้านและความรู้สึกของตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในบ้าน ภายในบ้านไม่มีใครอยู่ แต่กลับมีเสียงโทรทัศน์ดังขึ้น จึงทำให้เขาตกใจมาก อูฮยอนคิดว่ามันต้องมีอะไรเลยรีบเดินเข้าไปดู แต่แม่ก็วิ่งออกมาหาแล้วยิ้มอย่างสดใสให้ก่อน ก็คงรู้แล้วว่าเมื่อเช้าตอนเขาเจอกับประธานชาน่ะ พวกเขาได้คุยอะไรกันไปบ้าง น่าจะรู้แล้วด้วยว่าอูฮยอนรู้หมดแล้วแม่โกหกทั้งเรื่องบ้านแล้วก็เรื่องรถ แต่ม่ไม่สะทกสะท้านทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรและไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ลูกชาย กลับมาแล้วเหรอ เหนื่อยใช่ไหม จัดการเรื่องจ่ายค่าบ้านเรียบร้อยดีนะ”

“แม่”

คำว่า ‘แม่’ คำเดียวของอูฮยอนก็รู้สึกได้ถึงคำพูดมากมายจริงๆ เรื่องที่เขาอยากจะพูดมีเยอะ แต่มันไม่ยอมออกมา จึงทำได้แค่เรียกและมองหน้าแม่เฉยๆ เท่านั้น ถ้าเป็นปกติแม่คงทนไม่ได้แม้เพียงแค่ห้าวินาทีกับเวลาที่อึดอัดใจเช่นนี้ แต่ในวันนี้ก่อนที่อูฮยอนจะพูดต่ออีกครั้ง แต่แม่กลับทน คงเพราะรู้ว่าเรื่องที่อูฮยอนเจออย่างหนักหนาในวันนี้มาจากเธอ เมื่อคิดได้เช่นนั้น จู่ๆ ความตั้งใจที่จะโต้เถียงกับแม่ก็หายไป แต่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ ทำได้แค่ผ่านไป แม่ที่เข้ากันได้ดีกับประธานชาก็คงทำเรื่องเยอะกว่านี้อีกแน่ๆ อูฮยอนจึงคิดว่ามันจำเป็นจะต้องพูดอีกครั้งอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการสะกัดกั้นไว้ก่อน

“ซื้อบ้านราคาเป็นร้อยล้านทิ้งไว้ แต่มัวแต่ยุ่งกับคนรักที่อายุมากกว่าลูกชายแปดปี จนไม่มีเวลาไปดูบ้านสักครั้งเลยเหรอครับ ผมให้แม่ไปแค่ห้าร้อยล้านนะ แล้วเงินอีกสี่ร้อยล้านคือเงินอะไรครับ ไหนจะรถราคาตั้งสามร้อยล้านอีก เอาเงินจากไหนมาซื้อครับ หรือว่าแม่รับเงินจากประธานชาเหรอครับ”

เมื่ออูฮยอนเริ่มพูดพายุคำถามก็สาดซัดเข้ามาอย่างไม่มีหยุดพัก แม่ไม่ได้ทำท่าทีสับสนเลยสักนิด แต่มีสีหน้าท่าทางสบายเหมือนจะถามว่าโกรธอะไรกันกับเรื่องแบบนั้น

“ฉันนายองฮีนะจ๊ะ แล้วแม่ก็มีศักดิ์ศรี มันก็ถูกที่ขอให้ลูกแต่งงาน แต่แม่ไม่ได้รับเงินมานะ ไม่มีทาง”

“งั้นไปเอาเงินมากมายพวกนั้นมาจากที่ไหนล่ะครับ”

“บ้านหลังนี้แม่ไม่ได้ให้เช่าแต่ขายเลย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาราคาที่ดินตรงนี้สูงขึ้นอย่างน่าตกใจเลยล่ะ ก็ไหนจะขายบ้าน เงินประกัน เงินค่างวด ค่าสินสอดอีก มันก็เยอะถึงขั้นนั่นแหละ”

“แล้วทำไมไม่รักษาสัญญาว่าจะไม่ติดต่อกับประธานชาอีกละครับ แม่คิดจะให้ผมแต่งงานแบบนั้นเหรอครับ ผมไม่แต่งครับ”

“ทำไมล่ะ ผู้ชายที่มีความสามารถยอดเยี่ยมแล้วก็แข็งแรงแบบลูกจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเหงาๆ ไปทำไมกัน แม่ไปดูดวงเนื้อคู่มาให้แล้วนะ เนื้อคู่ของลูกจะมาในปีนี้แน่นอน”

“เชื่อเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอครับ”

“ก็เชื่อน่ะสิ งานแต่งแม่ครั้งที่ห้านี่ก็หยุดเพราะเจอผู้ชายที่อายุยังน้อยนี่แหละ ลูกน่ะปลายปีนี้ จะเจอผู้หญิงที่มีความเพียบพร้อมทั้งชื่อเสียง หน้าตา ทรัพย์สิน รวมถึงนิสัย แล้วพ่อเขาก็เลยทาบทามลูกสาวคนเล็กของคังฮันกรุ๊ปให้ลูกไง อัศจรรย์มากเลย”

“แม่! ผมมีพ่อตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ พับฝันนั้นเก็บไปเถอะ ครั้งนี้ผมขอแค่ให้แม่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปจนจบแค่นั้นเองครับ ได้โปรด”

“ถึงลูกจะบอกว่าไม่ใช่ยังไงแต่ลูกก็เป็นสายเลือดของบ้านนั้น นั่นเป็นความปรารถนาชั่วชีวิตของแม่เลยนะ อายุของลูกตอนนี้ก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ มันมีตำแหน่งของลูกอยู่ ทำไมถึงไม่ชอบ”

“ต่อให้คนอื่นจะมาถามว่าทำไมไม่ชอบยังไง แต่แม่ก็ต้องรู้ไม่ใช่เหรอครับ”

“พ่อของลูกน่ะ บอกว่าลูกโกรธจนทำอะไรยังไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังไม่ต้องไปเจอผู้หญิงคนนั้นก็ได้นะ”

“ผมไม่มีคนที่กลัวครับ แค่ไม่ชอบเลยเลี่ยงต่างหาก คนที่ป่าวประกาศไปทั้งโลกเกี่ยวกับการเกิดของผมน่ะ ไม่ว่าจะเป็นใคร ผมไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด ถึงคนคนนี้จะเป็นแม่ก็ตามนะครับ”

อูฮยอนพูดถึงยองฮีด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนั้นเป็นครั้งแรก ตอนนี้ยองฮีไม่สามรถพูดอะไรกับอูฮยอนได้ จึงยอมแพ้ เธอรู้สึกเศร้าโศกและอย่ากขอโทษมากๆ ที่ทำให้อูฮยอนต้องมาเจอแม่ที่ไม่ดีและต้องมาใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ ถ้าหากเขาโตไปเป็นลูกชายของประธานบริษัท อูฮยอนก็จะเป็นทายาทโดยแท้จริงและเป็นผู้สืบทอดกิจการต่อ เขาคงใช้ชีวิตอย่างสุขสมแตกต่างกับตอนนี้ เธอผิดเองที่เป็นแม่ของอูฮยอน และยองฮีจะหยุดมันไว้แค่นี้ในวันนี้ ทว่าถึงแม้จะพูดเช่นนั้น แต่ถ้ายองฮีเกลี้ยกล่อมและร้องขอด้วยน้ำตา สุดท้ายลูกชายแย่งอูฮยอนก็ยอมรับฟังอยู่ดี เพราะจนถึงตอนนี้อูฮยอนก็แพ้ให้แม่มาตลอด เป็นลูกชายที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อแม่

อูฮยอนจัดการกับสิ่งของที่ไม่อยากฝากคนอื่นจัดให้อยู่ภายในห้องหนังสือ ในหัวยังวุ่นวายและเขากำลังลองจัดระเบียบมัน เขาเปิดลิ้นชักที่ล็อกกุญแจเอาไว้แล้วหยิบกล่องเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีหน้าของอูฮยอนก็เริ่มมีรอยยิ้มสดใสกระจายไปทั่ว หัวใจของอูฮยอนเหมือนวกกลับไปเมื่อช่วงอายุสิบเจ็ด กล่องที่เขาถืออยู่นี่เป็นของที่ฮเยจูทำให้ทั้งหมด ทั้งโปสการ์ดและจดหมายที่ฮเยจูให้ โพสต์อิทที่เขียนข้อความไว้ รูปภาพ และสร้อยคอที่คล้องกับแหวนซึ่งอูฮยอนใส่มันมาตลอด อูฮยนใช้มือลูบสัมผัสแหวนที่ลำคอ แหวนที่คล้องไว้กับสร้อย สร้อยที่แหวนคล้องไว้อยู่

สายสัมพันธ์ที่เชื่อมกับฮเยจู สัญญาที่เคยมีกับฮเยจู ใบหน้าที่ยังคงสดใสของเธอถูกบรรจุอยู่ในรูป รูปที่อูฮยอนถ่ายกับฮเยจูมีเพียงรูปเดียวเท่านั้น ส่วนอีกสามรูปล้วนเป็นรูปที่เขาแอบถ่ายเธอ ตอนนั้น ช่วงเวลานั้น ทั้งคู่ไม่ชอบถ่ายรูปอย่างมาก ถึงตอนนี้อูฮยอนก็จะยังไม่ได้ชอบถ่ายรูป แต่ในตอนนั้นมันมีเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ชอบและเจ็บปวดโศกเศร้า จากในรูป ‘ฮเยจู’ คือเด็กนักเรียนหญิงตัวอ้วนเทอะทะ แต่สำหรับอูฮยอน เธอช่างเป็นคนที่มีรอยยิ้มงดงามและมีสายตาเปล่งประกายลึกซึ้งมากที่สุดในโลก เธอเป็นเด็กนักเรียนที่มีพรสวรรค์อันชาญฉลาด เป็นคนที่อบอุ่นและน่ารัก เป็นเด็กที่รู้จักเผชิญหน้ากับผู้คนอย่างจริงใจ จนทำให้อูฮยอนยอมเปิดใจให้ผู้คนและโลก อีกทั้งยังหาศักดิ์ศรีของตัวเองที่เคยร่วงอยู่บนพื้นดินเจอ ด้วยกำลังใจและการเอาใจใส่ของฮเยจู ถ้าไม่ใช่ฮเยจู อูฮยอนคงยังปิดหัวใจและใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในวงกลม แม้จะมองไม่เห็นจากในรูป แต่มันมีบาดแผลที่เจ็บปวดมากสำหรับอูฮยอนอยู่ ซึ่งหากใครเห็นบาดแผลของอูฮยอนก็คงตกใจ หวาดกลัวและขยะแขยง แต่ฮเยจูกลับไม่ตกใจ ไม่หวาดกลัว และไม่ขยะแขยงเลย อีกทั้งยังคอยเอาใจใส่ ดังนั้นอูฮยอนจึงยังคงรอเธอ ฮเยจู ผู้หญิงคนเดียวที่อูฮยอนรัก


* * *


หลังจากยูจองทานข้าวกับจีฮุนเสร็จแล้ว เธอก็กลับมาหาสร้อยคอจากทุกซอกทุกมุมของบ้าน รวมถึงบนรถแวน เธออยากรับคำขอแต่งงานด้วยแหวนวงนั้น มันคือสิ่งที่แม่ฝากไว้ให้ พอตามหาจนเหนื่อยยูจองก็นั่งอยู่แถวเตียง แต่แล้วเธอก็ตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นกรอบรูปที่ถูกวางไว้ข้างเตียงนอน เป็นภาพวาดที่อยู่ในกรอบ ภาพวาดใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่ง นามินซอก รักแรกจองยูจอง เด็กที่พอรู้จักแล้วจึงรู้ว่าคุณค่าภายในจิตใจนั้นแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอก มิกซอกได้รับบาดแผลมากมาย รวมถึงได้รับความเจ็บปวดฝังลึกจนปิดประตูหัวใจเอาไว้ แต่เขาก็เป็นคนที่อ่อนโยน อบอุ่นและฉลาด เด็กนักเรียนชายอายุเพียงสิบเจ็ดปี ที่มีความคิดโตกว่าวัยและลึกซึ้ง เป็นคนดีและเป็นผู้ชายที่ดี

ภาพนี้ เป็นภาพวาดใบหน้าของฮเยจูและมินซอกเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน มินซอกในตอนนี้หน้าตาคงไม่ใช่อย่างนี้แล้วสินะ ถึงเธอจะก็ยังคงตามหาและรอคอยอยู่อย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ปรากฎตัว หัวใจของยูจองรู้สึกเจ็บแปลบ เธอไม่นึกเลยว่าวันที่ตัวเองฝันถึงในอนาคตจะกลายเป็นผู้ชายอื่นไม่ใช่มินซอก เธอคิดเอาไว้ว่าหากเธอรอและตามหาเขาสุดท้ายก็จะเจอมินซอก แต่ในตอนนี้ยูจองกำลังมองหาจีฮุนแทน ถึงจีฮุนจะไม่ได้พูดขอแต่งงานที่ร้านอาหาร แต่เขาก็ใจดีและอ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ ไหนจะจูบแรกที่บ้านของจีฮุนอีก เธอคงต้องยอมรับคำแต่งงานแน่นอน ยูจองกำลังสร้างโอกาสให้เร็วที่สุดเพื่อประกาศอย่างเป็นทางการให้โลกรับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจีฮุน ยูจองจึงไม่สามารถมองหน้ามินซอกด้วยความรู้สึกเช่นนั้น และวางกรอบรูปลงในลิ้นชัก


* * *


มินอาและนักข่าวนัมมัวแต่สรุปข่าวอยู่ในห้องทำงานที่บริษัทจนไม่มีสติ มินอาเป็นคนเขียนข้อความข่าว ส่วนนักข่าวนัมกำลังเลือกรูปที่ใช้งานได้จากบรรดารูปทั้งหมด หลังจากมินอาฝากฝังทีมดูแลข่าวทางอีเมลแล้ว เธอก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

“นักข่าวนัม เหนื่อยมากเลยสินะ รีบเก็บของแล้วก็ไปเถอะ”

“แล้วรุ่นพี่ล่ะครับ”

“เดี๋ยวฉันนอนที่ห้องเวร เพราะถ้าปล่อยข่าวแล้วจะได้เข้ามาเช็กเลยทันที แล้วก็วันหยุดที่ฉันสัญญาไว้น่ะ ก็อย่าไปนานล่ะ พักแค่หนึ่งอาทิตย์ก็พอแล้วกลับมา”

“จริงเหรอครับ ให้ผมหยุดได้จริงๆ เหรอครับ”

“อืม เดี๋ยวฉันพูดกับหัวหน้าให้เอง”

เมื่อฟังมินอาพูดจบ นักข่าวนัมก็รีบออกจากห้องไปเหมือนหลบหนี แล้วมินอาก็นอนอยู่บนเตียงของห้องเวร เธอขอหลับเสียหน่อย


* * *


เจ็ดโมงเช้าในวันต่อมา เสียงปลุกจากโทรศัพท์ยูจองดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังลั่น เธอจึงปิดเสียงปลุกและเงยหน้าขึ้นมาดูเวลา

“วันนี้ไม่มีถ่ายนี่ ทำไมต้องมาปลุกเวลานี้ด้วยนะ”

เพราะมีเรื่องให้คิดเยอะจนนอนไม่หลับ เธอเลยเพิ่งหลับไปได้แค่สองชั่วโมงเท่านั้น ถ้ายูจองนอนน้อยร่างกายจะหนักหน่วง เธอลุกขึ้นไปเปิดประตู จากนั้นเสียงของผู้จัดการฮยอนซูที่เธอได้ยินจากนอกประตูก็ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ

“พี่ พี่! พี่~! โอ้ย! เปิดประตูหน่อยครับ~”

“มีเรื่องอะไรเหรอ”

ยูจองจึงรีบเปิดประตูทันที ฮยอนซูหน้าซีดเผือกเหมือนเพิ่งวิ่งขึ้นมาเมื่อกี้นี้ โชว์แท็บเล็ตให้ยูจองดู

“พี่ ดูนี่สิครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะครับพี่”

หน้าจอแท็บเล็ตเต็มไปด้วยข้อความข่าวเดทของยูจองกับจีฮุน และในตอนนั้นยูจองก็ตื่นเต็มตา ข่าวฉาวอย่างรุนแรงที่ระเบิดออกมาครั้งแรกภายในสิบห้าปีของชีวิตนักแสดง ตอนนี้จะทำยังไงดี ถ้าหากเป็นเช่นนี้แล้ว… เธอตกตะลึงจนสับสน สิ่งที่ตัวเองเป็นคนเปิดเผยไปก่อน กับสิ่งที่กำลังจะถูกคนอื่นเปิดเผยในตอนนี้ มันให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างมาก ยูจองกังวลครู่หนึ่งแล้วก็ยกโทรศัพท์ขึ้นเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้กดโทรหาใครบางคน

ความคิดเห็น