facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter29.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.2k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter29.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

KEEP ME FROME FALL DOWN

(Chapter29.)

เชนนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม

“ถ้ามึงออกจากห้องครัวได้ก็ไป” พระอาทิตย์พูดขู่

“ไม่เอา อ๊ะ…อย่า!!! โอเคนอนห้องเดียวกับมึง” เชนพูดออกมาเสียงแผ่ว

“หึหึ”

“กินอะไรมาหรือยัง” เชนถาม

“เรียบร้อยแล้ว” พระอาทิตย์รินน้ำแก้วใหม่และยื่นส่งให้ เชนรีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหกเลอะเสื้อนอนไปหมด พระอาทิตย์ยืนมองนิ่งๆ เขาใช้หลังมือบางยกขึ้นเช็ดปากตัวเองลวกๆ ลิ้นชมพูแลบเลียริมฝีปากของตัวเอง

“เป็นเด็กหรือไง แค่กินน้ำยังหก” พระอาทิตย์เข้ามาสวมกอดเชนไว้หลวมๆ

“…” เชนแหงนมองหน้าพระอาทิตย์

“ทำอะไร” พระอาทิตย์ถามออกมา

“เปล่า” เชนพูดออกมาเสียงแผ่ว

“มีอะไรพูดมา”

พระอาทิตย์จับทางเชนได้ตลอด เพราะถ้าเมื่อไหร่เชนเงียบและมองเขาอ้อนๆ แบบนี้แสดงว่าจะต้องมีอะไรแน่ๆ

“พรุ่งนี้จะไปต่างจังหวัด” เชนพูดออกมาในที่สุด

“แล้วไง” พระอาทิตย์ถามเสียงเรียบ

“ไปกับมหาวิทยาลัย”

“ก็ไปสิ”

“ไปค้างสองคืน”

“ไม่ต้องไป” พระอาทิตย์คลายอ้อมกอดออกช้าๆ

เชนคิดไว้แล้วว่าคนตัวโตต้องเป็นแบบนี้ ไม่น่าบอกออกมาเลยจริงๆ แต่ถ้าเขาไม่บอกแจ็คก็ต้องเอาเรื่องนี้รายงานพระอาทิตย์อยู่ดี

“ทำไม เพื่อนๆ ก็ไปกัน”

“มันสำคัญขนาดที่มึงต้องไปตากแดดตากลมขนาดนั้นเลยหรือไง”

พระอาทิตย์พูดบ่นออกมา เขาหยิบเสื้อสูทและกระเป๋าทำงานเดินออกจากห้องครัว เชนเดินตามอย่างรวดเร็ว

“รู้ได้ไงว่าไปตากแดดตากลม” เชนรั้งแขนพระอาทิตย์ไว้เพื่อให้หยุดเดิน

“แจ็คบอกกูหมดแล้ว” พระอาทิตย์หันมาตอบเชนเสียงเรียบและเดินขึ้นไปยังชั้นบน

“เออ กูไม่น่าถาม ชิ!!!” เชนฮึดฮัดเดินตามอย่างอารมณ์เสีย

พระอาทิตย์นั่งลงที่ปลายเตียงภายในห้องของเชนซึ่งปกติแล้วนานๆ ครั้งเขาถึงจะกลับมานอนค้างที่นี่ ส่วนใหญ่เขาจะพาตัวเชนกลับไปที่เพนต์เฮาส์เสียมากกว่าเพราะจะได้ทำอะไรสะดวกๆ

“อะไร” ของเขานั้นคงไม่พ้นกิจกรรมบนเตียง

“มานี่สิ” พระอาทิตย์ยกนิ้วแล้วกระดิกเข้าหาตัวเพื่อเรียกเชน เชนทำหน้ามุ่ยนิดๆ แต่ก็ยอมเดินไปหาแต่โดยดี พระอาทิตย์รั้งเชนให้นั่งบนตักแกร่งของตัวเอง

“แผลเป็นไงบ้าง” พระอาทิตย์ถามออกมา

“ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว” เชนยกแขนขึ้นคล้องลำคอแกร่ง

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่นะ” เชนพูดตอบพร้อมส่ายหน้าไปมา

“อืม รีบนอนซะ กูขออาบน้ำก่อน” พระอาทิตย์ยกตัวเชนให้นั่งลงบนเตียง

“พระอาทิตย์”

“เดี๋ยวค่อยออกมาคุยกัน” พระอาทิตย์พูดตัดบท เขารู้ว่าเชนจะพูดเรื่องอะไร…ก็คงไม่พ้นเรื่องขอไปค้างต่างจังหวัด

เชนนอนรอไปได้สักพักก็หลับไปเพราะวันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน ไหนจะเรื่องเรียน ไหนจะเรื่องรับน้อง

“หลับไปแล้วสินะ” พระอาทิตย์พูดเบาๆ พลางเขาเช็ดผมไปด้วย

มือหนากดปิดทีวี ไฟหัวเตียงถูกเปิดแทนไฟในห้อง เขานั่งลงบนเตียงข้างๆ เชน มือหนาลูบไปบนแก้มใส จ้องมองใบหน้าหวานที่หลับใหล ขนตายาวเป็นแพเรียงกันสวยงาม ปากบางได้รูปสีอมชมพูจนพระอาทิตย์อดใจไม่ได้สักครั้งที่จะไม่สัมผัสปากนี้

“กูรักมึงนะ” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเบา

“อืม” เชนครางออกมาจากลำคอทำเอาพระอาทิตย์เลิกคิ้วมองนิ่งๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเชนทำให้เขารู้ว่าร่างบางไม่ได้ตื่น

“หึหึ” พระอาทิตย์ยกยิ้มมุมปาก เขาโยนผ้าเช็ดผมไว้ข้างเตียง ช่วงบนเปลือยเปล่าค่อยๆ โน้มตัวคร่อมร่างบางไว้ช้าๆ เชนขยับตัวเล็กน้อย มือหนาสอดเข้าใต้เสื้อนอนตัวบางของเชนช้าๆ ปลายนิ้วสะกิดตุ่มไตกลางอกของเบาๆ

“อึก อื้อ” เชนขมวดคิ้วหลับตาครางในลำคอ

“นี่กูทำบ้าอะไรวะ ลักหลับเมียตัวเองหรือไง” พระอาทิตย์

“เชนตื่นสิ” พระอาทิตย์ปลุกเชนเสียงแผ่ว

“อื้อ จะนอน” เสียงงัวเงียของเชนพูดห้าม มือบางปัดป่ายไปทั่ว

“หึหึ จะนอนแต่แอ่นรับมือกูขนาดนี้เนี่ยนะ” พระอาทิตย์พูดออกมาขำๆ นิ้วยาวสะกดหมุนคลึงที่ปลายยอดอกของเชนไม่หยุด กายบางแอ่นรับบิดเสียวอยู่ใต้ร่างของเขา

“อื้อ อา” เชนครางออกมา

“ถอดเสื้อนะ ยกแขนขึ้นสิ” พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงนุ่ม เชนเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย ร่างบางยกแขนทั้งที่ยังคงหลับอยู่แบบนั้น

เสื้อนอนของเชนถูกถอดออกด้วยมือของพระอาทิตย์ กายขาวสู้กับแสงไฟสีเหลืองนวลบริเวณหัวเตียงทำให้เชนน่ามองมาก ปลายลิ้นอุ่นค่อยๆ แตะลงที่ปลายยอดอก

“อื้อ พระอาทิตย์” เชนร้องออกมา ดวงตากลปรือมองหวานเยิ้มแทบจะลืมไม่ขึ้น

“ขอได้ไหมแค่รอบเดียว กูสัญญา” พระอาทิตย์พูดขอเสียงสั่นพร่า

“อืม” เชนพยักหน้ารับ ใบหน้าหวานเบ้นิดๆ เพราะง่วงก็ง่วงแต่     พระอาทิตย์ไม่ยอมให้เขานอน และรู้ดีว่าถ้าเขาไม่ยอมพระอาทิตย์ก็คงจะลักหลับเขาแน่ๆ

พระอาทิตย์ยกยิ้มมุมปากนิดๆ เขาลากลิ้นไปทั่วแผ่นอกของเชน ปากหนาจูบซับไปที่แผลขนาดไม่ถึงนิ้วที่กลางอกบางแผ่วเบา

“ขอบคุณที่ไม่เป็นอะไร” พระอาทิตย์มักจะพูดคำนี้เสมอและจูบแผลของเชนอย่างไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด

เขาเลื่อนใบหน้าลงไปที่หลุมกลางกายลำตัว ปลายลิ้นแหย่ไปรอบๆ พระอาทิตย์จับเชนพลิกตะแคงข้างและไม่วายโลมเลียไปที่เอวคอด

“อึก อ๊า!!!” เชนจับไปที่ไหล่แกร่งของพระอาทิตย์และร้องครางออกมาเสียงลั่น

“หึหึ” พระอาทิตย์หัวเราะขำในลำคอ

“อื้อ อย่าเลีย” เชนพูดออกมาเสียงสั่น สองมือบางปิดปากของตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางไว้

“ทำไม หืม” พระอาทิตย์กระซิบถามปากหนาไม่ได้ห่างจากช่วงเอวของเชนเลยสักนิด

“มันเสียว” เชนพูดบอก ตอนนี้ใบหน้าเขาคงแดงมากแน่ๆ ดีที่       พระอาทิตย์ไม่ทันเห็น

“แล้วมันดีหรือไม่ดีล่ะ ไหนบอกกูสิ” พระอาทิตย์ขยับกายเลื่อนขึ้นกอดเชนจากด้านหลัง

“อื้อ” เชนส่ายหน้าไปมา ใครจะไปพูดแบบนั้นได้กัน

“อ๊ะ เจ็บ!!!” พระอาทิตย์ขบกัดไปที่ริมใบหูเล็กของเชนจนเจ็บจี๊ด

“กูชอบเสียงคราง ชอบร่างกาย ชอบรอยแผลเป็น ชอบทุกอย่างที่เป็นมึงนะเชน” พระอาทิตย์กระซิบพูด เชนยิ้มออกมาบางๆ

เขาจับเชนพลิกกายให้นอนคว่ำลงไปกับเตียง เชนใช้มือทั้งสองข้างยันไปที่หมอนใบโต หัวเข่าชันขึ้นพระอาทิตย์ใช้มือสอดไปที่ใต้ท้องน้อยของเชนและรั้งไว้เผยให้เห็นบั้นท้ายนวลเนียน ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองช่องทางรักสีหวานที่ตอนนี้ปิดสนิท เขาใช้สองมือหนาแหวกสองก้อนเนื้อกลมกลึงแยกออกจากกัน ลิ้นอุ่นค่อยๆ แตะลงไปที่ปากทาง

“อื้อ อ๊า” เชนร้องครางเสียงลั่นทันทีที่ส่วนนั้นสัมผัสความเปียกชื้นของปลายลิ้น ใบหน้าหวานเชิดขึ้น ขาเรียวสั่นระริก ตั้งแต่หลังผ่าตัดเชนกับพระอาทิตย์ไม่ได้มีอะไรกันเลย เขาไม่เคยชินกับการค่อยๆ เล้าโลมแบบนี้ของพระอาทิตย์ ที่แม้จะไม่ได้นุ่มนวลแต่ก็ไม่ดิบเถื่อนเหมือนแต่ก่อน

“พะ…พอแล้ว พระอาทิตย์” เชนร้องบอกออกมาเสียงพร่าทำให้   พระอาทิตย์ยืดตัวขึ้น นิ้วยาวค่อยๆ สอดเข้าไปในช่องทางรักสีหวาน

“ไม่เอานิ้ว ไม่เอา อึก อื้อ” เชนร้องบอกออกมา ขาเรียวสั่นระริกจนพระอาทิตย์ยังรู้สึกได้ พระอาทิตย์ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ขนาดเรื่องบนเตียงเชนยังกล้าดื้อใส่เขาเลย เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง

“พระอาทิตย์กูต้องการมึง เข้ามานะ เข้ามารักกู” เชนพูดขอสิ่งที่ต้องการออกมา

 “จะยั่วไปถึงไหน” พระอาทิตย์กัดฟันกรอด เขาเอื้อมหยิบเจลที่หัวเตียงชโลมไปที่แท่งร้อนของตัวเองอย่างรวดเร็ว

พระอาทิตย์จับแท่งร้อนของตัวเองจ่อไปที่ช่องทางด้านหลังของเชน ปลายแท่งร้อนถูไถไปมาอย่างยั่วยวน เชนขมวดคิ้วมุ่น พระอาทิตย์ไม่ได้ดั่งใจเขาเสียเลย

เชนเอี้ยวตัวและใช้มือบางจับไปที่แท่งร้อนของพระอาทิตย์และขยับสะโพกของตัวเองเพื่อให้ขยับถนัดขึ้น

“น่ารักชะมัด”

“ก็มึงมันคนขี้แกล้ง” เชนว่าออกมา ร่างบางดันตัวให้แท่งร้อนเข้ามาในช่องทางรักของตัวเองพระอาทิตย์ใช้มือหนาลูบไปที่ท้องน้อยของเชนแผ่วเบา

“ซี้ด อย่าเกร็งสิ เดี๋ยวก็เจ็บหรอก” พระอาทิตย์พูดออกมา เชนผ่อนลมหายใจออกมายาวพรืด

สวบ!!! พระอาทิตย์ดันสวนสะโพกแกร่งเข้าหาจนแท่งร้อนจมมิดเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มของเชน

“อ๊า!!!” เชนร้องครางออกมาเสียงแหบสั่น ใบหน้าหวานเชิดขึ้น     พระอาทิตย์หยุดนิ่งไปสักพักเพื่อรอให้ช่องทางด้านหลังของเชนปรับตัวได้

พระอาทิตย์ค่อยๆ ขยับสะโพกช้าๆ โพรงอ่อนนุ่มค่อยๆ โอบรัดแก่นกายของเขาเข้าไป ปากหนาพรมจูบซับไปที่แผ่นหลังเนียนและไม่วายฝากร่องรอยไว้เพื่อให้รู้ว่าร่างกายนี้มีเขาเป็นเจ้าของ เหงื่อเริ่มออกทั่วใบหน้าของเชน ฟันซี่สวยกัดไปที่ปากล่างของตัวเองแน่น  แก่นกายที่ฝังอยู่ภายในเริ่มร้อนระอุเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำหล่อลื่นที่ร่างกายของเชนสร้างมันขึ้นด้วยแรงอารมณ์ สองมือหยาบหนารั้งเชนให้ยืดตัวขึ้น

พระอาทิตย์นั่งพิงไปที่หัวเตียงแล้วให้เชนนั่งทับมาที่กลางกายของเขาโดยที่ร่างบางหันหลังให้ สองแขนแกร่งสอดเข้าไปใต้ข้อพับและจับขาทั้งสองข้างของเชนไว้สะโพกหนาเด้งสวนขึ้นถี่ๆ ทำเอาเชนร้องครางไม่เป็นภาษา

“อื้อ…อ๊ะ…อ๊ะ…อะ…อา…อ๊า” แรงกระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างกับพายุเข้ามันทั้งลึกและแรงทำเอาเชนถึงกับหวีดร้องเพราะปลายแท่งร้อนของพระอาทิตย์ที่สวนเข้าไปโดนจุดภายในของเชนแทบจะทุกครั้ง

“ซื้ด เชน” พระอาทิตย์ครางเรียกเชนออกมา ลิ้นหนาเลียใบหูเล็ก

“แรงๆ พระอาทิตย์ กูอยากได้แรงๆ กว่านี้” เชนพูดขอออกมา     

พระอาทิตย์จับเชนยกออกจากแก่นกายของเขา เชนขยับตัวนอนลงสองแขนแนบไปที่ข้างขาเนียนและสอดไว้ใต้ข้อพับของตัวเองก่อนจับแยกขาออกกว้างเผยให้เห็นช่องทางด้านหลังเป็นจีบขมิบรอรับอะไรบางอย่าง

พระอาทิตย์ยกยิ้มนิดๆ เพราะเชนก็ยังเป็นเชน ถึงจะง่วงหรืองอแงยังไงแต่พอถึงเวลาที่ร่างบางต้องการก็ไม่มีอะไรมาห้ามได้ พระอาทิตย์สวนกายกระแทกเข้าไปเต็มแรง และซอยถี่ยิบ

“อึก…อ๊า…แบบนั้นพระอาทิตย์…อะ….อ๊ะ…ลึก…จัง อ๊า…” เชนร้องออกมาระงมลั่นห้อง ดีที่ห้องเขาค่อนข้างเก็บเสียงยิ่งเมื่อเปิดแอร์ด้วยแล้วไม่มีใครได้ยินแน่นอน

พระอาทิตย์มองแก่นกายขนาดใหญ่ของตัวเองที่ตอนนี้ถูกช่องทางรักของเชนกลืนกินเข้าไปในร่างกายยิ่งทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม

เชนเด้งสวนสะโพกเข้าหารับกับจังหวะที่พระอาทิตย์กระแทกกายเข้าออก ขาเรียวโอบเกี่ยวสะโพกหนาของพระอาทิตย์เพื่อให้แก่นกายของฝังลึกเข้าใปในช่องทางสีหวานของเชนเอง

 เชนห่อปากครางซี้ดอย่างสุดเสียว บทรักดำเนินเนิ่นนาน แรงซอยถี่ยิบมีบางครั้งที่พระอาทิตย์เด้งสวนเข้าใส่รุนแรงแบบหนักหน่วงทั้งตอกอัดและกระแทกกระทั้นทำเอาเชนหวีดร้องครางลั่น กระทั่งมาถึงช่วงที่ทั้งคู่ใกล้จะถึงปลายทาง

“อือ…อ่า…ใกล้แล้ว…ซี้ด พระอาทิตย์!!!” เชนร้องเรียกคนรัก

พระอาทิตย์ขยับกายกระแทกหนักๆ เข้าไปอีกสองสามทีจนถึงจุดปลดปล่อยออกมา เขาฝังร่างลึกจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับเชน เชนกระตุกกายและปลดปล่อยน้ำรักออกมาเปรอะหน้าท้องของเขาเต็มไปหมด

“อ๊ะ…ฮื้อ” แก่นกายของพระอาทิตย์ยังฝังแน่น พอยิ่งขยับมันก็ยิ่งทำให้เชนเสียวซ่าน เชนครางเสียงสั่นพร่าหันมาสบตากับพระอาทิตย์ด้วยท่าทางออดอ้อน เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงช้าๆ อย่างเหนื่อยอ่อน

“พระอาทิตย์” เชนเรียกพระอาทิตย์

“หืม ว่าไง”

“กูรักมึง” เชนพูดออกมาและหลับลงไปสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย

“กูก็รักมึง” พระอาทิตย์พูดจบก็จูบซับไปที่แก้มใสและถอนกายออก เขาอาบน้ำอีกรอบและออกมาทำความสะอาดให้เชนอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนเสื้อนอนให้เชนใหม่ก่อนจะขึ้นไปนอนใต้ผ้าห่มผืนหนา มือหนาเอื้อมปิดไฟหัวเตียงและไม่วายจูบไปที่ปากบางย้ำๆ ไล่เลื่อนลงไปที่ลำคอขาวของเชน

“อื้อ” เชนร้องครางท้วงอย่างรำคาญนิดๆ

“หึหึ” พระอาทิตย์หัวเราะขำในลำคอและนอนลงบนหมอนใบโต ไม่นานเขาก็หลับตามเชนไป


รุ่งเช้า

เชนตื่นก่อนพระอาทิตย์จ้องมองใบหน้าคมที่นอนร่วมหมอนใบเดียวกับเขา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

“เวลาหลับ ก็ยังดูดีแฮะ” เชนพูดพึมพำออกมา เขาลงจากเตียงเพื่ออาบน้ำแต่งตัว

“นี่มัน! พระอาทิตย์!!!” เชนพูดเสียงลอดไรฟันเมื่อเห็นรอยจูบที่ต้นคอของตนเอง เชนรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างหงุดหงิด เขาต้องจัดการผู้ชายหื่นคนนี้แบบจริงๆ จังๆ สักที

ปึกๆๆ เชนใช้หมัดเล็กทุบไปที่อกแกร่งไม่แรงมากนัก

“อื้อ อะไรๆ” พระอาทิตย์งัวเงียลืมตาขึ้นเห็นเชนนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียงข้างๆ เขา

“ไหนบอกจะไม่ทำรอยไง บอกแล้วใช่ไหมว่าจะพาน้องไปดูงานข้างนอกมหาวิทยาลัยวันนี้” เชนพูดว่าออกมาเสียงเขียว

“กูทำอะไร” 

“แล้วนี่อะไร” เชนชี้ไปที่ต้นคอของตัวเอง รอยแดงช้ำปรากฏขึ้นชัดเจนที่ลำคอขาว

“หึ สวยดี” พระอาทิตย์พูดออกมาหน้าตาเฉย

“พระอาทิตย์!!!” เชนรั้งคอเสื้อนอนของพระอาทิตย์ให้ลุกขึ้นมา

“จะให้ทำไง หรืออยากให้ทำเพิ่มอีกรอยเป็นไง” พระอาทิตย์ยกยิ้มมุมปากนิดๆ

“คนเลว กูจะไม่ให้มึงเอาอีก” เชนพูดว่าออกมาและทำท่าจะลุกจากเตียง

พรึบ!!! พระอาทิตย์รั้งเชนให้มานอนใต้ร่างเขา

“อ๊ะ หนัก” เชนพูดว่าออกมา เพราะพระอาทิตย์นอนทับเกยเขาอยู่เกือบครึ่งลำตัว

“แค่ออกไปดูงานข้างนอก มึงต้องแต่งตัวน่ารักขนาดนี้เลยหรือไง” ร่างแกร่งถามออกมาเสียงเรียบ

“นี่ธรรมดาสุดแล้วนะ งี้แหละก็คนมันหล่ออะ” เชนพูดออกมายิ้มๆ พระอาทิตย์เลิกคิ้วมองนิดๆ 

“อะไร” เชนถามออกมาเพราะพระอาทิตย์เอาแต่จ้องเขาไม่หยุด

“ไปสายหน่อยได้ไหม” พระอาทิตย์ถาม

“ทำไม”

“กูจะลบรอยให้ไง” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงพร่า

“อื้อ…” เชนครางท้วงในลำคอ มือบางยันอกแกร่งให้ออกห่าง

“แฮ่กๆ ปล่อย พระอาทิตย์พอแล้ว” เชนพูดท้วงเสียงลั่น

“หวงตัวหรือไง” พระอาทิตย์ถามออกมา

“ไม่ได้หวง แต่มึงหัดรู้จักพอบ้างเถอะ” เชนว่าออกมา

“ทำไมต้องออกไปแต่เช้า” พระอาทิตย์ถามออกมา

“ก็นัดเพื่อนไว้แล้ว” เชนพูดบอก

“อืม แล้วเดินทางกันยังไง”

“กูขับรถตามไปอีกที” เชนพูดบอกและลงจากเตียงเพื่อจัดทรงผมเล็กน้อย

“อะไร” พระอาทิตย์ถามขึ้นเมื่อจู่ๆ เชนก็มายืนแบมือตรงหน้าเขา

“มือถืออยู่ไหน” เชนถามออกมา

“ทำไม”

“เอามาเถอะน่า” ปกติเขาไม่วุ่นวายกับของส่วนตัวของพระอาทิตย์อยู่แล้ว พระอาทิตย์เอื้อมมือหยิบมือถือเครื่องหรูให้เชน

“รหัส” เชนถามออกมา

“วันกับเดือนเกิดมึง” พระอาทิตย์พูด เชนนิ่งไปและยิ้มออกมา

“คิดว่าแค่นี้กูจะรักมึงมากไปกว่านี้เหรอ” เชนแกล้งถาม

“…” บ้าจริงพระอาทิตย์หันหน้าหลบ ปกติเขาไม่เคยเปลี่ยนรหัสและมักใช้แบบเดิมมาตลอด แต่เพราะหนังสือบ้าๆ พวกนั้นที่แอลเอามาให้เขาอ่าน แล้วเขาก็บ้าจี้ทำตาม เฮงซวยชะมัด

“จะบอกอะไรให้นะ แค่นี้ก็รักจะแย่ จุ๊บ แชะ!!!” เชนหอมไปที่แก้มหนาและกดชัตเตอร์อย่างรวดเร็ว เชนกดมือถือของพระอาทิตย์สักพักก็ส่งคืนให้เจ้าของ

“ไปละ อีกสองวันเจอกัน” เชนพูดขึ้น

“อืม” พระอาทิตย์ตอบรับในลำคอ

วันนี้เขาต้องบินกลับฮ่องกงเพื่อสะสางงานให้จบๆ ช่วงนี้งานของเขากับปิงมีแต่เรื่องให้ปวดหัวแทบทุกวันตั้งแต่เพื่อนรักเขามีเมียเป็นตัวเป็นตน แต่เขายังไม่ได้บอกเชนเพราะคิดไว้แล้วว่าจะรีบไปแล้วรีบกลับมาให้ทันเชนกลับจากดูงานกับมหาวิทยาลัย

พระอาทิตย์ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เชนออกไปได้สักพัก เขาเดินลงมาจากบนห้อง

“สวัสดีครับ” พระอาทิตย์ยกมือไหว้แม่ของเชน

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ เชนไม่เห็นบอกแม่เลย” แม่ของเชนเอ่ยทักอย่างงุนงง

“มาถึงเมื่อคืนครับ พอดีมาถึงก็ดึกมากแล้ว” พระอาทิตย์พูดบอก

“ทานข้าวก่อนไหม แม่ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เลย เจ้าเชนนี่น่ามันน่าจริงๆ” แม่เชนบ่นออกมา

“ไม่เป็นไรครับ ผมขอกาแฟดำสักแก้วก็พอ” พระอาทิตย์หันไปพูดกับแม่บ้านอย่างสุภาพ

“แล้วนี่กำลังจะไปไหน”

“พอดีผมต้องบินไปฮ่องกงครับ” พระอาทิตย์พูดขึ้น

“มายังไม่ทันหายเหนื่อยต้องบินอีกแล้ว” แม่ของเชนพูดขึ้นอย่างห่วงใย พระอาทิตย์ยิ้มออกมาบางๆ

“กาแฟค่ะ” แม่บ้านยกกาแฟให้พระอาทิตย์

“ขอบคุณครับ” เขาพูดขอบคุณอย่างสุภาพและยกกาแฟขึ้นจิบ เขานั่งคุยกับแม่เชนสักพักก็ขอตัว

“แจ็ค จัดการพร้อมแล้วใช่ไหม แล้วบอกฝั่งหลีหยวนให้พวกมันเตรียมพร้อม กูไม่ค่อยไว้ใจพวกไอ้สุธีร์เท่าไหร่” พระอาทิตย์พูดสั่งงานออกมาเสียงเรียบ…

แจ็คขับรถพาพระอาทิตย์มายังเซฟเฮาส์ของสุธีร์เพื่อมาตามเวลานัดหมายของปิง

“เลิกแสดงละครได้แล้วนนทิชา” เสียงของพระอาทิตย์ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“คุณพระอาทิตย์…” นนทิชาหันไปมองผู้ที่มาใหม่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคู่นอนของเธอคนล่าสุด

“งานของคุณจบแล้วคุณสุธีร์ เรื่องไม้ที่ส่งไปยังแถบเอเชียตอนนี้ตกมาอยู่ในมือของผมกับเปรมแล้วเพราะผู้หญิงของคุณคนนี้”

พระอาทิตย์พูดขึ้นและเดินมายืนอยู่ข้างๆ ปิง หลีหยวนก็เดินมายืนฝั่งปิงด้วยเหมือนกัน หมอกฤตที่ยืนอยู่ถึงกับตกใจ 

“มันอะไรกัน ปิง” หมอกฤตพูดขึ้น ปิงหันมามองนิ่ง

“นี่พวกคุณเฉิน คุณร่วมมือกันหักหลังผมรึไง” สุธีร์พูดขึ้น 

“ไม่ใช่ผมที่หักหลังคุณ แต่เพราะคุณมายุ่งกับผู้หญิงแพศยาคนนี้เอง คุณรู้อะไรไหมครับ นนทิชาผู้หญิงคนนี้น่ากลัวแค่ไหน เธอสั่งให้คนของคุณไปรุมโทรมลูกชายตัวเองและอ้างชื่อคุณว่าคุณเป็นคนสั่ง” หลีหยวนพูด

“อะไรนะ ผมจะทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นได้ยังไง มันไร้สาระ” สุธีร์พูดขึ้นอย่างแปลกใจและมองไปที่นนทิชาที่ตอนนี้ยืนหน้าซีดเผือด

“แล้วผู้หญิงคนนี้ยังเอาข่าวที่คุณส่งไม้ล็อตใหญ่ไปยังแถบเอเชียนั่นอีก คุณเองน่าจะสงสัยคนใกล้ตัวคุณบ้างนะครับ หรือว่าหลงผู้หญิงจนหน้ามืดไปแล้วครับคุณสุธีร์” พระอาทิตย์พูดเสียงเย้ยหยัน

“ไปตายซะพวกแก” นนทิชาควักปืนพกกระบอกเล็กจ่อมาที่ปิง

ปัง!!!

ทันที่ที่พูดจบหญิงสาวก็เหนี่ยวไกและยิงไปที่กลางลำตัวของปิงทันที เสียงปืนตามมาอีก 2 นัดติดๆ ร่างสูงยืนนิ่งไม่ไหวติง พร้อมกับต้นไม้ที่เดินลงมาจากชั้นสองที่ตอนนี้ก้มตัวหลบลูกกระสุนพัลวัน เหว่ยฟานชักปืนออกมายิงไปที่นนทิชา สุธีร์คว้าตัวหญิงสาวหลบแต่ก็ไม่พ้น กระสุนเจาะเข้าที่ร่างบางอีกทั้งเฉียดไปโดนแขนของสุธีร์เต็มๆ

“ป๋า!!!” เสียงต้นไม้เรียกพ่อตนเองดังลั่น ร่างโปร่งวิ่งมาดูและประคองผู้เป็นพ่อให้นั่งลง

“ปิง…ฮึกปิง…ไม่นะปิง เหว่ยฟานไปเอารถออกเร็ว!!!” หมอกฤตพูดขึ้น หลีหยวนเข้ามาประคองปิงและดึงมือกฤตออกจากร่างสูงตรงหน้า หมอกฤตได้แต่สะบัดมือหนีและจ้องเขม็งไปที่หลีหยวน

“อย่ามาเข้าใกล้ผม” หมอกฤตพูดขึ้น

“หึหึ ทำไมผัวจะเข้าใกล้เมียตัวเองนี่มันจะขาดใจตายเลยรึไง”  

หลีหยวนพูดจากวนประสาทหมอกฤตกลับไป หมอกฤตทำสีหน้าไม่พอใจและเดินมาประคองปิงอีกฝั่ง มือบางจับไปตรงแผลที่โดนยิงเพื่อห้ามเลือด

“เป็นไงมึง เจ็บดีไหมวะ” หลีหยวนหันไปพูดกับปิง

“อืม นิดหน่อย” ปิงพูดขึ้นเสียงนิ่ง

“กูจะถือว่ากูได้เอาคืนที่มึงยิงกูก็แล้วกัน” หลีหยวนพูดขึ้น

“ที่กูยิงมึงเพราะมึงดูแลปริญญ์ไม่ได้ ไอ้เพื่อนเวร”

ปิงพูดพลางขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะเจ็บแผลที่หน้าอกและหน้าท้อง ร่างสูงโดนกระสุนเข้าไป 2 นัดเต็มๆ 

หลีหยวนทำงานให้กับพระอาทิตย์ที่เป็นเพื่อนสนิท แต่พระอาทิตย์ไม่ได้บอกกับปิงให้รู้ตั้งแต่แรกเพราะกลัวว่าเรื่องจะพลาดท่าเสียที เพราะปิงเป็นคนใจร้อนคิดอยากจะทำอะไรก็ทำโดยไม่ปรึกษาเพราะอย่างนี้เขาถึงไม่ได้บอกกับเพื่อนสนิทตนเอง

“ให้มันจบที่ฉัน…อึก…กับผู้ชายสารเลวคนนั้นเถอะนะคะ คุณสุธีร์” เสียงแผ่วเบาขาดห้วงของนนทิชาพูดขึ้น 

“เธอมันสารเลว นนทิชา” สุธีร์พูดขึ้นแต่ก็ยังไม่ปล่อยอ้อมกอดจากหญิงสาว

ต้นไม้ได้แต่ยืนมองอย่างเจ็บปวดที่ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อตัวเองมีอะไรกับเลขา

“ฉันขอโทษ อโหสิให้ฉันด้วยนะคะ” นนทิชาพูดขึ้นและค่อยๆ หมดลมหายใจ

“มันยังไม่จบง่ายๆ หรอกนนทิชา” สุธีร์พูดขึ้นและเดินไปยังร่างของปิงที่นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างๆ หมอกฤตและหลีหยวน 

“อย่าเพิ่งตายนะครับคุณเปรม เพราะเรายังไม่ได้สะสางเรื่องธุรกิจกับเรื่องลูกชายผมเลย” สุธีร์พูดและก้มมองไปที่ทั้งสามคน

เขาเดินกลับไปยังร่างไร้วิญญาณของนนทิชาที่นอนหมดลมหายใจและออกคำสั่งลูกน้องให้เข้าไปจัดการกับร่างของหญิงสาว เขาปล่อยให้คู่อรินอนหายใจรวยรินอยู่แบบนั้น เพราะจะถือว่าไม่สูสีถ้าหากทำอะไรกับร่างสูงตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก 

“ไปเอารถออก!!!” พระอาทิตย์สั่งลูกน้องเสียงดังลั่นบ้าน

ต้นไม้ที่ยืนมองร่างสูงตัวสั่นเทา น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาช้าๆ หัวใจของเขาตอนนี้สั่นไหวแปลกๆ เพราะรู้สึกห่วงคนที่นอนอยู่ที่พื้นจนแทบอยากจะเข้าไปโอบกอด แต่ก็ต้องใจแข็งและหันหลังกลับ 

“ต้นไม้…” เสียงแผ่วเบาของปิงพูดขึ้นและเงียบไปเพราะตอนนี้ร่างสูงสลบไปแล้ว

“ปิง ไม่ๆๆ อย่าหลับ เหี้ย” หลีหยวนพูดขึ้นและตบไปที่หน้าของปิง ทั้งสามคนช่วยกันพยุงร่างของปิงไปที่รถและมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที

รถหรูของพระอาทิตย์แล่นมาตามท้องถนนอย่างรวดเร็ว จนหมอกฤตที่นั่งกดแผลมาให้ปิงตลอดทางยังกลัวว่าถ้าหากเกิดอุบัติเหตุคงต้องตายกันยกคันแน่ๆ

เอี๊ยด!!!

เสียงเบรกของล้อรถที่ไถลไปตามพื้นดังขึ้น พระอาทิตย์หักพวงมาลัยเป็นวงรอบเพื่อบังคับรถแต่ก็เอาไม่อยู่ ด้านข้างคนขับกระแทกเข้ากับบังเกอร์ขอบถนนอย่างจัง รถจีเอ็มซีสีดำขับเบียดปะทะเข้าอย่างแรง 

“เหี้ยเอ๊ย พวกไหนอีกวะ สัด!!!” พระอาทิตย์สบถอย่างหัวเสีย เขาพยายามบังคับรถของตัวเองไว้สุดกำลัง 

เอี๊ยด!!! เสียงเบรกดังสนั่น

ตู้ม!!! 

รถคันหรูเสยเข้ากับหัวสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจนพลิกตะแคงข้างและค่อยๆ ไถลเลาะราวสะพานไปเกือบครึ่งทางจนเกิดเสียงดังสนั่น ตอนนี้พระอาทิตย์บังคับรถไม่อยู่แล้ว เขาทั้งดึงเบรกมือดับเครื่องเข้าเกียร์เพื่อให้รถหยุดแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายรถคันหรูก็ตกลงไปในแม่น้ำ  

พระอาทิตย์มีสติที่สุดภายในรถพร้อมกับเหว่ยฟานที่นั่งมาด้วยกัน ทั้งสองหันกลับไปเอื้อมมือปลดเข็มขัดนิรภัยออก หมอกฤตสลบอยู่หลังรถพร้อมกับร่างสูงที่นอนไม่ได้สติ เหว่ยฟานพยายามแกะเข็มขัดนิรภัยของตัวเองแต่ก็ไม่ออก น้ำเริ่มเข้ามาภายในตัวรถอย่างรวดเร็ว พระอาทิตย์พยายามช่วยเหว่ยฟานก่อนแต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวล็อกไม่ได้ 

“ไปช่วยคุณหมอก่อนเถอะครับ ผมไม่เป็นไร” เหว่ยฟานรีบบอกเพราะสถานการณ์ตอนนี้เสี่ยงต่อการจะจมลงไปตายกันทั้งสี่คน

พระอาทิตย์ปีนไปด้านหลังเบาะที่น้ำท่วมเข้ามาเกือบทั้งคัน เขาพยายามผลักประตูแต่ก็ไม่สำเร็จ มือหนาหยิบปืนที่เหน็บไว้ข้างเอวด้านหลังยิงไปที่กระจกท้ายรถทำให้น้ำท่วมเข้ามาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม           พระอาทิตย์พยายามล็อกตัวหมอกฤตและปิงขึ้นแต่มันช่างทุลักทุเลเหลือเกิน

สายน้ำที่ไหลเชี่ยวค่อนข้างแรงทำให้เขาจำต้องปล่อยร่างสูงไว้ท้ายรถเหมือนเดิมและว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำโดยลากตัวหมอกฤตขึ้นไปได้อย่างปลอดภัย ลูกน้องของปิงบางส่วนเตรียมตัวกระโดดลงไปช่วยแต่กลับถูกพระอาทิตย์ห้ามไว้ 

“พวกมึงจะพากันลงมาตายใช่ไหมน้ำแรงขนาดนี้ สัดเอ๊ย” 

เขาตะโกนออกมาสุดเสียง หมิงโยนอุปกรณ์ลงไปเพื่อลากทั้งสองขึ้นมาก็ต้องพะวักพะวนกลัวว่าเจ้านายและเหว่ยฟานเพื่อนร่วมงานจะเป็นอะไรไป เขายอมที่จะกระโดดลงไปอย่างไม่มีใครห้ามได้ 

“เฮ้ย พี่หมิง!!!” ลูกน้องทั้งของพระอาทิตย์และปิงตะโกนขึ้นสุดเสียง

หลีหยวนกระโดดลงไปช่วยนำตัวหมอกฤตขึ้นมาอย่างทุลักทุเล หมิงที่ดำผุดดำว่ายพร้อมกับนักประดาน้ำที่ตอนนี้มาจอดกันเต็มสองฝั่งและบนสะพานนานร่วมชั่วโมงแต่ก็ไม่พบคนทั้งคู่ นักประดาน้ำขึ้นมาแจ้งว่าพบซากรถหรูจมอยู่ใต้น้ำเลยออกไปจากจุดเกิดเหตุเกือบห้าร้อยเมตร ทุกคนที่อยู่บนฝั่งต่างเป็นกังวลใจ

พระอาทิตย์ที่ยืนสูบบุหรี่มีสีหน้าเคร่งเครียด หลีหยวนที่เป็นคนพาหมอกฤตไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ทราบข่าวก็รีบกลับมายังจุดเกิดเหตุ

“หาดีแล้วเหรอวะ” หลีหยวนถาม 

“เออว่ะ ชั่วโมงกว่าแล้วเจอแต่ซากรถ” พระอาทิตย์บอก  

“หาต่อไปถ้าหาไม่เจอพวกมึงได้นอนตายในน้ำแน่สัดคนแค่สองคนพวกมึงไม่มีปัญญาหาก็ไม่ต้องขึ้นมา” พระอาทิตย์สั่งเสียงดังลั่น 


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว