ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

-คำขอบคุณจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์- [2]

ชื่อตอน : -คำขอบคุณจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์- [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 295

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2562 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-คำขอบคุณจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์- [2]
แบบอักษร

พี่ชายของเขาเป็นพวกที่คิดว่าโลกใบนี้ควรมีแต่ความสงบสุข ทั้งสองเผ่าคือสิ่งที่ควรอยู่อย่างสันติและปรองดอง ทว่าเมื่อพวกเขาโตขึ้น ไม่เพียงแต่มันจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิด บ้านของพวกเขาต่างหากที่เป็นศูนย์กลางของความแตกแยกทั้งหลายทั้งมวล หน้าที่ของเขาไม่ใช่มีชีวิตอยู่บนโลกยูโทเปีย แต่เป็นผู้อยู่จุดสูงสุดคอยเฝ้ามองโชคชะตาของเผ่าพันธ์ที่สร้างมากับมือ

แล้วจากนั้นเขาก็ไม่มีพี่ชายอีกเลย

แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง หลังผ่านช่วงเวลามาถึงจุดๆหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็เกิดขึ้น คุณยายของเขาเริ่มมีความคิดตามอย่างพี่ชาย ทว่าด้วยสถานะของเธอ และร่างกายไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่พึ่งสุดท้ายของความหวังนั้นจึงตกอยู่ที่หลานชายของตระกูล

การเดินทางผ่านเฮลิคอปเตอร์ดูยุ่งยากอย่างที่คิด ที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งนี้ลึกเข้าไปในป่า หากเดินเท้าคงใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่เอเบลหัวหน้าของหมู่บ้านแห่งนั้นกลับติดต่อมาว่าเป็นไปได้ให้เข้าไปจอดที่ลานของหมู่บ้านได้เลย

พอมาถึงที่นี่จริงๆช่วงเย็น กลับพบว่าอากาศที่นี่บริสุทธิ์กว่าที่คิด ไม่ได้สกปรกหรืออับชื้น คงเพราะมันอยู่ส่วนที่พระอาทิตย์จะสาดแสงลงมาถึงพอดี

คนแรกที่เข้ามาทักทายคือเอเบลซึ่งคุ้นหน้ากันดีอยู่แล้ว จากนั้นจึงเป็นคนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาพูดคุยเป็นการใหญ่ ทั้งเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างมีสีหน้าแจ่มใสเกินกว่าคนเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ”

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอก” ทุกคำพูดเขาเลือกจะตอบกลับไปแค่นี้

เขาแค่อยากมาดูผลจากวัคซีนเท่านั้น ไม่คิดว่าจะต้องฟังคำพูดพวกนี้เลย

กระนั้นก็มีหญิงคนหนึ่งเข้ามากุมมือของเขาไว้ พูดเสียงเครือเหมือนจะร้องไห้ออกมา

“หากไม่มีคุณหมู่บ้านแห่งนี้คงแย่แน่ๆ มันเป็นบ้านสุดท้ายของพวกเราแล้ว”

“นี่เธอ จู่ๆเข้ามาจับ...” เสียงขายคนหนึ่งโพล่งออกมาจนหลายคนสะดุ้ง

เขาหันไปส่งสายตาปรามพวกที่ทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เก็บอาวุธยัดใส่กล่องไปให้หมด เพราะเห็นได้ชัดว่าที่นี่ปลอดภัยกว่าที่แซนดร้าพูดไซโคก่อนลงจากเครื่อง

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่คิดจะทำอันตรายอะไรกับพวกคุณ” เขาพูดปลอบทั้งที่รู้สึกว่ามันไม่จำเป็น

คำพูดนั้นเหมือนจะจุดชนวนให้คนอื่นเข้ามาจับมือขอบคุณบ้าง เขาพบว่าคนที่นี่ไม่คิดเก็บหูกับหางบ่งบอกสปีชีย์ของตัวเองแม้แต่คนเดียว ผิดกับพวกในเมืองมาก

พอมองหาเจ้าจิ้งจอกที่พกมาด้วย ก็พบว่าเจ้านั่นกำลังถูกเด็กๆรุมล้อมเหมือนสนิทกันมานาน แถมยังอุ้มเด็กตัวเล็กคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกกระต่ายไว้บนไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ

เป็นส่วนที่ไม่ได้เขียนเข้ามาให้อ่าน

เหมือนคนอื่นจะสังเกตเห็นสายตาข้องใจของเขาผิดไป จึงพูดขึ้นมา “แล้วอยากขอบคุณหนูไรเซลด้วยนะคะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เด็กคนนั้นคอยเฝ้าคนไข้ทุกคืนด้วยตัวคนเดียวเพื่อให้แพทย์กับคนอื่นๆได้มีเวลาพักบ้าง แถมดูเหมือนว่าจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้กับคุณโดยตรงทั้งที่ที่ผ่านมาพวกเราสร้างความเดือดร้อนให้”

เสียงพูดคุยเห็นด้วยเป็นการใหญ่

“คุณไปบอกเขาด้วยตัวเองเถอะ”

“แต่ว่าเด็กคนนั้นน่ะเขาบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์รับ จะต้องบอกกับคุณเท่านั้นน่ะ”

เกวนรู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย กระทั่งเอเบลบอกให้ทุกคนออกห่างจากเขา เพื่อจะคุยเรื่องธุระอื่นที่สำคัญกว่า คนอื่นๆจึงพากันเข้าไปในบ้านของเอเบล ดูเหมือนจะมีส่วนนึงเคยเป็นโรงพยาบาลชั่วคราวมาก่อน เตียงที่ยังตั้งอยู่เต็มห้องจึงเป็นที่นั่งชั่วคราวไปโดยปริยาย

การหารือเรื่องขนย้ายคนในหมู่บ้านไปที่อื่นกินเวลามากกว่าเดินทางเสียอีก มีหลายคนยังกลัวอิทธิพลของมนุษย์ภายนอกจนไม่อยากออกไป นั่นรวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนทั่วไปอาจใช้เวลาเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่กับสัตว์ดัดแปลง

สัตว์ดัดแปลง มนุษย์ดัดแปลง จากการวิจัยขึ้นมาพวกเขาไม่ได้ฉลาดนัก บางคนยังมีความเป็นสัตว์ป่าอยู่มากแม้ว่าจะถูกเลี้ยงหรือเติบโตด้วยน้ำมือมนุษย์ พูดก็คือหากถูกดัดแปลงพันธกรรมมาจากหมีกริซลี่ ต่อให้เลี้ยงด้วยพ่อแม่มนุษย์ เด็กคนนั้นก็จะมีนิสัยดุร้าย ชอบทำลายข้าวของเวลาหงุดหงิด หากเลี้ยงผิดวิธีก็จะควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้วยังมีพฤติกรรมชอบปืนต้นไม้หรือกัดแทะเปลือกไม้ เป็นการแสดงออกผ่านพันธุกรรม ยิ่งเด็กที่เกิดจากมนุษย์ดัดแปลงด้วยกัน ดีเอ็นเอก็จะมีความเป็นสัตว์มากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นสาเหตุหลักที่พวกฝ่ายต่อต้านจะเอามาโจมตีเวลาโต้เถียง

“ช่วงนี้พวกเรายังต้องดูแลตัวเองน่ะคุณเกวน แต่หากคุณให้ความมั่นใจ สักวันพวกเราคงใช้ชีวิตเหมือนพวกมนุษย์ได้”

“นั่นสิๆ ในป่ามันลำบากจะตาย”

ทว่าอาการดีใจ อาการเป็นห่วงเป็นใย และความขอบคุณที่สื่อมาทั้งคำพูด แววตา และการกระทำของสิ่งดัดแปลงพวกนี้ มันทำให้รู้สึกสับสนเล็กน้อย

แค่เล็กน้อยเท่านั้น





กว่าจะถึงที่พักก็เป็นเวลาค่ำมากแล้ว เอเบลเสนอให้พวกเขาค้างคืน แต่เพราะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเรื่องนั้นจึงต้องปฏิเสธไป

ตามตารางอ่านแล้วเขามีกินเลี้ยงที่เมืองหลวง ตามด้วยไปสัมมนาอีกสองสามที่ ไม่มีเวลาเที่ยวเล่นอีก

เกวนนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่างคือป่ามืดครึ้มกว่าช่วงกลางวัน ท้องฟ้าเป็นสีดำสนิท เสียงเฮลิคอปเตอร์คือสิ่งเดียวที่พวกเขาได้ยิน จึงไม่มีใครพูดอะไรกันมาก

คิดแบบนั้นจนรู้สึกว่าแขนของเขาถูกสะกิด เป็นจิ้งจอกที่ถึงจะพูดไม่ได้แต่ก็ยังช่างจ้อได้ เพราะอยากให้คนอื่นได้พักผ่อนกว่านี้เขาจึงให้ไรเซลนั่งใกล้ตัวเองเป็นการประหยัดเนื้อที่

‘ผ่านมาได้ด้วยดี ดีใจด้วยนะครับ’

“ดีใจ?” เกวนพูดเสียงเบา เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมเดินทางคนอื่นได้ยิน

แสงสลัวจากข้างนอก พอให้เห็นว่าใบหน้างดงามของจิ้งจอกหิมะดูสดใสกว่าทุกครั้ง อยู่ด้วยกันมาหลายเดือนเกวนไม่มีเวลาด้วยก็จริง แต่ด้วยฐานะที่เป็นอยู่ทำให้ต้องสังเกตและจดจำคนในการปกครองของคนให้ได้ เขาจึงรู้ว่าที่จริงไรเซลไม่ใช่จิ้งจอกเงียบแบบที่เจอกันตอนแรก

‘พวกเขาน่ะเคารพคัวคุณมาก แสดงว่าพวกเขาดีกับคุณแล้วนะครับ’

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้พูดประโยคแบบนี้ออกมา

“เขาขอบคุณนายต่างหาก”

ดวงตาสีน้ำเงินซึ่งสว่างในความมืดสบมอง ข้อความถูกเขียนลงบนกระดาษอีกครั้ง ‘ไม่หรอกครับ ผมทำตามหน้าที่ที่คุณต้องการ’

“คิดอะไรแบบนั้น”

‘เรื่องจริงครับ’ ไรเซลชูป้ายให้เขาอ่าน ก่อนจะพักมันเข้าที่เดิมแล้วเขียนต่อ ‘แต่ถ้าอยากให้ผมรับ งั้นผมขอครึ่งเดียวนะครับ พวกเขาดีใจมาก และหวังว่าโครงการของคุณจะสำเร็จด้วยดี’

เขาถอนหายใจ “รู้ว่าฉันกำลังทำอะไร แต่นายก็ยังใส่ปลอกคออยู่?” เสียงของเขาดูแปลกไปเล็กน้อย แต่หวังว่าเจ้าจิ้งจอกนี่จะตีความไม่ออก

ไรเซลจับที่ปลอกคอของตัวเอง  เขียนข้อความที่อ่านยังไงก็รู้ว่ากำลังประจบประแจง ‘ขอผมใส่ปลอกคอเพื่อแสดงความซื่อสัตย์ต่อคุณโดยไม่ต้องพูดนะครับ’

“ไร้สาระ...นายชอบปลอกคอนั่นจริงๆเลยนะ”

‘รักมากครับ’

นั่นมันปลอกคอนายเก่าของนายต่างหาก

“อยากทำอะไรก็ตามใจเถอะ” เขาพูดตัดบท เพราะไม่อยากเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ “เพราะยังไงก็แอบใส่มันอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ”

สีหน้าของไรเซลดูจะยิ้มเจื่อนลงมาเล็กน้อย ก่อนก้มหน้าก้มตาเขียนแล้วยื่นส่งให้อีกครั้ง ‘จบจากงานนี้คุณจะทำอะไรต่อเหรอครับ เกี่ยวกับพวกเขา’

“สนใจพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ?”

‘คำขอบคุณครึ่งนึงยังไงล่ะครับ’

...เริ่มมีการทวงแล้ว นึกสงสัยจริงๆเลยว่านิสัยแบบนี้มันได้มาจากใคร

“พวกเขาต้องย้ายจากมาจากกลางป่าถ้าเป็นไปได้ ที่นั่นมันเสี่ยงที่จะเกิดโรคขึ้นอีก แถมสุขอนามัยไม่ได้เหมาะกับเด็กเล็ก เราก็ต้องดูว่ามีใครอยากรับหน้าในงานส่วนนี้บ้าง เพราะใกล้ช่วงทำผลงานยื่นเบิกงบรัฐแล้ว”

‘คุณไม่จัดการส่วนนี้เหรอครับ’

“มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะพวกเขาก็ก่อเรื่องมากมาย บุกรุกพื้นที่ป่าก็ใช่ ฉันต้องการความมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีกเมื่อเป็นจุดสนใจของพวกฝ่ายรัฐ จะไม่เข้าไปแทรกแซงให้มากว่านี้ การลงโทษของพวกเขามีแค่คงทำตามอิสระตัวเองไม่ได้อีก แล้วมันคงดีกว่าสำหรับเด็กๆ”

ผลต่อจากนี้ ก็หวังแค่ว่าพวกเขาคงรู้ตัวว่าอิสระมันต้องมีขีดจำกัด

จนถึงตอนนี้ก็ใช่ว่าจะทำใจให้ชอบได้ แต่หากมันเป็นหน้าที่แล้ว เขาช่วยได้มากสุดก็แค่นี้เอง

ก็ขึ้นอยู่กับตัวเลือกของเจ้ามนุษย์ดัดแปลงพวกนั้น จะถือโอกาสครั้งสุดท้ายนี้ใช้ชีวิตตามกฎระเบียบ หรือจะพังมันแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบยากลำบากต่อไป

เป็นความเมตตาครั้งสุดท้าย

ตอนแรกก็คิดว่าจะจบแค่นั้น แต่จิ้งจอกตัวนี้ก็ไม่หยุดง่ายๆ ‘ไหนๆคุณก็มองว่าผมขอน้อยไป ขออีกข้อได้ไหมครับ?’

“ว่ามา”

‘คืนดีกับคุณโอลิเวียด้วยนะครับ’

“ไม่ยักรู้ว่าจิ้งจอกแบบนายจะยังติดใจเรื่องนี้อยู่”

‘เพราะพวกคุณคือคนรักกันยังไงล่ะครับ’

คนรัก...เป็นคำที่ยัดเยียดจังนะ

“…ได้สิ”

สีหน้าของเจ้าจิ้งจอกนั่นดูผ่อนคลายขึ้นมาทันที โดยไม่ทันรู้ตัวเขาก็ยกมือลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้เล็กๆไปแล้ว แล้วก็เหมือนทุกครั้ง ไม่ได้ขัดขืนแถมทำท่าชอบอกชอบใจจนเอนตัวพิงตักของเขาอย่างถือวิสาสะ ทั้งที่ปกติจะเป็นออเดรย์แท้ๆที่กล้าทำแบบนี้

เสียงพูดคุยจากด้านหลังทำให้เกวนเหลือบตามองลูกน้องที่แสร้งหลับกันเป็นแถว

ก็ดีที่ยอมเงียบไปได้

เลี้ยงสัตว์พูดมากสักตัวนี่ลำบากจริงๆ...





ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน เป็นช่วงที่ทุกคนต้องพักผ่อนหลังจากเดินทางมาทั้งวัน

‘ราตรีสวัสดิ์นะครับ’

ถึงจะบอกแบบนั้น แต่ผมกลับยังกระปรี้กระเปร่า และเพราะยังนอนไม่หลับเลยเลือกจะไปนั่งดูทีวีในห้องของตัวเอง

พวกเขาพูดถึงหมู่บ้านลี้ภัย และการช่วยเหลือโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชล

ภาพบนจอโทรทัศน์พูดถึงข่าวการทำงานของบริษัทที่เกวนดูแลอยู่ว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและมนุษธรรม หลายภาพส่วนกำลังจับตามองว่ามันจะเป็นไปในทิศทางใน ระหว่างการเปลี่ยนของผู้มีอำนาจในตระกูล มีบางช่องพูดว่าอาจะเป็นแค่ข่าวโคมลอยเพื่อเรียกคะแนนเสียงในอนาคต

แต่ว่าตอนทำงานจริงผมไม่เห็นพวกเขา หรือชื่อคนที่เกริ่นมาเลยนะครับ แต่ช่างเถอะ

*“จากนี้ช่วยปกป้องเกวนให้ทีนะ”*คำสั่งของโรนา เธอพูดกับผมด้วยประโยคคำสั่ง แต่น้ำเสียงอ่อนเกินกว่าจะเป็นคำสั่ง

และวันนี้เกวนทำให้ผมรู้สึกแปลกใจที่เขาเดินทางไปยังหมู่บ้าน ผู้คนที่หมู่บ้านหน้าตาสดใสกันมาก ไม่มีใครเศร้าอีกแล้ว เป็นเรื่องดีจังเลย แม้ว่าพวกเราจะสูญเสียใครไป พวกเราก็จะสามารถใช้ชีวิตต่อได้ นั่นคือข้อดีของสัตว์ดัดแปลง

เพราะพวกเราตระหนักตลอดเวลาว่าทุกชีวิตไม่มีทางยั่งยืน

ผมกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่ช่องภาพยนต์แทนการฟังเรื่องการเมืองที่ไม่มีวันเข้าใจ

พูดตามตรง ผมไม่คิดว่าเกวนจะตัดสินใจแบบนี้

ผมไม่คิดว่าเขาจะช่วยตามที่พูดแบบนั้นจริงๆ

ผมคิดว่าเกวนจะกำจัดทุกคนทิ้งเพื่อตัดไฟต้นลมพวกที่คิดต่อต้านหรือก่อปัญหาให้บริษัทภายหลัง มันไม่ได้ยากเลยสำหรับผู้มีอำนาจเพียงพอ เพียงแต่จะทำตรงๆไม่ได้เลยเลือกการหลอกให้ตายใจแล้วกวาดล้างทีเดียว

ทั้งที่ผมยื่นข้อเสนอให้เอเบลเอาหัวตัวเองเป็นตัวประกัน แต่สุดท้ายเกวนก็เมินเฉยกับเรื่องนี้ เลือกจะเสี่ยงส่งคนของตัวเองเข้าไปแทน เขารู้อยู่แก่ใจว่าสำหรับผม พวกเอเบลไม่มีทางทำอะไรตราบใดที่ยังมีความหวังว่าผมจะเข้าร่วมกับพวกเขาได้

ผมหาข้อมูลของหมู่บ้าน ทั้งเส้นทางเข้าออก การสื่อสารต่างๆ หากเกวนมอบคำสั่งผมสามารถจัดการเส้นทางทั้งหมดเพื่อให้เขารวมตัวกันและไม่มีใครหนีได้เลยสักคน

ทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้พวกเขาต่อต้านความคิดที่จะสนับสนุนความเท่าเทียมของสองเผ่าพันธุ์ การเสียสละหมู่บ้านนี้ไปก็จะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ให้พวกที่ยังไม่โผล่หัวมารับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่ยอมจำนน หมากทุกอย่างพร้อมแล้ว ผมเชื่อเลยว่าแม้มันจะโหดร้ายและนองเลือดไปบ้าง คะแนนเสียงของคนในบริษัทจะต้องมากกว่าครึ่งที่เห็นด้วย

ทั้งที่เป็นแบบนั้น เกวนกลับไม่สนใจอะไรเลย เขายอมเสียสละคนของเขาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจอันแท้จริง และมันได้ผลอย่างดีเยี่ยม จนสุดท้ายก็ถูกคนอื่นรับความดีความชอบไปแทน

แต่เกวนก็เลือกจะทำงานของเขาต่อไปโดยไม่สนใจของพวกนั้นเลย เขาไม่ได้สนใจของเล็กน้อยพวกนี้ มุ่งหน้าไปหาเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น

ดังนั้นในสายตาผม เขาคือคนดีครับ... ไม่ว่าจะเคยเกลียดพวกสัตว์ดัดแปลงตามที่คนอื่นเคยกล่าวมาหรือไม่ สำหรับผมเขาเป็นเจ้านายที่น่าเคารพ

แต่ไม่ว่าเขาจะดีหรือเลว สำหรับเรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับผมเลย

นั่นก็เพราะผมเป็นสัตว์เลี้ยงครับ ผมมีหน้าที่เดินตามหลังเจ้านาย

ไม่ว่าเกวนจะตัดสินใจยังไง ผมก็จะอยู่ข้างกายเขา

หากเขาเป็นคนดี ผมก็จะเป็นเด็กดีกับทุกคนเพื่อไม่ให้เขาถูกครหา

หากเขาเป็นคนเลว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เส้นทางของเขาราบรื่น

มันเป็นหน้าที่ของผมน่ะครับ ครั้งนี้ผมคงวิเคราะห์ตัวตนของเกวนผิดไปหน่อย

เกวนไม่ใช่คนเห็นแก่ชื่อเสียง เขาไม่ชอบสัตว์ดัดแปลง แต่ไม่คิดจะให้ถึงตาย เขาต้องการความเท่าเทียมของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ความเด็ดขาดของเขาคือคำสั่งที่เขาพูดออกมาด้วยตัวเองเท่านั้น และเขาชอบชงกาแฟที่ตัวเองดื่มได้แค่คนเดียวด้วย

ผมเอนตัวลงกับโซฟาแล้วหลับตาลง ตัดสินใจว่าจะพักผ่อนโดยมีเสียงทีวีกล่อมทั้งแบบนี้

บทสรุปออกมาแล้ว งั้นคราวหน้า...จะพยายามเป็นจิ้งจอกที่ดีตามที่คุณหวังเอาไว้นะครับ

+++++++++ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ+++++++++

ไรเซล – คุณโยชิยอมรับตำแหน่งภรรยาที่สามง่ายๆ เลยนะครับ

โยชิ - ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่ ฉันกับหมอนั่นก็เหมือนพี่น้องกัน ตัวก็ติดกันตลอด แถมอีกอย่างมีเกวนเป็นสามีที่รวยขนาดนี้ก็ไม่เลวนะ

เกวนพูดเสียงขรึมมาก – นั่นสินะ ฉันจ่ายเงินให้กับนายมากกว่าที่ซื้อตัวไรเซลมาซะอีก ไม่คิดเหรอว่าฉันต้องได้อะไรตอบแทนบ้าง

โยชิ – เฮ้ย นายจะไม่จริงจังกับคำล้อเล่นนั่นหรอกใช่มั้ย...เฮ้ย อย่าเงียบสิวะ!! อ๊ากกก ไรเซลช่วยที หมอนี่แม่งเข้าโหมดจริงจังเกินไปแล้ว!!!

RIP.

ความคิดเห็น