facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 10-2 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 10-2 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 07:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10-2 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง
แบบอักษร

​อูฮยอนออกมาจากห้องเลเซอร์เพื่อตรวจรักษาเคสถัดไป ผู้ป่วยคนต่อไปของเขา คือประธานลีจองรัน ซึ่งเป็นผู้ป่วยระดับวีวีไอพีของโรงพยาบาล ทายาทแชโบลรุ่นที่สามของธุรกิจโรงแรมและดิวตี้ฟรีเธอไม่รับจากรักษาจากใครทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่อูฮยอน และเป็นคนไข้ที่ยุ่งยากมากในหลายๆ กรณี อูฮยอนคิดว่าดื่มชาแก้วหนึ่งแล้วจะพักสักหน่อย แต่สายตาพลันไปเห็นหน้าจอโทรทัศน์ที่แขวนอยู่ตรงล็อบบี้โรงพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นนี่... หัวขโมยหน้าร้านสะดวกซื้อเมื่อเช้า เหล่าผู้ป่วยที่ตั้งตารอซีรีส์ที่ยูจองกับจีฮุนแสดงนำก็กำลังดูอยู่อย่างสติหลุดลอย

“สวยขนาดนั้นแล้วยังแสดงดีอีกนะเนี้ย”

“ทำยังไงถึงยังไม่แก่เลยนะ... ดูเด็กกว่าตอนเข้าวงการมาอีกด้วยซ้ำ”

“ในรายการเธอเคยบอกว่าโสดมาทั้งชีวิต... คงโกหกใช่ไหม”

“ก็น่าจะเป็นแบบนั้นได้นะ แสดงหนังมันก็ไม่ได้ง่ายเลย แถมยังแสดงทั้งญี่ปุ่น จีน อเมริกา ยุโรปด้วยหนิ มัวแต่ถ่ายหนังต่างชาติ ก็คงไม่มีเวลาไปหาแฟนหรอก”

อูฮยอนที่อยู่ข้างหลังเองก็ได้ยินคนไข้พูดคุยสนทนากันไปมา ท่าทางยูจองคงจะโด่งดังมากจริงๆ จนเขารู้สึกขอโทษเธอขึ้นมา เผยใบหน้าให้ดูก็แล้ว บอกยันชื่อเสียงเรียงนามก็แล้ว เขาก็ไม่รู้จัก แถมยังไปถามอีกว่าเป็นนักร้องหรือเปล่า ความมั่นใจของเธอต้องเสียหายแน่ๆ

“ผอ. ชา ชอบสไตล์แบบยุนยูจองเหรอคะ”

เธอคือประธานลีจองรัน อูฮยอนก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรกับคำถามแบบนี้ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องสไตล์ผู้หญิงที่ชอบอะไรแบบนั้นมาก่อนเลย ทำไมผู้คนที่เข้ามาหา ก็ไม่ใช่เข้ามาเฉยๆ แต่กลับชอบถามว่าสเปกเป็นยังไง ชอบสไตล์ไหนอยู่บ่อยๆ ด้วย อูฮยอนจึงได้แต่ยิ้มรับเป็นการทักทายแทนคำตอบ

“ก็ชอบยุนยูจองเลยตั้งใจออกมาดูซีรีส์ไม่ใช่เหรอคะ”

“เปล่าครับ คนไข้กำลังจะแต่งงานเร็วๆ นี้ ต้องการศัลยกรรมทั้งตัวน่ะครับ ก็เลยใช้เวลานานหน่อย ผมแค่กำลังพักสักนิดหน่อย ก่อนจะรักษาประธานอีต่อครับ”

“ผอ. ชาคะ ฉันก็อยากได้เวดดิ้งโปรแกรมเหมือนกัน…”

“ประธานลีจะแต่งงานเหรอครับ ยินดีด้วยนะครับ”

“ยังไงก็ช่วยทำให้ผิวฉันดี แล้วก็ดูเด็กกว่ายุนยูจองให้ด้วยสิคะ ต้องดูดีกว่ายุนยูจองเลยนะคะ”

ประธานลีพูดแล้วพูดอีกเรื่องที่ต้องทำให้เธอดูอ่อนวัยกว่ายุนยูจองให้ได้หลายต่อหลายครั้ง ถึงเธอจะเป็นคนสวยมาก แต่ถ้าให้เทียบกับยุนยูจองแล้วก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น ทำไมต้องเจาะจงคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นยุนยูจองด้วยเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน อูฮยอนเดินมาในห้องรักษาวีไอพีเพราะต้องศัลยกรรมเลเซอร์ให้จองรัน แต่จองรันก็พูดสิ่งที่ในชีวิตเขาไม่คิดจะทำออกมา

“ผอ. ชา ก็น่าจะมีผู้หญิงเข้าหาเยอะใช่ไหมคะ หน้าตา คุณสมบัติ วิสัยทัศน์ ก็เข้าขั้นสุดยอดหมดเลยนะคะ”

ครั้งนี้อูฮยอนเพียงแค่ยิ้มโดยที่ไม่ตอบอะไรกลับไป พยาบาลที่สังเกตความรู้สึกของจองรันอยู่ก็เลยตอบแทน

“แต่ผอ. ของพวกเราไม่มองใครแล้วก็ไม่คิดจะมีแฟนเลยค่ะ อยู่แต่บ้านออกกำลังกาย ดื่มก็ที่บ้านเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ว่ามาโรงพยาบาลแล้ว ก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนหรอกค่ะ”

“ไม่เหมือนใครจริงๆ ฉันมีเพื่อนที่น่าจะเหมาะกับผอ. ชาอยู่ ลองไปเจอดูไหมคะ”

“คงรับไว้แค่คำพูดนะครับ ว่าแต่ว่าเจ้าบ่าวของประธานลีเป็นใครกันครับเนี่ย”

“เขาเป็นนักแสดงค่ะ ตอนนี้ฉันยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีแถลงข่าว รอดูตอนนั้นแล้วกันนะคะ”

ระหว่างที่อูฮยอนแลกเปลี่ยนบทสนทนากับจองรัน พยาบาลสาวก็รับสารอะไรบางอย่างจากโทรศัพท์ เธอจดลงกระดาษโน้ตแล้วโชว์ให้อูฮยอนดู สีหน้าของอูฮยอนหลังอ่านเนื้อหาบนกระดาษดูหม่นหมองลงไป เพราะเขานึกถึงความทรงจำที่เจอแต่ความอึดอัดกับประธานชาขึ้นมา เป็นการติดต่อจากมารดาที่บอกให้เขานำเงินค่าบ้านงวดสุดท้ายไปชำระอย่างรวดเร็ว แล้วยังบีบบังคับให้ลูกชายไปตัวดูกับทายาทแชโบลรุ่นที่สามที่จะมาเป็นลูกสะใภ้อีก


* * *


เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น อูฮยอนจึงไปที่บริษัทจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อฟังข้อมูลซื้อขายต่างๆ ของบ้านที่แม่ตกลงซื้อ แล้วเขาก็ต้องอึ้งจนอ้าปากค้างอีกครั้ง มันไม่ได้อยู่ในขอบเขตราคาของรถยนต์เท่านั้น แต่ราคาบ้านกลับแพงมากกว่าที่อูฮยอนคิดไปถึงสองร้อยล้าน เขาพูดไม่ออกกับราคาของมันจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น เงินก้อนใหญ่มากกว่าพันล้านวอนก็ถูกจ่ายเป็นค่าเช่าบ้าน* ไปหมดแล้ว ซึ่งความจริงจนถึงวันนี้ที่จ่ายค่าบ้านงวดสุดท้ายไป เขายังไม่ได้ไปเช็กสภาพบ้านเลยด้วยซ้ำ เพราะเจ้าของบ้านมีธุระ จึงได้แต่ไปดูบ้านที่มีโครงสร้างคล้ายกันเท่านั้น ถึงเจ้าของบริษัทจัดหาอสังหาริมทรัพย์จะเขียนหนังสือสัญญาค้ำประกันกับสภาพบ้านไว้ให้แล้ว แต่สำหรับอูฮยอนมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

นี่ก็เป็นความใจป้ำที่ไม่รู้จักโตสักทีและไร้สาระของคุณนายนายองฮี อูฮยอนเป็นห่วงแม่มากมาเสมอเพราะความใจป้ำแบบนี้ เขาพิจารณาดูเอกสารทุกหน้าทุกบรรทัดอย่างละเอียดถี่ถ้วน เจ้าของบริษัทจัดหาอสังหาริมทรัพย์หวาดกลัวทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดจนเหงื่อไหลพลั่ก

“ไม่ว่าแม่จะตกลงอะไรไว้ก็ตามนะครับ แต่ผมจะสบายใจมากกว่าถ้าได้พบกับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยื่นเอกสารและจ่ายเงินด้วยตัวเองนะครับ”

“คือที่คุณพูดก็ถูกนะครับ แต่ว่าเจ้าของบ้านเขาค่อนข้างลำบากถ้าต้องออกมาพบผู้คนน่ะครับ”

“มันเป็นเรื่องจำเป็นนะครับ แค่มาเจอผมคนเดียว ไม่ได้ออกไปเจอใครที่ไหนเลยครับ”

“จะลองโทรไปคุยดูอีกทีนะครับ”

เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์กดโทรออกทันทีที่อูฮยอนพูดจบ รู้สึกถึงความผิดพลาดจนอาจจะเกิดการเกิดยกเลิกการซื้อขายได้ จึงรีบโทรศัพท์หาผู้ขายและตกลงนัดหมายอย่างรวดเร็ว

“ทางนั้นบอกว่าเพิ่งถึงบ้านเมื่อสักครู่นี้ อีกประมาณชั่วโมงนึงสามารถไปได้เลยครับ แต่ขอโทษนะครับ ถ้าเป็นไปได้ช่วยรบกวนอย่าจ้องหน้าเขา หรือทำเป็นรู้จักก็จะดีนะครับ”

“เป็นคนมีอาการหลีกเลี่ยงมนุษย์สัมพันธ์เหรอครับ”

“ก็ไม่ใช่แบบนั้นครับ แต่เขาเป็นที่รู้จักน่ะครับ ถ้าพูดชื่อหรือเห็นถ้าก็คงจะรู้...”

“ถึงยังไงก็ต้องรักษากฎเกณฑ์และทำให้ขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นนะครับ”

เจ้าของบริษัทจัดหาอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถโต้เถียงกับคำพูดของอูฮยอนในครั้งนี้ได้ เขาจึงใส่เอกสารลงซองแล้วซองแล้วยื่นให้ อูฮยอนเดินออกจากที่นั่นและปฏิเสธคำชวนของอีกฝ่ายที่ว่า ในวันหนาวๆ แบบนี้ให้รออยู่ที่บริษัทก่อนเมื่อถึงเวลาแล้วค่อยไป

มีเรื่องเยอะแยะมากมายเกิดขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นวันที่อ่อนเพลียและยาวนานจนอยากจะพักสักครู่ในที่ที่ไม่มีใครอยู่ ถ้าลืมทุกอย่างไปแล้วใช้ชีวิตอย่างเดียว จะมีใครโผล่มาบังคับให้อูฮยอนทำอะไรลำบากอีกไหม ตอนนี้เขาไม่อยากถูกกดดันและสั่นคลอนไปมากกว่าเดิมอีกแล้ว หากเป็นเช่นนั้นเขาก็จะล้มลงและบาดเจ็บแน่นอน อูฮยอนคนเดียวเท่านั้นที่เจ็บปวดอยู่เสมอ พวกเขาที่สร้างบาดแผลให้อูฮยอนก็ไม่เห็นเป็นอะไร และไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น

ตอนนี้จะไม่มีใครทำให้เขาสั่นไหวได้อีกแล้ว แม้จะถูกกดดันด้วยแรงอะไรก็ตามเขาจะไม่ล้มลงเด็ดขาด


* * *


มินอาสะพายกระเป๋าอุปกรณ์กล้องขึ้นหลัง หอบหิ้วเหล็กสี่ขา เธอกำลังไต่ขึ้นกำแพงตึกอย่างค่อยๆ ระมัดระวัง นักข่าวนัมวิ่งตามหลังมาติดๆ มินอารีบเร่งจนเท้าเริ่มบิดเบี้ยวสั่นหงึกหงัก เหงื่อแตกไหลพลั่กเหมือนอยู่ในฤดูร้อน

“ขนาดเป็นผู้ชายขึ้นมาประมาณนี้ยังสั่นงกๆ คิดไม่ออกเลยว่าจะรอดตายจากพื้นนี่ด้วยสติแบบนี้ เรี่ยวแรงแบบนี้ยังไง”

“รุ่นพี่ ข่าวเดทของยุนยูจองนี่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงตายเลยขนาดนี้เหรอครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยจริงๆ นะ”

“ถึงการหาข่าวจากสถานที่ที่เปิดเผยเท่านั้น จะเป็นกฏการหาข่าวของฉัน แต่ฉันแหกกฎตัวเองมาขนาดนี้แล้ว จะต้องมาทำตามความเห็นอะไรอีก”

“พี่ชายผมเป็นตำรวจแผนกคดีอาชญากรรม ยังกลับบ้านบ่อยกว่าผม แล้วทำงานปลอดภัยกว่าผมอีกนะครับ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้คงไปเป็นตำรวจซะดีกว่า”

นักข่าวนัมคร่ำครวญจนเกือบจะร้องไห้ออกมา แต่เมื่อถึงยอดบนสุดก็เริ่มตั้งกล้องรอ มินอาเองก็ยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องภายในบ้านของจีฮุนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่อยู่ดีๆ มินอาก็ลุกพรวดขึ้นมา

“นักข่าวนัม รีบเซ็ตกล้องเร็ว ยุนยูจอง ชเวจีฮุนถึงแล้ว”

“กดปุ่มถ่ายเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องห่วง”

นักข่าวนัมไม่ละสายตาออกจากกล้องและถ่ายการเคลื่อนไหวภายในบ้านของจีฮุนอย่างขยันขันแข็ง


* * *


ยูจองค้นหาสร้อยคอแหวนทั่วบ้านของจีฮุน แล้วก็เห็นกล่องสัมภาระที่จะถูกขนย้ายหลายลังวางอยู่ในห้องหนังสือ

“พวกนี้กล่องอะไรอะ ที่รักจะย้ายบ้านเหรอ”

“หืม... อ๋อ ก็ประมาณนั้นแหละ เลยเก็บแค่ของสำคัญไม่กี่อย่างไว้ก่อนน่ะ”

จีฮุนไม่ทันได้คิดถึงกล่องสัมภาระที่เขาเก็บวางไว้ในห้องหนังสือ จึงงุนงงจนพูดอ้อมแอ้มแล้วพายูจองออกมา

“เหมือนจะวางไว้ที่นี่นี่หน่า ไม่เห็นมีเลย อื้อ ที่รัก แล้วเรื่องที่จะพูดน่ะคืออะไรเหรอ ฉันฟังที่รักพูดก่อนดีกว่า”

“อ่อ...คือเรื่องนั้น…”

จีฮุนลังเลและกำลังจะเปิดปากพูด แต่เสียงกริ่งก็ดังขึ้นก่อน

“ทำไมมาเร็วขนาดนี้นะ”

จีฮุนพ่นคำพูดทำให้รำคาญใจออกมา แล้วหยิบกุญแจกับตราประทับออกไปทางประตูบ้าน ยูจองตกใจและมองจีฮุนด้วยสีหน้าที่ถามว่าใคร

“มารับเอกสารจากบริษัทอสังหาฯ น่ะ เข้าห้องไปก่อนแป๊บนึงไหม”

“ถ้าแป๊บเดียว เดี๋ยวแค่หันหลังให้ก็ได้”

จีฮุนก็เคลือบแคลงใจว่าคนจะจำได้ แต่พอคิดว่าถ้าอีกฝ่ายเห็นผู้หญิงอยู่ในบ้าน ก็คงจะไม่เข้ามาขอตรวจดูทุกซอกทุกมุม แล้วก็คงรีบกลับไปแทน จึงปล่อยให้ยูจองทำแบบนั้นแล้วเปิดประตู แต่พอประตูหน้าบ้านเปิดออก คนที่เข้ามาก็ทำให้จีฮุนตัวแข็งทื่อ

‘ผู้ชายคนนี้คือคนที่ซื้อบ้านเหรอ คนที่เจอหน้าร้านสะดวกซื้อตอนเช้านี่’

ไม่ใช่แค่จีฮุนที่ตกใจการปรากฎตัวของอูฮยอน แต่ในช่วงเวลานั้นมินอาที่ใช้กล้องส่องเข้ามาในบ้านของจีฮุนบนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม ก็กระสับกระส่ายจนปวดตัวเช่นกัน

‘ในที่สุดก็โผล่มาแล้วสินะ ชา อู ฮยอน’

เพราะยูจองยืนหันมาทางหน้าต่างห้องนั่งเล่น แต่เพราะผ้าม่านถูกผิดอยู่เลยทำให้มองเห็นภายในห้องไม่ชัดเจน แต่ในกล้องของมินอาก็จับภาพใบหน้าของอูฮยอนเดินเข้าเดินเข้าประตูบ้านมาโดยมีจีฮุนเป็นคนเปิดประตูให้ ใบหน้าของยูจองที่กำลังมองไปนอกหน้าต่าง ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง ภายในสิบสองชั่วโมงหลังจากเจอกันที่หน้าร้านสะดวกซื้อเมื่อเช้า


* เป็นการเช่าบ้านแบบหนึ่งของเกาหลี เรียกว่า ชอนเซ (전세) เป็นการเช่าบ้านที่ผู้เช่าต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ (เกินกว่าราคาบ้าน) เพื่อเป็นคล้ายๆ เงินมัดจำ ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถนำเงินส่วนนี้ไปหมุนได้ แต่เมื่อหมดสัญญาผู้เช่าจะได้รับก้อนเงินนี้คืนทั้งหมด

ความคิดเห็น