ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

บทที่ 5 เมื่อพ่องูเฝ้าไข่

ชื่อตอน : บทที่ 5 เมื่อพ่องูเฝ้าไข่

คำค้น : BTS kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2562 00:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เมื่อพ่องูเฝ้าไข่
แบบอักษร

​V

​เมื่อพ่องูเฝ้าไข่



พวกผู้ชายน่ะมักชอบทำตัวคาดเดายากเสมอ โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อจอน จองกุก 

แทฮยองยืนเท้าสะเอวมองจงอางดำนอนขดรอบตะกร้าบนเก้าอี้โซฟา เขาแหงนดูนาฬิกาแขวนผนังอีกครั้ง เหลือเวลาอีก 15 นาทีก็จะ 8 โมง และอาจเป็นรอบที่เจ็ดได้ที่เขายืนทำหน้าบูด คะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายมาโรงเรียนด้วยกัน

"พี่กุก ไปโรงเรียนกัน จะแปดโมงแล้วนะ"

พญาจงอางชูศีรษะกลมทู่ขึ้น มองผู้เป็นศรีภรรยาด้วยแววตาเรียบนิ่งทว่าแฝงความอบอุ่น

​"แทไปก่อนเลย พี่จะเฝ้าไข่อยู่ที่บ้านเอง"

​คนฟังเผยอปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็เลือกที่จะกลืนคำพูดนั้นลงไป เพราะตอนนี้เขากำลังงงสุดๆกับอาการของพี่กุก เมื่อเช้านี้พอเขาตื่นมา ก็เห็นอีกฝ่ายไปนอนขดอยู่ตะกร้าตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เรียกให้ไปอาบน้ำก็ไม่ยอม แค่ล็อกประตูบ้านกับหน้าต่างไว้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับความปลอดภัยของเด็กๆ หรือว่ามันเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของงูหรือเปล่า เขาก็ไม่แน่ใจ

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ถือว่าพี่กุกเขามีความกระตือรือร้นและแบ่งเบาภาระได้มากเลยล่ะ แทฮยองโชคดีจริงๆที่มีสามีอย่างจองกุก

"อ่า... งั้นแทไปเรียนก่อนนะฮะ แทจะไปบอกแม่ไม่ให้ล็อกประตูบ้านไว้นะ เผื่อพี่กุกอยากออกไป"

​"โอเค ไม่มีพี่ก็ดูแลตัวเองดีๆ เดี๋ยวจะฝากบอกให้พี่ยูคคอยอยู่เป็นเพื่อน แล้วนามสกุลก็ใช้อันเดิมนะ ถ้าอาจารย์ถามหาพี่ ก็โกหกไปว่าไม่สบาย เข้าใจไหม?"

​แทฮยองพูดทวนความจำให้ตัวเองเบาๆก่อนพยักหน้ารับ "เข้าใจแล้วฮะ"

เมื่อร่างบางทำท่าจะออกไป พญาจงอางดำก็วางคางบนหางเหมือนเดิม 

"แล้วจะให้แทฝากบอกแม่ทำอาหารเผื่อไว้ไหม?"

คนถูกถามหันหน้ามา 

​"ไม่เป็นไร ลืมแล้วเหรอว่าของพวกนั้นไม่ทำให้พี่อิ่ม"

​"อ่อ... ลืมไปเลย"

ร่างบางเกาหัวแก้เก้อพร้อมเปิดประตูห้อง งูหนุ่มเหลียวดูไข่ในตะกร้าที่มีผ้าบางๆคลุมทับ แต่ก็ดันถูกเรียกด้วยน้ำเสียงน่ารักเสียก่อน

"พี่กุก"

​"?"

​"รักน้า" แทฮยองยิ้มหวาน ทำมือรูปหัวใจไปให้จนจองกุกหางกระตุก

​"ไปโรงเรียนได้แล้ว สายมาไม่รู้ด้วยนะ"

​ร่างบางหัวเราะคิกคักชอบใจเมื่อแผนการแกล้งให้อีกคนเขินสำเร็จลุล่วง งูจงอางยักษ์ถอนหายใจในความคิดพลางมองภรรยาสะพายกระเป๋าออกจากห้อง ถ้าไม่ติดว่ากลัวตะกร้าล้ม จะพุ่งเข้าไปจับฟัดซะให้เข็ดเลย 




สามแม่ลูกก้าวลงจากรถก่อนที่แบคฮยอนจะจับมือน้องให้เดินไปด้วยกัน บรรยากาศในโรงเรียนเงียบเหงาไร้เสียงครื้นเครง จากเดิมที่มีนักเรียนนั่งเล่นแถวโต๊ะหินอ่อนจนแน่นเอียดกลับแทบไม่มี สนามบอลซึ่งมักจะมีนักเรียนชายมาเตะบอลก็ว่างโล่ง ราวกับที่นี่คือโรงเรียนโสตศึกษา สาเหตุก็น่าจะมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งนั้น เด็กๆในหมู่บ้านจำนวนมากต้องกำพร้าพ่อแม่ พวกเขาถูกส่งไปยังบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองและจังหวัดอื่น ไม่ก็ถูกส่งคืนให้เหล่าญาติๆ ส่งผลให้โรงเรียนนี้ที่เคยมีนักเรียนพันกว่าคนเหลือเพียงไม่ถึงสองร้อยคน ไม่ใช่แค่โรงเรียนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ชาวบ้านเกือบทั้งหมดต่างตกงาน มีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกย้ายไปอยู่ที่อื่น และเพราะเหตุนี้เองจึงทำให้หมู่บ้านอันแกเกือบกลายเป็นหมู่บ้านร้าง -- แต่เขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าคุณพ่ออยากจะย้ายบ้างไหม คงต้องถามเอาทีหลัง

แทฮยองและแบคฮยอนแยกกันตรงบันไดดังเช่นทุกวัน ขาเรียวภายใต้กางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้มก้าวฉับๆไปตามระเบียงทางเดิน ร่างบางแอบขมวดคิ้วเมื่อตลอดทางมีแต่คนมองเขาแปลกๆ พอเดินผ่านไป คนพวกนั้นก็หันกลับไปทำอะไรของตนต่อ ทั้งที่ปกติจะมีเสียงนินทาคอยดังตามหลังแท้ๆ ช่างเถอะ ไม่รำคาญหูดี ถือว่าวันนี้โชคดีแล้วกัน

รองเท้าผ้าใบถูกสับเปลี่ยนให้วางอยู่ในชั้น แทฮยองหยิบรองเท้าแตะพื้นบางมาใส่แล้วค่อยเดินเข้าไปในห้อง 

มันน่าตกใจนิดหน่อยที่นักเรียนห้องเขาน้อยกว่าที่คิด นับดูแล้วมีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ เพื่อนร่วมห้องต่างจ้องเป๋งมาที่เขา เช่นเดียวกับจังมีที่เงยหน้าขึ้นมามองตาม แต่เขาชินชากับเรื่องนี้เสียแล้ว จึงเดินไปที่โต๊ะตัวเองเงียบๆและแขวนหูกระเป๋าไว้กับตะขอ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนหยิบโทรศัพท์มากดเล่นฆ่าเวลา ทำตัวเมินเฉยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาอันน่ากลัวได้เรียกร่างบางให้ช้อนสายตาขึ้น จังมีเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะ สีหน้าเรียบนิ่งทว่าแฝงความขุ่นมัว ทำให้เดาได้เลยว่าหล่อนต้องไม่ได้มาดีแน่ๆ

"ทำไมแกถึงยังไม่ตาย"

แทฮยองเริ่มไม่พอใจที่อีกฝ่ายมาแช่งกัน แต่เพราะไม่อยากมีเรื่องด้วยจึงทำเป็นเงียบไว้และก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ 

"ฉันถามว่า ทำไมแกถึงยังไม่ตาย!!!"

เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้จ้องตาเขม็ง ชักจะทนไม่ไหวจริงๆแล้วนะ

"แก... ไอ้เมียงู---"

"นั่นคือสิ่งที่เพื่อนควรทำงั้นเหรอ ตะคอกถามแล้วทำหน้ายักษ์ อย่าหวังจะให้เขาตอบเลย"

เสียงหวานทว่าแข็งกร้าวของใครบางคนทะลุขึ้นกลางปล้อง ทั้งจังมีทั้งแทฮยองรวมถึงเพื่อนทุกคนต่างหันไปตามเสียงนั้น

เด็กสาวผู้มีนัยน์ตากลมโตกับริมฝีปากอวบอิ่มเดินกอดอกมาหาพวกเขา ผมหน้าม้าขับให้ใบหน้าของหล่อนน่ารักราวกับตุ๊กตา 

"แกเป็นใครยะ" จังมีถาม จ้องผู้มาใหม่ด้วยสายตาเหยียดหยันกับรสนิยมการแต่งตัว แต่ผมสีบลอนด์ทองกับปากสีกุหลาบของเด็กสาวกลับดูดีกว่าจังมีหลายเท่าสำหรับแทฮยอง 

ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนยาวเขม็งคืน "ก็เด็กใหม่ที่จะสอนมารยาทให้กับเด็กเก่าอย่างเธอไง"

"หึ" หล่อนยิ้มเยาะ "พวกเด็กมีปัญหา คงโดนไล่ออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะก่อวีรกรรมไว้ล่ะสิ"

เด็กสาวเลิกคิ้ว กระชับอ้อมแขนที่กำลังกอดอก มุมปากสวยกระตุกยิ้มอ่อนอย่างเย่อหยิ่ง "แต่ก็ดีกว่าใครบางคนที่เป็นเด็กเก่าแถมทำตัวทรามๆแถวนี้ล่ะน้า..."

จังมีถึงกับสะอึก

"ไม่อายบ้างเหรอที่ให้เด็กมีปัญหามาสอนมารยาทน่ะ หืม? รู้ไหมว่าการกระทำมันบ่งบอกถึงกมลสันดานและคุณค่าในตัวเองนะคะ คุณรองหัวหน้าห้อง ลี จังมี"

จังมีหน้าเหวอ แทฮยองก็อ้าปากค้างกับคำด่าแบบผู้ดีของเด็กใหม่ ว้าว... สุดยอดไปเลย ไม่คิดเลยว่าคนที่มีหน้าตาน่ารักน่าทะนุถนอมอย่างอีกฝ่าย จะเข้มแข็งและกล้าหาญถึงขนาดนี้ แทฮยองอยากเป็นแบบนั้นบ้างชะมัด

"ชิ! ฝากไว้ก่อนเถอะยัยเด็กใหม่"

เด็กสาวแค่นยิ้มให้กับจังมีที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป "แหม ประโยคเบสิคจัง คราวหลังรู้จักเปลี่ยนบ้างนะ"

ร่างบางกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อเด็กสาวหันมาหา "เอ่อคือ... ขอบใจนะ เธอ?"

รอยยิ้มของเธอผ่อนลงให้ดูเป็นมิตร 

"เรียกฉันว่าลิซ่า"

"ฉันแทฮยอง" ร่างบางยิ้มกลับ "จอน เอ้ย! คิม แทฮยอง ยินดีที่ได้รู้จัก และก็... ขอบใจอีกครั้งนะ มีอะไรที่ฉันพอจะตอบแทนได้บ้างไหม?"

ลิซ่าส่ายหน้า รอยยิ้มหวานทำให้เธอกลายเป็นตุ๊กตาบลายธ์ทันทีในสายตาแทฮยอง "ไม่จำเป็นหรอก พวกคนห่ามปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ ว่าแต่นายน่ะ เป็นผู้ชายแท้ๆแต่ทำไมถึงดูแลตัวเองไม่ได้เลยล่ะ ปล่อยให้คนอื่นมาข่มเหงอยู่ได้"

แทฮยองคลี่ยิ้ม แต่แววตากลับเศร้าสร้อยเหลือเกิน "เธอเห็นนี่ไหม"

เด็กสาวมองตามนิ้วเรียวที่ชี้รอยสักรูปงูบนต้นคอ

"เมื่อก่อนฉันก็เป็นคนสู้นะ แต่เพราะรอยสักอันนี้มันทำให้ฉันกลายเป็นคนขี้ขลาด เพราะตำนานงูของชาวบ้านทำให้ฉันสูญเสียความเข้มแข็ง ถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะเข้าใจดี เด็กผู้ชายหนึ่งคนกับเด็กทั้งโรงเรียนน่ะมันสู้ไม่ได้หรอก เพราะงั้นฉันเลยเลือกที่จะเมินเฉยไง"

ลิซ่านิ่งเงียบอย่างตั้งใจฟัง

"ฉันไม่ได้หิวชัยชนะขนาดนั้น การอยู่คนเดียวเงียบๆอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการลดความขัดแย้งกับคนรอบข้าง แต่ก็นั่นแหละ มันคือสิ่งเดียวที่คนอ่อนแออย่างฉันพอทำได้"

คิ้วเรียวผูกกันจนมีรอยย่นเล็กน้อย "นายไม่เจ็บใจเหรอ"

แทฮยองหัวเราะในลำคอแบบไร้เสียง "เจ็บสิ ฉันก็มีความรู้สึกนะ"

ลิซ่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มละไม เธอเคารพในความคิดของอีกฝ่ายและไม่อาจเข้าใจความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นได้ จึงไม่มีอะไรที่เธอพอทำได้แล้วนอกจากให้กำลังใจแทฮยองด้วยการตบหลังเบาๆ "สู้ๆนะ"

ร่างบางยิ้มกว้างขึ้น พยักหน้าแทนคำขอบคุณ

"นักเรียนทั้งหมดนั่งที่ได้แล้ว อ่า... น้อยอย่างที่คิดจริงๆด้วย" อาจารย์ประจำชั้นเดินเข้ามาก่อนกวาดมองไปรอบห้อง ลิซ่าที่เห็นจึงเดินไปนั่งที่ "วันนี้ดูเงียบเหงาจังเลยนะ เอาเถอะ! ห้องเรามีนักเรียนใหม่เพิ่งย้ายเข้ามา พวกเธอคงจะเห็นแล้วใช่ไหม เอ้า เธอน่ะ ลุกขึ้นแนะนำตัวกับเพื่อนหน่อยซิ"

ลิซ่าค่อยๆลุกขึ้น ค้อมตัวให้เพื่อนๆและอาจารย์อย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะ เราชื่อลิซ่านะ เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่วันแรก ปกติเข้าได้กับทุกคน แต่จะไม่ขอเข้าใกล้คนนิสัยแย่ๆ" เธอแอบเหลียวมองจังมีขณะพูด "ยังไงก็ ขอคำชี้แนะและขอฝากตัวด้วยนะ"

พูดเสร็จ เพื่อนทั้งห้องก็หันกลับไปเหมือนไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก ต่างกับจังมีที่เขม่นใส่เธอไม่เลิก ราวกับชาตินี้จะไม่ขอญาติดีด้วย 

แทฮยองยิ้มขณะเม้มปาก แอบปรบมือเบาๆแบบไม่มีเสียงให้ลิซ่า 

"โอเคน้าทุกคน เพื่อนเขาชื่อลิซ่านะ เพราะงั้นอย่าลืมดูแลเพื่อนให้ดีในเทอมนี้ด้วย ใกล้จะสอบปลายภาคแล้ว อาจารย์กลัวว่าลิซ่าจะเรียนไม่ทัน"

"ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์" ลิซ่ายิ้มแย้ม พูดเสียงดังฟังชัด "หนูเตรียมพร้อมมาดี"

อาจารย์สาวพยักหน้าอย่างโล่งอก "ดีมากจ้ะลิซ เอาล่ะ หยิบหนังสือออกมา เปิดไปหน้าที่... ที่เท่าไรนะ เมื่ออาทิตย์ก่อนเราเรียนถึงบทที่เท่าไร?"

"ที่สี่ครับ" นักเรียนชายคนหนึ่งตอบ

"โอเค งั้นต่อบทที่ห้าเลย เปิดไปหน้าที่ 382 ค่ะ เรื่องเอกภพ"




หลังจากคาบแรกก็เหมือนเป็นสวรรค์ของนักเรียน เพราะอาจารย์ผู้สอนต่างงดคลาสด้วยเหตุผลที่ว่านักเรียนน้อยเกินไปและไม่ใช่วิชาที่ตนถนัด ทำให้แทฮยองได้เล่นโทรศัพท์และนอนไปหลายตื่น แต่คาบสี่นี้เขาไม่มีอารมณ์นอนแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะสบายก็จริง แต่ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันก็ถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเขาจะเอาความรู้อะไรไปสอบ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปต้องแย่แน่ ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติดก็ไม่รู้ว่าจะทำงานอะไร จะหางานในโลกที่มีการแข่งขันสูงได้ไหม มีเงินไปเลี้ยงครอบครัวหรือเปล่า ไหนจะเป็นแบบอย่างให้กับลูกอีก การเป็นทั้งแม่ทั้งนักเรียนม.ปลายมันช่างยุ่งวุ่นวายจริงๆ ทางที่ดีเขาควรย้ายออกและไปหาโรงเรียนที่ดีกว่านี้น่าจะดีกว่า แต่พ่อนัมกับแม่จินจะเห็นด้วยไหมนะ

กริ๊งงงง!!!

เสียงออดหมดคาบสี่ดังขึ้น อาจารย์หนุ่มละออกมาจากโทรศัพท์ก่อนพูดกับนักเรียน

"นักเรียนลงไปทานข้าวได้ครับ ทานอาหารให้อร่อยนะ"

เมื่อร่างของอาจารย์และนักเรียนทยอยออกจากห้อง ลิซ่าก็เดินมาเคาะโต๊ะเรียกแทฮยองที่กำลังนั่งเหม่อ

"แทฮยอง ไปกินข้าวกัน"

กำลังจะตอบตกลง แต่นึกขึ้นได้ว่าจีมินนัดไว้ "ฉันขอไปคุยกับเพื่อนก่อนนะ อยู่หน้าห้องเนี่ย มาด้วยกันเลยก็ได้ จะได้รู้จักกันไว้"

ลิซ่ายิ้ม "อื้ม เอาสิ"

ทั้งสองเดินออกจากห้องเรียนด้วยกัน ระหว่างนั้นแทฮยองก็แอบชำเลืองมองจังมีที่นั่งเหงาอยู่คนเดียว แต่เขาไม่คิดจะชวนหรอก เพราะยังรู้สึกกลัวอีกฝ่ายอยู่




แสงแดดยามเที่ยงส่องลอดเข้ามาไม่ถึงห้อง เพราะดวงอาทิตย์ลอยอยู่เหนือหัวพอดี จองกุกขยับตัวเล็กน้อย วันนี้เขายังไม่ได้ออกไปสัมผัสแสงแดดจึงทำให้อุณหภูมิในร่างต่ำกว่าปกติ สัตว์เลือดเย็นอย่างเขาจึงจำต้องเลื้อยลงจากตะกร้า คืนร่างเป็นมนุษย์ เดินออกไปจากห้องเพื่อไปยืนอาบแดดข้างนอกบ้าน 

แกรก

ขายาวใต้กางเกงสแลคก้าวออกมาจากตัวบ้าน ตรงไปยังเฉลียงก่อนเลี้ยวเข้าทางชานบ้านที่ทำจากไม้ มีม้านั่งตัวยาวตั้งอยู่ขอบชานประมาณสองสามตัว ข้างหลังม้านั่งมีดอกไฮเดรนเยียปลูกไว้ กลีบสี่แฉกอ้วนๆมัดรวมกับดอกอื่นเป็นกระจุกใหญ่ สีน้ำเงินอมม่วงของพวกมันทำให้บรรยากาศนอกบ้านออกไปทางโทนเย็นๆสบายตา จองกุกยืนสูดความหอมของดอกไม้ก็พาลนึกถึงกลิ่นของภรรยา แต่กลิ่นของเจ้าตัวจะหวานละมุนและจางกว่านี้ เฮ้อ... ว่าแล้วก็อยากกอดแทแทจัง

พูดถึงแท ป่านนี้จะคิดชื่อลูกไว้บ้างหรือยังนะ แทแทน่ะชอบอะไรน่ารักๆ คลาสสิค คงความเก่าแต่มีเสน่ห์ น่าจะชอบชื่อภาษาเกาหลีมากกว่าภาษายุโรป ขัดกับเขาสิ้นดี เขาอยากให้ลูกสักสองสามคนมีชื่อภาษาอื่นบ้าง อยากให้มันมีความแปลกใหม่ ถ้าลูกของพวกเขามีชื่อที่เด็กคนอื่นไม่มีก็คงจะเท่ไม่น้อย อย่างเจ้าลูกคนเล็กสุดเขาก็แอบตั้งโดยที่แทแทไม่รู้ ถึงแม้ว่าเจ้าลูกคนเล็กจะไม่ใช่ผู้ชาย แต่เขาก็อยากให้ชื่อเจคเหมือนเดิมอยู่ดี เจค เจคกี้ น่ารักจะตาย เท่ด้วย -- ในความคิดเขานะ

"ถ้าเป็นผู้หญิงอีกคนให้ชื่อวิโอล่าดีไหมน้า หรือวีร่า หรือวาเนสซ่า หรือวิคตอเรียดี..."

ขณะที่กำลังนึกชื่อลูกและอุณหภูมิในร่างเริ่มกลับมาคงที่ เขาก็ได้กลิ่นสาบของสิ่งมีชนิดหนึ่งที่คุ้นเคยดี ไม่รอช้า ร่างสูงรีบเร่งรุดกลับเข้าบ้านโดยยังไม่ทันได้ปิดประตู เสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นไปตามขั้นบันได เขาผลักประตูห้องนอนจนมันกระแทกกับผนังเสียงดัง ใจแทบร่วงลงตาตุ่มเมื่อเห็นไข่ฟองหนึ่งขยับกลุกๆอยู่บนพื้น แต่กลับไม่มีร่างของศัตรูภายในห้อง มันคงกลัวมากและรู้ว่าเขามาจึงหายตัวไปอย่างรวดเร็ว 

จองกุกเดินไปหยิบไข่มาวางรวมกับฟองอื่น เขานับไข่ในตะกร้าอย่างเป็นกังวล ก่อนจะถอนหายใจโล่งอก ไข่ทั้งสิบแปดฟองยังอยู่ครบดี 

นี่แค่ลงไปอาบแดดครู่เดียวนะ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงหาอาหารเลย มาไม่ทันแน่ๆ ถ้าให้งูเห่าอย่างยูคยอมมาเฝ้าไข่แทนก็กลัวจะบาดเจ็บหนัก ส่วนชูก้า... กำลังคบกับจีมินอยู่ อย่าไปยุ่งกับสองคนนั้นเลย

เขาแปลงร่างเป็นพญาจงอาง ใช้ปากคาบที่จับก่อนหิ้วลงมาจากเก้าอี้โซฟาช้าๆ เลื้อยเข้าไปใต้เตียงมืดสลัวและวางตะกร้าไว้กับพื้นเย็นเยียบ ลำตัวยาวเฟื้อย 8 เมตรกว่าพันเป็นขดอีกครั้งโดยที่ท้องยังหิวโซ


แต่ชีวิตลูกย่อมสำคัญกว่า พ่ออย่างเขาจึงยอมนอนกกไข่แม้วันนี้ต้องอดอาหาร และดูท่าจะไม่ใช่แค่วันนี้วันเดียว หากแต่เป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ที่ทำได้ก็แค่ภาวนาให้ไข่ฟักออกมาเร็วๆ




​To be continued

​_____________________________

อั้ยยะ ลิซ่าก็มา ช่วยดูแลแทแทนพี่กุกด้วยน้า พี่เขาจะทำหน้าที่ฟักไข่แทนภรรยา5555

ส่วนเรื่อง Tiger เสือสมิง ไรท์ก็เริ่มแต่งแล้วนะ ลองตามไปอ่านได้ ลงไปแล้วสองตอนงับ😶 


ความคิดเห็น