facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 10-1 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 10-1 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 07:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 10-1 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง
แบบอักษร

ตอนที่ 10 ทั้งสามคนได้พบกันอีกครั้ง


ผ่านไปสิบสองชั่วโมงแล้วตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ที่เธอมัวหลบเลี่ยงสายตาผู้คน กว่าจะหลุดพ้นจากการโดนกล่าวหาว่าเป็นโจรขโมยรถ กว่าจะเลี่ยงการซักถามของต้นสังกัดอย่างประธานคังได้อย่างปลอดภัย ถึงร่างกายยุนจองจะไม่ได้ไม่แข็งแรง แต่เพราะเธอใช้เวลาช่วงเช้าอย่างยาวนาน ร่างกายและจิตใจของเธอจึงอ่อนเพลีย รู้สึกเหมือนอยากพักแล้วไปนวดผ่อนคลายสักสองสามชั่วโมง แต่ยิ่งเป็นท็อปสตาร์ ยิ่งเป็นนักแสดงนำแล้วล่ะก็ จะต้องมาถึงกองถ่ายก่อนและเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับนักแสดงคนอื่นๆ ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งยูจองคิดว่านั่นเป็นมารยาทและวิธีปฏิบัติที่ดี เธอจึงพักไม่ได้ ยูจองรู้เป็นอย่างดีเลยล่ะ ว่าการที่เธอสามารถรักษาตำแหน่งสูงสุดได้มาตลอด โดยที่ไม่เคยร่วงเลยสักครั้งหลังจากเข้าวงการมาน่ะ มันเป็นเพราะเธอมีทั้งความซื่อสัตย์ที่ไม่เคยหลงลืมความตั้งใจแรกของตัวเอง และความอ่อนน้อมถ่อมตน

กระทั่งเวลาพักหรือเวลารอถ่ายทำ ยูจองก็ไม่ได้อยู่แต่ในรถ เวลาร้อนหรือเวลาหนาวก็จะมาเชื่อมฮีทเตอร์หรือไม่ก็คูลเลอร์ปรับอากาศเคลื่อนที่ในเตนท์และซ้อมบทรอเข้าฉากอยู่ข้างในนั้น พอยูจองเข้าสู่บทได้ระยะหนึ่ง แชกยองก็ถือขวดเก็บความร้อนกับแก้วเข้ามาในเตนท์ แชกยองอ้างกับพวกทีมงานว่าจะไปเลี้ยงฉลองคริสมาสต์เลยตามมาวนเวียนอยู่รอบๆ ยูจองถึงที่กองถ่าย อาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าเมื่อคืนที่ยูจองไปไหนกับใครทำอะไร และก่อนที่เธอจะรับรู้ความจริงที่ซ่อนไว้ทั้งหมด ยูจองจึงพูดบทที่ตัวเองเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้

“พี่ ฉันจะบอกให้ชัดๆ เลยว่าเมื่อวานไปทำอะไรกับใครมา เพราะฉะนั้นหยุดป้วนเปี้ยนแล้วกลับบริษัทไปซะ พออารมณ์ไม่ดี บทก็ไม่เข้าตาเลยอะ”

“งั้นก็ลองสารภาพความจริงมาสิ”

“เมื่อวานมีถ่ายฉากโคลสอัพเยอะมากทั้งวันเลย แล้วพอถ่ายเดี่ยวจบ ฉันก็ไปกินข้าวเย็นทันที แต่ดันเจอเพื่อนห้องเดียวกันสมัยมัธยมอะ เขาก็จำฉันได้ไง”

“อะไร?! ยังไง? จำได้ยังไงอะ เป็นไปได้ด้วยเหรอ เธอเปลี่ยนไปมากขนาดที่ครอบครัวก็ยังจำไม่ได้เลยนะ”

แชกยองตกใจมาก ส่วนยูจองก็รู้สึกเจ็บแปลบ เธอคงต้องพับเก็บคำพูดยาวๆ และรีบจัดการตัวเองเสียก่อน

“ที่พูด... จะบอกว่าฉันเองก็ตกใจ เขารั้งฉันไว้ ฉันก็เลยขอร้องไม่ให้เขาบอกใครด้วย แล้วเราก็พูดคุยกัน... แต่รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว”

แชกยองสอดส่องนอกเตนท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วลดเสียงลงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันต้องไปเจอเพื่อนคนนั้นของเธอ ถ้าเขาพูดอะไรผิดไปสักคำล่ะก็ พวกเราเกิดเรื่องใหญ่แน่”

ปฏิกริยาของแชกยองจริงจังมาก ยูจองคงไปสะกิดส่วนที่อ่อนไหวจริงๆ ของเธอ

“เขาย้ายไปอยู่ต่างประเทศน่ะ นี่กลับมาแค่สองสามวันเอง คุยกันดีไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก”

ยูจองจึงพูดด้วยอารมณ์ตลกขบขันเปลี่ยนประเด็นทันทีและลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยของแชกยองแล้วเธอคงสืบเสาะหาว่าเพื่อนคนนั้นเป็นใครแล้วให้เอาที่อยู่เบอร์ติดต่อมาแน่

“ช่วงนี้ฉันอวบขึ้นป่ะ เหมือนฉันจะอ้วนขึ้นเพราะอายุเริ่มเยอะแล้ว พอเลยสามสิบมาแล้วผิวก็ต่างด้วย”

“เธอยังสวยอยู่เลย ถึงเล่นบทวัยรุ่นสิบกว่าๆ ดูอีกสักบทก็ไม่แปลกอะไรหรอก”

“บทวัยรุ่นเหรอ ฉันเนี้ยนะ พระเจ้า… ได้ยินมาว่าถ้าถ่ายทั้งคืนหน้าจะตึงแล้วก็หยาบจนมีริ้วรอยขึ้นเลยนะ”

“ตอนนี้สามสิบสี่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่นะ จะกังวลอะไรล่ะ”

ยูจองพูดไปด้วยลูบๆ คลำๆ ตรงลำคอไปด้วยเหมือนเป็นความเคยชิน แต่สิ่งที่ต้องมีอยู่มันกลับหายไป

“สร้อยคอฉัน!?”

ยูจองวิ่งตามหาอย่างไร้สติทั้งในรถ ในกระเป๋าถือ ในกระเป๋าเสื้อ แต่ก็ไม่เจอเลย เข็มกลัดเพิ่งหายไปได้ไม่นาน แล้วยังสร้อยคอแหวนนั่นอีก... ลืมวางไว้ที่บ้านคุณจีฮุนหรือเปล่านะ ทำไมมรดกของแม่ชอบหายไปล่ะ แม่มาเตือนหรือเปล่าว่าอย่าลืมสัญญา ได้ งั้นวันนี้เธอจะใช้ข้ออ้างเรื่องสร้อยคอแหวนเส้นนี้เพื่อไปบ้านคุณจีฮุนอีกครั้ง ไปแล้ววันนีค่อยหาคำตอบแล้วกัน


* * *


“คุณยุนยูจองครับ สแตนบายตอนที่แปด ฉากที่ยี่สิบหกนะครับ”

ฉากนี้เป็นฉากที่มียูจองอยู่กับจีฮุนเพียงแค่สองคน เป็นฉากที่พระเอกกำลังจะสารภาพรักกับนางเอก เมื่อจีฮุนกอดยูจองแน่น ยูจองก็ส่งคำพูดบอกกับจีฮุนว่าลืมสร้อยคอแหวนที่แม่ให้ไว้ที่บ้านของจีฮุน วันนี้เธอจะไปหาดู ระหว่างนั้นก็หลีบเลี่ยงสายตาของเหล่าทีมงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนากับจีฮุนเยอะแยะมากมาย ซึ่งมันเป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ของยูจอง จีฮุนในตอนแบบนี้ก็มักจะพูดจาอ่อนหวาน แต่วันนี้คำตอบของจีฮุนกลับทำให้ยูจองรู้สึกเร่าร้อน

“ประธานคังจะไม่เป็นไรใช่ไหม ถลึงตาทั้งวันจนตาแข็งไปหมดแล้ว ผมเองก็มีเรื่องจะพูดนะ จริงๆ เมื่อวานก็ตั้งใจจะพูดแหละ แต่ที่รักดันเมาหลับไปซะห่อน ก็เลยไม่ได้พูด”

ยูจองมั่นใจว่าสิ่งที่จีฮุนจะพูดคือการขอแต่งงานแน่ๆ นักแสดงชายอย่างจีฮุน ถึงแต่งงานทุกอย่างมันก็คงไม่จบลงหรอก อาจจะรับเล่นบทผู้ชายที่มีภรรยาแล้วก็ได้ เธอได้ยินจากรุ่นพี่ที่เธอถามมาหลายรอบแล้ว นั่นจะหมายความว่ายังไงกันนะ คงไม่ได้พูดเรื่องคิดจะแต่งงานกับเธอใช่ไหม หรือถ้าจีฮุนคิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอแล้วไม่สามารถพูดมันออกมาจากปากได้ ก็... เดี๋ยวเธอทำเองก็ได้ หลังจากที่ยูจองได้ยินจีฮุนพูดแล้วหัวใจก็กระโดดโลดเต้นทั้งวัน หวั่นไหวจนไม่มีสติ แล้วก็ถ่ายทำต่อ ปลายเดือนธันวาคมแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันที่ยูจองจะใช้ชีวิตด้วยอายุสามสิบสี่ ก่อนจะผ่านวันเกิดอายุสามสิบห้า ไม่ว่าจะมีเกิดอะไรเกิดก็ตาม เธอจะต้องแต่งงานให้ได้ เพราะมีเหตุผลที่จะต้องทำแบบนั้น เหตุผลที่แขวนอยู่บนความเป็นและความตาย ดังนั้นสำหรับยูจองที่อายุสามสิบสี่ พอถึงจุดที่ขึ้นเลขห้าเมื่อไหร่ก็เป็นสถานการณ์ทูเอ้าท์ในช่วงทำแต้มเลยล่ะ วันนี้จะเสียหรือจะสไตรค์ก็ต้องแกว่งไม้เบสบอลแล้ว


* * *


ในระหว่างที่ยูจองใช้เวลาด้วยหัวใจที่โลดเต้นจนอยู่ไม่สุข มินอาก็ถือรูปภาพของอูฮยอนเดินเข้าๆ ออกๆ ที่ต่างๆ ทั้งวัน วนเวียนทั้งที่โรงพัก ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการแขวง และสุดท้ายก็สืบค้นเจอ ชื่อชาอูฮยอน อายุสามสิบสี่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีความสามารถ ลูกชายคนเดียวที่เติบโตภายใต้การดูแลของแม่เลี้ยงเดี่ยว จบจากมหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง รู้ถึงขนาดคำวิจารณ์ที่ว่าเขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นและจิตสำนึกในการเป็นแพทย์อาสาสมัครของประเทศตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

เมื่อมินอารู้เรื่องราวเกี่ยวกับอูฮยอนแล้ว ก็ยิ่งคิดไม่ออกหนักกว่าเดิมอีกว่าทั้งสามคนเกี่ยวข้องกันอย่างไร อูฮยอนไม่ใช่ทั้งแพทย์ประจำตัวของยุนยูจอง และไม่ใช่ทั้งแพทย์ประจำตัวของชเวจีฮุน แล้วไปเจอกันได้ยังไงนะ ใช้ชเวจีฮุนเป็นเหยื่อล่อบังหน้า แล้วแอบคบกับอีกคน แต่ทำไมผู้ชายคนที่ปิดบังซ่อนเร้นอย่างรอบคอบ ทำไมถึงมาปรากฎตัวตัวต่อหน้าสายตาสื่อมวลชลและกลุ่มคนในงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ได้ล่ะ ทำไมสองคนนี้คบกันแล้วต้องใช้ชเวจีฮุนมาบังหน้าด้วย มินอาคิดยังไงก็ไม่มีคำตอบออกมาอยู่ดี เพราะความสัมพันธ์ของสามคนนี้มันอยู่ในสภาพที่วกวนไปมา

เพราะว่าลงสปอยปักไปแล้วว่าเป็นนางสาวย. และนายช. เธอจะต้องจัดการกับมันอย่างไรดี แถมตอนนี้ก็หานางสาวย. และนายช. คนอื่นไม่ได้แล้วด้วย แต่พรุ่งนี้ก็เป็นวันคริสมาสต์ ถ้าเป็นคนรักกันจริงๆ ก็ต้องเจอกันอยู่แล้วสินะ ผู้ชายของยูจองจะเป็นชเวจีฮุนหรือชาอูฮยอนกันแน่ ถ้าตรวจสอบได้ชัดเจนแล้วเธอจะปล่อยข่าวเลยทันที โชคดีที่ชาอูฮยอน และชเวจีฮุนต่างก็เป็นนายช. ทั้งคู่ ซึ่งมันก็โชคดีเพียงเท่านั้น เพราะถ้าข่าวเดทของยุนยูจองระเบิดออกมาเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็น ‘ชา’ หรือ ‘ชเว’ ก็คงสั่นสะเทือนวงการบันเทิงของประเทศเกาหลีใต้ แต่เอซอย่างจูมินอาแห่งอิทส์แฟกต์ ไม่มีทางปล่อยข่าวเด็ดที่เป็นข่าวคลุมเคลืออย่างแน่นอน ชื่อเสียงของจูมินอาแขวนไว้กับสิ่งนี้ ดังนั้นต้องเช็กให้ดีว่าจริงๆ แล้วเป็นใคร

หากยืนยันผู้ชายจองยุนยูจองจริงๆ ได้แล้ว เธอจะเก็บหลักฐานมัดตัวไว้ให้แน่น แล้วปล่อยเลยในวันนี้ที่เป็นคริสมาสต์อีฟ และพรุ่งนี้ที่เป็นวันคริสมาสต์ และในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ เธอจะไม่พลาดแม้แต่นาทีเดียวของยุนยูจองเด็ดขาด มินอาพานักข่าวนัมวิ่งไปที่กองถ่ายของยูจอง พร้อมๆ กับไฟในดวงตาที่ลุกโชน


* * *


เมื่อถ่ายทำเสร็จ หลังจากแชกยองกลับไปบริษัท ยูจองก็เริ่มรบเร้าซูจีที่เป็นสไตลิสต์กับผู้จัดการฮยอนซู เธอต้องหาเวลาไปที่บ้านของจีฮุน พอเตรียมเป็นเหยื่อล่อของนักข่าวจูมินอาแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้อีก ไม่มีเรื่องที่จะต้องหวาดกลัวเลย พูดตามตรง

“วันนี้ฉันต้องไปจริงๆ นะ นี่ฉันก็ใช้ชีวิตอยู่ได้นี่หน่า”

“ทำไมฉันต้องมาตายเพราะแฟนเธอ ที่มองไปก็เห็นแต่ความความขาดทุนแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเอง จะแต่งงานกันเลยเหรอ”

“แต่งสิ ต้องแต่ง”

“อย่าเลย ไม่แต่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นะ”

“เธอสวยจะตายแถมยังมีลูกแล้วตั้งสองคน อยู่อย่างมีความรักหวานแหวว แล้วจะให้ฉันอยู่โดดเดี่ยวคนดียว ทำมาหากินไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ”

“มันก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่การที่จะให้เธอกับชเวจีฮุนน่ะ มันน่าเสียดายมากเลย...”

“ไม่นะ จีซู นั่นคือทางเดินของฉันเอง ถ้าคว้าโอกาสนี้ไม่ได้ ฉันก็อาจจะตายได้เลยนะ”

“ชเวจีฮุนไม่ได้ป้อนยาอะไรให้เธอกินใช่ไหม เธอโคตรหลงชเวจีฮุนสุดไป เลยอะ”

“ฉันไม่อยากเห็นตัวเองตายนี่หน่า จอดรถเถอะ”

คนที่โดนยูจองจู่โจมใส่ด้วยการทำหน้าตาแบบนั้นมานับไม่ถ้วนเป็นปกติอย่างฮยอนซูจึงต้องจอดรถให้ ยูจองลงมาจากรถแวนแล้ววิ่งขึ้นรถของจีฮุนที่อยู่ข้างหน้าทันที พอขึ้นมาบนรถได้เธอก็ควงแขนจีฮุนและเอนซบ มินอาใช้กล้องส่องทางไกลดูการกระทำของยูจองและจีฮุน ก่อนจะถ่ายรูปรัวอย่างต่อเนื่อง

“ดูแบบนั้นแล้วน่าจะเป็นชเวจีฮุนนะ... ยังไงวันนี้ก็ดูท่าว่าเธอจะไปบ้านชเวจีฮุน นักข่าวนัมขับไปทางลัดแล้วรีบไปให้เร็วที่สุดเลย วันนี้ฉันคงจะต้องทุบกฎการเก็บข้อมูลของตัวเองให้แตกซะหน่อยแล้ว”


* * *

ความคิดเห็น