ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 ส่งเข้านอน Rewrite

ชื่อตอน : บทที่ 15 ส่งเข้านอน Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2563 15:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 ส่งเข้านอน Rewrite
แบบอักษร

Talk : วันนี้มาช้า เนื่องจากงานยุ่งมาก ๆ แทบไม่มีเวลา​เข้า ธันวลัย หรือ ReaAWrite เลย ทำให้ต้องมาลงตอนค่ำ ๆ แทนค่ะ 

 

 

"สองร่างที่ยังกอดกันแน่นยังไม่มีท่าทีจะละออกจากกัน หัวใจทั้งสองดวงตอนนี้เต้นราวกับว่าจะหลุดออกจากร่างก็ไม่ปาน ทั้งสองคนกอดกันนิ่ง ๆ ราวกับต้องการสื่อบางอย่างให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ร่างบางกว่ากอดราวต้องการหาที่พึ่งพิง และต้องการความอบอุ่น ส่วนร่างสูงกอดเพื่อบ่งบอกว่าตนนั้นพร้อมมอบทั้งชีวิตเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และพร้อมจะเป็นที่พักพิงให้อีกฝ่ายเสมอ 

จนในที่สุดเกาจงเป็นฝ่ายที่ละออกเพียงเล็กน้อยแต่ฝ่ามือแกร่งทั้งสองคลายอ้อมกอดออกเพียงนิด ใบหน้าคมก้มลงเพื่อมองใบหน้าที่งดงามราวสตรีล้มแคว้น แต่กลับเห็นแค่ปลายจมูกมนและแก้มเนียนใสที่ตอนนี้มีริ้วแดงเกิดขึ้นให้เห็น เกาจงจึงใช้มือข้างหนึ่งเชยคางใบหน้างามขึ้นเพื่อให้สบตากับตน และเมื่อดวงตาทั้งสองคู่สบกัน ราวกับช่วงเวลานั้นถูกต้องมนต์ทำให้ใบหน้าทั้งสองเคลื่อนเข้าหาช้า ๆ จนสุดท้ายนั้นก็ไร้อากาศขวางกั้น 

ริมฝีปากทั้งสองประกบกันอย่างอ้อยอิ่งและเนิ่นนานไร้การล่วงล้ำ ราวกับการจุมพิตนี้เป็นรางวัลสำหรับทั้งสองที่เปิดใจให้แก่กันและกัน ตอนนี้ใบหน้างามหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้ ส่วนร่างสูงดวงตาคมนั้นยังคงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างนั้น จนในที่สุดร่างสูงจึงยอมผละริมฝีปากออก แต่ไม่ได้ไกลออกจากใบหน้าใสนั้นเพราะเกาจงยังคงใช้หน้าผากตนแตะกับหน้าผากอีกฝ่าย ร่างสูงใช้ปลายจมูกคมถูไถกับปลายจมูกมนไปมาเป็นการหยอกล้อ นั่นทำให้ไป๋หู่ใบหน้าร้อนฉ่าจนตอนนี้ทั้งใบหน้าแดงราวมะเขือเทศสุกก็ไม่ปาน แถมยังลามไปถึงหูทั้งสองข้างและลำคออีกด้วย 

"หึ ยังคงอายอีกหรือ ใช่ว่าเจ้าจะถูกพี่จุมพิตครั้งแรกเสียเมื่อไหร่เป๋อร์เอ๋อร์"  เกาจงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกอีกฝ่าย ก็ตอนนี้คนตรงหน้านั้นน่ารักน่าขย้ำน้อยเสียเมื่อไหร่ จนตนนั้นอดไม่ได้ใช้แขนและฝ่ามือแกร่งแกล้งดึงอีกฝ่ายให้เข้าใกล้จนร่างกายส่วนล่างนั้นแนบชิดสนิทจนไร้ช่องว่าง นั่นยิ่งทำให้ไป๋หู่ตกใจเบิกดวงตาใสขึ้นแล้วออกอาการดิ้นรนภายใต้อ้อมแขนแกร่งนี้ จนส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่แนบชิดนั้นเสียดสีกันไปมา 

"อ่ะ ฝ่าบาท คะ...คือว่ากระหม่อมว่ามัน เอ่อ มัน ฝ่าบาท" ไป๋หู่เอ่ยติด ๆ ขัด ๆ เพราะไม่รู้จะเอ่ยบอกแบบไหนดี ยิ่งคิดจะเอ่ยก็ยิ่งอายเสียจนไม่กล้าเอ่ย และยังคงดิ้นไปมาอยู่แบบนั้น หารู้ไม่ว่าการกระทำก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง เกาจงที่ตอนแรกนั้นทำไปเพียงเพราะต้องการหยอกล้อให้อีกฝ่ายเขินอาย แต่พอโดนไป๋หู่ที่ตอบสนองออกมาอย่างไม่รู้ตัวก็กลับกลายเป็นว่าเกาจงนั้นโดนอีกฝ่ายแกล้งกลับมาเสียเอง 

"ไป๋เอ๋อร์ หากเจ้าไม่อยากให้พี่ต้องลงมือรังแกเจ้า จงหยุดดิ้นเสียเถิด" เกาจงรู้สึกถึงบางอย่างจนตอนนี้แทบจะอดกลั้นไว้ไม่อยู่จึงจำเป็นต้องเอ่ยเตือนร่างบาง เพราะถ้าอีกฝ่ายยังแสดงออกแบบนี้ ที่ตนตั้งใจไว้ว่าต้องการให้เข้าพิธีอภิเษกกับอีกฝ่ายเสียก่อนถึงจะกลืนกินร่างทั้งร่างนี้อย่างภาคภูมิใจคงจะขาดสะบั้นลงเป็นแน่ 

"ฝะ...ฝ่าบาท!!! " ไป๋หู่ที่พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตัว กลายเป็นยืนแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเกาจง แถมตอนนี้ไป๋หู่กำลังรู้สึกถึงบางอย่างที่ร้อนระอุจนร่างกายตนนั้นสามารถสัมผัสได้แม้มีอาภรณ์ขวางกั้นอยู่ ก่อนจะตัดสินใจเฉใบหน้าไปทางใดทางหนึ่งเพื่อหลบดวงตาคม 

"....." 

"ฮื่ม " เกาจงได้แต่กัดฟันขบกรามแน่นจนได้เสียงดังชัดเจน และพยายามหักห้ามใจเพื่อให้ร่างกายที่ตื่นตัวนั้นสงบลง ด้วยการหลับตาลงหายใจเข้าลึก ๆ แต่กลับไม่มีสิ่งใดดีขึ้นเพราะร่างบางแม้ไม่ได้ดิ้นรนแล้วก็ยังอยู่ในอ้อมกอดตน ยิ่งสูดดมหายใจเข้าลึก ๆ เท่าใดก็ยิ่งได้กลิ่นหอมจากอีกฝ่ายเข้าเต็มปอด 'บัดซบ!!! แล้วแบบนี้จะสงบลงได้อย่างไรกัน' เกาจงได้แต่สบถในใจเท่านั้น 

ไป๋หู่ที่รับรู้ถึงความตึงเครียดของร่างกายของร่างสูงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ใช่ว่าตนจะไม่รู้ถึงความทรมานยามที่เกิดความเสน่หาถึงแม้ว่าตนจะไม่เคยได้ร่วมหลับนอนปลดปล่อยกับใคร แต่ก็ใช่ว่าจะใสซื่อในเรื่องแบบนี้ ตนเองก็เคยมีต้องการและปลดปล่อยด้วยตนเองเช่นกันตามที่บุรุษทั่วไปเขาทำกัน ดังนั้นจึงได้รับรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นทรมานเพียงใด 

"ฝ่าบาท คือ...." / "ขอพี่สงบสติอารมณ์ชั่วครู่ไป๋เอ๋อร์ ขอโทษที่พี่ทำให้เจ้าต้องตกใจ เดี๋ยวสักพักก็จะเป็นปกติแล้ว" 

ไป๋หู่ยังเอ่ยไม่จบแต่เกาจงก็รีบเอ่ยขัดเสียก่อน แม้ในใจตอนนี้แทบจะควบคุมแทบไม่อยู่ แต่ด้วยความที่อยากให้ร่างบางนั้นได้เตรียมตัวเตรียมใจ และตนเองก็ยังคงยืนยันตามความตั้งใจเดิมจึงได้พยายามควบคุมตัวเองไว้ 

"ฝ่าบาท ให้กระหม่อมช่วยไหมพ่ะย่ะค่ะ" / "!!! " 

เสียงเบาราวกระซิบแต่ด้วยความที่ทั้งสองยังคงกอดกันอยู่ทำให้เกาจงนั้นได้ยินชัดเต็มหู แถมยังตกใจกับสิ่งที่ได้ยินด้วยซ้ำ 

"รู้ตัวหรือไม่ว่าเอ่ยสิ่งใดออกมา ไป๋เอ๋อร์" เกาจงใช้ฝ่ามือผลักไหล่ของร่างบางออกเบา ๆ เพื่อถามร่างบางเผื่อว่าร่างบางนั้นเอ่ยผิดไป แต่ไป๋หู่กลับก้มหน้างุดแล้วเอ่ยตอบ 

"รู้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" ไป๋หู่ตอบเสียงเบาทั่วทั้งหน้า ใบหู และลำคอแดงก่ำชัดเจน 

"แล้วรู้หรือไม่ สิ่งที่เจ้าเอ่ยจะนำภัยมาสู่ตัวเจ้าไป๋เอ๋อร์" เกาจงใช้แขนข้างหนึ่งเกี่ยวเอวบางเข้าหาอีกรอบ ส่วนมือแกร่งอีกข้างกำลังยกขึ้นแล้วใช้นิ้วเรียวยาวลูบแก้มใสขึ้นลงเบา ๆ ในใจก็ได้แต่กระโดดโลดเต้นราวกับเด็กที่ได้ของเล่นที่อยากได้มากที่สุด 

"กระหม่อมเชื่อว่าพระองค์จะไม่ทำร้ายกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋หู่ยังคงเอ่ยเสียงเบาลงเรื่อยๆ ตอนนี้ตนก็อายแทบจะมุดแผ่นดินหนีคนตรงหน้าไปเสียถ้าหากทำได้ ยิ่งได้เห็นแววตาของเกาจงที่เสน่หาแถมเร่าร้อนส่งมาตนก็แทบจะละลายเช่นกัน 

"อย่าเอ่ยเช่นนั้นไป๋เอ๋อร์ พี่อยากถนอมเจ้าจนวันเข้าพิธีอภิเษกของเรา พี่ไม่เป็นไรพี่ทนได้เพื่อเจ้าอย่าห่วงไปเลย" เกาจงเอ่ยปฏิเสธ แม้อยากขย้ำร่างตรงหน้ามากเท่าใดก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้ 

"แต่ว่า.." 

" เอาเถอะคืนนี้เจ้านอนพักเอาแรงเถิด พี่ก็จะกลับจวนที่พักแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มาปลุกเจ้า" เกาจงเลือกที่จะละถอยออกจากร่างบางเสียก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยอันใดที่เป็นภัยต่อตนเอง แล้วเอ่ยลาให้เรียบร้อยพร้อมทั้งลุกขึ้นจากเตียงของอีกฝ่ายเตรียมก้าวเท้าออกจากห้องนี้เสีย 

พรึบ 

"อืมมมม" / "!!! " 

แต่แล้วกลับเป็นไป๋หู่เสียเองที่ดึงแขนของเกาจงให้หันกลับมาหาตน พร้อมทั้งประกบริมฝีปากบางแต่อวบอิ่มลงบนริมฝีปากเกาจง มืออีกข้างยกขึ้นลูบไล้ตามสันกรามอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สร้างความวาบหวิวให้เกาจงมากยิ่งขึ้น ไป๋หู่ประกบริมฝีปากอยู่แบบนั้นโดยไม่ได้ล่วงล้ำเพราะว่าไม่เคยจู่โจมใครก่อน แถมครั้งนี้เป็นแค่ครั้งที่สามเท่านั้นที่ตนได้จุมพิต ถึงไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเลยได้แต่แตะริมฝีปากไว้เท่านั้น 

เกาจงที่ถูกร่างตรงหน้านั้นจู่โจมแม้อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรนอกจากปากแตะปากเฉย ๆ แต่สำหรับคนที่กำลังมีความปรารถนาอย่างเสน่หา สิ่งที่อีกฝ่ายกระทำเป็นการกระตุ้นให้ความอดทนที่มีขาดลงทันที จากที่ร่างบางเป็นคนเริ่มต้นเกาจงกลับตอบสนองอย่างผู้ที่มีประสบการณ์สูงกว่า เกาจงเริ่มด้วยบดขยี้ริมปากบางนั้นทันที มือและแขนของเกาจงดึงร่างตรงหน้าเข้าหาอีกครั้ง 

เกาจงขบริมฝีปากบนของไป๋หู่อย่างลืมตัวทำให้ไป๋หู่รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ปาก แต่ก็รู้สึกมีความวาบหวามใช่น้อย ยิ่งเมื่อร่างสูงใช้ลิ้นร้อนไล่แตะไรฟันของตนราวกับเพื่อขออนุญาตให้ได้สัมผัสมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดร่างบางก็ยอมเปิดปากออกเพื่อรับลิ้นร้อนที่ขอแทรกซึมเข้ามา 

"อื้ออ../ฮืมมม" 

เสียงครางวาบหวามที่ออกจากลำคือของทั้งสองคน ลิ้นร้อนไล่ต้อนลิ้นเล็กเก็บเกี่ยวความหวานจากโพรงปาก ยิ่งลิ้นเล็กดิ้นรนเท่าไหร่ลิ้นร้อนก็ยิ่งไล่กวาดต้อนมากเท่านั้น ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งลูบไปตามแผ่นหลังของร่างบางลงไปเรื่อย ๆ จนถึงบั้นท้ายงอนที่มีกล้ามเนื้อแน่น ๆ ร่างบางนั้นเป็นถึงรองแม่ทัพแน่นอนว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนบนตัวร่างบางหาใช่นุ่มนิ่ม แต่กลับมีแต่ความตึงแน่น น่าแปลกที่มันกลับทำให้เกาจงนั้นแทบคลั่ง อดใจไม่ไหวจนต้องขย้ำก้อนเนื้อกลมแน่นนั้นอย่างเต็มไม้เต็มมือ 

"อื้ออออ" ไป๋หู่ครางกระเส่าทันทีที่โดนฝ่ามือแกร่งขย้ำที่บั้นท้ายแม้จะเต็มใจและเป็นคนที่เริ่มเอง แต่ก็อดกลัวไม่ได้ ตนเองก็เป็นบุรุษเช่นกันแต่กลับต้องรับบทบาทเป็นผู้ที่อยู่ฐานะที่รองกว่าเป็นสิ่งที่เกิดมาตนไม่เคยคิดเอาไว้ แต่ก็อดไม่ได้ที่รู้สึกตามที่ร่างสูงชี้นำทางตอนนี้และเหมือนกับว่าจะจับทางของอีกฝ่ายได้จึงเลือกที่จะตอบโต้เกี่ยวลิ้นร้อนกลับบ้างจนทำให้ร่างสูงพึงพอใจยิ่งนัก 'หัวไวเสียจริง เด็กดี' เกาจงได้แต่เอ่ยในใจเท่านั้น 

เกาจงใช้หน้าขาดันให้อีกฝ่ายถอยหลังกลับไปหาเตียงอีกครั้งและอีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ร่างทั้งสองที่ยังคงกอดรัดปล้ำจูบกันอยู่และเมื่อร่างบางถอยหลังจนถึงเตียงเกาจงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เกาจงใช้ร่างของตนเองเอนไปข้างหน้าเพื่อเป็นการบังคับให้ร่างบางนั้นเอนหลังลงบนเตียงอย่างนิ่มนวล 

"ฮ้าาา อืออ" เกาจงผละริมฝีปากออกจากอีกฝ่ายทำให้ไป๋หู่นั้นสามารถหายใจได้ถนัดมากยิ่งขึ้น แต่ก็เพียงแค่พักเดียวเท่านั้นเพราะอีกฝ่ายประกบลงจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง รวมถึงตอนนี้นั้นมือแกร่งได้เริ่มไม่อยู่สุขเอาเสียเลย คอยจับตรงนั้น ขย้ำตรงนี้ จนตัวของไป๋หู่นั้นแทบจะละลายติดมืออีกคนไปด้วย มือแกร่งดึงเชือกผูกคาดเอวของไป๋หู่ออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป 

"อ่าา ไป๋เอ่อร์ เจ้าหอมหวานไปหมด" เกาจงถอนริมฝีปากออกแล้วคลอเคลียข้างแก้มใส ใช้จมูกสูดดมไล่ไปหาใบหูแล้วขบกัดที่ใบหูเบา ๆ แล้วเลื่อนลงซอกคอใช้ริมฝีปากหยักไล่จูบลงไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เสื้อตัวนอกถูกมือแกร่งปลดออกไปพร้อมกับเสื้อตัวในแล้ว ทันทีที่เสื้อถูกอีกฝ่ายปลดออกจากตัวไปกองที่เอวเกาจงใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วทั้งไหล่ขาวเนียน เลื่อนลงเรื่อยๆ พร้อมกับริมฝีปากหยักเช่นกัน 

"อ๊ะ....ฝะ....ฝ่าบาท" ไป๋หู่เอ่ยติดขัดและสั่นเท่าทั้งรู้สึกวาบหวาม ตื่นเต้น และกลัว แต่ยังคงปล่อยให้อีกคนได้ลิ้มรสเนื้อตัวของตนเองอยู่แบบนั้น 

"ไป๋เอ๋อร์ เจ้าทำพี่แทบคลั่ง" เสียงกระเส่าจากร่างแกร่งที่ตอนนี้มัวเมากับกลิ่นรสจากอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ได้ เกาจงจูบไหล่มน ไล่ลงไหปลาปลาร้าลงมาที่แผ่นอกจนสุดท้ายก็ใช้ริมฝีปากร้อนครอบครองลงเม็ดทับทิมสีแดงสดทั้งสองข้างใช้ลิ้นร้อนในโพรงปากละเลงที่ปลายยอดอกนั้น ดูดดึงสลับกันไปมา จนไป๋หู่สะดุ้งร่างกายเสียวซ่านอยากไม่เคยเป็นมาก่อนจนต้องบิดร่างตัวเองไปมาอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง มือทั้งสองข้างเองก็ไม่รู้ว่าจะวางไว้ตรงตำแหน่งไหนจึงทำได้แค่วางที่ไหล่หนาพร้อมกับจิกเล็บลงไหล่หนาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น 

"อืออ...อ๊ะ...อ่าาาา" ไป่หู่ยังคงทำได้แค่นอนหลับตาและครางกระเส่าออกมาเท่านั้น ภายในหัวขาวโพลนไปหมด จนไม่รับรู้ว่าตอนนี้มือแกร่งของเกาจงเลื่อนลงไปหายังตะเข็บกางเกงแล้ว และตอนนี้มือแกร่งก็ค่อย ๆ สอดมือเข้าไปในกางเกงของร่างบางจนกอบกุมแท่งหยกสีอ่อนที่โป่งพองอยู่ภายใต้กางเกง 

"อ้าาาา ฝ่าบาท!!! " ไป๋หู่สะดุ้งสุดตัวทันทีที่ฝ่ามือร้อนครอบครองของสงวนภายในร่มผ้า พลันใช้มือตนเองตะปบฝ่ามือร้อนไว้ 

"ฮื่ออ " เกาจงส่งเสียงในลำคอคล้ายขัดใจเมื่อถูกอีกฝ่ายคล้ายกับขัดขวางการกระทำของตน ตาคมจึงเลื่อนมองขึ้นไปเพื่อสบตากับอีกฝ่ายบ่งบอกให้ร่างบางนั้นปล่อยมือของตนเสีย ร่างบางเองที่พอได้ยินเสียงจากอีกฝ่ายก็ยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองอีกฝ่ายก็พบว่าสายตาที่ส่งมาให้ตนนั้นเร่าร้อนเพียงใดแถมสื่อความหมายขอร้องเชิงบังคับเสียอีกด้วย จนต้องถอนมือละออกจากมือแกร่งเสีย 

ฉืบ ฉืบ ฉืบ 

"อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า" เมื่อไป๋หู่ยอมปล่อยมือ เกาจงก็เริ่มขยับมือที่กอบกุมแท่งหยกร้อนในมือตนเองทันที ส่งผลให้ไป๋หู่ส่งเสียงครางกระเส่าลั้นอย่างลืมอาย ตอนนี้หาได้สนใจสิ่งอื่นใดไม่ ปล่อยให้ร่างสูงเป็นผู้นำพาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เกาจงที่เห็นการตอบสนองจากร่างบางก็ยิ่งเร่งมือขึ้นเรื่อย ๆ ในใจอยากจะทำยิ่งกว่านี้เพราะแท่งร้อนของตนตอนนี้ก็ปวดร้าวไปหมด ยิ่งเห็นร่างบางบิดเร่าก็ยิงอดไม่ไหวจึงละมือข้างหนึ่งคลายเชือกผูกคาดเอวของตนเองออก แล้วรีบปลดเปลื้องเสื้อผ้าตนเองอย่างว่องไวจนร่างกายส่วนบนนั้นเปล่าเปลือย 

"ฮื่อออ" เสียงคล้ายขัดใจจากไป๋หู่เพราะอยู่ ๆ เกาจงก็ละมือจากแท่งหยกร้อนของตนที่ตอนนี้ปวดร้าวไปหมด และต้องการการปลดปล่อยเป็นอย่างมาก 

"หึ ๆ ใจเย็นคนดี เดี๋ยวพี่จะทำให้เจ้ามีความสุข เดี๋ยวเราจะมีความสุขไปด้วยกัน จุ๊บ ๆ ๆ " เกาจงเข้าใจอาการของไป๋หู่ดี จึงได้เลื่อนหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายพร้อมทั้งเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่กระเส่าและแหบพร่าไปด้วยความต้องการที่ไม่แพ้อีกฝ่ายเช่นกัน พร้อมกับจูบลงริมฝีปากบางลงซ้ำ ๆ อีกสองสามครั้งหนัก ๆ ที่ตอนนี้ทั้งแดงทั้งบวมเนื่องจากฝีมือของตน 

"...." ไป๋หู่นั้นไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้ ทำได้เพียงส่งสายตาที่ตอนนี้ช่างดูยั่วยวนเป็นอย่างมาก ผมยาวสวยที่แผ่สยายอยู่บนเตียงแถมใบหน้าที่งดงามหมดจดเนื้อหัวที่มีรอยแดงประปรายไปทั่ว ยอดอกสีสวยทั้งสองข้างนั้นน่าดึงดูดยากแก่การหักห้ามใจ ยิ่งเห็นเต็มตาแบบนี้เกาจงก็ยิ่งปวดร้าวยิ่งกว่าเดิมจนต้องรีบดึงกางเกงของอีกฝ่ายลงไปอยู่ที่หัวเข่าจากนั้นก็ปลดกางเกงของตนเองให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน จนทำให้ไป๋หู่ได้มีโอกาสเห็นแท่งหยกขนาดที่ใหญ่โตกว่าของตนเกือบเท่าตัว จึงทำให้ไป๋หู่ได้สติและเกิดอาการกลัวขึ้นทันที 

"อะ..เอ๋อ..ฝะ..ฝ่าบาท มัน..เอ่อ..มันน่ากลัว" ไป๋หู่เอ่ยติดขัดในใจเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาทันที 

"ชู๊ววว อย่าได้กลัวไป พี่แค่จะทำให้ทั้งพี่และตัวเจ้านั้นหายจากความทรมานนี้ ครั้งนี้พี่จะไม่เข้าไป และจะไม่เข้าไปจนกว่าเราจะเข้าพิธีอภิเษกกัน อย่าได้กลัว พี่มีเวลาให้เจ้าทำใจและรู้จักมัน" เกาจงเอ่ยแหบพร่าบอกอีกฝ่ายตนยังคงตั้งมั่นเช่นเดิม แม้ว่าอยากเข้าไปในตัวของอีกคนมากเท่าใดก็จำเป็นต้องหักห้ามใจ ตอนนี้ทำแค่เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายปลดปล่อยจากความทรมานนี้เพียงเท่านั้น เอ่ยจบก็รวบแท่งร้อนทั้งสองที่มีขนาดแตกต่างอย่างชัดเจนเข้าไว้ด้วยกันแล้วเริ่มขยับทันที 

ฉึบ ฉึบ ฉึบ 

"อื้มมมม ฝ่าบาทท" 

"อ่าาาาา ไป๋เอ๋อร์ของพี่ อ่าา เจ้าเป็นของพี่ อ่าาาา" 

ทันทีที่มือแกร่งเริ่มขยับ เสียงครางกระเส่าก็เกิดขึ้นโดยทันที โดยที่ไป๋หู่ยกแขนทั้งสองข้างของตนโอบรอบคอแกร่ง แล้วได้แต่หลับตาพริ้มพร่ำพ้อเรียกอีกฝ่ายอยู่แบบนั้น ยิ่งได้ยินร่างสูงเอ่ยกระซิบข้างหู ร่างทั้งร่างก็เริ่มหดเกร็งขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว เกาจงที่ทรมานไม่ต่างกันก็ยิ่งกำแท่งร้อนทั้งสองแน่นขึ้นและเร่งมือขยับมากยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น 

"ฝะ...ฝ่าบาท ไม่...ไม่ไหว...ไม่ไหมแล้ว" ร่างบางหลับตาแน่น เผลอจิกเล็บลงบนต้นคอของร่างสูงจนเลือดซึมออกมาตามรอยเล็บ ร่างกายเกร็งมากขึ้นและมากขึ้น 

"อีกนิด คนดี อีกนิดเดียว รอพี่ก่อน ทนอีกนิด ฮื่มม ซี๊ดดด" เกาจงเองก็แทบจะใกล้ถึงสวรรค์เช่นกันจึงเอ่ยเพื่อให้ร่างบางอดทนรอตนเพื่อจะได้มีความสุขไปพร้อม ๆ กัน ฝ่ามือหนาที่เร่งให้เร็วขึ้น แรงขึ้น จนในที่สุด 

"อ้าาาาา.../ ซี๊ดดดดด อ่าาาา" 

แท่งร้อนทั้งสองก็ได้ปลดปล่อยธารของเหลวขาวขุ่นมากมายออกจนเลอะเต็มมือแกร่ง ที่ยังคงขยับเพื่อรีดของเหลวให้ไหลออกมาให้หมด 

"แฮ็ก ๆ ๆ ๆ / ฮ้าาาา " เสียงหายใจทั้งสองคนยังคงหนักหน่วงราวกับซ้อมรบมาข้ามวันข้ามคืนก็ไม่ปาน จนเวลาผ่านไปสักครู่ก็กลายเป็นปกติ 

"..." / "หึ ๆ ๆ " ไร้การสนทนาเมื่อฝ่ายหนึ่งรู้สึกอายจนไม่กล้าลืมตาขึ้นมองอีกฝ่าย ส่วนร่างสูงก็ได้แต่หัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายจึงเลือกที่จะผละออกมองหาผ้าเพื่อเช็ดทำความสะอาดที่เลอะมือตน และร่างกายส่วนล่างของร่างบางตอนนี้ เมื่อไม่มีสิ่งที่ต้องการจึงใช้ชายเสื้อของตนเองเช็ดแทน โดยที่ไป๋หู่ก็นอนนิ่ง ๆ ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็จัดแจงใช้ผ้าห่มคลุมตัวอีกฝ่ายไว้ ส่วนตัวเองก็แต่งตัวด้วยตนเองจนเรียบร้อย ตลอดเวลาที่เกาจงนั้นแต่งตัวให้ตัวเอง อีกคนได้แต่นอนหลับตามือจับผ้าห่มแน่น แม้รู้ว่าไม่สมควรแต่ก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือแม้แต่ลืมตามองอีกฝ่าย ซึ่งเกาจงเองก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมตอนนี้นั้นรู้สึกเปรมปรีดิ์ในใจยิ่งนักเสียด้วย 

"เจ้าพักเสียเถิดไป๋เอ๋อร์ เดี๋ยวพี่จะดับตะเกียงให้ แล้วพรุ่งนี้เช้าพี่จะมาปลุกเจ้า" 

จุ๊บ ฟอด ฟอด เกาจงเอ่ยเสร็จก็จุมพิตที่หน้าผากเนียน พร้อมทั้งหอมแก้มใสทั้งสองข้างก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปดับตะเกียงก่อนเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าที่สุขสมยิ่งนัก 

สงสารก็แต่เหล่าบรรดาองครักษ์เงาที่ต้องคอยอารักขาผู้เป็นนายตลอดเวลา จึงต้องทนฟังบทสวาทที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ 

 

TBC. 

พบคำผิด โปรกแจ้งด้วยนะคะ แบบเขียนเองคนเดียว ตรวจเองคนเดียว มึนเองคนเดียวเช่นกัน 

Talk : รู้นะว่าพวกคุณหวังอะไร BM บอกว่าฉากวาบหวิว ไม่ได้บอกว่าฉาก NC นะ ฮ่า ๆ ๆ 

แต่จะบอกว่าแต่งยากกกกก มากกกกกก เลยใช้เวลาสักนิด หมดพลังงานในการแต่งเยอะมากกกกกก 

BM. 

ความคิดเห็น