ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 เขาโดนใจผมอย่างแรง

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 เขาโดนใจผมอย่างแรง

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 เขาโดนใจผมอย่างแรง
แบบอักษร

 

“พี่สินธุ์ เราก็ตกลงกันแล้วเนอะ” 

“ครับ” 

“เราก็เป็นแฟนกันด้วยเนอะ” 

“อื้อฮึ” 

“แล้วพี่สินธุ์ก็เข้าใจเพลิงแล้วด้วย” 

“ก็ใช่มั้ง” 

“อืม งั้นเรามามีเซ็กส์กันเหอะ” 

“ก็...เฮ้ย!!!” 

หลังจากที่ตกลงกับยอดชายนายสินธุ์ได้ เพราเพลิงก็ถึงกับยกภูเขาออกจากอก แต่มันยกออกได้ไม่นานหรอก เขาก็ประสบพบเจอกับปัญหาเดิม...พี่สินธุ์ไม่ยอมทำอะไรสักที 

ตอนแรกเพลิงยังปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร เห็นเขาว่าคนเป็นแฟนกัน มันต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่เขาต้องการ อีกอย่างก็กลัวคนคิดไปเองจะเตลิดไปอีก ชายหนุ่มเลยยอมทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ แต่...มันจะน้อยไปหรือเปล่าวะ 

นับตั้งแต่ที่คร่อมทับตัก พี่สินธุ์ไม่ทำอะไรเลยแม้แต่จับมือ 

พระเจ้า บ้าไปแล้ว คนที่เขาคบกันช้าขนาดนี้เลยหรือ 

ความคิดของคนที่เคยแต่ถูกใจ สบตา พาขึ้นห้อง จนเฝ้าถามตัวเอง และเมื่อเรียนรู้นิสัยของพี่สินธุ์คนคิดเยอะแล้ว เพลิงจึงอาศัยลูกตรงอีกครั้ง ถามแม่งเลยว่ามีอะไรกันมั้ย จนคนที่สวมผ้ากันเปื้อนทำน้ำแกงอยู่หน้าเตาหันขวับมามอง ร้องเสียงดัง ดูหน้าตาตื่นเสียจนเพลิงเปลี่ยนคำ 

“อืม คนเป็นแฟนกันต้องไม่เซ็กส์สิ งั้นเรามาเมคเลิฟกันเถอะ” 

นี่ถือว่าเป็นการชวนที่เรียบร้อยที่สุดแล้วนะ 

เพลิงว่าแล้วก็ฉีกยิ้มส่งให้ แบบที่พี่สินธุ์ก็นิ่งมองอย่างลังเล แต่แล้วก็หันกลับไปตักฟองจากน้ำแกงหัวไชเท้าต่อจนได้ ปากก็ว่าเสียงกลั้วหัวเราะ 

“น้องเพลิงอย่าล้อพี่เล่นสิ” 

“เฮ้อ!” 

คนน่ารักถอนหายใจดังเฮือก เพราะนี่เขามือไม้สั่นประหนึ่งคนอยากยาแล้วนะ มั่นใจเลยว่าตั้งแต่อายุสิบหก เขาไม่เคยห่างหายจากการโดนเสียบยาวนานเกือบเดือนแบบนี้มาก่อน แม้ว่าพรุ่งนี้จะสอบ ถ้าดันเจอคนถูกใจ ไอ้เพลิงก็ไปต่อ แล้วมาเอาตัวรอดหน้าห้องอยู่ดี แต่นี่... 

ถ้าไม่ติดใจนะมึง 

“เพลิงพูดจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่นสักหน่อย” เพราเพลิงนั่งเท้าคางมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเตรียมข้าวเย็นให้พวกเขาทั้งคู่ 

แม้ว่าในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่มีอะไรคืบหน้า แต่เพลิงก็ได้เรียนรู้นิสัยของพี่สินธุ์หลายๆ อย่าง ซึ่งบอกได้เลยว่าเขาชอบอย่างบอกไม่ถูก 

อันดับแรกเลยพี่สินธุ์เป็นคนสะอาด ซึ่งเพลิงก็เกลียดความสกปรกเช่นกัน 

อันดับต่อมา พี่สินธุ์เป็นคนช่างเอาใจ แม้ว่าจะมีเรียนกันคนละช่วงเวลา ก็ยังอุตส่าห์มารับเขาไปส่งที่คณะ แถมถ้าโทรหาว่าต้องการอะไร ก็จะวิ่งมาหาแทบจะทันทีทันใด 

ต่อมาที่สำคัญที่สุด...พี่สินธุ์ทำกับข้าวโคตรอร่อย! 

สำหรับเพราเพลิงที่อาศัยอาหารร้านสะดวกซื้อหรือตามสั่งข้างล่างคอนโดฯ มาเข้าปีที่สาม หรือบางครั้งโชคดีจะมีเพราพนามาทำอะไรให้กิน การได้ผู้ชายที่ทำอาหารเป็นแถมอร่อย มีของกินติดตู้เย็นเสมอ ไม่เหมือนตู้เย็นเขาที่มีแต่เครื่องดื่ม มันทำให้เพลิงไม่ลังเลเลยที่จะมาขลุกอยู่ห้องอีกฝ่ายไม่ยอมไปไหน 

ไม่ได้กันก็จริง แต่ใช้เวลาด้วยกันโคตรเยอะ 

“อย่าไปพูดที่ไหนนะ ถ้าคนอื่นฟังมันจะดูไม่ดี” พี่สินธุ์แอบดุเล็กๆ แต่ไม่จริงจังหรอก อารมณ์แบบห่วงมากกว่า เพลิงเลยทำปากยื่นชนิดที่โคตรน่าจูบ 

“เพลิงไม่ได้พูดกับคนอื่นสักหน่อย เพลิงพูดกับพี่นั่นแหละ” 

พี่สินธุ์ยิ้มกว้างทันที ไม่ได้สนใจเลยว่านี่กระแหนะกระแหนสุดฤทธิ์ จนคนที่ทำมาแล้วตั้งแต่อ่อยแบบถกผ้า ยันถอดกางเกงเขาถอนหายใจอีกครั้ง กดสายตามองตูดแน่นๆใต้กางเกงขาสั้นอยู่บ้านของพี่สินธุ์ แล้วอดจะเลียปากไม่ได้ 

เพลิงอาจจะไม่ถูกใจหน้าตาของพี่สินธุ์ แต่เพลิงยืนยันอีกครั้งว่าหุ่นพี่สินธุ์แซ่บมาก 

เขาชอบคนมีกล้าม แต่ไม่ใช่แบบนายแบบนิตยสารเล่นกล้าม เอาแบบแค่พอประมาณ ยกเขาขึ้น เล่นท่าลิงอุ้มแตงได้ไม่หล่น เขาก็พอใจแล้ว ซึ่งพี่สินธุ์นับได้ว่าเป็นคนประเภทนั้น อีกครั้งที่การใช้เวลาด้วยกันทำให้เพลิงได้เห็นชีวิตประจำวันของอีกฝ่าย 

พี่สินธุ์ตื่นเช้า พี่สินธุ์เข้าเรียนไม่เคยขาด ใช้เวลาว่าอ่านหนังสือเพิ่มเติม และพี่สินธุ์ชอบเล่นเทนนิสมากกกกกกก 

ครั้งแรกที่ได้เห็นคือเมื่อสามวันก่อน พี่สินธุ์บอกว่าจะมารับช้าหน่อยเพราะว่าจะไปตีเทนนิสกับเพื่อน ไอ้เขาเองก็นึกอยากไปส่องหนุ่มๆ ที่คอร์ทก็เลยทำตัวเป็นแฟนที่ดีบอกว่าจะไปหาเอง แล้วแม่งเอ๊ย ผู้ชายชื่อเชยแม่งโคตรฮอต! 

แม้จะสวมแว่นแบบเดิม แม้จะหน้าตาจริงจังเช่นทุกครั้ง แต่พี่สินธุ์ที่เหงื่อโชกไปทั้งตัว หวดไม้แร็กเกตนี่โคตรมาดแมน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกำลังแขนถึงเยอะ ดูตอนที่ตีลูกสักหลาดสิ ดังผัวะๆ ดึงดูดสายตาเสียจนเพลิงลืมมองไปเลยว่าเพื่อนพี่สินธุ์หุ่นน่ากินมั้ย (มันก็มองอย่างเดียวเนอะ) แล้วยิ่งเห็นเขาแล้ววิ่งเหยาะๆ มาหาทั้งที่เหงื่อท่วมนะ....แม่งเอ๊ย! อยากเลียเหงื่อนั่นชะมัด! 

ความคิดของคนที่เหลือบขึ้นข้างบน ตอนนี้เขากำลังสนใจไหล่ผู้ชายอีกอย่าง 

พี่สินธุ์เป็นคนไหล่กว้าง และเพลิงก็ยอมรับว่านอกจากตูดกับเป้ากางเกง เขาสนใจจะมองไหล่ผู้ชายบ้างแล้ว 

“น้องเพลิงหิวหรือครับ” 

“อื้อ” 

หิวมึงอะ 

เพลิงไม่คิดปิดบังความปรารถนาในดวงตาเลย ทั้งยังเลียปากตัวเองอีกที ชนิดที่พี่สินธุ์ชะงักไปนิด แล้วรีบหันไปตักน้ำแกงด้วยช้อน จากนั้นก็ยื่นให้ 

“น้องเพลิงชิมดูนะครับ ถ้าชอบรสนี้แล้วพี่จะได้ปิดเตาตั้งโต๊ะเนอะ” 

คนตัวเล็กมองมือใหญ่สลับกับใบหน้าคมของคนที่เปลี่ยนเรื่องอย่างเห็นได้ชัด จนเป็นฝ่ายชะโงกตัวเข้าหา ทัดผมเอาไว้ที่ใบหู ไม่คิดจะยื่นไปรับช้อน ผิดกับริมฝีปากที่ยื่นไปเหนือช้อนคันนั้น ดวงตาที่หลุบต่ำก็ช้อนขึ้นมอง พร้อมๆ กับเริ่มซดน้ำซุปช้าๆ 

เพลิงกินช้าไม่ต่างจากลูกแมวที่เลียนม 

เอื้อก! 

อีกครั้งที่พี่สินธุ์สูดหายใจเฮือกใหญ่ กลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกขยับอย่างรุนแรง ลมหายใจขาดห้วง 

เพลิงรู้นะว่าตอนนี้พี่สินธุ์เข้าใจภาษากายของเขาแล้ว แต่ยังบ่ายเบี่ยงไม่เลิก ดังนั้นลิ้นสีสดจึงเลียไปตามความยาวของช้อน แล้วตวัดเข้าที่ปลายนิ้วของอีกฝ่าย... 

เคร้ง 

ช้อนคันนั้นร่วงหลุดลงบนเคาน์เตอร์ครัว แต่เพลิงจับมืออีกฝ่ายเอาไว้ทันก่อนที่จะชักหนีเหมือนต้องของร้อน จากนั้นลิ้นนิ่มก็เลียไปตามร่องนิ้ว ได้กลิ่นซุป กลิ่นอาหาร และรสชาติหวานๆ เค็มๆ ของคนที่ยืนอยู่หน้าเตามาสักพัก หากเจ้าตัวก็ยังไม่หยุด 

จ๊วบ...จุ๊บ... 

คนตัวเล็กเลียเหมือนว่านี่ไม่ใช่แค่นิ้ว เขาทั้งดูด ทั้งงับ ทั้งเลียจนนิ้วพี่สินธุ์เปียกชุ่ม รับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาของร่างกายอีกฝ่ายที่แข็งเกร็ง กลั้นหายใจ หัวไหล่ทั้งสองข้างตั้งตรง และดวงตา...ฉายประกายรุนแรง 

“จ๊วบ” เพลิงดูดนิ้วอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย แล้วผละออก 

“อร่อยจัง” 

ใบหน้าแดงเรื่อด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นบอกเสียงสั่นพร่า แล้วจงใจเหลือบตาลงต่ำไปมอง...เป้ากางเกง 

“อยากกิน...พี่สินธุ์ด้วยจัง” 

พี่สินธุ์นี่หายใจดังเฮือกเลย แต่... 

“มันเร็วไปครับน้องเพลิง” 

“หืม” 

คนที่กำลังเพลิดเพลินกับเป้ากางเกงที่ตุงขึ้น เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แล้วพบกับดวงตาคู่คมที่แทบจะทานทนไม่ไหว หากพี่สินธุ์คนดีก็ยังกัดฟันบอกเสียงต่ำ ขณะที่ดึงมือออกจากการเกาะกุม 

“อะไรเร็วไปพี่สินธุ์” 

“ที่เรากำลังทำอยู่นี่ไงครับ” 

“เพลิงแค่เลียนิ้วพี่เอง” เพลิงทำปากยื่น กับตาอ้อนๆ 

“พี่หมายถึงที่น้องเพลิงชวนพี่...” 

“มีเซ็กส์?” 

พี่สินธุ์ตาวาวกับคำนี้ แต่ก็ยังพยักหน้ารับด้วยท่าทางใจเย็น แล้วบอกต่อด้วยท่าทางสงบ 

“ใช่ครับ พี่ว่ามันเร็วไป” 

“ไม่เร็ว พี่สินธุ์เชื่อเพลิงเหอะ” เพราเพลิงก็เถียง เพราะชักเข้าเค้าแล้ว พี่สินธุ์คนนั้นยอมคุยเรื่องที่ว่าเราจะมีอะไรกันเมื่อไหร่กับเขาเสียที ซึ่งนั่นก็ทำให้คนตัวโตขยับตัวคล้ายลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“หนก่อนมันเร็วไป” 

อ่า อันนี้ไม่เถียง หนก่อนก็แทบตั้งตัวไม่ทันจริงๆ 

“พี่เลยอยากให้หนหน้า...ดีกว่าครั้งก่อน” 

“งั้นพี่สินธุ์ก็ทำเลยสิ” เพลิงถามอย่างกระตือรือร้น ผิดกับพี่สินธุ์ที่ส่ายหน้าช้าๆ 

“พี่อยากให้ครั้งหน้ามันดีกว่านั้นมากๆ ครับน้องเพลิง พี่อยากทำให้สมกับที่เราเป็นแฟนกัน ที่เราคบกัน พี่แค่คิดว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น จะด้วยบรรยากาศหรืออะไรก็แล้วแต่ พี่แค่อยากให้ครั้งหน้าทำให้น้องเพลิง...ประทับใจ” พี่สินธุ์บอกเขินๆ แต่คนฟังนี่ยังกับโดนคาถาจังงัง 

หนก่อนแม่งดีมากเลยมึง กูไม่อยากบอก 

“แล้วเมื่อไหร่” หากเพลิงถามได้แค่นี้ ซึ่งพี่สินธุ์ก็ตอบได้โคตรคลุมเครือ 

“พี่ว่าพอเวลานั้นมาถึง เราจะรับรู้ได้เองครับ” 

จากนั้นก็ส่งยิ้มพ่อพระมาให้คนที่นั่งนิ่ง 

มึงรับรู้ตอนไหนไม่สำคัญ แต่กูเนี่ยคันจะตายห่าอยู่แล้ว 

*!!!* 

ความคิดของคนที่หลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ 

.......................................... 

“มึงช่วยเลิกทำหน้าแบบนั้นทีได้มั้ย” 

“หน้าแบบไหนวะ” 

“แบบอยากได้เขาไปหมดไง” 

“มึงจะพูดอ้อมโลกทำไมวะไอ้เพ้นท์ บอกมันไปเลยสิว่าไอ้เพลิงทำหน้าเหมือนอยากได้ไอ้นั่นเสียบตูดอะ” 

วันนี้สามเพื่อนสนิทมีนัดกันมาดูภาพยนต์ที่เพิ่งเข้าโรง ซึ่งเมื่อยังไม่ถึงเวลา พวกเขาเลยมาหาอะไรทานด้วยกันในร้านอาหารละแวกนั้น หากเพราเพลิงก็เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งทุกครั้งที่มีผู้ชายหล่อเดินผ่าน มันจะทำการชะโงกคอมองตาม แล้วก็ถอนหายใจ ตาเยิ้มๆ ประเภทที่อยู่ในคลับคงโดนลากไปแดกแล้ว 

หน้าตาถวิลหาการโดนเสียบมาก 

“ก็กูอยากโดนจริงๆ นี่หว่า” เพลิงเองก็หันมาถอนหายใจ แล้ว... 

พรวด 

“เฮ้ยมึงคนนั้นใหญ่!” 

พูดไม่ทันขาดคำก็แทบจะยกมือเกาะกระจก มองตามผู้ชายหน้าเข้มที่เดินผ่านไปกับแฟนสาว แต่สายตามันไม่มองชะนีหรอก กดมองแค่เป้ากางเกงของทางนั้น แล้วถอนหายใจด้วยความเสียดาย และนั่นก็ทำให้เพ้นท์ส่ายหน้าหวือ ดีดน้ำจากหลอดใส่หน้าซะเลย 

“ฮึ่ย มันเย็นนะไอ้เพ้นท์” 

“กูเรียกดีดเรียกสติ” 

“งั้นแปลว่ามึงยังไม่ได้พี่สินธุ์งั้นสิ” 

กึก 

เพลิงกะจะตอบโต้เพราพนา แต่กลับเป็นฝ่ายชะงัก เมื่อแอนเดรียที่เอาหลอดคนน้ำแข็งถามด้วยรอยยิ้มรู้ทัน แถมยังยิ้มกว้างจนปากจะถึงรูหู 

“ไหนจ๊ะ กูจะฟันพี่สินธุ์แล้วทิ้งภายในสามวัน นี่มันกี่วันแล้ววะเพ้นท์” แอนเดรียหันไปหาเพื่อนอีกคนที่ยกมือขึ้นมานับนิ้ว ทำหน้าตาตื่นๆ แล้วบอกด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ 

“อาทิตย์กว่าแล้วมึง กูยังเห็นไอ้เพ้นท์นั่งรถสีดำเข้าม.มาอยู่เลย” 

ใช่สิ ก็รถพี่สินธุ์สีดำนี่ รถกูมันสีขาว 

*!* 

“เคสนี่มันยาก” เพราเพลิงว่าอย่างไว้ตัว ยกมือกอดอก เบ้ปากที่ถูกเพื่อนรุม แต่อีกสองคนก็ไม่มีสงสาร หันไปหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ จนรีบว่าต่อ 

“แต่พอได้แล้วกูก็ทิ้งพี่เขาอยู่ดีนั่นแหละน่า” 

“ผู้ชายดีๆ อย่างพี่สินธุ์น่าจะหาคนที่ดีกว่ามึงได้เนอะ” 

“แต่เขาก็เอากู และถ้าจะมีใครเป็นฝ่ายทิ้งใครก็ต้องกูเนี่ยแหละ” 

“จริงหร้อ” แอนเดรียกระแซะไหล่ 

“ต่างด้าว มึงเอานมชะนีมึงไปไกลๆ กูเลย” 

“ฮ่าๆๆ วันนี้กูยอมเป็นต่างด้าว กูไม่ถือ แล้วสรุปว่ามึงยังเป็นแฟนพี่สินธุ์ แต่ยังไม่ได้ฟันพี่สินธุ์ และยังไม่เลิกกัน อันนี้ถูกต้องมั้ยจ๊ะ” สาวลูกครึ่งว่าอย่างอารมณ์ดี ตอนแรกก็เกรงว่าเรื่องมันจะจบแบบที่ไอ้เพลิงทิ้งพี่สินธุ์จริงๆ แต่นี่ตั้งแต่เจอกันวันแรกจนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว 

อื้อหือ ไอ้เพลิงเกาะติดกับผู้ชายคนเดียวตั้งเดือนนึงเนี่ยนะ แค่นี้ฝันก็เป็นจริงแล้วเหอะ 

“เดี๋ยวได้ก็เลิก” 

“กูถามจริงๆ นะไอ้เพลิง มึงก็อย่าเพิ่งชงไอ้เดรีย ขอกูถามก่อน” เพ้นท์แทรกขึ้นมาระหว่างสองคนที่กำลังเถียงกันอยู่ ห้ามเพื่อนสาวที่เร้าๆ ว่าขอปั่นต่ออีกหน่อย จากนั้นก็จ้องตาคนแรดที่มันเองก็เลิกคิ้วทำนองว่าจะถามอะไรวะ 

“ทำไมมึงถึงติดใจพี่สินธุ์นักวะ เออ กูรู้น่าไอ้เดรียว่ามึงเชียร์พี่สินธุ์ กูก็ไม่ได้ยุให้เลิกกัน กูแค่สงสัยว่าทำไมมึงไม่ได้ มึงก็แค่หาคนอื่นอย่างที่แล้วมาก็ได้ อย่างพี่ดริวมึงก็ไม่ได้ มึงไม่เห็นเครียดเลย ก็ออกไปล่าเหยื่อตกปลาของมึงตามประสา แต่นี่มึงยอมไม่มีใครแล้วมาบ่นว่าเปลี่ยวบ้างล่ะ คันบ้างล่ะ รอแต่พี่สินธุ์อยู่คนเดียว กูเลยสงสัยไงว่าที่จริงๆ แล้วมึงบอกปาวๆ ว่าอยากฟันพี่สินธุ์ให้ได้ก่อนก็เพราะมึง...ก็ชอบเขาเหมือนกัน” 

“...” 

“...” 

คราวนี้แหละ ทั้งโต๊ะเงียบกริบ จ้องหน้าเพลิงที่กำลังอ้าปากค้างเป็นตาเดียว 

นั่นสิ ระหว่างที่ไม่ได้พี่สินธุ์ไปหาคนอื่นก็ได้นี่นา 

“อูยยย ไอ้เพ้นท์มาทีสาระเต็ม แถมแทงใจดำดังฉึก” สาวสวยที่เชียร์เพื่อนพี่สุดแรงเกิดว่าขำๆ ทำให้คนโดนแทงใจหันมาถลึงตาใส่ แล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง 

“กูเปล่าชอบเขานะ แต่พี่สินธุ์เวลาอย่างว่าแม่งกร้าวใจกว่าคนอื่นก็เท่านั้น” 

“ไอ้สัตว์ป่าที่มึงว่าอะนะ” เพ้นท์ถามด้วยสีหน้าว่ารสนิยมอะไรของมึง 

“ก็เออ ตอนนั้นมันดีจริงๆ นี่หว่า แล้วคนอื่นก็เทียบไม่ติดด้วย” 

“นั่นๆๆๆ ระวังเถอะ ติดกายมากๆ เข้าเดี๋ยวก็ติดใจไปเอง” เพื่อนสนิทยังคงชงไม่เลิก จนเพลิงมุ่ยปาก ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้ติดใจเลยสักนิด กับแค่ผู้ชายได้ยากคนหนึ่งที่โคตรเอาใจใส่ ดูแลดีไม่ขาด อยากได้อะไรก็บอกแล้วจะหามาให้ ผู้ชายแบบนั้นมีดีก็แค่บนเตียงเท่านั้นแหละ 

จริงหรือวะ 

“อีกสิบปีค่อยว่ากัน” 

ยัง คนมั่นใจในตัวเองว่าเกิดมาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม (ได้ไปทั่วนั่นแหละ) ยังคงยืนยัน 

“พวกกูจะรอดู แต่ตอนนี้มึงรีบแดกเหอะ หนังจะเข้าอยู่แล้ว” เพราพนาเป็นคนก้มลงมองนาฬิกาแล้วเร่งทั้งสองให้รีบกิน 

ไม่นาน พวกเขาทั้งสามจึงเดินมาถึงหน้าโรงภาพยนต์ และอีกครั้งที่เพราเพลิงถึงกับเหลียวมองไปยังผู้ชายกลุ่มใหญ่หน้าตาดีที่นั่งรอเข้าไปดูภาพยนต์เรื่องเดียวกัน สายตาก็ล่อกแล่กตามประสาคนชอบส่องผู้ ริมฝีปากก็เริ่มคลี่ยิ้ม ดวงตาก็เริ่มเยิ้มๆ จนเพื่อนอีกสองคนพากันส่ายหน้า 

หากทันใดนั้นเอง 

ครืด ครืด 

“ครับพี่สินธุ์” 

เพลิงที่กำลังเพลินๆ คว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับทันทีที่สั่นแรงๆ ในกระเป๋า ละสายตาจากผู้ชายกลุ่มนั้น แล้วหน้าเยิ้มๆ แบบอยากโดนเสียบก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวาน 

“เพลิงมารถไอ้เดรียน่ะครับ ไม่ได้เอารถมาเอง....พี่สินธุ์จะมารับหรือครับ จริงอะ...อื้อๆ ประมาณสามชั่วโมงนะ ถ้าถึงแล้วพี่สินธุ์ก็โทรมาหาเพลิงเนอะ” คนตัวเล็กอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา ทำเอาคนแอบฟังพากันมองหน้ากัน แล้วแอนเดรียก็ล้อเลียนด้วยการยิ้มหวาน ซบไหล่เพราพนา 

“เพ้นท์จ๋า ท่าทางพวกเราจะโดนทิ้งแล้วล่ะ” 

“นั่นสิ ไหนวะคนที่บอกว่าอยากเลิก” 

“ชู่วววว...ไม่มีอะไรครับพี่สินธุ์แค่คนบ้าสองคนส่งเสียงผ่านน่ะ...ครับๆ บ๊ายบาย เดี๋ยวเจอกันนะ” 

เพลิงวางสาย ยิ้มกว้าง มองโทรศัพท์อยู่นั่น จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมนั่นแหละ ถึงหันมามองต้นเสียง แล้วก็รีบปรับสีหน้า เชิดหน้าขึ้นสูง บอกอย่างไว้ตัว 

“กูก็ต้องอ่อยให้ติดไง” 

“จ้า อ่อยจ้า ยิ้มหวานมากจ้า ให้เขามารับด้วยจ้า ทิ้งเพื่อนด้วยจ้า...” 

“แล้วมึงอยากโดนด่าว่าเสือกด้วยมั้ยล่ะจ้ะ” เพลิงแยกเขี้ยวใส่ เก็บโทรศัทพ์เข้ากระเป๋ากางเกง ขณะที่เพ้นท์เองก็ว่าขำๆ 

“นี่กูอยากรู้จริงๆ แล้วนะว่าถ้ามึงได้พี่เขาแล้วมึงจะเอายังไงต่อ มึงได้พี่สินธุ์เร็วๆ ดิ กูอยากรู้” แม้แต่คนมียางอายยังว่าแบบนี้ รอดูชนิดทนไม่ไหวแล้วว่าถ้าสองคนนี้ได้กันอีกรอบ ไอ้เพลิงมันจะยอมเลิกจริงอย่างปากพูดมั้ย นี่ทำนายได้เลยว่าเดี๋ยวมันก็อ้างอีกนั่นแหละว่าติดใจ อยากได้อีก ยังไม่เบื่อ ดังนั้น ได้กันไวๆ เหอะ นี่ลุ้นจนไม่รู้จะลุ้นยังไงแล้ว 

“นั่นสิ มึงจับพี่สินธุ์มัดแล้วเสียบเองเลยสิ” 

“ไอ้เดรีย มึงเป็นผู้หญิง” หากก็อดจะเตือนเพื่อนสาวที่พูดเต็มปากไม่ได้ 

“เอาอยู่ที่ไหนล่ะ ตัวก็ขนาดนั้น” เพลิงเบ้ปาก นี่ขนาดมอมเหล้าก็แล้วยังหลับหนีได้หน้าตาเฉย จนชักสงสัยว่าถ้าเอาเชือกมัดมันจะอยู่จริงๆ น่ะหรือ ซึ่งนั่นก็ทำให้เพราพนาว่าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ 

“กุญแจมือมั้ยมึง” 

“ฮ่าๆๆ นั่นสิ เอาแบบที่มีขนนิ่มๆ ด้วยนะ แล้วจับเอาแส้ฟาดเพียะๆๆ พี่จะเสียบผมมั้ย เร็วๆ ผมคันมากแล้ว” แอนเดรียหัวเราะอย่างเห็นขำ ไม่ทันสังเกตว่าไอ้เพื่อนตัวเล็กมันเงียบลงทุกขณะ ผิดกับดวงตาที่กำลังวาววับขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ 

กุญแจมือ! 

ไอเดียเก๋กู้ดที่แอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเว็บไซต์ซื้อขายของเล่นอย่างว่าทันที 

..................................... 

“พี่สินธุ์สวัสดีค่ะ” 

“สวัสดีครับพี่สินธุ์” 

หลังจากที่ออกจากโรงภาพยนตร์ เพราเพลิงก็โทรหาคนที่บอกว่าจะมารับ ไม่นานเกินรอ ผู้ชายตัวโตสวมแว่นกรอบหนาก็ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มสุภาพ รับไหว้รุ่นน้องทั้งสองที่พร้อมใจกันสวัสดี หากสายตาเคร่งขรึมคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นเอ็นดูเมื่อทอดมอง 

‘คนแรด’ 

ประจำกลุ่ม 

“สนุกมั้ยครับน้องเพลิง” 

“แน่ะ ยืนกันอยู่สามคน ถามคนเดียวเองหรือคะพี่สินธุ์ ไม่ใช่ว่าเรารู้จักกันมาก่อนหรือ แต่ท่าทางเดรียจะไม่อยู่ในสายตาซะแล้ว” คนช่างยุอดไม่ได้ที่จะปั่นกันต่อหน้า ซึ่งคนฟังก็เกาแก้มแก้เขิน รีบบอกด้วยรอยยิ้มน่ามอง 

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ พี่ก็ถามเราสามคนนั่นแหละว่าสนุกมั้ย” 

“เมื่อกี้พูดชื่อไอ้เพลิงเห็นๆ เลยเนอะเพ้นท์เนอะ” 

เพราพนาก็พยักหน้าหัวเราะกับเพื่อน ไม่ได้สนิทสนมพอที่จะเอ่ยปากแซว เลยหันไปมองเจ้าเพื่อนตัวเล็กที่เหมือนแก้มมันจะแดงขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะแสงไฟหรือเปล่า 

“ก็กูแฟนพี่สินธุ์นี่หว่า ไม่ถามกูแล้วจะถามใคร” 

“อื้อออ แฟนกันเนอะ” แอนเดรียว่าอย่างมีเลศนัย ซึ่งนั่นก็ทำให้เพราเพลิงเริ่มร้อนตัว ก็ขืนพี่สินธุ์รู้เรื่องจะหลอกฟันแล้วทิ้งก็ชวดน่ะสิ สองมือเลยคว้าจับที่ท่อนแขน แล้วดึงเบาๆ 

นี่กลัวชวดเฉยๆ ไม่ได้กลัวพี่สินธุ์เข้าใจผิดจริงๆ นะ 

“ป่ะ พี่สินธุ์ เพลิงว่าเราไปกันเหอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” 

“จ้า สองทุ่มครึ่งบ้านมึงดึก ทุกทีตีสองยังไม่กลับบ้าน” 

“ไปเหอะพี่ ไปนะพวกมึง เจอกันที่ม.” 

เพราเพลิงไม่รอโดนแฉมากกว่านี้ เพราะสองมือออกแรงดึงมากกว่าเดิม ซึ่งสินธุ์เองก็ไม่ถามให้มากความ แค่ส่งยิ้มให้รุ่นน้องทั้งสอง 

“ขอบคุณที่ช่วยดูแลน้องเพลิงให้พี่นะครับ” 

รอยยิ้มที่ทำเอาแอนเดรียและเพราพนาถึงกับนิ่ง และเกิดความสงสัยอย่างพร้อมเพรียงกัน 

ทำไมผู้ชายดีๆ มาตกบ่วงไอ้เพลิงได้วะ แต่ก็ดีแล้ว เผื่อมันจะซึมซับความดีมาบ้าง 

ขณะที่เพลิงกลับหน้าร้อนวูบ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครพูดประโยคนี้ให้ฟัง เพราะแม้แต่พ่อแม่หรืออาฟรอสสุดที่รักก็ยังไม่มีใครพูดเหมือนเขาเป็นคนที่ต้องคอยดูแลขนาดนั้น ทั้งที่ในใจก็เคยคิดว่าประโยคพวกนี้คงทำให้ขนลุกซู่ รู้สึกแย่ที่ถูกแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่ไม่ใช่กับพี่สินธุ์ 

พี่สินธุ์บอกเพราะห่วง 

“พี่สินธุ์ไปขอบคุณพวกมันทำไม เพลิงต่างหากที่ดูแลพวกมัน” 

พอเดินพ้นจากระยะการได้ยิน เพลิงเองก็ถามอย่างอดไม่ได้ ซึ่งคนตัวโตก็เลิกคิ้วนิด กดสายตามองมือ ทำท่าลังเลเหมือนว่าควรจะดึงออกดีมั้ย แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เขาจับเอาไว้ 

“ก็ดูแลเวลาน้องเพลิงไปเที่ยวแล้วกลับมาตอนตีสองไง” 

คนตัวเล็กชะงัก ไม่คิดว่าพี่สินธุ์จะจับสังเกตเรื่องนี้ทัน แต่เหนืออื่นใด... 

“แล้วพี่สินธุ์รับได้หรือที่เพลิงชอบเที่ยว” ผู้ชายจริงจังกับคนเสเพลอย่างเขาเนี่ยนะ 

“พี่ไม่ว่าหรอก พี่เป็นห่วงมากกว่า เพราะงั้นถ้าไปเที่ยวแล้วกลับดึกอีกโทรหาพี่นะ เดี๋ยวพี่ไปรับ” พี่สินธุ์ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ทำเอาคนที่ไม่เคยมีใครดูแลระดับนี้มาก่อนเองก็แอบสั่น แก้มแดงจัด ได้แต่หลุบตาลงต่ำอย่างเขินๆ 

“หรือหนหน้าถ้าอยากไป พี่ขอไปเป็นเพื่อนนะ” 

งั้นก็ไม่ได้ไปตกผู้ชายสิวะ แต่ก็... 

คนคิดเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคาย แล้วก็เกิดความรู้สึกนี้ 

ช่างแม่งมันเหอะ ไม่ได้ก็ไม่ได้ เอาไว้ได้คนนี้ก่อนค่อยว่ากัน 

“แล้วนี่พี่สินธุ์มาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ อย่าบอกนะว่ามารับเพลิงอย่างเดียว” เพราเพลิงบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะมาดูหนังกับเพื่อน ซึ่งพี่สินธุ์ก็เกาแก้ม พยักหน้ายอมรับแต่โดยดี 

“ตั้งใจมารับนั่นแหละ พอดีพี่เห็นรถน้องเพลิงจอดอยู่ที่คอนโดฯ พี่เลยคิดว่าน่าจะกลับลำบาก” 

โหย มึงเอาตำแหน่งแฟนดีเด่นไปเลยเหอะ 

เพลิงลอบยิ้ม เพราะเขาเนี่ยล่ะแฟนที่ว่า 

“แต่พอดีพี่เห็นว่ามีเวลาเหลือเลยแวะไปทำธุระมาเหมือนกัน” คนตัวโตว่าพลางก้าวนำไปที่รถ ซึ่งเพลิงไม่ได้ถามต่อว่าธุระที่ว่าคืออะไร แค่เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่เพิ่งไปดูมาอย่างออกรส สปอยไปเต็มที่ ทั้งยังเอ่ยปากชวน 

“เอาไว้ไปดูกันอีกรอบนะพี่สินธุ์ มันสนุกมากเลย” 

“ได้เลย วันไหนดีล่ะ” 

“วันไหนก็ได้” เพลิงว่าอย่างอารมณ์ดี แล้วก็เอื้อมมือไปเปิดเพลง 

“แล้วนี่หิวมั้ย ทานอะไรมาหรือยัง” 

“กินแล้วพี่สินธุ์ พี่ล่ะ” 

“พี่กินเมื่อตอนที่รอเราแล้วเหมือนกัน งั้นตรงกลับบ้านเลยนะ” 

“ครับผม” 

แปลก ใช่โคตรแปลก 

นี่คือสิ่งที่คนนั่งข้างคนขับบอกตัวเอง เพราะตอนนี้เขานั่งเฉยๆ มือไม้ไม่ได้ไปสะกิด ไปลูบไล้ ไปปลุกเร้าอีกฝ่าย เราแค่นั่งอยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่ได้คุยกันเรื่องเซ็กส์ ไม่ได้ชวนกันทำเรื่องอย่างว่า ก็แค่คุยเรื่องหนังที่ชอบกันไปเรื่อยๆ ตลอดทางกลับบ้าน แต่ทำไม...เขาถึงรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในอากาศ 

เพลิงรู้สึกดีมากจนบรรยายไม่ถูก 

แล้วความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีไปอีกหลายเท่าตัวเมื่อพวกเขากลับมาถึงห้อง 

“น้องเพลิงครับ พี่ให้” 

“ครับ?” 

เพลิงกำลังไขกุญแจเข้าไปในห้อง แต่กลับต้องชะงัก เมื่อคนมาส่งยื่นอะไรบางอย่างมาให้..กุญแจหนึ่งดอก 

“พี่ก็ไม่รู้ว่าน้องเพลิงอยากได้หรือเปล่า ที่พี่บอกว่าไปทำธุระมาก็เรื่องนี้แหละ อันนี้กุญแจห้องพี่ พี่ให้ไว้นะ” คนตัวเล็กจ้องมองกุญแจนิ่งงัน ความรู้สึกบางอย่างกำลังเล่นงานในอก มันเหมือนว่าหัวใจกำลังถูกสูบลมจนพองโตแทบจะระเบิด มือที่สั่นนิดๆ ก็ยื่นไปรับมาถือไว้ 

เขาเกลียดการที่คนอื่นบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว แม้แต่พี่พายยังไม่มีกุญแจห้องเขาเลย ดังนั้น การที่พี่สินธุ์ยอมให้เขาเข้าออกพื้นที่ส่วนตัวได้ทุกเมื่อ เพลิงจึงรู้สึกว่านี่คือการให้ความสำคัญแบบที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร 

“ขอโทษนะที่ของขวัญชิ้นแรกที่พี่ให้เป็นแค่กุญแจห้อง” 

“ไม่หรอก เพลิงดีใจ” คนตัวเล็กพึมพำ 

เขาไม่ได้แกล้งพูดให้พี่สินธุ์ดีใจ แต่ตอนนี้เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ 

“งั้นน้องเพลิงพักผ่อนเถอะ พี่กลับห้องก่อนนะ” พี่สินธุ์บอกแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางหนีไฟ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่มีใครใช้ลิฟต์เวลาไปหากัน เพราะเราอยู่ห่างกันแค่ชั้นเดียว แต่แล้วคนตัวโตก็หยุดเดิน แล้วหันกลับมา 

“พี่สินธุ์ลืมอะไรหรือเปล่า” เพลิงถาม ไม่คาดหวังเรื่องอย่างว่าแล้ว ซึ่งพี่สินธุ์ก็ลังเลนิด แล้วยื่นมือมาลูบผมให้พ้นหน้าผาก จากนั้นก็ทำในสิ่งที่เพราเพลิงแทบลืมหายใจ 

จุ๊บ 

“พี่ลืมบอกฝันดีครับ...ฝันดีนะ” 

“!!!” 

เพลิงถึงกับอ้าปากค้าง มองผู้ชายคนนั้นที่ไม่กล้าแม้แต่จะจับมือ แต่กลับก้มลงมากดจูบที่หน้าผากเขาอย่างอ่อนโยน ทำเอาไอ้เพลิงตัวสั่น ไม่ได้สั่นด้วยความรู้สึกอยากกระโจนเข้าหา มันเหมือนเขาถูกถีบลอยขึ้นฟ้าด้วยความอบอุ่นและแววตา...รักใคร่ของผู้ชายคนนี้ 

พี่สินธุ์เดินกลับไปแล้วด้วยหูแดงๆ แต่... 

หมับ 

คนมองยกสองมือกุมหน้าผากแน่น หัวใจเต้นถี่แรง เดินตัวลอยเข้าไปในห้องกว้าง 

เขารู้สึกดีเสียกว่าตอนที่มีอะไรกับคนอื่นเสียอีก 

‘ผู้ชายดีๆ อย่างพี่สินธุ์น่าจะหาคนที่ดีกว่ามึงได้เนอะ’ 

จู่ ๆ คำพูดของเพื่อนก็ดังขึ้นในหัว ซึ่งทำให้เพลิงกำกุญแจในมือแน่น 

“กูต้องได้ผู้ชายคนนี้” 

ตอนนี้ไม่สนเหตุผลห่าเหตุผลอะไรแล้ว แต่ไอ้เพลิงต้องได้ผู้ชายคนนี้ 

..................................... 

​ครบค่ะ 

เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า 

ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ 

ความคิดเห็น