email-icon facebook-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ..

ตอนที่ 3 ต่างคนต่างเมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ต่างคนต่างเมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2562 17:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ต่างคนต่างเมา
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ต่างคนต่างเมา​


เช้าวันนี้ฉันต้องบากหน้าหมวยๆ ของตัวเองเข้าไปที่ร้านขายยาหน้าปากซอยด้วยท่าทางเหนียมอายเพื่อซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน เพราะเมื่อก่อนตอนที่ฉันมีอะไรกับพี่วีเขาก็ป้องกันตลอดไม่เคยโยนภาระมาให้ฉันสักครั้งเดียวคิดมาแล้วก็รู้สึกปวดใจทุกที กับคนอื่นทำไมไม่ป้องกันฟร่ะ แต่ก็ดีแล้วหละเพราะฉันเองก็ยังไม่พร้อมที่จะมีลูกในตอนนี้


เอาละเราอย่าไปพูดถึงคนที่จากไปเลยค่ะ เรากลับมาที่เรื่องของฉันกับรันดีกว่าค่ะ


และหลังจากที่รันมันออกจากห้องฉันไปสักพัก ความทรงจำเมื่อคืนก็วิ่งปรู๊ดเข้าสู่แกนสมองซีกขวาของฉันทันที


เมื่อคืนฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนผีบ้า จะไม่ให้ร้องได้ยังไงนั่นมันแฟนคนแรกของฉันเลยนะเฟ้ยแล้วดูดิพอมันได้ฉันแล้วมันก็ทิ้ง


ไอ้รันมันก็ใจดีหรือรำคาญก็ไม่รู้ที่เห็นฉันร้องไห้ยังกับมีใครตาย มันก็เลยดึงฉันเข้าไปกอดปลอบแล้วฉันก็กำลังอ่อนแอไงเลยหันหน้าไปกอดซบมันแต่ไม่รู้ว่าไปกอดอิท่าไหน ใครจะไปคิดละค่ะว่ามันจะสปาร์คกันไวขนาดนั้นหรือว่าจะเป็นเพราะต่างคนต่างก็เมาด้วยกันทั้งคู่อารมณ์มันก็เลยเตลิด ไอ้รันมันเลยมาจูบหน้าผากจูบตาจูบปากฉันแล้วฉันก็ดันไปจูบมันตอบอีก จากนั้นเราสองคนก็....


และระหว่างที่ฉันกำลังยืนชงชาร้อนเพื่อบรรเทาอาการพะอืดพะอมและคิดอะไรทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่นั้น พี่นัทก็ทักขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนฉันสะดุ้งโหยง


“น้องพาย ทำอะไรอยู่เหรอครับ” แหม เสียงหวานซะด้วย


“พะ พี่นัท มาเงียบๆ พายตกใจหมดเลยค่ะ" ฉันหันขวับกลับไปมองต้นเสียงด้วยสีหน้าตื่นๆ


"พาย พี่ขอโทษครับไม่นึกว่าจะตกใจขนาดนั้น" พี่นัททำหน้าเหวอเมื่อเห็นอีหมวยชุดเขียวตรงหน้าตกใจจนหน้าซีดกว่าเดิม


"เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ พี่นัทจะรับชาร้อนสักถ้วยไหมคะ” ฉันยิ้มแห้งๆ ให้พี่นัทที่ยืนสำนึกผิดอยู่ตรงข้าม


“จริงๆ พี่ก็กินกาแฟมาแล้วนะ แต่ถ้าน้องพายจะชงให้พี่ก็ยินดีรับครับ” พี่นัทตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม เอ่อ พี่ปรับอารมณ์เร็วไปปะคะ


กินมาแล้วจะกินอีกทำไม ฉันได้แต่ถามในใจแล้วส่งยิ้มบางเบาดุจขนนกไปให้พี่นัทแทนคำถามที่อยู่ในใจ


“อะแฮมๆ ไปจีบกันที่อื่นได้ไหมคะ เกะกะ” หยกที่เพิ่งเดินเข้ามากระแซะเสียงใส่พร้อมกับเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับพี่นัท


พี่นัทส่ายหัวเบาๆ ถ้าให้ฉันเดา ฉันว่าเขาคงจะระอาใจกับหยกมันเต็มทนจริงๆ


แต่หยกมันสวยนะ สวยเปรี้ยวสวยคมทำไมพี่นัทถึงไม่ไปจีบหยก แทนที่จะมาตามจีบอีหมวยจูออนอย่างฉัน ฉันว่าสองคนนี้เหมาะสมกันดีออก คนนึงก็ดูเจ้าชู้กรุ้มกริ่มอีกคนก็แม่จอมวายร้ายดีๆ นี่เอง


“หยกแกมาก็ดีละ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงเคืองๆ ก่อนจะหันไปพูดกับพี่นัท


“พายขอตัวก่อนนะคะพี่นัท” พูดจบฉันก็ไม่รอให้พี่นัทได้ตอบโต้ ฉันรีบฉุดข้อมือหยกให้เดินตามไปที่ห้องน้ำทันที


“เดี๋ยวๆ อะไรของแกเนี่ยพาย” หยกแหวเสียงใส่พร้อมกับมองหน้าฉันตาปริบๆ


ฉันละอยากจะเอานิ้วจิ้มตามันจริงๆ


“เมื่อคืนแกทิ้งฉันไว้แบบนั้นได้ยังไง” ฉันถามเคืองๆ มองหน้าหยกเพื่อรอคำตอบ


“อ้าว เมื่อคืนแกไล่ฉันกลับยิกๆ จำไม่ได้เหรอแล้วก็อีกอย่างฉันเห็นเพื่อนแกก็เดินมาพอดี ฉันก็เลยฝากให้เขาพาแกเข้าบ้าน" หยกกอดอกสาธยายรื้อฟื้นความทรงจำให้เมรีขี้เมาอย่างฉันฟัง ซึ่งฉันก็ได้แต่อ้าปากหวอกระพริบตาถี่ๆ พลางใช้สมองอันน้อยนิดคิดตามมันไปด้วย


"ทำไมเหรอมีอะไรหรือเปล่าหรือว่าแกปล้ำเขา”


เอาเข้าไปแทนที่หยกมันจะห่วงฉันแต่มันกลับห่วงคนอื่น นี่เป็นเพื่อนฉันจริงป่ะเนี่ย ฉันสูดอากาศอโลเวร่าประหนึ่งว่ายืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในห้องน้ำเข้าปอดจนรูจมูกบานก่อนจะถอนหายใจแรงใส่หน้าเพื่อนทรยศ


“แกจะบ้าเหรอ ฉันเป็นผู้หญิงนะจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง” ก็แค่ชวนเขานอนด้วยก็เท่านั้น ประโยคนี้ฉันแค่คิดในใจค่ะ ไม่กล้าพูดออกไปหรอกอายหยกมัน ถ้าเกิดมันรู้ว่าฉันเมาแล้วชอบชวนผู้ชายนอนด้วยมีหวังได้โดนล้อจนลูกบวชแน่


“แล้วแกมีปัญหาอะไรละ นั่นก็เพื่อนสนิทแกไม่ใช่เหรอหรือว่าเขาทิ้งแกไว้หน้าบ้าน”


อืม สาบานว่านั่นคือคำพูดที่ถูกกลั่นกรองแล้ว


“เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก แต่ต่อไปนี้ฉันคงต้องเลิกกินเหล้าแล้วละ” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพราะรู้สึกระอากับตัวเองเต็มทนแล้วเหมือนกัน


“เออจริงสิ รันหล่อขึ้นเยอะเลยเนอะ สมัยเรียนเห็นผ่านๆ แค่ไม่กี่ครั้งยังหล่อเลย นี่เมื่อคืนเห็นเต็มๆ ตาหล่อวัวตายควายล้มเลยแก เห็นแล้วแบบน้ำเดินอะ” หยกมันสาธยายจนฉันเห็นภาพตามกับคำพูดท่าทางของมัน


“พูดบ้าอะไรของแกเนี่ย น้ำดงน้ำเดินใครมาได้ยินเข้าจะทำยังไง” ฉันหยิกเอวหยกจนเจ้าตัวหน้าเบี้ยว


“โอ๊ยๆ พายแกหยิกฉันทำไมเนี่ย ฉันก็แค่พูดขำๆ เอง” หยกมันประท้วงพร้อมกับซู๊ดปากพลางลูบเอวตัวเองไปด้วย


“เมื่อคืนแกเมาหรือเปล่าถึงได้เห็นว่าไอ้รันมันหล่ออะ มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละหล่อตรงไหนกวนบาทาสิไม่ว่า” ถ้าบอกว่ามันสำส่อนมากกว่าเดิมอันนี้ฉันเชื่อ


ฉันกลับมานั่งทำงานด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยเป็นปกติเท่าไหร่ ความคิดตีกันวุ่นอยู่ในหัว


สรุปเมื่อคืนฉันกับไอ้รันกินตับกันแล้วนั่นคือความจริงคือเรื่องจริงเพราะความทรงจำและร่างกายมันตอบว่าใช่ แถมมันยังฝากรอยคิสมาร์กไว้ตรงเนินอกฉันเพื่อเป็นที่ระลึกอีกด้วย และฉันก็หวังว่าฉันคงไม่ได้ทำแบบเดียวกันกับมันนะ


เพื่อนผู้ชายที่สนิทที่สุดเพียงคนเดียวของฉัน ฉันจะมองหน้ามันยังไงไม่ให้รู้สึกอยากฆ่าตัวเอง


ฉันคงไม่กล้าพอที่จะเจอหน้าไอ้รันสงสัยต้องหลบหน้ามันสักพัก เพราะถ้าเจอหน้ากันตอนนี้ฉันคงทำตัวไม่ถูก ส่วนเรื่องที่เสียตัวให้เพื่อนสนิทตัวเองมันก็เสียใจแหละ แต่คงต้องปล่อยให้มันผ่านเลยไปเพราะฉันคิดว่าระหว่างฉันกับมันคงไม่มีครั้งที่สองแน่นอน


“พายจ๋า วันนี้ขอหยกไปบ้านด้วยคนได้ป่าว” จู่ๆ หยกมันก็ถามเสียงอ้อนทำหน้าตาแบ๊วใส่ฉันระหว่างที่เราสองคนกำลังยืนรอรถที่หน้าออฟฟิศ


“แกจะไปบ้านฉันทำไม วกไปวนมาบ้านฉันกับบ้านแกอยู่คนละฟากเลยนะ” ฉันถามเสียงเรียบพร้อมมองหน้าหยกที่ยืนทำหน้าแบ๊วกระพริบตาปริบๆ อยู่ข้างๆ


“เรื่องนั้นไม่เป็นไรเลยแกวนไปวนมานิดเดียวเอง”


“ไม่นิดมั้ง” จากบ้านฉันไปบ้านหยกก็เป็นชั่วโมงๆ อยู่นะ


“เอานา ขอฉันไปบ้านแกด้วยคนนะ ฉันอยากเจอเพื่อนแกอะ” หยกมันบอกอย่างอายๆ ยืนบิดตัวกระมิดกระเมี้ยนเหมือนเด็กอายุสิบสี่สิบห้าเขินเวลาพูดถึงผู้ชายที่ตัวเองแอบชอบ


ฉันว่าตอนนี้หยกมันน่าจะอายคนที่มายืนรอรถแถวนี้มากกว่านะ ดูสิเขาหันมามองมันเป็นตาเดียวกันหมดแล้ว


“แกจะไปอยากเจอมันทำไมมันไม่อยู่บ้านหรอกอย่าไปเลย แล้วฉันก็ต้องไปทำงานด้วย” ฉันรีบแย้งขึ้นมาทันทีที่หยกพูดจบ แต่นั่นก็ทำให้หยกมันหรี่ตามองหน้าฉันเหมือนจับผิด


“ทำไมต้องออกตัวแรงด้วย แกมีอะไรปิดบังฉันปะเนี่ย” ไม่ถามเปล่าหยกมันยื่นมือเรียวๆ ของมันมาจับปลายคางฉันพร้อมหันหน้าฉันซ้ายขวาๆ ตาจ้องฉันเพื่อหาคำตอบ


“บ้า ปิดบังอะไร ไม่มี” ฉันปฏิเสธเสียงสูง พร้อมจับมือหยกที่จับปลายคางฉันออกแล้วทำทีชะเง้อคอมองหารถแท็กซี่ที่กำลังวิ่งผ่านมาและเปิดไฟว่าง


“แหมม ไม่ต้องเสียงสูงขนาดนั้นก็ได้มั้ง” หยกมันว่าอย่างรู้ทันและน้ำเสียงเต็มไปด้วยการจับผิด


ฉันพูดจริงๆ นะ อยากจะบอกให้หยกมันลาออกไปเป็นตำรวจสืบสวนสอบสวนจริงๆ อนาคตมันคงจะรุ่งน่าดู


“เออๆ จะไปก็ไปแต่ว่าแกจะไปเจอรันมันยังไงในเมื่อมันก็อยู่บ้านมัน รันมันไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับฉันซะหน่อย" ฉันตัดบทสนทนานี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับถามคำถามที่หยกเองก็คงจะลืมคิดไปเหมือนกัน


"เออ นั่นนะสิฉันลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย" หยกมันว่าพลางขมวดคิ้วเรียวจนหัวคิ้วแทบจะชนกันก่อนจะทำตาปิ๊งเหมือนนึกอะไรดีๆ ออก​


"เอ้อ แกก็ไปชวนเขามากินข้าวเย็นที่บ้านแกสิ"


เอ่อ สมัยเรียนหนูจริงจังขนาดนี้ไหมคะลูก


"เดี๋ยวๆ ฉันจำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ" คนยิ่งอยากหลบหน้ามันอยู่ สาธุขอให้ไอ้รันมันไม่อยู่บ้านขอให้มันไปอยู่บ้านผู้หญิงขอให้มัน ไปไหนก็ได้ฟร่ะ ที่ไม่ต้องอยู่บ้านอะ


"แท็กซี่มาแล้วแก ขึ้นเร็ว" หยกมันชิงโบกแท็กซี่ในระหว่างที่ฉันกำลังโต้แย้งแถมลุงคนขับก็ดันจอดรับอย่างไว วันนี้แก๊สไม่หมด ไม่ส่งรถกันเหรอคะ


หยกมันเปิดประตูแล้วไล่ให้ฉันขึ้นรถก่อนที่มันจะตามขึ้นมาแล้วปิดประตูบอกทางลุงคนขับเองเสร็จสรรพด้วยน้ำเสียงและท่าทางกระดี้กระด้าจนฉันอยากจะกรอกตามองบนสักแปดตลบ


------------------

ฝากเรื่องนี้ด้วยนะค้าา

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ

อ่านแล้วบอกกันบ้างน๊าว่าเป็นยังไงกันบ้าง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว