facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter28.-Rewirte 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.3k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter28.-Rewirte 05/12/2018
แบบอักษร

AS LONG AS THE WIND BLOWS

(Chapter28.)

พระอาทิตย์เดินตามหลังเชนมาจนถึงห้องพัก

“นอนคนเดียวได้ใช่ไหม” พระอาทิตย์พูดขึ้น

“จะไปไหน” เชนหันกลับมาถาม

“นอนอีกห้อง”

“ทำไม”

“ไม่อยากให้มึงรู้สึกอึดอัด”

“กูพูดเหรอว่ากูอึดอัด” เชนย้อนถามออกมา

“…” พระอาทิตย์นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

“พระอาทิตย์ ตอบคำถามกูมาสิ” เชนถามย้ำออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่น้อย

“กูพยายามเว้นระยะห่างให้มึงสบายใจมากขึ้นนะเชน อย่าคิดมากสิ” พระอาทิตย์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

“เราเป็นอะไรกันห๊ะพระอาทิตย์” เชนถาม แต่เขาก็ไม่ได้หวังจะเอาคำตอบจากผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว

// มึงมันงี่เง่า //  เชนคิดต่อว่าในใจ

“…”

“ช่างเถอะ ออกไปสิ”

เชนหันหลังให้คนตัวโต ขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่ได้ต้องการแบบนี้สักหน่อย พระอาทิตย์เดินมาสวมกอดเขาจากด้านหลังพลางกดจูบไปที่รวงผมนิ่มของเชนแผ่วเบา

“อย่างอแงเลยนะ สถานะไหนก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอกเชน แค่ตอนนี้มึงอยู่กับกู แค่นี้ก็พอแล้ว”

// มึงคิดว่ามันไม่สำคัญแต่สำหรับกูมันสำคัญมากนะ //

เชนนิ่งเงียบ เขาได้แต่ยืนคิดในใจอยู่แบบนั้น ตอนที่ทำดีใส่กันไม่มีคำบอกรักเลยสักครั้งทั้งที่หัวใจแทบจะหลุดออกมา มันพูดยากขนาดนั้นเลยเชียวหรือ

“ฝันดี” พระอาทิตย์เดินออกจากห้องไปเงียบๆ

เชนทรุดตัวนั่งลงที่พื้นและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

“แค่พูดออกมามันยากนักหรือไง ฮึกๆ” เชนพูดกับตัวเอง เขากลัวที่จะถูกรักอีกครั้งแต่ตอนนี้เขาเชื่อว่าเขารักผู้ชายคนนี้แล้วจริงๆ

เชนหลับไปทั้งแบบนั้น รุ่งเช้าเขาตื่นขึ้นมาก่อนคนในบ้าน ร่างบางเดินสำรวจไปรอบๆ บ้านหลังเล็กและเดินเลยมาจนถึงบ้านหลังใหญ่

“เธอเป็นใคร มาเดินยุ่มย่ามในบ้านของฉัน” เสียงของหญิงสูงวัย น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของพระอาทิตย์ถามเขาขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเชนสะดุ้งก่อนจะหันมามองนิ่งๆ

“สวัสดีครับ คุณเป็นใครเหรอครับ” เชนถามออกมา

“คำถามนั้นฉันน่าจะเป็นคนถามเธอมากกว่านะ” น้ำเสียงเชิดหยิ่งถามสวนกลับนิ่งๆ

“คือผม…” ที่ถามออกมาเพราะเขาจะได้วางตัวถูกเท่านั้นเอง

“เชน ตื่นเช้านะ” หมอสุริยะพูดแทรกบทสนทนาของคนทั้งสอง

“นี่แม่ของไททัน รู้จักกันไว้สิ” หมอสุริยะแนะนำ

“สวัสดีครับ” เชนยกมือไหว้อย่างสุภาพ

“ทำไมคุณถึงชอบให้พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้านเรานัก” แม่ของไททันพูดขึ้นโดยไม่สนใจรับไหว้จากเชนเลยสักนิด

“คุณมีมารยาทหน่อยสิ” หมอสุริยะปรามออกมาอย่างเสียไม่ได้

“ไปทานข้าวด้วยกันที่บ้านใหญ่ ฉันให้ป้านิ่มไปบอกคุณนายบ้านเล็กแล้ว” หมอสุริยะพูดขึ้น เชนยืนนิ่งอยู่แบบนั้น

“ฉันคงขอตัวนะคะ คงจะทานไม่ลง”

“ตามใจ” หมอสุริยะพูดออกมาเสียงเรียบและเดินนำหญิงสาวเข้าบ้านใหญ่ไป…

เชนเดินกลับมาด้วยสีหน้ายุ่งๆ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จู่ๆ ภาพเหตุการณ์ของเขากับไททันก็ลอยแว่บเข้ามาในหัวพร้อมทั้งภาพเรื่องราวระหว่างเขากับพระอาทิตย์ราวกับภาพถ่ายที่ถูกกดชัตเตอร์รัวๆ และมันมากเกินไปสำหรับร่างกายเชนในตอนนี้

“อื้อ พรึบ!!!” เชนล้มสลบลงไปที่สนามหน้าบ้านหลังเล็ก…

แสงแดดส่องร่างเชนที่นอนสลบอยู่แบบนั้นเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนแขนแดงไปหมด พระอาทิตย์ช้อนอุ้มตัวเชนและรีบพาเดินเข้ามาในบ้าน

หลังจากตื่นนอนเขาก็ไปหาเชนที่ห้องนอนของเขาเป็นอันดับแรกแต่กลับไม่เจอ สาวใช้บอกว่าเชนอยู่ในสวนหลังบ้านเขาเลยวางใจไม่ได้เดินตามออกไป จนกระทั่งอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จ ดูเหมือนเชนจะออกมานานพอสมควรแล้วเขาจึงเดินออกมาดูก็พบว่าร่างบางนอนสลบอยู่บนพื้นสนามหญ้าหน้าบ้าน

“น้องเป็นอะไร” แม่พระอาทิตย์รีบเดินมาช่วยจับเชนด้วยความตกใจ

“สงสัยเป็นลมน่ะครับ”

“นานหรือยัง ทำไมตัวแดงแบบนี้” แม่เชนถามออกมาด้วยความตื่นตระหนก

“สงสัยโดนแดดข้างนอกตอนเป็นลม” พระอาทิตย์พูดเสียงเครียดเขาไม่น่าปล่อยเชนไว้คนเดียวเลยจริงๆ พอทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวก็เกิดเรื่องตลอด

“พาน้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย ป้านิ่ม ป้านิ่มจ๊ะ!!!” เสียงแม่ของ    พระอาทิตย์หันไปตะโกนเรียกแม่บ้าน

“คะ คุณนาย ว้าย คุณเชนเป็นอะไรไปคะ!!!” แม่บ้านถามออกมาอย่างเป็นห่วง

“ไปเอากระเป๋าถือให้ฉันหน่อย”

“ได้ค่ะ” แม่บ้านรีบรับคำและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“ไปสิพระอาทิตย์ นั่งอยู่ทำไมล่ะห๊ะ!!! ลูกคนนี้นี่” แม่พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงดัง เชนค่อยๆ เปิดเปลือกตาลืมขึ้นช้าๆ

“มีอะไรกันเหรอครับ” เชนถามออกมาเสียงสั่นพร่า

“เชน!!! แม่ใจหายหมด ก็เราเป็นลมล้มพับอยู่กลางแดดน่ะสิ” แม่ของพระอาทิตย์พูดบอกและใช้มือบางของเธอลูบไปที่แขนเรียวของเชนอย่างเป็นห่วง

“…”

เชนนิ่งเงียบกะพริบตาปริบๆ ช้อนสายตามองพระอาทิตย์ที่กำลังกอดเขาอยู่

“ทำอะไร ปล่อย” เชนพูดออกมาและผละตัวออกจากอ้อมกอดของพระอาทิตย์

“ไปโรงพยาบาลไหมลูก สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” แม่ของพระอาทิตย์พูดขึ้น

“ผมไม่เป็นอะไร” เชนพูดออกมาเสียงเบา แม่ของพระอาทิตย์ยกมือขึ้นทาบไปที่หน้าผากของเชนเพื่อวัดไข้

“อย่า!!!”

พรึบ!!! เชนยกมือบางขึ้นปัดมือของเธอออกอย่างรวดเร็ว ทำให้แม่ของพระอาทิตย์ชะงักไปนิด

“เป็นอะไร” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเข้ม

“เปล่า คือผมขอโทษนะครับ” เชนหันไปพูดขอโทษหญิงสาวอย่างสุภาพ

“พระอาทิตย์พาน้องขึ้นไปพักบนห้องก่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่ให้แจ็ค ตามหมอมาดูน้องเอง”

แม่ของพระอาทิตย์ลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ห้องรับแขกเพื่อโทรสั่งแจ็คให้ตามหมอมาดูเชน

พระอาทิตย์ทำท่าจะอุ้มเชนแต่มือบางยันอกแกร่งไว้

“…”

“เดินเอง” เชนพูดขึ้นเสียงเรียบ

“อืม” พระอาทิตย์ตอบรับในลำคอและยืนมองเชนนิ่งๆ เมื่อมาถึงห้องนอน

“พระอาทิตย์” เชนเรียกพระอาทิตย์ออกมาเสียงเบา

“หืม ว่าไง”

“กูอยากกลับบ้าน”

“…” พระอาทิตย์นิ่งเงียบ

เชนเดินไปที่ห้องแต่งตัวและถอนหายใจออกมาหนักๆเขารู้สึกเจ็บเมื่อพระอาทิตย์พูดถึงไททันเพราะว่าเขารักพระอาทิตย์อย่างนั้นหรือ เขายอมคบกับไททันเพื่อประชดผู้ชายเลวๆ คนนี้อย่างนั้นหรือ ความทรงจำเจ็บปวดแบบนี้อย่าจำได้เลยดีกว่า

“อย่าเข้ามา” เชนร้องห้ามเมื่อเห็นพระอาทิตย์กำลังเดินเข้ามาหาตนเอง ร่างแกร่งสวมกอดเชนจากด้านหลัง

“เป็นอะไร” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงทุ้มอย่างเป็นห่วง

“…” เชนนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม

“เจ็บแผลหรือไม่สบายตรงไหน”

“รู้สึกยังไงกับกู” เชนถามออกมาตรงๆ

“ถามทำไม” พระอาทิตย์ผละตัวออกจากเชนและถามกลับ เขาจับไหล่บางเพื่อให้เชนหันมาหาตนเอง

“อยากฟังคำตอบ ไม่ใช่ให้มาย้อนถาม” เชนพูดออกมาเสียงแข็ง

“…” พระอาทิตย์นิ่งเงียบ

“ตอนนี้สิ่งที่กูต้องการคือความชัดเจน” เชนมองใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่ยืนหน้าเครียดอยู่ตรงหน้าไม่วางตา

“เพื่ออะไร” พระอาทิตย์สบตาเชนและถามออกมาเสียงเรียบ

“กูจะได้ทำตัวถูก” เชนตอบ

“มึงเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” เมื่อได้ยินประโยคของพระอาทิตย์ เชนได้แต่จ้องเข้าไปในดวงตาสีฮัลเซิลที่บ่งบอกว่าภายในม่านกระจกตานั้นมันสะท้อนร่างกายเขาอยู่เต็มจอ

“ดีอย่างนั้นเหรอ” เชนพูดย้ำคำพูดของพระอาทิตย์

“อืม อย่าขอในสิ่งที่มึงกับกูทำไม่ได้”

พระอาทิตย์พูดบอกเสียงนิ่ง เขาแทบจะหยุดหายใจที่จู่ๆ เชนก็ถามคำถามอะไรแบบนี้ ร่างบางกึ่งบังคับให้เขาพูดความรู้สึกออกมา

// ทำไมกันแค่การกระทำมันยังไม่พอหรือไง //

“มึงทำอะไรให้กูแล้วอย่างนั้นเหรอห๊ะ พระอาทิตย์” เชนถามออกมาเสียงต่ำ

“มึงมาจี้เอาคำตอบจากกูเพราะอะไรเชน”

“ถ้ากูรู้สึกไปคนเดียวกูจะได้หยุดซะตั้งแต่ตอนนี้ไง”

“…” พระอาทิตย์ถอนหายใจออกมาหนักๆ

// ใช่ ความรู้สึกของเขากับเชนมันชัดเจนแต่มันสวนทางกับการกระทำ //

“มึงมันโง่ มึงมันเลวพระอาทิตย์ จนป่านนี้มึงก็ยังทำร้ายกูไม่เลิก” เชนพูดใส่หน้าพระอาทิตย์เสียงลอดไรฟัน

“ถ้ากูพูดมึงจะอยู่กับกูใช่ไหม”

“เหอะ!!! อย่าพูดเพราะไม่ได้รู้สึก” เชนสบถออกมา

“แล้วถ้ากูพูดออกไปมึงจะตอบรับกูไหม”

“…” ทั้งสองคนเงียบไปได้สักพัก ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

“กูจะกลับไปอยู่บ้าน”

“อืม กูจะไปส่ง” พระอาทิตย์คิดว่าแบบนี้คงดีแล้วสำหรับพวกเขา

“ของพวกนั้นไม่ต้องขนกลับได้ไหม” พระอาทิตย์พูดออกมา

“ทำไม”

“เผื่อมึงอยากกลับมาที่นี่” พระอาทิตย์พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องเพื่อไปรอเชนข้างนอก

ปึกๆๆ เชนเดินเข้าไปใช้กำปั้นเล็กทุบแผ่นหลังแกร่งตรงหน้า

“กูจะเกลียดมึงยังไงพระอาทิตย์ ฮึกๆ” เชนสะอื้นออกมา เขาพยายามแล้วที่จะกลืนก้อนสะอื้นของตัวเองกลับลงไป ร่างบางทำท่าจะเดินออกจากห้องของพระอาทิตย์

“ไม่เกลียดก็รักสิ กูรักมึงเชน” เสียงทุ้มพูดขึ้นปลายเสียงแผ่วจนแทบจะกลืนหายเข้าไปในลำคอ

“อย่ามาพูดแบบนั้นนะ” เชนพูดห้ามเสียงลั่น

“…”

“รู้สึกใช่ไหมที่พูดแบบนั้นออกมา” เชนหันกลับไปถาม

“…” พระอาทิตย์นิ่งเงียบ

มือหนายกนิ้วขึ้นจรดไปที่กลางหว่างคิ้วของตัวเองและดันมันเบาๆ ตอนนี้เขากำลังหลบสายตาของเชนที่มองมาอย่างจับผิด

“กูถามว่ารู้สึกเหรอที่พูดออกมาน่ะห๊ะ พระอาทิตย์!!!” เชนเดินเข้าใกล้พระอาทิตย์และถามออกมา มือบางยกขึ้นขยุ้มไปที่เสื้อของพระอาทิตย์จนมันยับคามือ ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาใสๆ

“อืม กูคงรักมึงแล้วจริงๆ” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงเบา

“ฮึกๆ ฮือๆ คนเลว” เชนปล่อยโฮออกมาทันที พระอาทิตย์รั้งเอวบางของเชนเข้ามากอดไว้แน่น

“จะร้องทำไม กูบอกไปแล้วยังจะเสียใจอะไรอยู่อีก หืม” คนตัวโตว่าออกมายิ้มๆ

“กูบังคับให้พูดหรือไง ฮึกๆ” เชนพูดออกมาเสียงสะอื้น

พระอาทิตย์มองใบหน้าหวานไม่วางตา ขนาดร้องไห้ยังดูดีอยู่เลยบ้าจริง เชนหน้าตาดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“เปล่า เลิกทะเลาะกันเถอะ” พระอาทิตย์พูดขอร้อง

“ไม่เคยชวนทะเลาะเลยเหอะ” เชนว่าออกมา

“ไม่กลับได้ไหม” พระอาทิตย์พูดกระซิบข้างใบหูเล็ก

“ให้เวลากูอีกหน่อย เรามาตกลงกันใหม่ได้ไหม” เชนพูดเหมือนทุกอย่างมันง่ายไปเสียหมด

“อะไร” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงห้วน

“กูขอกลับไปอยู่ที่บ้าน ช่วงนี้เรียนหนักเพราะใกล้จะฝึกงานด้วย ฮึกๆ” เชนพูดอ้าง

“แต่มึงไม่สบาย อยู่ที่นี่ก็ไปเรียนได้”

“พระอาทิตย์ จะให้กูมานั่งๆ นอนๆ ในบ้านมึง กูลำบากใจ” เชนพูดออกมาเสียงเบา

“ลำบากใจ ใครพูดอะไรอย่างนั้นหรือไง” พระอาทิตย์ถามออกมา

“ไม่มี”

“…” พระอาทิตย์นิ่งเงียบไปได้สักพักใหญ่

“ถึงกลับไปอยู่บ้านเราก็เจอกันได้ไม่ใช่หรือไง” เชนเสนอขึ้น

“อืม ตามใจมึงก็แล้วกัน กูคงห้ามไม่ได้” พระอาทิตย์พูดบอกและทำท่าจะเดินออกจากห้องนอน

“อย่างนั้นก็ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านกู” เชนบอกออกมาเสียงแผ่ว

“แล้วไม่คิดว่ากูจะลำบากใจหรือไง” พระอาทิตย์ย้อนคำพูดเชนออกมาเสียงเรียบ

“พระอาทิตย์ ไหนบอกว่าไม่อยากทะเลาะไง” เชนพูดออกมา

“อุตส่าห์ชวนไปอยู่ด้วยกัน รู้ไหมว่ากูไม่เคยชวนใครเข้าบ้านเลยนะ” เชนพูดออกมา พระอาทิตย์ยกยิ้มมุมปากนิดๆ

“แล้วทำไมถึงชวนกู” เป็นคำถามที่แสนจะเจ้าเล่ห์ไม่น้อย

“ก็…จะไปอยู่ด้วยกันไหม” เชนเปลี่ยนเรื่องและถามย้ำอีกครั้ง

“ขอคิดดูก่อน” พระอาทิตย์พูดบอก

“แก่หรือไงห๊ะ ทำเป็นน้อยใจไปได้ ขอคำตอบเดี๋ยวนี้” เชนพูดออกมาเสียงหงุดหงิด

“ปากดีจริงๆ” พระอาทิตย์คว้าเอวบางเข้ามาสวมกอดไว้ ใบหน้าคมก้มมองเชนไม่วางตา ลมหายใจอุ่นเป่ารดไปที่แก้มใส

“จูบได้ไหม” พระอาทิตย์พูดขอ

“ขอเรื่องเป็นงานเป็นการก่อนได้ไหมห๊ะ!!!” เชนพูดใส่เสียงเขียว

“ฮะๆ ก็ดูมึงสิ น่าฟัดชะมัด” พระอาทิตย์พูดออกมาขำๆ

“กูน่าฟัดหรือว่ามึงหื่น” เชนถามเสียงเขียว

“ทั้งสองอย่าง” พระอาทิตย์กดจูบไปที่ปากบางสีสดและผละออก

“อื้อ ไม่เอา อย่า พอก่อน” เชนใช้สองมือบางยันใบหน้าหล่อไว้เพื่อไม่ให้ก้มลงมาจูบตนเองได้อีก

“เดี๋ยวค่อยคุยไม่ได้หรือไง” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงพร่า

“พระอาทิตย์ ถ้าไม่คุยก็ไม่ต้องคุย แล้วมึงจะไม่ได้เอากูอีก”

เชนสะบัดแขนออกอย่างแรง พระอาทิตย์ยกมือขึ้นเสยผมไปด้านหลังลวกๆ และถอนหายใจออกมาหนักๆ

“ไปก็ไปสิ” พระอาทิตย์พูดออกมา เชนหรี่ตามองเงียบๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

“อือ” เชนตอบรับในลำคอ…

เชนกลับมาอยู่ที่บ้านของตนเอง เพราะคำพูดของคุณนายใหญ่ในวันนั้นมันทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ว่า อย่างน้อยๆ เขาก็ควรทำให้ทุกคนยอมรับก่อนที่จะเข้าไปอยู่แบบนั้นได้

ช่วงนี้พระอาทิตย์ดูจะยุ่งไม่น้อย พวกเขาไม่ได้เจอกันมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว ตอนนี้พระอาทิตย์เองก็เข้ามาดูงานที่บริษัทของพ่อเชนด้วย เพราะวิโรจน์กับพระอาทิตย์มีข้อตกลงกันไว้ว่าพระอาทิตย์จะพาเชนไปดูแลได้ก็ต่อเมื่อเชนเรียนจบ…


“อ๊ะ” เชนสะดุ้งตัวโยนในความมืดภายในห้องครัว วงแขนแกร่งโอบเอวคอดไว้หลวมๆ

“ทำอะไร” เสียงทุ้มถามออกมา กลิ่นโคโลญราคาแพงโชยแตะจมูกของเชนทำเอาร่างบางขมวดคิ้วนิดๆ

“หิวน้ำ” เชนบอกออกมาเสียงเบา

“ทำไมไม่เปิดไฟ” พระอาทิตย์ถามออกมา เขาไม่ได้เจอกับเชนมาเกือบสองสัปดาห์

“…” เชนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

พระอาทิตย์เดินไปเปิดไฟและเดินกลับมามองเชนนิ่งๆ เชนมองใบหน้าหล่อที่มีไรหนวดเขียวครึ้มขึ้น ผมที่ยาวขึ้นกว่าเดิมถูกเซตไว้อย่างดี ผิวขาวดูคล้ำกว่าเดิมเล็กน้อย

“ไปนั่งรอเดี๋ยวกูทำให้” พระอาทิตย์วางเสื้อสูทของเขาลงและเดินไปเปิดไฟ มือหนาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงศอกอย่างลวกๆ เชนนั่งมองนิ่งๆ

“เป็นยังไงบ้าง เจ็บแผลรึเปล่า” พระอาทิตย์ส่งแก้วน้ำให้เชนและถามถึงอาการของป่วย

“ไม่ ทำไมกลับมาหาได้ล่ะ” เชนถามออกมา มือบางถือแก้วน้ำไว้แบบนั้น  

“ก็รีบเคลียร์งานที่ไซต์ต่างจังหวัดเพื่อจะได้มาเจอมึงบ้าง” เสียงทุ้มพูดขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

“ไปกับใคร” เชนถามออกมาเสียงห้วน

เขารู้ว่าพ่อของเขาส่งกังหันให้ไปดูงานกับพระอาทิตย์ เพราะกังหันขอมาทำงานที่ออฟฟิศในเมืองไทยและยังเสนอตัวดูแลงานให้อีกระหว่างที่  พระอาทิตย์มาดูแลงานแทนวิโรจน์

“…” พระอาทิตย์ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มโดยไม่คิดจะตอบคำถาม

“ถามว่าไปกับใคร พระอาทิตย์” เชนถามย้ำออกมา

“มีอะไร” พระอาทิตย์หันมาถามและดึงแก้วน้ำจากมือเชนเพื่อเปลี่ยนเติมน้ำให้ใหม่ เชนดึงแก้วน้ำกลับและวางลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรง

ปัง!!!

“กังหันไปด้วยใช่ไหม!!!” เชนถามออกมาเสียงดัง

“อืม” พระอาทิตย์ไม่อยากจะเอ่ยชื่อของกังหันสักเท่าไหร่เพราะเขารู้ดีว่าเชนไม่ชอบเท่าไร แต่เพราะเป็นเรื่องงานที่เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน

พรึบ!!! เชนลุกออกจากเก้าอี้และทำท่าจะเดินหนีไป 

พระอาทิตย์หันมองนิ่งๆ

“เชน” พระอาทิตย์เรียกเชนออกมาเสียงเรียบ

“…” เชนเดินต่ออย่างไม่คิดจะหยุดฟัง

“เชน อย่าให้กูต้องเรียกซ้ำ” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงเข้ม

แก้วน้ำในมือถูกวางไว้บนเคาน์เตอร์ พระอาทิตย์เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเชน เขาถอนหายใจออกมายาวพรืด

“อะไร”

“กังหันไปในนามเลขาพ่อมึง มึงจะให้กูทำไง” พระอาทิตย์อธิบายออกมา

“ช่างเถอะ”

“แล้วไม่กินน้ำหรือไง” พระอาทิตย์ถามออกมา

“ไม่!!! กูง่วง” เสียงเรียบนิ่งพูดน้ำเสียงออกจะไม่พอใจนิดๆ

“…” พระอาทิตย์เดินไปสวมกอดจากด้านหลัง

“แล้วถ้าน้ำกูจะกินไหม” พระอาทิตย์กระซิบเสียงเบาริมใบหูเล็ก เชนเอียงคอหนีนิดๆ

“วันนี้กูจะไปนอนกับมาร์ส” เชนแกะแขนของพระอาทิตย์ออกอย่างรวดเร็ว

“แน่ใจใช่ไหมที่พูดออกมา” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเข้ม

“อืม อ๊ะ…อย่า!!!” เชนยกมือบางจับไปที่ต้นคอตัวเองเพราะถูก    พระอาทิตย์กัดเข้าที่มาเต็มแรง

แพรบ!!! ลิ้นร้อนแตะเลียไปที่รอยกัดที่เขาได้ทำไว้

“อื้อ อย่า!!!” เชนร้องห้ามออกมาเสียงพร่า

“คืนนี้จะนอนที่ไหน ลองบอกกูมาอีกทีสิ” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงเย็น

ตลอดเวลาที่ไม่ได้เจอกันเขาคิดถึงเชนจนแทบคลั่ง ร่างบางจะรู้หรือเปล่าว่าเขาคิดถึงมากขนาดไหน พระอาทิตย์งานยุ่งจนไม่มีเวลาแม้กระทั่งกดโทรศัพท์โทรออกหาเชนเลยด้วยซ้ำ วันทั้งวันเขาอยู่แต่ไซต์งานกลางแดด มีแค่เมื่อสองวันก่อนที่เขาเพิ่งจะได้คุยกับเชนก่อนนอน วันนี้เขาจึงรีบเคลียร์งานและกลับมาหาคนรักอย่างรวดเร็ว…


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว