facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

ตอนที่ 8-2 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8-2 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 07:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8-2 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ
แบบอักษร

​“คือ...เมื่อกี้ที่คุณนึกว่าฉันเป็นโจรขโมยรถ แล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปตอนที่ฉันโวยวายอยู่ในรถน่ะค่ะ”

ช่วงเวลานั้นจีฮุนก็ทำสีหน้าเหมือนกับ ‘ถึงกับถ่ายรูปเลยเหรอ’

“พี่พูดอะไรอะไรครับ ทำไมคุณคนนี้ถึงถ่ายรูปพี่ด้วยล่ะครับ”

“ฉันเข้าใจผิดคิดว่ารถของเขาเป็นรถเรา เลยล็อกประตูแล้วหาว่าเขาเป็นสตอล์กเกอร์ซึ่งมันผิดอย่างร้ายแรงเลย คุณเขาก็เลยจะแจ้งตำรวจ แล้วก็ถ่ายรูปไปหลายรูปไว้เป็นหลักฐาน”

จีฮุนตกใจที่ยูจองพูดแบบนั้นออกมาเหมือนไม่รู้สึกอะไร เขาคิดว่าเธอช่างสร้างเรื่องไม่ธรรมดาได้ไม่หยุดไม่หย่อนจริงๆ อูฮยอนหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้ยูจอง

“คุณเช็กรูปดูเองแล้วกดลบได้เลยครับ”

ยูจองรู้สึกขอบคุณความใส่ใจของอูฮยอนมากๆ ที่ส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ เหมือนไม่ต้องห่วงว่าจะมีรูปเหลือไว้หรือไม่ ทั้งทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้เธอเมื่อสักครู่ แล้วครั้งนี้ก็ยื่นโทรศัพท์ให้อย่างเต็มใจอีก เป็นความใส่ใจที่หายาก

“ฉันทำผิดไว้เยอะมาก แต่คุณก็ให้ความใส่ใจถึงขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ นะคะ”

ยูจองเช็กรูปภาพของตัวเองในโทรศัพท์มือถือของอูฮยอน พอเห็นภาพที่ตัวเองถูกถ่ายแล้วมันเหมือนเป็นผู้ร้ายที่ถูกจับได้ว่ากำลังจะขโมยของอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เธอจึงระเบิดหัวเราะออกมา อูฮยอนกับจีฮุนมองยูจองที่กำลังหัวเราะด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน จีฮุนคิดว่าใครมาเห็นก็คงให้ความสนใจจนต้องรีบออกจากที่นี้โดยเร็ว แต่ก็สงสัยถึงจิตใจของยูจองยังทำทีเหลือเวลาอยู่แบบนั้น ส่วนอูฮยอนเห็นยูจองหัวเราะสดใสเหมือนเด็กๆ ก็ตกใจที่เห็นภาพของใครบางคนซ้อนทับ คิดว่าสายตาของเธอมันเหมือนมากแล้ว แม้กระทั่งการหัวเราะก็ยังเหมือนอีก เหมือนมาก…

เมื่อยูจองตรวจดูว่าตัวเองได้ลบรูปที่ถูกถ่ายหมดแล้ว ก็ลองกดคลิกซูมเข้าไปดูภาพๆ หนึ่ง บนหน้าจอโทรศัพท์เป็นรูปขยายของทางเข้าโรงละครที่ติดป้าย <พิธีมอบรางวัลของสมาคมแพทย์เพื่อโลกที่แข็งแรง> กับ <งานประกาศรางวัลภาพยนตร์เกาหลี>

“เมื่อวานก็ไปที่งานประกาศรางวัลมาเหรอคะ นี่เป็นรูปที่โรงละครเมื่อวานใช่ไหมคะ”

และทันทีเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่และงานที่ทั้งสามคน ยูจอง อูฮยอน และจีฮุนรู้จักทุกคนนั้นออกมา พวกเขาก็จ้องมองกันและกันในเวลาเดียวกัน


* * *


“ที่นั่นคือ... เมื่อวานไม่ได้เห็นฉันที่งานเหรอคะ ฉันได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม เมื่อวานคุณก็มาที่โรงละครใช่ไหมคะ”

ยูจองคิดว่าเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกันกับรูปโรงละครที่เห็นในโทรศัพท์ของอูฮยอน แต่เธอก็แค่ถามเพื่อบอกให้อีกคนรู้ว่าเธอคือคนคนนั้นนะ และเน้นย้ำเรื่องที่ตัวเองได้รับรางวัล ต่างจิตต่างใจ...

เพราะอูฮยอนไม่ได้ยินสิ่งที่ยูจองพูด พอเขามองเห็นรูปป้ายสมาคมแพทย์ที่อยู่ในรูปก็รู้สึกว่าเธอเหมือนกำลังจะเช็กและรับรู้ว่าอาชีพของเขาคือหมอ แต่ไม่อยากเปิดเผยสถานะของตนให้คนที่เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกรับรู้ เขาจึงไม่ตอบเธอ และทำสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะรับโทรศัพท์จากมือของยูจองมาใส่เข้ากระเป๋า

“ดูรูปส่งเดชมากเลยนะครับ ผมมีธุระสำคัญ คงต้องขอตัวก่อนครับ”

ทันใดนั้น ยูจองก็อับอายกับคำพูดและสีหน้าของอูฮยอนที่เย็นชาลง แต่เพราะเธอทำให้เขาเสียเวลาไปมาก ก็เลยต้องเผชิญหน้าอย่างอ่อนโยนให้มากที่สุด

“อา...ค่ะ ค่ะ อย่างนั้นเหรอคะ ต้องไปแล้วใช่ไหมคะ ฉันขอโทษและขอบคุณมากๆ ในหลายๆ เรื่องเลยค่ะ”

ความใส่ใจที่ยื่นโทรศัพท์มาให้ลบรูปด้วยตัวเองเพราะเกรงว่าคนที่เผยโฉมหน้าจะอึดอัดใจ ปกป้องอันตรายให้เธอโดยไม่มีผู้จัดการ รวมถึงการรักษามารยาท ยูจองรู้สึกขอบคุณจากใจในความเอาใจใส่และมารยาทของอูฮยอน อยากส่งมอบความรู้สึกสักเพียงนิดเดียวก็ได้ ต้องทำยังไงดี ใช่ จับมือ! ต้องให้จับมือสักครั้ง เพราะหากเป็นเช่นนั้น คนอื่นคงคิดว่าจะไม่ล้างมือไปตลอดชีวิตแล้วก็รู้สึกดีมากด้วย ยูจองจึงยื่นมือให้หาอูฮยอนทันที แต่อูฮยอนกลับโค้งศรีษะเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นรถไป... วันนี้นักแสดงแห่งชาติ ยุนยูจองเจอเรื่องที่เสียศักดิ์ศรีแบบนี้หลายครั้งมาตั้งแต่เช้าตรู่

“ทำไมอากาศมันหนาวแบบนี้นะ โอ้ยเย็นมือจัง ที่รัก เรารีบไปกันเถอะ”

ยูจองถูมือที่เคยยื่นออกไปทันที ทำเหมือนไม่เคมีอะไรเกิดขึ้นแล้ววิ่งไปขึ้นรถของจีฮุน ส่วนจีฮุนกลั้นหัวเราะหน่อยๆ ก่อนจะวิ่งตามหลังยูจองไป

มินอาคอยจ้องดูเหตุการณ์ทุกอย่างนี้ผ่านกล้องด้วยจิตวิญญาณที่หลุดลอยไปแล้ว เป็นอาการที่เหมือนโดนทิ้งระเบิด พังทลายขาดรุ่งริ่ง

“ผู้ชายทั้งสองคนของยุนยูจอง... มีรถราคาแพงที่มีแค่ไม่กี่คันในเกาหลี แล้วเหมือนแม้กระทั่งสีด้วย หรือยุนยูจองจะซื้อให้หรือเปล่าครับ”

“อาจจะเป็นแบบนั้น นักข่าวนัม วันนี้ยูนยูจองกับชเวจีฮุนจะอยู่ที่กองถ่ายทั้งวัน พวกเรากินข้าวเช้าแล้วไปโรงพักกันเถอะ”

“ไปโรงพักทำไมครับ”

“ฉันถ่ายป้ายทะเบียนรถของผู้ชายคนนั้นไว้ ต้องลองเอาสิ่งนั้นสืบประวัติส่วนตัวดูสิ ปล่อยตัวอย่างข่าวลงโซเชียลไปแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนนั้นน่ะ คอมเมนต์ใต้ข่าวก็คงจะระเบิดเลยไม่ใช่เหรอ”

มินอาทำสีหน้าเคร่งขรึมและทำมือให้นักข่าวนัมออกเดินทาง


* * *


ยูจองนั่งอยู่บนรถ เธอหันหน้าออกไปทางหน้าต่างแล้วก็หัวเราะออกมา นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอูฮยอนเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ก็ทำให้มีรอยยิ้มโผล่มาได้ ไม่ได้คิดจะถามชื่อหรือรับนามบัตรมาสักแผ่นเลยนี่นา พอไม่ได้ตอบแทนด้วยการทานข้าวสักมื้อก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาด้วย และเธอยังคิดไตร่ตรองสายตาของอูฮยอนที่ชัดเจนและมีไหวพริบ น้ำเสียงเย็นชาและการพูดจา คนคนนั้นที่เคยช่วยจับเธอไว้เมื่อตอนเทศกาลภาพยนตร์ น้ำเสียงและคำพูดจาก็เหมือนกับเด็กคนนั้น ผู้ชายคนเมื่อกี้ก็มีจุดที่เหมือนกับเด็กคนนั้นอยู่มาก ทันใดนั้นยูจองที่ย้อนความทรงจำกลับไปเมื่อสิบห้าปีก่อน ในเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กคนนั้นก็รู้สึกอัดอั้น จึงเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมเย็นๆ เธอยอมแพ้และตั้งใจจะคบกับผู้ชายคนอื่น เขาจะโกรธหรือเปล่านะ หรือเขาส่งผู้คนที่เหมือนกับตัวเองมาให้เธอเหรอ ฉันคิดถึงนาย จะคบกับใครหรือถึงจะแต่งงานกับใคร ก็ไม่มีความรู้สึกเหมือนที่ให้นายไปเลย เพราะฉะนั้น เธอจะไม่รู้สึกผิดได้ยังไง


* * *


อูฮยอนขับรถไปโรงพยาบาลแล้วก็โทรศัพท์หาแม่ด้วยบลูทูธอยู่เรื่อยๆ แต่เธอไม่รับสาย

“มีพิรุธนะ อยู่ดีๆ ก็ปล่อยบ้านที่เคยอยู่ให้เช่า แล้วก็ไปซื้อบ้านใหม่ แถมยังบังคับให้ย้ายไปอยู่ด้วย แล้วอยู่ดีๆ ก็ซื้อรถมาอีก คุณนายนา ไม่ได้แต่งงานครั้งนี้ครั้งแรก แล้วก็ใกล้จะถึงงานแต่งงานรอบนี้แล้วด้วย ทำไมถึงทำแบบนี้นะ”

อูฮยอนเช็กดูเวลาและจับนาฬิกาทรายพลิก

“ต้องใช้เวลาเดินทางอีกสิบห้านาที จอดรถแล้วก็ขึ้นไปอีก ก็คงถึงก่อนเวลาสักสามนาที”

อูฮยอนสะบัดความรู้สึกที่สับสนเพราะแม่ทิ้ง แต่ความคิดก็ต่างจากจิตใจ เพราะเขาเอาแต่นึกถึงเรื่องราคารถ

“ยังไง คุณนายนานี่เขาตับใหญ่ขนาดไหนกัน คิดยังไงซื้อรถราคาเกินสามร้อยล้านมา สเกลการช็อปปิ้งอะไรจะใจกล้าขนาดนี้ได้”

รู้สึกโมโหกับความกล้าของแม่ที่ไม่ยอมโตเป็นผู้ใหญ่ เขาเปิดหน้าต่างรถสูดอากาศ ป้ายโฆษณานอกตัวอาคารที่เพิ่งขับผ่านไปก็เข้ามาในสายตา มันมีใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นติดอยู่

“ดูเหมือนจะดังไม่เบานะเนี่ย”

อูฮยอนนึกถึงภาพยูจองตอนที่เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเขาไม่รู้จักเธอ เขาลืมเรื่องของแม่ได้ชั่วครู่แล้วก็ยิ้มออกมา ความจริงแล้วในตอนที่ยูจองถอดแว่นกันแดดออก อูฮยอนรู้สึกตกใจมากจนหยุดหายใจไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่ายูจองเป็นใคร แต่สายตาของยูจองนั้นช่างเหมือนกับคนที่เขารู้จัก ดวงตาสีน้ำตาลเปล่งประกายสดใสและมีแววตาอันบริสุทธิ์ เหมือนกับเด็กคนนั้นมากจริงๆ เขาเลยตกใจมาก

“เป็นนักแสดงใช่ไหม ชื่อ…ยุน...ยูจองเหรอ”

โอเค ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่เขาก็ว่ากันว่าบนโลกนี้มีคนที่คล้ายกันอย่างน่าตกใจราวกับฝาแฝดประมาณสิบสองคน คนที่คล้ายแม้กระทั่งแววตาด้วยนี่คงมีมากกว่านั้นเยอะเลยสินะ อูฮยอนคิดว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญ เขาสะบัดความคิดออกแล้วเปิดเพลง อูฮยอนจอดรถที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล เขาลงจากรถและดูนาฬิกาอีกครั้ง

“ถึงก่อนห้านาที รวมกับเวลาขึ้นลิฟต์แล้วก็คงไม่สาย”

พูดดังนั้นก็เริ่มวิ่ง พอประตูลิฟต์เปิดอูฮยอนที่วิ่งออกมาก็งุนงงจนต้องหยุดชะงัก บอดี้การ์ดที่รอคอยอยู่ประมาณสิบคนทักทายอูฮยอนอย่างนอบน้อม

“เป็นบุคคลสำคัญขนาดไหน ถึงมาโรงพยาบาลแล้วต้องพิเศษแบบนี้… ว่าแต่บอดี้การ์ดนี่กี่คนกันนะ”


* * *


พออูฮยอนเดินเข้ามาในล็อบบี้ของโรงพยาบาลก็ต้องหยุดอีกครั้ง บริเวณล็อบบี้มีผู้ติดตามมากมายกำลังรออยู่ บรรยากาศของพวกเขาที่แต่งกายใส่สูทเหมือนกัน กับจำนวนของเหล่าพยาบาลที่ดูใจฝ่อก็เริ่มจับสังเกตได้ อูฮยอนไม่ชอบการโอ้อวดเช่นนี้เลย เขาแกล้งทำเป็นเสียงดังขึงขังกว่าเดิมเพื่อปลุกบรรยากาศที่น่าเกรงขามนี้

“กู้ดมอนิ่ง! ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องมาทำงานตั้งแต่เช้านะครับ ท่านผู้ป่วยนัดเมื่อคืนกระทันหัน ก็เลยขอร้องมาให้ช่วยรักษาในเวลาเช้าแบบนี้น่ะครับ นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่สุภาพมากเลย...ใช่ไหมครับ”

เหล่าพยาบาลก็อยากจะยอมรับมากๆ กับคำพูดของอูฮยอน แต่บรรยากาศทำให้รู้สึกว่าคงไม่ใช่ผู้ป่วยธรรมดา

“ค่ะ ก็...มันก็เช้ามากเลยค่ะผู้อำนวยการ”

“ผมไม่ได้พูดอะไรผิดแล้วทำไมถึงมองกันแบบนี้ครับ ผู้ป่วยล่ะ”

“รออยู่ที่ห้องตรวจแล้วค่ะ”

“ผู้ป่วยมาถึงก่อนเวลาใช่ไหมครับ นี่ผมไม่ได้มาช้านะครับ”

อูฮยอนใส่เสื้อกาวน์และหันหลังเดินไป เลขาฮวังก็ก้มศีรษะทักทาย ในตอนนั้นสีหน้าของอูฮยอนก็เปลี่ยนทันที เขารู้แล้วว่าใครคือคนที่รออยู่ในห้องตรวจ เมื่อพยาบาลรับรู้ถึงสายตาของอูฮยอนก็ย้ายที่กันเล็กน้อยเพื่อให้เขาซักถามเลขาฮวัง

“ที่บอกว่าอย่าโผล่มาให้ผมเห็น อย่ามายุ่งกับผม ยังไม่ได้บอกเขาอีกเหรอครับ”

“บอกให้ทราบแล้วค่ะ แต่ท่านประธานมาหาแบบนี้เพราะท่านมีเหตุผลนะคะ เข้าไปเถอะค่ะ”

อูฮยอนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องตรวจแล้วก้าวเท้าหนักๆ เดินเข้าไป

ความคิดเห็น