ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทาสสาว:ตอนที่ 2 ทำงานบนเรือนใหญ่

ชื่อตอน : ทาสสาว:ตอนที่ 2 ทำงานบนเรือนใหญ่

คำค้น : ทาสสาวจ้าวดวงใจ คุณท่าน เจ้าพระยา ทาสสาว สาวน้อย โคแก่ หญ้าอ่อน ย้อนยุค โบราณ NC

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 13:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทาสสาว:ตอนที่ 2 ทำงานบนเรือนใหญ่
แบบอักษร

​ทาสสาวเจ้าดวงใจ ตอนที่ 2 

ทำงานบนเรือนใหญ่ 

 

 

ณ ลานอาบน้ำหลังเรือนพักหลังเล็กของยายอิ่ม แก้วเหลือบซ้ายแลขวาอย่างกระดากอาย ที่ต้องมาอาบน้ำกลางวันแสกๆ ลานอาบน้ำนี้มีบริเวณกว้าง มีตุ่มน้ำหลายตุ่มตั้งเรียงราย คล้ายว่าเป็นลานอาบน้ำรวมที่พวกทาสหญิงใช้ร่วมกัน

ถัดจากลานกว้างที่ใช้อาบน้ำ เป็นเรือนที่ค่อนข้างใหญ่สองหลัง แก้วคิดว่าน่าจะเป็นที่พักของพวกทาสหญิงคนอื่นๆ เพราะมีกฎที่ว่าทาสชายหญิงห้ามใกล้ชิดกัน ฉะนั้นที่พักของทาสผู้ชายไม่น่ามาอยู่แถวนี้เป็นแน่ คิดได้ดังนั้นแก้วก็วางใจลง รีบตักน้ำจากตุ่มขึ้นมาอาบ และขัดเนื้อตัวจนสะอาดสะอ้าน

หลังจากที่แก้วอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ยายอิ่มก็พาแก้วไปสำรวจที่ทางของบ้านท่านเจ้าพระยาคร่าวๆ จนมาถึงโรงครัว

“พอถึงเวลากินข้าวก็มากินที่นี่แหละ แต่อย่ามาช้าเชียวนะเอ็ง ไม่อย่างนั้นต้องอดแน่” ยายอิ่มบอกพร้อมกับพาแก้วเดินเบียดเสียดไปตักข้าวเที่ยงมากิน จำนวนทาสมีเยอะ แต่อาหารที่ทำแต่ละมื้อมีจำกัด ทำให้ต้องแย่งกันกิน ยิ่งเป็นทาสชายทำงานหนักยิ่งกินจุ บางคนกินหมดแล้วก็ไปตักมากินใหม่ ใครชักช้ายืดยาดก็ได้กินน้อย ไม่อิ่มท้อง ต้องรอไปจนกว่าจะถึงมื้อต่อไป และตอนนี้ทาสแต่ละคนก็กำลังกินข้าวกันอย่างเร่งรีบ ไม่มีใครสนใจใคร

“เอ๊ะ! นี่มึงเป็นใครน่ะ เข้ามาทำอะไรที่นี่ กล้าดียังไงมาตักข้าวพวกกูกิน” เสียงหวีดแหลมเสียงหนึ่งร้องทักขึ้น พร้อมกับเจ้าตัวที่ชี้นิ้วมาที่แก้ว เรียกสายตาของทุกคนให้มองมายังคนแปลกหน้าที่มาตักข้าวกินเป็นจุดเดียว

“ทำไม มึงมีปัญหาอะไรรึอีปริก นี่นังแก้ว หลานสาวข้าเอง” ยายอิ่มตอบโต้กลับทันควัน “เดี๋ยวนี้ใครจะมากินข้าวที่โรงครัว ก็ต้องขออนุญาตมึงด้วยรึ มันธุระโกงการอะไรของมึง”

อีปริกหุบนิ้วลง มันไม่รู้ว่านังเฒ่าอิ่มที่ลากลับไปบ้านเกิด กลับมาตั้งแต่เมื่อไร ตอนที่นังเฒ่าอิ่มไม่อยู่ ตัวมันวางโตเสียจนชิน ในบ้านท่านเจ้าพระยานี้ ในบรรดาทาสหญิงทั้งหมด ถ้าไม่นับยายอิ่ม ก็เป็นอีปริกนี่แหละที่อาวุโสที่สุด มันล่ะอยากให้อีอิ่มไปแล้วไปลับ ไม่ต้องกลับมาอีก

แม้จะไม่พอใจ แต่นังปริกก็ยังไม่กล้าหือกับยายอิ่ม จึงได้แต่ยืนหายใจฮึดฮัด นังนิ่ม หลานสาวของนังปริกเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย มันฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “แหม… ยายข้าก็แค่ถามดู เพราะเห็นว่ามันเป็นคนแปลกหน้าก็เท่านั้นเองยายอิ่ม”

“เหอะ!” ยายอิ่มสบถเสียงอย่างรู้ทันความคิดของอีปริกกับหลานของมัน อีปริกกับแกเป็นคู่ปรับกันมานมนาน แต่เพราะแกมีบุญเก่าที่เคยเป็นคนสนิทของคุณหญิงมะลิ อีปริกจึงสู้แกไม่ได้สักที

“ไป นังแก้ว กินเสร็จแล้วก็รีบไปกัน อยู่นานเดี๋ยวติดเสนียดของพวกขี้ข้าที่อยากเสนอหน้าขึ้นเป็นนาย” ยายอิ่มกล่าวกระทบกระเทียบสองยายหลานที่มักใหญ่ใฝ่อยากขึ้นที่สูง ไม่รู้จักเจียมตน

“จ้ะยาย” แก้วรับคำสั้นๆ แล้วเดินตามยายอิ่มออกไป แอบจดบันทึกไว้ในใจแล้วว่า ยายของตนไม่ถูกกับนังปริกและนังนิ่ม ตนเป็นหลานยายก็ต้องอยู่ฝั่งเดียวกับยาย

นังนิ่มมองสองยายหลานที่ออกไปจากโรงครัวด้วยสายตากระด้าง ยิ่งเห็นว่าพวกทาสชายให้ความสนใจและจับกลุ่มคุยกันเรื่องแก้ว ก็ยิ่งรู้สึกริษยาและเคียดแค้น เดี๋ยวเถอะพวกมึง รอให้กูได้เป็นเมียบ่าวของท่านเจ้าคุณเมื่อไร จะจัดการตบสั่งสอนเสียให้เข็ดทั้งเด็กทั้งแก่

 

 

ยามดึกสงัด บนเรือนใหญ่ของท่านเจ้าคุณ มีแรงสั่นสะเทือนไหวโยกมาจากห้องนอนห้องหนึ่ง เสียงครางผะแผ่วแว่วมากับเสียงโหนกเนื้อที่กระทบกัน

“โอ๊ย… ซี๊ด… คุณพี่เจ้าขา… อิชั้นทนไม่ไหวแล้ว…” เสียงคุณหญิงดาวเรืองร้องโอดโอยไม่หยุด ทั้งเจ็บทั้งเสียวที่ช่องรัก แต่ความคับใหญ่และรุนแรงของสามี กลับทำให้ความเจ็บมีอานุภาพมากยิ่งกว่าความเสียวหลายเท่านัก

“โอ๊ย! คุณพี่ขา พอเถอะ อิชั้นเจ็บ… เจ็บจริงๆ เจ้าค่ะ” คุณหญิงดาวเรืองอ้อนวอนทั้งน้ำตา เวลามีอะไรกันทีไร หล่อนมักจะรู้สึกเจ็บจนทนแทบไม่ไหว จะตายให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น

“อีกแล้วเหรอ หล่อนก็เป็นแบบนี้ทุกที อะไรนิดอะไรหน่อยก็เจ็บ” เจ้าพระยาปุรงค์เดชบ่นอย่างเสียอารมณ์ ถอนลำเอ็นออกมาทั้งที่ยังไม่ได้ปลดปล่อย

แม่ดาวเรือง เมียคนนี้น้อยครั้งนักที่จะทำให้เขาเสร็จสมอารมณ์หมายได้ ชอบบ่นเจ็บ ชอบร้องไห้ให้เขาหยุดกลางคัน จนเขาหงุดหงิดทุกครั้งที่หลับนอนกับหล่อน ไม่เหมือนแม่มะลิ เมียคนแรกที่ตายไป รายนั้นตามใจเขาเสียทุกอย่าง

“ก็ดิฉันป่วยนี่เจ้าคะ ร่างกายไม่ใคร่จะแข็งแรง คุณพี่ก็เห็น” ดาวเรืองพูดอย่างน้อยใจระคนรู้สึกผิด ที่ตอบสนองความต้องการทางเพศให้สามีไม่ได้

“เออๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ตอนนั้นข้าไม่น่ารับปากแม่มะลิ เพื่อแต่งหล่อนมาเป็นเมียเลยจริงๆ”  ปุรงค์เดชพูดบ่นอย่างหัวเสีย ลุกขึ้นแต่งกายแล้วเดินออกจากห้องไป

คุณหญิงดาวเรืองน้ำตาร่วง เจ็บทั้งกายใจ ร่างกายหล่อนผิดปรกติ จะเจ็บเจียนตายทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งยังเจ็บต่อเนื่องไปสามวันเจ็ดวัน ทำให้สามีไม่พอใจในตัวหล่อน

คุณหญิงดาวเรืองชอบป่วยไข้ รอบเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง เมื่อใดที่รอบเดือนมาก็มักจะปวดท้องรุนแรง เพราะร่างกายอ่อนแอทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา หล่อนไม่เคยท้องลูกเลย เชิญหมอชื่อดังกี่คนต่อกี่คนมารักษาก็ไม่เคยหายขาด ทั้งหมดนี้คงเป็นผลกรรมที่หล่อนเคยทำไว้ ผลกรรมที่ทำให้หล่อนเสียใจและอยู่อย่างทุกข์ทรมาน

 

 

บนเรือนใหญ่ตอนเช้าตรู่ ท่านเจ้าพระยากำลังรับสำรับอาหารเช้า โดยมีคุณหญิงดาวเรืองคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกาย ขณะนั้นเองที่ยายอิ่มพาแก้วขึ้นมาบนเรือน

“คุณท่าน คุณหญิงเจ้าขา” ยายอิ่มร้องทักอย่างน้อมนอบ

“อ้าว ว่าอย่างไรหรือยายอิ่ม” ท่านเจ้าคุณที่รับสำรับเสร็จพอดี หันไปมองแล้วสอบถาม

“คือ บ่าวพานังแก้วมารับงานเจ้าค่ะ ไม่รู้คุณหญิงคิดได้รึยังว่าจะให้มันทำหน้าที่อะไร”

“ฉันยังคิดไม่ออกเลย” คุณหญิงดาวเรืองมองเด็กแก้วแล้วคิ้วขมวดมุ่ย ในดวงตามีประกายหนักใจฉายอยู่บางเบาแทบมองไม่เห็น ชั่วอึดใจต่อมาจึงให้คำตอบ “เอาเป็นว่าให้ขึ้นมาทำงานบนเรือนก่อนก็แล้วกัน” ถึงหล่อนไม่ตอบเช่นนี้ อย่างไรเสียท่านเจ้าคุณก็จะออกปากให้เด็กแก้วมาทำงานบนเรือนใหญ่ เพราะเห็นแก่ยายอิ่มคนเก่าคนแก่ของเรือนอยู่ดี หล่อนจึงชิงพูดขึ้นมาก่อนเพื่อเอาใจสามี แล้วก็เป็นดังคาด หล่อนเห็นเขาพยักหน้าอย่างพอใจ

นังนิ่มที่ขึ้นเรือนมาเก็บสำรับที่ท่านเจ้าคุณกินเสร็จแล้ว ได้ยินคำของคุณหญิงดาวเรืองก็เม้มปาก มันทำงานที่นี่มาตั้งนาน ก็ได้แต่ทำงานในโรงครัว นานๆ ทีถึงจะมีโอกาสขึ้นมาบนเรือนใหญ่ อย่างวันนี้ก็ต้องเสียเงินที่สะสมไว้ไปหลายอัฐ เพื่อให้ได้มาเก็บสำรับของท่านเจ้าคุณแทนป้าแม้นที่ทำหน้าที่นี้อยู่ประจำ แล้วนังแก้วนี่ถือดีอะไร พอมาถึงครั้งแรกก็ได้ขึ้นมาทำงานบนเรือนใหญ่

นิ่มมองไปยังสาวรุ่นที่อ่อนกว่าตนเองราวสี่ถึงห้าปีอย่างขัดนัยน์ตา เห็นแก้วหน้าตาผุดผ่อง ผิวกายนวลเนียนกว่าข้าทาสทั่วไปก็ยิ่งริษยา จึงอดสอดปากขึ้นมาไม่ได้ “ให้มันไปช่วยงานในครัวสิเจ้าคะ ที่นั่นออกจะมีงานมากมาย พวกบ่าวทำงานกันไม่หวาดไม่ไหว หรือไม่… ก็ให้มันทำงานในสวน ขุดดิน พรวนดิน”

คุณหญิงดาวเรืองหันไปถลึงตาใส่คนช่างเสือก “แล้วมันเรื่องอะไรของเอ็งล่ะนังนิ่ม ฉันจะให้แม่แก้วขึ้นมาทำงานบนเรือนแล้วเกี่ยวอะไรกับเอ็ง”

“บ่าว… คือบ่าว… เห็นว่าแม่แก้วเพิ่งมาใหม่ น่าจะให้ทำงานง่ายๆ ก่อนเจ้าค่ะ ขืนให้รับใช้บนเรือนเดี๋ยวจะทำข้าวของเสียหายเอาได้”

คุณหญิงดาวเรืองนิ่วหน้า เอ่ยถามเสียงดุ “งานที่ต้องใช้แรงเยอะ อย่างขุดดิน พรวนดิน นี่เป็นงานง่ายๆ ของเอ็งเหรอ ข้าส่งเอ็งไปลองทำบ้างดีไหม”

“มะ ไม่… ไม่ดีเจ้าค่ะ” นิ่มรีบปฏิเสธละล่ำละลัก งานพวกนั้นต้องใช้แรงเยอะ ส่วนมากเป็นพวกผู้ชายเขาทำกัน ผู้หญิงถ้าไม่ถึกทนจริงๆ ก็ทำไม่ไหว

“ถ้าไม่อยากทำ เอ็งก็ไม่ต้องพูดมาก แล้วนี่เก็บสำรับเสร็จรึยัง ถ้าเสร็จแล้วก็ลงไปได้แล้ว” เจ้าพระยาปุรงค์เดชที่นั่งเงียบมานานตัดบทไล่อย่างรำคาญ

เห็นนังนิ่มรับคำแล้วรีบหอบสำรับลงจากเรือนไป แก้วที่นั่งก้มหน้านิ่งฟังมาตลอดจึงทำใจกล้า แอบเงยหน้าขึ้นมอง แต่ก็ดันไปสบเข้ากับสายตาคมที่มีอำนาจน่ายำเกรงอย่างไม่คาดคิด จนเสสายตาหลบแทบไม่ทัน

‘ทำไมพอเราแอบเงยหน้าขึ้นมอง จะต้องพบกับสายตาน่าเกรงขามนั่นทุกทีเลยนะ’ แก้วบ่นอุบอิบกับตัวเอง

เจ้าของสายตาน่าเกรงขาม มองเด็กสาวที่พอสบตากับเขาทีไร ก็รีบก้มหน้าหลบทุกทีอย่างขบขัน เห็นปากจิ้มลิ้มอวบอิ่มขยับขมุบขมิบแล้วคันใจยิบๆ ปุรงค์เดชมั่นใจว่าเด็กสาวต้องบ่นว่าเขาอยู่เป็นแน่

“สรุปว่าแม่แก้วก็มาทำงานบนเรือนนี่แหละนะ คอยปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาด”

“เจ้าค่ะคุณหญิง” แก้วเอ่ยรับคำคุณหญิงดาวเรือง ส่วนยายอิ่มก็วางใจที่หลานได้งานไม่หนักนัก แถมได้มาทำงานบนเรือนใหญ่ด้วยกัน ใกล้หูใกล้ตาของแก

“ข้าจะไปทำงานแล้ว” เจ้าพระยาปุรงค์เดชเอ่ยพลางลุกขึ้น คุณหญิงดาวเรืองจึงลุกตาม แล้วเดินไปส่งท่านเจ้าคุณลงบันไดที่หน้าเรือน

“คุณท่าน รอกระผมด้วยขอรับ” ไอ้เจิด บ่าวข้างกายท่านเจ้าพระยา ร้องบอกและรีบหอบของตามเจ้านายไปลงเรือที่ท่าน้ำ คุณหญิงดาวเรืองยืนส่งสามีไปทำงาน รอจนเรือลับสายตาไปแล้ว จึงหันมาสั่งข้าทาสบนเรือน

“เดี๋ยวฉันจะไปนอนพักอีกสักหน่อย อย่าให้ใครมารบกวนฉันเล่า”

“เจ้าค่ะ” ข้าทาสบนเรือนรับคำอย่างพร้อมเพรียง เป็นอันรู้กันว่าถ้าคืนไหนท่านเจ้าพระยาร่วมหลับนอนกับคุณหญิง เช้าวันต่อมา คุณหญิงมักจะรู้สึกเพลียและต้องการการพักผ่อนเป็นพิเศษ

“ให้บ่าวช่วยประคองคุณหญิงนะเจ้าคะ” ยายอิ่มเสนอตัวแล้วเข้าไปช่วยประคองเจ้านาย คุณหญิงดาวเรืองฝืนข่มความเจ็บที่กลางกายไว้ ก้าวเท้าตามแรงพยุงของยายเฒ่ากลับไปยังห้องนอน

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว