email-icon facebook-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ..

ตอนที่ 1 ฉันถูกบอกเลิก

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ฉันถูกบอกเลิก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2562 15:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ฉันถูกบอกเลิก
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ฉันถูกบอกเลิก​


เอาละค่ะ เกริ่นมาก็ตั้งนานเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ


ก๊อกๆ


​“น้องพาย เย็นนี้ว่างไหมครับ” เสียงกรุ้มกริ่มนี้ไม่ใช่ใครหรอก พี่นัทหัวหน้าแผนกการตลาดแกชอบมาแจกขนมจีบให้ฉันเป็นประจำ


ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากกองงานตรงหน้าแล้วส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป


“พายมันไม่ว่างหรอกค่ะมันมีแฟนแล้ว ให้หยกไปแทนก็ได้นะคะ” หยกเพื่อนร่วมงานของฉันและเพื่อนสนิทที่สุดของฉันเอ่ยบอกพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้พี่นัทกระพริบตาปริบๆ ใส่จนอีกฝ่ายผงะไปข้างหลัง เขาคงจะกลัวมันน่าดู


“เอ่อ พี่ไม่กวนดีกว่าครับขอตัวก่อนนะ” พี่นัทบอกเสียงเรียบก่อนจะเดินจากไปอย่างรีบร้อน


“อะไรของเขา รังเกียจฉันมากนักเหรออย่าเผลอแล้วกันแม่จะจับทำผัวให้ดู” หยกมันว่าเสียงฉุนพร้อมกระตุกยิ้มน่ากลัว


“หยกแกน่ากลัวอะ นี่ถ้าฉันเป็นพี่นัทฉันก็กลัวแกนะ”


“เพื่อน นี่หยกเองจ้ะพายจ๋า เออคืนนี้แกยังไปทำงานอยู่ปะ ฉันขอไปด้วยได้ไหมอยากเห็นข้างในอะ” หยกมันแหวใส่ฉันเสียงสูงก่อนจะถามเสียงอ้อน


ฉันยังไม่ได้บอกสินะว่านอกจากงานออฟฟิศแล้วฉันยังมีอีกงาน ฉันเป็นนักร้องกลางคืนค่ะร้องประจำที่คลับแห่งหนึ่งที่มีไว้สำหรับผู้ชายเงินหนาและป๋าขาทั้งหลาย ถึงแม้ตอนกลางวันฉันจะแต่งหน้าบางเบาเป็นอีหมวยหน้าเฉิ่มที่ขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดขอดจริงๆก็ไม่ได้มีหรอกพูดเวอร์ไปงั้น แต่ถ้าไปร้องเพลงฉันต้องแต่งหน้าหนาๆ เพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันทำงานที่นั่นเพราะอาจจะถูกไล่ออกได้ง่ายๆ ในข้อหาทำงานให้เขาได้ไม่เต็มที่ แต่ฉันเองก็เห็นผู้บริหารหลายคนแวะเวียนไปหาสาวสวยในคลับเพื่อผ่อนคลายแทบจะทุกคืน แต่ก็บอกใครไม่ได้เดี๋ยวจะซวยเอา


อะๆ อย่าเพิ่งคิดเป็นอื่น ฉันแค่ไปร้องเพลงขับกล่อมแขกเหรื่อสร้างความบันเทิงให้แก่ลูกค้าขาเที่ยวเท่านั้นเองไม่มีงานอื่นเสริมแน่นอนค่ะ แต่ก็มีลงไปนั่งคุยกับแขกบ้างเป็นครั้งคราวตามความต้องการยามที่แขกเรียกร้องและเงินหนา แต่ฉันมีข้อห้ามจะมาจกมาล้วงฉันไม่ได้นะคะ ซึ่งข้อนี้ฉันตกลงกับผู้จัดการร้านไว้เรียบร้อยแล้ว และเซ็นต์เป็นลายลักษณ์อักษรเลยด้วย อย่าถามว่าทำไมเขาถึงยอมง่ายๆ ก็เพราะว่าฉันมาร้องเพลงไม่ได้มาทำอย่างอื่นนะสิคะ


“ไปสิ แต่แกห้ามติดใจนะให้ไปครั้งนี้ครั้งเดียวห้ามเรียกร้อง” ฉันบอกเสียงเข้มเพราะกลัวอีกฝ่ายจะต่อรอง และอีกอย่างมันไม่ใช่ที่ที่ผู้หญิงจะไปเที่ยวได้ และแน่นอนว่าฉันต้องให้หยกมันไปนั่งหลบมุมเพราะเดี๋ยวจะถูกป๋าขาเรียกไปนั่งเป็นเพื่อนเพราะหลงเข้าใจผิดคิดว่ามันทำงานอยู่ที่นั่น


“ใจดีที่หนึ่ง เออพายแกทำงานกลางคืนแฟนแกไม่ว่าเหรอ แล้วเขารู้ไหมว่าแกไปร้องเพลงที่คลับนั่นอะ” หยกมันว่าเสียงใสพร้อมกระโดดมากอดฉันแน่น อะไรจะดีใจปานนั้น ก่อนจะถามคำถามที่ฉันต้องหุบยิ้ม


“เขาไม่ว่าหรอกเพราะเขาไม่สนใจอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไร” ฉันตอบเสียงเรียบพร้อมก้มหน้าทำงานต่อ


“เอ่อ พายฉันขอโทษนะ ฉันมันปากเสียไม่น่าถามอะไรแบบนี้เลย” หยกมันขอโทษเสียงอ่อนพร้อมตีปากตัวเองเบาๆ สองสามที


“เฮ้ย ไม่เป็นไรมันไม่ใช่ความผิดแกสักหน่อย แกไปทำงานได้แล้วสองทุ่มครึ่งเจอกันหน้าคลับ” ฉันบอกยิ้มๆ พร้อมไล่หยกให้กลับไปทำงาน


จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่อยากเข้าไปในที่แบบนั้น แต่ก็เพราะว่าหลายๆ คนก็ไม่สามารถเลือกทางเดินที่สวยหรูให้กับตัวเองได้เพราะทุกคนต้องการเงินเพื่อมาประทังชีวิตเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้น


กริ๊งงง...


ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งทำงานเพลินๆ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายใบโปรดของฉันก็กรีดร้องขึ้นมา ฉันหยิบมันออกมาดูพอเห็นเบอร์ที่โทร.เข้าฉันก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาและกดรับทันที


“พี่วี คิดถึงจังเลยค่ะ” ฉันกรอกเสียงหวานหยดย้อยทันทีที่กดรับสาย


(พาย เย็นนี้ว่างไหมพี่มีเรื่องจะคุยด้วย)


“พี่วีมีอะไรหรือเปล่าค่ะ ทำไมเสียงฟังดูไม่ค่อยดีเลย” ฉันถามเพราะฟังเสียงเขาแล้วมันให้ความรู้สึกแปลกๆ


(เอาไว้ตอนเย็นเราค่อยคุยกันนะ เลิกงานพี่ไปรับ)


“ตกลงค่ะ พายจะรอหน้าออฟฟิศนะคะ” ฉันรับคำด้วยน้ำเสียงดี๊ด๊าถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้าฉันคงจะได้เห็นว่าหน้าตัวเองบานขนาดไหน


หลังจากวางสายฉันก็ได้แต่ครุ่นคิดเพราะปกติพี่วีจะไม่ค่อยว่าง นี่ขนาดโทร.มาเองแบบนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ คิดแล้วฉันก็ฉีกยิ้มหน้าบานอยู่คนเดียว


พอเลิกงานฉันก็โบกมือลากับหยกแล้วออกมายืนรอพี่วีที่หน้าออฟฟิศ รอประมาณสิบห้านาทีก็เห็นรถพี่วีแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าฉันจึงเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ


“หิวไหม เดี๋ยวพี่พาไปทานข้าว” เขาถามแต่ไม่ยอมมองหน้าฉัน


“เอ่อ นิดหน่อยค่ะ ว่าแต่พี่วีเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามด้วยความเป็นห่วงเพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้เจอกันแต่ฉันก็ยังคงรู้สึกพิเศษกับเขาเสมอ


“เปล่าหนิ เราไปกินข้าวกันดีกว่า” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะหันมามองหน้าฉันแวบหนึ่งแต่สายตาที่เขามองมามันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ในใจ


พอถึงร้านอาหารเขาก็เดินนำฉันเข้าไปภายในร้านและยังทำหน้าที่เป็นสุภาพบุรุษเหมือนเคย คอยเลื่อนเก้าอี้ให้ สั่งอาหารที่ฉันชอบน้ำที่ฉันชอบเทคแคร์ฉันดีแบบนี้ตลอดเวลาที่เราเจอกันอยู่ด้วยกัน ถึงจะไม่บ่อยนักก็เถอะแต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจอยู่ดี


“พี่วีสบายดีไหมคะ ไปทำงานมาเป็นไงบ้าง” ฉันถามเสียงใสหลังจากพนักงานรับออเดอร์เดินจากไปแล้ว


“พี่สบายดี พายก็สบายดีใช่ไหม” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะถามฉันกลับ


“ดีค่ะ เรื่อยๆ จริงสิพี่วีจำพี่นัทที่พายเคยเล่าให้ฟังได้ใช่ไหมคะ” ฉันตอบรับด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนจะเล่าเรื่องที่พี่นัทมาแจกขนมจีบให้เขาฟัง


เขาไม่มีท่าทีอะไรเป็นพิเศษ ไม่ตกใจ ไม่หัวเราะ เหมือนเคยแต่ยังคงมีท่าทางอบอุ่นเหมือนวันแรกที่เราตกลงคบกัน พี่วีเคยเรียนมหา’ลัยเดียวกันกับฉันแต่เป็นรุ่นพี่ฉันอยู่หลายปีเราบังเอิญเจอกันบนรถไฟฟ้าสองครั้งและครั้งที่สองเขาก็ขอเบอร์ฉันไปแล้วก็โทร.มาจีบฉันทุกวันเป็นเดือนๆ จนฉันตกลงคบด้วย ถึงแม้ฉันจะชอบเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่ว่าผู้หญิงสวยๆ อย่างเราก็ต้องเล่นตัวกันบ้าง


เผลอแปปเดียวเราสองคนก็คบกันมาสองปีแล้วถึงแม้ว่าพักหลังๆ เราจะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่เพราะพี่วีมักจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศเสมอ ทำให้เราห่างๆ กันไปบ้างและช่วงที่ห่างกันนั่นแหละฉันถึงได้ออกไปทำงานที่คลับเพราะไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว


“ถ้าเขาเป็นคนดีพายคบกับเขาก็ได้นะ”


ระหว่างที่ฉันกำลังจะตักข้าวเข้าปากร่างกายก็หยุดชะงักเพราะคำพูดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากของคนที่เป็นแฟนกัน


“พะ พี่วีพูดว่าอะไรนะคะ พายฟังไม่ค่อยถนัด” ฉันถามตะกุกตะกักเพราะคิดว่าตัวเองอาจจะหูเพี้ยนแต่มือเจ้ากรรมก็ดันมาสั่นไม่หยุด


“พี่ขอโทษนะพาย พี่ว่าเราเลิกกันเถอะ”


“เลิกกัน!! ทำไมละคะพายทำอะไรผิดพายทำอะไรให้พี่วีโกรธหรือเปล่าคะ พาย พายขอโทษพี่วีอย่าเลิก อย่าเลิกกับพายเลยนะ” ฉันถามเสียงเครือละล่ำลักบอกพร้อมมองคนตรงข้ามด้วยแววตาอ้อนวอน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดแบบเดียวกันเพราะสิ่งที่เขาตอบกลับมามันทำให้ฉันหน้าชาหูชาอื้ออึงไปหมด


“พี่ขอโทษพาย พายเป็นคนดี พายโอเคมากพายสวยพายเก่งพายน่ารัก แต่พี่มีคนอื่นแล้ว และพี่ก็กำลังจะเป็นพ่อคน พายพี่ขอโทษ”


“พี่หมายความว่ายังไง สรุปว่าที่พี่บอกไม่ว่างตลอดที่พายโทร.หา เพราะพี่มีคนอื่นงั้นเหรอ ทำไมพี่เหี้ยแบบนี้วะ” ฉันถามเสียงขุ่นเพราะความโมโหก่อนจะสถบคำหยาบออกไปจนคนฟังนิ่งอึ้ง


“พี่ขอโทษ เราจบกันแค่นี้เถอะ” เขาบอกเสียงเรียบพร้อมตั้งท่าจะลุกเดินจากไป


“เดี๋ยว!! จะไม่จ่ายค่าอาหารก่อนเหรอนายเป็นคนชวนฉันมาและฉันก็ยังไม่ได้แตะมันสักคำเพราะงั้นนายต้องเป็นคนจ่าย” ฉันบอกเสียงเรียบข่มอารมณ์โกรธและน้ำตาเอาไว้ แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันหลังกลับไปมองเขาอีก


เหอะ! ชีวิตถูกผู้ชายบอกเลิกตอนที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก บันเทิงจริงๆ


ฉันกลับมาถึงบ้านด้วยความรู้สึกเจ็บปวดก้าวขาลงจากรถแท็กซี่ด้วยร่างกายที่ไร้วิญญาณก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาในบ้านแล้ววิ่งขึ้นห้องร้องไห้ยังกับมีใครตายจนเวลาล่วงเลยไปเกือบๆ สองทุ่มฉันจึงเดินเข้าไปอาบน้ำเพื่อให้น้ำขับไล่ความเจ็บปวดและคราบน้ำตา


ฉันรู้ว่าไม่ได้มีใครตายแต่มันก็อดเคว้งคว้างขึ้นมาไม่ได้ จริงอยู่ที่ฉันกับพี่วีเป็นแฟนที่ไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนคู่อื่นๆ แต่อย่างน้อยตอนมีเขาอยู่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกเบี้ยวๆ ใบนี้


------------------

ฝากเรื่องนี้ด้วยนะค้าา

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ

กดไลก์เป็นกำลังใจให้ลัลด้วยน๊าา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว