facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 8-1 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 8-1 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 07:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 8-1 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ
แบบอักษร

ตอนที่ 8 ผู้ชายคนนี้ คงต้องเปิดเผยตัวตนออกมาแล้วล่ะ


หมวก ผ้าปิดปาก เสื้อหนัง ผู้ชายคนนั้นปิดหน้าปิดตาหลบเลี่ยงสายตาผู้คน... กริยาท่าทางมันคือสไตล์ของผู้หลบหนีไม่ก็อาชญากรแน่ๆ อูฮยอนยิ่งมองจีฮุนก็ยิ่งสงสัย เขาระแวงว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นสตอล์กเกอร์ที่ตามยูจองมาจริงๆ และเมื่อเดินเข้าไปใกล้จีฮุนจึงเอื้อมมือจะจับแขนให้หันมา ในตอนแรกยูจองเห็นการกระทำของอูฮยอนแล้วก็แปลกใจว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนี้ แต่เธอก็รู้เหตุผลแล้ว

คงคิดว่าคุณจีฮุนเป็นสตอล์กเกอร์สินะ คนที่ไม่รู้ว่าตัวเธอเป็นนักแสดงหรือเป็นนักร้องกันแน่ ก็เลยเป็นห่วงและจะปกป้องเธอนี่เอง ยูจองรู้สึกขอบคุณและไว้วางใจกับความเอาใจใส่และความมีน้ำใจของอูฮยอนที่เธอคาดไม่ถึง ผู้ชายคนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า่เธอคาดไม่ถึง ผู้ชายคนนี้ไเธอเป็นดาราดังขนาดไหนแต่ก็ยังจะช่วยเธออีก ครั้งแรกที่เห็นเลยว่าอีกคนใส่ใจเธอแบบนี้ ทั้งๆ ที่เธอทำเรื่องผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงให้… ยูจองเลยคิดว่าเขาต้องเป็นคนดีอย่างมาก มากๆ เลยแน่ๆ ยูจองเข้าไปใกล้ๆ แผ่นหลังอูฮยอนแล้วกระซิบกระซาบเหมือนบอกความลับ

“ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สตอล์กเกอร์ค่ะ ผู้จัดการของฉันเอง ไม่เป็นไรค่ะ”

อูฮยอนหันมามองยูจองด้วยสีหน้าที่ถามว่าจริงเหรอ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของยูจองเริ่มเข้ามาใกล้ๆ อูฮยอนมากๆ ในตอนนั้น อูฮยอนรู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ สายตาของยูจองและเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเขินอายเหมือนเด็กน้อยของเธอ ทำให้เขาค่อยๆ มองเห็นความสดใสอย่างเชื่องช้า เธอเหมือนกับเด็กคนนั้นมากจริงๆ

ยูจองขยิบตาให้จีฮุนโดยที่อูฮยอนไม่รู้ และเรียกจีฮุนด้วยเสียงเน้นย้ำว่า ‘ผู้จัดการ’

“ผู้จัดการชเว ไปทำอะไรที่ห้องน้ำนานขนาดนั้นล่ะ ฉันเสียมารยาทกับคุณคนนี้ไปมากเลย... นี่กำลังขอโทษอยู่”

จีฮุนชำเลืองมองสถานการณ์ของยูจองและผู้ชายอีกคนอย่างระวังตัว แต่หลังจากที่ฟังยูจองพูดจึงหันไปหายูจองและค่อยๆ เดินเข้าไปหา โอเค แกล้งทำเป็นผู้จัดการมันก็ไม่เลวนะ จีฮุนเดินเข้าไปใกล้ๆ และมองหน้าอูฮยอนชัดๆ ตั้งใจจะนึกย้อนกลับไปในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง เขาเคยผู้ชายคนนี้เห็นตรงทางเดินตึกไหนหรือเปล่า หรือตอนอยู่ในลิฟต์ ความคิดกระจัดกระจายไปหมด ผู้ชายคนนี้... เป็นคนที่จีฮุนเคยเจอแน่ๆ ...แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าที่ไหนเมื่อไหร่

อูฮยอนยิ่งสนใจใคร่รู้ในตัวจีฮุนกว่าเดิมว่าทำไม ถึงมองตัวเขาและเอียงหน้าสงสัยแบบนั้น ยูจองเห็นจีฮุนที่เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วอูฮยอนจ้องเขม็ง เธอก็กังวลว่าจีฮุนจะรู้จักอีกฝ่ายขึ้นมา แต่สีหน้าของอูฮยอนก็ดูเหมือนจะไม่รู้จักกัน เธอไม่รู้แล้ว แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จักคุณจีฮุนหรอก ถ้าเทียบกับระดับการเป็นที่รู้จักระหว่างเธอกับจีฮุนแล้ว เขายังไม่ถึงเศษในส่วนร้อยของเธอเลย ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกอีกคนนะ แต่ความจริงมันก็เป็นเช่นนั้น จีฮุนมัวแต่ควานหาความทรงจำที่หาไม่เจอ หันมาพูดกับยูจองแต่ส่งสายตาย้อนกลับไปมองอูฮยอน

“ผมโทรจะหาแล้วว่าจะรออยู่ฝั่งนู้น แต่พี่ไม่ยอมรับโทรศัพท์เลยเป็นห่วงน่ะครับ พี่ไปทำอะไรผิดกับคุณคนอย่างนั้นเหรอครับ”

“ฉันเข้าใจผิดเลยขึ้นไปนั่งรถบนของเขาที่เหมือนกับรถที่เรานั่งมา แล้วส่งเสียงโหวกเหวกนิดหน่อยน่ะ แต่เขาก็ใจกว้าง เข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว…”

อูฮยอนก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อยูจองไม่ได้ใช้ข้ออ้างอื่นและพูดความผิดของตัวเองออกมาอย่างซื่อสัตย์ ผู้หญิงคนนี้จริงใจและน่าจะเป็นคนที่โอเคเลยนะ อูฮยอนมองดูยูจองแล้วคิดเช่นนั้น ในตอนนั้นมีหลายคนที่จะเดินเข้าร้านสะดวกซื้อผ่านทางพวกเขาสามคน จีฮุนก็หันตัวบังยูจองที่เผยใบหน้าทั้งหมดทันที

“พี่ครับ คนเดินไปมากันแบบนี้ จะมาเปิดหน้าหมดแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ช่วยปิดหน้านิดนึงนะครับ”

ยูจองฟังคำพูดจีฮุนเสร็จแล้วก็ร้องอ๋อ ก่อนจะใส่ที่ปิดปากกับแว่นกันแดด อูฮยอนเองก็หันตัวช่วยบังยูจองไม่ให้คนที่เดินผ่านเห็นเช่นกัน


* * *


มินอาคอยจับตาดูสถาณการณ์ที่สามคนนี้ยืนรวมตัวกันอยู่ที่เดียวผ่านเลนส์กล้อง แล้วเธอก็ฝากกล้องไว้กับนักข่าวนัมและถอดเสื้อนอกออก

“รุ่นพี่ทำแบบนี้ทำไมครับ ตอนนี้อากาศติดลบอยู่ ตั้งสติก่อนนะครับ”

นักข่าวนัมตกใจจึงห้ามปรามมินอา

“ตอนนี้ฉันตั้งสติให้เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว นายมองกล้องดีๆ ชเวจีฮุนโผล่มาอีกแล้ว ตอนนี้สามคนนั้นยืนอยู่ในมุมเดียวกัน”

“ครับ?”

นักข่าวนัมดูในกล้องทันที

“จริงด้วย รุ่นพี่ สามคนนั้นมีความสัมพันธ์อะไรกันเหรอครับ”

มินอายึดกล้องมาจากมือนักข่าวนัมเพื่อยกดูอีกครั้งแล้วพูดออกไป

“ตอนนี้ดูจากสถานการณ์แล้ว ชเวจีฮุนเป็นเหยื่อล่อ ผู้ชายคนนั้นต่างหากที่เป็นผู้ชายของยุนยูจองจริงๆ ใช่ไหม ฉันเดาผิดมหันต์เลยสินะ”

นักข่าวนัมเองก็งุนงงแล้วหันไปดูสถานการณ์

“ล็อกประตูรถไม่ยอมให้เปิดก็เป็นการหยอกเล่น เปิดเผยใบหน้าทั้งหมดแล้วพูดอย่างอ่อนหวาน ยิ้มแย้มและกระซิบข้างหู... แบบนั้นก็คือเป็นแฟนกันใช่ไหมครับ ก็ว่าหกเดือนที่ผ่านมาจับมือกับชเวจีฮุนแค่ไม่ครั้ง มันก็แปลกๆ นิดนึง แต่ว่ารุ่นพี่ เมื่อวานเธอไปอยู่กับชเวจีฮุนมาทั้งคืนเลยไม่ใช่เหรอครับ”

“ถ้าผู้ชายคนนั้นมาบ้านชเวจีฮุนก่อนแล้วล่ะ แล้ววันนี้พวกเราก็ออกตามยุนยูจองกับชเวจีฮุนมาใช่ไหมล่ะ เขาอาจจะออกมาจากบ้านชเวจีฮุนทีหลังก็ได้ ถ้าทุกอย่างมันลงล็อกตามเวลาขนาดนั้น พวกเราก็โดนหลอกแล้ว”

“อย่างนี้นี่เอง นี่มันเป็นเรื่องราวความรักที่พลิกพันอย่างใหญ่หลวงเลยนะครับเนี่ย น่าสนใจสุดๆ”

“ยุนยูจอง ใช้ชเวจีฮุนเป็นทางผ่านเพื่อให้คิดว่าเธอเป็นแค่ยัยโง่ไร้เดียงสา แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า งั้นก็ไม่ใช่ว่าที่พวกเราตามไปไหนมาไหนตลอดนี่ไหวตัวทันหรอกเหรอ นี่ฉันถูกหลอกทั้งๆ ที่ชเวจีฮุนเป็นแค่เหยื่อล่อเนี่ยนะ โอ้ย โมโห”

ถึงแม้เธอจะเคยทำงานพลาด แต่ไม่เคยคาดเดาผิดสักครั้ง มินอารู้สึกโกรธและสับสนจนต้องกุมศรีษะส่ายตัวไปมา ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันนะ ฉันต้องขุดเอาตัวตนของเขาออกมาเปิดเผยให้ได้”

มินอาจ้องดูรูปที่ทั้งสามคนถูกถ่ายไว้ ในภาพคือช่วงเวลาที่ยูจองล้มตรงพรมแดงงานประกาศรางวัล  อูฮยอนกำลังกอดยูจองจากข้างหลัง และยูจองก็เอนตัวไปหาเขา ส่วนจีฮุนกำลังเอื้อมจะไปจับยูจอง


* * *


จีฮุนส่งสัญญาณด้วยสายตาและสีหน้ากับยูจองให้ออกไปจากที่นี่โดยเร็ว

“พี่ครับ ถ้าแก้ปัญหาเสร็จหมดแล้วเรารีบไปกันดีกว่า ที่กองถ่ายโทรมาถามแล้วว่าทำไมยังไม่มาน่ะครับ”

“อ้าวเหรอ งั้นต้องรีบไปแล้วล่ะ แล้วรถเราอยู่ตรงไหนเหรอผู้จัดการชเว”

ยูจองหันมองดูรอบๆ และเมื่อเจอรถของจีฮุนที่จอดอยู่ก็ชี้รถให้อูฮยอนมอง

“เห็นรถคันนั้นที่จอดอยู่ไหมคะ รถเหมือนกันมากเลยใช่ไหมล่ะคะ”

อูฮยอนฟังที่ยูจองพูดจึงหันไปมอง แล้วก็เห็นรถยนต์ที่เหมือนกับรถของตัวเองมากจริงๆ จอดอยู่ ในตอนนั้น จีฮุนก็เทียบรถของอูฮยอนกับรถของตัวเองแล้วรู้สึกเหลือเชื่อ

“เอ๊ะ...รถเหมือนกันมากเลยนะเนี่ย รถแบบนี้ที่เกาหลีมีไม่กี่คันเองนะ สายตาที่ใช้เลือกรถของคุณนี่สุดยอดไปเลยนะครับ”

ตอนนี้อูฮยอนก็รู้แล้วว่ารถคันนี้ไม่ได้อยู่ในระดับที่แค่หรูหรานิดหน่อยแบบนั้น คำพูดของแม่ที่บอกว่าเอาเงินเก็บกับเงินประกันมาซื้อก็อาจจะเป็นเรื่องโกหก หัวใจของเขาตกฮวบ

“ไม่ใช่สายตาของผมหรอกครับ เป็นสายตาของคุณแม่น่ะ แต่ว่าที่บอกว่ารถคันนี้มีไม่กี่คันในประเทศ...”

จีฮุนจึงพูดแทรกตัดคำพูดของอูฮยอนโดยความรู้สึกอยากโอ้อวด

“เพราะมันแพงแล้วมูลค่าในการครอบครองก็สูงด้วยน่ะครับ สงสัยเรื่องราคาอยู่ใช่ไหมครับ ก็น่าจะเกินสามร้อยล้านอยู่นา”

หัวใจของอูฮยอนตกฮวบลงไปอย่างต่อเนื่องและรู้สึกร่างกายทั้งตัวอ่อนเปลี้ย เงินออมเงินประกันอะไรจะมาซื้อรถคันละสามร้อยล้านได้กัน เหมือนแม่จะสร้างเรื่องอีกแล้วนะ สามร้อยล้านงั้นเหรอ...ถ้าไม่ใช่เหตุการณ์นี้แล้วเจอโจรขโมยรถขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง ไอเหตุการณ์วุ่นวายนี้ เขาจะต้องทำยังไงกับคุณนายนายองฮีดีล่ะ แล้วเขาก็ขับรถคันนี้ไปแล้ว จะนำไปคืนก็ไม่ได้แล้วด้วย อูฮยอนไม่สบอารมณ์และรู้สึกแสบร้อนข้างใน

เมื่อยูจองเห็นสีหน้าของอูฮยอนเปลี่ยนไปในทันที เธอก็โล่งใจเพราะคิดว่าคลี่คลายปัญหาที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเองได้เรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว

“ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะคะ ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหมคะ ฉันยืนยันชัดเจนแล้วนะคะว่าไม่ได้เป็นหัวขโมย”

อูฮยอนไร้เรี่ยวแรงจะตอบและพูดคุยกับเธอเพราะแม่ตัวเอง เขาได้แต่พยักหน้าตอบยูจอง ในช่วงที่ความเคลืองแคลงใจของอูฮยอนคลี่คลายลง ยูจองจึงพูดสิ่งที่เป็นกังวลมาตั้งแต่เมื่อสักครู่ ที่เธอขอโทษอีกฝ่ายไปแล้วแต่ยังไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกมา

ความคิดเห็น