facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 23 [50%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 23 [50%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 23 [50%] *แก้ไข
แบบอักษร

ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 23​ 

 

“สอบเสร็จสักทีโว้ยยยยย” 

เสียงร้องโหยหวนของบรรดาผีไม่มีญาติดังระงม เมื่อพากันเดินออกมาจากห้องสอบด้วยสภาพสะโหลสะเหล เวลาแบบนี้คงไม่ต้องเดานะครับว่าหลังจากนั้นจะเป็นประโยคแบบไหนต่อ 

“คืนนี้ร้านไหน นัดมาเลยให้ว่อง” 

นั่นไงครับ เพราะวันนี้เป็นวันปล่อยผีอย่างพวกมัน รวมถึงตัวผมด้วย สอบเสร็จแล้วก็ฉลองดิ รออะไรวะ 

“ร้านเดิมเจ้าประจำ คนหล่อๆ มีระดับอย่างพวกเรามันต้องที่นั่นเท่านั้นเว้ย” 

“ถุยไอ้ปั้น ได้ส่วนลดเพราะเป็นร้านของญาติมึงหรอก มึงถึงไป” เพื่อนในเอกทำท่าถุยน้ำลายเฉียดหัวไอ้ปั้นไปนิดเดียวเท่านั้น 

“แล้วพวกมึงจะไปมั้ย” 

“ไปสิคร้าบบบบ เดี๋ยวพวกกูกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน เจอกันที่ร้านเว้ย” 

พอพวกมันยกโขยงกันไปผมจึงหันไปถามบรรดาสาวๆ บ้าง 

“ยังไงพวกมึง กลับหอก่อนหรือว่าไง” 

“คนเตรียมพร้อมอย่างพวกกูอะนะ ไม่ต้องกลับไปกลับมาให้เสียเวลาอย่างพวกมันหรอก เพราะกูเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยยย พวกกูไปรอที่ห้องมึงนะอชิ ใกล้ร้านนิดเดียว” 

โอ้โห พร้อมยิ่งกว่ากูอีก แต่คอนโดผมก็อยู่ใกล้กับร้านที่เราจะไปกันวันนี้จริงๆ นั่นแหละ 

“งั้นมึงเอาสองสาวไปเลย แล้วเดี๋ยวกูตามไปเจอที่ร้าน” คนธุระเยอะอย่างไอ้ปั้นพูดขึ้น และธุระที่ว่าก็คงไม่พ้นเด็กๆ ในสต๊อกของมันนั่นแหละ 

“เออๆ แยกย้าย” 

“แม่งเร็วว่ะ แป๊บๆ ก็จะกลายเป็นพี่ปีสามไปซะแล้ว นี่เรามากันครึ่งทางแล้วเหรอวะเนี่ย” ผมหันไปหาไอ้ตาลที่อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาราวกับคนแก่ 

“หรือมึงจะอยู่อีกสักปีสองปีดีล่ะ จะได้คุ้ม” 

“ปากเสียให้ชิ ถ้ากูอยู่กูก็จะเอามึงมาอยู่ด้วย” 

“พูดอย่างกับผีตามมาทวงแค้นเลยพวกมึง” ไอ้ปุ้ยพูดขำมาขำๆ เรียกเสียงหัวเราะร่วน 

...แต่พอพูดถึงผี ผีก็มาทันทีเลยครับ ผมมองร่างสูงเดินเข้ามาอย่าเซ็งๆ พี่มันไม่มีสอบกับเขาหรือไงวะเนี่ย มาเสียเร็วเชียว 

“รถมึงจอดไว้ไหนวะ เดี๋ยวพวกกูไปรอที่รถดีกว่า” สองสาวหาทางชิ่งขึ้นมาทันที คงเพราะอยากให้ผมคุยกับไอ้พี่แทนสองต่อสองนั่นแหละ 

“ล็อกสองคันที่สาม” ที่ตอบไปไม่ใช่ว่าอยากคุยกับไอ้พี่แทนสองคนหรอกนะ แค่ไม่อยากให้เพื่อนอยู่ฟังผมทะเลาะกับพี่มันเท่านั้นเอง 

ไอ้พี่แทนรอให้สองสาวเดินออกไป ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ ผมที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ที่เดิม 

“ไปไหนกันต่อ” เป็นอันรู้กันว่าสอบเสร็จแล้วเราก็ต้องหาทางระบายความเครียดที่สะสมมาเป็นสัปดาห์ระหว่างสอบออกไป แล้วคนบาปอย่างเราๆ จะไปไหนได้ล่ะครับ แน่นอนว่าไม่ใช่เข้าวัดทำบุญ 

“มึงไม่มีสอบหรือไง เอาเวลามาตามเสือกเรื่องกูอยู่ได้” ผมหมดปัญญาที่จะเมินคนช่างตื๊ออย่างพี่มันแล้ว ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็คุยกันแบบกวนตีนนี่แหละ 

“สอบตัวสุดท้ายเสร็จเมื่อเช้า” แล้วก็อุตส่าห์นั่งรอผมสอบเสร็จตอนเย็นเนี่ยนะ 

“แล้ว?” 

“เย็นนี้ไปต่อที่ไหนกัน กูไปด้วยสิ” 

“กูไปกับกลุ่มเพื่อน คนนอกไม่เกี่ยว” 

“เดี๋ยวนี้กูกลายเป็นคนนอกสำหรับมึงแล้วเหรอวะ” แม้ประโยคจะตัดพ้อ แต่พี่มันกลับยกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก แบบนี้มันหมายความว่าอะไรวะ 

“คิดเอาเอง” ผมกระแทกเสียงตอบกลับไปด้วยความหงุดหงิด และเดินเลี่ยงพี่มันออกมา ไม่รู้ทำไมถึงไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้นของพี่มันเลย เหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดในอก 

ผมไม่ชอบเลย... 

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงกูก็ตามไปเจอมึงได้อยู่ดีนั่นแหละ จองที่ให้กูด้วยนะ” เสียงตะโกนตามหลังมาทำเอาอยากเตะก้อนหินแถวนี้เข้าเบ้าตามันสักก้อน ก็กูบอกแล้วไงว่าคนนอกไม่เกี่ยว! 

ร้านเหล้าวันนี้คึกคักมากกว่าทุกที คงเพราะหลายคณะสอบเสร็จกันหมดแล้ว คนจึงแออัดกันเป็นพิเศษ ดีหน่อยที่เจ้าของร้านนี้เป็นญาติของไอ้ปั้นเราถึงได้รับสิทธิพิเศษจองโต๊ะได้ก่อนใคร หลังจากกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและนอนเล่นรอเวลาสักพักพวกเราก็ออกมากัน สองสาวไม่ได้ซักถามอะไรผมเรื่องไอ้พี่แทน คงเพราะผมไม่ได้พูดเล่าอะไรออกไปด้วยล่ะมั้ง พวกมันคงอยากให้เวลาผมได้คิดด้วยตัวเองมากกว่า เพราะตัวกระตุ้นอย่างพวกมันทำเต็มหน้าที่แล้ว 

“นั่งเลยครับติวเตอร์” ไอ้บอล เพื่อนในเอกอีกคนรีบกวักมือเรียกพวกผมทันทีที่เดินเข้าไป โต๊ะของพวกเราเป็นโต๊ะใหญ่ที่ถูกจัดเอาไว้ให้พิเศษ 

“มาเร็วเชียวนะมึง” 

“ได้ไงวะ เรื่องแบบนี้จะช้าได้ไง” 

ผมส่ายหน้าให้กับพวกมันเบาๆ พลางรับแก้วเหล้าที่พวกมันชงให้เสร็จสรรพ แต่พอจิบเข้าไปทีแรกกลับต้องขมวดคิ้วเมื่อความร้อนไหลผ่านลงคอด้วยความรวดเร็ว 

“เชี่ย เล่นของแรงแต่หัววัน” 

“เมาไวสนุกไวนะมึง” 

เมาไวอ้วกไวล่ะสิไม่ว่า ผมได้แต่ส่ายหน้าให้กับบรรดาแร้งลงทั้งหลาย เอาเถอะ ปล่อยผีทั้งทีนี่หว่า แล้วผมจะมัวบ่นทำไม วันนี้ไม่อ้วกไม่เลิกโว้ย! 

ไอ้ปั้นตามมาสมทบหลังจากนั้นไม่นาน แต่กลับไม่ได้พาใครมาด้วยอย่างที่คิด สงสัยจะมาหาแดกเอาแถวนี้ ผมปล่อยพวกสาวๆ ไปสังสรรค์กับเพื่อนผู้หญิงด้วยเครื่องดื่มที่อ่อนกว่า เพราะไอ้พวกพิเรนทร์สรรหาสูตรแปลกๆ ไม่หยุดหย่อน 

“กูเห็นไอ้พี่แทนกับแก๊งมันอยู่ตรงนู้น” ไอ้ปั้นเดินเข้ามานั่งข้างผมพลางพยักพเยิดหน้าไปทางอีกฝั่งของร้าน “มาครบทุกตัว” 

จะว่าไปผมก็ไม่ได้เจอบรรดาเพื่อนๆ ของพี่มันนานมากแล้ว ตั้งแต่ทะเลาะกับไอ้พี่แทน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเหอะ ผมไม่อยากใส่ใจ วันนี้อชิตะอยากเมา 

“แดกเยอะใครขับรถให้ครับไอ้ชิ” ไอ้ปั้นปรามขึ้นเบาๆ เมื่อผมกระดกรวดทีเดียวหมดแก้ว ด้วยเหล้าสูตรประหลาดๆ ของไอ้บอลนั่นแหละ 

“มึงไง” ตอบแบบไม่ต้องคิดเลย 

“กูขับรถกูมา” 

“เดี๋ยวกูทิ้งรถไว้นี่ พรุ่งนี้ค่อยมาเอา” 

“วางแผนมาอย่างดีเลยนะมึง” 

ผมยักคิ้วให้มันพร้อมกับส่งแก้วให้เพื่อนคิดสูตรใหม่มาให้ แม่ง วูบวาบดีฉิบ 

แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจแต่ผมก็อดเหลือบสายตามองไปทางโต๊ะของไอ้พี่แทนไม่ได้อยู่ดี ตรงนั้นครึกครื้นใช่ย่อย เพราะสาวๆ แวะเวียนไปชนแก้วกับหนุ่มหล่อทั้งโต๊ะไม่ขาดสาย พี่แม่งก็ชนมั่งไม่ชนมั่ง 

เออ...นี่ขนาดว่าผมไม่สนใจนะเนี่ย ยังเห็นรายละเอียดถึงขนาดนี้ 

...!! 

ไอ้พี่แทนหันมาทางนี้บ้าง ทำเอาผมหลบตาแทบไม่ทัน 

“มองๆ” ไอ้ปั้นแซวขึ้นมาเบาๆ พลางเหล่ผมมอง 

“กูก็มองไปรอบๆ นั่นแหละ” 

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร” เสียงสูงได้น่าถีบจริงๆ เพื่อนกู 

ผมเลิกสนใจไอ้ปั้นและร่วมวงสนทนาครื้นเครงกับเพื่อนๆ ในเอก เหล้าไม่รู้แก้วที่เท่าไหร่ถูกกรอกปากไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ร้อนหน้าร้อนคอไปหมดแล้ว 

“เฮ้ยพวกมึง ออกไปเต้นกัน” เพื่อนๆ บนโต๊ะชวนกันลุกไปแถวหน้าเวที ผมที่กรึ่มๆ จึงลุกขึ้นบ้างแต่กลับถูกไอ้ปั้นกันไว้ไม่ให้เดินไปสมทบกับคนอื่นได้ 

“อะไรของมึงวะ หลบดิ้” ผมปัดมือดันมันไป แต่ไอ้ยักษ์ไม่ขยับสักนิด 

“มึงเมาแล้ว” 

“ยังไม่เมา ยังไม่สี่ทุ่มเลยเมาอะไรไวขนาดนั้น” แม้ว่าผมจะดื่มเข้าไปอย่างกับน้ำก็เถอะ ไม่เมาไวก็แปลกแล้ว ในเมื่อมาสนุกจะมัวยั้งอยู่ทำไม เพราะผมมั่นใจว่าไอ้ปั้นมันไม่ยอมให้ผมขับรถกลับแบบเมาๆ คนเดียวหรอก 

“หน้ามึงแดงไปหมดแล้วไอ้ชิ เดี๋ยวไปเต้นเหยียบตีนใครเป็นเรื่องอีก” 

“กูไม่ได้เมา สติยังอยู่ครบโอเค้ หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง ถอย” เป็นไง บวกเลขโชว์แม่งเลย แต่ไอ้ปั้นยังคงไม่ขยับ ได้แต่ยืนส่ายหน้าอย่างระอาใจ 

“ตามใจนะ กูอุตส่าห์เป็นไม้กันหมาให้มึงแล้ว” 

“อะไรของมึงวะ ในนี้มีหมาที่ไหน” ผมถามกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ เพราะแอลกอฮอล์กัดกร่อนสมองจนตอนนี้คิดอะไรก็ช้ากว่าเดิมไปสองสเต็ป 

ไอ้ปั้นถอนหายใจอีกครั้งพลางทำท่าปัดแมลงวันไล่ผมอย่างรำคาญใจ 

“จะออกไปเต้นก็ไปเลยไป” 

อะไรของมันวะ 

อย่าไปใส่ใจเว้ย! ไปเต้น!! 

ผมเดินไปสมทบกับเพื่อนๆ ก่อนจะออกลีลาฮาๆ เล่นไปกับพวกมัน คนเยอะแบบนี้ได้สีสาวๆ มั่งให้กระชุ่มกระชวยหน่อย ระยะหลังมานี่ผมห่างหายเรื่องนี้ไปนานจนจำแทบไม่ได้แล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละ คนมันหล่อ ไม่ทันไรก็มีสาวๆ เข้ามาขนาบใกล้ๆ แล้ว 

“เมาแล้วเหรอสุดหล่อ” ฝ่ามือนุ่มนิ่มวางบนไหล่ผมก่อนจะได้ยินเสียงเจ้าตัวเสียอีก ร่างบางที่อย่างอื่นไม่บางเบียดแนบเข้ามาหา ส่วนนู่นอวบท่าทางน่าจะนุ่มนิ่มกว่าโดดเด่นออกมานอกเสื้อจนอดมองตามไม่ได้จริงๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มยื่นเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ แสงสลัวๆ แบบนี้มองใครก็สวยไปหมดเลยว่ะ 

“ไม่รู้เหมือนกันว่าเมาหรือเปล่า ถึงได้เห็นนางฟ้าอยู่ตรงนี้” ไงครับ ไม่เคยเห็นสเต็ฟเทพจีบสาวของอชิตะผู้นี้ล่ะสิ 

“ปากหวานซะด้วย ชิมหน่อยได้มั้ยน้า” 

อื้อหือออ ไม่เบาเลยครับคนสวย มาถึงก็ชวนชิมกันซะแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงตะครุบเอาไว้แล้วล่ะ แต่ในเวลานี้กลิ่นน้ำหอมแรงๆ ของเธอกลับทำให้ผมยิ่งมึนหัวเข้าไปใหญ่ จึงเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากที่ยื่นมาให้เฉียดแก้มไป 

ลิปสติกติดหน้ากูแน่ๆ ... 

“อย่าเพิ่งรีบร้อนสิครับ คนเยอะแยะ” ผมตอบกลับไปอย่างหาทางหนีทีไล่ มองเพื่อนที่เต้นอยู่ใกล้ๆ อย่างขอความช่วยเหลือ แต่พวกแม่งเสือกเชียร์ เห็นดีเห็นงามให้ผมเขมือบสาวทรงโตไปซะอย่างนั้น 

กูไม่แดกกก กูจะอ้วก! 

“งั้นไปหลังร้านกันนะคะ คนน้อย” คำสุดท้ายนั่นเป่ารดอยู่ข้างหูผมจนขนลุกไปหมด สาวเจ้าไม่รอฟังคำปฏิเสธ ลากแขนผมดึงออกไปทางด้านหลังร้านอย่างปากพูดทันที 

ตายห่าแล้วอชิ มึงกำลังจะถูกผู้หญิงคาบไปแล้ว หาทางช่วยตัวเองด่วนเลย ต้องโทษไอ้บอลนั่นแหละที่ชงเหล้าบ้าอะไรก็ไม่รู้ให้ผม สมองมันถึงได้มึนไปหมดแล้วตอนนี้ ยิ่งกลิ่นน้ำหอมของคุณเธอตีกันเข้ามาอีก อชิตะคนหล่อจะร่วงลงตรงนี้แล้วนะ 

แต่ไม่ได้ ถ้าผมเป็นอะไรไปต้องโดนเจ้คนนี้คาบไปแดกแน่นอน ครองสติไว้นะตัวกู!! 

ร่างบางที่ไม่รู้เอาแรงมาจากไหนลากผมออกมาหลังร้านได้สำเร็จ ก่อนจะผลักผมกระแทกเข้ากับกำแพงจนจุก และตามมาคร่อมเอาไว้ 

เดี๋ยวนะ สถานการณ์มันสลับตำแหน่งกันหรือเปล่าวะ คนที่ทำแบบนั้นควรจะเป็นผมสิ ไม่ใช่เธอ! 

ไอ้ปั้นโว้ยยย ช่วยเพื่อนมึงด้วยยย 

“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคนสวย” ผมรีบยกมือดันไหล่บางเอาไว้ด้วยความตกใจเมื่อเธอตั้งท่าโน้มตัวเข้ามาจู่โจมผมที่กำลังมึน พลางมองไปรอบๆ ก็พบว่าไม่มีใครจริงๆ 

นี่มันเสือชัดๆ เชี่ยวชาญเกินไปแล้ว! 

“อย่าชักช้าเลยน่า เดี๋ยวไม่มีเวลาไปหาคนอื่นต่อนะ” 

ว็อทเดอะฟัxx อชิตะคนนี้กำลังจะถูกล่าแต้มหรือครับผม รู้อย่างนี้นั่งเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะกับไอ้ปั้นก็ดีอยู่แล้ว จะให้ทนกลั้นใจปล่อยให้หล่อนย่ำยีก็ไม่ได้อีก ไม่รู้จะเอาโรคอะไรมาให้ผมบ้าง และอชิตะคนนี้ก็เป็นสุภาพบุรุษจนน่ารำคาญที่ไม่กล้าผลักเจ้าหล่อนออกไป 

มันจึงคาราคาซังจนเจ้าหล่อนจูบปากที่เต็มไปด้วยลิปสติกลงบนแก้มผมเต็มๆ และ... 

“ว๊ายยยย!!!” แรงที่กดลงบนแก้มผมหายไปด้วยความรวดเร็ว เช่นเดียวกับสติของผมที่ถูกใครบางคนกระชากกลับมา 

“ทำบ้าอะไรของมึงอชิ!!!” 

โอ๊ย ไม่เคยรู้สึกคิดถึงเสียงตวาดของพี่มันมากเท่านี้มาก่อนเลย 

คนเมาถูกกระชากไปหลบด้านหลังร่างสูงที่ไหล่เครียดเกร็ง จนผมหุบปากเงียบ ปล่อยให้มันจัดการไปก่อนก็แล้วกัน เพราะแรงกระชากเมื่อครู่ทำเอาท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมาแล้ว 

“อะไรกันสุดหล่อ! อยากเข้ามาร่วมวงด้วยทำไมไม่บอกกันดีๆ” 

ดูท่าผู้หญิงคนนี้จะไม่เข้าใจสถานการณ์เอาซะเลย แถมมองผิดไปไกลมากทีเดียว ถึงได้มองไม่เห็นรังสีอำมหิตของไอ้ยักษ์นี่เลยสักนิด 

“ไสหัวไปให้พ้น!” เสียงตวาดดังลั่นทำเอาผมสะดุ้ง ไม่ต้องนึกถึงผู้หญิงคนนั้นที่ถูกตวาดโดยตรง เธอหน้าถอดสี กัดปากจนตัวสั่นไปหมด แต่คงรู้ดีว่าอย่างไรก็สู้ไม่ไหว ถึงได้รีบเดินหนีออกไปด้วยความรวดเร็ว 

โอ๊ย... รอดแล้วกู 

ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่กลับต้องมาอึดอัดจนหายใจไม่ออกอีกครั้งเพราะรังสีอำมหิตของคนด้านหน้า 

ดูท่าจะไม่รอดจากทางนี้มากกว่าว่ะอชิ... 

“ปล่อยห่างตาไม่ได้เลยใช่มั้ย!” ไอ้พี่แทนหันกลับมาถามผมเสียงแข็ง เหลือบตามองอะไรบางอย่างบนใบหน้าผมด้วยดวงตาวาวโรจ “แม่ง กูหันไปคุยโทรศัพท์กับแม่แค่แป้บเดียวเองนะ” 

ผมลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดเสียว เมื่อพี่มันย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แม้จะอยากให้ความเมาส่างไป แต่ดูท่าไอ้บอลมันจะเก่งมาก เพราะผมยังคงร้อนหน้าร้อนคอเหมือนอย่างเดิม เพิ่มเติมคือความมึนที่เพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งหลังสัมผัสกับความเย็นเยียบที่กำแพงที่เดิมอีกครั้ง 

ผมโดนไล่เข้ามุมอีกแล้ว... 

“มึงรู้มั้ยว่าถ้ามึงเสร็จผู้หญิงคนนั้นไปมึงจะกลายเป็นหนึ่งในสต๊อกของเขา” ไอ้พี่แทนถามเสียงเย็นด้วยใบหน้าน่ากลัวจนผมเสียวสันหลังวูบ แนบแผ่นหลังเข้ากับกำแพงมากยิ่งขึ้นไปอีก “หรือว่ามึงไม่กลัวโรค” 

“รู้จักดีเหมือนมึงเคยได้เขามาแล้วเลยนะ” โอเค ผมเมาและมึนมาก แต่แน่นอนว่าหมาในปากผมยังไม่ตาย 

คนถูกย้อนกัดฟันแน่นจนเป็นสันนูน หรี่ตามองผมและก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ...ตอนนี้ผมไม่มีที่ให้ถอยแล้ว ถึงได้ยืนหยัดเชิดหน้าสู้กับพี่มัน 

“กูเลือกแดก...และกูไม่แดกของเน่า” 

ทำเอาใจแป้วไปเลยเมื่อได้ยินแบบนั้น แสดงว่าคุณเธอไม่ใช่เล่นๆ จริงๆ ด้วย โอ๊ย...โชคดีเป็นบุญหัวเหลือเกินอชิ ที่รอดมาได้ แต่ต้องไม่ใช่ในสถานการณ์แบบนี้สิวะ 

“แม่งเอ๊ย” ไอ้พี่แทนสบถอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยกมือขึ้นมาหาใบหน้าผมจนหลับตาปี๋ แต่พี่มันกลับทำแค่เช็ดแก้มผมแรงๆ เท่านั้น และคนมือหนักอย่างมันก็ไม่เบาแรงให้ผมเลยด้วย! 

“โอ๊ย เจ็บนะเว้ย!” ผมปัดมือพี่มันทิ้งไป เห็นรอยแดงของลิปสติกติดมือพี่ไอ้พี่แทนมาด้วย จึงยกขึ้นเช็ดด้วยตัวเองอีกครั้ง ว่าแล้วเชียวว่าลิปสติกต้องติดหน้าผมแน่ๆ 

“กลับกับกู!” ไอ้คนบ้ากระชากผมออกมาทางด้านข้าง สับขาเร็วเสียจนผมตามแทบไม่ทัน และด้วยความที่มึนๆ อยู่แล้ว การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและผมควบคุมไม่ได้ ยิ่งทำให้อาการของผมเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมและ... 

อ้วก....! 

นั่นแหละครับ หมดไส้หมดพุง ใส่ไอ้พี่บ้าที่มันลากผมออกมานั่นแหละ อยากจะด่าว่าสมน้ำหน้าแต่เพราะน้ำหูน้ำตาไหลอยู่เลยไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากอ้วกออกมาให้หมด 

“เชี่ย...!” ไอ้พี่แทนอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ส่วนผมก็ร่วงลงไปแล้วล่ะครับ 

คอยดูนะ ถ้าเจอไอ้บอลอีกทีละก็ผมจะถีบแม่งให้หน้าหงายเลย 

อยากด่าไอ้คนตรงหน้านี่ด้วยที่ลากออกมาไม่ได้ดูขาสั้นๆ ของกูเลย เสียแต่ตอนนี้ผมเห็นพี่มันมีร่างแยกไม่ต่ำกว่าสามคนแล้ว 

เอาล่ะ...ผม...ไม่ไหว...แล้ว... 

พรึ่บ! 

... 

“มึงมันน่าตีให้ตาย” เสียงบ่นคละเคล้าไปกับเสียงถอนหายใจอย่างระอา ก่อนมือหนาจะถอดเสื้อเปื้อนอ้วกออกโยนทิ้งไว้แถวนั้น และจับคนตัวอ่อนปวกเปียกแบกขึ้นหลังโดยไม่สนใจเศษอาเจียนที่เลอะเทอะอยู่ตามตัว 

... 

“ตื่นขึ้นมาจะว่ากูไม่ได้นะ” 

 

 

50% 

>>>> 

โธ่ลูกแม่ เกือบโดนคาบไปแดรกแล้วนะจ๊ะ 

อีพี่ก็ไม่ค่อยจะอ่อนโยนกับน้องเลย แล้วจะดีกันได้ยังไงงง ตอนหน้าจะม่าหรือฟิน...? 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว