email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 5

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 90.6k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 06:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5
แบบอักษร

#Writer 

“พี่เสือของมึงเขานิสัยยังไงวะ บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้พวกผู้ชายหน้าตาดีแต่นิสัยเงียบ ๆ ไม่สนใจใครแบบนั้นจะมีรสนิยมยังไง ปกติกูก็ได้แต่กับพวกผู้ชายหน้าม่อ หล่อไม่หล่อไม่รู้ขอแซ่บไว้ก่อนกูก็โอ…” เสียงปูนที่ขับรถอยู่ทำให้ส้มตำหันไปเลิกคิ้ว 

พี่ไทเกอร์เป็นคนยังไงเหรอ?  

ไม่รู้สิ… 

เขายังไม่อยากตัดสินร่างสูงตอนนี้เพราะเพิ่งคุยกันได้ไม่นาน จะเรียกว่าคุยยังเรียกได้ไม่เต็มปากเลยด้วยซ้ำ จะเอาอะไรมากมายกับคนที่เราชอบเขาอยู่ฝ่ายเดียว ส้มตำรู้ว่าตัวเองออกอาการหึงหวงรุ่นพี่มากไปทั้ง ๆ ที่เขาทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ถามว่าเขาหยุดอาการนี้ได้ไหมก็คงไม่ 

ส่วนชื่อเสียงรุ่นพี่ก็ใช่จะน้อย ๆ เห็นเพจเซ็กซี่บอยเอารูปตอนถอดเสื้อเล่นบาสไปลง ถึงจะไม่บ่อยแต่ก็เรียกคนดูได้ค่อนข้างเยอะ ส่วนคนในรูปกลับไม่ค่อยเข้าสังคมสักเท่าไร ไอจีก็ตามไม่ได้เพราะเจ้าตัวปิดเป็นไพรเวต คนตามไม่เยอะ อยากถามเหมือนกันว่าพี่ไทเกอร์รู้สึกยังไงที่เป็นเป้าสายตา 

ส่วนเขากับคนที่นั่งข้าง ๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีชื่อเสียงในมอ แต่ส่วนมากดันเป็นชื่อเสียงที่ไม่ดีน่ะสิ พอมีเพจเอารูปไปลงก็มักจะมีแต่คอมเมนต์เหยียด ๆ ไม่ก็พวกผู้ชายเถื่อน ๆ แสดงความคิดเห็นว่าอยากได้ อยากนัดเยบ้างอะไรต่ำ ๆ แบบนี้ 

มีข่าวลือหลายครั้งว่าเขาเอากับผู้ชายในห้องน้ำ เอากับผู้ชายในห้องเรียน อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ส่วนมากมีแต่ในเพจต่ำตมเท่านั้นแหละที่เอาไปลง เหมือนกับเรื่องที่กล่าวหาว่าเขาคือคนในคลิปโป๊เมื่อนานมาแล้ว 

 

 

What did she say? What did he say?  

You don't listen because you know everything. 

 

 

แต่ถามว่าเขากับปูนสนใจไหมก็ไม่ จะแคร์ทำไมในเมื่อคนที่รู้อะไรดีที่สุดคือตัวของเราเอง ไม่ใช่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิดหรือมันถูก แต่พวกเขาขอตัดสินเองได้ไหมว่าการกระทำแบบไหนมันแย่หรือไม่แย่ ไม่ใช่ให้ใครมาสร้างเรื่องเสื่อม ๆ ขึ้นมาแล้วตัดสินเอามั่ว ๆ ว่าเขาเป็นคนไม่ดี 

อย่างน้อยหน้าตาดีก็มีสมองพอที่จะแยกแยะได้อยู่ป่ะ 

“เออปูน ตอนมึงโดนผู้ชายเยมันรู้สึกเจ็บป่ะ?”  

“ถามทำไม? อยู่ดี ๆ เกิดอยากลองขึ้นมาแล้วเหรอ กูบอกแล้วว่าดุ้นปลอมไม่มัน…” ได้ยินเพื่อนมันพูดเขาก็อยากจะมองบนแล้วบอกไปเสียเหลือเกินว่า ‘กูโดนเอาแล้วอิสัด’ ยังมองเพื่อนมึงว่าบริสุทธิ์อีกเหรอ โดนเอาสดแตกในขนาดนี้แล้ว แต่ยังไงก็คงต้องเล่นตามน้ำไปเสียก่อน 

“ก็ตอนมึงถูกภูมิเอากูก็เห็นแค่มึงนอนคราง ไม่ได้บอกว่าเจ็บอะไรเลยนี่”  

“โอ๊ย… ก็มันเสียวไหมวะ”  

“…” ถามไปก็เพราะอยากรู้ว่าคนอื่นมันจะรู้สึกเหมือนกันกับเขาไหม ตอนของพี่ไทเกอร์สอดเข้ามามันรู้สึกได้ทันทีว่าทั้งแน่นและแอบรู้สึกเจ็บ นี่ถ้าเขาไม่เคยใช้เซ็กซ์ทอยมาก่อนป่านนี้คงจะกระอักเลือดเป็นแน่แท้ 

ยิ่งรุ่นพี่รุนแรงยิ่งรู้สึกเจ็บและเสียวมากเท่านั้น แต่กลับปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีเอามาก ๆ ที่ทำให้ร่างสูงทำหน้าเสียวและหื่นได้ขนาดนั้น เขาได้จดใส่สมุดบันทึกสีพาสเทลสุดโปรดแล้วว่าพี่ไทเกอร์คือผู้ชายคนแรกและมีขนาดขององคชาตทั้งใหญ่ทั้งยาวที่สุดเท่าที่เคยเจอมา  

มันทำให้คนตัวสูงดูดุดันเสียจริง ๆ ไม่ผิดหวังเลยที่เก็บภาพมาช่วยตัวเองตลอดเกือบจะสามเดือนที่ผ่านมา ต่อจากนี้เขาคงต้องเลิกศึกษาเรื่องเซ็กซ์ เพราะยังไงการฝึกแบบปฏิบัติคงจะดีกว่า รุ่นพี่จะให้ฝึกด้วยไหมนะ นี่ก็ผ่านมาแล้วสามวัน ตอนอยู่ในห้องน้ำก็เหมือนเจ้าตัวจะมีอารมณ์  

เขาอยากช่วยพี่ไทเกอร์ปลดปล่อยเสียเหลือเกิน... 

“เออปูนมึงรวยแล้วมึงเคยซื้อผู้ชายกินป่ะ?”  

“ฮะ? อย่าบอกนะ…” ปูนหันมามองเพื่อนเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ อย่าบอกนะว่าเพื่อนเขามันอยากลองซื้อผู้ชายกิน 

“อิห่าไม่ใช่แบบนั้น กูถามมึงก็แค่ตอบได้ป่ะ”  

“หน้าตากูเหมือนพวกซื้อกินเหรอ ไปนั่งอ่อยแถวผับแถวบาร์ก็ได้แดกล่ะ มันวินวินทั้งคู่อะ ก็เสียวแล้วแตกกันทั้งสอง ทำไมต้องเสียเงิน…” ปูนเอ่ยในขณะหน้ายังมองถนน 

“อ่อ…” ร่างบางตอบเหมือนรับรู้ก่อนจะหันกลับไปมองนอกกระจกรถ เมื่อกี้เขาพาเพื่อนไปเอารถที่ศูนย์ซ่อม ก่อนหน้าก็ไปหาพี่ไทเกอร์ที่ห้องน้ำ แปลกที่ดันมีแต่เรื่องของคนตัวสูงเข้ามาในหัวจนอยากจะเจอหน้าอีกแล้ว เขาเอาผู้ชายคนนั้นออกจากหัวไม่ได้เลยจริง ๆ  

“อยากมีผัว…”  

“ฮะ?”  

“ปะ เปล่า…” อยู่ดี ๆ ดันเผลอเอ่ยประโยคที่คิดไว้ในหัวออกมาเบา ๆ จนปูนหันมามอง ส้มตำจึงรีบปฏิเสธไปก่อนจะปรายตากลับไปยังนอกกระจกรถ  

แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ในยามบ่ายนั้นแรงกล้าเหมือนไฟร่านของเพื่อนเขาไม่มีผิด ชีวิตมันช่างดูเหมือนไม่มีอะไรเอาเสียเลยหากขาดเรื่องเซ็กซ์ไป สิ่งสวยงามทางกามารมณ์ที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบ แต่แน่นอนว่ามันไม่เพียงแค่ทำให้มนุษย์มีความสุขได้เท่านั้น  

เพราะบางทีมันอาจจะฆ่าให้มนุษย์ตายก็เป็นได้ 

เหมือนกับตอนนี้ที่เพื่อนเขามันพามาที่ร้านขายยาแห่งหนึ่ง และเขารู้ว่ามันจะมาซื้อชุดตรวจ HIV นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขาไม่คิดจะมีอะไรกันกับใครมั่วซั่ว ถ้าอยากให้คนที่เรารักมีความสุขก็ต้องปลอดโรคไปด้วยดีที่สุด เอากันแบบหื่นกามแต่ปลอดภัยก็รู้สึกดีกว่าถูกป่ะ?  

เมื่อได้ยินพี่ไทเกอร์บอกว่าเจ้าตัวก็ไม่มีโรคแถมยังเพิ่งเคยสดกับใครสักคน นั่นทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นในทันที ไม่รู้ว่าพี่ไทเกอร์จะมั่นใจในตัวของเขาไหม แต่เขามั่นใจในตัวของรุ่นพี่ ถ้าหากจะให้ไปตรวจเขาก็ยินดีถ้ามันทำให้พี่ไทเกอร์สบายใจ  

มันไม่เกี่ยวว่ารักหรือไม่รัก เพราะความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนรักกันมากยิ่งขึ้น 

เขาห่วงเรา เราห่วงเขา 

คิด ๆ ไปมันกลับทำให้เขาเผลอยิ้มอยู่บนรถคนเดียว ทำไมถึงได้เก็บผู้ชายคนนั้นมาใส่หัวแล้วจินตนาการไปถึงอนาคตข้างหน้าว่าเรายังมีกันและกันในอ้อมกอด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ รุ่นพี่ก็แค่โทรมาคุยเพราะอยากคุย นัดไปเจอเพราะอยากเจอ มันไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นเลยจริง ๆ  

รออยู่ในรถสักพักปูนก็กลับขึ้นมานั่งพร้อมถุงใส่อุปกรณ์และยาต่าง ๆ ที่เขามักเห็นเป็นประจำ 

“ตอนไหนมึงจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนวะปูน” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแอบจริงจัง 

“…”  

“มันเสี่ยงมึงก็รู้…”  

“กูไม่เคยสดกับใครนะส้ม ไม่ได้เป็นโรคด้วย ที่กูซื้อไปตรวจก็เพื่อความชัวร์”  

“ซื้อไปตรวจมันไม่ใช่การป้องกัน ส่วนถุงยางมันป้องกันได้แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์นะ ถ้าถุงขาดหรือเกิดอะไรขึ้นมามึงจะทำไง?” เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“…” ไม่สนใจแถมยังทำเป็นขับรถออกจากริมถนน 

“กูว่าทางที่ดีมึงควรเลิกเอาผู้ชายไม่เลือกได้ละนะ”  

“กูเลือก... มีแต่ใหญ่ ๆ ยาว ๆ แถมยังแซ่บกันทั้งนั้น”  

“มึงอะ!” ปูนหันมาหัวเราะก่อนจะหันกลับไปขับรถ 

“เออมึงเลิกบ่น กูรู้ว่ากูทำอะไรอยู่ อีกอย่างกูไม่ได้สำส่อนขนาดนั้นไหมวะ อย่างน้อยก็ป้องกันสุด ๆ เลยด้วย”  

“...” มอง... 

“ผู้ชายทำให้หายเหงา”  

“สันดาน…” เขาได้แต่ด่าเพื่อนด้วยใบหน้าเหมือนไม่รู้จะด่ามันยังไงดี ในเมื่อมันจะทำอะไรแล้วเขาบอกไม่เคยฟังก็แล้วแต่มันจะทำเลยแล้วกัน เพราะบอกหลายรอบแล้ว ห้ามหลายรอบแล้ว 

“กูจะไม่ยุ่งเรื่องของมึงก็ได้ แต่ก็ให้ระวัง ๆ หน่อย”  

“จ้าคุณเพื่อนส้มมม…” ได้ยินส้มตำจึงเผลอยิ้มพร้อมกับหันไปผลักไหล่คนขับรถเบา ๆ  

ทั้งสองหัวเราะคุยกันให้บรรยากาศในรถผ่อนคลายลง ก่อนปูนจะขับมาส่งเขาที่หอแล้วกลับไป ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัวเดินขึ้นห้องอย่างช้า ๆ ตามองโทรศัพท์ไม่สนใจฟ้าสนใจดิน เขาอยู่ชั้น 2 เลยไม่อยากจะขึ้นลิฟต์ ถ้าวันไหนขี้เกียจถึงได้ใช้ 

ถึงชั้นเป้าหมายตากลมจึงมองตรงไปยังทางเดิน ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมีใครคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง ชายตัวสูงหัวเกรียนใส่เสื้อช็อปวิศวะกับกางเกงยีนส์ยืนกอดอกพิงประตูห้อง ใบหน้าใสจึงเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งขึ้นทันที  

สองขาเรียวค่อย ๆ เดินตรงไปยังห้องที่ครอบครองและหยุดมองใบหน้าคมที่มองมายังเขาด้วยสายตานิ่ง ๆ ส้มตำรู้สึกหงุดหงิดขึ้นทันทีที่เห็นหน้าชายคนนี้ มันทำให้เขารู้สึกอยากจะจับไม้กวาดมาฟาดหน้าเจ้าตัวเสียให้รู้แล้วรู้รอด 

“หลบหน่อย จะเข้าห้อง”  

“ไม่คิดจะทักทายก่อนเลยเหรอวะ?” คนขวางทางกระตุกยิ้มกวนตีนส่งมาให้ 

“ไปตายเถอะ…”  

“ทักทายได้ฮาร์ดคอร์เหมือนเดิมเลยนะครับที่รัก” เอ่ยพร้อมจะยกมือขึ้นมาสัมผัสพวงแก้มเนียนแต่มือนุ่มยกขึ้นมาปัดออกเสียก่อน 

“ที่รักบ้านนายสิ แล้วมาทำไม?”  

“มาหาเมียเก่าไง…” เมียเก่าเหรอ? แค่คุยกันผ่านโซเชียลและนัดเจอไม่กี่ครั้ง พอรู้ว่ามันเหี้ยก็เลิกคุย นี่ก็ผ่านมานานมากแล้วนะ ตั้งแต่เขาอยู่ปีหนึ่งเทอมสอง พอดีมีผู้ชายที่ถูกใจทักมาคุยด้วยเลยยอมคุย ๆ ไป ไม่ได้คิดจะจริงจังอะไร แต่สุดท้ายกลับหลงรัก 

เรียกว่าโง่ที่เคยหลงรักคนเหี้ยยังจะดีเสียกว่า... 

“เลิกยุ่งได้ไหมศร เราไม่ได้คิดอะไรกับนายแล้วนะ” 

“งั้นก็คิดดิครับ…” ร่างสูงขยับเข้าหาด้วยสายตายียวน นั่นยิ่งทำให้ส้มตำไม่ชอบใจ มือนุ่มยกขึ้นผลักร่างแกร่งออกก่อนจะขยับไปใช้คีย์การ์ดแตะเปิดประตูเพื่อจะเข้าห้อง ถึงจะเป็นแค่หอพัก แต่นี่มันก็หอพักนอกที่ค่อนข้างจะมีคุณภาพ และเขาสงสัยทำไมไอ้คนพรรค์นี้มันถึงขึ้นมาได้ 

หมับ… 

“อ๊ะ!” มือหนาเลื่อนมาดึงแขนเขาไว้ จะปิดประตูก็ไม่ได้เพราะศรแทรกร่างพร้อมดันเขาเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูให้อย่างดี 

“อื้อออ ไอ้บ้า!” ด่าพร้อมผลักให้ออกห่าง ศรหันมามองแมวตัวน้อยที่แยกเขี้ยวขู่ฟ่อก่อนจะกระตุกยิ้ม 

มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด... 

“ถ้าเสี้ยนมากก็ไปเอาคนของนายสิวะ ก็มีแต่คนเด็ด ๆ ทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอ?” ผู้ชายคนนี้เคยทำให้เขาเสียใจจนซึมไปหลายอาทิตย์ และเขาไม่คิดจะกลับไปใจอ่อนให้เด็ดขาด อดีตก็คืออดีต เขาไม่เก็บมันมาคิดให้ปวดหัวหรอกนะ  

ยิ่งเป็นเรื่องเหี้ย ๆ ยิ่งไม่อยากจะสนใจ 

“ก็อยากเอาส้มตำไง แล้วพวกนี้คือไร?” ร่างสูงเอ่ยเหมือนไม่สนใจเจ้าของสถานที่ เขาเดินดูรอบ ๆ ห้องที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยของที่เกี่ยวกับเพศศึกษา  

ครั้งแรกที่มาไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยสักนิด แล้วดูตอนนี้มีแต่ของเกี่ยวกับเซ็กซ์ เจ้าของใบหน้าใสที่กำลังทำสีหน้าไม่พอใจก็เอาแต่ยืนกอดอกมองชายตัวสูงเหมือนอยากตบ มันจะถือวิสาสะเข้ามาในห้องเขาทำไมก็ไม่รู้ เกะกะสายตาเสียจริง ๆ  

แล้วนี่ถ่อสังขารมาจากอีกมหา’ ลัยเพื่อมาหาเขาเลยเหรอ? ไม่อยากจะต้อนรับเลยสักนิด แต่ดูมันทำเหมือนกับไม่เห็นหัวเขาแล้วอยากจะฟาดด้วยหนังสือหนา ๆ ไปสักรอบ 

รำคาญ!  

“นี่นาย-” กำลังจะด่าแต่คนตัวสูงกลับเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว สองมือหนาจับต้นแขนบางแล้วก้มหน้าลงมามองใกล้ ๆ เหมือนจริงจัง 

“เรากำลังจีบผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ตอนนี้มีปัญหากับมันเพราะเอาไม่เป็น มันตัวเล็กน่ารัก เราชอบเราอยากได้ ช่วยสอนเราหน่อยว่าต้องเอายังไงวะ อยากทำให้มันติดจนไม่ไปเอากับผู้ชายคนอื่นอีก” คำพูดจากปากของชายตรงหน้าทำให้ส้มตำอึ้งไปนิด ๆ  

ก่อนร่างเล็กจะเผลอขำออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ร่างสูงจึงเอาแต่ขมวดคิ้วทำหน้างง มันน่าขำตรงไหนกัน ก็แค่อยากให้ช่วยสอนว่าต้องทำยังไงถ้าอยากมีเซ็กซ์กับผู้ชาย รู้แค่ว่าเอาด้านหลังแต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงก่อน 

ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะรู้นะเว้ย!  

อีกอย่างกับคนตรงหน้าก็ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด ขนาดจูบยังไม่ให้จูบ ทำได้แค่ให้ส้มตำใช้มือให้แค่ครั้งเดียวก่อนจะทำตัวเลว ๆ ใส่จนถูกเจ้าตัวบอกเลิก 

“สรุปคือจะให้สอนเอาผู้ชายเหรอ?”  

“อือ…”  

“แล้วทำไมไม่บอกก่อน” ร่างบางถามพลางเดินเอากระเป๋าไปวางไว้บนโต๊ะ สองมือนุ่มสลับพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง ทุกการเคลื่อนไหวของร่างเล็กมันช่างดูมีเสน่ห์เสียเหลือเกิน มันทำให้ศรคิดเสียดายจนต้องสลัดความคิดทิ้ง 

เขาพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย… 

“อื้อ… ก็รู้ว่าถ้านัดยังไงส้มก็คงไม่ให้มาหา”  

“ใช่ เพราะนายมันเลวไง แล้วนี่คิดยังไงถึงอยากให้ใครสักคนสนใจแค่ตัวเอง”  

“ไม่รู้ว่ะ ก็อยากได้มาครอบครอง คงเพราะสนุกมาเยอะจนเบื่อแล้วมั้ง” คนตัวสูงบอกก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงบนขอบเตียง สองแขนหนากอดอกมองเขาเหมือนยังไงวันนี้ต้องได้รู้วิธีปะทะประตูหลัง 

“ตอนนั้นเราก็สนใจแค่นายนะ”  

“…”  

“แต่เหี้ยยังไงมันก็เหี้ยแบบนั้นแหละศร”  

“...” เงียบ… 

“นายคิดว่าแค่อยากเปลี่ยนตัวเองก็เปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ เหรอ คิดว่าคนที่นายเคยหักอกเขาจะเชื่อใจนายใช่ไหม?”  

“เออ ก็ส้มไม่เชื่อแต่คนอื่นไม่แน่ไง” เขาไม่ได้หวังให้คนที่ตัวเองเคยทำให้เจ็บมาเชื่อใจหรอกนะ 

“เราเคยคิดนะว่าการให้โอกาสคนที่เคยทำตัวเลว ๆ มันจะกลับมาเป็นคนเดิมที่ทำตัวดี ๆ ด้วยเหมือนคุยกันครั้งแรก” เอ่ยพลางเดินไปเอาของออกนอกกระเป๋าแล้ววางไว้บนโต๊ะ ตาคมก็เอาแต่มองไปยังเจ้าของห้องด้วยใบหน้าเหมือนเถียงไม่ออก 

“แต่เราคิดผิดว่ะ”  

“เฮ้อออ... ก็ขอโทษไปแล้วไง อีกอย่างตอนไหนจะเชื่อว่าไม่ได้ไปเอากับคนอื่นจริง ๆ”  

“เออใช่ที่ไม่ได้เอา แต่ก็บอกกับเพื่อนว่าแค่คบกับเราเพราะอยากลอง อีกอย่างคือโคตรเบื่อเราเลยไม่ใช่เหรอ?”  

“…” ศรถึงกับต้องหันหน้าหนี 

“แต่เพราะตอนนั้นเราให้ได้แค่ชักว่าวใช่ไหม? มันคงน้อยเกินไปที่จะรั้งนายไว้ได้”  

“เข้าใจแล้ว เลิกบ่นได้ไหมวะ เออเราผิดเอง ผิดแหละที่เบื่อส้มซะก่อน แต่มันก็แค่ความคิดตอนเมา แถมยังอยู่กับเพื่อน ๆ”  

“…” ร่างเล็กหันกลับมายืนกอดอกมอง ศรจึงรีบหลุบตาต่ำเหมือนกลัวว่าจะถูกร่างเล็กบ่น 

“เราพูดจริง ๆ นะ ฟังก่อน ไม่ได้จะขอความเห็นใจหรือให้ส้มกลับมาชอบ แต่คืนนั้นพอกลับไปถึงห้องเราถึงคิดขึ้นได้ว่าพลาด” แต่เพราะเขาโทรไปหาส้มตำก็ไม่ติด ในทางกลับกันหากเป็นเขาที่ได้ยินใครสักคนที่รักพูดแบบนั้นก็คงคบต่อไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ 

“ยิ่งหลังจากนั้นถูกสาวบอกเลิกแล้วบอกว่าเบื่อ เราถึงได้เข้าใจความรู้สึกของส้มไง ไม่งั้นคงไม่พยายามขอโทษแถมยังเสี่ยงตีนพี่ชายส้มหรอกนะ” อย่างน้อยก็ได้ขอโทษไปแล้ว 

“ช่างเถอะ…” เขาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น 

“…”  

“แล้วมีปัญหายังไง แบบเอาผู้ชายไม่เป็นเหรอ?”  

“อะ เอ่อ… ใช่ ๆ” ได้ยินสัมตำจึงรีบเดินไปหยิบกล่องอะไรสักอย่างออกมาจากตู้ ซึ่งมันคือกล่องรวมเซ็กซ์ทอย ศรที่นั่งอยู่เห็นจึงแอบชะงัก 

“ไปเอาของพวกนี้มาไว้ที่ห้องทำไมวะ?”  

“เอาไว้ช่วยตัวเอง…” ร่างบางตอบหน้าตายในขณะย่อตัวหาของที่อยากได้ ศรที่ได้ยินถึงกับพูดอะไรไม่ออก  

สักพักร่างบางก็หยิบสะโพกเทียมขนาดเบ้อเร่อออกมาจากกล่อง ไม่ต้องถามว่าทำไมถึงมี เขาเองก็อยากลองถึงได้ซื้อมา แต่คิดแล้วคงไม่ใช่สไตล์เลยใช้ครั้งเดียวแล้วเลิก เขาคงเหมาะนอนให้คนอื่นกระแทกเสียมากกว่า 

“เดี๋ยว ๆ เอาออกมาทำไม”  

“สรุปอยากรู้ไหมว่ามันเอายังไง?” ถ้าไม่ลองแล้วจะทำเป็นเหรอ เอาจริง ๆ คนตัวสูงไม่น่าโง่ถามเลยนะ 

“อะ เอ่อ…”  

“เอาจริง ๆ นายไม่น่าไม่ฉลาดเลยนะศร มันก็เหมือนเอาผู้หญิงป่ะแต่แค่สอดเข้าตรงรูทวาร ไหนถอดกางเกง”  

“เดี๋ยว ๆ ทำไมต้องถอด?” เจ้าของใบหน้าคมถึงกับลุกขึ้นงงกับคำสั่งของร่างบางที่เดินถือสะโพกปลอมเข้าไปในห้องน้ำ ได้ยินส้มตำจึงหยุดหันมาทำสีหน้าเชิงรำคาญ สองขาเรียวรีบเดินกลับมาเผชิญหน้าคนถามในทันที 

“ถ้านายอยากให้ช่วย ก็ถอดกางเกงแล้วทำให้ของตัวเองแข็งซะ จะได้ลองปฏิบัติ…” เซ็กซ์ทอยในมือนุ่มถูกยกขึ้นไปใกล้ ๆ หน้าจนศรต้องถอยหลัง 

“หรือถ้าอายก็กลับไป มันจะอะไรนักหนา ก็เคยชักให้แล้วป่ะ คิดว่าของตัวเองใหญ่นักหรือไงฮะ?” ส้มตำบ่นพลางเดินกลับไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้ศรทำหน้างง ๆ ก่อนจะยอมทำตามที่ร่างเล็กบอกอย่างเชื่อฟัง 

ส้มตำต้องล้างทำความสะอาดสิ่งนี้ก่อนจะให้คนแบบนี้ใช้ พอจัดการเช็ดสิ่งนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เดินออกมาหา ตอนนี้ศรกำลังนั่งสาวท่อนเอ็นอยู่ขอบเตียง ซึ่งดูจากขนาดก็คงเหมือนครั้งนั้นที่เขาเคยชักให้แต่แค่ยังขยายไม่สุด  

ใบหน้าคมดูขัดเขินเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้อายอะไรมาก เพราะขนาดเจ้าของห้องมันยังทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เคย ๆ ผ่านตากันมาแล้วคงไม่ต้องเขินอายอะไร ส้มตำเดินเอาผ้ามารองบนที่นอนไว้ก่อนจะเอาเซ็กซ์ทอยที่ล้างมาวางทับ  

“ขึ้นมา…” ใบหน้าหวานหันไปสั่งคนตัวสูงที่กำลังเอี้ยวตัวหันมามอง เจ้าของใบหน้าคมจึงแอบชะงักนิ่งเล็กน้อยก่อนจะยอมขึ้นไปบนเตียง เขารู้หน้าที่ดีว่าต้องทำยังไงจึงได้ตั้งท่าเตรียมยัดกลางกายของตัวเองเข้าไปในนั้น 

“ยัดเข้าไปเลย?” เลิกคิ้วถาม 

“อืม… มือก็จับสะโพกไว้ด้วย จินตนาการเหมือนตัวเองกำลังบีบสะโพกของผู้ชายคนนั้นอยู่ ข้างหลังมันอาจจะคับแน่นกว่าของผู้หญิงนะ เวลานายจะยัดเข้าไปต้องระวังอย่ารุนแรงมากไป มันไม่ได้มีไว้แทงนายเข้าใจป่ะ เพราะฉะนั้นให้นุ่มนวลในตอนแรกก่อน” คนฟังค่อย ๆ ปฏิบัติตาม 

“อ่า… ค่อย ๆ สอดเข้าไปแบบนั้นแหละ เซ็กซ์ทอยมันอาจไม่เหมือนของจริงมาก แต่ก็คล้าย ๆ ให้คิดว่าเอาผู้หญิงก็ได้เวลาทำจริง ๆ มันก็เสียวไม่แพ้กันหรอก” ใบหน้าคมแสดงถึงความเสียวขึ้นทันทีที่สอดกายใหญ่เข้าไปจนสุด  

เขาเริ่มออกแรงซอยและจินตนาการเหมือนส้มตำบอก สะโพกสอบซอยเข้าออกจากช่องทางเทียมนั้นอย่างเมามันเสียจนส้มตำหมดคำจะพูด แต่กลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพอเห็นศรทำแบบนี้แล้วดันเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาได้ง่าย ๆ  

เขาอยากอยู่กับพี่ไทเกอร์สองต่อสอง… 

เสียงใสยังคงบิวท์อารมณ์ไปเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงครางทุ้มต่ำเบา ๆ ลอดออกมาจากปากของร่างสูง ไม่นานนักก่อนศรจะครางเสียงหลงพร้อมกับปลดปล่อยน้ำกามเข้าไปเลอะเซ็กซ์ทอยใต้ร่างในทันที 

“ฮะ ฮา… เชี่ยโคตรมันเลยว่ะ” บอกเสียงติดหอบแล้วหันไปยิ้มให้เจ้าของห้องเหมือนเขิน ๆ  

“เชื่อสิของจริงดีกว่านี้” เอ่ยเสริมพลางยื่นกล่องทิชชูไปให้ร่างสูงทำความสะอาด  

ศรจึงค่อย ๆ ถอดท่อนเอ็นที่เริ่มหดตัวออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วเก็บไว้ในกางเกง แน่นอนว่าส้มตำคงจะไม่มีทางทำความสะอาดสิ่งที่คนอื่นใช้อย่างแน่นอน ศรจึงต้องเอาสิ่งนั้นไปล้างทำความสะอาดก่อนจะเอาออกไปตากไว้หลังห้อง ซึ่งเป็นระเบียงตากผ้าด้านหลัง  

ของคนอื่นอาจเป็นเสื้อผ้าแต่ของส้มตำบ่อยครั้งที่เรียงรายไปด้วยเซ็กซ์ทอย 

“อื้ม… อีกอย่างนายป้องกันด้วยก็ดี ถ้าคิดว่าเขาคนนั้นไม่บริสุทธิ์ เราไม่รู้ว่าเขาผ่านใครมาแล้วบ้าง…”  

“เป็นห่วง?” กระตุกยิ้มถามคนตัวเล็ก 

“เดี๋ยวทุบ”  

“ฮ่า ๆ ๆ ใจเรามันคิดถึงวันเก่า ๆ มากเลยนะ อยากกลับไปคบว่ะ” ส้มตำน่ารักนั่นคือสิ่งที่คิดอยู่ในหัว ได้อยู่ใกล้หัวใจเขายิ่งสั่น นึกถึงวันเก่า ๆ  

“หยุดเลย”  

“แต่เราจริงจัง” เอ่ยพร้อมขยับเข้าหาจนส้มตำต้องถอยหลัง  

“เราไม่ได้คิดอะไรกับศรแล้ว อีกอย่างเราคุยกับใครคนหนึ่งอยู่ เรารักพี่เขามากด้วย” จะเรียกว่าคุยได้ไหมนะ 

“รุ่นพี่?” คิ้วดกขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยิน 

“อื้ม...”  

“อ่อ... เอองั้นโชคดี ขอให้พี่เขาไม่แย่เหมือนเราแล้วกัน” เอ่ยพลางเดินไปยังประตูห้อง ถึงแม้จะรู้สึกเจ็บที่อกข้างซ้ายหน่อย ๆ อยู่ก็ตาม 

คนเหี้ย ๆ แบบเขาไม่สมควรได้รับคำให้อภัย... 

“ขอบใจ... ส่วนนายกับคนที่นายอยากให้เขารักก็ขอให้สมหวังนะ แล้วอย่าไปเลวใส่เขาล่ะ”  

“ถ้าเอาสดแตกในเขาจะท้องไหมวะ?”  

“นายถามเด็กอนุบาลก็ยังได้คำตอบเลยศร…”  

“ฮ่า ๆ ๆ เออ ๆ ขอบใจครับ เดี๋ยวลองแล้วจะบอกว่าเป็นไง”  

“อื้อ...”  

“แล้วเป็นไงช่วงนี้ เรียนหนักไหม?” ทั้งสองยืนคุยกันหน้าห้อง ถึงส้มตำอยากจะบอกให้คนตัวสูงรีบ ๆ กลับแล้วก็เถอะ 

“ไม่ยุ่งได้ป่ะ”  

“ถามในฐานะเพื่อนก็ได้ป่ะวะ”  

“ไม่มีคำว่าเพื่อนสำหรับคนเก่า และนายกับเราก็แค่คนรู้จักกัน”  

“ใจร้ายว่ะ...” ใบหน้าหล่อตีหน้าเศร้าจนส้มตำรู้สึกรำคาญ คนที่ใจร้ายคือตัวเองไม่ใช่หรือไง ปล่อยให้เขานอนร้องไห้ตั้งหลายอาทิตย์ 

“เออมีอะไรก็ทักมา แต่จะไม่ตอบ รีบไปได้แล้วววว จะทำงานต่อแล้วนะ!”  

“เออ ๆ งั้นไปละบาย” ร่างสูงตอบพร้อมกับโบกมือให้ก่อนจะเดินออกไป สองตากลมมองตามหลังด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วกลับเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตู  

สองขาเรียวรีบตรงไปจดบันทึกเรื่องราวเมื่อกี้ลงในสมุดบันทึกสีพาสเทล จะว่าไปแล้วเขายังไม่ตั้งชื่อสมุดเล่มนี้เลยนี่นา 

“เขียนว่าอะไรดี…”  

‘ส้มตำโรคจิตดีไหม?’ มีแต่คนคิดว่าเขาเป็นแบบนั้น 

‘เพศศึกษาเหรอ?’  

‘หรือจะ... หมกมุ่นดี?’ จะว่าไปหมกมุ่นก็เข้าท่าดีนะ จำได้ว่าภูมิเคยบอกว่าเขานั้นหมกมุ่น ถึงไม่ได้จะยอมรับแต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยนี่นา คิดได้ส้มตำจึงเขียนไว้หน้าสมุดบันทึกคำโต ๆ ว่า 

 

‘หมกมุ่น’  

 

มือนุ่มยกสมุดบันทึกขึ้นโชว์สูง ๆ พร้อมกับยิ้มออกมาอ่อน ๆ นี่คือสิ่งสำคัญของเขาเลยนะ เริ่มเขียนมาตั้งแต่ตอนชอบผู้ชายที่ชื่อว่า ‘ไทเกอร์’ แบบจริงจัง พยายามเก็บรายละเอียดทุกอย่างเพื่อรุ่นพี่โดยเฉพาะ 

ต่อไปอาจจะไม่ต้องทำแบบนี้แล้วก็ได้ หากชายคนนั้นคิดจะจริงจังกับเขาเหมือนที่เขาอยากจะจริงจังกับเจ้าตัว 

ต่อให้มีโอกาสน้อยเท่าเม็ดทรายเขาก็พร้อม 

‘เพิ่งจะบ่ายสามเองเหรอ…’ ตากลมหันไปมองนาฬิกาติดผนังตอนนี้บอกเวลาบ่ายสามโมงกว่า ๆ วันนี้พี่ไทเกอร์เลิกเย็น ร่างสูงบอกจะโทรหาเขาหลังเลิกเรียน 

เขาจะรอเสมอ... 

“ฮือออ... อยากเจอหน้าพี่ไทเกอร์แล้ว” ร่างเล็กไม่พูดเปล่า เขาเลื่อนมือไปหยิบรูปของคนตัวสูงที่ปริ้นมากอดไว้แล้วส่ายตัวไปมา จินตนาการว่าตัวเองกำลังกอดร่างสูงอยู่ 

“อยากดมกลิ่น”  

“อยากกอดไว้ตลอดเลย”  

จะว่าไปเรื่องที่เขาคุยกับพี่ไทเกอร์เมื่อตอนเที่ยงนั้นก็ยังไม่เคลียร์เลยจริง ๆ เขาไม่ใช่คนขี้อายหรือกลัวว่าตัวเองจะเดือดร้อน แต่พอมีคนที่แอบชอบจริง ๆ เข้ามาเกี่ยวกลับไม่อยากให้ร่างสูงได้รับผลกระทบในด้านลบ 

มันต้องเกิดกระแสแอนตี้ขึ้นมาแน่ ๆ คนอาจเกลียดพี่ไทเกอร์ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนเขาคงไม่เป็นอะไรหรอก ยังไงก็รับได้อยู่แล้วถ้าคนจะด่า  

ก็โดนมาเยอะแล้วนี่นา… 

‘ทำไมต้องคิดเรื่องแบบนี้ทั้ง ๆ ที่พี่ไทเกอร์ไม่ได้คิดอะไรกับเราด้วยวะส้ม?’ เอ่ยในใจพลางเดินลงมาจากห้องในสภาพเหมือนตอนแรก เขาแค่รู้สึกหิวอะไรนิดหน่อยเลยจะลงมาเข้าเซ่เว่น แต่เสียงกระซิบนินทาที่ดังเข้ามาในหูนั้นกลับทำให้รู้สึกไม่โอเคเอาเสียเลย คนกำลังเลือกของกินแท้ ๆ  

พวกนกพวกกาเอ๊ย... 

“มึงว่าเข้ามาซื้อถุงยางป่ะวะ?”  

“กูว่าใช่นะ คงซื้อเยอะเพราะมีหลายคนอะ…” ใบหน้าใสยังคงแสดงสีหน้าที่เรียบเฉยและยืนเลือกของกินต่อ ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินเสียงของสองสาว เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนส้มตำไม่อยากจะสนใจ พยายามอดทนไว้มาโดยตลอด  

เขาจะอ่อนแอให้กับคำพูดของคนที่ไม่รู้จริงไปทำไม?  

“พ่อแม่สอนมายังไงอะ ลูกถึงได้เกิดมาแรดแบบนี้…”  

กึก… 

“…” แต่นั่นมันกลับทำให้ร่างเล็กถึงกับชะงักพร้อมกับกำแพงบาง ๆ พังทลายลงในทันที สองขาเรียวสาวตรงไปยังหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ได้หยิบของกินเลยสักชิ้น 

“เอาถุงยางสิบกล่อง!”  

“…” ทั้งร้านสะดวกซื้อเข้าสู่ความเงียบเสียทันควัน ส้มตำหันไปมองยังแผงวางถุงยางอนามัยก่อนจะกวาดมาซะเกือบทุกชิ้น 

“พอดีต้องใช้เยอะหน่อยน่ะครับ”  

“…”  

“แต่สงสัยบางคนชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้ใช้เพราะไม่มีใครเอา…” ประโยคที่ถูกเปล่งออกมาถูกเน้นเสียง ดังซะจนคนทั้งร้านสะดวกซื้อเงียบและน่าจะได้ยินกันจนหมด  

พนักงานหนุ่มยังคงแอบชะงักก่อนจะรับของตรงหน้าซึ่งเป็นถุงยางอนามัยมาคิดเงินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ร่างบางยื่นเงินไปจ่ายเป็นแบงก์พันได้รับตังค์ทอนกลับมาสามร้อยกว่าบาท ก่อนสองขาเรียวจะเดินออกจากร้านด้วยใบหน้าอันเรียบนิ่ง 

เสียใจไหม?  

‘เสียใจ…’ คนเรามันก็ต้องมีมุมที่เปราะบางกันบ้าง เขาเองก็เจ็บเป็นเหมือนกันนะ  

ผิดขนาดนั้นเลยเหรอ?  

ยิ่งมีคนเล่าต่อ ๆ กันยิ่งทำให้ดูแย่ ส้มตำเลือกที่จะไม่แคร์เลยก็ได้ แต่บางทีมันก็เกินไปจนเขานั้นต้องแคร์ 

‘อยากโทรหาพี่โอ...’ ร่างเล็กเอ่ยในใจพร้อมกับเม้มปากกำถุงพลาสติกในมือไว้ เขากำลังกลั้นร้องไห้ จะไม่ยอมร้องไห้ออกมาเด็ดขาด ทุกครั้งที่อ่อนแอก็มักจะโทรไปหาพี่ชายเสมอ อย่างน้อยมันก็ทำให้อารมณ์เขาดีขึ้น 

อีกอย่างเสียเงินไปหกร้อยกว่าบาทเพราะความโมโห ยิ่งคิดยิ่งอยากร้องที่ถูกใครสักคนทำให้ดูโง่ นี่มันเงินที่พี่ชายเขาให้นะ  

มันมีจำกัด!  

ในระหว่างเดินโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมือนุ่มจึงล้วงไปหยิบออกมาดู เมื่อเห็นเป็นสายจากชายหนุ่มที่เขารักมันยิ่งทำให้ส้มตำรู้สึกแย่ แล้วรุ่นพี่คนนี้น่ะเหรอที่ต้องมาคุยกับคนแบบเขาที่มีแต่คนเกลียด 

“พี่ไทเกอร์มีอะไรหรือเปล่า?”  

(อยู่ไหน?)  

“สะ ส้มเพิ่งกลับจากเซเว่น...” พยายามพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนปกติ ถึงแม้มันจะสั่นคลอนมากแค่ไหนก็ตาม แต่เขาจะไม่มีทางร้องไห้ออกมาเพราะเรื่องแบบนี้หรอกนะ 

(เป็นไร?)  

“…”  

(…)  

“พี่ไทเกอร์ไม่มีเรียนเหรอ วันนี้พี่เลิกค่ำเลยไม่ใช่หรือไง?”  

(ก็ใช่ ว่างเลยโทรหา)  

“อะ อื้ม…”  

(เสียงมึงแปลก ๆ บอกกูมาเป็นไร?)  

“เปล่า… วันนี้ส้มจะได้เจอพี่อีกไหมอะ” เขาแค่อยากเจอหน้าคนตัวสูงบ่อย ๆ ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าจะโทรหาอีกทีตอนเย็น แต่ก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะได้เจอ 

อยากเจอบ่อย ๆ ก่อนที่จะไม่ได้เจอกันอีก เดี๋ยวรุ่นพี่ก็จบแล้ว เขาเองก็คงเป็นได้แค่คู่นอนในคืนนั้น 

(อือ… เดี๋ยวพาไปกินข้าว)  

“…” ไปกินข้าวด้วยกันเหรอ คนก็ต้องเห็นเราสองคนอยู่ด้วยกันน่ะสิ แต่ทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในใจ เขากำลังจะได้ไปกินข้าวกับผู้ชายที่ตัวเองรัก 

“พี่ไทเกอร์”  

(ว่า?)  

“คือ… ตั้งใจเรียนนะ”  

(…)  

“…” เงียบ… 

(แค่นี้แหละ กูต้องไปเรียนละ ไว้เจอกันตอนเย็น) เอ่ยจบปลายสายก็ตัดไป 

“…” พอดีกับร่างบางเดินเข้ามาในหอก็ได้แต่คิดในใจว่าเขาควรทำยังไงให้ตัวเองดูเป็นคนดีในสายตาคนอื่น 

จริง ๆ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมองเขาไม่ดี ก็มีที่คุยกับเขาปกติ หรือไม่สนใจข่าวลือต่าง ๆ  

แต่พวกแอนตี้นี่สิ… 

มันจะอะไรนักหนาวะ! ?  

“อีห่า...”  

“ตูดก็ตูดกูป่ะถามจริง”  

“จะเสือกกันทำไม?”  

 

 

ไรท์เอ็ม 

มาอัปเดตให้ในวันเสาร์ตามที่บอกแล้วนะครับ! ขอบคุณที่ติดตามกันนะครับ ฝากส่งฟีดแบ็กให้ด้วยนะครับ 

เบื่อ สนพ. แล้วครับ แค่ลงอีบุ๊กมันยากมากเลยเหรอ โปรโมตก็ไม่โปรโมต เลตทุกอย่างตั้งแต่ส่งหนังสือ เฮงซวย 

#น้องส้มตำกาม 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว