ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลี้ยงส่ง (เปลี่ยนแปลงเนื่อหาส่วนแรก Rewrite)

ชื่อตอน : เลี้ยงส่ง (เปลี่ยนแปลงเนื่อหาส่วนแรก Rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2563 15:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลี้ยงส่ง (เปลี่ยนแปลงเนื่อหาส่วนแรก Rewrite)
แบบอักษร

#แคว้นต้าเหยี๋ยน 

หลังจากได้รับข่าวจากหนึ่งในองครักษ์เงาของเกาจง เสนาบดีขวาหรือผู้เป็นอาของเกาจงก็เริ่มทำการจัดเตรียมในสิ่งที่หลานของตนนั้นต้องการ ตัวเขาเองก็อย่างรู้เช่นกันว่าผู้ที่มาเป็นหลานสะใภ้ตนนั้นมีอะไรดี จึงได้ทำให้หลานชายของตนที่นับตั้งแต่เสียพ่อไป ครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่ตนได้เห็นสีหน้าอื่นของหลายชายนอกจากเรียบนิ่งติดเยือกเย็น และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็เป็นครั้งสุดท้ายอีกเช่นกันที่ตนเห็นน้ำตาของหลายชายของคน  

"เหตุใดถึงเดินทางล่าช้านัก" เสนาบดีขวานาม 'จ้าวเทียนสือ' เอ่ยเสียงราบเรียบผ่านลำคอ ไม่แสดงถึงอารมณ์ใดๆ แม้ที่เอ่ยนั้นราวกับไม่ต้องการถามผู้ใด แต่ผู้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างแม่ทัพใหญ่หยางสือนั้นก็ทราบดีว่าตนควรเอ่ยตอบออกไป 

"เรียนท่านเสนา ฝ่าบาททรงประสงค์ให้องค์ชายไป๋หู่จัดการเรื่องภายในจวน รวมถึงทรงประสงค์ให้องค์ชายได้ซึมซับและจดจำเกี่ยวกับแคว้นให้มากที่สุด ก่อนจะเข้าสู่ฝืนดินต้าเหยี่ยน ขอรับ"  

"หึ" เสนาบดีเพียงปรายตามองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังไม่แสดงท่าทีใดๆ อย่างเดิม หากเป็นผู้อื่นคงเข้าใจว่าท่านเสนาขวาคงมิได้คิดอะไร แต่ต่างจากตน ซึ่งหากกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว หากฮ่องเต้เกาจงทรงเด็ดขาดเลือดเย็นนั้นเป็นเพราะคนผู้นี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและวางรากฐานนัานเอง รวมทั้งตนและสหายที่ร่วมเติบโตด้วยกันมาก็เป็นคนผู้นี้ทั้งนั้นที่เคี่ยวเข็ญพวกตนมาทั้งสิ้น จึงทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้ต้องมีแผนการไว้แล้วอย่างแน่นอน 

"หยางสือ" เพียงอึดใจต่อมาเสนาบดีขวาจึงเอ่ยเรียก 

"ขอรับ ท่านเสนา" 

"ดูเจ้าเองก็มิได้ขัดข้องอันใดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รึข้าเข้าใจผิดไปเองว่าแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเหยี๋ยนยินดีมีนายเหนือหัวอีกคนที่เป็นคนแคว้นอื่นกัน" เสนาบดีเอ่ยอย่างใจเย็นราวกับมิได้คิดสิ่งใด แต่กลับกดดันผู้ตั้งใจรอฟังได้เป็นอย่างดี 

"เอ่อ.. เรียนท่านเสนา เรื่องการอภิเษก ท่านน่าจะทราบดีต่อให้ผู้ใดคัดค้านแม้กระทั่งเป็นตัวท่าน หากฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยใจแล้ว ก็ไม่มีวันเปลี่ยนพระทัย หากท่านเสนาสงสัยในความภักดีของข้า ขอท่านเสนาจงวางใจ หากองค์ชายต่างแดนผู้นั้นเป็นผู้ก่อให้เกิดภัยแก่ฝ่าบาทแบะแผ่นดินต้าเหยี่ยน ตัวข้าตะเป็นผู้บั่นคอองค์ชายผู้นั้นด้วยมือของข้าเองขอรับ" 

"แม้ว่าฝ่าบาทของเจ้าจะรักและหลง เขาเพียงใดนะรึ เจ้ากล้าทำร้ายจิตใจฝ่าบาทของเจ้าจริงรึหยางสือ นั่นอาจทำให้ความเป็นเพื่อน พี่น้อง ของเจ้าและฝ่าบาทขาดลงเชียวนะ" เสนาบดียังคงกดดันอีกคนต่อ 

"ขอรับ ข้ายินดีแบกรับความเกลียดชังที่ฝ่าบาทมีให้ เพื่อแลกกับความปลอดภัยทั้งฝ่าบาท และต้าเหยี๋ยนขอรับ" 

"แม้ว่าเจ้าอาจได้รับสิ่งตอบแทนคือ ความตาย ด้วยหรือไม่" 

"ขอรับ แม้ฝ่าบาทจะทรงสั่งประหาร ข้าก็ยินดี" หยางสือกล่าวอย่างหนักแน่นไร้การลังเล 

"ดี ข้าจะรอดู หึ" เอ่ยจบเสนาบดีจึงหันหลังเดินกลับเข้าจวนเมื่อแน่ใจแล้วว่าขบวนเกี้ยว อาจจะล่าช้ามาก คงไม่ถึงเร็วนัก 

"น้อมส่งท่านเสนา หากขบวนเกี้ยวเข้าเขตชายแดนเป่ยอัน ข้าจะรีบแจ้งท่านทราบในทันที ขอรับ" หยางสือรีบโน้มตัวเอ่ยทันทีที่อีกฝ่ายเริ่มขยับตัว จนเมื่อเอ่ยจบก็ไร้วี่แววผู้ที่เพิ่งเดินผ่านตนไปเสียแล้ว 

"เฮ้อ ท่านอ๋อง ข้าอยากให้พระองค์ได้เห็นยามที่ฝ่าบาทอยู่กับองค์ชายต่างแดนผู้นั้นนัก" หยางสือเอ่ยกันตนเอง เพราะตนนั้นก็มิเคยได้เห็นสีพระพักตร์ แบบนั้นของเจ้าเหนือหัวของตนเลยตั่งแต่เล็กจนโต ทั้งวาจา สายพระเนตรที่ทอดมองยังองค์ชายผู้นั้น ตนมิคิดว่าในชาตินี้จะมีโอกาสได้เห็น หากท่านเสนาบดีขวาได้เห็น อาจจะเปลี่ยนใจหรืออาจจะมิชอบยิ่งกว่าเดิมอีก อันนี้ตนก็มิทราบได้เช่นกัน 

 

#แคว้นอิ้งเทียน 

หลังจากที่ไป๋หู่จัดการเรื่องวังและคนในวังเสร็จตกเย็นทางด้านกองทัพของเมืองอีชางก็จัดงานเพื่อเลี้ยงฉลองให้ไป๋หู่ โดยผู้ที่ดำเนินการครั้งนี้หาก็ใช่ใครไม่ นั่นก็คือแม่ทัพแห่งเมืองอีชางและบรรดาเพื่อนทหารรุ่นเดียวกันกับไป๋หู่ งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในยามซวี(19.00 น.-20.59 น.) โดยจัดในวังไป๋หู่เพราะนี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่วังนี้ได้จัดงานรื่นเริง เพราะหลังจากไป๋หู่เดินทางแม่ทัพเมืองอีชางจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องวังนี้ต่อเอง 

"ท่านอา หากข้าไปแล้วขอให้ท่านดูแลสุขภาพด้วย ตัวข้าต้องขอขอบคุณท่านอาเป็นอย่างมากที่อยู่กับข้าและคอยดูแลข้าตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่นี่ ท่านเป็นทั้งครูทั้งญาติผู้ใหญ่ของข้า บุญคุณที่ทำมีต่อข้าจนตอนนี้ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเลยก็ต้องไปจากท่านเสียก่อน" ไป๋หู่เอ่ยกับแม่ทัพเมืองอีชางที่ตอนนี้นั่งถัดจากแถวที่ตนนั่งลงไปสองขั้น เพราะงานนี้มีเกาจงซึ่งเป็นถึงฮ่องเต้ย่อมต้องนั่งอยู่ ณ ตำแหน่งที่สูงที่สุดถัดลงมาด้านขวาของเกาจงคือไป๋หู่ด้วยเนื่องจากตัวของแม่ทัพเองรู้เรื่องกฎมณเฑียรบาลดี ตอนนี้ฐานะของไป๋หู่สูงกว่าองค์ชายทั่วไปเนื่องจากเป็นว่าที่ฮองเฮาที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทั้งสองแคว้นแล้ว จึงนั่งถัดจากเกาจงลงมาหนึ่งขั้น ถัดจากลงมาเป็นองค์ชายรองเฉินกว่างนั่งฝั่งขวาของไป๋หู่ และถัดลงมาคือแม่ทัพเมืองอีชางซึ่งนั่งฝั่งซ้ายของเกาจงแต่สูงถัดจากองค์ชายรอง 

"องค์ชายไป๋หู่ ท่านอย่าได้ถือว่าเป็นบุญคุณอันใดเลย กระหม่อมทำตามหน้าที่อย่างเต็มใจและกระหม่อมเองก็เอ็นดูพระองค์ไม่ต่างจากลูกหลานของกระหม่อม เป็นกระหม่อมเสียอีกที่ต้องรู้สึกเป็นเกียรติที่พระองค์ทรงนับถือกระหม่อม" แม่ทัพเมืองอีชางเอ่ยตอบตามที่ตนนั้นรู้สึกจริง

แม่ทัพเมืองอีชางนั้นเห็นไป๋หู่ตั้งแต่เกิดจนโตมาตลอดแม้ 11 ปีมานี้จะไม่ได้เจอหน้าตาจริง แต่อีฝ่ายก็อยู่ในความดูแลของตนโดยตลอดมา ยิ่งเมื่อครั้งที่ฮ่องเต้ไท่กงทรงเริ่มเปลี่ยนแปลงตนยิ่งต้องคอยดูแลอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้เรื่องที่เกิดขึ้นแย่ไปกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยประคับประคองรอยร้าวนั้นไว้ได้เนื่องจากถูกเพื่อนรักจับได้เสียก่อน เลยถูกปลดจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่และสั่งให้มาเป็นแม่ทัพธรรมดาที่ดูแลชายแดนเมืองอีชางแทน จนสุดท้ายฮองเฮาก็ทรงสิ้นพระชนม์ทั่วแคว้นรับรู้ว่าพระองค์ทรงป่วยหนักเป็นโรคที่รักษาไม่ได้จนสิ้นใจ แต่มีเพียงคนในวังและคนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์เพราะตรอมใจและถูกสั่งมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปมิเช่นนั้นจะถูกประหารทั้งตระกูล อดีตแม่ทัพใหญ่ได้แต่สงสารผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งสิ้นโดยเฉพาะหลานคนนี้เพราะเมื่อยิ่งรกมากเท่าใดก็ยิ่งเจ็บแค้นมากเท่านั้น เด็กคนนี้ไม่ได้มีความผิดอันใดกลับต้องได้แบกรับผลของความรักและความแค้นแทนเสียอย่างนั้น

พรึบ ตึก ตึก ตึก 

"กราบทูลฮ่องเต้จ้าวเกาจง กระหม่อมแม่ทัพเมืองอีชางแคว้นอิ้งเทียนขอพระอนุญาตเป็นตัวแทนของกองทัพดื่มถวายพระพรแด่พระองค์และองค์ชายอิ้งไป๋หู่ ในวาระที่ทั้งสองพระองค์จะเข้าพิธีอภิเษกสมรส ณ วังหลวงแคว้นต้าเหยี๋ยน ถือเป็นเรื่องที่ดียิ่งที่ทั้งสองแคว้นได้มีโอกาสเชื่อมสัมพันธไมตรีกัน ขอให้พระองค์ทั้งสองทรงพระเกษมสำราญ ทรงครองคู่อยู่เคียงกันตราบนานเท่านาน ภัยใดๆ มิอาจกล้ำกราย ขอให้พระองค์ทั้งสองทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน" แม่ทัพเมืองอีชางลุกจากที่นั่งเดินมาด้านหน้าลานที่จัดเลี้ยงหันหน้าเข้าหาเกาจง แล้วยกจอกสุราชั้นดีขึ้นอวยพรให้แก่เกาจงและไป๋หู่ทันที

"ขอให้พระองค์ทั้งสองทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

"ขอให้พระองค์ทั้งสองทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

"ขอให้พระองค์ทั้งสองทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

จากนั้นทหารทุกนายที่อยู่ในงานก็ลุกขึ้นโดยพร้อมเพรียงแล้วอวยพรตามแม่ทัพของตน แล้วก็ยกจอกสุราขึ้นเพื่อรอเกาจงและไป๋หู่ตอบรับคำอวยพร

"ข้าจ้าวเกาจง ขอขอบใจท่านแม่ทัพและพวกเจ้าทุกคนเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้มาร่วมยินดีให้ข้าและไป๋เอ๋อร์ ข้าและไป๋เอ๋อร์ขอรับน้ำใจจากท่านแม่ทัพและพวกเจ้าทุกคน" เกาจงลุกขึ้นเอ่ยรับคำอวยพรทันที โดนที่ไป๋หู่นั้นก็ลุกขึ้นด้วยเช่นกันไม่เว้นแม้แต่เฉินกว่างที่แม้ไม่อยากร่วมแสดงความยินดีแต่ก็ไม่อาจทำได้จำเป็นต้องลุกแล้วยกจอกสุราของตนขึ้นเช่นเดียวกัน 

"ทุกท่าน เชิญ" เมื่อเกาจงเอ่ยจบก็ยกจอกสุราของตัวเองไปทางไป๋หู่ ไป๋หู่เห็นดังนั้นเลยยกจอกสุราของตนไปแตะที่จอกสุราของเกาจงตอบแล้วทั้งสองก็ยกขึ้นดื่มจนหมด แล้วตามด้วยเฉินกว่าง แม่ทัพ และทหารทุกคน

"ไป๋เอ๋อร์ เจ้าอยากเอ่ยอะไรกับพวกเขารึไม่ เอาสิ" เกาจงถามร่างบางต่อทันที ตนรู้ว่าอีกฝ่ายอยากพูดอะไรกับทหารที่เคยร่วมฝึกร่วมรบด้วยกันมา

"ท่านแม่ทัพ และพี่น้องทหารทุกท่านข้ายินดีและขอขอบคุณน้ำใจทุกท่านยิ่งนักที่วันนี้ได้มีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กับทุกท่านก่อนที่ตัวข้านั้นจะเดินทางไปยังแคว้นต้าเหยี๋ยน การจากไปครั้งนี้ตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดเหตุใดขึ้นบ้าง และหากมีโอกาสข้าอาจได้กลับมาเยี่ยมเยียนทุกท่าน สุราจอกนี้ข้าขอดื่มให้ทุกท่านเพื่อแทนคำขอบคุณจากข้า ขอให้ทุกท่านจงโชคดี" สิ้นเสียงไป๋หู่ก็ยกสุราที่ตนถืออยู่ในมือขึ้นดื่มจนหมด จากนั้นท่านแม่ทัพและเหล่าทหารก็ยกจอกสุราขึ้นตามโดยทันที

"เอาละเชิญทุกท่านตามสบาย" เกาจงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคนของตนนั้นเอ่ยจบ

งานเลี้ยงดำเนินต่อไปจนเข้ายามไฮ่ (21.00 น.-22.59 น.) บรรดาทหารหลายนายก็เริ่มมีอาการมึนเมาบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงกับมากมาย ด้วยงานเลี้ยงนี้จัดเพื่อเป็นการร่ำลา ดังนั้นจึงเป็นการพูดคุยถามไถ่กันเสียมากกว่า ยิ่งมีผู้ที่มีฐานะสูงส่งร่วมงานด้วยเหล่าทหารเมืองอีชางจึงดื่มอย่างระมัดระวังตนมากเป็นพิเศษ แม้ว่าเกาจงจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรก็ตาม จนเมื่อเวลาผ่านไปเริ่มเข้ายามจื่อ (23.00 น. - 24.59 น.) มีนายทหารคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพเหมือนไป๋หู่เช่นกันได้เอ่ยขออนุญาตบางประโยคขึ้น

"ทูลฝ่าบาท ทูลองค์ชาย กระหม่อม'ชุนเปา'รองแม่ทัพเมืองอีชาง ขอพระราชทานอนุญาตจากฝ่าบาทและองค์ชายได้รึไม่พ่ะย่ะค่ะ" 

"เจ้าจะขอสิ่งใด หากข้าช่วยได้ข้าจะช่วย" เป็นเกาจงที่เอ่ยตอบ

"เอ่อ...ทูลฝ่าบาทกระหม่อมมิได้ต้องการดูหมิ่นเกียรติขององค์ชายแต่อย่างไร เพียงแต่อยากให้ทรงอนุญาตให้พี่น้องทหารที่ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้ร่วมรบกับองค์ชายอีก ได้มีโอกาสพบเห็นพระพักตร์ขององค์ชายได้รึไม่พ่ะย่ะค่ะ" ด้วยที่กลัวว่าการขออนุญาตครั้งนี้อาจทำให้ฮ่องเต้เกาจงหรือไป๋หู่เกิดการไม่พอใจ เลยต้องรีบขยายความก่อนการเอ่ยขอ

"!!!" สิ้นประโยคของรองแม่ทัพผู้นั้น ทั้งลานจัดงานเลี้ยงก็เกิดการเงียบลงทันที บางคนก็คิดว่ารองแม่ทัพคนนั้นช่างโง่นักที่เอ่ยขอกับฮ่องเต้เกาจงและไป๋หู่แบบนั้น แต่ก็มีบางส่วนไม่น้อยที่เห็นด้วยเพราะก็อยากได้มีโอกาสพบเจอใบหน้าที่ร่ำลือกันว่างามดุจดังพระมารดา

"ทูลฝ่าบาท ทูลองค์ชาย กระหม่อมมิได้คิดล่วงเกินแต่อย่างใด ขอทรงพระราชทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ" เมื่อบรรยากาศเกิดสภาวะกดดันอย่างรุนแรงขึ้นทันทีชุนเปาเองเริ่มคิดได้ว่าหากเป็นดังที่ร่ำลือว่างดงามดังพระมารดาจริง ฮ่องเต้เกาจงก็อาจทรงหวงไป๋หู่มากเช่นกันเลยรีบลนลานเอ่ยขอโทษทันที

"เหตุใดเจ้าถึงต้องการเห็นใบหน้าของไป๋เอ๋อร์" เกาจงเอ่ยเสียงเย็นชวนกดดันยิ่งขึ้น

"ทะ...ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขออนุญาตทูลตามความเป็นจริง หนึ่งนั้นด้วยคำร่ำลือว่าพระพักตร์ขององค์ชายนั้นงดงามดังฮองเฮา ไม่ใช่แม้แต่กระหม่อมแต่ราษฎรเมืองนี้ก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ สองนั้นกระหม่อมและเพื่อนพ้องทหารอยากมีโอกาสได้นั่งดื่มพูดคุยกับองค์ชายด้วยพระพักตร์จริงสักครั้งในฐานะ ...เอ่อ..ฐานะพี่น้องร่วมรบพ่ะย่ะค่ะ" ชุนเปาอธิบายตามความจริงเพราะตนนั้นคือว่ามีโอกาสใกล้ชิดกับไป๋หู่มากที่สุดในช่วงที่ฝึกด้วยกัน เพราะตนนั้นเดิมทีตนเองอยากรู้ว่าไป๋หู่นั้นมีฝีมือเพียงใดเพราะคิดว่าเป็นองค์ชายเลยเข้ามาฝึกในกองกำลังทหารได้ง่าย ๆ ไม่เหมือนพวกตนที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อที่จะได้เข้ามาเป็นทหาร แต่เมื่อได้ร่วมฝึกก็ทราบถึงความตั้งใจและฝีมือว่าไป่หู่นั้นเก่งกาจทางด้านวิชาทหาร เพราะตนนั่นแหละที่เป็นคู่ซ้อมดาบตลอดการฝึก ดังนั้นจึงถือว่าชุนเปานั้นแทบจะเป็นเพื่อนคนแรกของไป๋หู่เลยก็ได้

"ฮึ ข้าแล้วแต่ไป๋เอ๋อร์จะตัดสินใจ" เกาจงเองแม้จะไม่พอใจเพราะตนไม่อยากให้ใครได้ยลโฉมคนงามของตนสักเท่าไหร่ แต่ก็พอจะเข้าใจความหมายของรองแม่ทัพผู้นี้ดี การฝึกรบร่วมกันมาของทหารไม่ว่าที่ใดเมืองใดก็ตามย่อมเกิดสายสัมพันธ์ฉันพี่น้องทั้งนั้นและการที่รองแม่ทัพผู้นี้กล้าออกมาขออนุญาตก็แปลว่าได้รับการไหว้วานจากเหล่าเพื่อนทหารด้วยกันแน่นอนเพราะตอนที่ตนนั้นมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าทหารส่วนใหญ่หลบตาและยังมีท่าทีลุกลน ตนจึงโยนการตัดสินใจนี้ให้ร่างบางเพราะหากอีกฝ่ายเต็มใจตนก็ไม่ขัดแต่หากไม่เต็มใจตนก็จะออกหน้าแทนเอง

"ข้าต้องขอโทษทุกท่าน ข้าไม่พร้อมที่จะเปิดเผยใบตอนนี้" ไป่หู่เอ่ยตอบกลับกับบรรดาเพื่อนพ้องทหาร ตนเข้าใจสิ่งที่ชุนเปาจะสื่อ แต่การเปิดหน้ากากในตอนนี้นั้นตนยังไม่ได้ทำใจไว้จึงไม่สามารถทำความคำขอของชุนเปาและเพื่อทหารคนอื่น ๆ ได้

"ได้ตามที่เจ้าประสงค์ไป๋เอ๋อร์" เกาจงหันไปเอ่ยกับไป๋หู่พร้อมยิ้มบางส่งให้อีกฝ่าย โดยที่ในใจลึก ๆ นั้นดีใจเป็นลิงโลดเพราะจะไม่มีใครได้ยลโฉมใบหน้างามของไป๋หู่ ตนนั้นต้องการให้ไป๋หู่ใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าผู้อื่น แต่ต้องเปิดหน้ากากเมื่ออยู่กับตนเพียงลำพังเท่านั้นและทุกครั้ง

"เอาละ พวกเจ้าคงได้ยินพระประสงค์ขององค์ชายแล้ว คงไม่มีใครคัดค้านหรอกนะ เจ้าว่าไงรองแม่ทัพชุนเปา" เกาจงประกาศก้องออกไป พร้อมทั้งเอ่ยถามชุนเปาในท้ายประโยค โดยน้ำเสียงที่ใช้เอ่ยถามนั้นสื่อในเชิงว่า 'หรือเจ้ากล้ามีปัญหากับข้า' เสียมากกว่า

"มิกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ตามพระประสงค์พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ชุนเปาตอบโดยไม่รีรอ และคิดในใจว่าคงเป็นดังคำร่ำลือที่ว่าฮ่องเต้เกาจงนั้นทรงหลงรักองค์ชายตั้งแต่แรกเจอครั้งแรกจึงดั้นด้นตามหา เมื่อองค์ชายยังต้องโทษรอการสืบสวนฮ่องเต้เกาจงก็รีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือในทันที คงเพราะใบหน้าที่งดงามเป็นแน่แท้จึงสามารถกุมดวงใจฮ่องเต้เกาจงไว้ได้ ยิ่งเห็นได้ชัดในตอนนี้ที่ทันทีที่ตนเอ่ยขอฮ่องเต้เกาจงก็ส่งสายตาอาฆาตมาให้จนตนแทบยืนไม่เป็น

"เอาละข้าว่าเวลาล่วงคืนจนตอนนี้เห็นทีว่างานเลี้ยงคงต้องเลิกรา เพราะพรุ่งนี้ขบวนเกี้ยวต้องเดินกันแต่เช้า ข้าอยากให้ไป๋เอ๋อร์ได้พักผ่อนให้เต็มอิ่มก่อนเดินทาง " เกาจงได้โอกาสก็รวบรัดตัดตอนให้งานเลี้ยงสิ้นสุดลงทันที

"ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมและทหารทุกนายน้อมส่งฝ่าบาท องค์ชายไป๋หู่ และองค์ชายรองเฉินกว่างพ่ะย่ะค่ะ" แม่ทัพเมืองอีชางลุกขึ้นแล้วเดินมายืนข้างชุนเปาแล้วเอ่ยส่งคนทั้งสองทันที

"ขอให้พวกท่านโชคดี ไป๋เอ่อร์ไปเถอะคืนนี้ข้าจะเดินไปส่งเจ้าที่ตำหนักเอง" เกาจงเอ่ยลาเหล่าทหารตรงหน้า แล้วหันไปชวนร่างบางทันที

"ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี"

"ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี"

"ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี"

ทหารทุกนายพร้อมเพรียงยืนขึ้นเพื่อน้อมส่งฮ่องเต้เกาจง ไป๋หู่ และเฉินกว่างในทันที 

TBC. 

BM. 

 

ความคิดเห็น