facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 7-2 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 7-2 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 7-2 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...
แบบอักษร

“ชดใช้ด้วยเงิน หรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ มันจะมีอะไรดีขึ้นรึไง จะกลายเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ นี่มีแม้กระทั่งความคิดพวกการให้สินบนแย่ๆ ที่ผมเกลียดมากที่สุดอยู่ด้วยเลยเหรอ หัวขโมย”

‘ขอโทษแล้วไง จะให้พูดอะไรอีก จะชดใช้ให้ก็แล้วจะให้ทำยังไงอีก หรือต้องพูดเสียงอ่อนให้น่าเห็นใจกว่านี้หน่อยไหมนะ’

ยูจองลองเปลี่ยนท่าทีเป็นเย้ายวน

“ฉันยอมรับว่ามันเป็นความผิดฉันเองที่เข้าใจผิด...แต่ยังไง การมาเรียกกันว่าหัวขโมยเนี่ย มันก็... ถ้าคุณรู้ว่าฉันเป็นใครสักพักคงเข้าใจ... คือว่า… คนอย่างฉันไม่มีเหตุผลอะไรจะขโมยรถคนอื่นอยู่แล้ว ฉัน...”

“คุณจะเป็นใครก็เถอะ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะขอโทษไม่กี่คำแล้วจบนะ”

อูฮยอนมองดูยูจองที่ปิดหน้าปิดตาและตัวสั่นเทาด้วยความกลัวก็ยิ่งอยากใส่ใจมากขึ้น

“ใส่แว่นกันแดดปิดหน้าหลบสายตาผู้คน คลุมใบหน้ามิดชิดแบบนี้ ก็คงเป็นได้แค่หนึ่งในสามกรณี อย่างแรก เป็นคนที่ถูกออกหมายจับ แล้วอำพรางตัวเพื่อจะก่ออาชญากรรม”

“คะะ?”

จะเปิดหน้าเปิดตาให้ดูก็ไม่ได้อีก ไม่งั้นคงตกตะลึงจนกระโดดโหยงเป็นคนบ้า ฉันคือยุนยูจองโกลบอลสตาร์นะ อีตานี่...

“อย่างที่สอง เพิ่งไปศัลยกรรมมาอย่างสาหัส สาม เกิดมาหน้าตาแย่จนยากจะลืมตามอง”

“ผิด! ผิด ผิด ผิด ผิด ผิดหมดทุกอย่างเลยค่ะ!”

ยุนยูจองคิดว่าคงจะปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้อีก...เด็ดขาด แต่ถ้าจะจบสถานการณ์ให้เร็วก็คงต้องใช้วิธีนี้แล้วล่ะ เธอถอดผ้าปิดปากและแว่นกันแดดออกเพื่อเผยโฉมหน้าจริง อูฮยอนตกใจกับการกระทำที่ไม่คาดคิดของยูจอง แต่ก็รู้สึกขอโทษที่ไม่รู้ว่ายูจองเป็นใครอยู่ดี เขาไม่ดูโทรทัศน์และภาพยนตร์... อูฮยอนก็เคยดูแต่พวกหนังดังเมื่อนานมาแล้ว้ท่านั้น จึงไม่รู้จักยูจองเลยสักนิด

ยูจองอยู่ในสภาพหน้าสดโดยที่ไม่ได้แต่งหน้า แต่ส่วนที่เธอมั่นใจในตัวเองมากที่สุด ก็คือผิวพรรณนี่แหละ จึงไม่สนใจอะไร เพราะเธอทำให้ตัวเองต้องใช้วิธีบ้าๆ นี่เอง เวลานี้ต้องมั่นใจและพยายามจัดการให้จบให้ได้ เมื่อใบหน้าจริงได้ปรากฎ ยูจองก็เริ่มสวมมาดของนักแสดงยุนยูจองทันที ทั้งสีหน้า คำพูด และการยืน เป็นไงล่ะ พอเห็นหน้าฉันแล้ว ตอนนี้ก็รู้แล้วใช่ไหม จะขอโทษฉันได้แล้วหรือยัง ฉันไปได้แล้วสินะ

ถึงพอเผยใบหน้าตัวเองแล้ว ยูจองจะทำท่าทางมั่นใจ แต่อูฮยอนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าจู่ๆ จะมาทำท่ามั่นใจอะไรขนาดนี้ อะไรกันผู้หญิงคนนี้ คิดว่าโชว์ใบหน้าตัวเองแล้วจะจัดการกับสถานการณ์นี้ได้เหรอ ทำไมถึงมั่นใจว่าเขาต้องรู้จักเธอด้วยล่ะ แต่ก็ดูแลผิวดีอยู่นะเนี่ย

อูฮยอนใช้สัญชาตญาณของแพทย์ด้านผิวหนังคาดเดาอายุผิวของยูจองว่าอยู่ในช่วงอายุยี่สิบต้นๆ ดูแลผิวหน้าได้ดีมาก และเข้าใจได้ทันทีเลยว่านี่เป็นความงามอย่างธรรมชาติที่ไม่ผ่านการศัลยกรรมเลย อ้อ! หรือว่า... เธอเป็นคนไข้ของเขา ก็เลยคิดว่าเขาจะรู้จักหน้าของเธองั้นเหรอ ไม่หน่า ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้หรอก เขามีความจำเกี่ยวกับคนไข้ของตัวเองอยู่ในระดับอัลฟ่าเลยนะ แต่ว่าสายตาของผู้หญิงคนนี้... อูฮยอนตกใจกับสายตาอันบริสุทธิ์และตราตรึงใจของยูจอง

สายตาแบบนั้น... มันคุ้นเคย… ใช่แล้ว สายตาของผู้หญิงคนนี้...เหมือนกับเด็กคนนั้น!

ยูจองตัดสินใจทำการใหญ่มากจริงๆ และเตรียมความพร้อมที่มีทั้งหมดก่อนจะเปิดเผยใบหน้าตัวเอง แต่รีแอคชั่นของอีกฝ่ายที่ดูนิ่งเฉยใจลอยนี่มันคืออะไร เธอพูดไม่ออกพอๆ กับถูกหาว่าเป็นโจรขโมยรถเลย แล้วตาทำไมจ้องเธอเขม็งขนาดนั้น ทำไมมีปฏิกิริยาแบบนี้ล่ะ สีหน้านั้นคืออะไรกัน ให้ฉันดูหน้าเธอแล้วเธอยังไงต่อ เธอเป็นใครกัน สีหน้าเหมือนจะบอกอะไรประมาณนั้น หรือว่าเขาจะไม่รู้จักเธอนะ ไม่หรอกมั้ง ผู้ชายเกาหลีใต้จะไม่รู้จักยุนยูจองได้ยังไง แต่ถ้า.. ไม่รู้จริงๆ เธอจะต้องทำยังไงล่ะทีนี้

ถึงกระนั้น อูฮยอนก็ปล่อยมือที่จับต้นคอยูจองออก แล้วถามอย่างรักษามารยาท

“ช่วยแสดงหลักฐานที่ยืนยันว่าคุณไม่ใช่หัวขโมยทีครับ แล้วผมจะทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แล้วปล่อยคุณไป”

โอเค อีกฝ่ายปล่อยมือจากต้นคอออก แล้วเปลี่ยนจากคำไม่พูดสุภาพเป็นคำพูดสุภาพแทน เขาก็คงจะรู้จักจริงๆ น่ะแหละ ใช่ อย่างนั้นสินะ ไม่มีทางจะไม่รู้จักเธออยู่แล้ว แต่ว่าการพูดแบบนี้ น้ำเสียง...หรือว่า…?!

ยูจองนึกถึงเจ้าของผ้าพันคอที่เธอตามหาที่พรมแดงงานประกาศรางวัลอยู่ครู่หนึ่ง ไม่หรอก เป็นไปไม่ได้ ผู้ชายคนนั้น... ถึงจะยังไม่ได้เห็นหน้าของกันและกัน แต่คนคนนั้นก็ต้องรู้จักสิ ว่าเธอคือยุนยูจอง แสงแฟลชที่สาดส่องมาทางนักแสดงสาวขนาดนั้น นอกจากเธอแล้วจะมีใครได้อีก เมื่อเธอคิดได้อย่างนั้น ก็ยิ่งอยากตามหาผู้ชายคนนั้นยิ่งขึ้นอีก...  เขารู้จักว่าเธอเป็นใคร แต่ก็อยู่เงียบๆ ไม่พูดจาโอ้อวดอะไร... เพราะฉะนั้นจึงยิ่งอยากขอบคุณ และอยากจะตามหาให้เจอจนได้…

เขาไม่ใช่ผู้ชายคนนี้หรอก แต่ว่าทั้งน้ำเสียงและการพูดจา มันคล้ายกันจริงๆ

“ผมให้โอกาสแล้วนะ ไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าตัวเองไม่ใช่โจรเหรอครับ”

ไม่ ก็เปิดเผยหน้าให้ดูแล้วมันก็ต้องจบสิ จะต้องเอาอะไรมาแสดงให้ดูอีกล่ะ ต้องการอะไรกันแน่ ไม่เชื่อเหรอว่าอยู่ดีๆ จะเห็นท็อปสตาร์มาอยู่ตรงหน้าเหมือนฝัน ก็คงดูท่าจะเป็นอย่างนั้นนะ

“ตกใจมากจนคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมคะ ฉันเข้าใจค่ะ ถ้าเจอท็อปสตาร์ที่เคยเห็นแต่ในจอมาอยู่บนถนนแบบนี้ ก็คงเป็นอย่างนั้นได้เหมือนกันสินะคะ”

“ท็อปสตาร์เหรอ... ใครครับ”

นี่มัน~ ยูจองรู้สึกเสียศักดิ์ศรีอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้แต่ตอนที่ยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่ยังไงเธอก็มีความผิดอยู่จึงต้องอดทนไว้ ตอนนั้นสายตาของยูจองก็มองไปยังโปสเตอร์ที่ติดอยู่ตรงหน้าประตูร้านสะดวกซื้อ เป็นโปสเตอร์ที่ยูจองเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา ถ้าเห็นอันนั้นแล้วก็คงเชื่อใช่ไหม ถ้ายืนยันว่าเธอเป็นใครได้ก็จะเข้าใจแล้วใช่ไหม ยูจองเดินเข้าไปใกล้หน้าประตูร้าน ทำสีหน้าและโพสต์ท่าทางเหมือนกับโปสเตอร์เป๊ะๆ ให้ดู

“เป็นไงคะ ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมคะ”

อูฮยอนมั่นใจแล้วว่าคนที่เห็นในโปสเตอร์กับยูจองเป็นคนคนเดียวกัน

‘เป็นดาราก็เลยต้องปิดหน้าแบบนั้นเหรอ ถ้าจะยืนยันตัวตนก็ต้องรีบๆ บอกให้มันไวๆ สิ’

อูฮยอนคิดเช่นนั้น แล้วก็นึกถึงตอนที่ตัวเองโดนหาว่าเป็นสตอล์กเกอร์เมื่อสักครู่ สถานการณ์นี้เหมือนจะคลี่คลายนิดหน่อยแล้ว ยูจองเห็นอูฮยอนพยักหน้าหงึกหงัก ในที่สุดก็รู้แล้วสินะ เธอจึงสวนกลับทันที

“ตอนนี้ก็รู้ว่าฉันเป็นใครแล้วใช่ไหมคะ ฉันคือนางฟ้าหิมะขาว รักแรกแห่งชาติ ยุนยูจองค่ะ”

“ยุนยูจอง? นักร้องเหรอครับ”

ความมั่นใจในตัวเองของยูจองพังครืนลงมากับคำพูดของอูฮยอน ทนไว้ ยอมรับอย่างอ่อนน้อม รักษาภาพพจน์เอาไว้ สถานการณ์ตอนนี้เธอเปิดเผยทั้งชื่อทั้งหน้าแล้วนะ

“นักแสดงค่ะ นักแสดงแห่งชาติผู้กวาดรางวัลจากทั้งแพคซัง ชองรยง และคานส์... คงไม่รู้สินะคะ มันก็เป็นแบบนั้นได้ค่ะ ยังไงก็ขอโทษที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจแบบนี้นะคะ ให้ฉันแจกลายเซ็นเป็นการขอโทษไหมคะ ไม่ดีกว่า ขนาดนี้แล้วก็ถ่ายรูปคู่กันเลยก็ได้ค่ะ”

“ช่างมันเถอะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครด้วยซ้ำ จะเอาลายเซ็นมาทำอะไรล่ะครับ แล้วผมก็ไม่ชอบถ่ายรูปด้วย”

ยูจองรู้สึกขายหน้าและอับอายมากจนใบหน้าเริ่มแดงขึ้น รู้สึกตึงศีรษะด้านหลัง เรี่ยวแรงจากทั้งเนื้อทั้งตัวก็ตกฮวบ ขาก็เริ่มสั่น แม้จะอดทนลองกำกำปั้นไว้แน่น แต่นี่มันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ก็เลยหัวเราะคิกคักออกมา นี่เป็นความเคยชินของยูจอง หากรู้สึกดีหรือสับสนมากเมื่อไหร่ ก็จะขำออกมาเหมือนเด็กๆ ในตอนนั้นเองรถของจีฮุนก็มาจอดอยู่ตรงบริเวณนั้น จีฮุนลงจากรถมาแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ ยูจองกับอูฮยอน และเพราะยูจองยืนหันหลังให้กับทางที่จีฮุนเดินมา จึงยังไม่รู้ว่าเขามาถึงแล้ว

จีฮุนหยุดเมื่อเห็นยูจองกับคนแปลกหน้ายืนอยู่ด้วยกัน และพิจารณาสถานการณ์ดูก็ยิ่งกดหมวกให้ต่ำลงและดึงผ้าปิดปากให้สูงขึ้น อูฮยอนเห็นจีฮุนเดินมาใกล้ๆ แต่ก็นึกว่าอีกคนเป็นลูกค้าที่จะมาร้านสะดวกซื้อ จีฮุนมองหน้าอูฮยอนและตกใจจนหยุดยืนชะงักอยู่ตรงนั้น

“ผู้ชายคนนั้นใครน่ะ เหมือนจะรู้จักหน้านะ”

อูฮยอนเห็นจีฮุนเดินมาแบบปิดหน้าปิดตา และทำท่าทีลังเลดูน่าสงสัย จึงมองจีฮุนอย่างใส่ใจ แล้วก็ดึงยูจองให้มายืนอยู่ข้างหลังตัวเอง ยูจองตกใจคิดว่าที่ตำหนิอูฮยอนไปว่าเป็นสตอล์กเกอร์นั้น อีกคนจะเป็นสตอล์กเกอร์จริงๆ ทั้งๆ ที่อูฮยอนยังไม่รู้เลยว่ายูจองเป็นใครกันแน่ แต่ทำท่าทีปกป้องยูจองโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าจีฮุนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ อาจจะเป็นสตอล์กเกอร์ที่ยูจองหวาดกลัว ...

เพราะอูฮยอนบังตัวเธอไว้และทำทีปกป้อง ยูจองเลยสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายต้องทำแบบนี้ จึงยื่นหน้าออกจากหลังอูฮยอนไปมอง เมื่อเห็นจีฮุนเข้ามาในสายตาแล้วเธอก็โบกมือให้จีฮุน ส่วนจีฮุนเห็นยูจองโบกมือให้ก็หันหลังกลับไปอีกครั้ง เพราะเขาตกใจที่มาเห็นยูจองเปิดเผยใบหน้าทั้งหมดกับคนแปลกหน้า ในสถานที่ที่มีผู้คนผ่านไปผ่านมาเช่นนี้ อะไรกัน เธอเจอคนรู้จักเหรอ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน อูฮยอนเห็นว่าอยู่ดีๆ จีฮุนก็หันหลังแล้วหยุดยืนอาจจะหยิบอาวุธออกมาก็เป็นได้ จึงกางสองแขนให้อ้ากว้างยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องยูจองที่ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ จีฮุน จีฮุนยิ่งเห็นอูฮยอนเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งก้มหน้า เอี้ยวตัวหลบ และเมื่ออูฮยอนเข้าใกล้ตัวจีฮุนแล้วก็เอื้อมแขนจะไปจับอีกคนให้หันมา

ความคิดเห็น