facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 7-1 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 7-1 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 7-1 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...
แบบอักษร

ตอนที่ 7 สายตาของผู้หญิงคนนี้… เหมือนกับเด็กคนนั้น...


เพราะอูฮยอนเลือดกำเดาไหลอยู่ พอก้มหน้าไปใกล้ๆ หน้าต่างเลยมึนศีรษะ ดังนั้นจึงคิดจะไปเอาเก้าอี้มานั่งเพื่อหว่านล้อมอีกฝ่ายดู เขายกเก้าอี้ แต่ในสายตาของยูจองที่นั่งอยู่ในรถกลับเห็นว่าอูฮยอนกำลังจะยกเก้าอี้มาทุบหน้าต่าง เธอจึงส่งเสียงกรีดร้องและหลับตาแน่นพร้อมกับหมอบตัวสุดฤทธิ์ อูฮยอนได้ยินเสียงร้องของเธอก็ตกใจจนพูดไม่ออก ใครจะมาส่งเสียงร้องในสถานการณ์ตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้...ไม่สิ โจรขโมยรถคนนี้ช่างตลกจริงๆ อูฮยอนวางเก้าอี้ตรงหน้าประตูฝั่งข้างคนขับแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อจะทำให้ใจเย็น ทำใจให้สงบ ยูจองยืดตัวสูงขึ้นมองดูเก้าอี้ที่อีกฝ่ายจะมาฟาดใส่หน้าต่างแต่ก็ไม่ได้ทำ เลยคิดว่าเป็นเพราะเธอต่อต้านอย่างหนักหน่วง สตอล์กเกอร์คนนั้นก็เลยลดระดับลงมาสินะ

ระหว่างหน้าประตูกับหน้าต่างรถ ต่างคนต่างคิดคนละแบบ

อูฮยอนส่องเข้าไปในรถก่อนจะเริ่มพูด เขาฝืนหัวเราะออกมากับสถานการณ์ไร้สาระที่ตัวเองต้องมานั่งอยู่หน้ารถเพื่อเกลี้ยกล่อมหัวขโมยแบบนี้ ชีวิตนะ ชีวิต มันช่าง…

“ไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไหร่เลยนะ ยังห่างชั้นมาก…โลกก็กว้าง ตัวอย่างเหตุการณ์ก็มีมากมาย ยังจะมาอวดดีใส่ฉันอีก”

ไม่คิดเจอว่าจะต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์ที่เจอโจรขโมยรถคันแรกของชีวิตในตอนเช้าตรู่ อูฮยอนรู้สึกขุ่นเคืองแม่อีกครั้งที่จู่ๆ ก็ซื้อรถตามใจโดยที่เขาไม่ต้องการแล้วก็ไม่ได้อยากได้ แต่ตอนนี้เขาจดจ่อไปที่แรงจูงใจของหัวขโมยก่อน ว่าต้นตอการกระทำความผิดนี่มันคืออะไรกัน

“นี่ หัวขโมย! ฟังฉันให้ดี”

อูฮยอนยื่นหน้าไปจนจะติดหน้าต่างรถ แล้วพูดกับโจรขโมยรถด้วยน้ำเสียงที่สุขุมอย่างมาก


* * *


มินอาละสายตาออกมาจากกล้องที่กำลังถ่ายจีฮุนกับยูจองไว้แล้วลองหยิกตัวเองตรงนั้นตรงนี้

“นักข่าวนัม นี่ฉันง่วงแล้วเหรอ ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม มันคือสถานการณ์อะไรกันแน่ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมอยู่ดีๆ ถึงก็โผล่มาเล่นอะไรแปลกๆ แบบนั้นกับยุนยูจองได้~”

นักข่าวนัมรับกล้องจากมินอาเพื่อดูรูป

“ก็ที่บอกไงครับ ชเวจีฮุนไปไหนไม่รู้ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ลงมาจากรถของชเวจีฮุน… รถคันนั้นไม่ใช่รถธรรมดาๆ ด้วยนะครับ มันเป็นรถที่มีแค่สิบคันเท่านั้นในประเทศเรา แถมราคาเกินสามร้อยล้านด้วยนี่ครับ แต่ทำไมเขาปิดจมูกไว้ข้างนึงล่ะ เลือดกำเดาไหลเหรอ”

พวกเขาทำได้แค่ส่องเหตุการณ์จากในกล้องอย่างไกลๆ มินอาและนักข่าวนัมไม่ได้ยินเสียงพูดคุย แล้วก็สับสนกับการปรากฎตัวอย่างไม่คาดคิดของอูฮยอน

“หรือว่ายุนยูจองโดนทิ้ง แล้วผู้ชายคนนั้นเลยจะชกต่อยกับชเวจีฮุนเหรอ อะไรอะ แต่ว่าคนนั้นก็หน้าคุ้นๆ อยู่นะ”

มินอาลองสันนิษฐานทุกกรณี หลับตาลงตั้งสมาธิเพื่อให้สมองทำงานอย่างเต็มพิกัด คิดออกแล้ว ใช่! คนคนนั้น… เธอหยิบแท็บเล็ตออกมาแล้วเปิดหารูปที่เคยเซฟไว้ จากนั้นก็หารูปที่ยูจอง อูฮยอน และจีฮุนถูกถ่ายอยู่ภายในเฟรมเดียวกัน ซึ่งพอลองขยายใบหน้าของอูฮยอน… คนเดียวกันนี่ มินอาจึงโชว์รูปให้นักข่าวนัมดู

“นักข่าวนัม ผู้ชายคนนี้...คือผู้ชายที่โผล่มาหน้าร้านตอนนี้ใช่ไหม”

“จริงด้วยครับ รุ่นพี่ เราจะต้องเข้าใจสถานการณ์นี้ว่าอย่างไรกันล่ะครับ”

“ก็ต้องลองคิดตั้งแต่ตอนนี้แหละ ก่อนอื่นห้ามพลาดสถานการณ์นี้ ถ่ายคลิป หรือทำยังไงก็ได้ให้ถ่ายได้ใกล้ที่สุด ถ่ายมาเยอะๆ เลย”

นักข่าวนัมเองก็รู้สึกถึงสถานการณ์ว่าอะไรเป็นอะไรด้วยสัญชาตญาณ จากนั้นจดจ่อกับการถ่ายรูปมากขึ้น

มินอาเลือกรูปที่ถ่ายติดอูฮยอนคนเดียวจากในแท็บเล็ตแล้วแยกเป็นไฟล์ใหม่ออกมา


* * *

“จะทนอยู่ในรถแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

อูฮยอนเห็นยูจองที่นั่งหดตัวอยู่ในรถแล้วใช้มือปิดหู เขาจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หน้าต่างรถมากขึ้นแล้วพูดเสียงดังให้มากที่สุด

“นี่ หัวขโมย! ถ้าคิดว่าลงมาขอโทษหรือขอให้อภัยอะไร แล้วทำเป็นสำนึกผิด แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ หลักฐานก็ชัด ตอนนี้ฉันก็จะแจ้งตำรวจแล้วด้วย รู้ไว้”

อูฮยอนยื่นโทรศัพท์มือถือที่มีรูปที่เขาถ่ายยูจองนั่งอยู่ในรถผ่านทางกระจกหน้าต่าง แกล้งขู่เสียงดังแต่ยูจองไม่กระดิกตัวเลยสักนิด

‘ปิดหูเหรอ… ไม่ฟังใช่ไหม’

ได้ยิน... แค่เพียงระหว่างหน้าต่างรถ ถึงจะปิดหูแน่นแค่ไหนก็ได้ยินเสียงแน่ๆ ยูจองไม่รู้ว่าสตอล์กเกอร์คนนี้ต้องการอะไร เธอก็ยิ่งหวาดกลัว ใครจะแจ้งตำรวจกัน เธอควรต้องเป็นคนแจ้งไม่ใช่เหรอ…ช่างเป็นสุดยอดในบรรดาสตอล์กเกอร์จริงๆ เพิ่งเคยเจอสตอล์กเกอร์ที่โหวกเหวกส่งเสียงดังแบบนี้เป็นครั้งแรกด้วย

“ทำไมเรียกว่าฉันเป็นหัวขโมยอยู่ได้ แล้วนั่นอาการอะไรอีก ทำเป็นเพ้อเจ้อว่าตัวเองได้รับความเสียหายเหรอ”

ยูจองรู้สึกว่าอยู่ดีๆ ชายคนนั้นก็เงียบไปจึงเงยหน้าขึ้นมอง เธอสบตากับใบหน้าของอูฮยอนที่ยื่นเข้ามาติดกับหน้าต่างรถ และมีทิชชู่อุดรูจมูกไว้ข้างหนึ่ง... อะไรกันเนี่ยผู้ชายคนนี้ แล้วยูจองระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

อูฮยอนเห็นโจรขโมยรถเงยหน้าขึ้นมาเจอหน้าเขาแล้วก็ขำออกมา ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าสยองขวัญเลยถอยห่างออกมาจากหน้าต่างรถทันที

“โอเค... เป็นผู้ป่วยนี่เอง... ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตเวช...ที่ขำออกมาแบบนั้นในเหตุการณ์นี้ก็คงไม่ใช่รีแอคชั่นที่ปกติสินะ...ต้องเรียกรถพยาบาลแทนตำรวจงั้นสิ”

เมื่ออูฮยอนคิดว่าอีกฝ่ายเป็น ‘ผู้ป่วย’ เขาก็รู้สึกใจอ่อนฮวบลงมา จะทำยังไงดีนะ อูฮยอนรู้สึกงุนงงในทันใด

ยูจองที่อยู่ในรถก็รู้สึกงุนงงในทันทีเช่นกัน ยูจองหัวเราะแล้วน้ำที่ถืออยู่ในมือก็หก เธอเลยหาทิชชู่ภายในรถ แต่เมื่อสำรวจแล้วก็เจอถังดับเพลิงวางอยู่ตรงที่นั่งด้านหลัง แล้วก็เห็นคอนโซลหน้าที่นั่งคนขับว่ามีนาฬิกาทรายตั้งไว้อยู่ นี่ไม่ใช่รถของคุณจีฮุน!

งั้นตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนรถคนอื่นงั้นเหรอ รถเหมือนกันเปี๊ยบเลยเนี่ยนะ

“แล้วคุณจีฮุนไปไหนกัน เดี๋ยวนะ ถ้านายคนนั้นเรียกตำรวจล่ะก็เกิดเรื่องใหญ่จริงๆ แน่...”

ทันใดนั้นหัวใจยูจองก็เต้นแรงเป็นหลายเท่า ริมฝีปากก็แห้งผาก

“ต้องห้ามไม่เขาแจ้งสิ ทำยังไงดี ลงไปอธิบายตอนนี้ดีไหม ฉันเพิ่งรู้เมื่อกี้...ปีนี้ฉันได้รับรางวัลมาเยอะมากๆ ด้วย… หรือว่าฉันใช้โชคไปกับรางวัลไปหมดแล้ว...”

ยูจองมือสั่นและรีบกดโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว

“...คุณจีฮุน! ทิ้งฉันไว้แล้วหายไปไหน...ซอยข้างๆ เหรอ ก็น่าจะบอกกันบ้าง… เกิดเรื่องใหญ่แล้ว มารับฉันด่วนเลย เร็วๆ นะ...”

ยูจองวางสายแล้วมองไปยังอูฮยอนที่อยู่ด้านนอกหน้าต่าง ถึงรูจมูกข้างหนึ่งจะมีทิชชู่อุดไว้ แต่ก็ดูหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ในสายตาของยูจองที่ได้รับบทบาทแสดงคู่กับนักแสดงหนุ่มหล่อทั้งหลายของเกาหลีมาหมดแล้ว อีกฝ่ายก็ยังดูหล่อ เรียกได้ว่าเป็นใบหน้าที่โดดเด่นมากจริงๆ  

“ใส่สูทแล้วเหมาะมากๆ สไตล์ก็ดี ดูฉลาดด้วย... คงไม่น่าจะเป็นคนเลวหรอก...โอเค งั้นเผชิญหน้าเลยแล้วกัน ลงไปจัดการก่อนดีกว่า ก่อนที่เขาจะแจ้งตำรวจ นั่นมันดีที่สุดแล้ว!”

ตอนที่ยูจองเปิดประตูแล้วลงจากรถ สร้อยคอก็ไปเกี่ยวเข้ากับสายเข็มขัดนิรภัย สายโซ่จึงขาดออก แหวนที่คล้องอยู่กับโซ่ของสร้อยคอเลยร่วงหล่นไปที่พื้นรถ แต่ยูจองรีบร้อนจนไม่รู้เรื่องราวกระโดดออกมานอกรถ

“ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ รถมันเหมือนกับรถที่ฉันนั่งมาเลยเข้าใจผิดค่ะ”

ยูจองก้มหน้าขอโทษจนหัวจะติดพื้น อูฮยอนจะจำเธอได้ไหมนะ ในเมื่อเธอทั้งใช้ผ้าปิดปากและผ้าพันคอปิดใบหน้า แล้วเธอก็เปลี่ยนเสียงของตัวเองด้วย อูฮยอนยิ่งสับสนเมื่อเห็นการกระทำของยูจอง ทั้งๆ ที่เขาบอกให้ลงมาแต่เธอก็อดทนอยู่แบบนั้น แล้วจู่ๆ ก็ลงจากรถมาขอโทษเฉย ฟังจากที่พูดก็ดูปกติดีนี่ ผู้หญิงคนนี้นี่อะไรกัน หรือเพราะเขาบอกว่าจะแจ้งตำรวจก็เลยเสแสร้งแบบนี้งั้นเหรอ

“คนที่มากับฉันก็จอดรถตรงนี้ แต่เพราะโดนปรามเรื่องพื้นที่ห้ามจอดเลยย้ายไปที่อื่น ฉันเองก็เพิ่งรู้ค่ะ คุณคงสับสนมากเลยใช่ไหมคะ”

นี่ไม่ใช่วิธีการพูดของคนมีปัญหาด้านจิตเวช โอเค ผู้หญิงคนนี้ก็แค่... เป็นโจรขโมยรถ พออูฮยอนคิดว่ายูจองจะหลบหนีเลยจับด้านหลังต้นคอเธอไว้

“คำโกหกที่คิดอยู่ในรถตลอด คืออันนั้นน่ะเหรอ”

ยูจองคิดว่าอูฮยอนคงเข้าใจ เพราะเธอเองก็ขอโทษแล้ว แต่นี่มาจับต้นคอของเธอมันมากเกินไป มันถึงจุดที่ทั้งกลัว ทั้งอาย แล้วก็ทำลายศักดิ์ศรีเธอด้วย

‘ถ้ารู้ว่าฉันเป็นใครจะต้องเสียใจแล้วก็ต้องรู้สึกผิดแน่ๆ... เอาเถอะ แต่ยังไงมันก็เป็นความผิดของฉันเอง’

“เข้าใจนะคะว่าโกรธ แต่ช่วยปล่อยก่อนไม่ได้เหรอคะ ฉันไม่ได้โกหก ฉันเข้าใจผิดจริงๆ ค่ะ จะให้ฉันทดแทนยังไงที่ทำให้คุณตกใจแล้วก็โกรธดีคะ มีอะไรที่อยากได้...”

คำพูดของยูจองยิ่งทำให้อูฮยอนโกรธมากกว่าเดิม เพราะอูฮยอนเชื่อว่าเงินและการให้สินบนมันเป็นการดูถูกมนุษย์

ความคิดเห็น