email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

อ่านแบบไม่ต้องการสาระมากครับ ต้องการแค่ความหื่นแต่มีสตอรี่นะ - สามารถติดตามเอ็มได้ในเพจ ไรท์เอ็ม หรือทวิตเตอร์ @heartfilia_emma ได้เลยนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันมาก ๆ เลยะนะครับ

ชื่อตอน : Chapter 4

คำค้น : น้องส้มตำคนกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 113.8k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2563 11:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4
แบบอักษร

เช้าถัดไป~ 

ใบหน้าสวยอันขาวเนียนนอนซบอกอุ่น ๆ อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ริมฝีปากบางสีอมชมพูช่างตัดกับสีผิวไม่ต่างกับผมนุ่มสีดำดกเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เขาหลับอยู่นั้นจะหารู้ไม่ว่ากำลังมีเจ้าของใบหน้าคมสันจมูกโด่งและคิ้วดกดูรวม ๆ แล้วหล่อเหมือนพระเอกซีรี่ส์จับจ้องอยู่  

ไทเกอร์ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ตลอดทั้งคืนที่อุตส่าห์นอนให้ห่าง ๆ แต่กลับถูกคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวขยับมานอนซุก จะดันออกก็กลัวน้องมันตื่น สรุปเขาจึงเอาแต่นอนอยู่นิ่ง ๆ แล้วนึกถึงคำพูดของรุ่นน้องเมื่อวานจนเผลอหลับ 

เขาทั้งสองมีอะไรกันไปสามรอบติด ๆ จนร่างบางไม่ไหวจึงได้หยุด ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าอยู่ดี ๆ จะได้มาเอากับคนที่มันแอบมองเขามาตลอดจะสามเดือนไปเมื่อคืน ก่อนหน้านี้มันก็งอแงอยากกลับห้อง เอาแต่บอกว่ามีเรื่องต้องทำจนเขาแอบหงุดหงิด 

แต่เพราะขี้เกียจขับรถไปส่งและไม่อยากให้มันกลับไปเองตอนกลางคืนในสภาพแบบนั้นเลยบังคับให้นอนด้วย อาบน้ำใส่ชุดเขาที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเป็นไหน ๆ สะโพกก็คงจะระบมจนเขาสังเกตเห็นว่าน้องมันเดินแปลก ๆ เป็นแบบนั้นยังจะงอแงกลับห้องอีก 

แต่สุดท้ายก็ยอมขึ้นมานอนด้วยกันจนหลับไป... 

อะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับส้มตำยังคงไม่ถูกเปิดเผยให้เขารู้ แต่ข่าวลือที่เพื่อนเขาเล่า ๆ มาก็มีแค่ว่าส้มตำเคยมีคลิปหลุดอยู่ในเน็ต แต่เจ้าตัวเคยออกมาโพสต์บอกแล้วว่าไม่ใช่คลิปของตัวเอง แต่เพราะน้องมันดูเป็นคนแรง ๆ จึงยังมีบางคนเชื่อว่าคลิปนั้นคือคลิปจริง 

‘คนแรง ๆ เหรอวะ?’ คิดใจพลางมองใบหน้าใส 

เขาไม่อยากออกความเห็น… 

จะตัดสินคนจากคลิปหลุดที่ไม่เห็นหน้าแบบนั้นได้ไงกัน ถ้าข่าวมันดังจริงทำไมเขาไม่รู้ เลยคิดว่าเรื่องนี้คงเป็นกระแสลบ ๆ ในอินเทอร์เน็ตที่ถูกแชร์ต่อ ๆ กันได้ไม่นาน ยังไงมันก็ต้องมีคนเชื่อที่น้องมันโพสต์บอกว่าไม่ใช่เรื่องจริงบ้างดิวะ ใครมันจะโง่เชื่อทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นหน้า 

แล้วลองมองกลับมาในตอนนี้ ปากของรุ่นน้องที่บอกว่าไม่เคยมีอะไรกับใครมันทำให้เขารู้สึกสับสน ทั้ง ๆ ที่ไม่เชื่อว่ารุ่นน้องจะเป็นคนแบบนั้น แต่หัวใจมันกลับไม่มั่นใจ ทำไมเขาต้องสับสนทั้ง ๆ ที่ปากบอกเองว่าจะไม่สนใจเด็กคนนี้ เขาเป็นบ้าอะไรอยู่ 

อีกอย่างรุ่นน้องจะบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ก็ไม่ใช่ปัญหาเลยไม่ใช่หรือไง ไม่ดิ ทำไมเขาถึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาวะ เมื่อนึกภาพของรุ่นน้องที่มีเรือนร่างน่าสัมผัสไปอยู่ใต้ร่างของคนอื่นแล้วดันทำให้รู้สึกไม่พอใจขึ้นเฉยเลย  

ผู้ชายตัวเล็ก ๆ น่ารักขนาดนี้คือแรร์ไอเทมเลยนะเว้ย!  

อีกอย่างลักษณะท่าทางเด๋อ ๆ ด๋า ๆ แบบนี้น่ะเหรอจะมีกระแสลบ ๆ ในอินเทอร์เน็ต เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยจริง ๆ แต่ความจริงก็คือความจริง คนที่รู้ตัวดีที่สุดคงจะไม่ใช่ใครหากไม่ใช่ตัวรุ่นน้องเอง ไว้เขาจะถามตอนอยากถามก็แล้วกัน 

หรืออาจไม่ได้ถามก็เป็นได้… 

“อื้อออ...” เสียงครางเบา ๆ ทำให้ไทเกอร์แกล้งหลับตา ส้มตำหลังรู้สึกว่านอนอิ่มบวกกับสัญชาตญาณของมนุษย์ที่สัมผัสได้ว่าเป็นเวลาเช้าจึงค่อย ๆ ขยับตัวลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เห็นคือเสื้อของชายหนุ่มที่เขานอนซบอกทั้งคืนปรากฏอยู่ 

มันคือภาพที่วาดไว้ในฝัน~ 

ใบหน้าใสเงยขึ้นไปมองจึงเห็นว่าเจ้าของห้องหลับอยู่ ริมฝีปากสวยเผลอยิ้มก่อนจะค่อย ๆ ตวัดมือไปกอดเอวสอบพร้อมใช้ใบหน้าถูอกแกร่งไปมาเหมือนแมวน้อยอ้อนเจ้าของ นั่นทำให้ไทเกอร์จำต้องลืมตาขึ้นมาขมวดคิ้วมอง ภาพใบหน้าใสกำลังหลับตาถูเสื้อเขาทำให้รู้สึกได้อารมณ์ไม่ใช่น้อย 

ในตอนเช้า ๆ ใจเขามันคงแข็งไม่พอที่จะเห็นภาพแบบนี้หรอกนะ แต่ที่แน่ ๆ คือมีอะไรบางอย่างกำลังแข็งขึ้นมาแล้ว… 

พรึบ!  

“อ๊ะ!” ร่างหนาพลิกขึ้นมาคร่อมทับคนตัวเล็กไว้กะทันหันจนเจ้าของใบหน้าหวานลืมตาร้องอย่างตกใจ ตากลมมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่จุดขึ้นบนใบหน้าหล่อแล้วรู้สึกร้อนที่ใบหน้าขึ้นทันที จะเป็นเวลาไหนคนพี่ก็ดูหล่อน่าดึงดูดสำหรับเขาเสียจริง ๆ  

“พะ พี่เยดุจริง ๆ ด้วย” ร่างแบบเม้มปากเอ่ยพลางหันหน้าหนี ที่บอกไปแบบนั้นเพราะบางทีก็รู้สึกไม่ไหวที่จะให้คนพี่สัมผัสอีก ได้ยินไทเกอร์จึงส่ายหน้าไปมาก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปนอนซุกยังอกแบน แต่สำหรับเขามันกลับนุ่มนิ่มเสียจริง ๆ ถึงสัมผัสจะต่างไปจากตอนซบนมโต ๆ ของสาว ๆ ก็ตาม 

“พี่ไทเกอร์หนักอะ...” ไม่ได้พูดเล่นแต่อย่างใด รุ่นพี่นั้นตัวโตและหนักมากจริง ๆ มันทำให้เขาหายใจไม่ค่อยออก 

“ให้กูนอนอยู่แบบนี้สักหน่อยไม่ได้เลยหรือไง?”  

“ของพี่มันแข็งอยู่นะ มันแทงขาส้มอยู่”  

“...” เนี่ย…  

คิดอะไรมันก็พูดออกมาแบบนั้น แต่เขากลับมองว่าเป็นเสน่ห์ของน้องมันไปแล้ว รู้ว่าหลายคนอาจไม่ชอบ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกไม่ชอบ ถึงจะรับไม่ได้ในบางครั้งก็ตามที ส้มตำอาจจะพูดตรง ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันดูน่าเกลียดสักเท่าไร หรือเพราะหน้าตามันน่ารักเลยทำให้เขารู้สึกแบบนั้น 

หรืออาจเป็นเพราะน้ำเสียงใส ๆ ที่เปล่งออกมา 

“ถ้าพี่ไทเกอร์มีอารมณ์จริง ๆ ให้ส้มใช้มือหรือใช้ปากให้ก็ได้นะ แต่ส้มไม่อยากให้เอาตอนนี้เพราะรู้สึกปวด ๆ อยู่” เขาเหมือนปวดไปทั่วร่างกายเลยจริง ๆ  

เมื่อวานเป็นบทรักครั้งแรกกับผู้ชายซ้ำยังเป็นบทรักที่หนักหน่วงเสียจนช่องทางมันปรับตัวไม่ทัน ซ้ำยังเกิดอาการฉีกขาด ถึงจะไม่มากแต่ก็ทำให้รู้สึกเจ็บ เมื่อได้เห็นส่วนนั้นของรุ่นพี่ผ่าน ๆ ตาถึงได้รู้ว่ามีขนาดที่ใหญ่และยาวเป็นพิเศษ 

เหมือนดาราหนังโป๊ในเว็บเลย… 

อาจยังไม่ได้เห็นแบบชัด ๆ หรือใกล้ ๆ พอให้เขาสังเกตว่ามันเป็นยังไง คงเพราะรุ่นพี่เมามันกับการกระทำกาม ๆ อย่างไม่อ่อนโยนผ่านช่องทาง เขาเลยไม่มีโอกาสใช้มือหรือใช้ปากให้เจ้าตัว ไว้ค่อยสังเกตวันหลังก็แล้วกันว่ามันใหญ่มากแค่ไหน 

รู้ไว้แค่ว่าไม่ธรรมดาก็พอ... 

“…” ใบหน้าคมยังซุกอยู่กับอกนุ่ม 

“หนักอะ อื้อออ… หายใจไม่ออกแล้วนะ” ได้ยินไทเกอร์จึงค่อย ๆ พลิกเปลี่ยนให้รุ่นน้องขึ้นมานั่งทับร่างเขาแทน ใบหน้าหวานขมวดคิ้วงงเล็กน้อย สะโพกอวบสัมผัสกับของแข็งใต้ร่มผ้าของรุ่นพี่จนใบหน้าขึ้นสี ทั้งสองสบสายตากันก่อนร่างเล็กจะหันหนีเพราะความเขิน 

“จำที่บอกได้ไหมว่าอย่าไปอ่อยใครนอกจากกู?”  

“อะ อื้ม…”  

“อย่าให้รู้นะว่าเอากับกูแล้วไปอ่อยคนอื่น ไม่งั้นไม่อ่อนโยนแน่” น้ำเสียงแสนจะจริงจังเอ่ยสั่งก่อนไทเกอร์จะขยับกายดึงร่างเล็กให้ลงมานอน เขาลุกขึ้นลงไปเข้าห้องน้ำปล่อยให้ร่างบางขมวดคิ้วมองตามหลัง  

‘อะไรของพี่ไทเกอร์…’ ส้มตำเอ่ยในใจ 

ตอนนี้กี่โมงแล้วก็ไม่รู้แต่ที่รู้ ๆ คือเขามีเรียนตอนเช้า!  

เมื่อค่อย ๆ ขยับลงจากเตียงส้มตำจึงเผลอเซเล็กน้อย ช่องทางด้านล่างยังรู้สึกเจ็บและขัด ๆ จนอาจจะรู้สึกแปลก ๆ ไม่เหมือนกับวันปกติ แต่ก็ใช่ว่าจะเดินเหมือนคนธรรมดาไม่ได้ ทำไมพอเอาสด ๆ ถึงรู้สึกไม่คุ้นชินเหมือนใช้ดิลโด้  

ขนาดของรุ่นพี่ใหญ่ไปงั้นเหรอ?  

โทรศัพท์ยี่ห้อแพงถูกยกขึ้นมาเปิด เวลาที่ปรากฏคือเจ็ดโมงกว่า ๆ เขามีเรียนเก้าโมง เพราะฉะนั้นคงต้องกลับแล้วจริง ๆ ยังดีที่ทำงานเสร็จแล้วเมื่อคืน ทำไมถึงได้ตื่นเร็วกว่าปกติ ทุก ๆ วันเขามักตื่นเกือบ ๆ แปดโมง จากนั้นก็ทำอะไรไม่นานแล้วออกจากห้องเพราะหออยู่ไม่ไกลจากคณะ 

“ปูนมึงอยู่ไหน?”  

(อื้ออ… มึงโทรมาปลุกกูอีกแล้วอิห่า) เสียงปลายสายคล้ายกับคนงัวเงีย 

“มารับกูหน่อยได้ไหม…”  

(มึงลืมไปหรือเปล่าว่ารถกูส่งซ่อม) ได้ยินคิ้วสวยจึงขมวดเข้าหากัน เพื่อนเขามันขับรถยนต์เป็น เขาจึงพึ่งพามันได้ทุกครั้ง แต่ถ้าไม่มีมันก็คงต้องช่วยตัวเอง  

อ่าห์~ 

คนละช่วยตัวเองนะ!  

“มึงไม่ได้บอกกูเลยนะว่าส่งซ่อม แล้วเมื่อวานมึงไปเรียนยังไง?”  

(ก็รถกูนี่แหละ ที่เมื่อวานกูรีบกลับกูไม่ได้บอกมึงเหรอว่าต้องเอารถไปเข้าศูนย์ อีดอกคือโทรตามกูเหมือนเป็นผัวอยู่นั่นแหละ รำคาญเลยเอาไปให้เขาเช็กดู เออสุดท้ายก็หาเรื่องให้กูเสียเงินอีกจนได้ วันนี้คงนั่งแท็กซี่ไปมั้ง เดี๋ยวบ่าย ๆ มึงพากูเข้าไปเอารถด้วย)  

“เฮ้อออ…”  

(อะไรของมึง หอใกล้แค่นั้นยังจะให้กูไปรับอีก)  

“…” ก็ตอนนี้ไม่ได้อยู่หอไงอิคนเลว!  

(ส้ม… อย่าบอกนะว่ามึง…)  

“…”  

(มึงท้อง?)  

“สัด… มันเกี่ยวอะไรกับให้มึงมารับวะ” คุยกับเพื่อนแล้วเขารู้สึกปวดสมอง ไร้สาระเสียจริง ๆ หันไปมองที่ประตูห้องนอน เห็นคนตัวสูงกำลังเดินออกมาในสภาพชุดเดิมแต่เหมือนจะล้างหน้าล้างตาแล้วเรียบร้อย 

“เอองั้นแค่นี้แหละ เจอกันที่มอ…” เอ่ยจบก็ตัดสายก่อนส้มตำจะกัดฟันก้มลงเก็บชุดที่กองไว้เมื่อวานขึ้นมาถือแล้วยัดใส่กระเป๋าสะพายข้างจนมันตุง ตอนนี้เขาใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงบ็อกเซอร์ไซซ์เล็กที่สุดของเจ้าของห้องอยู่ ซึ่งมันดูหลวมจนรู้สึกไม่ถนัด  

เขาไม่ใช่คนที่ชอบใส่ชุดโอเวอร์ไซซ์สักเท่าไร แต่ถ้าเป็นของพี่ไทเกอร์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากใส่ไปเดินห้าง… 

อื้อออ… 

‘พี่เยดุของน้อง!’ รอบแรกเมื่อวานยังเบา ๆ พอรอบสองรอบสามเท่านั้นแหละ สะโพกเขาถึงกับระบมในทันที 

ใหญ่แล้วยังไม่บันยะบันยังอีกนะ!  

“เจ็บใช่ไหม? เห็นทำหน้าเมื่อกี้”  

“ก็อื้ม… นิดหน่อย แต่เพื่อพี่ไทเกอร์แค่นี้สบายมาก” รอยยิ้มน่ารักถูกระบายให้ชายตัวสูงเห็น แต่นั่นกลับทำให้ไทเกอร์แอบชะงักในใจเล็กน้อยก่อนจะชักหน้านิ่งใส่ 

“เสื้อมึงกระดุมหลุด กี่บาทเดี๋ยวซื้อให้…” ได้ยินส้มตำจึงก้มลงดูเสื้อเชิ้ตในกระเป๋าสะพายข้าง ลืมไปเลยว่าเมื่อวานถูกคนตรงหน้ากระชากจนกระดุมหลุด 

“ไม่เป็นไร ส้มมีเยอะ” ส้มตำเอ่ยก่อนจะนึกได้ว่าตัวเองคงใส่กางเกงบ็อกเซอร์กลับห้องไม่ได้ เขาจึงเปลี่ยนเป็นสแล็คสีดำขึ้นมาสวมทับ ทุกการกระทำยังคงถูกจดจ้องด้วยสายตาของเจ้าของถ้ำ ยิ่งก้มยิ่งทำให้มองลอดคอเสื้อไปเห็นอะไรต่อมิอะไร น้ำลายก้อนใหญ่ ๆ ถึงกับถูกกลืนลงคอ 

“เรียบร้อยยังอะ” เมื่อเสร็จแล้วก็เอ่ยถามรุ่นพี่ 

“มันเห็นรอย”  

“หืม?” คิ้วสวยเลิกขึ้นเมื่อได้ยินก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดกล้องหน้าแล้วส่องดู นั้นทำให้เขาชะงักพร้อมกับใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นทันที รอยสีกุหลาบจำนวนไม่น้อยที่เนินอกและลาดไหล่ ซอกคอก็มีแต่ไม่เยอะ หากใส่ชุดนักศึกษาคงไม่มีใครเห็น แต่นี่คือเสื้อยืดคอกลมซ้ำยังตัวใหญ่ 

พี่ไทเกอร์จัดอยู่ในผู้ชายที่ชอบมีเซ็กซ์ประเภทไหนนะ แต่ที่รู้ ๆ คือตอนปกติมักจะทำตัวนิ่ง ๆ แต่พอถอดเสื้อพร้อมมีอะไรกันก็คือเปลี่ยนเป็นเสือดุในทันที 

“หึ รอนี่เดี๋ยวไปเอาเสื้อคลุมให้” เอ่ยจบก็เข้าไปเอาเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่มาให้ร่างเล็กใส่ ส้มตำแอบยิ้มเขินเล็กน้อยเมื่อรับเสื้อจากรุ่นพี่มาสวม นั่นยิ่งทำให้ไทเกอร์อยากขำกับภาพตรงหน้า ทำไมรุ่นน้องมันถึงได้น่ารักแบบนี้ เสื้อคลุมใหญ่กว่าตัวจนไม่เห็นมือ  

แต่เมื่อส้มตำดึงแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกับจะเงยหน้าขึ้นมามอง ไทเกอร์จึงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่งอีกครั้ง 

“เดี๋ยวชุดพวกนี้ส้มจะเอาไปซักแล้วเอามาคืนให้นะ วันนี้มีเรียนเช้าจะรีบกลับไปอาบน้ำ”  

“จะกลับแล้ว?” ขมวดคิ้วถามคนที่เตรียมอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าสดตอนตื่นนอนมันก็ดูสดใสดี ถึงผมจะยุ่ง ๆ ก็ตามคงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่ไม่สนห่าสนเหวอะไรอย่างน้องมัน แล้วดูเสื้อคลุมที่ตัวโตของเขากับกางเกงสแล็คตัวรัด ๆ ของมัน  

เออแปลกแต่น่ารักดี… 

“ใช่แล้ว~ มากอดเร็ว”  

หมับ… 

“…”  

“อื้อออ…” ร่างบางตอบพร้อมกับโผเข้าไปกอดรุ่นพี่ ใบหน้าใสซุกลงที่อกแกร่งแล้วถูไปมาสองสามทีก่อนจะผละออกโดยที่ไทเกอร์ไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำ ทำตัวเหมือนเด็กจริง ๆ เลยว่ะ นี่มันปีสองจริง ๆ ใช่ไหม แต่เออหน้าตาให้เขาจึงไม่ได้ว่าอะไรนอกเสียจากอยากจับฟัด 

อดทนไว้ไอ้เสือ… 

“ขอบคุณที่ข่มขืนส้มด้วยนะเมื่อคืน รับรองว่าส้มจะไม่ไปอ่อยใคร พี่ไทเกอร์ก็อย่าไปมองสาวคนอื่นล่ะ”  

“…” เอ่อ… 

“ส้มกลับล่ะนะ”  

หมับ… 

“หือ?” แรงจับที่ข้อมือทำให้ส้มตำหันกลับไปมองคนพี่พร้อมเลิกคิ้ว เจ้าของใบหน้าคมยังคงมองเขาด้วยสายตานิ่ง ๆ เหมือนไร้อารมณ์ 

“เดี๋ยวกูไปส่ง…”  

“ส้มกลับเองได้ถ้าพี่ไม่ว่างจริง ๆ”  

“กูมีเรียนบ่าย บอกจะไปส่งก็คือจะไปส่งอย่าเรื่องมาก” เอ่ยเชิงบังคับก่อนจะหายเข้าไปในห้อง แล้วออกมาหาส้มตำที่ยืนรอ ในเมื่อพี่ไทเกอร์บอกว่าอย่าเรื่องมากเขาก็จะไม่เรื่องมาก ยอมลงไปขึ้นรถของรุ่นพี่กลับมายังหอของตัวเองอย่างเชื่อฟัง  

ในระหว่างทางกลับหอเขาก็ไม่มีอะไรจะถามพี่ไทเกอร์จึงเลือกจะนั่งเงียบ ๆ มองออกไปนอกกระจก ไม่อยากทำตัวน่ารำคาญคนขับรถ ไม่นานบีเอ็มคันหรูก็แล่นมาจอดยังหน้าหอของเขาตามที่ได้เอ่ยบอกรุ่นพี่ แต่เหมือนพี่ไทเกอร์จะเคยมาหาเพื่อนแล้วจึงไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดของเส้นทาง 

“ขอเบอร์” โทรศัพท์ของเจ้าของรถถูกยื่นมาให้จนส้มตำนั้นเลิกคิ้ว แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเจ้าตัวจะขอเบอร์ตามที่เอ่ยบอก ความเขินเริ่มก่อตัวขึ้นน้อย ๆ พร้อมกับมือนุ่มเลื่อนไปรับโทรศัพท์มากดเบอร์แล้วยื่นให้ร่างสูง  

ไทเกอร์รับมากดโทรหาหลังได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ของรุ่นน้องจึงกดวางแล้วบันทึกเบอร์ไว้ ส้มตำจึงได้เอาโทรศัพท์ออกมากดบันทึกเบอร์รุ่นพี่ไว้เช่นกัน เพียงแค่นี้มันกลับทำให้หัวใจเขาสั่นไหว ทำไมต้องขอเบอร์เขาด้วย… 

“ตอนโทรหาแล้วว่างก็รับด้วย”  

“อื้ม!” รอยยิ้มน่ารักส่งให้คนตัวสูง ทั้งสองจ้องหน้ากันสักพักก่อนส้มตำจะสะพายกระเป๋าแล้วลงไปจากรถ 

เขาโบกมือลาก่อนไทเกอร์จะขับออกไป รอยยิ้มมีความสุขจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าใสทันที ไม่คิดไม่ฝันเลยจริง ๆ ว่าแค่แอบมองรุ่นพี่เมื่อวานแล้วถูกจับได้จะมีเรื่องน่าตื่นเต้นขนาดนี้เข้ามาในชีวิต เขาช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน~ 

‘นี่เราจะมีผัวแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?’  

“ฮือออ…”  

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก?” แม่บ้านประจำหอถามทันทีที่ได้ยินเสียงจากคนที่กำลังเดินขึ้นบันได ร่างบางจึงหันไปยิ้มแห้งให้แล้วสาวเท้าขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ดูเวลาแล้วเขาคงต้องรีบจัดการกับตัวเองแล้วออกไปเรียนให้ได้เร็วที่สุด ไม่งั้นเดี๋ยวจะเข้าเลต โดนอาจารย์บ่นเดี๋ยวจะเสียชื่อเสียง  

‘ร่านแต่ไม่ทิ้งการทิ้งงาน’  

 

 

ปิ๊ง~ 

3 วันผ่านไป~ 

#Somtum 

“มึงเห็นในห้องเมื่อกี้ป่ะ อีห่ามองกูแรงมากอะ กูทำอะไรให้ไม่พอใจวะถามจริง”  

“กูว่าอย่าไปหาเรื่องใครดีกว่าว่ะ ไม่ต้องสนใจพวกมันหรอก…”  

“ได้ไง มึงก็รู้ว่ากูไม่ยอมใคร”  

“อีสัดมึงเกรงใจเบ้าหน้ากูด้วย…” ไม่เข้าใจทำไมปูนมันต้องไปสนใจคนมองด้วย ผมขี้เกียจห้ามไม่ให้มันไปมีเรื่องกับคนอื่นแล้วนะ ผมเองก็ใช่ว่าจะยอมไปซะทุกอย่าง แต่นี่แค่โดนมองแรง แค่ทำเป็นไม่สนใจไม่ได้เหรอ 

แต่มันนี่สิ… 

ใช่ที่ปูนมันก็เป็นผู้ชายตัวเล็กดูน่ารักน่าเอาเหมือน ๆ กัน แต่บ้านมันก็รวยเสียจริง ๆ แถมนิสัยยังไม่ยอมใครอีกซะด้วย 

“กูเบื่อพวกมันแม่ง” ผมได้แต่มองหน้าเพื่อนที่เหมือนจะเบื่อโลกแบบสุด ๆ จนได้แต่ส่ายหน้าไปมากับความใจร้อนของมัน  

เมื่อกี้เพิ่งเรียนเสร็จ เราสองคนเรียนวารสาร ใช่แล้วเด็ก JC ยังไงล่ะ! แน่นอนว่าต้องตั้งใจเรียนแบบสุด ๆ ผมชอบดูซีรี่ส์ สารคดีและเขียนบท อีกอย่างคือชอบอ่านนิยายหรืออะไรต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ส่วนมากมักจะอ่านนิยายกาม ๆ แหละ 

ชอบมากเลยล่ะ!  

เพราะฉะนั้นแล้วเลยคิดว่าตัวเองน่าจะเหมาะกับคณะนี้ ยิ่งเมื่อตอนเทอมที่แล้วเพิ่งได้เลือกเอกยิ่งคิดว่าเอกภาพยนตร์และภาพถ่ายน่าสนใจ เหมาะกับนิสัยและความชอบ ถึงจะตัดต่อหรือถ่ายรูปยังไม่ค่อยเซียนก็เถอะ แต่คิดว่าทุกคนพัฒนาได้!  

คณะผมให้โอกาสเรียนเพื่อค้นหาตัวเองตอนปีหนึ่ง ขึ้นปีสองถึงให้เลือกเอก เลยมีโอกาสรู้จุดสนใจจริง ๆ ของตัวเอง และดีที่ผมกับปูนมีความชอบเหมือน ๆ กันตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนแต่ในอีกหลาย ๆ เรื่องในชีวิต 

ยังคิดอยู่เลยว่าหากไม่มีมันใครจะคบผมเป็นเพื่อน ไม่ใช่เพื่อนในเอกจะเกลียดผมทุกคนนะ ส่วนใหญ่จะใจดีกันมาก ๆ เลยล่ะ สามัคคีกันด้วย แต่แค่ดู ๆ แล้วไม่รู้ว่าจะไปกับใครรอด ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ผมก็คุยกับปูนมันคนแรก 

สุดท้ายก็สนิทกันจนถึงขั้นแชร์เรื่องส่วนตัวให้ฟังได้ อาจมีบางเรื่องที่ผมเก็บไว้คนเดียวบ้างและคิดว่ามันก็คงเป็นเหมือนกัน  

กึก… 

หนึ่งในนั้นคือเรื่องของคนที่กำลังเดินตรงมา... 

“…” มาทำไมกัน 

“เป็นไร?” ปูนมันหันมาถามเมื่อเห็นผมหยุดเดิน พอดีมองไปเห็นพี่ไทเกอร์กับเพื่อน ๆ ของพี่เขากำลังเดินตรงมา สงสัยคงเพิ่งพากันมาถึงมอมั้ง ไม่แปลกหรอกเพราะคณะเราใกล้กันแถมตอนนี้ผมเดินออกมาจากคณะแล้วด้วย 

“เปล่า ๆ” ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วออกเดินต่อ แค่เดินผ่านกันคงไม่เป็นไร อีกอย่างก็ไม่กล้าทักพี่เขาตอนที่เจ้าตัวอยู่กับเพื่อน ๆ ด้วย คิดว่าพี่ไทเกอร์อาจจะไม่ชอบ ปูนมันเหมือนจะหันไปเห็นสาเหตุที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้เลยไม่ได้ถามอะไรอีก 

เราสองคนเดินเงียบ ๆ แต่มีสองคนในกลุ่มของรุ่นพี่ยิ้มให้แล้วหันไปคุยกันเหมือนจะคุยเรื่องของผมนั่นแหละ แต่มีแค่สองคนที่มองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ แล้วไม่ยอมพูดอะไร หนึ่งในนั้นคือพี่ไทเกอร์ ส่วนอีกคนเหมือนจะชื่อลีโอ เคยได้ยินว่าเป็นอดีตเดือนคณะบริหาร  

เมื่อได้หันไปมองพี่ไทเกอร์นิด ๆ ผมจึงรีบหันหนีแล้วทำเป็นยิ้มบาง ๆ มองไปข้างหน้าจนในที่สุดเราสองคนก็เดินผ่านกัน  

ทำไมหัวใจมันถึงสั่นขนาดนี้ 

ฮืออออ… 

“เชี่ย… กูแม่งตื่นเต้นแทน”  

“…” แน่นอนว่าเรื่องเมื่อคืนนั้นยังไม่มีใครรู้ แม้แต่ปูนเพื่อนสนิทผม 

“พี่เขาเท่จริง ๆ ว่ะ กูเชียร์ให้มึงได้กับพี่เขาอยู่นะเว้ย”  

“แล้วตอนแรกบอกให้เลิกยุ่ง…”  

“เออกูเปลี่ยนใจละ มึงเอาให้ได้นะ”  

“อือ…” ที่จริงคือกูได้แล้วป่ะ แต่ก็ยังไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ที่ตัวเองคิดไว้หรอกนะ บางทีอาจจะคิดอยู่ฝ่ายเดียวก็ได้ ไม่รู้พี่เขาจะจริงจังด้วยไหม  

ไม่สิ… 

ทำไมพี่เขาต้องจริงจังกับเราด้วย คงแค่สนใจเราเพราะเรื่องเซ็กซ์เลยขอเบอร์ไว้ก็เท่านั้น จำไว้ว่าเราไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นจริง ถึงแม้จะได้สัมผัสร่างกายและนิสัยอะไรบางอย่างของเจ้าตัวมาแล้วก็ตาม แต่เราต้องเผื่อใจไว้ใช่ไหม 

พี่ไทเกอร์ก็ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน ทำไมพี่เขาต้องสนใจเราทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยคุย เซ็กซ์เมื่อคืนนั้นก็เกิดขึ้นอย่างงง ๆ ถึงแม้จะทำให้เราทั้งสองพอใจมาก ๆ เลยก็ตาม แต่พี่เขาไม่ได้ผลักไสไล่ส่งเรานี่นา ให้เรานอนด้วยแถมยังมาส่ง หรือแค่แคร์เพราะตัวเองทำให้เราเจ็บ  

แค่รับผิดชอบแป๊บเดียวเหรอ?  

เฮ้อ… 

ทำไมถึงรู้สึกเผื่อใจไม่ได้แล้วอะ ผมพร้อมยอมทุกอย่างเลยนะหากพี่เขาเอ่ยขอ สามวันที่ผ่านมาหลังคืนนั้นที่มีอะไรกันเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ที่ทำให้รู้สึกดีใจคือสายเรียกเข้าจากพี่ไทเกอร์ตอนกลางคืน ถึงได้รู้ว่าเจ้าตัวยุ่งเรื่องวิจัย แต่ก็ไม่วายพูดอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ให้เราเขิน 

แบบนี้เราจะตัดใจจากเจ้าตัวได้ยังไง… 

เห็นหน้าเมื่อกี้ก็ยิ่งทำให้คิดถึงมากกว่าเดิม อยากคุยด้วย อยากกอดด้วย 

สักพักโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นจนต้องหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นเป็นสายจากคนที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี้มันก็พลอยทำให้ใจผมเต้นแรง พี่ไทเกอร์โทรมาหาทำไม? ผมแอบหันหลังกลับไปมองแล้วหันกลับมาคืนเมื่อไม่เห็นร่างสูงแล้ว 

“อะไร?” ปูนมันเลิกคิ้วถาม 

“เดี๋ยวขอรับโทรศัพท์แป๊บ…” บอกปูนมันก่อนจะเดินออกจากทางเดินลงไปรับโทรศัพท์ใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง หันกลับไปมองก็เห็นมันไม่ได้สนใจอะไรนอกเสียจากยืนพิงเสาของที่ยึดหลังคาคลุมทางเดินแล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นรอ 

“พี่ไทเกอร์มีอะไรหรือเปล่า?” พยายามพูดให้เบาที่สุดเพราะกลัวปูนมันได้ยิน 

(มาหาหน่อย…)  

“ฮะ?”  

(ก็มาหากูไง ห้องน้ำชายคณะมึง ด่วน…) ได้ยินผมยิ่งต้องขมวดคิ้ว จะให้ไปหาทำไมกัน 

“ดะ เดี๋ยวแต่-”  

(เออมาหาหน่อยไม่ได้หรือไง หรือไม่ว่าง?)  

“ก็ไม่ใช่ไม่ว่าง แล้วส้มจะบอกเพื่อนยังไงอะ” จริง ๆ แล้วพวกผมไม่มีเรียนตอนบ่าย ปูนมันจะพาไปกินข้าวแล้วให้พาไปเอารถ แต่ยังไงก็อยากไปหาพี่ไทเกอร์ก่อนอะ 

(บอกว่ามาหากูไง)  

“พะ พี่จะบ้าเหรอ”  

(ทำไม? ปกติมึงก็เป็นคนตรง ๆ ไม่ใช่เหรอวะ หรืออายที่เป็นกู?) ทำไมพี่เขาต้องพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจด้วย 

“มะ ไม่ใช่นะ!”  

“…” เผลอตอบเสียงดังจนปูนมันหันมาขมวดคิ้ว ผมทำได้แค่ส่งยิ้มแห้ง ๆ ไปให้ มันจึงกลับไปสนใจโทรศัพท์ 

(ไม่ใช่ก็มาหา)  

“อื้ม… เดี๋ยวส้มไปหา อยู่ห้องน้ำข้างล่างใช่ไหม อันเก่าหรือใหม่อะ”  

(ข้างล่างอันเก่า รีบ ๆ กูไม่ค่อยมีเวลา) เอ่ยจบไม่รอให้ผมตอบสายจากพี่ไทเกอร์ก็ตัดไป ผมนี่สิไม่รู้จะบอกปูนมันยังไงเพราะยังไม่อยากให้ใครรู้ คงต้องหลอกมันอีกแล้วแน่ ๆ  

“ปูนกูขอไปทำธุระแป๊บหนึ่งก่อนได้ไหม” เดินไปบอกมันเสียงอ่อย 

“ฮะ? ธุระอะไรของมึงวะ แล้วจะให้กูไปเอารถคนเดียวเหรอ?” ขมวดคิ้วถามเหมือนสงสัย 

“ไม่ใช่… คือมึงไปหาที่นั่งรอกูก่อนได้ไหมเดี๋ยวกูโทรหา”  

“ธุระอะไรของมึงบอกมาก่อน” ทำไมมันต้องทำหน้าเหมือนจะดุด้วย 

“ส่วนตัวไหมวะ มึงไม่ต้องอยากรู้หรอก”  

“…” มันยังมองผมด้วยสายตาเหมือนอยากรู้ 

“ปูนนน…”  

“เลิกอ้อนกูเลยอีดอก เออ ๆ เดี๋ยวนั่งเล่นรอที่ศูนย์หนังสือนะ อย่าช้า…”  

“อื้ม! เดี๋ยวมานะ!” บอกก่อนจะรีบเดินกลับไปทางเดิมทันที ไม่รู้ว่าพี่ไทเกอร์จะโทรให้ไปหาทำไม แต่ผมไม่มีทางปฏิเสธพี่เขาแน่ ๆ ตอนนี้กำลังเที่ยงพี่เขามีเรียนบ่ายไม่ใช่เหรอ? ก็เหลือเวลาอีกตั้งเยอะทำไมถึงบอกว่ามีเวลาไม่มาก 

สาวเท้ามาได้สักพักผมจึงหันกลับไปมองทางเดิมก็เห็นหลังของปูนมันกำลังเดินไปทางศูนย์หนังสือ จึงได้รีบเร่งฝีเท้าไปหาคนตัวสูงให้เร็วที่สุด  

ไม่นานก็มาถึงห้องน้ำเก่า…  

ไม่เข้าใจทำไมต้องห้องน้ำเก่า ไม่ใช่ว่ามันสกปรกแต่เพราะมันดูเก่า ๆ คนเลยไม่ค่อยเข้าไปใช้กันแล้ว ค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องน้ำแต่ก็ไม่เห็นใครสักคน หันไปมองรอบ ๆ ก็ยังคงไม่เห็นจะมีใคร ก่อนจะได้ยินเสียงเปิดประตู 

หมับ!  

“อ๊ะ…” มือของใครสักคนคว้าเข้ามากอดที่เอวผมแล้วดึงเข้าไปในห้องส้วมก่อนจะล็อกประตู หันไปมองจึงเห็นเป็นคนที่โทรนัดให้มาหา พี่ไทเกอร์กำลังทำสายตานิ่ง ๆ เหมือนทุกครั้งมองมาที่ผม พี่เขาดูดีจริง ๆ เห็นกี่ครั้งก็ใจสั่นได้เสมอ 

“พี่ไทเกอร์มีอะไรหรือเปล่า? ไม่ได้ไปกับเพื่อน ๆ เหรอ? ทำไมต้องนัดส้มในห้องน้ำด้วย…”  

“ก็อยากคุยด้วย…” น้ำเสียงปกติเปล่งออกมาแต่กลับทำให้ผมแอบชะงักเล็กน้อย อยากคุยด้วยเหรอ?  

บ้าชะมัด…  

ทำไมพี่ไทเกอร์ต้องทำให้เขินจนหน้าแดงขึ้นมาด้วย!  

“คิดถึงส้มใช่ไหม?” อมยิ้มเอ่ยพลางมองคนตัวสูงก่อนจะยกมือขึ้นไปกอดรอบคอแกร่งแล้วดึงท้ายทอยพี่ไทเกอร์ให้ใบหน้าคมลงมาประกบจูบ ดีที่เจ้าตัวให้ความร่วมมือ มือหนาทั้งสองข้างเลื่อนมาสัมผัสที่เอวผมอัตโนมัติ ซ้ำยังโอบเอวผมเข้าหาจนร่างเราชิดกัน  

เราสองคนจูบแลกลิ้นกันนานสองนานเหมือนกับต้องการแบบนี้กันทั้งคู่ จูบที่แสนจะนุ่มนวลทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มพอสมควร สมองขาวโพลนเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน สักพักพี่ไทเกอร์จึงผละออกแล้วดึงผมให้ลงไปนั่งคร่อมตักบนชักโครก มือสองข้างของผมยังโอบกอดรอบคอแกร่ง 

“…” เราสองคนจ้องหน้ากันก่อนผมจะก้มหน้าผากลงไปซุกที่ไหล่กว้าง 

“พี่เงี่ยนใช่ไหม?” ที่นั่งทับอยู่ก็พอจะรู้ว่าบางอย่างมันแข็งเบียดเสียดสะโพกตัวเองอยู่ มือหนาก็กอดเอวผมไว้แน่น เรานั่งกอดกันเหมือนไม่มีใครอยากออกไปไหน ไม่รู้ว่าสามวันที่ผ่านมาพี่ไทเกอร์ได้ปลดปล่อยบ้างหรือไม่ แต่ผมไม่ได้ช่วยตัวเองเลย… 

“ใช่…”  

“จะเอาไหมล่ะ?” ผละออกมาถามเจ้าของใบหน้าหล่อ ก่อนพี่ไทเกอร์จะกระตุกยิ้มส่ายหน้าไปมาจนผมเลิกคิ้ว 

“อยากเอาฉิบหาย แต่ถ้าเอาแบบรีบ ๆ ก็คงไม่มันว่ะ”  

“พี่รู้ได้ไง… เอาแบบรีบหรือไม่รีบส้มก็ทำให้พี่เสียวได้เหมือนกันนั่นแหละ” กระตุกยิ้มอ่อย ๆ ส่งไปให้ 

“…” นิ่ง... 

“หรือจะให้อมให้?”  

“เฮ้อออ… พอ ๆ กูแค่อยากคุยกับมึง ช่วงนี้ยุ่ง ๆ เลยไม่ค่อยได้เจอ เดี๋ยวเย็นนี้โทรหา”  

“อยู่คุยกันก่อนไม่ได้เหรอ” ผมบอกพร้อมกับก้มลงไปซุกกอดพี่เขาไว้อีกครั้ง ใช้ใบหน้าถูไหล่แกร่งไปมาเบา ๆ ด้วยความคิดถึง ยังไม่อยากให้ไปเลย อยากนั่งตักแล้วกอดพี่เขาไว้แบบนี้ กลิ่นนี้ที่จำได้ขึ้นใจแม้จะสูดดมได้ไม่นานเมื่อคืนนั้น 

“…”  

“พี่ไทเกอร์”  

“…”  

“อย่าบอกใครเรื่องของเราสองคนได้ไหม?”  

“ทำไม?” เสียงแข็งดังขึ้นพร้อมกับดันผมออกมามอง ใบหน้าคมเหมือนไม่พอใจขึ้นทันทีที่ได้ยิน 

“พี่ก็รู้ว่ามีใครหลายคนที่ชอบพี่และอยากคบกับพี่ มีหลายคนที่จ้องจะเล่นงานส้มอยู่นะ พี่ไม่รู้หรอกว่าส้มเองก็ไม่ใช่คนใส ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก แถมยังมีคนหมั่นไส้ส้มเยอะอีกต่างหาก”  

“หึ ๆ จะบอกว่าตัวเองดูแรง ๆ จนคนหมั่นไส้ว่างั้น?”  

“ที่จริงเพื่อนส้มมันเป็นคนแรง ๆ ส้มเลยพลอยโดนคนด่าคนนินทาไปด้วย ไม่อยากให้พี่ไทเกอร์ถูกมองไม่ดี ยิ่งกับคนแบบส้มไม่ใช่ผู้หญิง…” ผมบอกก่อนจะก้มลงไปซุกกอดคนตัวสูงไว้อีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะแฟน เพราะไม่ได้หวังขนาดนั้น แต่บอกในฐานะคนที่พี่ไทเกอร์เคยนอนด้วย 

หากมันทำให้พี่ไทเกอร์ดูเป็นคนไม่ดี ผมก็พร้อมเป็นแค่ส่วนหนึ่งในเงาของพี่เขา... 

“ทำไมส้มต้องพูดเหมือนพวกเราเป็นอะไรกันด้วยก็ไม่รู้ พูดเองเออเองไม่ถามพี่ก่อนเลย จริง ๆ พี่ก็ไม่ได้จะเอาเรื่องคืนนั้นไปบอกใครอยู่แล้วนี่นา มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย ช่างเถอะ... แล้วสามวันที่ผ่านมาพี่ไปมีอะไรกับใครแล้วใช่ไหมล่ะ”  

“ทำไมกูต้องไปเอากับใครด้วย?” ใบหน้าคมเลิกคิ้วถาม 

“ไม่เหรอ?”  

“หึ... แล้วทำไม?”  

“…” คำถามจากรุ่นพี่ทำให้ผมจำต้องเม้มปาก ใช่สินะ เป็นอะไรกันไหมก็ยังไม่ใช่ แค่เอากันครั้งเดียวเอง คุยกันก็เพิ่งคุย ถึงผมจะรู้สึกคุ้นเคยกับพี่เขาจากการแอบมองอยู่หลายครั้งแล้วก็ตาม 

“ถ้างอแงกูจับกระแทกคาห้องน้ำไม่ให้ออกไปไหนแน่”  

“ไม่ร้องหรอก…” ทำไมจะต้องงอแงด้วย แค่เม้มปากเองนะ!  

“…”  

“พี่จะจับกระแทกจริงเหรอ น่าสนุกอะ”  

“…” มันก็น่าจะฟินดีนะ เอากันตายไปข้างเลยแบบนี้เหรอ เราสองคนยังคงเงียบไม่มีใครพูดอะไร ผมบอกแล้วว่าเป็นคนที่ติดกับอะไรบางสิ่งมาก ๆ แบบเรื่องเซ็กซ์หรือผู้ชาย เอาง่าย ๆ คือติดแฟนอะ  

‘ก็ถ้ามี…’  

“ลุกดิ กูต้องไปแล้ว” ได้ยินผมจึงยอมลุกขึ้นออกจากตักแกร่ง พี่ไทเกอร์ก็ลุกขึ้นมองหน้าก่อนจะขยับเข้ามาจุ๊บที่หน้าผากผมเบา ๆ จนต้องหลับตา ใบหน้าเขินขึ้นกับสัมผัสเบา ๆ นั้นทันที หัวใจมันสั่งให้สวมกอดร่างสูงอีกครั้งพร้อมกับใช้แก้มถูที่อกแกร่งไปมาเบา ๆ แล้วผละออก ใบหน้าหล่อจึงมองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ  

“มึงออกไปก่อน เดี๋ยวเลิกเรียนกูโทรหา”  

“อื้ม…” ผมพยักหน้ารับก่อนจะค่อย ๆ ออกไปจากห้องน้ำ มีคนกำลังเดินเข้ามาแต่ก็ไม่มีใครสนใจอะไร ผมจึงรีบกลับไปหาปูนมันทันที… 

 

 

ไรท์เอ็ม 

เมื่อวานลืมลงง่ะ มาอัปเดตให้แล้วนะครับ! ฮ่าๆ ขอบคุณที่ติดตามกันนะครับ ฝากส่งฟีดแบ็กให้ด้วยนะครับ 

ส่วนเรื่องอีบุ๊กก็เหมือนเดิม สนพ. ยังไม่ลงให้สักที เฮ้อ... 

#น้องส้มตำกาม 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว