facebook-icon

ต้นฉบับนิยายของ 'Love Alert' ซีรีส์เกาหลีเรื่องล่าสุดของ 'ยุนอึนฮเย'

​ตอนที่ 5-1 ข่าวคบกันของนางสาว ย. และนาย ช. คงไม่ใช่เรื่องของพวกเราหรอกใช่ไหม

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 5-1 ข่าวคบกันของนางสาว ย. และนาย ช. คงไม่ใช่เรื่องของพวกเราหรอกใช่ไหม

คำค้น : ระวังหัวใจจะไหวหวั่น นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 5-1 ข่าวคบกันของนางสาว ย. และนาย ช. คงไม่ใช่เรื่องของพวกเราหรอกใช่ไหม
แบบอักษร

ตอนที่ 5 ข่าวคบกันของนางสาว ย. และนาย ช. คงไม่ใช่เรื่องของพวกเราหรอกใช่ไหม


อูฮยอนกำลังนั่งรถแท็กซี่ด้วยสีหน้าที่โมโหและไม่วางใจ หลับตาจมดิ่งกับความรู้สึกและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายหนจนลืมตาขึ้นมาเห็นสิ่งที่คล้ายกับกลีบดอกไม้กำลังโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่างจึงลดกระจกลงแล้วยื่นมือออกไป

“หิมะแรกนี่นา”

คนขับมองอูฮยอนผ่านกระจกส่องหลังแล้วยิ้มให้กับคำพูดของเขา

“เอ... ผู้โดยสาร ไม่รู้เหรอครับว่าหน้าหนาวนี้หิมะตกไปสามรอบแล้ว นั่นไม่ใช่หิมะแรกนะครับ”

“เป็นหิมะแรกในหน้าหนาวนี้สำหรับผมครับ ผมเพิ่งเห็นครั้งแรก”

สำหรับอูฮยอนแล้วนี่เป็นหิมะแรกในฤดูหนาวนี้ เพราะมัวแต่ผ่าตัด รับคอลผู้ป่วยฉุกเฉิน ฟังแม่ประกาศเรื่องช็อกๆ ว่าจะแต่งงานเป็นครั้งที่ห้ากับผู้ชายที่อายุมากกว่าตัวเขาสิบแปดปีก็เลยไม่เห็น ไม่สิ อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้อยากเห็นด้วย ดังนั้นก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายหลีกหนีเองหรือเปล่า หิมะแรกของอูฮยอนมันเป็นฝันร้ายและน่าหวาดกลัว เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นึกถึงความทรงจำที่อยากลบมันทิ้งออกไปอยู่เสมอ เป็นเพราะอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็คงจะเป็นหิมะที่แม้แต่พยากรณ์อากาศไม่ได้คาดการณ์ไว้ แถมยังเป็นเวลากลางคืนด้วย มองเห็นหิมะเม็ดโตที่โปรยปรายยามค่ำคืนเฉกเช่นกลีบดอกไม้ที่กำลังโปรยลงมา ความทรงจำที่สลักไว้ในช่วงที่ดอกซากุระงดงามที่สุด คงเป็นความทรงจำอันแสนสุขที่สุดที่เคยมี ในชีวิตของอูฮยอนที่ตอนนี้อายุสามสิบสี่ เขาเห็นหิมะกำลังตกเหมือนฝนดอกไม้ในวันของฤดูใบไม้ผลิที่ปลิวไสว


* * *


วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิเมื่อสิบห้าปีก่อน วันที่เด็กคนนั้นมาหาเขา ฝนดอกไม้ก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ระหว่างที่แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิส่องประกายจนแสบตา เด็กคนนั้นก็ฝ่าหมู่ต้นไม้และสายลมที่พัดพาดอกซากุระให้ปลิวไสวเพื่อมาหาเขา มันทำให้อูฮยอนคิดว่าอยากจะเป็นผู้ชายที่ใกล้เคียงกับคนดีเป็นครั้งแรก เด็กคนนั้นทำให้เขารู้สึกว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีอย่างไม่เสียใจที่ได้เกิดมา แม้จะเป็นการเกิดมาโดยที่ไม่ถูกยอมรับ เด็กคนนั้นช่วยเปิดประตูที่ถูกปิดแน่นด้วยการเปิดใจให้คนอื่นๆ และโลกนี้ เป็นคนที่ทำให้เขาสั่นไหวด้วยความรู้สึกดีๆ และใจเต้นตึกตักเป็นครั้งแรก โอบกอดความคิดถึงอันยาวนานและความเสียใจที่ยังรอคอยแล้วใช้ชีวิตอยู่ก็เป็นเพราะเด็กคนนั้น ทันใดนั้นก็เรียกชื่อออกมาด้วยความรู้สึกที่คิดถึงเธอ ‘ฮเยจู ยุนฮเยจู’


* * *


ไม่รู้ว่าหัวใจหนาวเหน็บด้วยความคิดถึงหรือสายลมที่เย็นยะเยือก อูฮยอนที่รู้สึกหนาวจนขนลุกจึงเอามือใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท และโดนอะไรบางอย่างเข้าให้ มันก็คือเข็มกลัดนั่นเอง

“เอ้อ! ใช่สิ กำลังถามชื่อนักแสดงคนนั้นที่ทำเข็มกลัดหายอยู่ดีๆ แต่แม่ดันโทรมาซะนี่”


* * *


อูฮยอนเดินออกมาพร้อมกับซีอีโอโรงพยาบาล ฟังที่พวกพยาบาลพูดคุยกันและกำลังถามชื่อของนักแสดงสาวที่ทำเข็มกลัดหาย

“นักแสดงหญิงคนนั้นชื่ออะไรเหรอครับ”

“ผอ. ไม่ดูทีวีนี่คะ หนังก็ดูแต่หนังดังเมื่อนานมาแล้ว พูดไปจะรู้จักเหรอคะ”

อูฮยอนหยิบเข็มกลัดออกมาจากกระเป๋าและกำมันไว้

“ถึงไม่รู้จักก็ลองบอกมาก่อนเถอะครับ เธอชื่ออะไรครับ”

แต่เสียงสั่นจากโทรศัพท์มือถือของอูฮยอนกลับดังขึ้น ขึ้นชื่อสายที่โทรมาว่า ‘แม่’ จึงหันไปพูดกับดงฮุนและพวกพยาบาล

“เดี๋ยวผมขอคุยกับแม่ก่อนแป๊บนึงนะ แม่! อะไรนะครับ?!”

อูฮยอนตกใจกับคำพูดของมารดาแล้วพรวดพราดเปิดประตูโรงพยาบาลออกมา หยุดยืนอยู่ตรงนั้นแล้วก็ยังคงคุยโทรศัพท์อยู่พร้อมกับเรียกแท็กซี่

“จู่ๆ ก็ซื้อรถอะไรกันครับ ผมบอกตอนไหนว่าอยากได้รถ จะบอกว่าซื้อรถมาให้ไปรับแฟนมานั่งทั้งที่ไม่มีน่ะเหรอครับ แพลนจะแต่งงานยังไม่มีเลย ทำไมผมต้องคิดจะให้เด็กที่ไม่มีทางเกิดได้ขึ้นมานั่งรถตอนนี้ด้วยล่ะ แม่! ได้โปรด หยุดทำเรื่องที่ไม่ได้ปรึกษากันแล้วทำให้ตกใจเถอะนะครับ แท็กซี่!”

ถึงแม่จะสร้างความอ่อนเพลียให้กับอูฮยอนแบบนี้หลายครั้งในหนึ่งปี แต่ผ่านมาสามสิบสามปีแล้วก็ยังไม่ชินสักที


* * *


ระหว่างทางที่ลงจากแท็กซี่ตรงถนนใหญ่แล้วกำลังเดินเข้าบ้าน อูฮยอนมีความคิดมากมาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไปทำงานด้วยการโดยสารรถสาธารณะอย่างไม่มีรถยนต์มาตลอด ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน รถเมล์ และเวลาเร่งด่วนก็แท็กซี่ คนที่โรงพยาบาลเองก็ถามว่าหาเงินได้ตั้งเยอะ ทำไมถึงไปๆ มาๆ โดยไม่มีรถอย่างนั้น แน่นอนถ้ามีรถมันก็มีข้อดี แต่สำหรับอูฮยอน เหตุผลที่เขาไม่อยากขับรถมันชัดเจนยิ่งกว่า

เพื่อนที่เป็นรักแรกของเขาเสียแม่ไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ อีกทั้งอูฮยอนยังมีความทรงจำอันน่าหวาดกลัวอย่างมากเกี่ยวกับรถเมื่อตอนยังเด็ก เขาก็เลยไม่ค่อยอยากจะขับรถเท่าไหร่ แต่ว่ามันก็อาจจะเกิดสถานการณ์ที่พบเจอผู้ป่วยขั้นวิกฤตแล้วต้องช่วยเหลือ เขาจึงมีใบอนุญาตขับขี่เมื่อต้องปฏิบัติงานของแพทย์ทหารติดเอาไว้ ซึ่งหลังจากนั้น ทุกครั้งที่เป็นแพทย์อาสา ก็มักจะขับรถเมื่อต้องขนส่งอุปกรณ์การแพทย์เสมอ

ถ้าขับรถเป็นเมื่อมีเวลาจำเป็นเท่านั้นจึงใช้รถของใครก็ได้ แต่อูฮยอนไม่เคยรู้สึกว่าจำเป็นที่จะต้องซื้อรถยนต์เลยสักครั้ง ซึ่งมันก็ถูกแล้วที่เขาจะไม่อยากได้ถ้ามันเป็นของที่ไม่จำเป็น

“แล้วต้องจำให้แม่นแล้วนะ ว่าแม่ทำเรื่องยุ่งยากให้ผมไม่สบายใจ โดยที่ไม่ปรึกษากันมาเท่าไหร่แล้ว”

อูฮยอนตัดสินใจอย่างหนักแน่นและพูดใส่สายโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“แม่ ผมอยู่แถวบ้านแล้ว เอาหนังสือสัญญาออกมาด้วยนะครับ เดี๋ยวไปยกเลิกสัญเลิกสัญญากับผมตอนนี้เลย”

[รถมาอยู่หน้าบ้านเรียบร้อบแล้ว จะยกเลิกสัญญาอะไรอีกล่ะ รถเท่ออกนะ]

คุณนายนายองฮี จริงๆ เลย… แม่นี่ดื้อจริงๆ สามารถทำให้อูฮยอนที่ใจเย็นนั่นอารมณ์ร้อนขึ้นมาได้มากกว่าใครๆ ในโลกเลย

“แม่! นี่จะขอโทษที่แต่งงานไปตั้งห้าครั้งแล้ว แต่ลูกชายยังไม่ได้แต่งสักครั้งเลยงั้นเหรอครับ”

อูฮยอนก็โมโห แต่แม่กลับใจเย็นเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

[ถ้าแก่ไปตัวคนเดียวแล้วเป็นภาระให้ลูกต่างหากที่ต้องขอโทษ แม่แต่งงานมาห้าครั้ง ถึงจะเขินแต่ก็ไม่ได้เสียใจนะ]

ในสถานการณ์ที่ใครเห็นก็ต้องขอโทษแล้ว แต่เธอไม่ขอโทษ ซึ่งนี่ก็เป็นนิสัยเฉพาะของคุณนายเขาล่ะ แล้วพอเป็นนั้นอูฮยอนก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม

“งั้นแล้วจู่ๆ ทำไมถึงซื้อรถล่ะครับ มัวแต่หลงเสน่ห์เด็กแล้วเลือกรถมาให้ลูกชายผ่อนส่งเนี่ย รู้สึกผิดจนเลือกรถให้ผมเลยเหรอครับ”

[เธอเห็นแม่ตัวเองเป็นอะไรยะ... ทำไมผู้หญิงที่มีเสน่ห์อย่างแม่ ถึงจะต้องทำเรื่องขี้ขลาดแบบนั้นเพื่อยั่วผู้ชายเนี่ยห้ะ]

น่าทึ่ง... การถกเถียงกับแม่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ท่าดีทีเหลวหมด ครั้งแรกอูฮยอนมักจะโมโหเดือดปุดๆ เสมอ แต่หากพูดกันไปไม่กี่คำมันก็ก็จะเริ่มไม่ใช่การเถียงกันแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นคำพร่ำบ่นของแม่ต่ออูฮยอนเสียเปล่าๆ คำบ่นที่ลูกชายดื้อกับแม่ พออูฮยอนเดินเข้าซอยที่จะถึงบ้าน ก็เห็นรถจอดอยู่ในระดับที่มองไม่เห็นประตูใหญ่หน้าบ้าน แถมนี่เป็นช่วงเวลากลางคืนด้วย แต่มองรูปร่างตัวรถที่ส่องแสงแม้จะอยู่ในที่ที่มืดนิดหน่อยแล้ว ก็น่าจะเป็นรถยนต์ที่มีราคาแพงพอสมควรเลย

“แม่ รถนี่... มองคร่าวๆ แล้วมันก็น่าจะแพงมากเลยนะครับ”

[มันก็ต้องให้สมกับที่ลูกจะขับสิ มันเหมาะกับลูกนะ ขับมันด้วยความรู้สึกดีๆ ซะ]

“แม่คงไม่ได้เอาเงินที่จะซื้อบ้านมาซื้อรถหรอกนะครับ”

[ไม่ใช่หรอกหน่า ของขวัญแม่เอง ลูกชาย... เขาเลิกงานแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ]

เขาเหรอ เลิกงาน ถ้างั้นแม่ก็ไม่ได้อยู่บ้านสิ เข้าไปอยู่บ้านใหม่กับผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยแล้วเหรอ

อูฮยอนคาดเดาแล้วกดกริ่งหน้าบ้านแต่ไม่มีคำตอบรับใด ความถนัดเฉพาะตัวของคุณนายนายองฮีนั่นแหละ ก่อเรื่องไว้แล้วหนีหาย อูฮยอนมองรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน

“แม่เอาเงินอะไรมาซื้อรถแพงขนาดนั้น... นี่มันน่าสงสัยแล้วนะ...”


* * *


อูฮยอนเข้าบ้านมาก็มีกุญแจรถกับกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่นรออยู่ แต่แม่เขาไม่อยู่ พระเจ้า... ไม่ใช่แค่หนีไปชั่วคราวนะ แต่ขนข้าวของออกไปแล้วด้วย นี่มันอะไรเนี่ย... ทำไมมาหลบหนีตอนกลางคืนอย่างนี้ บ้านที่ว่างเปล่ากับห้องหนังสือที่ไม่มีใครอยู่ มีแต่สิ่งของที่เอาออกมา ส่วนสัมภาระของอูฮยอนก็ถูกห่อไว้หมดแล้ว

บ้านหลังนี้แม่ซื้อไว้เมื่อตอนที่ตั้งท้องอูฮยอนเพื่อจะคลอดอูฮยอนมาเลี้ยงดูโดยตัวคนเดียว อูฮยอนเกิดที่บ้านหลังนี้ ถ้าไม่นับช่วงเวลาที่ถูกส่งตัวไปที่อื่นอย่างจำใจสามครั้งแล้ว เขาก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอด ครั้งแรกคือเมื่อตอนที่แม่แต่งงานครั้งแรกแล้วอยากให้เขาจะอยู่ด้วยจนต้องตามแม่ไป ครั้งที่สอง... เป็นช่วงเวลาอันน่าหวาดหลัวที่ไม่อยากพูดถึง…ส่วนเหตุผลที่แม่ออกจากบ้านหลังนี้เป็นครั้งสี่ ก็คือการแต่งงาน

การแต่งงานครั้งแรกของแม่ที่สิ้นสุดด้วยการตายจากกัน ตอนนั้นอูฮยอนตามแม่ไป หลังจากนั้นแม่ก็แต่งงานอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้ตามไปอีก เพราะไม่ชอบการจากลา อูฮยอนเข้าไปในห้องหนังสือเปิดลิ้นชักโต๊ะแล้วหยิบกรอบรูปออกมาดู เป็นพวกกรอบรูปภาพของอูฮยอนและรูปแต่งงานครั้งที่สี่ของแม่ การแต่งงานครั้งแรกของแม่นั่นมันก็โอเค มีพี่น้องวัยเดียวกันอยู่ด้วยกันเป็นอย่างดี ครอบครัวก็เป็นแบบนี้สินะ

อูฮยอนรู้สึกถึงความปรองดองของครอบครัวอันอบอุ่นเป็นครั้งแรก แต่ในวันที่อูฮยอนเรียกคุณลุงที่แต่งงานกับแม่ว่า ‘พ่อ’ เป็นครั้งแรก คือวันคุณลุงนอนหลับแล้วเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ หลังจากนั้นเมื่อแม่ออกจากบ้านไป อูฮยอนก็อยู่ในบ้านหลังนี้ ใช้เวลาที่ยืดยาวขึ้นอยู่คนเดียวพร้อมกับพวกนาฬิกาทราย ดังนั้นครั้งนี้วันที่แม่ออกจากบ้าน อูฮยอนจึงสัญญาว่าจะออกจากบ้านนี้เพื่อย้ายไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน แต่แม่กลับทิ้งอูฮยอนไว้แล้วไปก่อนอีกแล้ว เหลือแต่กระดาษโน้ตหนึ่งแผ่นกับรถหนึ่งคัน

[อูฮยอน รถนั่นน่ะ ของขวัญจากแม่เองนะ เงินออมที่แม่คลอดเธอมาแล้วเก็บเอาไว้ ประกันหลายอันมันหมดอายุแล้ว เจอเแม่สร้างเรื่องยุ่งยากเยอะแยะคงเหนื่อยมากใช่ไหมล่ะ ต่อไปแม่ก็ขอทำหน้าที่แม่ดูบ้างสักครั้งนะ รอได้เลย]

อูฮยอนมองโน้ตของแม่ก็ยิ่งซึมกว่าเดิม

“งั้นก็ต้องไปด้วยกันสิ ยังปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวอีก…”


* * *

ความคิดเห็น